Share

บทที่ 3

Penulis: คาเรน ดับเบิลยู
มุมมองของอิซาเบลลา

ฉันก้าวเข้าไปหาโรซ่า เตรียมจะตบเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่วินเซนต์กลับพุ่งเข้ามาขวางและคว้ามือฉันเอาไว้ “คุณทำอะไรน่ะ?”

“เป็นความผิดของฉันเองค่ะวินเซนต์ คุณอิซาเบลลามีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะโกรธฉัน ตอนแรกฉันเป็นคนขอให้คุณไปตรวจครรภ์กับฉัน ต่อมาฉันก็ย้ายเข้ามาที่นี่” โรซ่าเริ่มแสดงละครเป็นคนไร้เดียงสาอีกครั้ง “เป็นความผิดของฉันเองทั้งหมด ฉันควรจะไปจากที่นี่ ฉันไม่ควรมาที่นี่เลยจริงๆ ในวันนี้”

ก็ดีสิ งั้นก็ไสหัวไปซะ ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวฉัน

ผิดคาดที่วินเซนต์ คนที่พยายามห้ามไม่ให้ฉันตบโรซ่ากลับพูดขึ้นมาว่า “ผมเห็นด้วย คุณควรจะไปนะโรซ่า ผมจะไม่บังคับให้ถรรยาตัวเองออกไปจากที่นี่หรอก”

ฉันตะลึงไปเลย หลังจากผ่านเรื่องราวทั้งหมดมา ฉันนึกว่าเขาจะตะคอกใส่ฉัน หรือสั่งให้ฉันไปซะอีก

โรซ่าเองก็ตกใจเช่นกัน แต่ในอึดใจต่อมา เธอก็เค้นน้ำตาออกมาได้สำเร็จ ร้องอ้อนวอนว่า “โอ๊ย ฉันปวดท้องเหลือเกิน ลูกกำลังโกรธแม่เหรอจ๊ะ?”

อีกครั้งที่ฉันเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของวินเซนต์อ่อนลง เขาใจอ่อนเพราะเธอ มือของเขาลูบบนท้องของเธอ ราวกับว่าเธอคือสิ่งล้ำค่าที่เปราะบางที่สุดในโลก มันทำให้เลือดในกายของฉันเดือดพล่าน

ทุกครั้งที่เธอสวมบทเหยื่อ เขาก็ยอมแพ้เสมอ จนฉันแทบอยากจะอ้วกออกมา

“วินเซนต์” ฉันพูดกัดฟัน “คุณคงไม่ได้เชื่อเธอจริงๆ หรอกใช่ไหม?”

แต่เขาไม่แม้แต่จะมองหน้าฉัน ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งไปที่โรซ่า “เธอเจ็บอยู่” เสียงของเขาอ่อนโยน ราวกับคำพูดนั้นมีไว้สำหรับเธอเพียงคนเดียว “อย่าทำให้เรื่องมันแย่ลงไปกว่านี้เลย”

และแล้วโรซ่าก็ได้อยู่ต่อ ห้องของฉันกลายเป็นห้องของเธอ ส่วนฉันถูกสั่งให้ย้ายลงไปอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ในห้องเล็กๆ ข้างห้องพี่เลี้ยง

วินเซนต์พยายามปลอบฉัน “แค่รอจนกว่าอาการปวดท้องเธอจะดีขึ้น ผมสัญญาว่าจะพาคุณกลับห้องให้เร็วที่สุดจนคุณไม่ทันสังเกตเลยล่ะ โอเคไหม?”

อีกครั้งที่ฉันถูกบอกให้รอ

แต่สิ่งที่วินเซนต์ไม่รู้ก็คือ ฉันไม่ได้ต้องการเด็กคนนี้อีกต่อไปแล้ว

เด็กที่เกิดมาโดยไม่มีพ่ออยู่เคียงข้าง ไม่มีครอบครัวให้ความรักและดูแลไม่มีเหตุผลเลยที่ชีวิตแบบนั้นจะต้องลืมตามาดูโลก

