เข้าสู่ระบบ
ทำลูกเป็นมั้ยคะ…
ทำลูกให้หน่อยได้มั้ย…
หอมจัง...
กลิ่นหอมสะอาดแบบนี้นี่มันกลิ่นอะไรกันนะ ไม่คุ้นเลย
เดี๋ยวนี้เป็นเอามากถึงขั้นฝันเห็นผู้ชายเลยหรือเนี่ยเรา
หลังจากนับพรสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ดวงตาคู่สวยไล่มองไปเรื่อยๆ จนมาสะดุดกับใบหน้าคมที่บอกได้เลยว่าเจ้าของดวงหน้านั้นหล่อเข้าขั้นเทพมากกว่าที่นับพรเคยพบมา ริมฝีปากหนาได้รูปชวนหลงใหล จนเจ้าตัวอดรู้สึกไม่ได้ว่าภาพฝันตรงหน้านี้นั้นช่างเหมือนมีตัวตนอยู่จริง
‘มีตัวตนอยู่จริงงั้นเหรอ เดี๋ยวนะ...’
นับพรยั้งมือของตนไว้ไม่ทัน จึงทำให้เผลอไปสัมผัสดวงหน้าคมที่กำลังหลับสบายอย่างมีความสุขที่อยู่ตรงหน้า จนหน้าหล่อขยับเล็กน้อยเมื่อถูกกวนขณะหลับ
เฮ้ย! นี่มันคนจริงๆ นี่หว่า อย่าบอกนะว่าเราทำมันจริงๆ
‘ตายแล้วนับพร แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ’ เธอต่อว่าตัวเองในใจ เนื่องจากไม่อยากส่งเสียงออกไปเกรงว่าจะทำให้คนตรงหน้าตื่นขึ้นมา
ภาพทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืนค่อยๆ ฉายชัดเจนขึ้นในหัวจนใบหน้าสวยเริ่มแดงระเรื่อกับเรื่องน่าอาย ที่เจ้าตัวได้ทำลงไป
ตอนนี้นับพรยังไม่พร้อมจะสู้หน้าชายหนุ่มตรงหน้าจริงๆ
ร่างบางค่อยๆ ลุกลงจากเตียง พยายามขยับตัวให้น้อยที่สุดด้วยกังวลว่าคนข้างกายจะตื่นขึ้นมาก่อนที่เธอจะทันได้หายตัวไป
“ซี๊ด... เจ็บ”
ไม่ทันลุกได้ถนัด เธอก็รู้สึกเจ็บแปลบทั้งรู้สึกหน่วงๆ ตรงช่วงล่างอย่างบอกไม่ถูก นับพรอดทนกับความแปลกแปลบนั้น แล้วค่อยๆ ลุกไปจัดการกับตัวเอง
ในขณะที่รีบแต่งตัว เก็บข้าวของเพื่อจะรีบออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด แต่สายตาเหลือบไปเห็นเงินวางอยู่บนกระเป๋าเป้ใบเล็กใบสวยของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะที่อยู่ข้างหัวเตียงอีกที
“รวยมากสินะ วางเงินทิ้งเรี่ยราดแบบเนี๊ย เดี๋ยวก็เก็บใส่กระเป๋าไปซะเลยนี่” คนสวยบ่นพึมพำกับตัวเอง แล้วรีบออกจากห้องสวยหรูนั้นไป โดยที่ไม่ได้หยิบเงินบนกระเป๋าไปอย่างที่พูด
พอออกมาจากโรงแรมมาแล้ว นับพรเดินไปเอารถที่จอดไว้ยังฝั่งของผับ ก่อนจะโทรหาเพื่อนรักทันทีด้วยความเป็นห่วง
เมื่อคืนเธอเป็นคนขับรถไปรับเพื่อนมาด้วย แล้วตกลงกันว่าไอ้เพื่อนตัวดีจะขับกลับให้ แต่สุดท้ายกลายเป็นนับพรทิ้งให้เพื่อนกลับเอง
ตรู้ด ตรู้ด ...
