LOGIN“ไม่มีทางอื่นที่จะช่วยได้เลยเหรอ” น้ำเสียงของเขาไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนทุกครั้ง กลับมีความหนักอึ้งปนอยู่จนแพทย์สัมผัสได้ “ถ้าต้องย้ายโรงพยาบาล ส่งไปรักษาต่างประเทศ หรือเรียกแพทย์เฉพาะทางจากที่ไหนมา…เรื่องเงินไม่ต้องสนใจ” “ผมเข้าใจครับ” แพทย์ตอบอย่างใจเย็น “แต่ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของศักยภาพโรงพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายแล้วครับ อย่างที่ผมเคยแจ้งคุณวินเชนต์ไป ผู้ป่วยมาถึงเราในระยะที่โรคลุกลามมากแล้ว และได้รับการรักษาช้าเกินไป” แพทย์เว้นจังหวะเล็กน้อย “ระบบภายในหลายส่วนเสียหายอย่างรุนแรง ร่างกายก็อ่อนแอเกินกว่าจะรับการรักษาที่หนักกว่านี้ได้” วินเชนต์ขบกรามแน่น “ถ้าฝืนรักษาต่อล่ะ” “มีโอกาสทำให้ผู้ป่วยทรมานมากขึ้นครับ โดยที่ผลลัพธ์อาจไม่เปลี่ยน” คำตอบนั้นทำให้เขาพูดไม่ออก แพทย์จึงเอ่ยต่ออย่างระมัดระวัง “ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้ คือประคับประคองอาการให้ดีที่สุด และพยายามยื้อชีวิตของผู้ป่วยในทุกนาทีเท่าที่ร่างกายจะรับไหวครับ” “ทุกนาที…” วินเชนต์ทวนคำเบา ๆ “ครับ” “แล้วเหลือเวลาเท่าไหร่” คำถามนั้นทำให้แพทย์เงียบ “หมอ” วินเชนต์เรียกอีกครั้ง “ผมต้องการความจริง” แพทย์ถอนหายใจเบาๆก่อนตอ
รถสปอร์ตคันหรูมุ่งหน้ากลับเพนต์เฮาส์ ภายในรถที่เงียบสนิท แต่ภายในใจของวินเชนต์กลับเดือดพล่านด้วยความสับสน คำพูดของผู้เป็นพ่อยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหาย พรุ่งนี้เปิดแถลงข่าวแก้ข่าวซะ อีกสองเดือนแกต้องแต่งงาน แต่งแล้วก็ต้องรีบมีลูก รวมถึงประโยคสุดท้าย… ผู้หญิงของแกจะเดือดร้อน วินเชนต์ขบกรามแน่น ยิ่งคิด.. ความหงุดหงิดภายในใจก็ยิ่งทวีคูณ ‘ ทำไมกูต้องสนใจด้วยวะว่าลูกพีชจะคิดยังไง… ก็แค่เมียบำเรอ ก็แค่ผู้หญิงที่กูเลี้ยงเอาไว้ ’ เขาพยายามย้ำกับตัวเองแบบนั้นซ้ำๆ แต่ยิ่งพยายามลดความสำคัญของเธอลงมากเท่าไร ภาพของยัยตัวแสบกลับยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้นในความคิด “โธ่เว้ย…” วินเชนต์สบถลั่น ก่อนจะยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วอย่างหงุดหงิด “ แล้วกูจะคิดถึงมันทำไมวะ จะรู้หรือไม่รู้.. ทำไมกูต้องสนใจขนาดนั้น “ เสียงทุ้มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ยิ่งพยายามปฏิเสธ… ก็ยิ่งเหมือนกำลังหลอกตัวเอง เพราะความจริงแล้ว เขารู้คำตอบดีอยู่แก่ใจ เขารักลูกพีชไปแล้ว.. บางที เขาอาจจะรักเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่ไม่ยอมรับหัวใจตัวเองเท่านั้น วินเชนต์เอนศีรษะพิงเบาะ ก่อนจะหลับตาลงชั่วครู่ ‘ แล้วไงวะ… ถึงกูจะแต่งงานแล้วมันทำไม ย