ไม่จำเป็นต้องมีดวงวิญญาณอีกดวงมาทนทุกข์อยู่ในบ้านหลังนี้อีก

หลังจากวันที่โรซ่าย้ายเข้ามาอย่างวุ่นวาย โรซ่าก็ปรับตัวเข้าที่เข้าทาง แต่ฉันไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย ราวกับว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ในขณะที่เธอคงกำลังเพลิดเพลินกับพื้นที่ใหม่ ฉันกลับมุ่งสมาธิไปที่การหาทางติดต่อกับโลกภายนอก วินเซนต์ยังไม่คืนโทรศัพท์ให้ฉัน

ฉันถึงขั้นพยายามต่อรองกับโรซ่า โดยบอกเธอว่าถ้าเธอช่วยฉัน ฉันจะไปจากที่นี่ถาวร ซึ่งหมายถึงวินเซนต์จะเป็นของเธอเพียงคนเดียว

แต่สิ่งที่เธอให้ฉันกลับมามีเพียงสายตาเหยียดหยาม

“คุณคิดว่าฉันอยากได้วินเซนต์งั้นเหรอ? โอ้มายกอด คุณอิซาเบลลา ฉันต้องยอมรับเลยว่า บางครั้งฉันก็เกือบจะชื่นชมคุณเหมือนกันนะ ความพยายามที่คุณทุ่มลงไป ละครตบตาเป็นผู้หญิงที่แสนจะใสซื่อนั่น... ฉันเกือบจะสงสารคุณแล้วล่ะ”

ฉันประเมินโรซ่าต่ำไป ฉันนึกว่าสิ่งที่เธอต้องการมีเพียงการได้วินเซนต์ไปครอบครอง และเธอจะช่วยให้ฉันหายตัวไป แต่ฉันคิดผิด เธอไม่ได้ต้องการวินเซนต์ เธอต้องการเป็นผู้มีอำนาจ สำหรับเธอแล้ว พวกเราก็เป็นแค่ตัวตลกในละครฉากหนึ่งที่เธอสามารถบิดเบือนและปั่นหัวเล่นเพื่อความบันเทิงของตัวเอง

แผนการที่ซับซ้อนและล้ำลึกของเธอมันเกินกว่าที่ฉันจะจินตนาการได้

เธอช่างน่าสะอิดสะเอียนจริงๆ

ทุกๆ วัน วินเซนต์จะกลับบ้านมาดูแลลูกในท้องของโรซ่า ทำตัวเป็นพ่อที่แสนดี เล่นกับเด็กที่ไม่ใช่แม้แต่ลูกของตัวเอง

แต่เมื่อเป็นฉัน เขาจะแค่เคาะประตูห้อง เมื่อเห็นว่าฉันนอนแล้วเขาก็จะปิดประตูลงเงียบๆ เขาไม่เคยคุยกับลูกของเราเลย ไม่เคยใช้เวลากับเด็กในท้องฉันด้วยซ้ำ

ห้องที่ฉันอยู่ตอนนี้แย่ยิ่งกว่าห้องพี่เลี้ยง มันเล็กเสียจนวางได้แค่เตียงนอนหลังเดียว ไม่มีที่ว่างแม้แต่จะให้นั่ง

ห้องทุกห้องในคฤหาสน์ถูกโรซ่าจองไว้หมดแล้ว ห้องหนึ่งสำหรับเด็ก ห้องหนึ่งสำหรับเต้นรำ ห้องหนึ่งสำหรับคอมพิวเตอร์และหนังสือ ห้องหนึ่งสำหรับเสื้อผ้า และอีกห้องไว้สำหรับเก็บของ

วินเซนต์แทบจะใช้ชีวิตอยู่กับเธอ เขานอนห้องเดียวกับเธอด้วยซ้ำ เขาเรียกมันว่าการช่วยดูแลเธอตอนตั้งท้อง แต่ใครจะรู้ล่ะว่ามีอะไรเกิดขึ้นเบื้องหลังประตูที่ปิดตายเหล่านั้นบ้าง?

วันนี้วินเซนต์ทำให้ฉันแปลกใจด้วยการมาเคาะประตูห้อง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “อิซาเบลลา คุณเป็นยังไงบ้าง? คุณยังอยากจะเอาเด็กออกอยู่หรือเปล่า?”

“คุณเชื่อใจได้ผมได้นะ” เขาพูดเบาๆ “ผมรักคุณ ผมจะปกป้องคุณเอง”

นี่เป็นครั้งแรกที่วินเซนต์บอกรักฉัน แต่พูดตามตรง ฉันดูไม่ออกเลยว่าเขาหมายความตามนั้นจริงๆ หรือแค่พยายามจะหลอกล่อให้ฉันเก็บลูกเอาไว้กันแน่

ฉันหลับตาลง พยายามทำใจให้เข้มแข็งแล้วพูดว่า “ฉันจะเก็บเด็กคนนี้ไว้”

“แต่ว่า...”

