เข้าสู่ระบบ“ยังไม่พบครับนาย”
ลูกน้องที่แทนไทใช้ให้ไปสืบหาข้อมูลของนับพรเข้ามารายงาน แต่ก็ไม่มีข้อมูลของนับพรที่ไหนเลย
“ผู้หญิงแค่คนเดียว ตามหากันสามวันยังไม่เจอ กูว่ามึงเปลี่ยนลูกน้องใหม่ดีกว่าไหมไอ้แทน” ภคิณบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
ถึงเขาจะเป็นเจ้านายใหญ่ ก็ไม่เคยลงไม้ลงมือกับคนภายใต้การดูแลของตัวเอง แต่เรื่องดุด่ามันก็ต้องมีกันบ้างหากทำงานผิดพลาด ทำงานไม่ได้ดั่งใจ
แทนไทเห็นท่าไม่ดีจึงหันไปพยักหน้าเป็นการบอกพวกลูกน้องให้ออกไปก่อน
เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้วจึงหันมาพูดเป็นกันเองกับเพื่อน
“มึงก็ใจเย็นๆ ก่อนดิวะ เด็กมันก็พยายามกันเต็มที่แล้ว ก็ใครใช้ให้มึงมาติดอกติดใจเด็กนอกสังกัดที่เคยใช้บริการละวะ ร้อยวันพันปีกูไม่เคยเห็นมึงจะกินซ้ำคนนี้มีอะไรให้ติดใจวะ”
“ใครว่ากูติดใจ กูก็แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเข้ามาหาและยอมไปนอนกับกู และกูก็ยิ่งแปลกใจไปอีกที่ไม่เอาเงินไปด้วย กูก็ไม่ได้ให้น้อยๆ เลยนะมึง ทำแบบนี้แม่งเหมือนดูถูกกูเลยว่ะ หรือไม่ก็ต้องมีเจตนาอื่นแอบแฝงอะ มึงไม่คิดว่ามันน่าแปลกมั่งเหรอ มันมีด้วยหรือวะผู้หญิงที่จะมานอนกับกูฟรีๆ ไม่อยากได้อะไรจากกูอะ”
ภคิณอธิบายให้เพื่อนเข้าใจถึงเหตุผลที่ตนพยายามตามหาสาวสวยคืนนั้น แม้ว่าดูจากสายตาของเพื่อนตัวดีแล้วมันจะไม่เชื่อก็ตาม
และอีกเหตุผลหนึ่งคือผู้หญิงคนนั้นยังบริสุทธิ์อยู่แน่นอนก่อนจะมาเจอเขา จริงๆ เขาก็ไม่ได้ให้ค่าความบริสุทธิ์มากมายอะไรขนาดนั้นและเขาก็ไม่ใช่นักล่าพรหมจรรย์ด้วย
แต่จะว่าไปแล้วในยุคสมัยปัจจุบันนี้ก็มีน้อยคนนักที่จะยังเก็บความบริสุทธิ์เอาไว้ เรียกได้ว่าเป็นของแรร์ไอเทมก็ว่าได้ แต่ทำไมอยู่ๆ เธอถึงยอมยกมันให้เขาง่ายๆ ทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน
“ครับ ครับ คร้าบ ก็แค่อยากรู้ว่าทำไมไม่เอาเงินอะเนอะ ไม่ได้ติดใจอะไรเขาหรอก”
“ไอ้แทน มึงกวนเหรอ?”
