LOGINมือเรียวค่อยๆ เลื่อนลงมาวางบนหน้าท้องตัวเองอย่างลืมตัว ใบหน้าหวานซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ‘ ถ้าเกิดว่า…‘ “คุณลูกพีชคะ..” เสียงของแม่บ้านดังขึ้นแทรกห้วงความคิด ลูกพีชสะดุ้งสุดตัวเงยหน้าหันไปมอง “คะ.. “ “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าซีดแบบนั้น” “ป่ะ…เปล่าค่ะ” เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะปิดปฏิทินลงแทบจะทันที “พีชแค่…นึกอะไรขึ้นมาได้นิดหน่อย” แม่บ้านมองเธออย่างสงสัย แต่ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ ส่วนลูกพีชกลับกำปฏิทินในมือแน่น แล้ววางมันลงบนโต๊ะในตำแหน่งเดิม ตอนนี้.. หัวใจของเธอว้าวุ่นจนไม่สามารถนั่งเฉยได้อีกแล้ว เธอไม่ควรคิดไปเอง และไม่ควรตกใจก่อนที่จะรู้ความจริง สิ่งที่ต้องทำตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว… ต้องตรวจให้แน่ใจก่อน ลูกพีชเม้มริมฝีปากแน่น มืออีกข้างยังคงวางอยู่บนหน้าท้องโดยไม่รู้ตัว ภายในใจภาวนาอยู่เงียบๆ ว่าเธอคงแค่คิดมากไปเอง เพราะถ้าหากผลลัพธ์เป็นอย่างที่กำลังกลัวจริง ๆ… เธอก็ไม่รู้เลยว่า วินเชนต์จะรู้สึกอย่างไร หากรู้ว่าเธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา เพราะกฎที่เขาตั้งมันชัดเจนอยู่แล้ว ว่าห้ามท้อง ลูกพีชถอนหายใจเบาๆ พยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านให้ออกไปจากหัว ทว่า..
แม่บ้านรีบหยิบกระดาษทิชชูส่งให้เธอ “เช็ดปากก่อนค่ะ” “ขอบคุณค่ะ…” ลูกพีชรับมา ก่อนจะค่อยๆ เช็ดริมฝีปากของตัวเอง พลางเอนกายพิงผนังห้องน้ำอย่างหมดแรง ดวงตาปรือเพราะทั้งปวดศีรษะและคลื่นไส้ตีรวนไปหมด “ดีขึ้นไหมคะ” “ดีขึ้นนิดหน่อยค่ะ…” เสียงหวานตอบแผ่วเบา แม่บ้านมองอย่างเป็นห่วง “ยังคลื่นไส้อยู่ไหมคะ” ลูกพีชพยักหน้า “นิดหน่อยค่ะ… แค่ได้กลิ่นข้าวต้มเมื่อกี้ก็เหมือนจะอาเจียนขึ้นมาเลย” “หรือจะเป็นเพราะเมื่อคืนดื่มมาคะ” “พีชก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” เธอยกมือกุมขมับ “ตั้งแต่ตื่นมาก็ปวดหัว แล้วตอนแรกก็หิวมากนะคะ แต่พอได้กลิ่นอาหาร…อยู่ๆ ก็เหม็นขึ้นมาเฉยเลย” แม่บ้านชะงักเล็กน้อย สายตาเหลือบมองสาวน้อยตรงหน้าอย่างพิจารณา “ช่วงนี้คุณลูกพีชเคยมีอาการแบบนี้มาก่อนไหมคะ” “แบบไหนเหรอคะ” “คลื่นไส้ เหม็นอาหาร หรือพะอืดพะอมตอนเช้าน่ะค่ะ” ลูกพีชนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ “ ไม่มีนะคะ.. พีชเพิ่งเป็นวันนี้วันแรกค่ะ อาจจะเพราะฤทธิ์ไวน์แก้วนั้นนั่นแหละค่ะ “ แม่บ้านพยักหน้าช้าๆ ยังไม่ได้พูดสิ่งที่กำลังคิดออกไป เพราะอาการเพียงเท่านี้บอกอะไรไม่ได้ ยิ่งเมื่อคืนลูกพีชเพิ่งดื่มแอลกอฮอล