“แต่อะไร?”

“แต่…คุณต้องคืนโทรศัพท์ให้ฉัน คุณก็รู้ว่าในบ้านหลังนี้ฉันไม่มีใครให้คุยด้วยเลย ฉันจะเหงา และนั่นมันไม่ดีต่อเด็กในท้องหรอกนะ”

วินเซนต์ดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดีใจ

“ผมจะให้คุณทุกอย่าง ขอแค่ดูแลลูกของเราให้มีความสุขก็พอ ตกลงไหม?”

ฉันได้โทรศัพท์คืนแล้ว ในที่สุดฉันก็หายใจได้ทั่วท้องเสียที เมื่อรู้ว่ามีทางที่จะติดต่อกับใครก็ได้ที่ฉันต้องการ

ไม่มีใครรู้ว่าฉันถูกรับมาเลี้ยงโดยครอบครัวที่วินเซนต์รู้จักดี

สำหรับพ่อแม่ที่แท้จริง ฉันตามหาพวกท่านพบเมื่อสองปีก่อน แต่ในตอนนั้นฉันยังรักวินเซนต์สุดหัวใจและยังแต่งงานกับเขาอยู่ ฉันจึงทิ้งทุกอย่างไปไม่ได้

พวกเขาเสียใจที่ฉันไม่ไปด้วย แต่ก็ทิ้งเบอร์ไว้ให้ พร้อมบอกว่า

“อิซาเบลลา ถ้าลูกไม่มีความสุข หรือแค่คิดถึงพวกเรา ให้โทรมาที่เบอร์นี้นะ พวกเราจะมารับลูกเอง”

ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องกดเบอร์นั้น แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะทำ พวกท่านคือความหวังเดียวของฉันในตอนนี้

ครอบครัวบุญธรรมดูแลฉันดีพอสมควร แต่สำหรับพวกเขาแล้ว การทำให้วินเซนต์พอใจสำคัญกว่าการช่วยเหลือฉันเสมอ

เมื่อตั้งท้องได้แปดเดือน จู่ๆ โรซ่าก็บอกว่าเธออยากไปแคลิฟอร์เนีย ไปที่ไหนสักแห่งใกล้ชายหาดเพื่อใช้เวลาช่วงสองเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ที่นั่น

ตอนแรกวินเซนต์ตั้งใจจะอยู่ที่นี่ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมจำนนต่อความต้องการของโรซ่าอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากที่เธอรับปากว่ามันจะส่งผลดีต่อลูกในท้อง

ก่อนจะออกเดินทาง วินเซนต์มาหาฉันที่หน้าประตูเป็นครั้งสุดท้าย “ผมจะกลับมาก่อนคุณคลอด คุณจะรอผมใช่ไหม?”

“ผมรู้ว่าผมทำเกินไป” เขาพูดต่อ “แต่ผมสัญญาว่าจะชดเชยให้คุณ อิซาเบลลา ได้โปรดเชื่อใจผมนะ ผมรักคุณ”

ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ฉันก็ได้แต่ยิ้มแล้วพยักหน้า

จากนั้นโรซ่าก็เรียกเขา วินเซนต์จึงหันหลังเตรียมตัวจะจากไป

แต่ครั้งนี้ เขาดูเหมือนจะสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติในตัวฉัน ฉันเงียบผิดปกติ

เขาดึงฉันเข้าไปกอดแน่นจนเกือบหายใจไม่ออก “แค่พูดมาคำเดียว อิซาเบลลา แค่คำเดียว แล้วผมจะไม่ไป”

ฉันปล่อยให้เขากอดไป แต่ลึกๆ ในใจฉันไม่รู้สึกอะไรเลยไม่รู้สึกถึงอ้อมกอดนั้น และไม่รู้สึกถึงคำพูดของเขาด้วย

“คุณควรไปนะวินเซนต์” ฉันกระซิบ “ถ้าคุณอยู่ที่นี่ คุณจะไม่ใช่ผู้ชายคนที่ฉันแต่งงานด้วยอีกต่อไป”

วินเซนต์ยังคงนิ่งเฉย แต่ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะมาเล่นเกมกับเขาแล้ว

“เอาแบบนี้ดีไหมล่ะ? คุณไปเอาผู้หญิงสารเลวนั่นกับข้าวของของเธอออกไปจากคฤหาสน์ของเราได้ไหม?”