“ใครกวน กูไหนเลยจะกล้า”
“มึงเอาเวลากวนกูไปตามหาให้เจอดีกว่าไหม ผู้หญิงที่เป็นฝ่ายเข้าหาผู้ชายก่อนแล้วยอมเปลืองตัวกับผู้ชายง่ายๆ มันหาไม่ยากหรอกมึง ตามผับ ตามบาร์เยอะแยะ มันต้องเจอสักร้านแหละ”
“แต่นี่เด็กมันก็ไปทุกร้านที่ระดับเดียวกับผับในโรงแรมเราแล้วนะมึง จะเหลือก็แต่ร้านเล็กๆ แล้ว ถ้าเธอเป็นผู้หญิงแบบที่ว่าจริงร้านเล็กๆ แบบนั้นก็ไม่น่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของเธอหรอก กูขอเวลาอีกนิดแล้วกัน เดี๋ยวกูจะให้เด็กๆ มันเพิ่มสถานที่ตามหาด้วย”
แทนไทมือดีข้างกายภคิณจะมาเสียหน้าเพราะผู้หญิงลึกลับคนนี้ไม่ได้
“ให้ได้เรื่องนะรอบนี้น่ะ”
ภคิณย้ำลงไป แทนไทพยักหน้าเป็นการตอบรับ เสร็จแล้วจึงขอตัวออกไปทำงานต่อ
เมื่อได้อยู่คนเดียวภคิณก็ยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องสาวปริศนาที่เข้ามาหาเขาในคืนนั้น
ร่างบางหุ่นสวยที่ดูสมส่วนไปหมดนั้นเขายังคงจำได้ไม่ลืม
ใบหน้าสวยที่ดูเขินอายอยู่ตลอดเวลา ริมฝีปากล่างที่ถูกกัดไว้ด้วยฝีมือของคนเป็นเจ้าของราวกับกำลังคิดกังวลอะไรอยู่ ท่าทางงกๆ เงิ่นๆ ของเธอที่ดูอ่อนต่อโลกมากสำหรับเรื่องนั้น แต่กลับกระตุ้นเร้าความต้องการของเขาได้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่เธอไม่ประสาเอาเสียเลยแต่เธอกลับทำให้เขายิ่งต้องการ
เงินก็ไม่เอา จะว่าอยากควงไว้ให้ได้เป็นที่รู้จักบ้างแต่กลับไม่ทิ้งช่องทางติดต่อไว้เลย
“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอต้องการอะไรกันแน่”
นับพรเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานก่อนเพียงคนเดียว หลังจากพักทานอาหารกลางวันกันเสร็จแล้ว เธอคิดทบทวนตัวเองแล้วก็อดที่จะคิดถึงเรื่องในคืนนั้นไม่ได้
เธอไม่รู้เลยว่าชายคนนั้นที่เธอมีความสัมพันธ์ด้วยเพียงครั้งเดียวในคืนนั้นเป็นใคร ชื่ออะไร อยู่ที่ไหน
ถึงแม้เธอยังไม่อยากจะยอมรับว่าเธอทำมันลงไปจริงๆ แต่ความผิดปกติของร่างกายในเช้าวันนั้น กับร่องรอยในที่ลับตาบนตัวเธอก็เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงเรื่องน่าอายที่เธอได้ทำลงไป
เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์อีกแล้ว
แม้เธอจะเคยมีแฟนมาก่อน แต่นั่นก็ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วก็ไม่เคยเกินเลยไปจนถึงขั้นนั้น
นั่นจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งว่าทำไมรักครั้งนั้นถึงต้องจบลง และเป็นการจบที่ไม่ดีเท่าไหร่มันถึงได้ทิ้งร่องรอยความหวาดกลัวในความรักเอาไว้ในใจ จนเธอไม่พร้อมที่จะเปิดใจให้ใครอีก
“นับเอ๊ยนับ ถ้าเกิดได้ลูกมาก็ดีไป ถ้าไม่ได้นี่เสียเปล่าเลยนะมึง ทำไปได้ไงวะ แล้วเชื้อดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ จะติดโรคไหมวะ ไม่หรอกมั้งรูปร่างหน้าตาก็ดีอยู่แถมดูรวยคงไม่มั่วหรอก... เหรอ?”
ไม่หรอกน่า!!!
