LOGINนับพรรู้ว่าคนเราจะมามัวดูที่หน้าตาไม่ได้ โรคติดต่อไม่ได้เลือกหน้าตา คนหน้าตาดีก็อาจมีความเสี่ยงเรื่องโรคติดต่อ อีกทั้งคืนนั้นเธอเมามากจนไม่ได้ป้องกัน ฝ่ายเขาเองเธอก็ไม่แน่ใจว่าจะป้องกัน
“โอ๊ย! ทำไงดีวะ! ต้องไปตรวจเลือดไหมอะ ลูกจ๋ามาเถอะนะแม่ไม่กล้าทำอีกแล้วนะ”
นับพรพูดบ่นกับตัวเองเบาๆ ถามเองตอบเอง คุยกับหัวไหล่ตัวเอง เหมือนคนฟุ้งซ่านก่อนจะลูบที่หน้าท้องแบนราบทำท่าเหมือนคุยกับลูกน้อยในท้องทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีไหม
ดวงตาสับสนจ้องมองปฏิทินบนโต๊ะทำงาน พร้อมนับมือและระยะเวลาจากตอนที่เธอออกจากเตียงของชายแปลกหน้ามา
ไม่นานเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่บริเวณเดียวกันกับเธอรวมถึงไข่มุกก็เดินเข้ามาเพราะเป็นเวลาเริ่มงานในช่วงบ่ายแล้ว
“ขอบคุณที่ให้ธนาคารPPKPได้ดูแลนะคะ สวัสดีค่ะ” นับพรกล่าวจบบทสนทนาหลังจากให้บริการข้อมูลลูกค้าเรียบร้อยแล้วซึ่งนับเป็นสายสุดท้ายของวันนี้
นับพรเป็นพนักงานให้บริการข้อมูลทางโทรศัพท์ของธนาคารชื่อPPKP ซึ่งย่อมาจากนามสกุลดังของไฮโซ ภัคภาคิณภัทร
ความรู้ความสามารถของเธอจัดว่าโดดเด่นและเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน เพราะเธอชอบที่จะให้ความช่วยเหลือกับทุกคน แม้ว่างานที่เธอทำอยู่จำเป็นต้องแข่งขันกันเองกับเพื่อนร่วมงาน แต่เธอก็ยินดีให้ความช่วยเหลือเมื่อมีคนร้องขอ
“วันนี้สายเยอะจังวะแก พูดจนลิ้นพันกันแล้วเนี่ย” ไข่มุกบ่นออกมาหลังจากเลิกงานแล้วกำลังเดินทางกลับบ้านด้วยกันกับนับพร
“บ่นไรวะ วันจันทร์ก็แบบนี้ตลอดไหมล่ะ นี่ดีแค่ไหนละที่ไม่ติดวันหยุดยาวสายถล่มขนาดไหนก็เคยเจอกันมาแล้วปะวะ” นับพรเอ่ยอย่างชินชาขณะที่กำลังทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้เพื่อนรัก
ทั้งสองกลับบ้านด้วยกันทุกวันเพราะที่พักของไข่มุกอยู่ไม่ไกลกันกับของเธอแล้วก็เป็นทางผ่านมาทำงานด้วย
“แต่ทำไมวันนี้ฉันเจอแต่คนประสาทแดกอะแก คืออยากจะถามกลับไปเหมือนกันนะว่า มีคำตอบอยู่ในใจแล้วจะโทรมาถามทำไมคะ? แม่ง! แนะนำอะไรบอกอะไรก็ไม่เอาสักอย่าง” ไข่มุกบ่นอย่างหัวเสีย
ซึ่งเป็นปกติของพนักงานที่นี่ เวลารับสายเสียงสวยเหมือนนางฟ้า หลังรับสายบ่นเหมือนป้าข้างบ้าน
“แล้วแกไม่ถามกลับไปล่ะ” นับพรแกล้งถามกวนกลับเพื่อนตัวเล็กของเธอ
“ก็ตราบใดที่การดำรงชีวิตประจำวันยังต้องใช้เงิน ฉันก็คงทำได้แค่ตอบไปว่า ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่ะ ขออภัยค่ะ ขออภัยค่ะ ต่อไปแหละแก”
“คำตอบไม่ตรงใจไงแก อีกอย่างเลยนะพูดตอนคนเขาไม่อยากฟัง ต่อให้แกพูดดังแค่ไหนเขาก็ไม่ได้ยิน”
“หูย คารม คมหอกมากแม่ ฮ่าๆ ว่าแต่จะแวะกินอะไรก่อนไหม หรือกลับห้องเลย” ไข่มุกถามเพราะเห็นว่าท่าทางของเพื่อนเธอดูเหนื่อยๆ เพลียๆ
“กลับเลยเหอะ เอาจริงๆ ก็เหนื่อยอยู่นะจะว่าไป” นับพรตอบเพื่อนสาวก่อนจะมองเหม่อออกไปขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่
“นับ นับ ไอ้นับ!” นับพรสะดุ้งสุดตัวเมื่อเพื่อนสาวเรียกเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเสียงที่ดังมากกรอกลงมาที่ใบหูเล็กของเธอ
“แม่หก! โห่ ไอ้มุกเล่นอะไรของแกเนี่ย เกิดฉันตกใจเหยียบคันเร่งขึ้นมาชนยับเลยนะเว้ย” หญิงสาวบ่นให้เพื่อนตัวเล็กของเธอชุดใหญ่
“ขอโทษๆ ว่าแต่แกเป็นไรวะ เดี๋ยวนี้มีเหม่อมีใจลอย แหนะแอบคิดถึงผู้ที่ไหนหรือเปล่า?”