ฉันเห็นวินเซนต์กะพริบตาด้วยความประหลาดใจกับน้ำเสียงเย็นเฉียบของฉัน แต่ฉันไม่รอคำตอบจากเขาหรอก ฉันยิ้มหัวเราะเยาะพลางพูดต่อ “นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็อย่าพูดออกมาเลย ฉันเอือมระอากับคำสัญญาลมๆ แล้งๆ ของคุณเต็มทนแล้ว”

พูดจบฉันก็หันหลังเดินตรงไปยังห้องน้ำทันที
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 8

    มุมมองของอิซาเบลลาฉันแต่งงานกับอีธานในอีกหนึ่งปีต่อมา และฉันพูดได้อย่างเต็มปากว่าชีวิตคู่ของเราสมบูรณ์แบบที่สุด อีธานทะนุถนอมฉันในทุกทางที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็ตั้งท้องลูกของเขาสิบเดือนต่อมา ลูกสาวของเราก็ลืมตาดูโลกเวลาผ่านไป จนเมื่อเธออายุได้สองขวบ ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กพร้อมกับพ่อแม่การกลับมาเหยียบแผ่นดินนิวยอร์กอีกครั้ง ให้ความรู้สึกแตกต่างจากครั้งที่ฉันจากไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นฉันเป็นอีกคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ฉันกลับมาพร้อมกับลูกสาวตัวน้อยในอ้อมแขน สามีที่รักอยู่เคียงข้าง และพ่อแม่ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ฉันเปลี่ยนไปแล้ว แข็งแกร่งขึ้น และมีความสุขมากขึ้นแต่โลกใบนี้ช่างเล็กเกินไปฉันไม่คาดคิดเลยว่าจะต้องมาเดินสวนทางกับโรซ่า แต่เธอก็อยู่ตรงนั้น กำลังขายลูกโป่งอยู่ริมถนนฉันอึ้งและไม่พร้อมจะทักทายเธอ ฉันแค่ต้องการจะเดินผ่านไปก่อนที่มือสกปรกของเธอจะมาโดนชุดของฉันแต่เธอสังเกตเห็นฉันดวงตาของเธอเบิกกว้าง และในพริบตาเธอก็พุ่งมาหาฉัน ทรุดเข่าลงกับพื้น และคว้าชายกระโปรงของฉันไว้แน่น“คุณอิซาเบลลา? ใช่คุณจริงๆ ใช่ไหม? คุณกลับมาแล้ว!” เธออุทานออ

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 7

    มุมมองของอิซาเบลลาทันทีที่พ่อแม่ที่แท้ๆของฉัน เบียงก้าและเอ็นโซ พาฉันกลับไปที่บ้าน ฉันก็ตระหนักได้ว่าพวกท่านไม่ได้พูดเกินจริงเลยพวกเขาคือตระกูลมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตอนเหนือ อิทธิพลของพวกเขาแผ่ขยายไปทั่วโลก ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่วินเซนต์ ฟัลโคนสร้างขึ้นมาเป็นร้อยเท่าฉันถูกศัตรูคนหนึ่งของพ่อลักพาตัวไปเมื่อหลายปีก่อน ในช่วงสงครามแย่งชิงโครงการพัฒนาโรงงานผลิตยาที่โหดเหี้ยม พ่อของฉันล้างแค้นคนที่เกี่ยวข้องอย่างสาสม แต่กว่าที่ท่านจะตามหาตัวฉันเจอ ฉันก็หายสาบสูญไปเสียแล้วแต่พ่อแม่แท้ๆ ของฉันไม่เคยละทิ้งความพยายามในการตามหาฉันเลย พวกเขาแค่ไม่เคยคาดคิดว่าฉันจะถูกเลี้ยงดูมาโดยตระกูลมาเฟียอีกตระกูลหนึ่ง ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าพวกเขามากในช่วงแรก คนของพ่อไม่มั่นใจในตัวฉัน สำหรับพวกเขา ฉันดูอ่อนแอและบอบบางเกินกว่าจะเป็นลูกสาวของเอ็นโซแม้แต่พ่อของฉันเองก็ยังเคยบอกว่า “ตราบใดที่พ่อยังอยู่ตรงนี้ ลูกไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการคุมแก๊งมาเฟียเลย แค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอแล้ว”แต่ฉันอยากพิสูจน์ตัวเองและการฝึกฝนตลอดยี่สิบปีภายใต้ตระกูลคารูโซก็เตรียมฉันมาสำหรับวันนี้แล้ว ฉันเรียนรู้จากคนที่ดีที่ส

