LOGINภีมพัฒน์จึงใช้ภาษามือบอกให้เธอนอนหลับฝันดีเช่นกัน ในคืนนั้นสองหนุ่มสาว หลับไปด้วยรอยยิ้มที่ถูกแต่งแต้มอยู่บนใบหน้า
รุ่งเช้าของวันใหม่ภีมพัฒน์เจอเข้ากับสองยายหลานที่ออกมาใส่บาตรตรงหน้าบ้าน พร้อมด้วยสาวใช้อีกคน เขาเองก็ชอบตื่นมาทำบุญใส่บาตรเหมือนกัน
“นั่นพี่หนึ่งกับคุณยายนี่ครับ” กิตเห็นหนึ่งฤทัยเข้าก็รีบร้องบอกบิดาด้วยความดีใจ ลากมือให้อีกฝ่ายเดินไปใส่บาตรใกล้ๆ กับหนึ่งฤทัยและคุณยายเยื้อน
“อ้าว... พ่อภีมออกมาใส่บาตรเหมือนกันหรือจ๊ะ” คุณยายเอ่ยทัก ในขณะที่หนึ่งฤทัยหันไปมองและยิ้ม เผื่อแผ่ไปถึงเด็กน้อยนามว่ากิตด้วย
“ดีใจจังเลยมีคนมาใส่บาตรเพิ่มขึ้นอีกตั้งสามคน”
กิตพูดตามประสาเด็ก ก่อนที่พระจะเดินมาบิณฑบาต ทำให้ต้องยุติการสนทนาไปชั่วครู่ ทั้งหมดใส่บาตรและรับพรจากพระด้วยความอิ่มบุญ ทั้งอิ่มอกอิ่มใจ ใบหน้าแจ่มใสเมื่อได้รับพรจากพระภิกษุสงฆ์
“คุณพ่อของน้องกิตตื่นมาทำอาหารตั้งแต่เช้าครับ”
กิตรีบเล่าอวดบิดา เด็กน้อยตื่นเช้าเหมือนบิดา และลุกมาช่วยบ้างป่วนบ้างตามประสาเด็ก ภีมพัฒน์นั้นเลี้ยงลูกให้รู้จักทำอะไรด้วยตัวเองตั้งแต่เล็กๆ ลูกชายอยากทำอะไรเขาก็ปล่อยให้ทำ คอยระวังไม่ให้เกิดอันตรายเท่านั้น
“น้องกิตก็ช่วยด้วยครับ” กิตรีบยิ้มแก้มพองบอกพี่สาวข้างบ้านในทันที
“โอโห้... ทั้งหล่อและยังเก่งด้วยนะครับนี่” หนึ่งฤทัยนั่งลงตรงหน้าของเด็กน้อยก่อนจะเอ่ยชมพลางหยิกแก้มป่องๆ นั้นอย่างเอ็นดู
“พี่หนึ่งแต่งตัวแบบนี้ไปวิ่งกับผมไหมครับ” เด็กน้อยช่างสังเกตและเฉลี่ยวฉลาดเสียยิ่งกว่าอะไร เด็กน้อยมองชุดวอร์มและรองเท้าผ้าใบของหนึ่งฤทัยก็เดาได้ว่าพี่สาวข้างบ้านต้องไปออกกำลังกายเหมือนตนกับบิดาอย่างแน่นอน
“ฉลาดจัง รู้ได้ยังไงว่าพี่จะไปวิ่งเหมือนกัน” คุณยายนั้นปล่อยให้หลานสาวได้พูดคุยกับเพื่อนบ้านต่อ ส่วนท่านขอตัวเข้าบ้านไปก่อน โดยมีสาวใช้ช่วยยกอุปกรณ์สำหรับใส่บาตรตามเข้าบ้านไป
“ก็พี่ใส่ชุดเหมือนคุณพ่อ มีรองเท้าผ้าใบด้วย”
“ปกติน้องกิตไปวิ่งที่ไหนเหรอคะ” หนึ่งฤทัยเอ่ยถามเด็กน้อย
“วิ่งในหมู่บ้านครับ” กิตจับมือของหนึ่งฤทัยเอาไว้ ดึงให้อีกฝ่ายวิ่งไปกับตนด้วย ในขณะที่ภีมพัฒน์นั้น เขาค่อยๆ วิ่งตามไปเรื่อยๆ คอยระวังรถให้บุตรชายเหมือนทุกๆ วัน
“ปกติคุณภีมออกมาวิ่งทุกวันเหรอคะ” เธอหันไปเอ่ยชวนคนเป็นพ่อคุยด้วย
“ครับ ตอนน้องกิตคลอด ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงน่ะครับ ผมเลยฝึกให้ออกกำลังกายทุกวัน” ภีมพัฒน์เอ่ยตอบหญิงสาวที่รักสุขภาพไม่ต่างกัน