ไข่มุกแกล้งหยอกถามด้วยใบหน้าล้อเลียนเล็กๆ แต่นั่นกลับทำให้นับพรหน้าขึ้นเสียระเรื่อน้อยๆ ตรงพวงแก้มใส
จะไม่ให้แดงได้ยังไงก็ในเมื่อเรื่องที่เธอคิดอยู่เมื่อกี้ก็เป็นเรื่องคืนนั้น กับเขาคนนั้นที่เป็นใครก็ไม่รู้อยู่
“แกจะบ้าเหรอ อย่างฉันจะมีใครให้คิดถึง ทำอยากกับฉันจะกล้าคุยกล้าคบกับใครอย่างนั้นแหละ”
“ไม่มีก็ไม่มีดิ หน้าแดงทำไมวะ”
“จะไม่ให้แดงยังไงไหวคะเพื่อน ดูแดดเมืองไทยด้วยค่ะ นี่ไม่ละลายกองลงกับพื้นก็ดีแค่ไหนละ”
เมื่อโดนเพื่อนจี้ถาม นับพรจึงโยนความผิดให้ดินฟ้า อากาศทันที ทั้งที่จริงๆ แล้วตอนนี้เธอทั้งสองนั่งอยู่ในรถที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ในช่วงเวลาย่ำค่ำแบบนี้
“เหรอ... ร้อนมากมั้งในรถเนี่ย เออ ช่างเหอะฉันจะถามแกว่าแกรู้จักคุณภคิณไหมวะ คนที่เป็นไฮโซ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง หล่อลากกระชากวิญญาณที่เป็นข่าวบ่อยๆ ช่วงนี้น่ะ”
ไข่มุกถามทันทีที่หน้าฟีดข่าวขึ้นข่าวของชายหนุ่มคนดัง เนื้อหาข่าวก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าสเปกสาวในดวงใจ ตอนนี้มีใครหรือยัง เป็นเรื่องส่วนตัวเสียมากกว่าเรื่องงานเสียอีก ทั้งที่เขาเป็นถึงเจ้าของโรงแรมชื่อดังอันดับหนึ่งของไทย
“ไม่อะ อย่างฉันจะไปรู้จักใครวะ” ก็เธอไม่ใช่คนที่จะสนใจเรื่องของไฮโซ คนดัง ไอดอล อะไรแบบนั้นเพราะสำหรับเธอแล้วเส้นทางชีวิตของเธอกับคนเหล่านั้นคงเหมือนเส้นขนานที่ไม่น่ามีวันโคจรมาพบกันได้
วิถีการใช้ชีวิตก็ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน แถมวันๆ ก็ทำแต่งานวันหยุดก็กลับแต่บ้าน
“คนนี้ไงแก นี่ไง ดูสิ เป็นไง อึ้งดิ อึ้งแดกไปเลยเพื่อนฉัน ไหนว่าไม่สนไง หล่อช็อกโลกเลยไหมแก” ไข่มุกยื่นรูปที่อยู่บนหน้าจอมือถือของเธอให้เพื่อนดู
อดที่จะแซวออกมาไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางตกใจจนแทบช็อกของเพื่อนรัก เพราะปกติเพื่อนของเธอไม่ใช่คนที่สนใจใครแบบนี้ไม่ว่าจะหล่อมากขนาดไหนก็ตาม
“อะ... เออ ช็อก ช็อกมาก”
“ไอ้นับ วันนี้ไม่ไปฟิตเนสนะแก ฉันลืมเอาชุดมาน่ะ แวะไปเดินห้างกันดีกว่า” ไข่มุกขยับเก้าอี้เข้าไปหาเพื่อนรักที่เป็นสารถีให้เธอเป็นประจำก่อนจะเอ่ยชวน
“อีกแล้วนะ ฉันรู้นะแกตั้งใจลืมเหอะ แล้วไอ้ที่จะไปห้างเนี่ยแกมีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่” นับพรเอ่ยถามอย่างรู้ทัน