แต่ครั้งนี้…กลับพูดไม่ออกเพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าลูกพีชเป็นอะไรกับเขากันแน่ เลขา? เมียลับ? ผู้หญิงในข้อตกลง? หรือ… คนที่กำลังสำคัญมากจนแค่ได้ยินใครพูดถึงเธออย่างดูถูก เขาก็แทบทนไม่ได้ “ไม่ว่าเธอจะเป็นอะไรกับผม ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน” ผู้เป็นพ่อแค่นหัวเราะ “งั้นก็ยิ่งง่าย แถลงข่าวซะ” “ป๊า.. “ “ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สำคัญกับแกแก ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะประกาศเรื่องแต่งงานไม่ได้” ประโยคนั้นทำให้วินเชนต์เงียบสนิท เพราะเหตุผลที่เขาไม่อยากประกาศ… กำลังนั่งรอเขาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ และที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ ลูกพีชยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกสองเดือนเขากำลังจะแต่งงาน ถ้าข่าวถูกปล่อยออกไปตอนนี้.. เธอก็อาจรู้ความจริงจากปากของคนทั้งโลก ก่อนที่จะได้ยินมันจากเขาเอง และตอนนี้เขาก็รู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างดื้อๆ แต่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังกลัวอะไร กลัวเธอเสียใจ กลัวเธอร้องไห้ หรือกลัวว่าเมื่อรู้ความจริงแล้ว…เธอจะเลือกเดินออกไปจากชีวิตเขาทันที หรือกลัว.. ว่าตัวเองจะอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอ ” แกจะไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย หรือจะเลี้ยงเด็กที่ไหนไว้ป๊าไม่จะไม่ยุ่ง แต่อย่าให้มันล้ำ
คำว่า ลูก ทำให้ดวงตาคมของวินเชนต์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ไม่รู้เพราะอะไร… แทนที่เขาจะนึกถึงอันนา ผู้หญิงที่กำลังจะกลายเป็นภรรยาของตัวเองในอีกสองเดือน แต่ภาพที่ปรากฏขึ้นในหัว.. กลับเป็นผู้หญิงอีกคน ใบหน้าหวาน ดวงตากลมโต รอยยิ้มซื่อๆ และเสียงอ้อนเบาๆ ที่ยังติดอยู่ในความทรงจำตลอดเวลา วินเชนต์ขบกรามแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นขึ้นมาในอกอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อก่อน… เขาไม่เคยสนใจเรื่องการแต่งงานครั้งนี้เลย จะแต่งก็แต่ง เพราะมันเป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจ เป็นหน้าที่ของทายาทตระกูลวาเลนติ กระทั่งเรื่องมีลูก… หากจำเป็นต้องมีทายาทเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตระกูล เขาก็เคยคิดว่าตัวเองคงทำได้โดยไม่รู้สึกอะไร เพราะสำหรับวินเชนต์… ธุรกิจและครอบครัว มักมาก่อนความรักเสมอ แต่ตอนนี้… แค่คิดว่าต้องสร้างครอบครัวกับผู้หญิงคนอื่น ความรู้สึกต่อต้านบางอย่างกลับรุนแรงขึ้นมาจนน่าหงุดหงิด โดยไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะทุกครั้งที่คิดถึงคำว่า ครอบครัว ผู้หญิงที่ปรากฏอยู่ในความคิดของเขา… กลับไม่ใช่ว่าที่เจ้าสาวเลยแม้แต่น้อย แต่เป็น ลูกพีช ยัยตัวแสบที่เขาทิ้งให้นอนพักอยู่บนเพนต์เฮาส์ต่างหาก “แล้วก็อีกเรื่อง…” ผู้เป็นพ่อเอ
คฤหาสน์ตระกูลวาเลนติรถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาด้านในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านนอกชาญเมือง.. ก่อนจะจอดสนิทบริเวณด้านหน้าคฤหาสน์ร่างสูงใหญ่ของวินเชนต์ก้าวลงจากรถ.. ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ขณะเดินผ่านประตูคฤหาสน์เข้าไปด้านในวินเชนต์ไม่ได้กลับมาที่นี่บ่อยนัก.. ตั้งแต่รับตำแหน่งประธานบริษัทต่อจากผู้เป็นพ่อ ภาระส่วนใหญ่ของตระกูลก็ถูกส่งต่อมาอยู่บนบ่าของเขาแทบทุกอย่าง ทั้งธุรกิจ อำนาจ ผลประโยชน์ รวมถึงศัตรูที่มาพร้อมกับนามสกุล วาเลนตินั่นทำให้วินเชนต์เลือกย้ายออกไปใช้ชีวิตอยู่ที่เพนต์เฮาส์คนเดียว เผื่อจะมีชีวิตที่เป็นอิสระส่วนตัวได้บ้าง ตั้งแต่นั้น.. วินเชนต์ก็แทบจะไม่กลับมาเหยียบคฤหาสน์หลังนี้หากไม่มีเรื่องจำเป็น รวมถึงวันนี้ด้วย…ภายในห้องโถงใหญ่กลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะปนอยู่ในอากาศชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่ด้วยท่าทีผ่อนคลาย นิ้วแกร่งคีบบุหรี่ราคาแพงส่งเข้าปาก ก่อนจะพ่นกลุ่มควันสีเทาออกมาอย่างสบายอารมณ์แม้อายุจะเพิ่มมากขึ้น… แต่บารมีและความน่าเกรงขามของผู้นำตระกูลวาเลนติกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยรอบห้องมีบอดี้การ์ดนับสิบยืนเรียงรายอยู่ตามจุดต่า
มือเรียวค่อยๆ เลื่อนลงมาวางบนหน้าท้องตัวเองอย่างลืมตัว ใบหน้าหวานซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ‘ ถ้าเกิดว่า…‘ “คุณลูกพีชคะ..” เสียงของแม่บ้านดังขึ้นแทรกห้วงความคิด ลูกพีชสะดุ้งสุดตัวเงยหน้าหันไปมอง “คะ.. “ “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าซีดแบบนั้น” “ป่ะ…เปล่าค่ะ” เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะปิดปฏิทินลงแทบจะทันที “พีชแค่…นึกอะไรขึ้นมาได้นิดหน่อย” แม่บ้านมองเธออย่างสงสัย แต่ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ ส่วนลูกพีชกลับกำปฏิทินในมือแน่น แล้ววางมันลงบนโต๊ะในตำแหน่งเดิม ตอนนี้.. หัวใจของเธอว้าวุ่นจนไม่สามารถนั่งเฉยได้อีกแล้ว เธอไม่ควรคิดไปเอง และไม่ควรตกใจก่อนที่จะรู้ความจริง สิ่งที่ต้องทำตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว… ต้องตรวจให้แน่ใจก่อน ลูกพีชเม้มริมฝีปากแน่น มืออีกข้างยังคงวางอยู่บนหน้าท้องโดยไม่รู้ตัว ภายในใจภาวนาอยู่เงียบๆ ว่าเธอคงแค่คิดมากไปเอง เพราะถ้าหากผลลัพธ์เป็นอย่างที่กำลังกลัวจริง ๆ… เธอก็ไม่รู้เลยว่า วินเชนต์จะรู้สึกอย่างไร หากรู้ว่าเธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา เพราะกฎที่เขาตั้งมันชัดเจนอยู่แล้ว ว่าห้ามท้อง ลูกพีชถอนหายใจเบาๆ พยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านให้ออกไปจากหัว ทว่า..







