เข้าสู่ระบบแม้จะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่สถานะทางสังคมไม่มีใครรู้เลยว่ากิรณาคือเมียของสิบทิศ เพราะเขาซ่อนเธอไว้เป็นแค่เมียร่วมเตียงเท่านั้น "ถ้ากิ๋วไม่ใช่คนที่คุณรัก ก็ปล่อยกิ๋วไปเถอะ อย่าทรมานกันเลย"
ดูเพิ่มเติม“ขอให้ถือไม้เท้ายอดทอง กระบอกยอดเพชรนะลูก แต่งงานกันแล้วหนักนิดเบาหน่อยก็ต้องอภัยให้กันนะ”
มือเหี่ยวย่นของคุณกุลนิภาถือหอยสังข์จรดปลายลงรดมือลูกชายเพียงคนเดียว ใบหน้าของหล่อนบ่งบอกเป็นอย่างดีว่ามีความสุขแค่ไหนที่
ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝาสักที แม้ว่าเจ้าสาววันนี้จะไม่ใช่คนที่วางตัวเอาไวก็เถอะแตกต่างจากเจ้าวบ่าวซึ่งมีสีหน้าบอกบุญไม่รับ เขาปรายตามองคนเจ้าเนื้อที่อยู่ในชุดไทยประยุกต์ด้านข้าง แล้วพยักหน้าน้อย ๆ ให้กับคำ
อวยพรของผู้เป็นแม่ไม่ว่าเจ้าสาวจะเป็นคนนี้ หรือคนก่อนหน้านี้เขาเองก็ไม่ได้เต็มใจแต่งสักเท่าไร แต่เพราะขัดคนในครอบครัวไม่ได้ โดยเฉพาะผู้เป็นย่า ที่ท่านแทบจะเจ้ากี้เจ้าการเตรียมงานภายในนี้เองทุกอย่าง
เขาพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ จนเจ้าสาวต้องเหลือบไปมอง ก่อนจะก้มหน้ามองมือตัวเอง ใช่ ความจริงแล้วผู้หญิงที่ต้องเข้าพิธีวิวาห์วันนี้คือพี่สาวเธอต่างหาก ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าพี่ติวหายไปไหนก็ไม่รู้ เธอทิ้งเพียงจดหมายไว้แผ่นเดียวบอกแค่ว่ามีคนรักอยู่แล้ว ไม่ต้องตามหา
“ต่อให้เป็นหนูติว หรือ หนูกิ๋ว ขอเป็นแค่ลูกหลานของบ้าน
ปรีชาการย่าก็ดีใจทั้งนั้นแหละ”หญิงชราวัยเกือบแปดสิบปีเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขจนล้นออกทางตา ย่ากรองแก้วอวยพรต่อจากนั้นเสียยืดยาว ก่อนจะเดินออกไป
กว่าพิธีทุกอย่างจะเสร็จเวลาก็ล่วงเข้าสู่ช่วงบ่าย แขกเหรื่อกลับไปหมดแล้ว ข้าวของทุกอย่างแม่บ้านกับพพ่อบ้านก็ถยอยจัดเก็บ งานทุกอย่างมีแค่ช่วงเช้าและญาติพี่น้องที่สนิทเท่านั้นที่มายินดี
“พิธีเข้าหอไม่ต้องนะครับ ช่วงเย็นผมมีประชุมต้องรีบออกไป”
ร่างสูงของสิบทิศเดินนำหน้าทุกคนออกมาจากห้องโถง แล้วหันไปบอกกับย่า โดยไม่ปรายตามองหน้าเจ้าสาวมาด ๆ เสียด้วยซ้ำ เขาทำเหมือนว่าเธอเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกซื้อมา
“อะไรกัน! เพิ่งแต่งงานยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย แกจะทิ้งเจ้าสาวไปหางานทันทีได้ยังไง แม่ไม่ยอม”
กุลนิภาเดินเข้าไปขวางทางลูกชาย สีหน้าบอกว่าท่านไม่พอใจสุด ๆ ทว่าชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจที่จะฟังเสียงทัดทาน แค่ยอมแต่งงานให้มันก็มากเกินพอแล้ว
“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า กิ๋วเข้าใจ ช่วงนี้บริษัทก็ยุ่งจริง ๆ คุณสิบทิศเป็นประธานบริษัท ยังไงก็ต้องไปดูแลอยู่ดี”
“ตายแล้วหนูกิ๋ว เรียกใหม่เดี๋ยวนี้ แม่ค่ะ ไม่ใช่คุณป้า แล้วก็พี่สิบทิศไม่ใช่คุณสิบทิศ เรียกเสียห่างเหินเลย”
กุลนิภาไม่ได้สนใจเรื่องงานลูกชายเลย แต่เลือกสนใจสรรพนามที่ใช้เรียกตนเองกับลูกชายเสียมากกว่า
“ค่ะ คุณแม่ ถ้ายังไงกิ๋วขอออกไปหาพ่อก่อนนะคะ ท่านคงจะเตรียมตัวกลับกันแล้ว”
“ได้จ้ะ ถ้ายังไงแล้วขาดเหลืออะไรก็บอกแม่บ้านได้นะ เดี๋ยวแม่ไปส่งแขกก่อน”
หญิงสาวพยักหน้ารับ แล้วเดินออกมา ความอัดอั้นในใจมีอยู่เป็นหมื่นล้านคำที่เธอแบกรับเอาไว้ ยอมรับว่าผู้ชายที่เธอเพิ่งจรดปลายปากกาเป็นภรรยาเขา คือผู้ชายที่กิรณาแอบมีใจให้ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ทว่าเขากลับไม่เคยมองเห็นความรู้สึกนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว
สิบทิศเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย และความบังเอิญคือครอบครัวเรามีโอกาสได้มารู้จักกันเพราะพ่อเธอเคยช่วยชีวิตคุณย่ากรองแก้วเอาไว้ แม้จะมาบ้านหลังนี้บ่อยครั้ง แต่นับครั้งได้ที่เขาจะพูดกับเธอ เรียกได้ว่ากลัวดอกพิกุลร่วงออกจากปากเลยก็ว่าได้
“พ่อจะกลับยังไงคะ”
กิรณาซึ่งยังอยู่ในชุดไทยพะรุงพะรัง รีบเดินเข้ามาหาชายสูงวัยที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์
ณดลหันกลับไปหาลูกสาวแล้วยิ้มออกมาจนเห็นรอยตีนกาบริเวณหางตา เขาหันซ้ายหันขวาอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อมองหาคนขับรถที่คุณหญิง
กรองแก้วบอกว่าเตรียมไว้ให้แล้ว ทว่ารออยู่นานก็ยังไม่เห็นมา เขาจึงคิดจะเดินทางกลับบ้านด้วยตัวเอง“เอ่อ ... พ่อว่าจะเรียกแท็กซี่กลับเองน่ะ”
“แต่กิ๋วได้ยินว่าคุณย่าให้คนขับรถไปส่งนี่คะ”
“สงสัยติดงานอื่นอยู่น่ะ ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เองพ่อกลับเองได้ ว่าแต่กิ๋วเถอะมาเดินเพ่นพ่านอยู่ได้ ทำไมไม่ไปอยู่ในห้องหอ”
กิรณาได้แต่อ้ำอึ้ง แล้วส่งยิ้มเจื่อน ๆ ไปให้พร้อมโกหกคำโต
“เอ่อ ... คือว่า”
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดอะไรจบ รถสปอร์ตคันหรูสีแดงสดก็เคลื่อนผ่านหน้าของคนทั้งคู่ไป ณดลจำได้เป็นอย่างดีว่ารถคันนั้นเป็นของลูกเขยหมาด ๆ ที่เขาเพิ่งรดน้ำสังข์ไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
“นั่นมันรถคุณสิบทิศนี่ ทำไมเขาออกไปข้างนอก วันนี้ต้องเข้าห้องหอด้วยกันไม่ใช่เหรอ”
“คือว่าคุณสิบทิศเขามีประชุมด่วนต่อค่ะ”
“ประชุม? ทั้งที่วันนี้เป็นวันแต่งงานนะเหรอ”
แม้จะรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้เกิดจากผู้ใหญ่ตกลงกัน และเจ้าสาวไม่ใช่ลูกคนเล็ก อย่างน้อยก็ควรจะให้เกียรติเมียตัวเองมากกว่านี้
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ ถึงยังไงเรางสองคนก็ไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักอยู่แล้วนี่”
กิรณาพูดด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ ทว่าประโยคนั้นกลับทำให้ณดลจุกอยู่ในอกไม่น้อย ยอมรับว่าตั้งแต่เล็กจนโตเขาใส่ใจติวรามากกว่ากิรณา จนบางครั้งมองข้ามความรู้สึกไป แต่พอมีปัญหาเข้ามาคนที่ช่วยแก้กลับไปเจ้าตัวทุกที และเรื่องนี้ก็เช่นกัน
“พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะ รีบกลับบ้านเถอะค่ะ รถมาโน้นแล้ว”
หญิงสาวพยักพเยิดหน้าไปยังรถประจำบ้านหลังนี้ที่เคลื่อนตัวออกมาจากโรงรถพอดี ชายสูงวัยพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะหิ้วของไปขึ้นรถที่มาจอดตรงหน้า