“แกหายไปไหนมาวะนับ เมื่อคืนฉันออกไปคุยโทรศัพท์แค่แป๊บเดียวเองนะ กลับมา แกก็ไม่อยู่แล้ว” ไข่มุกรับสายเพื่อนคนสวยทันทีที่สัญญาณดังเพียงแค่ 2 ครั้ง
“กะ ก็... ไม่มีอะไรหรอกแก เมื่อคืนเมามากไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็ไปตื่นอยู่ที่ห้องแล้ว” นับพรตอบเสียงตะกุกตะกัก ด้วยว่าไม่รู้จะบอกกับเพื่อนยังไงดี
จริงอยู่ที่ไข่มุกเองก็รู้เรื่องที่นับพรตั้งใจจะทำแต่เพื่อนรักของเธอก็ดูจะไม่เห็นด้วยสักเท่าไรเพราะเป็นห่วงกลัวว่าอาจจะมีปัญหาตามมา
“แกแน่ใจนะว่าไม่มีอะไร”
“แน่ใจดิ ฉันจะเอาปัญญาที่ไหนไปมีเรื่องล่ะ เมาขนาดนั้น กลับห้องถูกนี่ก็นับว่าบุญหัวแล้วปะวะ ว่าแต่แกเถอะ เมื่อคืนกลับไง ฉันขอโทษนะที่กลับมาก่อนน่ะ”
“เออๆ ไม่ต้องมาห่วงฉันหรอกฉันไม่ได้เมาขนาดแก แค่แกไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” ไข่มุกชั่งใจอยู่เพียงชั่วอึดใจจึงตัดสินใจพูดออกมา
“แก... ฉันกลัวใจแกจริงๆ นะ กลัวว่าแกจะไปทำอย่างที่พูดจริงๆ อะ” ฝันที่นับพรจะไปทำลูกกับคนแปลกหน้า “อย่าเลยนะแกเชื่อฉันเหอะ ถ้ามันจะมีเดี๋ยวถึงเวลาก็มีเองแหละ”
“แต่นี่เราก็25กันแล้วนะเว้ย อีกอย่างฉันก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้เวลาเห็นแม่เล่นกับเด็กๆ แถวบ้าน เล่นกับหลานๆ ที่บ้านน่ะ ฉันรู้นะเว้ยว่าแม่แกอยากมีหลานแต่แกดันมามีลูกคนเดียวแบบฉันที่ยังเป็นแบบนี้อีก”
กลัวความรัก...
“เอาน่าแก อย่าเพิ่งคิดมาก ว่าแต่สรุปวันนี้เอาไงจะกลับไปบ้านหาแม่เลยไหมหรืออาทิตย์นี้จะไม่ไป” ไข่มุกเอ่ยถามเพื่อนคนสวยเพราะรู้ดีว่าเพื่อนของเธอนั้นจะกลับบ้านแทบทุกอาทิตย์ด้วยความเป็นห่วงแม่
“ไปสิแก ไม่ไปเดี๋ยวคุณหญิงเขาจะน้อยใจเอา หลานก็ไม่มีปัญญามีให้เขาก็ต้องเสนอหน้าตัวเองเนี่ยแหละไปให้เขาเห็นบ่อยๆ งั้นเดี๋ยวฉันขับรถก่อนนะแก ไว้ค่อยคุยกัน”
“เคแก ขับรถดีๆ นะ”
หลังจากวางสายเพื่อนรัก นับพรจึงขับรถกลับไปที่ห้องทันทีเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านที่ต่างจังหวัด
คนสวยเก็บของไปพลางคิดถึงเรื่องที่เธอคุยกับเพื่อนรักก็อดที่จะรู้สึกแย่ไม่ได้
เธอกลัวความรัก จึงทำให้เธอไม่กล้าที่จะคบกับใครจริงจังจนถึงขั้นแต่งงานมีลูก มีหลานให้แม่
ครอบครัวของเธอเหลือกันเพียงสองคนแม่ลูกส่วนพ่อของเธอเสียไปนานแล้วด้วยโรคภัยไข้เจ็บ
นับพรเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว แม้เธอจะมีลูกพี่ลูกน้องและทุกคนต่างก็มีลูกๆ กันแล้ว ทำให้ครอบครัวของเธอดูไม่เงียบเหงาสักเท่าไร หลานๆ เองก็เป็นเด็กน่ารักทุกคนและแม่ของเธอก็รักและเอ็นดูหลานๆ มาก
