เข้าสู่ระบบ“โอ๊ย ! โอ๊ยยยย แม่ อย่าตีขวัญ”
เสียงหวานร้องโอดโอยดังลั่นบ้านเรือนไม้ ร่างสะดุ้งโหย่งทุกครั้งที่ก้านมะยมลงที่ต้นขา
“ไม่ตีแล้วจะหยุดพฤติกรรมนี่ไหม” ไอรินหอบหายใจ มือสั่นนิด ๆ อดีตนางเอกชื่อดังแม้อายุร่วมห้าสิบกว่าปีทว่าใบหน้ายังสวยหวาน กำลังเดือดจัด
“หนูทำอะไรผิด” ลูกสาวหันไปเถียง “โอ๊ย !” จึงโดนฟาดอีกครั้ง
เธอกัดฟัน เจ็บน่ะไม่เท่าไรหรอก ไม้ของแม่ไม่เจ็บเท่าความรู้สึกที่ไม่มีใครสักคนถามว่าเธออยากจะสู้กับโภคินแบบนี้ไหม แต่งงานทั้งที่ไม่ได้รัก
ส่วนพ่อกำนันนั่งเขย่าขา มองเมียรักด้วยสายตาอ้อนวอน นั่นก็เมีย นี่ก็ลูก เขารักทั้งคู่ แต่ในเวลานี้ห่วงชีวิตมากกว่าจึงปล่อยให้แม่เขาจัดการลูกเองแถมยังรู้สึกผิดเพราะแผนนี้ดันเกิดจากเขาเองแท้ ๆ
“เปิดบ่อนไก่” ไอรินกดเสียง “ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม พอไหม ?”
“งั้นทำไมไม่ปล่อยหนูกลับกรุงเทพ !”
จอมขวัญขึ้นเสียง แม้ว่าเธอสำนึกผิดทั้งไม่ได้อยากเถียงแม่ แต่ในเมื่อชีวิตเธอยังเลือกเองไม่ได้ เธอก็จะป่วนมันแบบนี้
“ขวัญ...” จอมพลหน้าเสีย แต่เรื่องความเป็นความตายทำให้เขาหยุดปากแค่นั้น
“ยุ่งเรื่องคนอื่นจนจะเอาชีวิตไม่รอด ไหนจะข่าวฉาว... เมียน้อยผัวชาวบ้าน คิดถึงหัวอกคนเป็นแม่ พ่อ ไหม หื้ออ?” ไอรินทุบอกตัวเองโยนก้านมะยมลงพื้น
จอมขวัญมองตามกัดปากจนเจ็บ เมียน้อยงั้นหรือ… ก็แค่การจัดฉาก “ลุงภูมิเป็นเกย์ แม่รู้ดีเพราะลุงเป็นเพื่อนแม่” เธอเดินออกห่างไปเรื่อย ๆ
“แล้วเรื่องโภคิน” ไอรินเอ่ยเสียงสูง จอมขวัญเริ่มหน้าเสีย “เป็นคนดี เสี่ยงเพื่อคนอื่น... มันคุ้มไหม ?” แม่สั่นไหล่น้อย ๆ “ถ้าพ่อกับแม่ไม่รู้เรื่อง ขวัญจะแก้ปัญหายังไง”
“แจ้งความสิ” เธอเถียงทั้งที่เสียงเริ่มอ่อนลง
“รู้ ๆ กันอยู่ว่าไม่ได้ผล” กำนันพูดบ้าง
