INICIAR SESIÓNเขาพาเธอปั่นจักรยานเที่ยวไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยมีกิตที่กระตือรือร้นในการให้บิดาพาพี่สาวข้างบ้านไปเที่ยวและตัวเองก็จะได้ไปเที่ยวด้วย
“กิตอยากถ่ายรูปจังครับ” กิตกระตุกมือของบิดาและพี่สาวข้างบ้าน นั่นทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย ก่อนจะถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระลึกตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
ความสัมพันธ์ของภีมพัฒน์และหนึ่งฤทัยพัฒนาไปอย่างรวดเร็วโดยมีกามเทพตัวน้อยนามว่ากิตคอยช่วยเหลือ
“วันนี้คุณพ่อทำงานกลับดึกครับพี่หนึ่ง น้องกิตต้องอยู่คนเดียว” กิตรีบโทรศัพท์ไปบอกพี่สาวข้างบ้านในทันที นั่นทำให้หนึ่งฤทัยต้องรีบไปหากิตที่บ้านเป็นการด่วน
“น้องกิต” เสียงคุ้นเคยที่เรียกอยู่หน้าบ้านทำให้กิตรีบวิ่งร่าไปรับในทันที
“คุณพ่อยังไม่กลับเหรอคะ”
“ใช่ครับ วันนี้คุณพ่อติดงานน่ะครับ น่าจะกลับดึก มีแค่พี่จรรยาคอยอยู่เป็นเพื่อน แต่พี่จรรยาก็ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว น้องกิตเกรงใจน่ะครับ” เด็กน้อยช่างเจรจาจนจรรยานั้นถึงกับอมยิ้มในความเจ้าเล่ห์ของเจ้านายตัวน้อยที่อยากหาแม่ให้ตัวเอง และหาภรรยาให้บิดาด้วย
“งั้นพี่จรรยาไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้หนึ่งดูแลเอง”
“แต่พี่เกรงใจคุณหนึ่งน่ะค่ะ” จรรยาพูดแล้วหาวหวอดๆ
“ดูสิคะหาวใหญ่แล้ว คงจะเหนื่อยทั้งวัน ไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวเรื่องดูแลน้องกิต หนึ่งจะจัดการเองค่ะ” หนึ่งฤทัยพูดอีกครั้ง ทำให้จรรยายิ้มรับ ก่อนเดินจากมาก็หันไปทำมือทำไม้ให้เจ้านายตัวน้อยว่าทุกอย่างสำเร็จไปตามแผน
“ปกติคุณพ่อทำงานดึกแบบนี้ประจำเหรอคะ” หนึ่งฤทัยเอ่ยถามเด็กน้อยที่ปีนขึ้นมานั่งออดอ้อนอยู่บนตัก
“ก็ดึกบ้างไม่ดึกบ้างนะครับ คุณพ่อเป็นคนขยัน น้องกิตเข้าใจครับ แต่น้องกิตรบกวนพี่หนึ่งหรือเปล่าครับ” เด็กน้อยเอ่ยถามอย่างเกรงใจ
“ไม่รบกวนเลยจ้ะ มีอะไรโทรศัพท์ไปหาพี่หนึ่งได้ตลอดเวลาเลยนะ พี่หนึ่งยินดีช่วยเหลือน้องกิตทุกอย่างเลยจ้ะ” คนพูดลูบผมนุ่มสลวยของเด็กน้อยไปมาด้วยความเอ็นดู
“ขอบคุณนะครับพี่หนึ่ง” เด็กน้อยหอมแก้มนั้นฟอดใหญ่ โอบกอดเอาไว้อย่างแสนรักใคร่ หนึ่งฤทัยก็โอบกอดตอบกลับไป เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้เอ็นดูกิตนัก เธอไม่ได้นึกรำคาญเด็กน้อยเลย แถมยังมีความสุขกับเสียงเจื้อยแจ่วของอีกฝ่ายเสียด้วย
“นี่กินอะไรหรือยังจ๊ะ”