แต่เธอรู้ดีว่าแม่ของเธอยังคาดหวังลูกที่จะเกิดจากเธอด้วย อีกทั้งตัวของนับพรเองก็อยากที่จะมีลูกเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน
หากแต่ความรักครั้งเก่าที่ผ่านมาทำให้เธอเจ็บปวดและเสียหลักกับชีวิตไปพักใหญ่ กว่าเธอจะกลับมาเป็นตัวของตัวเองและมีความสุข มีเสียงหัวเราะแบบนี้ได้อีกก็ใช้เวลาเป็นปี
หลังจากกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งนับพรบอกกับตัวเองว่าจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายหัวใจของเธอได้อีก
ครั้งนั้นที่เธอเสียใจไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่ทุกข์ใจ แต่แม่และพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ของเธอเองก็ทุกข์ใจไม่แพ้กัน ทุกคนต่างเป็นห่วงเธอซึ่งเธอเองก็รู้ดี
และคนเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้เธอกลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง
**ต่อให้ฉันหวั่นไหว ฉันก็ไม่บอก
จะไม่บอกเธอว่ารัก ฉันไม่บอก
เธอไม่ต้องมา งอแง รักเธอ ก็ไม่บอก
ว่าเธอคือคนในฝัน ฉันไม่บอก
เธอไม่ต้องมา วอแว ไม่ต้องเลย**(เพลง วอแว // ศิลปิน วอร์ วนรัตน์ รัศมีรัตน์)
เสียงเพลงเรียกเข้าของนับพรดังขึ้นพร้อมหน้าจอขึ้นชื่อของคนที่ทำให้เธอเห็นแล้วต้องยิ้มหวานออกมา ‘หญิงแม่’
“สวัสดีค่ะ นับพร โสภณวัฒน์ รับสายค่ะ สอบถามข้อมูลด้านไหนดีคะ” นับพรรับสายเลียนแบบพนักงานคอลเซนเตอร์ตามสายงานที่เธอทำอยู่
“ก็จะถามแค่ว่ากลับบ้านหรือเปล่าคะ หรือว่าลืมไปแล้วว่ายังมีแม่อยู่” คนเป็นแม่ตอบกลับลูกสาวคนสวยแบบเดียวกับที่ลูกสาวเธอพูดมาเช่นกัน
“หูย แรงอะ ได้ข่าวว่าลูกสาวกลับบ้านแทบทุกอาทิตย์หรือเปล่าคะ”
“ก็ไม่เคยโทรมาบอกใครจะไปรู้ละคะว่าอาทิตย์นี้จะกลับไหม หลานถามหาหลายรอบแล้วไปรับปากอะไรไว้ล่ะ นี่ก็ตื่นมารอกันแต่เช้าแล้ว”
“ก็แค่บอกว่าถ้าวันหยุดนี้ตื่นเช้าได้ก็จะพาไปเที่ยว ใครจะไปรู้ว่าจะตื่นกันได้จริงๆ เห็นปกติวันหยุดทีไรนอนดึกตื่นสายกันตลอดนี่คะ นี่หนูใกล้ถึงแล้วค่ะ แม่จะฝากซื้ออะไรเข้าไปไหม” นับพรเอ่ยถาม เพราะแม่ของเธอชอบฝากซื้อของเข้าร้านทุกครั้งที่เธอกลับบ้าน
บ้านของเธอเป็นร้านค้าขายของชำในหมู่บ้าน ขนาดร้านไม่ได้ใหญ่โตมากมายแต่ก็พอที่จะจุนเจือครอบครัวได้
“ยังไม่ต้องหรอก ไว้มาเช็กของก่อนแล้วค่อยออกไปซื้อตอนพาหลานๆ ออกไปเถอะ ดูแล้วยังไงวันนี้ก็ไม่ยอมอยู่บ้านกันแน่ๆ ขับรถดีๆ ล่ะ”
“รับทราบค่าาา”
ร่างหนาพลิกตัวเล็กน้อยเพื่อหลบแสงแดดที่เล็ดลอดผ่านเข้ามา ภคิณค่อยๆ ลืมตาตื่น มองซ้ายทีขวาทีแต่ก็ไม่พบสาวสวยที่เขานอนกกกอดข้างกายเมื่อคืน
เขาจะไม่แปลกใจเลยหากมันเป็นเช่นทุกครั้งที่ตื่นมา
