แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: คาเรน ดับเบิลยู
มุมมองของอิซาเบลลา

หลังจากเครื่องบินของพวกเขาออกเดินทาง ในที่สุดฉันก็รู้สึกโล่งใจ ตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องทำก็แค่รอให้พ่อแม่ที่แท้ๆมารับฉันไป

อีกแค่สิบสองชั่วโมง ฉันก็จะเป็นอิสระจากวินเซนต์และคำโกหกทั้งหมด ฉันมีความสุขมากเสียจนทานสเต็กเพิ่มอีกชิ้นในมื้อค่ำเลยทีเดียว

ตอนที่ฉันคุยโทรศัพท์กับพ่อแม่ที่แท้จริง ฉันบอกพวกเขาว่าวินเซนต์ส่งบอดี้การ์ดเกือบสามสิบคนมาล้อมคฤหาสน์เอาไว้

พ่อหัวเราะเบา ๆ จากปลายสาย “สามสิบเองเหรอ? ไม่ต้องกังวลหรอก พ่อของลูกมีเป็นพัน”

“แค่อยู่เฉย ๆ แล้วรอพวกเรา โอเคไหม” เขาพูด

ฉันไม่รู้ว่าท่านพูดเกินจริงหรือเปล่า แต่มันก็เพียงพอแล้วที่รู้ว่าพวกท่านกำลังมารับฉัน

หลังมื้อค่ำ ขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น แม่ของโรซ่าก็ปรากฏตัวขึ้นตามมาด้วยพ่อแม่ของวินเซนต์และพ่อแม่บุญธรรมของฉัน

ทุกคนมองฉันราวกับฉันคือผู้ร้าย

แม่ของวินเซนต์ฟาดเอกสารหย่าลงบนโต๊ะ “เซ็นมันซะ แล้วกำจัดเด็กไม่มีพ่อในท้องเธอทิ้งไป ตระกูลฟัลโคนอับอายขายหน้าเพราะเธอมามากพอแล้ว”

แม่ของโรซ่าเสริมขึ้นว่า “ถ้าเลือกได้ ฉันอยากจะให้ทุกครอบครัวในนิวยอร์กได้รู้ว่ายัยผู้หญิงแพศยาคนนี้ทำเรื่องอะไรไว้บ้าง”

“ตระกูลคารูโซช่างสั่งสอนลูกสาวได้ดีจริงๆ นะ” เธอหัวเราะเยาะ

พ่อบุญธรรมของฉันหน้าซีดเผือด ท่านลุกขึ้นเดินตรงมาหาฉัน แล้วตบใบหน้าของฉันอย่างแรง “ชื่อเสียงของพ่อ ชื่อเสียงของแม่ตระกูลคารูโซทั้งตระกูลต้องมาอับอายเพราะแก!”

ฉันเอือมระอากับเรื่องน้ำเน่าพวกนี้เต็มทน ฉันหยิบกระดาษหย่าขึ้นมาจากพื้น และก่อนจะเซ็นมัน และพูดขึ้นว่า “ถ้าฉันกำลังอุ้มท้องลูกของวินเซนต์ แต่โรซ่าไม่ได้ท้อง พวกคุณจะเสียใจไหมถ้าได้รู้ความจริง?”

ก่อนที่ฉันจะได้ยินคำพูดต่อมาของพวกเขา ฉันก็เซ็นเอกสารหย่าไปแล้ว

แต่สิ่งที่ฉันไม่ทันคาดคิดก็คือ แม่ของวินเซนต์กลับสั่งให้ฉันไปทำแท้งทันที

ฉันปฏิเสธโดยไม่ลังเล เด็กคนนี้บริสุทธิ์ ถึงแม้ฉันจะไม่ต้องการเกี่ยวข้องอะไรกับวินเซนต์อีก แต่เด็กคนนี้ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของตัวฉัน

เธอมองฉันราวกับเป็นเพียงเศษขยะใต้รองเท้า น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความรังเกียจเหยียดหยาม “เธอคิดจริงๆ เหรอว่าฉันจะยอมให้เธอคลอดเด็กไม่มีพ่อที่อยู่ในท้องออกมา หลังจากที่เธอเดินออกจากคฤหาสน์ฟัลโคนไปในวันนี้?”

ฉันกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือขณะจ้องตาเธอโดยไม่ถอย “ฉันไม่จำเป็นต้องทำตามที่คุณขอ ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เด็กคนนี้เป็นลูกของฉัน และไม่มีใครโดยเฉพาะคุณจะมาตัดสินโชคชะตาของเขาได้”

ริมฝีปากของแม่วินเซนต์ปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ย “ช่างไร้เดียงสาเสียจริง เธอคิดว่าเธอจะขัดคำสั่งตระกูลฟัลโคนแล้วเดินออกไปได้อย่างลอยนวลอย่างนั้นเหรอ?”

แม่ของโรซ่าหัวเราะและกอดอกไปพร้อมกัน “ปล่อยให้เธอเก็บเด็กไว้เถอะ ยังไงมันก็คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานพอที่จะสร้างปัญหาหรอก”

ฉันรู้สึกเหมือนเลือดในหน้าฉันเหมือนจะไหลหายไปหมด หัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอกอย่างแรง “นั่นหมายความว่ายังไง!” ฉันตวาด

แม่ของวินเซนต์ก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมของเธอฉุนจนชวนคลื่นไส้ เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความอาฆาต “มันหมายความว่าไงจ๊ะแม่ยอดขวัญ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกวันนั่นแหละ ผู้หญิงอย่างเธอ... เดี๋ยวก็ลื่น เดี๋ยวก็ล้ม และสูญเสียบางอย่างไป”

ฉันก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธ ฉันหันไปหาพ่อบุญธรรม หวังจะเห็นความรู้สึกผิดในแววตาของท่านแม้เพียงน้อยนิด แต่สิ่งที่ฉันเห็นมีเพียงความผิดหวังในตัวฉัน ไม่ใช่พวกเขา

“พ่อโอเคกับเรื่องนี้จริงๆ เหรอคะ?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ “กับเรื่องที่พวกเขาขู่จะฆ่าหลานของพ่อน่ะเหรอ?”

เขาหันหน้าหนี

แม่ของวินเซนต์พุ่งเข้ามาตบหน้าฉันและกระชากผมฉันไว้แน่น“อย่ามาทำให้เสียเวลาเลย แม้แต่ครอบครัวเธอก็ยังไม่เอาเธอเลย เพราะฉะนั้นเลือกมา ไม่ว่าตัวเธอหรือลูกของเธอที่ต้องตายในวันนี้”

ปากของฉันสั่นภายใต้เงื้อมมือของเธอ แต่ฉันไม่ยอมแพ้ “ฉันไม่เลือก”

แววตาเธอมืดลงขณะที่เธอชักปืนออกมา แล้วกดปากกระบอกปืนลงบนตัวฉัน “จะเลือกได้หรือยัง?”

“ฉันบอกแล้วไง ว่าไม่เลือก” น้ำเสียงของฉันนิ่ง แววตาฉันลุกโชนด้วยความขัดขืน

เธอถอนหายใจออกมาอย่างแรง ก่อนจะตะคอกสั่งบอดี้การ์ด “เอายัยแพศยานี่ไปที่โรงพยาบาล ฉันไม่อยากให้เลือดสกปรกของมันมาเปื้อนมือฉัน”

ฉันดิ้นรนขัดขืน แต่ฉันประเมินกำลังของตัวเองต่ำเกินไปเมื่อต้องสู้กับชายร่างกำยำสามคน หนึ่งในนั้นเตะเข้าที่ขาของฉันอย่างแรงจนฉันแทบจะทรุดลงกับพื้น

การต่อต้านของฉันเปล่าประโยชน์ และไม่นานความอ่อนล้าก็เข้ามาแทน

ฉันเกือบจะหมดสติ ภาพตรงหน้าเริ่มเลือนขณะที่เหล่าบอดี้การ์ดยกตัวฉันขึ้นและพาไปยังรถอย่างง่ายดาย

ไม่กี่อึดใจต่อมา พวกเราก็มาถึงโรงพยาบาล

ขณะที่พยาบาลฉีดยาสลบให้ฉัน น้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลอาบแก้ม