“แต่พ่อให้ขวัญแต่งกับไอ้ตำรวจหัวเกรียน... ไม่สิไม่ได้แต่งด้วยซ้ำ” เสียงเธออ่อนลงประโยคท้าย เรื่องจริงมันเจ็บปวดใจเสมอ
“พรุ่งนี้ ไปขอโทษผู้กองเตชินทร์”
“แม่ !” จอมขวัญร้องเสียงหลง ขอโทษงั้นหรือ… ผู้กองหัวเกรียนคนนั้นเนี่ยนะ
ไอรินถอนหายใจยาว “ผู้กองเพิ่งมาใหม่ เขาตั้งใจทำงาน”
จอมขวัญหลบตาวูบ กรามเล็กขบจนเจ็บ “แต่... ขวัญกำลังจะเป็นภรรยาเขา”
“งั้นยิ่งสมควรถูกจับ แม่จะลงโทษสถานเบา ลองคิดเอาในเมื่อขวัญบอกเองว่าโตแล้ว”
เสียงของแม่ยื่นคำขาดเสียจนจอมขวัญปฏิเสธไม่ออกก่อนที่แม่จะเดินกลับไปทางครัวเพื่อเตรียมมื้อเย็น
“เอาไอ้โป่งไปเป็นเพื่อน” กำนันลากเสียงปลอบขวัญพลางลุกตามภรรยาไปเช่นกัน ทิ้งให้บุตรสาวยืนฮึดฮัดแค่นเสียงกับอากาศ
“ฉันจะเตรียมของขวัญให้นายอย่างดีเลย เตชินทร์”
“ฮัดเช้ย !” เตชินทร์ยกนิ้วขยี้จมูก “อะไรวะ” เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า หรือน้ำค้างแรงเกินกว่าจะนั่งโต๊ะริมถนน เขายักไหล่
ในเวลานี้กลางคืนของบางปลาม้าเงียบกว่าที่ควรเป็น ถนนโล่ง มีเพียงร้านข้าวต้มเหรียญบาทมื้อดึกที่ยังคึกคัก แหล่งรวมข่าวลือของอำเภอ
“ว่าไงผู้กอง”
พันตำรวจโทสืบสกุลผู้กำกับการสถานีอำเภอบางปลาม้าในชุดวัยรุ่นกางเกงยีนส์รัดเสื้อคอโปโลสีดำสนิท มาถึงตบบ่าตำรวจหนุ่มสองป้าบขณะเดินผ่านเพื่อเข้าไปในร้าน ใบหน้าสารวัตรวัยสี่สิบเกลื่อนยิ้ม
“ข่าวว่าวันนี้ได้เข็นรถไปอู่”
เตชินทร์ยิ้มไม่ออก เสียงเข้มไม่รู้ตัวเพราะว่าที่เมียทำเสียหน้าไปทั้งโรงพัก “เปล่าครับ เรียกอู่มาเอา”
สารวัตรหัวเราะสนุกสนาน นาน ๆ ทีเมืองเล็กจะมีเรื่องให้คุยลือหัวใคร่ “ก็เหมือนกันนั่นแหละ ฮ่ะ ฮ่า”
“จริงสิ” เสียงเถ้าแก่จุ่น เจ้าของร้านวัยหกสิบปลาย ๆ เดินออกมาสมทบ ลูบพุงพลุ้ยผ่านเสื้อขาวคอกลม เบิกตาสงสัยไปทางผู้กองคนใหม่
“ข่าวที่ว่ากำลังจะแต่งงานกัน จริงไหม ?”
ทุกคนในร้านจ้องผู้กองเขม็งรอคำตอบ เขาพ่นลมยกเหล้าดื่มจนหมดแล้วส่งให้การุณชงมาใหม่
“ครับ” ตอบรับน้ำเสียงเรียบ ๆ
“ไอหย๋า... จุ๊ ๆ ๆ” เถ้าแก่ส่ายหน้าจุ๊ปาก “หนูขวัญแสบใช่ย่อย ผู้กองคงต้องลำบากหน่อย”
“แสบขนาดนั้น พ่อกำนันคงรักมากนะครับ” เตชินทร์ถามเจือหัวเราะลงคอ
“ครับ ลูกคนโปรด” สารวัตรตอบเสียงเย็น หย่อนร่างลงนั่งโต๊ะไม่ไกลกันนักพลางยกแก้วดื่ม “กำนันเขามีลูกสามคน แต่จอมขวัญเป็นลูกที่แกรักมากที่สุด”
เขาโก่งคิ้ว รักที่สุด หรือรักมากเกินไป…
“แต่ผมกะไว้ว่าคงแต่งทีหลัง” ผู้กองจุดบุหรี่สูบยาว ๆ ทิ้งคำไว้ให้สงสัย การุณเตะขาเพื่อนใต้โต๊ะปรามห้ามพูด ตำรวจห่ามยิ่งยิ้ม “พรุ่งนี้ จอมขวัญจะย้ายเข้ามาอยู่กับผม”
“อะไรนะ !” เสียงฮือฮาดังรอบวงก่อนตั้งสติได้ยกแก้วชน “งั้นคงต้องอวยพรให้ผู้กองซะหน่อยแล้วมั้ง ฮ่ะ ฮ่า”
ลูกค้าในร้านข้าวต้มสรวลเสเฮฮา พูดคุยหยอกเย้าข้าวใหม่ที่ใกล้หุงสุกพอหอมปากหอมคอแล้วแยกย้าย โดยไม่มีใครเอะใจว่ายังมีคนหนึ่งที่นั่งไม่ไกลกันนักยิ้มเจื่อนเงียบขรึมลงไปทันใด
“มึงพูดอะไรไอ้เต” การุณกัดฟันถาม “ที่นี่บ้านนอก”
“ดี...” เขาพ่นควันออกด้านข้าง “ยิ่งลือเร็วเท่าไร… คนก็ยิ่งไม่กล้าแตะเธอ”
การุณเลิกคิ้วแล้วยิ้มเมื่อเข้าใจความหมาย พยักหน้าช้า ๆ “มึงนี่เจ้าเล่ห์ไม่เบา คุณจอมขวัญจะตามมึงทันไหม”
ดวงหน้าหวานผุดเข้ามาในหัวทันทีเมื่อการุณเอ่ยถึง ลมเย็นพัดควันลอยจางแต่กลิ่นน้ำหอมกลับแจ่มชัด
“ทันไม่ทันเดี๋ยวก็รู้ไอ้รุณ แต่ดูทรงแล้วไม่ง่าย”
เตชินทร์เอนตัวมองถนนติดริมแม่น้ำสีมืดคงคล้ายกับใจดวงนี้ที่รอวันชำระแค้น ความลับในอดีตที่มีเพียงคนไม่กี่คนรู้เรื่อง
ไอ้โภคิน... มึงลองมาแตะของกูอีกครั้ง กระสุนกูจะไม่ปรานีมึงอีก
ควันขาวที่โขมงขึ้นฟ้าถูกลมพัดลอยไปไกลคล้ายกับเสียงลือภายในร้านข้าวต้มคืนนี้ ซุบซิบผ่านสามีสู่ภรรยา ไปยังตลาดแม่ค้ายามเช้ากระทั่งถึงหูไอ้โป่งลูกน้องคนสนิท
ด้วยความเป็นคนรักลูกพี่ยิ่งชีวิต มันจึงบึ่งแมงกาไซค์คันเก่าไปท้ายนาตั้งแต่ไก่ไม่ทันขัน ลูกพี่สาวนั่งห้อยขาอยู่ที่เถียงนาหย่อนเบ็ดนิ่วหน้ายามเห็นสีหน้าไอ้โป่ง
“ผู้กองสุดหล่อประกาศลั่นร้าน” โป่งพูดไปยังขนลุก
“ไอ้ปากสุนัข” เธอขบกราม
ตอนนี้คนรู้ทั้งบางว่าลูกสาวกำนันย้ายเข้าบ้านผู้ชายไม่ได้แต่ง ใจหนึ่งเธอก็ไม่อยากยอมรับว่ากำลังน้อยใจ ไม่ใช่เพราะอยากแต่งกับเขา...