คนที่ลูกน้องเขาหามาให้ส่วนใหญ่ หลังเสร็จกิจแล้วก็จะพบกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่มีเบอร์โทรหรือช่องทางติดต่ออื่นๆ วางไว้ กับเงินที่หายไป ค่าแรงที่เขาตั้งใจทิ้งไว้ให้
ทว่าครั้งนี้ต่างออกไป ไม่มีกระดาษโน้ตทิ้งไว้ก็ยังไม่แปลกใจเท่าเงินที่วางไว้อยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ ไหนจะความสดใหม่ของร่างกายนั้นที่เขารับรู้ได้ทันทีที่ได้ครอบครอง ไม่มีของอื่นใดหายไปเลยนอกจากร่างเล็กที่เขาได้ตักตวงความสุขไปเมื่อคืนนี้
“เธอไม่เห็นเหรอวะ ก็วางไว้บนกระเป๋าขนาดนั้น ไม่เห็นก็ตาบอดแล้วไหม”
ภคิณบ่นกับตัวเองเมื่อเห็นเงินยังวางอยู่บนโต๊ะ จะให้คิดว่าเธอไม่เห็นก็คงเป็นไปไม่ได้ในเมื่อเขาวางเงินก้อนนั้นไว้บนกระเป๋าเธอด้วยซ้ำ แค่เธอหยิบกระเป๋าตัวเองไปยังไงก็ต้องเห็น
ก่อนจะกดต่อสายหาเลขาคนสนิท จะบอกว่าเป็นเพียงลูกน้องก็คงไม่ได้หากแต่ยังเป็นเพื่อนคนสนิทของเขาด้วยเช่นกัน
“สวัสดีครับมีอะไรให้กระผมรับใช้หรือครับคุณชาย ต้องการเครื่องดื่มชูกำลังเพิ่มหรือเปล่าครับ” แทนไทรับสายเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
เขาเองก็รู้ว่าเมื่อคืนเพื่อนเจอสาวถูกใจถึงขั้นพาขึ้นไปนอนด้วยที่ห้องพักส่วนตัวที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม ทั้งที่ปกติแล้วภคิณจะไปเปิดโรงแรมอื่นแถวๆ นั้นหรือไม่ก็เปิดห้องใหม่แทน
“ภคิณไหมมึง เป็นเพื่อนกันมากี่ปีชื่อกูมึงยังเรียกไม่ถูกอีก กูตัดเงินเดือนดีไหม” ภคิณกวนกลับเมื่อถูกเพื่อนเย้าแหย่มาแบบนั้น
“เออๆ ว่าแต่ที่โทรมานี่เสร็จธุระกับคนสวยเมื่อคืนแล้วไงวะถึงโทรมาได้”
“กูโทรมาเรื่องนี้แหละ มึงพอจะรู้ไหมว่าผู้หญิงคนเมื่อคืนเป็นใคร อยู่ที่ไหน กูตื่นมาก็ไม่เจอแล้วว่ะ” ภคิณเอ่ยถามเพราะคิดว่าเลขาของเขาอาจมีข้อมูลของหญิงสาวอยู่บ้าง
“มึงก็ลองหาดูโน้ตแถวนั้นดูสิวะปกติกูเห็นสาวๆ ของมึงทิ้งไว้ให้ตลอด จะโทรถามกูเพื่อ?” แทนไทตอบกลับกวนๆ
“ก็ถ้ามีกูจะโทรหามึงไหม เป็นเลขาภาษาอะไรวะ ไม่มีข้อมูลของคนที่หามาให้เจ้านายตัวเอง เกิดเป็นคนร้ายจะเข้ามาทำร้ายกูจะทำไงวะ” ภคิณบ่นไม่จริงจังนัก เลี่ยงที่จะตอบในความสงสัยของเพื่อน
“คนนี้ไม่ใช่คนที่เด็กๆ เราหามานะเว้ย ตอนแรกก็กำลังไปเรียกมาให้นั่นแหละ แต่พอกลับมาก็เห็นมึงอยู่กับเจ้าหล่อนอยู่แล้วก็เลยไม่ได้เข้าไปกวน มึงรอแป๊บ เดี๋ยวรีบเช็กให้” แทนไทวางสายไปทันทีเพื่อรีบตรวจสอบ
ถ้าถึงขั้นโทรมาถามหาแบบนี้เขารู้ได้ทันทีว่าเพื่อนเขาต้องสนใจเอามากๆ แน่ เหลือไว้แต่ชายหนุ่มที่นั่งคิดถึงสาวปริศนาที่หายไป
‘เธอเป็นใครกันนะ’