ทำไมมันถึงยังเจ็บปวดขนาดนี้ที่ต้องสูญเสียลูกไป? ฉันนึกว่าตัวเองพร้อมแล้ว ฉันนึกว่าเตรียมใจมาดีแล้วสำหรับช่วงเวลานี้

ทันทีที่ยาเริ่มออกฤทธิ์ ฉันก็เห็นพ่อแม่ที่แท้ๆของฉันวิ่งเข้ามา แต่พวกท่านกลับถูกกันไว้ข้างนอกในขณะที่ฉันถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 8

    มุมมองของอิซาเบลลาฉันแต่งงานกับอีธานในอีกหนึ่งปีต่อมา และฉันพูดได้อย่างเต็มปากว่าชีวิตคู่ของเราสมบูรณ์แบบที่สุด อีธานทะนุถนอมฉันในทุกทางที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็ตั้งท้องลูกของเขาสิบเดือนต่อมา ลูกสาวของเราก็ลืมตาดูโลกเวลาผ่านไป จนเมื่อเธออายุได้สองขวบ ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กพร้อมกับพ่อแม่การกลับมาเหยียบแผ่นดินนิวยอร์กอีกครั้ง ให้ความรู้สึกแตกต่างจากครั้งที่ฉันจากไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นฉันเป็นอีกคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ฉันกลับมาพร้อมกับลูกสาวตัวน้อยในอ้อมแขน สามีที่รักอยู่เคียงข้าง และพ่อแม่ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ฉันเปลี่ยนไปแล้ว แข็งแกร่งขึ้น และมีความสุขมากขึ้นแต่โลกใบนี้ช่างเล็กเกินไปฉันไม่คาดคิดเลยว่าจะต้องมาเดินสวนทางกับโรซ่า แต่เธอก็อยู่ตรงนั้น กำลังขายลูกโป่งอยู่ริมถนนฉันอึ้งและไม่พร้อมจะทักทายเธอ ฉันแค่ต้องการจะเดินผ่านไปก่อนที่มือสกปรกของเธอจะมาโดนชุดของฉันแต่เธอสังเกตเห็นฉันดวงตาของเธอเบิกกว้าง และในพริบตาเธอก็พุ่งมาหาฉัน ทรุดเข่าลงกับพื้น และคว้าชายกระโปรงของฉันไว้แน่น“คุณอิซาเบลลา? ใช่คุณจริงๆ ใช่ไหม? คุณกลับมาแล้ว!” เธออุทานออ

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 7

    มุมมองของอิซาเบลลาทันทีที่พ่อแม่ที่แท้ๆของฉัน เบียงก้าและเอ็นโซ พาฉันกลับไปที่บ้าน ฉันก็ตระหนักได้ว่าพวกท่านไม่ได้พูดเกินจริงเลยพวกเขาคือตระกูลมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตอนเหนือ อิทธิพลของพวกเขาแผ่ขยายไปทั่วโลก ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่วินเซนต์ ฟัลโคนสร้างขึ้นมาเป็นร้อยเท่าฉันถูกศัตรูคนหนึ่งของพ่อลักพาตัวไปเมื่อหลายปีก่อน ในช่วงสงครามแย่งชิงโครงการพัฒนาโรงงานผลิตยาที่โหดเหี้ยม พ่อของฉันล้างแค้นคนที่เกี่ยวข้องอย่างสาสม แต่กว่าที่ท่านจะตามหาตัวฉันเจอ ฉันก็หายสาบสูญไปเสียแล้วแต่พ่อแม่แท้ๆ ของฉันไม่เคยละทิ้งความพยายามในการตามหาฉันเลย พวกเขาแค่ไม่เคยคาดคิดว่าฉันจะถูกเลี้ยงดูมาโดยตระกูลมาเฟียอีกตระกูลหนึ่ง ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าพวกเขามากในช่วงแรก คนของพ่อไม่มั่นใจในตัวฉัน สำหรับพวกเขา ฉันดูอ่อนแอและบอบบางเกินกว่าจะเป็นลูกสาวของเอ็นโซแม้แต่พ่อของฉันเองก็ยังเคยบอกว่า “ตราบใดที่พ่อยังอยู่ตรงนี้ ลูกไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการคุมแก๊งมาเฟียเลย แค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอแล้ว”แต่ฉันอยากพิสูจน์ตัวเองและการฝึกฝนตลอดยี่สิบปีภายใต้ตระกูลคารูโซก็เตรียมฉันมาสำหรับวันนี้แล้ว ฉันเรียนรู้จากคนที่ดีที่ส