ก็เพื่อนรักของเธอเป็นสาววายเต็มขั้น สายติ่งเต็มตัวมาตั้งแต่สมัยมหาลัยมาจนตอนนี้ทำไมเธอจะเดาไม่ออก
“เบื่อนักคนรู้ทันเนี่ย”
“ก็ไม่ได้เพิ่งเป็นเพื่อนกับแกเมื่อวานมั้ยอะ สรุปยังไงใครมาอีกล่ะวันนี้”
“บอกไปแกก็ไม่รู้จักและแกก็ไม่สนใจอยู่ดีเพราะเลือดแกมันไม่วายอะนะ แต่ยังไงก็ไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ น๊า นะ”
“เออๆ ไปก็ไป รถติดอีกแน่เลย แต่ฉันไม่เข้าไปมุงดูกับแกนะเดี๋ยวฉันเดินเล่นรอละกัน” ในเมื่อถูกอ้อนขนาดนี้ก็อดที่จะใจอ่อนพาไปไม่ได้
“แสนดีที่หนึ่งเลยคนนี้เนี่ย” ทันทีที่พูดจบ มือสวยของเพื่อนรักก็จับสองแก้มอิ่มของนับพรดึงเบาๆ อย่างมันเขี้ยว
เมื่อมาถึงห้างใหญ่ใจกลางเมืองแล้วสองสาวก็แยกย้ายกันไป นับพรหลังจากแยกกันกับไข่มุกแล้วจึงหาเดินเล่นดูของไปเรื่อยร้านเครื่องสำอางบ้าง เสื้อผ้าบ้าง ร้านไหนดูน่าสนใจก็มีแวะเดินเข้าไปดูบ้าง
จนสายตามาสะดุดอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น แผ่นหลังกว้างนั้นดูดีน่าค้นหา แต่มันก็ดูคุ้นๆ บอกไม่ถูกจนอดไม่ได้ที่จะจ้องมองอยู่สักพัก พอดีกับร่างสูงนั้นกำลังหันหน้ากลับมา
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ นับพรทรุดลงมานั่งหลบอยู่หลังชั้นวางสินค้าทันทีด้วยกลัวว่าตัวเองจะเข้าไปอยู่ในม่านสายตาของหนุ่มหล่อคนนั้น
“โลกกลมไปอี้ก เห็นไหมวะนั่น ไม่เห็นหรอก เอ้า แต่เห็นแล้วไงอะ แล้วเราจะหลบทำไมวะ เขาคงจำผู้หญิงที่นอนด้วยคืนเดียวไม่ได้หรอก เดี๋ยวนี้คนเขาวันไนท์สแตนด์กันเยอะแยะไป รึเปล่าวะ!” เธอคุยกับหัวไหล่ตัวเอง ประหนึ่งเป็นนางเอกซีรีส์เกาหลี
หลังจากที่บ่นกับตัวเองถามเองตอบเองเบาๆ เสร็จจึงตัดสินใจเดินหลบออกไปอีกทาง เดินเล่นอีกสักหน่อยก่อนที่จะกลับไปรอเพื่อนรักที่รถโดยที่ไม่ลืมโทรไปบอกไข่มุกให้รู้ไว้
ทางด้านของภคิณหลังจากยืนรอเลขาเพื่อนสนิทเคลียร์ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารเสร็จจึงหันหลังกลับมาด้านนอกแล้วสายตาก็ไปสะดุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขามั่นใจว่าเธอมองเขาอยู่ก่อน
[ไงมึง คุณนับอาการดีขึ้นแล้วเหรอวะ]“เออ ยาหมดฤทธิ์ไปละ ตอนนี้หลับอยู่ ว่าแต่เรื่องไอ้ทนุเป็นไงมั่งวะ”[กูเอาตัวส่งตำรวจไปละ ดีนะที่เมื่อคืนมันไม่เอาลูกน้องมาด้วย เลยจับมันง่ายหน่อย แล้วตอนนี้ก็ได้หลักฐานครบ พร้อมเอาผิดมันได้ละ]“เออ ถ้าหลักฐานพร้อมแล้วก็ดำเนินคดีกับมันได้เลย” ไม่ต้องพูดอะไรกันมากมายแทนไทก็รู้ดีว่า