นับพรรู้ว่าคนเราจะมามัวดูที่หน้าตาไม่ได้ โรคติดต่อไม่ได้เลือกหน้าตา คนหน้าตาดีก็อาจมีความเสี่ยงเรื่องโรคติดต่อ อีกทั้งคืนนั้นเธอเมามากจนไม่ได้ป้องกัน ฝ่ายเขาเองเธอก็ไม่แน่ใจว่าจะป้องกัน
“โอ๊ย! ทำไงดีวะ! ต้องไปตรวจเลือดไหมอะ ลูกจ๋ามาเถอะนะแม่ไม่กล้าทำอีกแล้วนะ”
นับพรพูดบ่นกับตัวเองเบาๆ ถามเองตอบเอง คุยกับหัวไหล่ตัวเอง เหมือนคนฟุ้งซ่านก่อนจะลูบที่หน้าท้องแบนราบทำท่าเหมือนคุยกับลูกน้อยในท้องทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีไหม
ดวงตาสับสนจ้องมองปฏิทินบนโต๊ะทำงาน พร้อมนับมือและระยะเวลาจากตอนที่เธอออกจากเตียงของชายแปลกหน้ามา
ไม่นานเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่บริเวณเดียวกันกับเธอรวมถึงไข่มุกก็เดินเข้ามาเพราะเป็นเวลาเริ่มงานในช่วงบ่ายแล้ว
“ขอบคุณที่ให้ธนาคารPPKPได้ดูแลนะคะ สวัสดีค่ะ” นับพรกล่าวจบบทสนทนาหลังจากให้บริการข้อมูลลูกค้าเรียบร้อยแล้วซึ่งนับเป็นสายสุดท้ายของวันนี้
นับพรเป็นพนักงานให้บริการข้อมูลทางโทรศัพท์ของธนาคารชื่อPPKP ซึ่งย่อมาจากนามสกุลดังของไฮโซ ภัคภาคิณภัทร
ความรู้ความสามารถของเธอจัดว่าโดดเด่นและเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน เพราะเธอชอบที่จะให้ความช่วยเหลือกับทุกคน แม้ว่างานที่เธอทำอยู่จำเป็นต้องแข่งขันกันเองกับเพื่อนร่วมงาน แต่เธอก็ยินดีให้ความช่วยเหลือเมื่อมีคนร้องขอ
“วันนี้สายเยอะจังวะแก พูดจนลิ้นพันกันแล้วเนี่ย” ไข่มุกบ่นออกมาหลังจากเลิกงานแล้วกำลังเดินทางกลับบ้านด้วยกันกับนับพร
“บ่นไรวะ วันจันทร์ก็แบบนี้ตลอดไหมล่ะ นี่ดีแค่ไหนละที่ไม่ติดวันหยุดยาวสายถล่มขนาดไหนก็เคยเจอกันมาแล้วปะวะ” นับพรเอ่ยอย่างชินชาขณะที่กำลังทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้เพื่อนรัก
ทั้งสองกลับบ้านด้วยกันทุกวันเพราะที่พักของไข่มุกอยู่ไม่ไกลกันกับของเธอแล้วก็เป็นทางผ่านมาทำงานด้วย
“แต่ทำไมวันนี้ฉันเจอแต่คนประสาทแดกอะแก คืออยากจะถามกลับไปเหมือนกันนะว่า มีคำตอบอยู่ในใจแล้วจะโทรมาถามทำไมคะ? แม่ง! แนะนำอะไรบอกอะไรก็ไม่เอาสักอย่าง” ไข่มุกบ่นอย่างหัวเสีย
ซึ่งเป็นปกติของพนักงานที่นี่ เวลารับสายเสียงสวยเหมือนนางฟ้า หลังรับสายบ่นเหมือนป้าข้างบ้าน
“แล้วแกไม่ถามกลับไปล่ะ” นับพรแกล้งถามกวนกลับเพื่อนตัวเล็กของเธอ
“ก็ตราบใดที่การดำรงชีวิตประจำวันยังต้องใช้เงิน ฉันก็คงทำได้แค่ตอบไปว่า ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่ะ ขออภัยค่ะ ขออภัยค่ะ ต่อไปแหละแก”
“คำตอบไม่ตรงใจไงแก อีกอย่างเลยนะพูดตอนคนเขาไม่อยากฟัง ต่อให้แกพูดดังแค่ไหนเขาก็ไม่ได้ยิน”