แต่เหมือนเธอกำลังถูกผลักไปอยู่ในสถานะประหลาด ไม่ใช่เจ้าสาว ไม่ใช่คนรัก แค่ผู้หญิงที่ถูกส่งไปไว้บ้านผู้ชาย ไม่มีสิทธิ์แม้แต่ศักดิ์ศรีของคำว่าเมีย
“ในเมื่อผู้กองอยากจะได้หญิงงามร่วมหอนัก” จู่ ๆ จอมขวัญก็หัวเราะออกมา
“พี่ขวัญ...” โป่งขนลุกสะท้านวาบ ไม่น่าจะเรื่องดีหรอกทำหน้าแบบนี้
“พี่พริ้ง”
โป่งสะดุ้ง “พี่ขวัญ ! พี่พริ้งเป็นหมอนวด”
“ยิ่งดี” ลูกพี่สาวยิ้มกวน “เย็นนี้ฉันต้องไปบ้านไอ้หัวเกรียนแล้ว ต้องกลางวันนี้แหละ” เธอทอดสายตายังปลายขอบฟ้าทะมึนครึ้มเมฆฝน
“แต่งทีหลังงั้นหรือ ? ด๊ายย... ฉันจะให้นายได้แต่งงานสมใจ ผู้กอง แต่ไม่ใช่กับฉัน”
เสียงหวานที่เอ่ยคำมั่นราวกับตอกย้ำให้ตัวเองว่าอย่ายอมลงให้ศัตรูหน้าหล่อเทพบุตร แม้ว่าแผนใช้หญิงงามมาล่อจะหยาบช้าและไม่ใช่วิธีของตน
แต่เธอเองไม่มีอะไรจะเสีย ยกเว้นเสียหน้า อย่างน้อยฉันก็ได้แย่งอำนาจของตัวเองคืนมาบ้าง ส่วนนาย...
ถ้านายยอมรับหญิงงามโดยง่ายฉันคงผิดหวังอย่างแรงเตชินทร์
ดังนั้นในเวลานี้ ไอ้โป่งกับไอ้บอยจึงขี่รถคันโปรดอีกรอบ เบรกเอี๊ยดตัวโก่งอยู่หน้าร้านนวดชื่อดังของอำเภอ ที่ซึ่งชาวบ้านรู้ดีว่าเบื้องหลังให้บริการนวดมีบริการนาบพร้อมสรรพ
จดหมายน้อยถูกส่งต่อถึงมือพริ้งเพรา สาวสวยอวบอิ่มดาวเด่นประจำร้าน คนที่ลูกสาวกำนันเคยช่วยพาหนี หมอนวดสาวเปิดอ่านพลันขมวดคิ้ว
“เดี๋ยวนี้ ?” เสียงหวานเครือเสน่ห์ถามไอ้โป่ง
โป่งพยักหน้าตอบไม่มีเสียง หยิบกระดาษคืนกลับ ฉีกทิ้ง
พริ้งนิ่วหน้า คำลือสนุกปากเรื่องของผู้กองหนุ่มและลูกสาวกำนันเพิ่งผ่านไปได้หนึ่งคืนเท่านั้น แต่จอมขวัญกลับเดินเกมเร็วก่อน
“ผู้กองคนใหม่ไม่หมู” พริ้งเปรย
โป่งไม่ได้ตอบอะไรปาดรถกลับเข้าสู่ถนน ทิ้งควันดำโขมงและคำสั่งของจอมขวัญให้พริ้งเพรา
ล่อให้ติดกับ ? มันจะสำเร็จหรือ ? อย่างผู้กองเตชินทร์ ?
แต่เธอไม่มีหน้าที่เอ่ยเตือนหรือตั้งคำถาม ในเมื่อจอมขวัญบอกมาต่อให้ลุยน้ำลุยไฟ เธอต้องทำให้สำเร็จ
พริ้งเพราผินหน้าไปทางทิศที่ตั้งหลวงพ่อโตศูนย์รวมจิตใจของจังหวัดสุพรรณบุรี ภาวนาสั้น ๆ
“ขอให้คุณจอมขวัญรอดจากผู้กองหน้าหล่อ สาธุ...”