ลูกพีชมองตามแผ่นหลังกว้างแล้วยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ทว่า.. ความรู้สึกอันแสนหวานกลับดับวูบลง เมื่อมีอีกหนึ่งความคิดแทรกขึ้นมาเพื่อย้ำเตือนสถานะของเธอ ‘ อย่าคิดไปเองลูกพีช.. เขาแค่ใจดีกับเธอเท่านั้น! ใจดี.. ไม่ได้แปลว่ารัก ’ ลูกพีชเม้มปากแน่น ทำไมประโยคนี้มันเจ็บจนจุกอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้ดีมาตลอดว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับวินเชนต์เริ่มต้นขึ้นอย่างไร และยิ่งรู้ดีว่าเขาเคยกำชับอะไรกับเธอเอาไว้ กฎห้ามรักเขา.. ตอนนั้นเธอเคยคิดว่ามันคงไม่ยาก เพราะผู้ชายอย่างวินเชนต์อยู่สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึงอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่… จากผู้ชายที่เธอเคยกลัว กลับกลายเป็นคนที่แค่เดินออกจากห้องไปไม่กี่นาที เธอก็เผลอมองตาม จากคนที่เธอเคยคิดว่าตัวเองไม่มีวันรู้สึกอะไรด้วย…กลับกลายเป็นคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้ เพราะอ้อมกอดธรรมดาๆ “ มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยหรอคะ.. คุณวินเชนต์ ” เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกมา ก่อนเธอจะหลับตาถอนหายใจ แล้วยอมรับความจริง ไม่นาน.. เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ ก๊อก ก๊อก ประตูห้องนอนเปิดออกพร้อมกับป้าแม่บ้านวัยกลางคนที่ถือถาดอาหารเข้ามาด้านใน แม่บ้านคนใหม่ที่วินเ
วินเชนต์กระชับกอดอีกนิด ก่อนจะก้มจูบเบาๆที่ศีรษะของลูกพีช “เธอนี่มันตัวปัญหาของฉันจริงๆ ตัวแสบ.. “เสียงบ่นเบาๆด้วยความหมั้นเขี้ยว แต่ก็ยิ้มเอ็นดูในความซื่อบื้อของเธอคืนนั้น.. ลูกพีชอยู่ในอ้อมแขนของเขาจนถึงเช้า แม้จะปวดเมื่อยแค่ไหนเพราะต้องนอนอยู่ท่าเดิมตลอดทั้งคืน แต่วินเชนต์ก็ยังคงยอมปล่อยให้ตัวแสบของเขาสวมกอดและนอนในท่านั้นไม่ยอมขยับหนี รุ่งเข้า.. ลูกพีชค่อยๆกระพริบตาตื่น มือเรียวยกขึ้นกุมขมับเพราะปวดหัวจัดจากฤทธิ์ไวน์เมื่อคืน เธอกำลังจะขยับหาย แต่ก็ต้องรู้สึกถึงแรงกอดจากท่อนแขนหนักๆจนขยับไปไหนไม่ได้ ลูกพีชชะงัก.. ดวงตากลมโตก้มมองแขนที่โอบกอด ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้น.. แล้วก็พบใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้จนปลายจมูกแทบชิดพวงแก้มของเธอ ลูกพีชเม้มปากแน่น.. แม้จะนอนกับเขาทุกคืนแต่มันก็ยังเขินอย่างบอกไม่ถูก ” คุณวินเชนต์ “เสียงสลบเบาๆทำวินเชนต์วลืมตาตื่นทันที ราวกับว่าเขารู้ตัวอยู่ตลอดเวลา” ตื่นแล้วหรอ.. ปวดหัวไหม “เสียงทุ้มแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่นนอน แต่มือหนายังวางอยู่บนเอวของเธอเหมือนเดิม ก่อนคิ้วเข้มจะขมวดขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอยังกุมขมับอยู่“ปวดหัวไหม”“ปวดค่ะ…”ลูกพีชตอบเสียงแ