“หูย คารม คมหอกมากแม่ ฮ่าๆ ว่าแต่จะแวะกินอะไรก่อนไหม หรือกลับห้องเลย” ไข่มุกถามเพราะเห็นว่าท่าทางของเพื่อนเธอดูเหนื่อยๆ เพลียๆ
“กลับเลยเหอะ เอาจริงๆ ก็เหนื่อยอยู่นะจะว่าไป” นับพรตอบเพื่อนสาวก่อนจะมองเหม่อออกไปขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่
“นับ นับ ไอ้นับ!” นับพรสะดุ้งสุดตัวเมื่อเพื่อนสาวเรียกเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเสียงที่ดังมากกรอกลงมาที่ใบหูเล็กของเธอ
“แม่หก! โห่ ไอ้มุกเล่นอะไรของแกเนี่ย เกิดฉันตกใจเหยียบคันเร่งขึ้นมาชนยับเลยนะเว้ย” หญิงสาวบ่นให้เพื่อนตัวเล็กของเธอชุดใหญ่
“ขอโทษๆ ว่าแต่แกเป็นไรวะ เดี๋ยวนี้มีเหม่อมีใจลอย แหนะแอบคิดถึงผู้ที่ไหนหรือเปล่า?”
ไข่มุกแกล้งหยอกถามด้วยใบหน้าล้อเลียนเล็กๆ แต่นั่นกลับทำให้นับพรหน้าขึ้นเสียระเรื่อน้อยๆ ตรงพวงแก้มใส
จะไม่ให้แดงได้ยังไงก็ในเมื่อเรื่องที่เธอคิดอยู่เมื่อกี้ก็เป็นเรื่องคืนนั้น กับเขาคนนั้นที่เป็นใครก็ไม่รู้อยู่
“แกจะบ้าเหรอ อย่างฉันจะมีใครให้คิดถึง ทำอยากกับฉันจะกล้าคุยกล้าคบกับใครอย่างนั้นแหละ”
“ไม่มีก็ไม่มีดิ หน้าแดงทำไมวะ”
“จะไม่ให้แดงยังไงไหวคะเพื่อน ดูแดดเมืองไทยด้วยค่ะ นี่ไม่ละลายกองลงกับพื้นก็ดีแค่ไหนละ”
เมื่อโดนเพื่อนจี้ถาม นับพรจึงโยนความผิดให้ดินฟ้า อากาศทันที ทั้งที่จริงๆ แล้วตอนนี้เธอทั้งสองนั่งอยู่ในรถที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ในช่วงเวลาย่ำค่ำแบบนี้
“เหรอ... ร้อนมากมั้งในรถเนี่ย เออ ช่างเหอะฉันจะถามแกว่าแกรู้จักคุณภคิณไหมวะ คนที่เป็นไฮโซ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง หล่อลากกระชากวิญญาณที่เป็นข่าวบ่อยๆ ช่วงนี้น่ะ”
ไข่มุกถามทันทีที่หน้าฟีดข่าวขึ้นข่าวของชายหนุ่มคนดัง เนื้อหาข่าวก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าสเปกสาวในดวงใจ ตอนนี้มีใครหรือยัง เป็นเรื่องส่วนตัวเสียมากกว่าเรื่องงานเสียอีก ทั้งที่เขาเป็นถึงเจ้าของโรงแรมชื่อดังอันดับหนึ่งของไทย
“ไม่อะ อย่างฉันจะไปรู้จักใครวะ” ก็เธอไม่ใช่คนที่จะสนใจเรื่องของไฮโซ คนดัง ไอดอล อะไรแบบนั้นเพราะสำหรับเธอแล้วเส้นทางชีวิตของเธอกับคนเหล่านั้นคงเหมือนเส้นขนานที่ไม่น่ามีวันโคจรมาพบกันได้
วิถีการใช้ชีวิตก็ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน แถมวันๆ ก็ทำแต่งานวันหยุดก็กลับแต่บ้าน
“คนนี้ไงแก นี่ไง ดูสิ เป็นไง อึ้งดิ อึ้งแดกไปเลยเพื่อนฉัน ไหนว่าไม่สนไง หล่อช็อกโลกเลยไหมแก” ไข่มุกยื่นรูปที่อยู่บนหน้าจอมือถือของเธอให้เพื่อนดู
อดที่จะแซวออกมาไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางตกใจจนแทบช็อกของเพื่อนรัก เพราะปกติเพื่อนของเธอไม่ใช่คนที่สนใจใครแบบนี้ไม่ว่าจะหล่อมากขนาดไหนก็ตาม