“ว่าไงครับมีธุระอะไรกับเมียผมหรือเปล่าครับ” ภคิณยกมือขึ้นกอดคอนับพรแล้วรั้งเธอเข้าหาตัวทันทีที่เดินมาถึง“อะ...เอ่อ มะ ไม่มีอะไรครับ พอดีแค่เข้ามาทักทายน่ะครับ งั้นพวกผมขอตัวเลยนะครับ” ในเมื่อเป็นฟิตเนสสำหรับพนักงาน ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ว่าเขาคนนี้เป็นใคร พวกเขาไม่ควรยุ่งกับคนของเจ้านาย“คุณภคิณ คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย” นับพรหน้าเหวอเมื่อได้ยินเขาเรียกเธอว่า ‘เมีย’อย่าว่าแต่นับพรเลยที่เหวอ ไข่มุกและแทนไทก็เหวอไปกับไอ้คำว่าเมียที่ชัดถ้อยชัดคำ แถมดังลั่นฟิตเนสอีก พนักงานที่นี่ถ้ามีหูก็คงได้ยินไปด้วยแน่นอน“แล้วที่พี่พูดมันไม่จริงเหรอครับ ต้องให้ซ้ำไหม แล้วถ้ายังเรียกพี่แบบเมื่อกี้อีกโดนดีแน่”เมื่อไหร่เธอจะชินกับการเรียกเขาว่าพี่สักที แล้วแม่งตอนอยู่ห้องทำงานยังสับสนว่าความสัมพันธ์ของเขากับนับพรจะเป็นยังไง แต่พอเจอหนุ่มมาอ่อยเธอความหึงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเสียอย่างนั้นเอาละ... ตอนนี้กูหึง ภคิณยอมรับ“พี่คิณ… พูดอะไรแบบนั้นไม่น่ารักเลยค่ะ” แบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ไหนได้เล่า แล้วสองคนนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ทำไมเขาจะต้องพูดถึงขนาดนั้นเมีย… เพียงคิดถึงคำพูดนั้นหัวใจก็ดันเต้นแรงไปอีก“แล้วชุดนี่มั
***แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู*** เสียงเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเป่าเค้กงานวันนี้อาจจะเป่าเร็วกว่างานวันเกิดทั่วไปสักหน่อยเพราะกลัวเด็กๆ จะง่วงนอนเสียก่อน เค้กเอลซ่าจากร้านมีสาขาชื่อดังถูกถือเข้ามาโดยน้ำหวานแม่แท้ๆ ของลูกหว้า เด็กน้อยยิ้มหน้าบานทำท่าจะเป่าเค้กทันที“อย่าเพิ่งเป่าสิลูกหว้า หนูต้องอธิษฐานก่อนนะคะ” นับพรบอกหลานสาวคนสวยของเธอ“ขอให้หนูเรียนเก่งๆ เป็นเด็กดีของพ่อกับแม่ ของปู่ ของย่า ของพี่หวายแล้วก็ของอาด้วย ขอให้หนูไม่ดื้อ พู่ว พู่ว พู่วว”เจ้าของวันเกิดอธิษฐานออกเสียงดังอย่างตั้งใจก่อนจะเป่าเทียน จนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยิ้มปนขำอย่างเอ็นดูงานวันนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมีแค่คนในครอบครัว เพื่อนๆ ของลูกหว้าก็เด็กเกินจึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ จะมีบ้างก็เพื่อนของลูกหวายที่สนิทกับลูกหว้าด้วยและพวกผู้ใหญ่ก็สนิทกันจึงให้มาได้คนที่เพิ่มมาจากทุกปีก็คงหนีไม่พ้นภคิณเจ้านายของเธอกับนัยคนที่มาขับรถให้วันนี้ภคิณอาสาออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งที่จริงมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากเพราะคนที่นี่เลือกกินหมูกระทะที่ทำกินกันอ
ไม่ได้นะนับ ไม่ได้ เราต้องหยุดมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปจริงอยู่ว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอตอนนี้มันทำให้เธอรู้สึกดี แล้วต่อไปล่ะถ้าหัวใจเธอต้องเจอกับความเจ็บปวดอีกล่ะอยู่ๆ นับพรก็รู้สึกกลัว เมื่อนึกถึงความเสียใจเมื่อครั้งอดีต ความหดหู่มากมายเข้ามาห่อหุ้มใจ ความสุขที่พึ่งได้เข้ามาในอาณาเขตหัวใจก็ถูกผลักออกไปในทันทีไม่เอาความรู้สึกแบบนั้น ไม่เอา ไม่อยากได้อีกแล้ว หญิงสาวส่ายหน้าไปมา สับสน และทรมานความสุขอยู่ตรงหน้า ทว่าความทุกข์กลับอยู่ในมุมมืด ที่โผล่เข้ามาเตือนทุกครั้งที่เธอมีความสุข ราวกับไม่อยากให้เธอได้มีความสุข และไม่อยากให้เธอลืมเลือนมันไป“นับ นับ เป็นอะไรหรือเปล่า” ภคิณที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็อดห่วงไม่ได้ ทั้งที่เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ“ปะ เปล่าค่ะ นับแค่...” เธอจะบอกยังไงดี จะปฏิเสธเขายังไงดีสั่นเป็นลูกนกเลย นี่เธอคิดว่าเราจะทำอะไรที่จริงต่อให้เธอไม่พูดออกมา ภคิณก็พอจะดูออก น่าแปลกที่ผู้หญิงคนนี้เคยกล้าบ้าบิ่นมาชวนเขาทำลูก แต่พอได้รู้จักจริงๆ ไม่ประสาเอาเสียเลยในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นผู้หญิงที่ผ่านมาของเขา คงรีบพาเขาขึ้นเตียงไปแล้ว แต่นับพรไม่ใช่ นี่หรือเปล่านะผู้หญิงดีๆ ที่ใคร
สายตาคมจ้องมองเอกสารตรงหน้าพลางเหลือบสายตามองดูนาฬิกาไป ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปจนถึง 18.10 น.แล้ว ป่านนี้คนสวยของเขาคงรอแย่แล้ว งานที่เหลือก็ไม่มีอะไรเร่งด่วนมากเขาตัดสินใจเก็บของเลิกงานทันที“อ้าวเห้ย จะไปไหนยังเซ็นไม่หมดเลย” แทนไทร้องทักทันทีที่เห็นเพื่อนของเขาเตรียมตัวกลับ“เออ เดี๋ยวเอากลับไปตรวจต่อที่บ้าน ที่เหลือนี่ไม่ด่วนไม่ใช่เหรอวะ”“ก็เออ แต่ปกติมึงไม่ดองงานนี่หว่า”“กูไม่ได้ดอง กูแค่จะตรวจให้ละเอียด ว่าแต่มึงบอกนับกับคุณมุกให้รอแล้วปะ”“เออ ไปบอกแล้ว มึงนี่ติดใจอะไรคุณนับขนาดนี้วะ”“ติดใจอะไร กูก็แค่…” ภคิณเองที่พยายามคิดหาเหตุผลมาตอบเพื่อนแต่ก็ว่างเปล่าเขาเองก็คงต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไงกับเธอกันแน่“แค่อะไร มึงรู้ไหมว่ามึงไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มึงไม่ต้องตอบกูก็ได้ มึงหาคำตอบให้ตัวเองให้ได้ก็พอ”“เออๆ กูไม่ทำให้เสียงานหรอกน่า ไปเหอะ ทำอย่างกับมึงไม่อยากไปส่งตัวเล็กมึงงั้นแหละ” ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเพื่อนของเขาสนใจไข่มุกเพื่อนของนับพร แต่ที่ไม่รู้คือสองคนนี้ไปถึงไหนกันแล้วสำหรับเขาตอนนี้เขารู้แค่อยากรู้จัก อยากเข้าใจนับพรในวันนี้มากขึ้นกว่าเมื่อวานแบบนี้ไ
ตื้อดึง ตื้อดึงเสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมแชตของนับพรดังขึ้นขณะที่กำลังเดินทางไปซื้อของกับเจ้านายที่แสนเอาแต่ใจ เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนรักของเธอPearl : ไอ้นับ อยู่ไหนวะPearl : เห็นแต่กล่องข้าว กระเป๋าก็ไม่มี เจ้านายพาออกมาทำงานนอกสถานที่อะ : NabbNaaPearl : งานไรวะ แผนกเรามีนอกสถานที่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้เหมือนกัน ไว้กลับไปเดี๋ยวเล่าให้ฟัง : NabbNaaPearl : เจ้านายเนี่ยใคร คุณภคิณปะ อืม... ใช่ แค่นี้ก่อนนะ น่าจะถึงละ : NabbNaa เออ... ข้าวบนโต๊ะอะ แกกินไปเลยนะ : NabbNaaเมื่อร่ำลากับเพื่อนตัวเล็กเสร็จเรียบร้อยพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานให้กับความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าของแชตไปหนึ่งที นับพรที่กำ
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่วางอยู่ข้างหัวเตียงดังขึ้นตามเวลาที่ตั้งไว้บอกเวลาตี 05:30น.“อือ อื้อ ขออีก 5 นาทีไม่ได้เหรอ” หญิงสาวบ่นงอแงกับตัวเองเธอบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะเอื้อมมือไปปิด แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอต้องเดินทางเองด้วยรถไฟฟ้านอนคิดภาพตามไปว่าถ้าออกสายกว่านี้จะต้องต่อแถวคดเคี้ยวเป็นงูอยู่ชั้นล่างเนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่แน่นขนัดในช่วงเวลาเร่งด่วนยังไม่รวมถึงคนในขบวนรถที่แออัดยัดเยียดเบียดเสียดกันแทบจะรวมร่างได้เลยนับพรรีบลุกพรวดขึ้นแทบจะทันทีเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เธอเสียเวลากับเรื่องนี้ไม่นานมากนักก็พร้อมที่จะออกเดินทางเพื่อไปทำงาน ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่ทำงานซึ่งเร็วกว่าเวลาปกติที่เธอขับรถมาเอง“วันนี้ยังไม่มีใครเปิดไฟเลยแฮะ สงสัยวันนี้จะมาถึงคนแรก” แม้ปกตินับพรจะมาถึงออฟฟิศเช้ามากๆ แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นคนแรกทุกครั้งเธอเปิดไฟตามทางเข้ามาบางส่วนเฉพาะแถวๆ บริเวณโต๊ะของเธอก่อนแล้วก็จะปัดๆ ถูๆ ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน เปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ของเธอเหมือนทุกวันก่อนที่จะเข้าไปทานอาหารเช้าที่แวะซื้อมาจากข้างทางก่อนขึ้นตึกแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไ







