เข้าสู่ระบบ“ไอ้นับ วันนี้ไม่ไปฟิตเนสนะแก ฉันลืมเอาชุดมาน่ะ แวะไปเดินห้างกันดีกว่า” ไข่มุกขยับเก้าอี้เข้าไปหาเพื่อนรักที่เป็นสารถีให้เธอเป็นประจำก่อนจะเอ่ยชวน
“อีกแล้วนะ ฉันรู้นะแกตั้งใจลืมเหอะ แล้วไอ้ที่จะไปห้างเนี่ยแกมีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่” นับพรเอ่ยถามอย่างรู้ทัน
ก็เพื่อนรักของเธอเป็นสาววายเต็มขั้น สายติ่งเต็มตัวมาตั้งแต่สมัยมหาลัยมาจนตอนนี้ทำไมเธอจะเดาไม่ออก
“เบื่อนักคนรู้ทันเนี่ย”
“ก็ไม่ได้เพิ่งเป็นเพื่อนกับแกเมื่อวานมั้ยอะ สรุปยังไงใครมาอีกล่ะวันนี้”
“บอกไปแกก็ไม่รู้จักและแกก็ไม่สนใจอยู่ดีเพราะเลือดแกมันไม่วายอะนะ แต่ยังไงก็ไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ น๊า นะ”
“เออๆ ไปก็ไป รถติดอีกแน่เลย แต่ฉันไม่เข้าไปมุงดูกับแกนะเดี๋ยวฉันเดินเล่นรอละกัน” ในเมื่อถูกอ้อนขนาดนี้ก็อดที่จะใจอ่อนพาไปไม่ได้
“แสนดีที่หนึ่งเลยคนนี้เนี่ย” ทันทีที่พูดจบ มือสวยของเพื่อนรักก็จับสองแก้มอิ่มของนับพรดึงเบาๆ อย่างมันเขี้ยว
เมื่อมาถึงห้างใหญ่ใจกลางเมืองแล้วสองสาวก็แยกย้ายกันไป นับพรหลังจากแยกกันกับไข่มุกแล้วจึงหาเดินเล่นดูของไปเรื่อยร้านเครื่องสำอางบ้าง เสื้อผ้าบ้าง ร้านไหนดูน่าสนใจก็มีแวะเดินเข้าไปดูบ้าง
จนสายตามาสะดุดอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น แผ่นหลังกว้างนั้นดูดีน่าค้นหา แต่มันก็ดูคุ้นๆ บอกไม่ถูกจนอดไม่ได้ที่จะจ้องมองอยู่สักพัก พอดีกับร่างสูงนั้นกำลังหันหน้ากลับมา
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ นับพรทรุดลงมานั่งหลบอยู่หลังชั้นวางสินค้าทันทีด้วยกลัวว่าตัวเองจะเข้าไปอยู่ในม่านสายตาของหนุ่มหล่อคนนั้น
“โลกกลมไปอี้ก เห็นไหมวะนั่น ไม่เห็นหรอก เอ้า แต่เห็นแล้วไงอะ แล้วเราจะหลบทำไมวะ เขาคงจำผู้หญิงที่นอนด้วยคืนเดียวไม่ได้หรอก เดี๋ยวนี้คนเขาวันไนท์สแตนด์กันเยอะแยะไป รึเปล่าวะ!” เธอคุยกับหัวไหล่ตัวเอง ประหนึ่งเป็นนางเอกซีรีส์เกาหลี
หลังจากที่บ่นกับตัวเองถามเองตอบเองเบาๆ เสร็จจึงตัดสินใจเดินหลบออกไปอีกทาง เดินเล่นอีกสักหน่อยก่อนที่จะกลับไปรอเพื่อนรักที่รถโดยที่ไม่ลืมโทรไปบอกไข่มุกให้รู้ไว้
ทางด้านของภคิณหลังจากยืนรอเลขาเพื่อนสนิทเคลียร์ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารเสร็จจึงหันหลังกลับมาด้านนอกแล้วสายตาก็ไปสะดุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขามั่นใจว่าเธอมองเขาอยู่ก่อน
แต่เราก็หากันจนเจอ
มันนานแค่ไหนที่คอยเธอมา
รู้สึกไหมว่าชีวิตคุ้มค่า
เมื่อมีใครสักคนข้างกาย
เกิดมาเพื่อหาใครคนหนึ่ง(เพลง หากันจนเจอ // กบ เสาวนิตย์
+ กบ ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี)เสียงเพลงรอสายของใครสักคนที่เดินผ่านหน้าภคิณดังขึ้นมาแทรกกลางระหว่างเขากับนับพร