“พี่จรรยาทำอาหารให้แล้วครับ แต่ผมไม่ค่อยหิว อยากจะรอคุณพ่อก่อน”
“ไม่หิวก็ต้องกินรู้ไหมเดี๋ยวปวดท้อง พี่หนึ่งอุ่นอาหารให้ดีไหม”
“พี่หนึ่งกินเป็นเพื่อนผมด้วยนะครับ”
“เอางั้นก็ได้จ้ะ” หนึ่งฤทัยตอบตกลง เธออุ่นอาหารและรับประทานพร้อมกับเด็กน้อยก่อนจะพาอีกฝ่ายไปแปรงฟัน
“พี่หนึ่งคร้าบ” เด็กน้อยเอ่ยเรียก ทำตาปริบๆ กอดตุ๊กตาหมีและชุดนอนลายการ์ตูนรออยู่ข้างเตียง
“ว่าไงครับ”
“น้องกิตอยากฟังนิทานครับ”
“ได้ค่ะ” เพราะเห็นท่าทีนั้นก็ใจอ่อนยวบ เธอโทรศัพท์ไปบอกผู้เป็นยาย เล่าทุกอย่างให้ฟัง คุณยายนั้นเป็นคนรักเด็กอยู่แล้วจึงบอกให้เธออยู่ดูแลกิตต่อไปก่อน จนกว่าภีมพัฒน์จะกลับมา
ยังไม่ทันได้เล่านิทาน เสียงโทรศัพท์มือถือของกิตก็ดังขึ้น หลังจากที่หนึ่งฤทัยวางสายจากคุณยาย
“สวัสดีครับคุณพ่อ กินแล้วครับ กินกับพี่หนึ่ง อาบน้ำแล้วครับ แปรงฟันแล้วด้วย ฟันไม่ผุแน่นอนครับ พี่หนึ่งกำลังจะเล่านิทานให้ฟังครับ ครับ... ครับ...” เด็กน้อยรายงานบิดา ก่อนจะรับคำเมื่อบิดาขอคุยกับหนึ่งฤทัย จึงรีบยื่นโทรศัพท์ให้พี่เลี้ยงจำเป็นในทันที
“สวัสดีค่ะคุณภีม”
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่รบกวน” ภีมพัฒน์พูดอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ บ้านใกล้เรือนเคียงกัน หนึ่งเห็นว่าพี่จรรยาดูเหนื่อยๆ เลยให้ไปพักค่ะ” เธอเป็นคนช่างสังเกต จึงเห็นว่าจรรยานั้นทำงานบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ได้ทำอะไรแบบขอไปที นั่นทำให้ค่อนข้างเหนื่อยมากในแต่ละวัน แต่ภีมพัฒน์ก็ไม่ไว้ใจจ้างใครมาทำงานง่ายๆ จรรยาเองก็ต้องทดลองงานก่อน เขาถึงจะอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในบ้านได้
เธอเข้าใจภีมพัฒน์เนื่องด้วยคนเดี๋ยวนี้ไว้ใจได้ยาก จะจ้างใครมาทำงานทั้งทีนอกจากตรวจสอบประวัติแล้วยังต้องดูนิสัยและทัศนคติในการทำงานด้วย
การเป็นแม่บ้านนั้นต้องรักความสะอาดเป็นหลัก ชอบทำงานบ้านและทำอาหาร ไม่เช่นนั้นก็คงจะทำงานเป็นแม่บ้านไม่ได้เพราะมันเป็นงานจุกจิกและต้องใส่ใจ
จรรยานั้นเป็นคนสะอาดสะอ้าน เธอเองเป็นคนที่มีระเบียบเรียบร้อยอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าจะทำงานให้เสร็จไปวันๆ เหมือนแม่บ้านบางคน
“น้องกิตกวนหรือเปล่าครับ”
“ไม่กวนหรอกค่ะ ตอนนี้อยากฟังนิทานน่ะค่ะ”
“ผมทำงานเสร็จจะรีบกลับนะครับ” เขาบอกเธอก่อนจะกดวางสาย หนึ่งฤทัยจึงหันไปสนใจกับเด็กน้อยต่อและเธอก็เริ่มเล่านิทานให้อีกฝ่ายได้ฟังตามที่ขอ