“ลูกพีช” เสียงเรียกเบาๆ เผื่อเธอจะรู้สึกตัว แต่คนเมากลับแค่ขยับใบหน้าเข้าหาหน้าอกของเขาอย่างงัวเงีย “อื้อ…” วินเชนต์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนถอนหายใจ มือหนาประคองแผ่นหลังของเธอเอาไว้มั่นคง “พอเมาแล้วทำไมเลี้ยงง่ายแบบนี้วะ” เขาจัดการเปลี่ยนชุดราตรีออกให้เธออย่างรวดเร็วและระมัดระวังที่สุด ไม่ได้ปล่อยสายตาหรือความคิดของตัวเองไปในทางอื่นแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวตอนนี้คือ.. อยากให้ยัยเด็กซื่อบื้อนอนสบายที่สุด เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบร้อย วินเชนต์จึงค่อย ๆ ประคองเธอกลับลงนอนบนหมอน ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ถึงอก “ ยัยซื่อบื้อ.. ” เสียงสบถเบาๆ แล้วกำลังจะผละตัวลุกขึ้น ทว่า… หมับ! มือเล็กกลับคว้าชายเสื้อของเขาเอาไว้ วินเชนต์ก้มลงมองมือน้อยๆก่อนจะหันไปมองใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำ ลูกพีชยังไม่ได้ลืมตา.. คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ขณะที่นิ้วมือยังคงกำเสื้อของเขาเอาไว้แน่น “คุณ…วินเชนต์…” เสียงหวานพึมพำทั้งที่ยังไม่ได้สติเต็มที่.. หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ “ว่าไง” “อย่าไป…” เพียงสองคำสั้นๆ กลับทำให้คนที่กำลังวุ่นวายกับคำถามเรื่องความรู้สึกของตัวเองเมื่อครู่นิ่งไปทันที “ตอนตื่น
วินเชนต์นิ่งค้าง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนสายตาคมจะตวัดมองน้องชายทันที ไอ้นี่เริ่มพูดไม่เข้าหูละ “กูเนี่ยนะหึง” “เออ” “มึงเอาตาไหนมอง” “สองตานี่แหละ” แวนช์ชี้ตาตัวเองสองข้างอย่างกวนประสาท “เห็นชัดมากด้วย” “กูไม่ได้หึง” “หึง” “ไม่ได้หึง” “หึง!” “ไอ้แวนช์” “พี่จะเสียงดังทำไม ถ้าไม่ได้หึง” เวย์ที่นั่งฟังหลับตาลงช้าๆ ก่อนยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วอย่างเอือมๆ สองคนนี้… อยู่ด้วยกันทีไรเป็นแบบนี้ทุกที ส่วนแวนช์เมื่อเห็นว่าพี่ชายเริ่มหงุดหงิดก็ยิ่งได้ใจ ไม่โดนตบสักทีก็ไม่ดีขึ้นเลย “ถ้าพี่ไม่ได้หึงจริง ตอนอยู่บนเวทีพี่จะมองคุณลูกพีชตลอดทำไม” “กูก็ดูว่าเลขากูอยู่ตรงที่สั่งหรือเปล่า” “ หึ!! โอเคๆ.. ผมยอมแล้ว แต่พี่อย่าลืมนะ ว่าพี่กำลังจะแต่งงาน ” คำเตือนนั้นทำหัวใจของคนฟังกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่สีหน้าของวินเชนต์ยังคงเรียบนิ่ง ไม่มีความตกใจ ไม่มีท่าทีลังเล ราวกับเรื่องที่น้องชายเพิ่งพูดขึ้นมา ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาเลยสักนิด “ แล้วไง.. ” วินเชนต์ถามกลับอย่างไม่ใส่ใจ แต่ความจริงในใจกลับปวดหน่วง เพราะวินเชนต์รู้ดีอยู่แก่ใจว่า อีกแค่สองเดือน…เขาจะต้องแต่งงานกับคนที่







