เข้าสู่ระบบ“ตาลุกทั้งกองถ่าย เมื่อไฮโซชื่อดังขับรถมาส่งนางเอกสาวชื่อดัง...”
มือเรียวเลื่อนนิ้วอ่านเนื้อหาข่าวจากเพจบันเทิงชื่อดัง ก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ เมื่อเห็นรูปถ่ายของสิบทิศกับดาราที่ชื่อลลนา
“เป็นไปได้ยังไง ก็คุณสิบทิศแต่งงานกับยัยกิ๋วไปแล้วนี่”
ติวราเม้มปากเข้าหากันแน่น ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปหาชายคนรักที่กำลังนั่งจิบเบียร์อยู่หน้าระเบียงของโรงแรม
“ที่รักคะ คุณดูนี่สิ”
“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ”
ติวราส่งแทบเล็ดในมือให้ชายคนรักดู ภาพที่โลดแล่นอยู่บนสื่อคือสิบทิศกำลังประคองนางเอกสาวชื่อดังลงจากรถสปอร์ตคันหรู แม้ภาพจะไม่ได้คมชัดจนเห็นใบหน้าชัดเจนในทุกรายละเอียด แต่ความคุ้นเคยจากการไปบ้านหลังนั้นหลายปี ทำให้หญิงสาวรู้ดีว่านั่นคือสิบทิศ ลูกชายคนเดียวของตระกูลใหญ่ และเป็นเจ้าบ่าวที่ถูกวางตัวไว้ให้เธอตั้งแต่แรก
ชายหนุ่มรับโทรศัพท์ไปดู ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยฉายแววแปลกใจออกมาไม่ต่างกัน คิ้วเข้มย่นเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับติวราที่ยืนหน้าเครียดอยู่ข้างเก้าอี้
“นี่มันสิบทิศนี่ ทำไม่ถึงมีข่าวกับลลนาได้ล่ะ”
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยระคนเคลือบแคลง ติวราถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความวิตกกังวลที่เคยจางหายไปในช่วงเวลาที่เธอหนีตามเขามา เริ่มกลับมาบีบคั้นหัวใจของเธออีกครั้ง
“นั่นสิคะ ติวก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ถ้าคุณนับสิบเขาไปไหนมาไหนกับผู้หญิงอื่น แล้วกิ๋ว ... น้องสาวติวล่ะคะ จะเป็นยังไงบ้าง ทำไมงานแต่งงานถึงไม่มีข่าวออกมาเลย หรือว่าคุณหญิงย่าจะล้มเลิกงานแต่งไปแล้ว”
ติวราเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่สวยทอแววสับสน ก่อนจะทิ้งตัวลงมานั่งบนขอบเก้าอี้ มือเรียวยกขึ้นกอดอกตัวเองไว้แน่น ความคิดมากมายตีกันรวนอยู่ในหัว หากการแต่งงานล่มลง หรือว่าคุณหญิงย่าจะยกหนี้สินให้พ่อเธอแล้ว ชีวิตของเธอก็อาจจะกลับไปเป็นปกติได้ แต่ลางสังหร์ณ์ในใจกลับบอกว่าเรื่องมันคงไม่ง่ายดายขนาดนั้น
ชายหนุ่มสังเกตเห็นท่าทางกระวนกระวายใจของคนรัก เขาวางแก้วเบียร์ลงบนโต๊ะกระจกข้างตัว ก่อนจะใช้มือหนาจับดึงข้อมือเล็กของติวราให้ทรุดกายลงมานั่งบนตักตัวเอง
“ถ้ากังวลเรื่องนั้น ก็ไม่เห็นต้องคิดมากเลย” เขายกมือขึ้นลูบผมยาวนุ่มสลวยของติวราอย่างทะนุถนอม
แล้วเรื่องน้องสาวเธอล่ะ? ถถ้ายังไม่แต่ง เธอคิดว่าเธอจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้จริงเหรอ”
ติวรานิ่งอึ้งกับคำถามนั้น ความจริงข้อหนึ่งคือเธอเลือกที่จะทิ้งจดหมายลา และหนีงานแต่งงานแบบคลุมถุงชนเพื่อที่จะออกไปใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายที่ตัวเองรักจริง ๆ แม้จะรู้ว่าต้องแลกมาด้วยความขัดแย้งกับคนในครอบครัวก็ตาม
"แต่ถ้าน้องสาวติวต้องมาแต่งงานแทนจริง ๆ ติวคงรู้สึกผิดไม่น้อย คุณสิบทิศเป็นคนเอาแต่ใจและปากร้ายมาก ถ้ายัยกิ๋วต้องไปอยู่กับเขา จะต้องเสียน้ำตาเพราะเขาแน่ ๆ เลยค่ะ”
ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ปลายจมูกโด่งกดลงที่ข้างแก้มใสของติววราเพื่อปลอบใจให้เธอคลายกังกล
“เลิกคิดเรื่องของคนอื่นได้แล้วน่า ไม่ว่างานแต่งงานของตระกูลนั้นจะออกมาในรูปแบบไหน หรือว่าน้องสาวคุณจะแต่งงานกับใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกต่อไปแล้วนะ”
ติวราเงยหน้ามองคนรัก แววตาของเธอสะท้อนความลังเลใจอยู่เพียงครู่หนึ่งเท่านั้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเห็นด้วยกับเขา ในเมื่อตัดสินใจหนีมาแล้วเธอก็ไม่ควรนึกถึงเรื่องนี้ให้ทุกข์ใจอีก
“ค่ะ ... ติวจะไม่คิดเรื่องนี้อีก”
“งั้นก็ใช้ชีวิตกับบผมก็พอแล้วล่ะ ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคุณเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม คุณก็ไม่ต้องกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีก”
ติวราคลี่ยิ้มรับคำ ความกลัวในตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น ร่างเล็กขยับตัวเข้าหาอ้อมอกกว้าง ก่อนจะก้มลงหอมแก้มคนรักอย่างออดอ้อน เพื่อแสดงความขอบคุณ และความเชื่อมั่นว่า การตัดสินใจหนีมากับเขาในครั้งนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอแล้ว
แน่นอนว่าข่าวที่กำลังโด่งดังอยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้ ไม่ใช่แค่ติววราที่เห็น แต่ทุกคนในบริษัทก็เห็นข่าวนี้เหมือนกัน และต่างพูดถึงกันไปต่าง ๆ นานา รวมไปถึงแผนกบัญชีที่กำลังนั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่ทีแคนทีน
“ว้าว! ท่านประธานนี่สุดยอดจริง ๆ เลยนะ คว้าเพื่อนมาเป็นแฟน แถมยังเป็นดาราดังอีกต่างหาก”
‘ไม้หมอน’ เพื่อนร่วมงานของกิรณาเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ให้เพื่อนร่วมโต๊ะดู ทุกคนต่างก้มหน้ามองแล้วก็หัวเราะออกมา ก่อนจะพูดว่าเรื่องเก่าเล่าใหม่เพื่อโปรโมตละครหรือเปล่า
“เรื่องเก่าเล่าใหม่ หมายความว่ายังไงเหรอคะ”
กิรณาเลิกคิ้วสูง ไม่เข้าใจว่า ’พี่เตชิตา’ กำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่ที่แน่ ๆ ข่าวที่เห็นวันนี้ทำเอาเมียถือทะเบียนในความลับถึงกับจุกอกอยู่
ไม่น้อยสิบทิศย่นคิ้วเข้าหากัน มองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนย้อน“เธอหมายความว่ายังไง พูดให้มันดี ๆ นะ!”“ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะคะ และกิ๋วก็หมายความว่าพี่สิบทิศเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าเมียตัวเองไง พี่ทำได้ยังไง ปล่อยให้กิ๋วนั่งรออยู่ที่บริษัทตั้งหลายชั่วโมง กิ๋วโทรไปก็ปิดเครื่องหนี ส่งข้อความไปกี่ครั้งก็ไม่เคยตอบ ที่ไหนได้กลับหนีไปแรดอยู่กับคนที่ไม่ใช่เมียตัวเองจนเช้า!”“กิ๋ว!”ชายหนุ่มเรียกชื่อเธอด้วยความโกรธจัดที่ถูกคนตรงหน้าด้วยคำพูดแรง ๆแบบนั้น ขายาวก้าวพรวดเข้าไปหาแล้วใช้สองมือจับไปที่ไหล่ของเธอแน่นราวกับจะบีบให้แหลกคามือทว่าครั้งนี้กิรณาไม่ยอมเป็นเบี้ยวล่างอีกต่อไป เธอรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ก่อนจะใช้มืออวบทั้งสองข้างผลักอกกว้างของสิบทิศจนเขาเสียหลักล้มลงไปนอนบนเตียงแทน“ไม่ต้องมาแตะต้องตัวกิ๋ว! กิ๋วรังเกียจคนใจร้ายแบบพี่”พูดจบกิรณาก็ไม่รอให้เขาได้ลุกขึ้นมาโต้ตอบ เธอรีบหมุนตัววิ่งออกจากห้องนอนไปทันที ทิ้งให้สิบทิศนอนอึ้งอยู่บนเตียงด้วยความคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่เคยยอมเขามาตลอดจะกล้าทำรุนแรงและสาดคำพูดเจ็บแสบใส่เขาได้ถึงเพียงนี้“กิ๋ว! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ จะไปไ
“สวัสดีค่ะ คุณลลนา”ลลนายิ้มรับแกน ๆ ก่อนจะหันไปทางสุดเขตด้วยน้ำเสียงจิกกัด“แล้วนี่ ... ทั้งคู่มาเจอกันได้ยังไงคะเนี่ย เขตไม่เคยบอกนาเลยนะว่าสนิทกับน้องเขาถึงขั้นพาออกมาทานข้าวกันข้างนอกแบบนี้”สุดเขตเห็นท่าไม่ดี รีบเอ่ยแก้ตัวแทนกิรณาทันที“พอดีบังเอิญมาเจอกันน่ะ เห็นกิ๋วเขาเดินดูของอยู่แถวนี้พอดีก็เลยชวนมาหาอะไรทานด้วยกันเฉย ๆ ไม่มีอะไรหรอก”สุดเขตหันไปมองหน้ากิรณาที่ดูหน้าซีดลงเรื่อย ๆ ก่อนจะรีบสรุปสถานการณ์“กิ๋ว ... อิ่มแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านเอง ปะ.... กลับกันเถอะ”“เดี๋ยว!”สิบทิศเอ่ยขัดจังหวะ เขาจ้องหน้ากิรณาด้วยสายตาที่เย็นเฉียบจนคนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความกดดันบางอย่างที่อ่านไม่ออก“ไม่ต้องลำบากแกหรอกไอ้เขต เดี๋ยวฉันอาสาไปส่งกิ๋วเอง”“แกจะไปส่งน้องเขาได้ยังไงสิบ ในเมื่อแกมากับนา” สุดเขตขมวดคิ้วมองเพื่อนรักอย่างรู้ทัน“แกก็ไปส่งนาแทนฉันหน่อยสิ พอดีเมื่อเช้าคุณย่าบ่นคิดถึงกิรณาอยู่พอดี ท่านบอกให้เธอไปพบน่ะ”สิบทิศพูดพลางขยับเข้าไปใกล้กิรณามากขึ้น หญิงสาวมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย เพราะภายใต้รอยยิ้มนั้นมันเหมือนซ่อนกรงเล็บของเสือร้ายเอาไว้“กลับด้วยกันนะ ... กิ๋ว”กิรณาอ้าปาก