กิรณาหันกลับไปมองคฤหาสน์หลังใหญ่แล้วสูดหายใจเข้าปอด ต่อให้จะต้องลำบากใจใช้ชีวิตร่วมห้องกันแค่ไหน เธอก็ต้องทนอยู่ให้ได้สินะ
ติ๊ด ติ๊ด
ขณะกำลังจะก้าวเท้าเดินเสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในมือก็ดังขึ้น เธอยกขึ้นมาดูแล้วดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความดีใจ
[พี่ขอโทษนะกิ๋วที่หนีมาแบบนี้ พี่แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักไม่ได้ ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสม พี่จะกลับไปขอขมาผู้ใหญ่เอง]
“พี่ติว”
สิบทิศย่นคิ้วเข้าหากัน มองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนย้อน“เธอหมายความว่ายังไง พูดให้มันดี ๆ นะ!”“ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะคะ และกิ๋วก็หมายความว่าพี่สิบทิศเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าเมียตัวเองไง พี่ทำได้ยังไง ปล่อยให้กิ๋วนั่งรออยู่ที่บริษัทตั้งหลายชั่วโมง กิ๋วโทรไปก็ปิดเครื่องหนี ส่งข้อความไปกี่ครั้งก็ไม่เคยตอบ ที่ไหนได้กลับหนีไปแรดอยู่กับคนที่ไม่ใช่เมียตัวเองจนเช้า!”“กิ๋ว!”ชายหนุ่มเรียกชื่อเธอด้วยความโกรธจัดที่ถูกคนตรงหน้าด้วยคำพูดแรง ๆแบบนั้น ขายาวก้าวพรวดเข้าไปหาแล้วใช้สองมือจับไปที่ไหล่ของเธอแน่นราวกับจะบีบให้แหลกคามือทว่าครั้งนี้กิรณาไม่ยอมเป็นเบี้ยวล่างอีกต่อไป เธอรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ก่อนจะใช้มืออวบทั้งสองข้างผลักอกกว้างของสิบทิศจนเขาเสียหลักล้มลงไปนอนบนเตียงแทน“ไม่ต้องมาแตะต้องตัวกิ๋ว! กิ๋วรังเกียจคนใจร้ายแบบพี่”พูดจบกิรณาก็ไม่รอให้เขาได้ลุกขึ้นมาโต้ตอบ เธอรีบหมุนตัววิ่งออกจากห้องนอนไปทันที ทิ้งให้สิบทิศนอนอึ้งอยู่บนเตียงด้วยความคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่เคยยอมเขามาตลอดจะกล้าทำรุนแรงและสาดคำพูดเจ็บแสบใส่เขาได้ถึงเพียงนี้“กิ๋ว! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ จะไปไ
“สวัสดีค่ะ คุณลลนา”ลลนายิ้มรับแกน ๆ ก่อนจะหันไปทางสุดเขตด้วยน้ำเสียงจิกกัด“แล้วนี่ ... ทั้งคู่มาเจอกันได้ยังไงคะเนี่ย เขตไม่เคยบอกนาเลยนะว่าสนิทกับน้องเขาถึงขั้นพาออกมาทานข้าวกันข้างนอกแบบนี้”สุดเขตเห็นท่าไม่ดี รีบเอ่ยแก้ตัวแทนกิรณาทันที“พอดีบังเอิญมาเจอกันน่ะ เห็นกิ๋วเขาเดินดูของอยู่แถวนี้พอดีก็เลยชวนมาหาอะไรทานด้วยกันเฉย ๆ ไม่มีอะไรหรอก”สุดเขตหันไปมองหน้ากิรณาที่ดูหน้าซีดลงเรื่อย ๆ ก่อนจะรีบสรุปสถานการณ์“กิ๋ว ... อิ่มแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านเอง ปะ.... กลับกันเถอะ”“เดี๋ยว!”สิบทิศเอ่ยขัดจังหวะ เขาจ้องหน้ากิรณาด้วยสายตาที่เย็นเฉียบจนคนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความกดดันบางอย่างที่อ่านไม่ออก“ไม่ต้องลำบากแกหรอกไอ้เขต เดี๋ยวฉันอาสาไปส่งกิ๋วเอง”“แกจะไปส่งน้องเขาได้ยังไงสิบ ในเมื่อแกมากับนา” สุดเขตขมวดคิ้วมองเพื่อนรักอย่างรู้ทัน“แกก็ไปส่งนาแทนฉันหน่อยสิ พอดีเมื่อเช้าคุณย่าบ่นคิดถึงกิรณาอยู่พอดี ท่านบอกให้เธอไปพบน่ะ”สิบทิศพูดพลางขยับเข้าไปใกล้กิรณามากขึ้น หญิงสาวมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย เพราะภายใต้รอยยิ้มนั้นมันเหมือนซ่อนกรงเล็บของเสือร้ายเอาไว้“กลับด้วยกันนะ ... กิ๋ว”กิรณาอ้าปาก