ภีมพัฒน์ไม่เคยคิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนยอมเสียสละตัวเองเพื่อลูกชายตัวน้อยของเขา เขากลับมาก็เจอเข้ากับหนึ่งฤทัยที่นอนหลับไปพร้อมๆ กับกิต
กิตซุกหน้าเข้าหาอกอุ่น และหนึ่งฤทัยก็กอดร่างลูกชายตัวน้อยของเขาเอาไว้ ภาพนั้นทำให้เขายิ้มออกมาในทันที ด้วยว่าเขานั้นรู้สึกมีความสุขกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ายิ่งนัก
“เอาแน่ เอาทุกอย่างเอาอีกนี่ด้วย”“นี่ปล่อยนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” เนตรดาวดิ้นรน กัดเข้าไปที่แขนของคนที่ล็อกร่างของเธอเอาไว้ ทำให้มันถึงกับร้องเสียงหลง“โอ๊ย! อีนี่ฤทธิ์เยอะนักนะ งั้นมึงก็ตายก่อนเลย” คนขี้โมโหจ้วงมีดเข้าใส่ เนตรดาวกรีดร้องสุดเสียง เสียงเสียบแทงของมีดปักเข้าที่หน้าท้อง แต่ไม่ใช่หน้าท้องของเธอ เพราะภัทรศักดิ์กัดฟันวิ่งถลาเข้ามาขวางเอาไว้ เขาทรุดไปกองอยู่กับพื้น เลือดไหลเจิ่งนองพื้นไปหมด“แทงแล้วต้องแทงให้ตาย ไม่งั้นมันพาตำรวจมาลากคอมึงแน่”“มันฤทธิ์เยอะกัดฉัน เราก็จัดการมันทั้งสองคนเลย”“งั้นจัดการอีนี่ก่อน” ไม่ทันที่พวกมันจะทำอะไรกันต่อ เสียงรถยนต์ก็แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพร้อมด้วยรถตำรวจ“เฮ้ย! พี่ ตำรวจมา”“หนีสิวะ จะยืนทำซากอะไรอยู่” พวกมันกระโดดหน้าต่างหนี ในขณะที่ภีมพัฒน์กับหนึ่งฤทัยนั้นพาตำรวจมาตามจับตัวคนร้ายได้ทัน“ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ” เนตรดาวร้องขอความช่วยเหลือ กอดร่างโชกเลือดของภัทรศักดิ์เอาไว้แน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจภีมพัฒน์กับหนึ่งฤทัยตกใจเป็นอันมาก ทั้งสองรีบเรียกรถพยาบาลโดยด่วน“พี่รักดาวนะ พี่ขอโทษ”“พี่ภัทรห้ามตายนะคะ พี่ต้องรอดนะ ถ้าพี่รอดดาวจะยอ
ไม่น่าเชื่อว่าการคิดถึงบ้านหลังเก่าของเธอ จะทำให้เขาตามหาเธอจนเจอ เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ เธอย้ายมาอยู่ที่นี่แต่เขาไม่ได้คาดคิดเท่านั้นเอง“ดาว” เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้เนตรดาวหันขวับไปมอง เธอตกใจที่เห็นเขา ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ“พี่มาที่นี่ทำไม”“มาตามหาดาว”“มาตามหาดาวทำไมคะ” เธอพูดอย่างเย็นชา อยากจะตัดเขาออกไปจากใจแต่ไม่เคยทำได้ สุดท้ายเขาก็ตามมาหลอกหลอนเธออีกจนได้“พี่รู้ทุกอย่างแล้ว”“รู้อะไรคะ” เธอถามอย่างแปลกใจว่าเขารู้อะไร เพราะเธอเองไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง“พี่เข้าใจผิดดาวทุกอย่าง”“เข้าใจผิดอะไรคะ” ประโยคคำถามของเธอทำให้เขาต้องรีบอธิบายว่าเขาผิดเองที่เข้าใจเธอผิด เพราะคำยุแยงของปรางทิพย์ เขาเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นก็คิดว่าแอบกิ๊กกัน แอบคบกันลับหลังและนอกใจกัน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ถาม“ปรางคงเกลียดดาวมาก”พูดถึงปรางทิพย์แล้วเนตรดาวถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่ ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ปรางทิพย์ได้ตามจองล้างจองผลาญเธอไม่หยุดหย่อน ในขณะที่เธอไม่เคยคิดไม่ดีกับอีกฝ่ายเลย“พี่ขอโทษนะดาว เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม พี่อยากแก้ตัว อยากทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น กิตต้องการพ่อแม่ และพี่ก็อยากเป็นพ่อท
“ไม่น่าเชื่อว่าปรางจะอิจฉาดาวขนาดนี้ ใส่ร้ายดาวได้ลงคอ ดาวน่าสงสารมากนะ” นนท์ครางออกมา ไม่อยากจะเชื่อเพราะเห็นว่าปรางทิพย์กับเนตรดาวสนิทสนมกันดี“ไม่ใช่เพราะปรางหรอก แต่เป็นเพราะฉันเองที่ไม่ถามไถ่ให้ดีเสียก่อน”“เรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อย กลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ นั่นแหละคนเรามีอะไรเล็กน้อยก็ต้องหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกันให้เข้าใจกัน ไม่อย่างนั้นต่างคนก็ต่างคิดไปกันใหญ่โต และเข้าใจผิดกันไปใหญ่” นนท์ตบบ่าเพื่อนเพื่อปลอบใจ“มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ ก็บอกฉันนะ ฉันยินดี ถือว่าฉันเองก็มีส่วนทำให้นายกับดาวต้องเลิกกันแบบนั้น”“ขอบใจมากเพื่อน” ความจริงที่ได้รับรู้อีกอย่างในวันนี้ทำให้ภัทรศักดิ์หัวใจวูบโหวงไปหมด เขาผิดเต็มประตู ผิดที่ไม่ถามให้ดีเสียก่อนภัทรศักดิ์กลับบ้านไปหาผู้เป็นอา ได้เจอกับภีมพัฒน์และหนึ่งฤทัยที่ดูเหมือนกับว่ากำลังรอการกลับไปของเขาเช่นกันหลังจากแต่งงานทั้งสองก็พัฒนาความสัมพันธ์ในทุกๆ ด้านให้ดีขึ้น ทำให้เป็นคู่แต่งงานที่มีความสุขอีกคู่หนึ่ง โดยมีกามเทพน้อยอย่างกิตคอยช่วยเหลือ กิตรีบวิ่งเข้ามาหาภัทรศักดิ์ ทำให้เขาต้องอุ้มลูกขึ้นและกอดเอาไว้แนบอก“นายเป็นยังไงบ้าง” ภีมพั
“ฉันขอตัวก่อนนะคะ คุณคงอยากคุยกับเธอ”เนตรดาวพูดอย่างเย็นชา แต่ภัทรศักดิ์รั้งข้อมือของเธอเอาไว้ในอดีตทั้งสองคบกันในขณะที่เธอจากไปเงียบๆ ด้วยความช่วยเหลือเรื่องเงินทองจากภีมพัฒน์ จึงไม่รู้ว่าทั้งสองเลิกรากันอย่างไร แต่ตอนนี้กลับมาเจอกันอีกครั้งก็คงอยากจะสานสัมพันธ์กันอีกกระมังภัทรศักดิ์ความจำเสื่อมก็ไม่ใช่ปัญหาถ้าปรางทิพย์จะเข้าหา