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 6

    มุมมองของวินเซนต์ผมรู้สึกถึงความโหวงเหวงในใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับว่าผมลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญไป หรือไม่ก็กำลังจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญมากไปอันที่จริงผมมีความรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่วันที่ออกจากบ้านมาแล้ว และตอนนี้ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวินาที จนแทบเผาหัวใจผมให้มอดไหม้เกิดอะไรขึ้นที่คฤหาสน์หรือเปล่า? เกิดอะไรขึ้นกับอิซาเบลลาไหม?ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดเบอร์ของอิซาเบลลา พยายามโทรอยู่เป็นสิบครั้งแต่ก็ยังไม่มีคนรับสายตอนนี้ผมเริ่มจะสติแตกจริงๆ แล้ว ทำไมอิซาเบลลาถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์เฮงซวยนั่นเสียที?ผมลุกจากเตียง คว้าแจ็กเก็ตและกางเกงมาใส่ เตรียมจะเดินออกจากห้องนี้ไป แต่เสียงของโรซ่าก็หยุดผมไว้ “วินเซนต์ คุณจะไปไหนคะ?”“ผมต้องกลับไปดูอิซาเบลลา เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์”เสียงของโรซ่าสั่นราวกับจะร้องไห้ “คุณจะทิ้งฉันไว้ที่นี่เหรอคะ? ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวเนี่ยนะ?”นั่นสินะ ผมกลับไปไม่ได้ การกลับไปหมายถึงการทิ้งให้โรซ่าต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้เพียงลำพังผมเดินเข้าไปหาเธอ ดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดอย่างอ่อนโยน “อย่าร้องนะ ผมไม่ไปไหนหรอก ผมแค่ตกใจไปหน่อย เดี๋ยวผมให้คนไปดูให้ โอเ

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 5

    มุมมองของอิซาเบลลาเมื่อฉันตื่นขึ้นมา ในห้องมีคนเพียงสองคน ผู้หญิงกำลังร้องไห้ ส่วนผู้ชายกำลังเดินวุ่นไปมา หัวของฉันยังคงมึนงงไปหมด และฤทธิ์ของยาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกเล่นงานอย่างหนักเมื่อเห็นฉันตื่นขึ้นมา ผู้หญิงคนนั้นก็หยุดร้องไห้แล้วกุมมือฉันไว้ “อิซาเบลลา ลูกรู้สึกยังไงบ้าง?”ฉันจำเธอได้ทันที เธอคือเบียงก้า แม่แท้ๆ ของฉัน ถึงแม้ฉันจะเคยพบเธอเพียงครั้งเดียว แต่ความละม้ายคล้ายคลึงระหว่างเราสองคนนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยส่วนผู้ชายที่เดินไปมาด้วยความกังวลอยู่นั้นคือ เอ็นโซ พ่อแท้ๆ ของฉันอย่างไม่ต้องสงสัยทั้งคู่มองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย มันช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพวกคนที่เคยตราหน้าว่าฉันคือความอับอาย คนที่บังคับให้ฉันเซ็นเอกสารหย่าและบังคับให้ฉันต้องทำแท้งเสียงพ่อของฉันอ่อนโยนลง แม้ว่าสีหน้าของท่านยังคงเคร่งเครียด “พ่อจะทำให้พวกมันชดใช้ อิซาเบลลา ลูกคือคนตระกูลรอสซี่ จะไม่มีใครทำให้ลูกต้องมาทนกับเรื่องแบบนี้ได้อีก”แม่ของฉันลูบผมฉันเบาๆ และทัดหูให้ฉันแล้วส่งยิ้มให้ “ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นนะลูก แค่ตั้งใจพักผ่อนให้หายดีก็พอ ตกลงไหม? เดี๋ยวพ่อลูกจะจัดการทุกอย่า