“ยัยกิ๋วไม่ได้มาที่นี่นะ เขาบอกบ้านโน่นว่ามาที่นี่เหรอ”ณดลมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าลูกเขยมาถามหาลูกสาวที่นี่“เปล่าครับ เห็นคุณย่าบอกว่ากิ๋วขอมาช่วยงานคุณลุง”“ไม่เห็นยัยกิ๋วว่ายังไงนะ อีกอย่างงานที่นี่ก็ไม่ได้ยุ่งด้วย เราสองคนทะเลาะออะไรกันหรือเปล่า”ณดลถามย้ำด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล สิบทิศนิ่งไปครู่หนึ่งไม่คิดว่ายัยบ๊องจะกล้าโกหกคุณย่า แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน“เปล่าครับ เราไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน สงสัยกิ๋วคงแวะไปทำธุระที่อื่นก่อนครับ เดี๋ยวผมลองโทรหาดูอีกที คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”“อืม ... ถ้าไม่ได้ทะเลาะกันก็ดีล่ะ ลุงก็ตกใจนึกว่ายัยกิ๋วไปทำอะไรให้เราไม่พอใจเข้า ถ้าเจอแล้วก็บอกน้องด้วยนะว่างก็แวะมาหาพ่อบ้าง”“ครับคุณลุง งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”สิบทิศไหว้ลาพ่อตาด้วยท่าทางสุภาพตามมารยาท พอเดินกลับมาที่รถ ใบหน้าหล่อก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดโทรออกไปหากิรณาว่าอยู่ที่ไหน ทว่าจังหวะนั้นเองสายเรียกเข้าจากลลนาก็โทรเข้ามาเสียก่อน“ว่าไงนา มีออะไรหรือเปล่า”(สิบ! คุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่านาเจอใคร)เสียงปลายสายของดาราสาวดูตื่นเต้น ทำเอาชายหนุ่มขมว
“โอเค พี่เข้าใจแล้ว พี่จะปิดปากให้สนิทที่สุด ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรา”“ขอบคุณมากค่ะพี่เขต” กิรณายิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ“งั้นพี่กลับก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่นะกิ๋ว” สุดเขตทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความหมายบางอย่างแอบแฝงอยู่กิรณาพยักหน้ารับคำ แล้วมองตามไฟท้ายรถของสุดเขตที่ค่อย ๆ หายไปกับความมืด ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นบ้านเพื่อไปจัดการคนเมาที่ยังไม่ได้สติ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงได้ดื่มมาหนักขนาดนั้น“นา... สิบขอโทษนะ ที่ไม่ได้บอกเรื่องแต่งงาน”สิบทิศพึมพำออกมาเบา ๆ มืออวบที่จับผ้าเย็นซับลงบนใบหน้าคมถึงกับชะงัก วันนี้ที่เขาไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับเธอก็เพราะมัวไปง้อคุณลลนาเธอเม้มปากเข้าหากันแน่นก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเขาจนถึงคอ ก่อนที่ตัวเองจะคว้าเอาหมอนกับผ้าห่มอีกผืนกลับไปนอนที่โซฟามุมห้องเช้ามืดของวันกิรณาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อจัดเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องดื่มแก้แฮงค์วางไว้ให้คนที่ยังนอนจมอยู่บนเตียง ก่อนที่เธอจะปลีกตัวออกจากบ้านไปอย่างเงียบ ๆช่วงสายตะวันแยงตา สิบทิศเดินลงมายังโต๊ะอาหารด้วยท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ มือหนายกขึ้นกุมขมับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กำลังจะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง แต่ว่าปลายสายที่ตอบมากลับไม่ใช่เสียงของเขา แต่เป็นเสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่ง(ฮัลโหลค่ะ)กิรณาชะงักไปครู่ใหญ่ “เอ่อ... ขอสายพี่สิบทิศหน่อยค่ะ”(อ๋อ สิบทิศเหรอคะ ตอนนี้เขาไม่สะดวกรับสายค่ะ)เสียงปลายสายนั้นดูราบเรียบ ไม่ตกใจเลยสักนิดที่เห็นผู้หญิงโทรหาเขา ท่าทางจะดูสนิทสนมจนทำให้ความคิดของกิรณาคิดไปไกล(ฉันชื่อลลนาค่ะ เป็นเพื่อนของสิบทิศ พอดีตอนนี้เขาดื่มหนักไปหน่อยจนเมาหลับไปแล้วค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถ้าเขาสร่างแล้วฉันจะให้รถไปส่งเขากลับบ้านเองค่ะ แค่นี้นะคะพอดีนามีธุระต่อ)“ค่ะ...”กิรณาตอบได้เพียงสัน ๆ เท่านั้น ก่อนที่สายจะถูกตัดไปโดยไม่รอให้เธอได้พูดอะไรต่อ หญิงสาวค่อย ๆ ลดโทรศัพท์มือถือลงข้างตัว ความรู้สึกตอนนี้เหมือนเธอถูกกระชากวิญญาณออกจากกายหยาบ แม้จะพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แต่มันกลับทำไม่ได้อย่างที่ใจนึกหยาดน้ำใสที่พยายามอดกลั้นมาทั้งวันก็ไหลอาบลงสองแก้มเงียบ ๆการที่ต้องงแอบรักสามีตัวเอง และต้องยืนอยู่บนความเจ็บปวดช้ำแล้วช้ำเล่ากับการที่เขาไม่รัก แถมยังทำท่ารังเกียจและเห็นเธอเป็นเพียงภาระที่เอามาขัดหนี้ก็เท่านั้น...ร่างสูงที่ไร้สติยังค
“รู้แล้วใช่ไหมว่า อีกสองสัปดาห์บริษัทเราจะพาพนักงานไปเอ้าท์ติ้งที่หัวหิน”พี่เกรซเอ่ยขึ้นขณะที่น้อง ๆ ในแผนกบัญชีกำลังเข้าประจำโต๊ะทำงานช่วงบ่าย หลังจากเมื่อเช้าบอร์ดบริหารและฝ่ายHRเรียกประชุมด่วน“แล้วปีนี้เขาจะจ้างนักร้องไหมพี่เกรซ ถ้าจ้างก็ขอหมอลำม่วน ๆ จอย ๆ ไม่เอาแบบปีที่แล้วนะ แทบจะรำไทเก็กร่อมร่อ” เตชิตากอดอกยักไหล่ เมื่อนึกถึงวงดนตรีปีที่แล้วแทบจะทำเอาหลับบนโต๊ะจีน“จ้างสิจ๊ะ ปีนี้จัดหนักจัดเต็มแน่นอน พี่ได้ข่าวจากวงในมาว่าปีนี้ผลกำไรของบริษัทเราค่อนข้างดีเลยล่ะ ท่านประธานเลยอนุมัติงบให้จ้างนักร้องหมอลำที่กำลังมีกระแสที่สุดตอนนี้มาเอนเตอร์เทนพนักงงานทุกคนที่หัวหินเลยนะ เตรียมชุดเตรียมท่าเต้นกันไปดี ๆ ล่ะ”พนักงานในแผนกบัญชีต่างส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ บางคนเริ่มจับกลุ่มคุยกันเรื่องเสื้อผ้าที่จะใส่ไปประชันกันในคืนวันงาน ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้น กลับมีเพียงกิรณาที่นั่ง สีหน้ามีความหนักใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดเธอรู้ดีว่าการไปเอ้าท์ติงครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พนักงานที่ต้องไป แต่พี่สิบทิศก็ต้องไปด้วยในฐานะเจ้าของบริษัท และคุณย่ากับคุณแม่ยังให้ถือโอกาสนี้ไปฮันนีมูนด้วยอีกต่างหาก มันคง