“คุณพ่อครับ วันนี้ชวนพี่หนึ่งไปกินข้าวต้มฝีมือคุณพ่อที่บ้านด้วยสิครับ” ได้ทีกิตเลยเอ่ยบอกบิดา
“ข้าวต้มอะไรเอ่ย” หนึ่งฤทัยเอ่ยถามเด็กน้อย
“ข้าวต้มปลาครับ คุณพ่อทำอร๊อยอร่อยที่สุดเลยครับ” เด็กน้อยรีบอวดอ้าง หวังจะให้หนึ่งฤทัยไปรับประทานอาหารเช้ากับตนและบิดาให้จงได้
“เชิญคุณหนึ่งด้วยนะครับ” ลูกชายเปิดทางขนาดนี้เขาก็ต้องสานต่อ
“งั้นหนึ่งคงต้องรบกวนแล้วละค่ะ” เธอรับคำเชิญของสองพ่อลูก จึงได้ชิมข้าวต้มแสนอร่อยฝีมือของภีมพัฒน์ในเช้าวันนั้น
โดยภีมพัฒน์ได้เชิญคุณยายมารับอาหารเช้าที่บ้านของเขาด้วย
“พ่อภีมนี่น่ารักนะ ดูแลลูกตัวคนเดียว แถมยังทำอาหารอร่อยอีก” คุณยายเอ่ยชมขณะเดินกลับบ้าน
“ค่ะ” หนึ่งฤทัยรับคำ
“ตากิตโชคดีมีพ่อแบบภีมพัฒน์ ถึงจะขาดแม่ไปแต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกขาดแคลนอะไร เพราะภีมเขาดูแลลูกดี”
“หนูก็เห็นด้วยค่ะคุณยาย” เธอยิ้มให้กับประโยคของท่าน และเห็นจริงตามนั้น
“วันนี้หนูว่าจะไปเที่ยวตลาดในเมืองน่ะค่ะคุณยาย คุณยายจะไปด้วยกันไหมคะ” ย้ายมาอยู่ที่นี่ทั้งที เธอก็อยากทำความรู้จักกับทุกซอกทุกมุมของที่นี่
“ไม่ไหวหรอกจ้ะ ยายแก่แล้ว เราไปเถอะ ดูแลตัวเองด้วยนะ”
หมู่บ้านที่เธออาศัยอยู่นั้นอยู่ไม่ห่างจากตลาดมากนัก ที่นี่มีข้าวของพื้นเมืองวางขายมากมาย รวมถึงพืชผักผลไม้ ของสดของแห้งอีกหลายอย่าง หญิงสาวจึงคิดว่าจะไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาเสียหน่อยและการปั่นจักรยานก็ทำให้เธอได้ออกกำลังกายไปในตัว แถมยังไม่เปลืองน้ำมันอีกด้วย
“คุณพ่อครับ คุณพ่อ” กิตรีบกระตุกมือของบิดาที่กำลังทำสวนอยู่อย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นว่าหนึ่งฤทัยปั่นจักรยานออกไปจากบ้าน
“คุณพ่อครับ พี่หนึ่งปั่นจักรยานออกไปแล้ว เราตามไปดีกว่าครับ” เพราะกิตนั้นปิดเทอม จึงได้มีเวลาอยู่กับบิดาได้อย่างเต็มที่
ภีมพัฒน์ต้องรีบล้างไม้ล้างมือและปั่นจักรยานพาบุตรชายตามหนึ่งฤทัยออกไป ไม่อย่างนั้นเจ้าตัวแสบก็จะงอนเอาอีก
“พี่หนึ่งจะไปไหนครับ” เสียงคุ้นเคยที่ดังอยู่ข้างๆ ทำให้หนึ่งฤทัยหันไปมอง ก่อนจะยิ้มแฉ่งในทันที
“จะไปปั่นจักรยานเล่นจ้ะ พี่อยากเที่ยวเปิดหูเปิดตาน่ะจ้ะ” เธอหันไปตอบเด็กน้อยด้วยรอยยิ้ม
“งั้นผมจะพาเที่ยวครับ คุณพ่อครับ พาพี่หนึ่งเที่ยวสิครับ” เด็กน้อยรีบกระตุกเสื้อของบิดาในทันที ภีมพัฒน์หันไปยิ้มให้บุตรชายที่นั่งอยู่เบาะหลัง เกาะเอวเขาเอาไว้แน่น