“อะ... เออ ช็อก ช็อกมาก”
“ว่าไงครับมีธุระอะไรกับเมียผมหรือเปล่าครับ” ภคิณยกมือขึ้นกอดคอนับพรแล้วรั้งเธอเข้าหาตัวทันทีที่เดินมาถึง“อะ...เอ่อ มะ ไม่มีอะไรครับ พอดีแค่เข้ามาทักทายน่ะครับ งั้นพวกผมขอตัวเลยนะครับ” ในเมื่อเป็นฟิตเนสสำหรับพนักงาน ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ว่าเขาคนนี้เป็นใคร พวกเขาไม่ควรยุ่งกับคนของเจ้านาย“คุณภคิณ คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย” นับพรหน้าเหวอเมื่อได้ยินเขาเรียกเธอว่า ‘เมีย’อย่าว่าแต่นับพรเลยที่เหวอ ไข่มุกและแทนไทก็เหวอไปกับไอ้คำว่าเมียที่ชัดถ้อยชัดคำ แถมดังลั่นฟิตเนสอีก พนักงานที่นี่ถ้ามีหูก็คงได้ยินไปด้วยแน่นอน“แล้วที่พี่พูดมันไม่จริงเหรอครับ ต้องให้ซ้ำไหม แล้วถ้ายังเรียกพี่แบบเมื่อกี้อีกโดนดีแน่”เมื่อไหร่เธอจะชินกับการเรียกเขาว่าพี่สักที แล้วแม่งตอนอยู่ห้องทำงานยังสับสนว่าความสัมพันธ์ของเขากับนับพรจะเป็นยังไง แต่พอเจอหนุ่มมาอ่อยเธอความหึงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเสียอย่างนั้นเอาละ... ตอนนี้กูหึง ภคิณยอมรับ“พี่คิณ… พูดอะไรแบบนั้นไม่น่ารักเลยค่ะ” แบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ไหนได้เล่า แล้วสองคนนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ทำไมเขาจะต้องพูดถึงขนาดนั้นเมีย… เพียงคิดถึงคำพูดนั้นหัวใจก็ดันเต้นแรงไปอีก“แล้วชุดนี่มั
***แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู*** เสียงเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเป่าเค้กงานวันนี้อาจจะเป่าเร็วกว่างานวันเกิดทั่วไปสักหน่อยเพราะกลัวเด็กๆ จะง่วงนอนเสียก่อน เค้กเอลซ่าจากร้านมีสาขาชื่อดังถูกถือเข้ามาโดยน้ำหวานแม่แท้ๆ ของลูกหว้า เด็กน้อยยิ้มหน้าบานทำท่าจะเป่าเค้กทันที“อย่าเพิ่งเป่าสิลูกหว้า หนูต้องอธิษฐานก่อนนะคะ” นับพรบอกหลานสาวคนสวยของเธอ“ขอให้หนูเรียนเก่งๆ เป็นเด็กดีของพ่อกับแม่ ของปู่ ของย่า ของพี่หวายแล้วก็ของอาด้วย ขอให้หนูไม่ดื้อ พู่ว พู่ว พู่วว”เจ้าของวันเกิดอธิษฐานออกเสียงดังอย่างตั้งใจก่อนจะเป่าเทียน จนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยิ้มปนขำอย่างเอ็นดูงานวันนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมีแค่คนในครอบครัว เพื่อนๆ ของลูกหว้าก็เด็กเกินจึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ จะมีบ้างก็เพื่อนของลูกหวายที่สนิทกับลูกหว้าด้วยและพวกผู้ใหญ่ก็สนิทกันจึงให้มาได้คนที่เพิ่มมาจากทุกปีก็คงหนีไม่พ้นภคิณเจ้านายของเธอกับนัยคนที่มาขับรถให้วันนี้ภคิณอาสาออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งที่จริงมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากเพราะคนที่นี่เลือกกินหมูกระทะที่ทำกินกันอ