ในอดีตหล่อนยังเข้าหาเขาทั้งๆ ที่เขาคบกับเธอ และเป็นพ่อของลูกเธอด้วย“เรื่องที่คุณเนตรดาวท้องก่อนเรียนจบตอนเป็นวัยรุ่นจนต้องลาออกจากโรงเรียนเป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ เด็กคนนั้นที่เคยมากับคุณคือลูกของคุณใช่ไหมครับ แล้วคุณคือผู้ชายที่ทำให้คุณเนตรดาวท้องแล้วทิ้งไปเหรอครับ”นักข่าวที่กรูกันเข้ามาถามทำให้เนตรดาวได้แต่อึ้ง เธอหันไปมองสบตากับปรางทิพย์ก็เห็นแววสะใจของอีกฝ่ายคงไม่มีใครเอาเรื่องของเธอไปบอกนักข่าวได้ละเอียดขนาดนี้นอกจากปรางทิพย์ เธอคิดอยู่แล้วเชียว เป็นฝีมือของปรางทิพย์จริงๆ ด้วย“พี่ๆ นักข่าวถามอะไรกันแบบนี้คะ มีมารยาทหน่อยสิคะ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวนะคะ” ปรางทิพย์รีบเข้าปกป้องเนตรดาวอย่างเสแสร้ง เนตรดาวรู้ดี ตั้งแต่เธอมาทำงานเดินแบบก็ได้เจอกับปรางทิพย์
“หลังจากวันนั้นไม่เห็นพี่ภัทรติดต่อปรางมาเลย พี่ภัทรคงไม่อยากรู้เรื่องอดีตแล้วก็เรื่องของเนตรดาวแล้วใช่ไหมคะ” ปรางทิพย์หยั่งเชิงถาม ก่อนการเดินแบบ นางแบบทุกคนต้องมาเตรียมตัว เธอมาก่อนเวลามากๆ เพราะคิดว่าอาจจะได้เจอภัทรศักดิ์ และวันนี้ก็ไม่มีมารตัวน้อยอย่างกิตด้วย จึงเป็นโอกาสให้เธอได้คุยกับเขาตามลำพัง ข่าวเสียๆ หายๆ ที่เธอใส่ไฟเนตรดาวกำลังคุกรุ่น และอีกไม่นานคงจะระเบิด เพราะทุกอย่างคือเรื่องจริง เนตรดาวยิ่งปิดปากเงียบ พวกนักข่าวก็ยิ่งอยากรู้ ยิ่งขุดคุ้ย“เรื่องอะไรเหรอครับ” ภัทรศักดิ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ“ก็เรื่องสมัยก่อนยังไงล่ะคะ จริงๆ น่ะยาย เอ๊ย! หมายถึงเนตรดาวน่ะเป็นเด็กใจแตก ท้องกับใครก็ไม่รู้เลยอยากจะจับพี่ภัทร พี่ภัทรเป็นคนดีเลยต้องรับลูกในท้องของเนตรดาวเอาไว้น่ะค่ะ พอรับเอาไว้ก็หนีหายไปเลย ปล่อยให้อาภีมต้องเลี้ยงลูกอยู่คนเดียว” ปรางทิพย์คิดว่าภัทรศักดิ์ความจำเสื่อม หล่อนจึงใส่ไฟเต็มที่“เหรอครับ” ภัทรศักดิ์ขมวดคิ้วหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างประเมิน นี่เป็นความรู้ใหม่ที่เขาได้รับรู้เกี่ยวกับปรางทิพย์ เมื่อหลายปีก่อนเขายังเด็ก จึงไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงคนนี้ ผู้หญ