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 6

    มุมมองของวินเซนต์ผมรู้สึกถึงความโหวงเหวงในใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับว่าผมลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญไป หรือไม่ก็กำลังจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญมากไปอันที่จริงผมมีความรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่วันที่ออกจากบ้านมาแล้ว และตอนนี้ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวินาที จนแทบเผาหัวใจผมให้มอดไหม้เกิดอะไรขึ้นที่คฤหาสน์หรือเปล่า? เกิดอะไรขึ้นกับอิซาเบลลาไหม?ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดเบอร์ของอิซาเบลลา พยายามโทรอยู่เป็นสิบครั้งแต่ก็ยังไม่มีคนรับสายตอนนี้ผมเริ่มจะสติแตกจริงๆ แล้ว ทำไมอิซาเบลลาถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์เฮงซวยนั่นเสียที?ผมลุกจากเตียง คว้าแจ็กเก็ตและกางเกงมาใส่ เตรียมจะเดินออกจากห้องนี้ไป แต่เสียงของโรซ่าก็หยุดผมไว้ “วินเซนต์ คุณจะไปไหนคะ?”“ผมต้องกลับไปดูอิซาเบลลา เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์”เสียงของโรซ่าสั่นราวกับจะร้องไห้ “คุณจะทิ้งฉันไว้ที่นี่เหรอคะ? ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวเนี่ยนะ?”นั่นสินะ ผมกลับไปไม่ได้ การกลับไปหมายถึงการทิ้งให้โรซ่าต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้เพียงลำพังผมเดินเข้าไปหาเธอ ดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดอย่างอ่อนโยน “อย่าร้องนะ ผมไม่ไปไหนหรอก ผมแค่ตกใจไปหน่อย เดี๋ยวผมให้คนไปดูให้ โอเ

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 5

    มุมมองของอิซาเบลลาเมื่อฉันตื่นขึ้นมา ในห้องมีคนเพียงสองคน ผู้หญิงกำลังร้องไห้ ส่วนผู้ชายกำลังเดินวุ่นไปมา หัวของฉันยังคงมึนงงไปหมด และฤทธิ์ของยาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกเล่นงานอย่างหนักเมื่อเห็นฉันตื่นขึ้นมา ผู้หญิงคนนั้นก็หยุดร้องไห้แล้วกุมมือฉันไว้ “อิซาเบลลา ลูกรู้สึกยังไงบ้าง?”ฉันจำเธอได้ทันที เธอคือเบียงก้า แม่แท้ๆ ของฉัน ถึงแม้ฉันจะเคยพบเธอเพียงครั้งเดียว แต่ความละม้ายคล้ายคลึงระหว่างเราสองคนนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยส่วนผู้ชายที่เดินไปมาด้วยความกังวลอยู่นั้นคือ เอ็นโซ พ่อแท้ๆ ของฉันอย่างไม่ต้องสงสัยทั้งคู่มองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย มันช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพวกคนที่เคยตราหน้าว่าฉันคือความอับอาย คนที่บังคับให้ฉันเซ็นเอกสารหย่าและบังคับให้ฉันต้องทำแท้งเสียงพ่อของฉันอ่อนโยนลง แม้ว่าสีหน้าของท่านยังคงเคร่งเครียด “พ่อจะทำให้พวกมันชดใช้ อิซาเบลลา ลูกคือคนตระกูลรอสซี่ จะไม่มีใครทำให้ลูกต้องมาทนกับเรื่องแบบนี้ได้อีก”แม่ของฉันลูบผมฉันเบาๆ และทัดหูให้ฉันแล้วส่งยิ้มให้ “ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นนะลูก แค่ตั้งใจพักผ่อนให้หายดีก็พอ ตกลงไหม? เดี๋ยวพ่อลูกจะจัดการทุกอย่า