เรื่องนี้ไม่มียอมความทุกกรณีที่ผ่านมาทนุรับสินบนจากลูกค้าเพื่ออนุมัติสินเชื่อรายใหญ่ทั้งที่ไม่ผ่านเงื่อนไข ตกแต่งตัวเลขบัญชีเพื่อยักยอกเงินของแผนกอีกทั้งยังมีเรื่องคาวๆ ที่ทนุแอบกินเด็กในแผนกของตัวเองหากใครไม่สมยอมก็จะทำแบบเดียวกันกับที่ทำกับนับพร แต่ดีว่าคนรักของเขารอดมาได้จริงอยู่ว่าภคิณเองก็เคยมีอะไรกับผู้หญิงมามากมาย แต่เขาต่างจากทนุตรงที่เขาไม่เคยขืนใจใคร ไม่เคยคิดจะถ่ายคลิปไว้ข่มขู่ใครอย่างที่ไอ้ทนุมันทำและเมื่อเขาเจอกับนับพรแล้ว เขาก็เลิกที่จะมีวันไนท์สแตนด์ไปเลย เพราะสำหรับภคิณแล้วนับพรเพียงคนเดียวก็เติมเต็มเขาจนไม่รู้สึกขาดอีกต่อไป[เออมึง ส่วนพนักงานที่ชื่อเมย์อะ มึงจะเอายังไง]“ใครทำเมียกู กูก็ไม่เอาไว้ทั้งนั้น”[ไล่ออกพร้อมใส่รายชื่อลงในแบล็กลิสแจ้งกับทุกธนา
“นับ ไอ้นับ แกไหวมั้ยวะ คุณภคิณช่วยไอ้นับด้วยค่ะ” ไข่มุกที่เห็นท่าทางทุรนทุรายของเพื่อนก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แม้จะไม่คุ้นชินกับเรื่องพวกนี้ แต่เธอก็พอจะดูออกว่าเพื่อนตัวเองโดนยาอะไร“ไอ้คิณ มึงหยุดก่อน ไปดูคุณนับเร็ว ไอ้คิณ!” แทนไทตะโกนเรียกเพื่อนรักที่กำลังขาดสติอยู่“มุก ช่วยนับด้วย นับไม่ไหวแล้วมุก นับร้อนอะมุก ช่วยนับด้วย” หลังจากที่ต้องอดทนและฝืนความต้องการมาสักพัก จนตอนนี้นับพรทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเธอนอนดิ้นทุรนทุราย แม้จะอายแต่เธอทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ทั้งที่พยายามอดทนต่อไปแต่มือเรียวก็เอาแต่จะปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองอย่างห้ามไม่ได้หลังจากเรียกสติกลับมาได้แล้ว ภคิณก็รีบพุ่งตัวเข้าหาคนรักทันที เขาสวมกอดเธอไว้แน่น ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ามาช้ากว่านี้เธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง“นับ นับ ไม่เป็นไรนะ นับใจเย็นก่อน ไปกับพี่นะคะ”“พี่คิณ นับร้อน นับไม่ไหวแล้วค่ะ พี่คิณช่วยนับด้วย ช่วยนับหน่อยนะคะ” เมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดของคนรัก นับพรก็ไม่จำเป็นต้องฝืนอีกต่อไป ตอนนี้เธอลืมความอายไปจนหมด“ไอ้แทนกูฝากเคลียร์ทางนี้ด้วยนะ” ภคิณไม่ลืมฝากฝังให้เพื่อนรักจัดการทุกอย่างต่อให้ เขาจะเช็กบิลกับไอ้ทนุทีเดียวหลัง
“คุณทนุ คุณมาที่นี่ได้ไง” ไม่คิดมาก่อนว่าเมย์กับทนุจะรู้จักกัน“ทำไมจะมาไม่ได้ล่ะ ก็นี่ห้องพี่เอง” ไม่แปลกที่นับพรจะไม่รู้จักห้องนี้ เพราะเขาซื้อที่นี่หลังจากที่เลิกกับเธอนานแล้ว“ฉันทำส่วนของฉันแล้ว คุณก็อย่าลืมทำตามที่ตกลงกันไว้ล่ะ” เมย์หันไปทวงสัญญาที่ทนุให้ไว้ก่อนนี้“ไม่ต้องห่วงหรอก เธอได้นอนกับไอภคิณมันสมใจแน่ แต่มันจะเอาทำเมียมั้ยก็แล้วแต่ฝีมือเธอเองนะ”“นี่หมายความว่ายังไงอะเมย์ เธอทำแบบนี้ทำไม”หน้าตาตกใจและตื่นกลัวของนับพรแบบนั้น ทำให้เมย์รู้สึกพอใจไม่น้อย ไม่บ่อยนักหรอกที่เธอจะได้เห็นสีหน้าแบบนี้จากคนที่ทำอะไรก็ชนะเธอไปเสียหมด“เธอนี่มันโง่กว่าที่คิดนะ คิดหรือว่าฉันจะญาติดีกับเธอง่ายๆ ครั้งที่แล้วเธอรอดไปได้เพราะดันกินผิดแก้วหรอกนะ แต่ครั้งนี้ไม่ผิดแน่”เมย์ยังคงเจ็บใจไม่หายเพราะครั้งที่งานเอาท์ติ้งนับพรดันหยิบแก้วผิดไปก่อน ทำให้เธอต้องเป็นคนกินแก้วที่ใส่ยาปลุกเซ็กส์ไว้เอง สุดท้ายแล้วคืนนั้นเธอก็ต้องถวายตัวเองให้ทนุแทน“ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” เมื่อแน่ใจว่าเสียรู้คนทั้งสองเข้าให้แล้ว นับพรจึงอยากรีบชิ่งหนีออกจากที่นี่ให้ไวที่สุด แต่พอลุกขึ้นเพียงนิดก็รู้สึกเบลอๆ เคลิ้มๆ เหมือนจ
ภวัตรู้ภูมิหลังครอบครัวของนับพรเป็นอย่างดี ทำไมเขาจะไม่ตามสืบเรื่องราวของคนที่ลูกชายเขารัก หากในวันข้างหน้าลูกชายเขาจริงจังถึงขั้นตบแต่ง ผู้หญิงคนนี้จะต้องมายืนเคียงข้างลูกชายเขาเขาไม่ได้สนใจว่าคนที่ลูกเขารักชอบ จะร่ำรวยหรืออยากจน เขาเพียงอยากให้ลูกของเขาได้อยู่กับคนที่รักลูกเขาจริงๆ และเป็นกำลังใจที่ดีให้ลูกของเขาได้ เหมือนตอนที่เขาเลือกที่จะแต่งกับแม่ของลูกๆซึ่งประวัติของนับพรที่เขาได้รับรายงานมานั้นถือว่าดีในระดับหนึ่งแต่ถ้าจะให้รู้ลึกไปกว่านั้นก็ต้องสัมผัสด้วยตัวเอง แต่เขาก็เชื่อในสายตาของลูกชายตัวเองด้วยจึงไม่ได้เข้าไปวุ่นวายอะไรมากนัก“ยัยนีเล่าให้ฟังล่ะสิ” เป็นธรรมดาของพี่น้องที่มักจะฟ้องเรื่องของกันและกัน ภคิณจึงอดที่จะมุ่งเป้าไปที่นีไม่ได้“ลูกน้องพ่อก็มี ไม่ต้องรอให้ถึงมือยัยนีหรอก ว่าไง คนนี้จริงจังหรือเปล่า” นี่คือสิ่งที่เขาอยากได้ยินจากปากลูกชายตัวเองมากกว่า“พ่อไม่ถามหน่อยเหรอ เป็นลูกเต้าเหล่าใคร รวยมั้ย อะไร ยังไง” ภคิณแน่ใจว่าพ่อของเขาคงสืบมาแล้ว แต่นี่พ่อของเขาไม่คิดจะทักจะท้วงบ้างเลยหรือไงกัน“ไม่อะ ถ้าแกได้เขามาแล้ว เขาจะยากดีมีจน ยังไงแกก็ต้องหาเลี้ยงเขา เมียคนเด
จริงอยู่ที่ลูกค้าพยายามหลอกล่อหรือยั่วยุให้นับพรแสดงอารมณ์ร่วมอยู่หลายครัง แต่นับพรก็ไม่เคยไปตามอารมณ์ลูกค้าเลย แต่ลูกค้ากลับโมโหที่เธอเงียบในขณะที่ลูกค้ากำลังเหวี่ยงใส่ หาว่าเธอตั้งใจกวนโมโห “ผลออกมาแล้วนะ สรุปนับไม่ผิดตามข้อกล่าวหานะ” ปลาเรียกนับพรมาพบอีกครั้งเพื่อรับฟังผลการตรวจสอบ ครั้งนี้มีอ้อยที่เป็นหัวหน้าทีมนั่งฟังอยู่ด้วยกัน “ค่ะ ขอบคุณพี่ปลากับพี่อ้อยนะคะ” นับพรยกมือไหว้หัวหน้าทั้งสองตามลำดับ “นับรู้จักกันกับลูกค้าคนนี้ส่วนตัวมั้ย คิดว่ามีใครจงใจแกล้งหรือเปล่า” ปลาที่ยังคงสงสัยเพราะหลังจากที่ฟังไฟล์เสียงแล้ว มันไม่มีอะไรที่น่าจะทำให้ร้องเรียนถึงขั้นนั้นได้เลย“คงไม่มีใครทำอะไรแบบนั้นมั้งคะ นับก็มีส่วนทำให้ลูกค้าของขึ้นจริงๆ ต้องขอโทษพี่ปลากับพี่อ้อยอีกครั้งนะคะที่ทำให้เสียเวลา” นับพรยังคงขอโทษในส่วนที่เธอผิด แม้จะเป็นเพียงแค่ 1% ก็ตาม “ไม่ต้องขอโทษหรอก ฟังไฟล์เสียงดูก็รู้ว่าลูกค้าจงใจแกล้ง ทำอย่างกับมีเรื่องกันส่วนตัวมาก่อนงั้นแหละ” อ้อยแสดงความคิดเห็นออกมาบ้าง “พี่ถึงถามไงว่ารู้จักกันส่วนตัวกับลูกค้าคนนี้มั้ย” ปลาถามย้ำอีกครั้ง “นับไม่รู้จักจริงๆ ค่ะ” “แต่ถึงยังไงนับ
ตอนนี้เป็นเวลาพักกลางวันและพวกเธอก็กำลังจะไปทานอาหารกันที่โรงอาหารสำหรับพนักงาน วันนี้พวกเธอไม่มีนัดกับสองหนุ่มเพราะเห็นว่าพวกเขางานยุ่ง“ไม่มีอะไรหรอกแก เขาน่าจะถามทางน่ะ แกเดินไปก่อนเลยเดี๋ยวตามไป” นับพรหันไปตอบให้เพื่อนรัก ไข่มุกเองก็พยักหน้ารับแล้วเดินไป นับพรจึงหันกลับมาคุยกับคนสวยตรงหน้าต่อ“คุณ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”“ดิฉันภัคคินีค่ะ เรียกนีเฉยๆ ก็ได้ค่ะ” สาวสวยแนะนำตัวอย่างเป็นกันเองก่อนที่จะเริ่มเข้าเรื่อง“นีมีเรื่องอยากคุยกับคุณนับเป็นการส่วนตัวน่ะค่ะ ไม่ทราบจะขอรบกวนเวลาหน่อยได้มั้ยคะ”“ดิฉันมีเวลาพักชั่วโมงหนึ่ง พอมั้ยคะ” เธอต้องถามให้แน่ใจเพราะเธอเองเป็นแค่มนุษย์เงินเดือน เวลาพักก็มีจำกัด“เราทานไปคุยไปดีกว่านะคะ นีอยากคุยเรื่องพี่คิณน่ะค่ะ คุณนับคิดว่าน่าจะนานไหมคะ”นับพรตัดสินใจลางานช่วงบ่ายไปเลย เพราะยังไงหลังจากคุยเสร็จเธอคงไม่มีอารมณ์กลับมาทำงานต่อแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องของเธอกับภคิณจะจบเร็วขนาดนี้“งั้นรอสักครู่นะคะ ดิฉันขอไปแจ้งหัวหน้าก่อน”วันนี้ภคิณมีนัดทานมื้อเที่ยงกับนี น่าแปลกใจที่ครั้งนี้นีกลับไม่ให้เขาไปรับ ทั้งที่เธอไม่มีรถใช้ตอนอยู่ที่ไทยด้วยซ้ำ แต่เข