“ยัยกิ๋วไม่ได้มาที่นี่นะ เขาบอกบ้านโน่นว่ามาที่นี่เหรอ”ณดลมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าลูกเขยมาถามหาลูกสาวที่นี่“เปล่าครับ เห็นคุณย่าบอกว่ากิ๋วขอมาช่วยงานคุณลุง”“ไม่เห็นยัยกิ๋วว่ายังไงนะ อีกอย่างงานที่นี่ก็ไม่ได้ยุ่งด้วย เราสองคนทะเลาะออะไรกันหรือเปล่า”ณดลถามย้ำด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล สิบทิศนิ่งไปครู่หนึ่งไม่คิดว่ายัยบ๊องจะกล้าโกหกคุณย่า แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน“เปล่าครับ เราไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน สงสัยกิ๋วคงแวะไปทำธุระที่อื่นก่อนครับ เดี๋ยวผมลองโทรหาดูอีกที คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”“อืม ... ถ้าไม่ได้ทะเลาะกันก็ดีล่ะ ลุงก็ตกใจนึกว่ายัยกิ๋วไปทำอะไรให้เราไม่พอใจเข้า ถ้าเจอแล้วก็บอกน้องด้วยนะว่างก็แวะมาหาพ่อบ้าง”“ครับคุณลุง งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”สิบทิศไหว้ลาพ่อตาด้วยท่าทางสุภาพตามมารยาท พอเดินกลับมาที่รถ ใบหน้าหล่อก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดโทรออกไปหากิรณาว่าอยู่ที่ไหน ทว่าจังหวะนั้นเองสายเรียกเข้าจากลลนาก็โทรเข้ามาเสียก่อน“ว่าไงนา มีออะไรหรือเปล่า”(สิบ! คุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่านาเจอใคร)เสียงปลายสายของดาราสาวดูตื่นเต้น ทำเอาชายหนุ่มขมว
“โอเค พี่เข้าใจแล้ว พี่จะปิดปากให้สนิทที่สุด ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรา”“ขอบคุณมากค่ะพี่เขต” กิรณายิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ“งั้นพี่กลับก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่นะกิ๋ว” สุดเขตทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความหมายบางอย่างแอบแฝงอยู่กิรณาพยักหน้ารับคำ แล้วมองตามไฟท้ายรถของสุดเขตที่ค่อย ๆ หายไปกับความมืด ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นบ้านเพื่อไปจัดการคนเมาที่ยังไม่ได้สติ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงได้ดื่มมาหนักขนาดนั้น“นา... สิบขอโทษนะ ที่ไม่ได้บอกเรื่องแต่งงาน”สิบทิศพึมพำออกมาเบา ๆ มืออวบที่จับผ้าเย็นซับลงบนใบหน้าคมถึงกับชะงัก วันนี้ที่เขาไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับเธอก็เพราะมัวไปง้อคุณลลนาเธอเม้มปากเข้าหากันแน่นก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเขาจนถึงคอ ก่อนที่ตัวเองจะคว้าเอาหมอนกับผ้าห่มอีกผืนกลับไปนอนที่โซฟามุมห้องเช้ามืดของวันกิรณาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อจัดเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องดื่มแก้แฮงค์วางไว้ให้คนที่ยังนอนจมอยู่บนเตียง ก่อนที่เธอจะปลีกตัวออกจากบ้านไปอย่างเงียบ ๆช่วงสายตะวันแยงตา สิบทิศเดินลงมายังโต๊ะอาหารด้วยท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ มือหนายกขึ้นกุมขมับซ้ำแล้วซ้ำเล่า