เพลงใครวะ มาได้จังหวะเกิ้น ภคิณคิดในใจอย่างนึกขัน
ถ้าภคิณจำไม่ผิด เธอคือผู้หญิงคนนั้นที่เขาให้คนตามหามาหลายวันแล้ว แต่ที่ไม่เข้าใจคือเธอหลบเขาทำไม ในขณะที่เท้าทั้งสองกำลังจะก้าวไปตามทางที่เธอหลบอยู่ก็ต้องหยุดชะงักด้วยเสียงทักจากลูกค้าของทางโรงแรม
เขาละสายตามาทักทายกลับลูกค้าเพียงครู่เดียวเท่านั้น หันกลับไปอีกทีก็ไม่เห็นสาวปริศนาคนสวยของเขาอีกแล้ว
งานอบรมประจำไตรมาสที่สอง ในหัวข้อทักษะการโน้มน้าวใจ เสียงของเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนประกาศเรียกผู้เข้ารับการอบรมดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเริ่มแล้ว
“สำหรับผู้ที่เข้าอบรมวันนี้เดี๋ยวเชิญลงทะเบียนด้านนี้ได้เลยนะคะ เสร็จแล้วก็เข้าไปหาที่นั่งด้านในได้เลยค่ะ”
สิ้นคำพูดนั้นประตูทางเข้าถูกเปิดกว้างขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าอบรมเดินเข้าด้านในได้อย่างสะดวก
“ทำไมหวยมาออกที่เราสองคนได้วะไอ้นับ หมดกันวันศุกร์สุขจุงเบยของฉัน” ไข่มุกเอ่ย
นับพรที่กำลังลงชื่ออยู่ถึงกับชะงักแล้วหันมาสะกิดเพื่อนสาวให้เงียบก่อนเพราะเกรงว่าคนอื่นได้ยินแล้วมันจะไม่ดี แต่จะไม่ให้บ่นเลยก็คงไม่ไหวเพราะการอบรมครั้งนี้ไม่ได้มีอยู่ในตารางอบรมประจำปี แต่มีแทรกขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
จริงอยู่ที่เรื่องแบบนี้จะมีแทรกขึ้นมาได้ แต่มันน่าหงุดหงิดใจตรงที่หาใครมาไม่ได้แล้วจึงมาขอร้องให้พวกเธอมาแต่ก็ยังดีที่ให้พวกเธอมาด้วยกันอย่างน้อยก็ยังมีเพื่อน
“ตอนกรอกใบสมัครจำไม่ได้เหรอคะ ไหนบอกยอมรับทุกการเปลี่ยนแปลงได้ไง ไม่ดีหรือไงวันนี้จะได้ไม่ต้องทำงาน”
“แต่ต้องแลกกับการมานั่งฟังบรรยาย อ่านสไลด์ที่แสนจะน่าเบื่อแบบนี้เนี่ยนะ แถมต้องมาอบรมที่สำนักงานใหญ่อีก ร้อยวันพันปีแทบจะไม่ค่อยได้มาเหยียบ”
“เอาน่า บ่นเก่งจังเลยนะเดี๋ยวนี้อะ เดี๋ยวก็แก่เร็วหรอก” พูดจบนับพรก็ดึงมือเพื่อนตัวเล็กให้เข้าไปหาที่นั่งด้านในหลังจากที่ลงทะเบียนกันเรียบร้อยแล้ว
“ไอ้นับ! หัวหน้าบอกไหมว่ามาอบรมกับแผนกไหนมั่งอะ ทำไมไม่คุ้นหน้าใครเลยวะ นี่เราเข้าห้องผิดหรือเปล่าแก”
หลังจากมองสำรวจไปรอบๆ แล้วไข่มุกจึงเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยเพราะผู้คนที่เธอเห็นกลับไม่คุ้นหน้าคุ้นตา แถมดูจากลักษณะแล้วน่าจะเป็นระดับบริหารส่วนใหญ่เสียมากกว่า
“เห็นเขาบอกว่าเป็นการอบรมร่วมกันกับทุกแผนกที่มีและก็ทุกตำแหน่งเลยแก ไม่มีแบ่งแยกเห็นพี่อ้อยบอกเหมือนเขาอยากลดช่องว่างระหว่างแผนกแล้วก็ระหว่างตำแหน่งอะไรแบบนี้อะนะ ระดับผู้บริหารก็มีเข้าร่วมนะแก แต่ไม่รู้ว่ารอบนี้จะมีมาหรือเปล่า”
“อ่า สงสัยเขาจับเรายัดรอบนี้เพราะไม่มีใครอยากมาแน่เลยแก ดูดิระดับบริหารอย่างเยอะ แต่ก็ช่างเหอะแกมาดูตรงนี้ดีกว่าไอ้นับ นู่น นู่น แกเห็นเหมือนที่ฉันเห็นไหมวะ” ไข่มุกกระซิบบอกพลางชี้ไปยังร่างสูงโปร่งทั้งสอง
“อะไรของแกอีกวะ” นับพรมองตามปลายปากกาที่เพื่อนชี้ไปก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น
อีกแล้ว ผู้ชายคนนี้อีกแล้ว ช่วงนี้ทำไมเจอบ่อยจังวะ ทีแต่ก่อนไม่เห็นเคยเจอสักที
เธอทำได้เพียงแค่คิดบ่นอยู่ในใจ ก็ตอนที่ยังไม่เกิดเรื่องคืนนั้นเธอไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อหรือได้ยินเรื่องราวของเขามาก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนคนนี้ในประเทศนี้ แต่ตอนนี้กลับเจอบ่อยมาก
“ก็นั่นไงแกคนที่ฉันเคยเล่าให้ฟังไง ที่ให้ดูรูปแล้วแกก็ช็อกไปเลยอะ ว่าแต่เขามาทำอะไรที่นี่วะ ที่ฉันเคยอ่านข่าวเขามาคือเขาเป็นเจ้าของโรงแรมอันดับหนึ่งของประเทศเราเลยนะเว้ย
“…” นับพรที่พยายามครุ่นคิดแต่ก็ไม่มีคำตอบออกมา
“ก็ไอ้ผับที่เราไปกันวันนั้นไงอยู่ในโรงแรมเขานั่นแหละ” ไข่มุกอธิบายต่อตอนท้ายเพื่อให้เพื่อนรักนึกออกเร็วขึ้น
“อ๋ออออ เออๆ ช่างเขาเถอะ แกหันมาสนใจหาที่นั่งดีกว่าปะ เดี๋ยวก็ได้ไปนั่งแถวหน้าหรอกนี่ก็ใกล้จะเริ่มแล้วด้วย”
นับพรร้องลากเสียงยาวให้เพื่อนเธอรู้ว่าเธอนึกออกแล้ว ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพากันไปหาที่นั่งซึ่งเธอตั้งใจเลือกนั่งอีกฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกันกับคนคนนั้น
เธอได้แต่หวังอยู่ในใจให้เขาคนนั้นจำเธอไม่ได้โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเขาคนนั้นจำเธอได้แม่นยำขนาดไหนเพราะแค่เพียงเสี้ยววินาทีที่ภคิณหันมาพบกับสาวปริศนาที่เฝ้าตามหามานานอีกครั้ง
เขาแทบอยากจะพุ่งเข้าไปหาเธอแต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะการอบรมกำลังจะเริ่มแล้ว
“เอาล่ะค่ะ ในเมื่อทุกท่านพร้อมแล้วมิ้นท์ก็จะขอเริ่มการอบรมในวันนี้กันเลยนะคะ ซึ่งก่อนที่เราจะเข้าสู่เนื้อหาหลักและทำความรู้จักกับวิทยากรของการอบรมในวันนี้ มิ้นท์ว่าเรามาทำความรู้จักกับคนข้างๆ กันก่อนดีกว่าค่ะ แต่ แต่ แต่ มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ใช่คนที่มาจากแผนกเดียวกันนะคะ เดี๋ยวมิ้นท์จะให้จับกลุ่มละห้าคนค่ะแล้วทำความรู้จักกันถามชื่อ อายุ และแผนกที่มาด้วยนะคะ โดยที่จะมีเวลาให้เพียงห้านาทีเท่านั้น ถ้าพร้อมแล้วก็... เริ่มได้เลยค่ะ”
ทันทีที่เสียงพิธีกรสาวสิ้นสุดลง ภคิณก็สาวเท้าก้าวตรงไปหานับพรด้วยท่าทีคุกคามเล็กๆ นับแต่ที่เธอก้าวเข้ามาในห้องประชุมนี้สายตาเขา เอาแต่จับจ้องหญิงสาวอยู่ตลอดเวลา แทบไม่มีสมาธิสนใจฟังเสียงจากเลขาคนสนิท
‘ไอ้คิณ สติมึง สติ’ เสียงกระซิบที่ดูไม่มีความหมายของแทนไทปลิวไปในอากาศ
อีกทั้งภคิณไม่ได้สนใจในสิ่งที่เจ้าหน้าที่แจ้งไว้ก่อนหน้า ว่าเขาไม่จำเป็นต้องเล่นกิจกรรมใดๆ ก็ได้
“ทำไมไม่ปลุกผม จะกลับทำไมไม่บอก โน้ตก็ไม่ทิ้งไว้ให้ แล้วทำไมไม่เอาเงินไปด้วย ทั้งที่ผมก็วางไว้ให้บนกระเป๋าคุณแล้ว” ภคิณเอ่ยเสียงเบาพอให้ได้ยินกันสองคน
ทว่าคนฟังนั้นเรากับถูกจู่โจมเข้าอย่างจัง ดวงหน้าสวยที่ตกแต่งเอาไว้อย่างบางเบา กลับแดงระเรื่อขึ้น
อาย… หรือโกรธกันแน่นะอารมณ์นี้
นับพรเองก็ยังไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ หัวใจเธออยู่ไม่สงบเท่าไหร่นัก
ก็ให้ตายสิ ผู้ชายคนแรก คนเดียว วันไนท์สแตนด์ของเธอจู่ๆ ก็มาอยู่ตรงหน้า แถมเป็นหนึ่งในคนของบริษัทที่ดูแล้วท่าทางจะตำแหน่งสูงไม่เบา เธอดูเอาจากที่พนักงานของบริษัทที่ปฏิบัติต่อเขา
นี่เขาคงจะไม่คิดมาจ่ายค่าตัวกันตรงนี้หรอกนะ
นับพรคิดหนัก สองมือชื้นเหงื่ออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แน่นอนว่าเธอไม่อยากถูกเพื่อนร่วมงานมองไม่ดี ที่สำคัญไม่อยากถูกไข่มุกดุเอาอีก แต่เหนือสิ่งอื่นใด
ก็อายไหมวะ ไม่ได้!! แกต้องนิ่งเข้าไว้ไอ้นับ ก็แค่ผู้ชายที่นอนด้วยปะวะ อายได้ แต่อย่าแสดงออก
คราวนี้เธอได้แต่คิดกับหัวไหล่เจ้าเพื่อนยากของเธออีกแล้ว ไม่ได้พูดคุยกับหัวไหล่ก็ขอให้ได้คิดด้วยกันก็ยังดี นับพรสูดหายใจลึกๆ ให้กำลังใจตัวเอง
เธอกำมือแน่นก่อนปรับสีหน้าเป็นปกติ แล้วเอ่ยกับภคิณด้วยสีหน้าราบเรียบอย่างที่สุด ก็หวังว่าการแสดงของเธอจะไม่ปลอมเกินไปจนเขาจับได้
“ขอโทษนะคะกิจกรรมนี้เขาให้ทำความรู้จักกันกับเพื่อนร่วมองค์กรด้วยกันค่ะ แต่ที่คุณพูดมามันไม่น่าจะเกี่ยวกับกิจกรรมนี้นะคะ”
ภคิณยกยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก แต่มันช่างเป็นยิ้มที่เจ้าเล่ห์และทรงเสน่ห์ไม่เบา
เขาเป็นผู้บริหารและท่าทีปกป้องตัวเองของนับพรก็ถือว่าใช้ได้ แต่อย่างน้อยการเจอกันอีกครั้งก็บอกได้ว่า เธอหวั่นไหวต่อเขา
ไม่เสียแรงที่คืนนั้นทุ่มเทแรงกายลงเสาเอกไปจนลึกสุดใจ
คิดเข้าข้างตนเองอย่างภูมิใจเล็กๆ ก่อนจะถามตามเกมที่เขาให้เล่น แต่ก็ไม่ลืมที่จะเพิ่มคำถามที่เขาอยากรู้ด้วย
“ถ้าอย่างนั้นผมถามเลยแล้วกัน คุณชื่ออะไร อายุเท่าไร แล้วอยู่แผนกอะไร มีแฟนหรือยัง แล้วพักอยู่ที่ไหน”
นับพรเหลือบสายตากล้าๆ กลัวๆ ปนความเขินอายขึ้นมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะคุยกับหัวไหล่ตัวเองอีกครั้งเบาๆ
‘เขาให้ถามสามจะเอาสิบ แฟนกับที่พักมันมีให้ถามที่ไหนกันล่ะ’
“นับพร โสภณวัฒน์ อายุ 25 แผนกคอลเล็คชั่นอินบาวค่ะ” หญิงสาวตอบเพียงคำถามในส่วนที่แจ้งเอาไว้ในเกมเท่านั้น ส่วนอื่นนอกจากนั้นเธอไม่ตอบ ทั้งขบริมฝีปากเอาไว้นิดๆ
เพียงฟันสีขาวซี่เล็กขบเม้มริมฝีปากระเรื่อ ภคิณก็เผลอกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว
“คุณภคิณครับ หิวน้ำหรือเปล่าครับ” แทนไทโผล่หัวมาถูกช่วงเวลาพอดีเลยโดนเพื่อนรักมองเหวี่ยงเบาๆ พร้อมคำพูดที่แสนสนิทสนม
“เสือก!!”
พอดีกับที่นับพรสบโอกาสเลยปลีกตัวจากภคิณหันไปทำกิจกรรมต่อกับคนอื่นที่อยู่แถวนั้น ซึ่งภคิณเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะข้อมูลเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่เขาจะไปสืบที่เหลือต่อเองแล้ว
แค่เพียงฟันเล็กๆ ปากน้อยๆ เขาก็ร้อนลามไปจนถึงเบื้องใต้
แม่ง! คิณน้อยเสือกตื่นตัวอะไรตอนนี้วะ
และเพราะความตื่นไม่เลือกที่ และดูท่าจะตื่นนาน ภคิณเลยออกจากงานอบรมไปก่อน
“ว่าไงครับมีธุระอะไรกับเมียผมหรือเปล่าครับ” ภคิณยกมือขึ้นกอดคอนับพรแล้วรั้งเธอเข้าหาตัวทันทีที่เดินมาถึง“อะ...เอ่อ มะ ไม่มีอะไรครับ พอดีแค่เข้ามาทักทายน่ะครับ งั้นพวกผมขอตัวเลยนะครับ” ในเมื่อเป็นฟิตเนสสำหรับพนักงาน ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ว่าเขาคนนี้เป็นใคร พวกเขาไม่ควรยุ่งกับคนของเจ้านาย“คุณภคิณ คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย” นับพรหน้าเหวอเมื่อได้ยินเขาเรียกเธอว่า ‘เมีย’อย่าว่าแต่นับพรเลยที่เหวอ ไข่มุกและแทนไทก็เหวอไปกับไอ้คำว่าเมียที่ชัดถ้อยชัดคำ แถมดังลั่นฟิตเนสอีก พนักงานที่นี่ถ้ามีหูก็คงได้ยินไปด้วยแน่นอน“แล้วที่พี่พูดมันไม่จริงเหรอครับ ต้องให้ซ้ำไหม แล้วถ้ายังเรียกพี่แบบเมื่อกี้อีกโดนดีแน่”เมื่อไหร่เธอจะชินกับการเรียกเขาว่าพี่สักที แล้วแม่งตอนอยู่ห้องทำงานยังสับสนว่าความสัมพันธ์ของเขากับนับพรจะเป็นยังไง แต่พอเจอหนุ่มมาอ่อยเธอความหึงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเสียอย่างนั้นเอาละ... ตอนนี้กูหึง ภคิณยอมรับ“พี่คิณ… พูดอะไรแบบนั้นไม่น่ารักเลยค่ะ” แบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ไหนได้เล่า แล้วสองคนนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ทำไมเขาจะต้องพูดถึงขนาดนั้นเมีย… เพียงคิดถึงคำพูดนั้นหัวใจก็ดันเต้นแรงไปอีก“แล้วชุดนี่มั
***แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู*** เสียงเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเป่าเค้กงานวันนี้อาจจะเป่าเร็วกว่างานวันเกิดทั่วไปสักหน่อยเพราะกลัวเด็กๆ จะง่วงนอนเสียก่อน เค้กเอลซ่าจากร้านมีสาขาชื่อดังถูกถือเข้ามาโดยน้ำหวานแม่แท้ๆ ของลูกหว้า เด็กน้อยยิ้มหน้าบานทำท่าจะเป่าเค้กทันที“อย่าเพิ่งเป่าสิลูกหว้า หนูต้องอธิษฐานก่อนนะคะ” นับพรบอกหลานสาวคนสวยของเธอ“ขอให้หนูเรียนเก่งๆ เป็นเด็กดีของพ่อกับแม่ ของปู่ ของย่า ของพี่หวายแล้วก็ของอาด้วย ขอให้หนูไม่ดื้อ พู่ว พู่ว พู่วว”เจ้าของวันเกิดอธิษฐานออกเสียงดังอย่างตั้งใจก่อนจะเป่าเทียน จนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยิ้มปนขำอย่างเอ็นดูงานวันนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมีแค่คนในครอบครัว เพื่อนๆ ของลูกหว้าก็เด็กเกินจึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ จะมีบ้างก็เพื่อนของลูกหวายที่สนิทกับลูกหว้าด้วยและพวกผู้ใหญ่ก็สนิทกันจึงให้มาได้คนที่เพิ่มมาจากทุกปีก็คงหนีไม่พ้นภคิณเจ้านายของเธอกับนัยคนที่มาขับรถให้วันนี้ภคิณอาสาออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งที่จริงมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากเพราะคนที่นี่เลือกกินหมูกระทะที่ทำกินกันอ
ไม่ได้นะนับ ไม่ได้ เราต้องหยุดมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปจริงอยู่ว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอตอนนี้มันทำให้เธอรู้สึกดี แล้วต่อไปล่ะถ้าหัวใจเธอต้องเจอกับความเจ็บปวดอีกล่ะอยู่ๆ นับพรก็รู้สึกกลัว เมื่อนึกถึงความเสียใจเมื่อครั้งอดีต ความหดหู่มากมายเข้ามาห่อหุ้มใจ ความสุขที่พึ่งได้เข้ามาในอาณาเขตหัวใจก็ถูกผลักออกไปในทันทีไม่เอาความรู้สึกแบบนั้น ไม่เอา ไม่อยากได้อีกแล้ว หญิงสาวส่ายหน้าไปมา สับสน และทรมานความสุขอยู่ตรงหน้า ทว่าความทุกข์กลับอยู่ในมุมมืด ที่โผล่เข้ามาเตือนทุกครั้งที่เธอมีความสุข ราวกับไม่อยากให้เธอได้มีความสุข และไม่อยากให้เธอลืมเลือนมันไป“นับ นับ เป็นอะไรหรือเปล่า” ภคิณที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็อดห่วงไม่ได้ ทั้งที่เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ“ปะ เปล่าค่ะ นับแค่...” เธอจะบอกยังไงดี จะปฏิเสธเขายังไงดีสั่นเป็นลูกนกเลย นี่เธอคิดว่าเราจะทำอะไรที่จริงต่อให้เธอไม่พูดออกมา ภคิณก็พอจะดูออก น่าแปลกที่ผู้หญิงคนนี้เคยกล้าบ้าบิ่นมาชวนเขาทำลูก แต่พอได้รู้จักจริงๆ ไม่ประสาเอาเสียเลยในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นผู้หญิงที่ผ่านมาของเขา คงรีบพาเขาขึ้นเตียงไปแล้ว แต่นับพรไม่ใช่ นี่หรือเปล่านะผู้หญิงดีๆ ที่ใคร
สายตาคมจ้องมองเอกสารตรงหน้าพลางเหลือบสายตามองดูนาฬิกาไป ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปจนถึง 18.10 น.แล้ว ป่านนี้คนสวยของเขาคงรอแย่แล้ว งานที่เหลือก็ไม่มีอะไรเร่งด่วนมากเขาตัดสินใจเก็บของเลิกงานทันที“อ้าวเห้ย จะไปไหนยังเซ็นไม่หมดเลย” แทนไทร้องทักทันทีที่เห็นเพื่อนของเขาเตรียมตัวกลับ“เออ เดี๋ยวเอากลับไปตรวจต่อที่บ้าน ที่เหลือนี่ไม่ด่วนไม่ใช่เหรอวะ”“ก็เออ แต่ปกติมึงไม่ดองงานนี่หว่า”“กูไม่ได้ดอง กูแค่จะตรวจให้ละเอียด ว่าแต่มึงบอกนับกับคุณมุกให้รอแล้วปะ”“เออ ไปบอกแล้ว มึงนี่ติดใจอะไรคุณนับขนาดนี้วะ”“ติดใจอะไร กูก็แค่…” ภคิณเองที่พยายามคิดหาเหตุผลมาตอบเพื่อนแต่ก็ว่างเปล่าเขาเองก็คงต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไงกับเธอกันแน่“แค่อะไร มึงรู้ไหมว่ามึงไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มึงไม่ต้องตอบกูก็ได้ มึงหาคำตอบให้ตัวเองให้ได้ก็พอ”“เออๆ กูไม่ทำให้เสียงานหรอกน่า ไปเหอะ ทำอย่างกับมึงไม่อยากไปส่งตัวเล็กมึงงั้นแหละ” ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเพื่อนของเขาสนใจไข่มุกเพื่อนของนับพร แต่ที่ไม่รู้คือสองคนนี้ไปถึงไหนกันแล้วสำหรับเขาตอนนี้เขารู้แค่อยากรู้จัก อยากเข้าใจนับพรในวันนี้มากขึ้นกว่าเมื่อวานแบบนี้ไ
ตื้อดึง ตื้อดึงเสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมแชตของนับพรดังขึ้นขณะที่กำลังเดินทางไปซื้อของกับเจ้านายที่แสนเอาแต่ใจ เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนรักของเธอPearl : ไอ้นับ อยู่ไหนวะPearl : เห็นแต่กล่องข้าว กระเป๋าก็ไม่มี เจ้านายพาออกมาทำงานนอกสถานที่อะ : NabbNaaPearl : งานไรวะ แผนกเรามีนอกสถานที่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้เหมือนกัน ไว้กลับไปเดี๋ยวเล่าให้ฟัง : NabbNaaPearl : เจ้านายเนี่ยใคร คุณภคิณปะ อืม... ใช่ แค่นี้ก่อนนะ น่าจะถึงละ : NabbNaa เออ... ข้าวบนโต๊ะอะ แกกินไปเลยนะ : NabbNaaเมื่อร่ำลากับเพื่อนตัวเล็กเสร็จเรียบร้อยพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานให้กับความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าของแชตไปหนึ่งที นับพรที่กำ
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่วางอยู่ข้างหัวเตียงดังขึ้นตามเวลาที่ตั้งไว้บอกเวลาตี 05:30น.“อือ อื้อ ขออีก 5 นาทีไม่ได้เหรอ” หญิงสาวบ่นงอแงกับตัวเองเธอบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะเอื้อมมือไปปิด แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอต้องเดินทางเองด้วยรถไฟฟ้านอนคิดภาพตามไปว่าถ้าออกสายกว่านี้จะต้องต่อแถวคดเคี้ยวเป็นงูอยู่ชั้นล่างเนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่แน่นขนัดในช่วงเวลาเร่งด่วนยังไม่รวมถึงคนในขบวนรถที่แออัดยัดเยียดเบียดเสียดกันแทบจะรวมร่างได้เลยนับพรรีบลุกพรวดขึ้นแทบจะทันทีเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เธอเสียเวลากับเรื่องนี้ไม่นานมากนักก็พร้อมที่จะออกเดินทางเพื่อไปทำงาน ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่ทำงานซึ่งเร็วกว่าเวลาปกติที่เธอขับรถมาเอง“วันนี้ยังไม่มีใครเปิดไฟเลยแฮะ สงสัยวันนี้จะมาถึงคนแรก” แม้ปกตินับพรจะมาถึงออฟฟิศเช้ามากๆ แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นคนแรกทุกครั้งเธอเปิดไฟตามทางเข้ามาบางส่วนเฉพาะแถวๆ บริเวณโต๊ะของเธอก่อนแล้วก็จะปัดๆ ถูๆ ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน เปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ของเธอเหมือนทุกวันก่อนที่จะเข้าไปทานอาหารเช้าที่แวะซื้อมาจากข้างทางก่อนขึ้นตึกแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไ