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 4

    มุมมองของอิซาเบลลาหลังจากเครื่องบินของพวกเขาออกเดินทาง ในที่สุดฉันก็รู้สึกโล่งใจ ตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องทำก็แค่รอให้พ่อแม่ที่แท้ๆมารับฉันไปอีกแค่สิบสองชั่วโมง ฉันก็จะเป็นอิสระจากวินเซนต์และคำโกหกทั้งหมด ฉันมีความสุขมากเสียจนทานสเต็กเพิ่มอีกชิ้นในมื้อค่ำเลยทีเดียวตอนที่ฉันคุยโทรศัพท์กับพ่อแม่ที่แท้จริง ฉันบอกพวกเขาว่าวินเซนต์ส่งบอดี้การ์ดเกือบสามสิบคนมาล้อมคฤหาสน์เอาไว้พ่อหัวเราะเบา ๆ จากปลายสาย “สามสิบเองเหรอ? ไม่ต้องกังวลหรอก พ่อของลูกมีเป็นพัน”“แค่อยู่เฉย ๆ แล้วรอพวกเรา โอเคไหม” เขาพูดฉันไม่รู้ว่าท่านพูดเกินจริงหรือเปล่า แต่มันก็เพียงพอแล้วที่รู้ว่าพวกท่านกำลังมารับฉันหลังมื้อค่ำ ขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น แม่ของโรซ่าก็ปรากฏตัวขึ้นตามมาด้วยพ่อแม่ของวินเซนต์และพ่อแม่บุญธรรมของฉันทุกคนมองฉันราวกับฉันคือผู้ร้ายแม่ของวินเซนต์ฟาดเอกสารหย่าลงบนโต๊ะ “เซ็นมันซะ แล้วกำจัดเด็กไม่มีพ่อในท้องเธอทิ้งไป ตระกูลฟัลโคนอับอายขายหน้าเพราะเธอมามากพอแล้ว”แม่ของโรซ่าเสริมขึ้นว่า “ถ้าเลือกได้ ฉันอยากจะให้ทุกครอบครัวในนิวยอร์กได้รู้ว่ายัยผู้หญิงแพศยาคนนี้ทำเรื่องอะไรไว้บ้าง

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 3

    มุมมองของอิซาเบลลาฉันก้าวเข้าไปหาโรซ่า เตรียมจะตบเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่วินเซนต์กลับพุ่งเข้ามาขวางและคว้ามือฉันเอาไว้ “คุณทำอะไรน่ะ?”“เป็นความผิดของฉันเองค่ะวินเซนต์ คุณอิซาเบลลามีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะโกรธฉัน ตอนแรกฉันเป็นคนขอให้คุณไปตรวจครรภ์กับฉัน ต่อมาฉันก็ย้ายเข้ามาที่นี่” โรซ่าเริ่มแสดงละครเป็นคนไร้เดียงสาอีกครั้ง “เป็นความผิดของฉันเองทั้งหมด ฉันควรจะไปจากที่นี่ ฉันไม่ควรมาที่นี่เลยจริงๆ ในวันนี้”ก็ดีสิ งั้นก็ไสหัวไปซะ ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวฉันผิดคาดที่วินเซนต์ คนที่พยายามห้ามไม่ให้ฉันตบโรซ่ากลับพูดขึ้นมาว่า “ผมเห็นด้วย คุณควรจะไปนะโรซ่า ผมจะไม่บังคับให้ถรรยาตัวเองออกไปจากที่นี่หรอก”ฉันตะลึงไปเลย หลังจากผ่านเรื่องราวทั้งหมดมา ฉันนึกว่าเขาจะตะคอกใส่ฉัน หรือสั่งให้ฉันไปซะอีกโรซ่าเองก็ตกใจเช่นกัน แต่ในอึดใจต่อมา เธอก็เค้นน้ำตาออกมาได้สำเร็จ ร้องอ้อนวอนว่า “โอ๊ย ฉันปวดท้องเหลือเกิน ลูกกำลังโกรธแม่เหรอจ๊ะ?”อีกครั้งที่ฉันเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของวินเซนต์อ่อนลง เขาใจอ่อนเพราะเธอ มือของเขาลูบบนท้องของเธอ ราวกับว่าเธอคือสิ่งล้ำค่าที่เปราะบางที่สุดในโลก มันทำให้เลือดในกายของฉันเด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status