คืนที่ผู้กองการุณไปหาพริ้งเพราที่ร้านนวดดาวรวีฝนตกหนักเหมือนฟ้าจะถล่มบางปลาม้าให้จมน้ำ พริ้งเพรานั่งนิ่งบนเตียงหมอนวดกลางแสงสลัวของไฟถนนที่สาดลอด กลิ่นดินชื้นและกลิ่นหญ้าปนกันจนเธอรู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มไว้ห้องเดิม เตียงเดิม แสงเดิมแต่คืนนี้ไม่เหมือนทุกคืนที่ผ่านมาเพราะเป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้รอ ‘ลูกค้า’ เธอกำลังรอผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้คำว่าอนาคตไม่ได้ฟังดูไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป“หนาวไหม” เสียงทุ้มของการุณดังขึ้นเบา ๆ เขาเพิ่งมาถึงตัวเปียกชุ่มแต่ยังยิ้มได้พริ้งเพราเงยหน้า มองผู้ชายที่เคยเป็น ‘ผู้กองการุณ’ แต่คืนนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อกากี แค่เสื้อยืดคอกลมสีขาวเปียกชื้นติดตัว ร่างกายที่เคยเห็นแค่ตอนนวด วันนี้เธอเห็นชัดเจนยิ่งกว่าเดิม“ไม่หนาวค่ะ… แต่ใจหนาว” เธอพูดเสียงแผ่วการุณนั่งลงข้าง ๆ ไม่ใกล้จนเกินไป แต่ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมมือ เขายื่นผ้าขนหนูสีเทาให้เธอ“วันนี้ฉันคุยกับไอ้เตแล้ว เราจะจัดการโภคินให้สิ้นซาก” เขาพูดนิ่ง ๆ “พริ้งไม่ต้องกลัวอีกแล้ว”เขาเอ
ห้าเดือนต่อมา ณ หอประชุมใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแสงแดดอุ่นจัดยามเช้าส่องกระทบเครื่องแบบติดแถบสีของเหล่านายตำรวจที่ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบเสียงประกาศในหอประชุมก้องกังวาน สลับเสียงปรบมือเป็นระยะ ทุกอย่างควรเป็นเช้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตของเขาเช้าที่คนเป็นพ่อควรภูมิใจ เมียรักควรยิ้มทั้งน้ำตา และตัวเขาเองควรได้ยืนรับเกียรติอย่างเต็มภาคภูมิ หากไม่มีเงาของใครบางคนตามมาทวงหนี้เลือดในวันนี้คนที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นนายตำรวจหนุ่มเจ้าของร่างสูงที่วันนี้ประดับชั้นยศใหม่บนบ่า“พันตำรวจโท เตชินทร์ เตชภูมิ”การเลื่อนยศอย่างก้าวกระโดดจากผลงานการกวาดล้างขบวนการยาเสพติดรายใหญ่และการสละชีพเข้าระงับเหตุระเบิดที่บ้านกำนันหนู ทำให้วันนี้เขาไม่ได้เพียงแค่ติดดาวดวงใหม่ แต่ยังได้รับมอบ ‘แหวนอัศวิน’ แหวนแห่งเกียรติยศที่มอบให้แก่ตำรวจผู้กระทำความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ“ยินดีด้วยนะผู้กำกับ... ไม่สิ ท่านรองฯ เตชินทร์”บิ๊กต๊อบเดินเข้ามาตบบ่าลูกชายอย่างภูมิใจเต็มอก นัยน์ตาของคนเป็นพ่อสั่นระริกเมื่อเห็นลูกชายเดินมาไก