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 4

    มุมมองของอิซาเบลลาหลังจากเครื่องบินของพวกเขาออกเดินทาง ในที่สุดฉันก็รู้สึกโล่งใจ ตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องทำก็แค่รอให้พ่อแม่ที่แท้ๆมารับฉันไปอีกแค่สิบสองชั่วโมง ฉันก็จะเป็นอิสระจากวินเซนต์และคำโกหกทั้งหมด ฉันมีความสุขมากเสียจนทานสเต็กเพิ่มอีกชิ้นในมื้อค่ำเลยทีเดียวตอนที่ฉันคุยโทรศัพท์กับพ่อแม่ที่แท้จริง ฉันบอกพวกเขาว่าวินเซนต์ส่งบอดี้การ์ดเกือบสามสิบคนมาล้อมคฤหาสน์เอาไว้พ่อหัวเราะเบา ๆ จากปลายสาย “สามสิบเองเหรอ? ไม่ต้องกังวลหรอก พ่อของลูกมีเป็นพัน”“แค่อยู่เฉย ๆ แล้วรอพวกเรา โอเคไหม” เขาพูดฉันไม่รู้ว่าท่านพูดเกินจริงหรือเปล่า แต่มันก็เพียงพอแล้วที่รู้ว่าพวกท่านกำลังมารับฉันหลังมื้อค่ำ ขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น แม่ของโรซ่าก็ปรากฏตัวขึ้นตามมาด้วยพ่อแม่ของวินเซนต์และพ่อแม่บุญธรรมของฉันทุกคนมองฉันราวกับฉันคือผู้ร้ายแม่ของวินเซนต์ฟาดเอกสารหย่าลงบนโต๊ะ “เซ็นมันซะ แล้วกำจัดเด็กไม่มีพ่อในท้องเธอทิ้งไป ตระกูลฟัลโคนอับอายขายหน้าเพราะเธอมามากพอแล้ว”แม่ของโรซ่าเสริมขึ้นว่า “ถ้าเลือกได้ ฉันอยากจะให้ทุกครอบครัวในนิวยอร์กได้รู้ว่ายัยผู้หญิงแพศยาคนนี้ทำเรื่องอะไรไว้บ้าง

  • เมียรักอุ้มท้องในวันที่มาเฟียไม่เลือก   บทที่ 3

    มุมมองของอิซาเบลลาฉันก้าวเข้าไปหาโรซ่า เตรียมจะตบเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่วินเซนต์กลับพุ่งเข้ามาขวางและคว้ามือฉันเอาไว้ “คุณทำอะไรน่ะ?”“เป็นความผิดของฉันเองค่ะวินเซนต์ คุณอิซาเบลลามีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะโกรธฉัน ตอนแรกฉันเป็นคนขอให้คุณไปตรวจครรภ์กับฉัน ต่อมาฉันก็ย้ายเข้ามาที่นี่” โรซ่าเริ่มแสดงละครเป็นคนไร้เดียงสาอีกครั้ง “เป็นความผิดของฉันเองทั้งหมด ฉันควรจะไปจากที่นี่ ฉันไม่ควรมาที่นี่เลยจริงๆ ในวันนี้”ก็ดีสิ งั้นก็ไสหัวไปซะ ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวฉันผิดคาดที่วินเซนต์ คนที่พยายามห้ามไม่ให้ฉันตบโรซ่ากลับพูดขึ้นมาว่า “ผมเห็นด้วย คุณควรจะไปนะโรซ่า ผมจะไม่บังคับให้ถรรยาตัวเองออกไปจากที่นี่หรอก”ฉันตะลึงไปเลย หลังจากผ่านเรื่องราวทั้งหมดมา ฉันนึกว่าเขาจะตะคอกใส่ฉัน หรือสั่งให้ฉันไปซะอีกโรซ่าเองก็ตกใจเช่นกัน แต่ในอึดใจต่อมา เธอก็เค้นน้ำตาออกมาได้สำเร็จ ร้องอ้อนวอนว่า “โอ๊ย ฉันปวดท้องเหลือเกิน ลูกกำลังโกรธแม่เหรอจ๊ะ?”อีกครั้งที่ฉันเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของวินเซนต์อ่อนลง เขาใจอ่อนเพราะเธอ มือของเขาลูบบนท้องของเธอ ราวกับว่าเธอคือสิ่งล้ำค่าที่เปราะบางที่สุดในโลก มันทำให้เลือดในกายของฉันเด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status