“เดี๋ยวผมพาเที่ยวนะครับ” ภีมพัฒน์เอ่ยกับหญิงสาวที่ปั่นจักรยานอยู่ข้างกาย เธอจึงพยักหน้าให้เขาอย่างยินดี คิดว่ามีคนพาเที่ยวก็ดีเหมือนกัน
“เอาแน่ เอาทุกอย่างเอาอีกนี่ด้วย”“นี่ปล่อยนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” เนตรดาวดิ้นรน กัดเข้าไปที่แขนของคนที่ล็อกร่างของเธอเอาไว้ ทำให้มันถึงกับร้องเสียงหลง“โอ๊ย! อีนี่ฤทธิ์เยอะนักนะ งั้นมึงก็ตายก่อนเลย” คนขี้โมโหจ้วงมีดเข้าใส่ เนตรดาวกรีดร้องสุดเสียง เสียงเสียบแทงของมีดปักเข้าที่หน้าท้อง แต่ไม่ใช่หน้าท้องของเธอ เพราะภัทรศักดิ์กัดฟันวิ่งถลาเข้ามาขวางเอาไว้ เขาทรุดไปกองอยู่กับพื้น เลือดไหลเจิ่งนองพื้นไปหมด“แทงแล้วต้องแทงให้ตาย ไม่งั้นมันพาตำรวจมาลากคอมึงแน่”“มันฤทธิ์เยอะกัดฉัน เราก็จัดการมันทั้งสองคนเลย”“งั้นจัดการอีนี่ก่อน” ไม่ทันที่พวกมันจะทำอะไรกันต่อ เสียงรถยนต์ก็แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพร้อมด้วยรถตำรวจ“เฮ้ย! พี่ ตำรวจมา”“หนีสิวะ จะยืนทำซากอะไรอยู่” พวกมันกระโดดหน้าต่างหนี ในขณะที่ภีมพัฒน์กับหนึ่งฤทัยนั้นพาตำรวจมาตามจับตัวคนร้ายได้ทัน“ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ” เนตรดาวร้องขอความช่วยเหลือ กอดร่างโชกเลือดของภัทรศักดิ์เอาไว้แน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจภีมพัฒน์กับหนึ่งฤทัยตกใจเป็นอันมาก ทั้งสองรีบเรียกรถพยาบาลโดยด่วน“พี่รักดาวนะ พี่ขอโทษ”“พี่ภัทรห้ามตายนะคะ พี่ต้องรอดนะ ถ้าพี่รอดดาวจะยอ
ไม่น่าเชื่อว่าการคิดถึงบ้านหลังเก่าของเธอ จะทำให้เขาตามหาเธอจนเจอ เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ เธอย้ายมาอยู่ที่นี่แต่เขาไม่ได้คาดคิดเท่านั้นเอง“ดาว” เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้เนตรดาวหันขวับไปมอง เธอตกใจที่เห็นเขา ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ“พี่มาที่นี่ทำไม”“มาตามหาดาว”“มาตามหาดาวทำไมคะ” เธอพูดอย่างเย็นชา อยากจะตัดเขาออกไปจากใจแต่ไม่เคยทำได้ สุดท้ายเขาก็ตามมาหลอกหลอนเธออีกจนได้“พี่รู้ทุกอย่างแล้ว”“รู้อะไรคะ” เธอถามอย่างแปลกใจว่าเขารู้อะไร เพราะเธอเองไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง“พี่เข้าใจผิดดาวทุกอย่าง”“เข้าใจผิดอะไรคะ” ประโยคคำถามของเธอทำให้เขาต้องรีบอธิบายว่าเขาผิดเองที่เข้าใจเธอผิด เพราะคำยุแยงของปรางทิพย์ เขาเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นก็คิดว่าแอบกิ๊กกัน แอบคบกันลับหลังและนอกใจกัน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ถาม“ปรางคงเกลียดดาวมาก”พูดถึงปรางทิพย์แล้วเนตรดาวถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่ ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ปรางทิพย์ได้ตามจองล้างจองผลาญเธอไม่หยุดหย่อน ในขณะที่เธอไม่เคยคิดไม่ดีกับอีกฝ่ายเลย“พี่ขอโทษนะดาว เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม พี่อยากแก้ตัว อยากทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น กิตต้องการพ่อแม่ และพี่ก็อยากเป็นพ่อท
“ไม่น่าเชื่อว่าปรางจะอิจฉาดาวขนาดนี้ ใส่ร้ายดาวได้ลงคอ ดาวน่าสงสารมากนะ” นนท์ครางออกมา ไม่อยากจะเชื่อเพราะเห็นว่าปรางทิพย์กับเนตรดาวสนิทสนมกันดี“ไม่ใช่เพราะปรางหรอก แต่เป็นเพราะฉันเองที่ไม่ถามไถ่ให้ดีเสียก่อน”“เรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อย กลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ นั่นแหละคนเรามีอะไรเล็กน้อยก็ต้องหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกันให้เข้าใจกัน ไม่อย่างนั้นต่างคนก็ต่างคิดไปกันใหญ่โต และเข้าใจผิดกันไปใหญ่” นนท์ตบบ่าเพื่อนเพื่อปลอบใจ“มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ ก็บอกฉันนะ ฉันยินดี ถือว่าฉันเองก็มีส่วนทำให้นายกับดาวต้องเลิกกันแบบนั้น”“ขอบใจมากเพื่อน” ความจริงที่ได้รับรู้อีกอย่างในวันนี้ทำให้ภัทรศักดิ์หัวใจวูบโหวงไปหมด เขาผิดเต็มประตู ผิดที่ไม่ถามให้ดีเสียก่อนภัทรศักดิ์กลับบ้านไปหาผู้เป็นอา ได้เจอกับภีมพัฒน์และหนึ่งฤทัยที่ดูเหมือนกับว่ากำลังรอการกลับไปของเขาเช่นกันหลังจากแต่งงานทั้งสองก็พัฒนาความสัมพันธ์ในทุกๆ ด้านให้ดีขึ้น ทำให้เป็นคู่แต่งงานที่มีความสุขอีกคู่หนึ่ง โดยมีกามเทพน้อยอย่างกิตคอยช่วยเหลือ กิตรีบวิ่งเข้ามาหาภัทรศักดิ์ ทำให้เขาต้องอุ้มลูกขึ้นและกอดเอาไว้แนบอก“นายเป็นยังไงบ้าง” ภีมพั
“ฉันขอตัวก่อนนะคะ คุณคงอยากคุยกับเธอ”เนตรดาวพูดอย่างเย็นชา แต่ภัทรศักดิ์รั้งข้อมือของเธอเอาไว้ในอดีตทั้งสองคบกันในขณะที่เธอจากไปเงียบๆ ด้วยความช่วยเหลือเรื่องเงินทองจากภีมพัฒน์ จึงไม่รู้ว่าทั้งสองเลิกรากันอย่างไร แต่ตอนนี้กลับมาเจอกันอีกครั้งก็คงอยากจะสานสัมพันธ์กันอีกกระมังภัทรศักดิ์ความจำเสื่อมก็ไม่ใช่ปัญหาถ้าปรางทิพย์จะเข้าหา ในอดีตหล่อนยังเข้าหาเขาทั้งๆ ที่เขาคบกับเธอ และเป็นพ่อของลูกเธอด้วย“เรื่องที่คุณเนตรดาวท้องก่อนเรียนจบตอนเป็นวัยรุ่นจนต้องลาออกจากโรงเรียนเป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ เด็กคนนั้นที่เคยมากับคุณคือลูกของคุณใช่ไหมครับ แล้วคุณคือผู้ชายที่ทำให้คุณเนตรดาวท้องแล้วทิ้งไปเหรอครับ”นักข่าวที่กรูกันเข้ามาถามทำให้เนตรดาวได้แต่อึ้ง เธอหันไปมองสบตากับปรางทิพย์ก็เห็นแววสะใจของอีกฝ่ายคงไม่มีใครเอาเรื่องของเธอไปบอกนักข่าวได้ละเอียดขนาดนี้นอกจากปรางทิพย์ เธอคิดอยู่แล้วเชียว เป็นฝีมือของปรางทิพย์จริงๆ ด้วย“พี่ๆ นักข่าวถามอะไรกันแบบนี้คะ มีมารยาทหน่อยสิคะ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวนะคะ” ปรางทิพย์รีบเข้าปกป้องเนตรดาวอย่างเสแสร้ง เนตรดาวรู้ดี ตั้งแต่เธอมาทำงานเดินแบบก็ได้เจอกับปรางทิพย์
“หลังจากวันนั้นไม่เห็นพี่ภัทรติดต่อปรางมาเลย พี่ภัทรคงไม่อยากรู้เรื่องอดีตแล้วก็เรื่องของเนตรดาวแล้วใช่ไหมคะ” ปรางทิพย์หยั่งเชิงถาม ก่อนการเดินแบบ นางแบบทุกคนต้องมาเตรียมตัว เธอมาก่อนเวลามากๆ เพราะคิดว่าอาจจะได้เจอภัทรศักดิ์ และวันนี้ก็ไม่มีมารตัวน้อยอย่างกิตด้วย จึงเป็นโอกาสให้เธอได้คุยกับเขาตามลำพัง ข่าวเสียๆ หายๆ ที่เธอใส่ไฟเนตรดาวกำลังคุกรุ่น และอีกไม่นานคงจะระเบิด เพราะทุกอย่างคือเรื่องจริง เนตรดาวยิ่งปิดปากเงียบ พวกนักข่าวก็ยิ่งอยากรู้ ยิ่งขุดคุ้ย“เรื่องอะไรเหรอครับ” ภัทรศักดิ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ“ก็เรื่องสมัยก่อนยังไงล่ะคะ จริงๆ น่ะยาย เอ๊ย! หมายถึงเนตรดาวน่ะเป็นเด็กใจแตก ท้องกับใครก็ไม่รู้เลยอยากจะจับพี่ภัทร พี่ภัทรเป็นคนดีเลยต้องรับลูกในท้องของเนตรดาวเอาไว้น่ะค่ะ พอรับเอาไว้ก็หนีหายไปเลย ปล่อยให้อาภีมต้องเลี้ยงลูกอยู่คนเดียว” ปรางทิพย์คิดว่าภัทรศักดิ์ความจำเสื่อม หล่อนจึงใส่ไฟเต็มที่“เหรอครับ” ภัทรศักดิ์ขมวดคิ้วหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างประเมิน นี่เป็นความรู้ใหม่ที่เขาได้รับรู้เกี่ยวกับปรางทิพย์ เมื่อหลายปีก่อนเขายังเด็ก จึงไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงคนนี้ ผู้หญ
นั่นเป็นสิ่งที่เธอได้แค่คิด สุดท้ายเขาก็พาลูกตามมาด้วย แบบที่เธอเองก็ห้ามไม่อยู่เธอไปเดินแบบหรือรับงานที่ไหน ก็จะให้ภัทรศักดิ์กับกิตหลบไปจากนักข่าวหรือสื่อมวลชน แต่การที่ภัทรศักดิ์ตามมาด้วย ทำให้มีข่าวฉาวเกิดขึ้นในที่สุด แถมยังมีข่าวออกมาว่าเธอซุกลูกซุกผัวเอาไว้ และมีลูกตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นจนลูกโตขนาดนี้แล้วเนตรดาวรับรู้ถึงความวุ่นวายที่กำลังก่อตัวขึ้นมาเหมือนคลื่นใต้น้ำ คนที่ปล่อยข่าวอาจจะเป็นเสี่ยคมหรือใครก็ได้ที่ไม่ชอบใจเธอนักข่าวและสื่อตามมาสัมภาษณ์ อยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับสองพ่อลูก แต่เธอก็ปิดปากเงียบ นั่นยิ่งโดนขุดคุ้ย เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนให้ข่าวเสียๆ หายๆ ของเธอกับนักข่าว ถึงได้รู้เรื่องของเธอละเอียดเสียขนาดนี้ จะบอกว่าเสี่ยคมแค้นเธอที่ไม่ได้ตัวเธอ เลยใส่ร้ายเขาก็ไม่น่าจะสืบรู้เรื่องของเธอละเอียดยิบแบบนี้ เพราะเรื่องบางเรื่องก็ไม่มีใครรู้ นอกจากเธอกับคนไม่กี่คน“ตั้งใจทำงานนะครับคุณแม่” กิตหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ การมีข่าวเสียๆ หายๆ ทำให้ภาพลักษณ์ของเธอไม่ดีนัก อาจจะมีผลกับงานเพราะเธอกำลังเป็นนางแบบดาวรุ่งพุ่งแรงอยู่ ณ ขณะนี้ และไม่เคยมีข่าวเสียๆ หายๆ กับหนุ่มๆ คนไหน
“นี่ละ... ลูก เอ่อ... น้องกิตใช่ไหมคะ” เนตรดาวเอ่ยถามเสียงสั่นๆ น้ำตาแทบจะคลอเบ้า ในขณะที่กิตเงยหน้ามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยท่าทีสงสัยว่าเป็นใครกัน ภีมพัฒน์นัดเนตรดาวที่ร้านกาแฟร้านเดิม เพราะร้านนี้มีขนมเค้กของโปรดของกิตด้วย จะได้สั่งขนมให้กิตรับประทานไปด้วย“ครับน้องกิต” ภีมพัฒน์เห็นท่าทีของเนตรดาวก
“ไปพูดแบบนั้นเดี๋ยวหมูหวานก็หาว่าเราขี้โม้หรอกค่ะ” หนึ่งฤทัยหัวเราะเบาๆ กับความฉลาดเฉลียวขี้อวดของเจ้าตัวน้อยที่นั่งอยู่ตรงเบาะหลัง“หมูหวานยังขี้โม้เลยนี่ครับ”“ใครขี้โม้ก็ปล่อยให้เขาโม้ไปค่ะ เราไม่ขี้โม้คนอื่นจะได้ไม่หมั่นไส้”“ครับ น้องกิตจะไม่ขี้โม้เหมือนหมูหวาน”“ดีแล้วค่ะ” เธอยิ้มเอ็นดูให้เด็
“นั่นหมูหวานนี่ครับคุณพ่อ” กิตรีบกระตุกมือของบิดาเมื่อเห็นว่าเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันก็มาเที่ยวสวนสนุกด้วย ดูเหมือนหมูหวานเองก็จะเห็นเพื่อนเลยเดินเข้ามาหาในทันที“กิตมาเที่ยวสวนสนุกเหมือนกันเหรอ” หมูหวานเป็นเด็กหญิงตัวอ้วนกลมชอบยิ้มแต่ก็ชอบขี้อวดด้วย“ใช่น่ะสิ เธอมาเที่ยวได้เราก็มาเที่ยวได้เหมือน
สองพ่อลูกพาตัวเองมาเป็นแขกประจำและมาฝากท้องที่บ้านของคุณยายเหมือนคนในครอบครัว ภีมพัฒน์เองก็มักซื้อข้าวของติดไม้ติดมือมาฝากสองยายหลานเป็นประจำ สุดสัปดาห์ก็ไปช่วยหนึ่งฤทัยซื้อของเข้าบ้าน โดยอาหารการกินภีมพัฒน์จะเป็นคนจัดการให้ เพราะเขากับลูกชายมาฝากท้องที่บ้านของคุณยายแทบจะทุกวันงานในสวนเขาก็มาช่วยห