เปรี้ยง!รถดูคาติเลี้ยวออกจากวัดกลางแทนที่จะมุ่งกลับบ้านตรง ๆ ล้อกลับพาเธอเลาะคันนาเข้ามาในทางเปลี่ยวที่คุ้นตาจอมขวัญนั่งซ้อนท้ายเงียบ ๆ ซบหน้ากับแผ่นหลังกว้างของผัวตัวดีอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเอะใจ เมื่อเส้นทางนี้ไม่ใช่ทางกลับบ้านพักตำรวจ“พี่เต จะพาไปไหน”เขาไม่ตอบในทันที แค่ยกมือแตะหลังมือเธอที่กอดเอวเขาไว้แน่นแล้วบิดคันเร่งต่อ จนกระทั่งเถียงนาเล็ก ๆ กลางทุ่งโผล่พ้นม่านฝนตั้งเค้า เธอจึงเม้มปากแน่นอย่างคนเริ่มเดาออกว่า... คืนนี้ผู้กองหัวเกรียนคิดไม่ซื่ออีกแล้ว“เถียงนา…” เธอพึมพำที่ที่เคยมีทั้งเสียงทะเลาะ ทั้งรอยน้ำตา ทั้งคำพูดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่คืนนี้กลับถูกจัดเสียใหม่ราวกับเป็นเรือนหอเล็ก ๆ กลางนาจอมขวัญกวาดตามองของทุกชิ้นบนเถียงนาแล้วหันไปค้อนคน ตรียมการอย่างรู้ทัน“อย่าบอกนะว่า พี่ตั้งใจมาค้างจริง ๆ”เตชินทร์ยักคิ้ว มุมปากยกนิดเดียวแบบคนไม่คิดจะปิดบัง “ก็ตั้งใจพาเมียมาฮันนีมูน”จอมขวัญหันขวับ ใบหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย “บ้าไปแล้ว ? ฝนกำลังจะ
แสงไฟระยิบระยับภายในหอประชุมโรงเรียนบ้านบางปลาม้า กลิ่นดอกมะลิและกุหลาบขาวอบอวลไปทั่วงานที่ถูกจัดอย่างสมเกียรติด้านหน้าหอประชุมมีรถราชการจอดเรียงสลับกับรถอีแต๋นและมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านจนแน่นลานดินเสียงหัวเราะ เสียงเด็กวิ่งเล่น และเสียงคนเรียกกันสำเนียงเหน่อดังคลอไปกับดนตรีวงเล็กหน้าเวทีงานแต่งของผู้กองกับลูกสาวกำนันในคืนนี้จึงไม่ใช่แค่งานมงคลของคนสองคนแต่มันคือคืนที่ทั้งบางปลาม้ามาร่วมเป็นสักขีพยานแขกเหรื่อทั้งในเครื่องแบบติดแถบสีและชาวบ้านบางปลาม้าในชุดผ้าไหมสีสดใสนั่งกันเต็มขนัด เป็นภาพที่หาดูได้ยากที่ 'บิ๊กต๊อบ' จะร่วมโต๊ะจีนกับ 'ตาพงษ์' ที่ยังพยายามแอบกระดกเหล้าขาวอยู่ข้างถังน้ำแข็ง“กูว่าวันนี้ลูกพี่สวมชุดขาว” บิ๊กเปรยเบา ๆ เป็นเหตุให้เกิดการพนันขึ้นทันควัน โป่งยิ้มกริ่มเดินเก็บเงินแล้วรอคอยว่าเจ้าสาวจะสวมชุดอะไรจังหวะนั้นไฟในหอประชุมค่อย ๆ หรี่ลงทีละน้อย เด็กเสิร์ฟหยุดเดิน ชาวบ้านหยุดคีบกับข้าว แม้แต่ตาพงษ์ยังยอมวางแก้วเหล้าขาว ทุกสายตาหันไปทางทางเดินสีแดงตรงประตูใหญ่พร้อมกันโดยไม่ต้องมีใครสั่งเงียบกริบเมื่อเสี
“ขวัญ...” เตชินทร์นิ่งอึดใจ ใบหน้าเมียรักสวยยิ่งกว่าทุกวันหรือเพราะหัวใจของเขามันถูกทะลายเกราะที่ป้องกันแล้วจนหมดสิ้นแต่เธอเงียบ... ไม่ตอบ เขาเริ่มใจคอไม่ดี“พี่ไม่รู้จะพูดยังไงให้มันดูดี” เขาหัวเราะแห้ง ๆ เหมือนสมเพชตัวเอง“พี่วิ่งไล่ตามอะไรหลายอย่างมาทั้งชีวิต ทั้งชื่อเสียง งาน เกียรติยศ จนลืมไปว่าถ้าชนะทุกอย่าง... แต่ไม่มีขวัญอยู่ตรงนี้ มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”นัยน์ตาสีสนิมที่เคยแข็งกร้าวมาตลอดกลับนิ่งลึกอย่างที่เธอไม่ค่อยเห็น“กับคนอื่นพี่ไม่เคยยอมแพ้ แต่กับขวัญ...” เขาหยุดกลืนลมหายใจ “พี่แพ้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดประตูให้ขวัญเข้าบ้านแล้ว”มีเสียงโห่ฮาเกิดขึ้นก่อนที่พ่อกำนันจะยกมือให้ทุกคนหยุดฟัง“เรื่องโภคิน พี่ยอมรับว่ามีส่วน” เขาสูดลมหายใจลึก “แต่ที่พี่เลือก เพราะขวัญต่างหาก”เตชินทร์เดินมาหน้าบันได เหงื่อแตกข้างขมับทั้ง ๆ ที่แดดยังไม่แรง ไม่เคยกลัวอะไรเท่านี้มาก่อน ให้ยิงปืนยังง่ายเสียกว่า“กลับมาเป็นเมี
แดดยามเช้าของบางปลาม้าสะท้อนวาวกระทบยอดหลังคาสีทองของวัดกลาง นกกระพือปีกออกหากินย่ำรุ่งดังพึ่บพับระคนเสียงไก่ขันคุ้ยดินในลาน“เอ้า... ยกดี ๆ” จอมพลชี้นิ้วสั่งโป้งยกข้าวปลาอาหารถวายพระเช้านี้ขึ้นศาลา เขาเลือกจัดงานบุญครบรอบวันตายของแม่และพ่อพร้อมกัน“พ่อกำนัน...” ยายเฒ่าทองยิ้มร่า มีหลานสาวประคองเดินขึ้นบันได “เช้านี้คึกคักดีนะ”“ต้องขอบใจชาวบ้าน มากันทุกปี” กำนันยิ้มกว้าง ไอรินและจอมขวัญเพิ่งจะเดินขึ้นตามมาหอบของพะรุงพะรัง“อ้อ... หลานขวัญก็มาด้วย” ยายทองมองยิ้ม ๆ “เดินระวังนะ ยิ่งกำลังท้องกำลังไส้”จอมพลสะดุ้ง อะไรกัน... อ้าปากแย้งแต่ตาเฒ่าพงษ์หมู่เก้า ปกติเห็นแต่เมาเหล้าขาวเดินเซออกมาจากศาลาถลามาเกาะไหล่“เขาว่าเมื่อคืนผู้กองปืนบ้านกำนัน รึ!” เสียงกลิ่นสุราเหม็นหึ่งทำกำนันเบือนหน้าหนีแต่พวงแก้มแดงซ่าน ไอรินยิ้ม ๆ เดินผ่านไม่อยากแวะเพราะกลัวจะโดนถามไปด้วย ส่วนจอมขวัญหน้าเห่อไปหมด“พวกเอ็งรู้ได้ยังไง” จอมพลถามกึ่งโกรธ“ก็ไอ้ชวด