ไม่ได้นะนับ ไม่ได้ เราต้องหยุดมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปจริงอยู่ว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอตอนนี้มันทำให้เธอรู้สึกดี แล้วต่อไปล่ะถ้าหัวใจเธอต้องเจอกับความเจ็บปวดอีกล่ะอยู่ๆ นับพรก็รู้สึกกลัว เมื่อนึกถึงความเสียใจเมื่อครั้งอดีต ความหดหู่มากมายเข้ามาห่อหุ้มใจ ความสุขที่พึ่งได้เข้ามาในอาณาเขตหัวใจก็ถูกผลักออกไปในทันทีไม่เอาความรู้สึกแบบนั้น ไม่เอา ไม่อยากได้อีกแล้ว หญิงสาวส่ายหน้าไปมา สับสน และทรมานความสุขอยู่ตรงหน้า ทว่าความทุกข์กลับอยู่ในมุมมืด ที่โผล่เข้ามาเตือนทุกครั้งที่เธอมีความสุข ราวกับไม่อยากให้เธอได้มีความสุข และไม่อยากให้เธอลืมเลือนมันไป“นับ นับ เป็นอะไรหรือเปล่า” ภคิณที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็อดห่วงไม่ได้ ทั้งที่เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ“ปะ เปล่าค่ะ นับแค่...” เธอจะบอกยังไงดี จะปฏิเสธเขายังไงดีสั่นเป็นลูกนกเลย นี่เธอคิดว่าเราจะทำอะไรที่จริงต่อให้เธอไม่พูดออกมา ภคิณก็พอจะดูออก น่าแปลกที่ผู้หญิงคนนี้เคยกล้าบ้าบิ่นมาชวนเขาทำลูก แต่พอได้รู้จักจริงๆ ไม่ประสาเอาเสียเลยในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นผู้หญิงที่ผ่านมาของเขา คงรีบพาเขาขึ้นเตียงไปแล้ว แต่นับพรไม่ใช่ นี่หรือเปล่านะผู้หญิงดีๆ ที่ใคร
สายตาคมจ้องมองเอกสารตรงหน้าพลางเหลือบสายตามองดูนาฬิกาไป ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปจนถึง 18.10 น.แล้ว ป่านนี้คนสวยของเขาคงรอแย่แล้ว งานที่เหลือก็ไม่มีอะไรเร่งด่วนมากเขาตัดสินใจเก็บของเลิกงานทันที“อ้าวเห้ย จะไปไหนยังเซ็นไม่หมดเลย” แทนไทร้องทักทันทีที่เห็นเพื่อนของเขาเตรียมตัวกลับ“เออ เดี๋ยวเอากลับไปตรวจต่อที่บ้าน ที่เหลือนี่ไม่ด่วนไม่ใช่เหรอวะ”“ก็เออ แต่ปกติมึงไม่ดองงานนี่หว่า”“กูไม่ได้ดอง กูแค่จะตรวจให้ละเอียด ว่าแต่มึงบอกนับกับคุณมุกให้รอแล้วปะ”“เออ ไปบอกแล้ว มึงนี่ติดใจอะไรคุณนับขนาดนี้วะ”“ติดใจอะไร กูก็แค่…” ภคิณเองที่พยายามคิดหาเหตุผลมาตอบเพื่อนแต่ก็ว่างเปล่าเขาเองก็คงต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไงกับเธอกันแน่“แค่อะไร มึงรู้ไหมว่ามึงไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มึงไม่ต้องตอบกูก็ได้ มึงหาคำตอบให้ตัวเองให้ได้ก็พอ”“เออๆ กูไม่ทำให้เสียงานหรอกน่า ไปเหอะ ทำอย่างกับมึงไม่อยากไปส่งตัวเล็กมึงงั้นแหละ” ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเพื่อนของเขาสนใจไข่มุกเพื่อนของนับพร แต่ที่ไม่รู้คือสองคนนี้ไปถึงไหนกันแล้วสำหรับเขาตอนนี้เขารู้แค่อยากรู้จัก อยากเข้าใจนับพรในวันนี้มากขึ้นกว่าเมื่อวานแบบนี้ไ