นั่นเป็นสิ่งที่เธอได้แค่คิด สุดท้ายเขาก็พาลูกตามมาด้วย แบบที่เธอเองก็ห้ามไม่อยู่เธอไปเดินแบบหรือรับงานที่ไหน ก็จะให้ภัทรศักดิ์กับกิตหลบไปจากนักข่าวหรือสื่อมวลชน แต่การที่ภัทรศักดิ์ตามมาด้วย ทำให้มีข่าวฉาวเกิดขึ้นในที่สุด แถมยังมีข่าวออกมาว่าเธอซุกลูกซุกผัวเอาไว้ และมีลูกตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นจนลูกโตขนาดนี้แล้วเนตรดาวรับรู้ถึงความวุ่นวายที่กำลังก่อตัวขึ้นมาเหมือนคลื่นใต้น้ำ คนที่ปล่อยข่าวอาจจะเป็นเสี่ยคมหรือใครก็ได้ที่ไม่ชอบใจเธอนักข่าวและสื่อตามมาสัมภาษณ์ อยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับสองพ่อลูก แต่เธอก็ปิดปากเงียบ นั่นยิ่งโดนขุดคุ้ย เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนให้ข่าวเสียๆ หายๆ ของเธอกับนักข่าว ถึงได้รู้เรื่องของเธอละเอียดเสียขนาดนี้ จะบอกว่าเสี่ยคมแค้นเธอที่ไม่ได้ตัวเธอ เลยใส่ร้ายเขาก็ไม่น่าจะสืบรู้เรื่องของเธอละเอียดยิบแบบนี้ เพราะเรื่องบางเรื่องก็ไม่มีใครรู้ นอกจากเธอกับคนไม่กี่คน“ตั้งใจทำงานนะครับคุณแม่” กิตหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ การมีข่าวเสียๆ หายๆ ทำให้ภาพลักษณ์ของเธอไม่ดีนัก อาจจะมีผลกับงานเพราะเธอกำลังเป็นนางแบบดาวรุ่งพุ่งแรงอยู่ ณ ขณะนี้ และไม่เคยมีข่าวเสียๆ หายๆ กับหนุ่มๆ คนไหน
“นั่นหมูหวานนี่ครับคุณพ่อ” กิตรีบกระตุกมือของบิดาเมื่อเห็นว่าเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันก็มาเที่ยวสวนสนุกด้วย ดูเหมือนหมูหวานเองก็จะเห็นเพื่อนเลยเดินเข้ามาหาในทันที“กิตมาเที่ยวสวนสนุกเหมือนกันเหรอ” หมูหวานเป็นเด็กหญิงตัวอ้วนกลมชอบยิ้มแต่ก็ชอบขี้อวดด้วย“ใช่น่ะสิ เธอมาเที่ยวได้เราก็มาเที่ยวได้เหมือน
สองพ่อลูกพาตัวเองมาเป็นแขกประจำและมาฝากท้องที่บ้านของคุณยายเหมือนคนในครอบครัว ภีมพัฒน์เองก็มักซื้อข้าวของติดไม้ติดมือมาฝากสองยายหลานเป็นประจำ สุดสัปดาห์ก็ไปช่วยหนึ่งฤทัยซื้อของเข้าบ้าน โดยอาหารการกินภีมพัฒน์จะเป็นคนจัดการให้ เพราะเขากับลูกชายมาฝากท้องที่บ้านของคุณยายแทบจะทุกวันงานในสวนเขาก็มาช่วยห
งานในสวนหรืองานบ้านเล็กน้อยที่ต้องอาศัยแรงผู้ชาย ภีมพัฒน์ก็คอยช่วยเหลืออยู่ตลอด ทำให้เบาแรงไปได้มาก แม้ปกติแล้วหนึ่งฤทัยจะเป็นคนทำเอง แต่พอมีภีมพัฒน์ เขาก็อาสาจัดการให้เองโดยไม่ต้องเปลืองแรงหลานสาว“โหย... ข้าวเหนียวมะม่วงของพี่หนึ่งน่ากินจังเลยครับ” กิตร้องขึ้นตาวาวด้วยความหิว“ถ้าน้องกิตอยากกิตอะ
เขาถือวิสาสะบันทึกภาพคนทั้งสองเอาไว้แล้วอมยิ้ม มือหนาเลื่อนไปปัดปอยผมที่ปรกระใบหน้าของเธอออกไปเบาๆ เขาทำท่าจะยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มเธอ แต่ปรากฏว่าเธอกะพริบตาตื่นขึ้นมาเสียก่อน นั่นทำให้ภีมพัฒน์เสียหลักล้มลงบนร่างของเธออย่างไม่ได้ตั้งใจ“โอ๊ย!” เสียงคนทั้งสามร้องออกมาพร้อมๆ กัน ภีมพัฒน์เองก็ร้องออกมา