ตื้อดึง ตื้อดึงเสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมแชตของนับพรดังขึ้นขณะที่กำลังเดินทางไปซื้อของกับเจ้านายที่แสนเอาแต่ใจ เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนรักของเธอPearl : ไอ้นับ อยู่ไหนวะPearl : เห็นแต่กล่องข้าว กระเป๋าก็ไม่มี เจ้านายพาออกมาทำงานนอกสถานที่อะ : NabbNaaPearl : งานไรวะ แผนกเรามีนอกสถานที่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้เหมือนกัน ไว้กลับไปเดี๋ยวเล่าให้ฟัง : NabbNaaPearl : เจ้านายเนี่ยใคร คุณภคิณปะ อืม... ใช่ แค่นี้ก่อนนะ น่าจะถึงละ : NabbNaa เออ... ข้าวบนโต๊ะอะ แกกินไปเลยนะ : NabbNaaเมื่อร่ำลากับเพื่อนตัวเล็กเสร็จเรียบร้อยพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานให้กับความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าของแชตไปหนึ่งที นับพรที่กำ
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่วางอยู่ข้างหัวเตียงดังขึ้นตามเวลาที่ตั้งไว้บอกเวลาตี 05:30น.“อือ อื้อ ขออีก 5 นาทีไม่ได้เหรอ” หญิงสาวบ่นงอแงกับตัวเองเธอบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะเอื้อมมือไปปิด แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอต้องเดินทางเองด้วยรถไฟฟ้านอนคิดภาพตามไปว่าถ้าออกสายกว่านี้จะต้องต่อแถวคดเคี้ยวเป็นงูอยู่ชั้นล่างเนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่แน่นขนัดในช่วงเวลาเร่งด่วนยังไม่รวมถึงคนในขบวนรถที่แออัดยัดเยียดเบียดเสียดกันแทบจะรวมร่างได้เลยนับพรรีบลุกพรวดขึ้นแทบจะทันทีเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เธอเสียเวลากับเรื่องนี้ไม่นานมากนักก็พร้อมที่จะออกเดินทางเพื่อไปทำงาน ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่ทำงานซึ่งเร็วกว่าเวลาปกติที่เธอขับรถมาเอง“วันนี้ยังไม่มีใครเปิดไฟเลยแฮะ สงสัยวันนี้จะมาถึงคนแรก” แม้ปกตินับพรจะมาถึงออฟฟิศเช้ามากๆ แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นคนแรกทุกครั้งเธอเปิดไฟตามทางเข้ามาบางส่วนเฉพาะแถวๆ บริเวณโต๊ะของเธอก่อนแล้วก็จะปัดๆ ถูๆ ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน เปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ของเธอเหมือนทุกวันก่อนที่จะเข้าไปทานอาหารเช้าที่แวะซื้อมาจากข้างทางก่อนขึ้นตึกแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไ







