เข้าสู่ระบบเขารีบวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะจากนั้นก็รีบหิ้วกระเป๋าพาดไว้บนไหล่ จากนั้นก็รีบวิ่งออกไปจากร้านกาแฟเพราะถ้าเขายังนั่งอยู่ตรงนี้รับรองว่าอิงอิงได้เห็นหน้าแน่ และถึงตอนนั้นสิ่งแรกที่เขาน่าจะเจอก็คือโดนกระทืบเพราะหญิงสาวได้ลั่นวาจาเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าเจอกันอีกครั้งเธอจะกระทืบเขาให้จมดิน
"พี่ชายรอผมด้วย"
ธนัตถ์รีบวิ่งตามกัปตันเตชน์ออกไปจากร้านกาแฟจากนั้นก็พากันลัดเลาะอ้อมไปยังลานจอดรถด้วยความเร่งรีบ เขายังไม่อยากเจอกับหญิงสาวในตอนนี้เพราะทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ไม่ได้เจอกันนานถึง 2 ปีเธอยังคงสวยเหมือนเดิม ไม่ได้! เขาจะมานึกถึงใบหน้าสวยนั้นไม่ได้ ถึงแม้จะสวยแต่บอกเลยว่านิสัยอย่างกับปีศาจกลับชาติมาเกิด คนภายนอกไม่รู้หรอกว่าที่แท้จริงแล้วเธอเป็นคนนิสัยยังไง แต่เขาที่คบมานานรู้ดีเพราะฉะนั้นอย่าไปยุ่งจะดีกว่า
"พี่ชายจะรีบวิ่งทำไมเนี่ยรอผมก่อน"
"แยกย้ายกันกลับบ้านเลยไม่ต้องตามมา แล้วไม่ต้องหาเรื่องให้ฉันไปเจอยัยนั่นอีกละ ไม่อยากจะคิดถึงตอนเจอกันเข้าใจหรือเปล่า"
เขาทำท่าขนลุกขนพองก่อนจะหยิบกุญแจในกระเป๋าเป้จากนั้นก็เดินตรงไปยังรถของตัวเองทันที ธนัตถ์เกาหัวด้วยความมึนงงเพราะไม่รู้ว่าทำไมพี่ชายถึงมีท่าทีกลัวอิงอิงขนาดนั้น
"สงสัยจะจบกันไม่ดีจริง หรือว่าตอนเลิกกันอิงอิงถือมีดมาแทงหรือเปล่า บรึ๋ย...! น่ากลัว"
เขาไม่อยากจะจินตนาการว่าทำไมพี่ชายถึงมีท่าทีแบบนั้นแต่คิดว่าคนเลิกกันแล้วมีปฏิกิริยาแบบนี้คงจะจบกันไม่ดีจริงแหละ หรือว่าพี่ชายอาจจะนอกใจหรือเปล่าเลยพานทำให้อิงอิงเกลียดขนาดนั้น
"ฟู่ว...! เกือบไปแล้วไง"
และเมื่อเขาเดินมาถึงรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่ตรงนั้นจอดรถของสนามบินก็รีบกดปลดล็อกจากนั้นก็เข้าไปอยู่ในรถทันที พ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกในที่สุดก็หนีออกมาได้
"กลับบ้านดีกว่าซวยชะมัดเลยย้ายมาทำงานที่เดียวกันจนได้"
เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์และรีบขับออกไปทันที กัปตันเตชน์เป็นลูกชายคนที่ 2 ของตระกูลเปรมฤทัยสิริ ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับ 1 ระดับประเทศ และสายการบินนี้เป็นธุรกิจในเครือของตระกูล เขามีความชอบในการขับเครื่องบินตั้งแต่เด็กโตขึ้นจึงทำอาชีพเป็นกัปตัน แต่ความจริงแล้วอาชีพหลักของเขาคือนักธุรกิจ ช่วยเหลือครอบครัวคอยดูแลธุรกิจที่อยู่ในเครือเปรมฤทัยสิริ และธุรกิจสายการบินนี้ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เขาดูแลอยู่
โครม!
ในขณะที่เขากำลังเลี้ยวรถออกจากลานจอดรถของสนามบินก็ต้องเหยียบเบรกอย่างแรง รถสั่นไหวก่อนจะหยุดนิ่งรีบหันขวับไปมองเบื้องหน้าก็เห็นว่ารถอีกคันพุ่งออกมาจากมุมเสาทางด้านขวาไม่ทันได้มอง จึงทำให้รถทั้งสองคันชนเข้าอย่างจังแต่ไม่ได้ถึงกับรุนแรงมาก
"ฉิบ! อะไรวะเนี่ย"
ชายหนุ่มโวยวายออกมาก่อนจะเปิดประตูลงไปดูทว่า...
"ไอ้เปรต!"
เสียงหญิงสาวเจ้าของรถอีกคันตะโกนด่าเขาเสียงดังลั่นก่อนจะเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด
โครม!
"โอ๊ยยยยยย"
ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะทำอย่างที่พูดจริงๆ พอเจอหน้ากันปุ๊บเธอก็เดินจ้ำอ้าวเข้ามาหาก่อนจะยกเท้าขึ้นถีบเขาจนล้มลงกับพื้น
"เชี่ยเอ๊ย! มาถีบทำไมวะเนี่ย"
"ไอ้เลวบอกว่าอย่ามาให้เห็นหน้าไม่ใช่หรือไง แล้วขับรถมองไม่เห็นทางหรือไง ตาบอดเหรอ!"
หญิงสาวชี้นิ้วไปตรงหน้าเขาก่อนจะโวยวายออกมาด้วยความหงุดหงิด เขารีบยกมือขึ้นห้ามหญิงสาวเพื่อไม่ให้ถีบต่อไม่อย่างนั้นศักดิ์ศรีของกัปตันจบลงวันนี้แน่
"ใจเย็นก่อนสิพี่ไม่ได้ตั้งใจนะเว้ย ก็... ก็เธอพุ่งออกมาแบบนั้นใครจะไปเบรกทัน"
"อ้อเหรอ ก็เหมือนกับตอนนั้นที่เลือกเพื่อนรักแล้วบอกเลิกฉันต่อหน้าทุกคนให้อับอายแบบนั้นสินะ"
"เฮ้ยๆ นั่นมันเรื่องเก่าแล้วปะขอโทษไปแล้วไง จะเอามาพูดถึงอีกทำไมล่ะ"
"ขอโทษอะไรไม่ทราบ ขอโทษแล้วมันหายปะ"
หญิงสาวกำมือแน่นก่อนจะเดินเอามือไปทุบหลังเขาหลายทีอย่างระบายอารมณ์ ชายหนุ่มถอนหายใจหนักๆ พยายามเอามือปัดป้องไม่ให้หญิงสาวทำความรุนแรงใส่ มือหนักฉิบหายผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้...
"แล้วจะให้ทำไงถึงจะหายล่ะ"
"งั้นก็ไสหัวไปไกลๆ เลยไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีกนะ ซวยชะมัดเลยวันนี้ทำเวรทำกรรมอะไรมาวะเนี่ยถึงต้องมาเจอคนเหี้ยแบบนี้"
หญิงสาวโวยวายออกมาก่อนจะเม้มปากแน่นดวงตาเริ่มแดงก่ำจนชายหนุ่มเห็นแบบนั้นถึงกับรู้สึกผิด ดูท่าทางเธอจะไม่ลืมเรื่องของเราและยังคงจดจำไว้ในใจไม่อย่างนั้นคงไม่โกรธแค้นขนาดนี้ไม่เห็นอดีตแฟนเก่าหรอก
"ทำไม... ลืมผัวเก่าคนนี้ไม่ได้ไงถึงได้โกรธแค้นขนาดนี้"
เขาขยับตัวลุกขึ้นก่อนจะเอามือทั้งสองข้างปัดกางเกงของตัวเองที่มันเปื้อนฝุ่น ใบหน้าดูเจ้าเล่ห์พูดจากลั่นแกล้งหญิงสาวจนทำให้เธอถึงกับตาโตก่อนจะชี้นิ้วมาตรงหน้าเขาด้วยท่าทีไม่พอใจ
"นะ...นาย! มีดีอะไรไม่ทราบทำไมฉันจะต้องจดจำนายไปตลอดชีวิตด้วย"
"ก็ไม่รู้สิมันก็มีดีหลายอย่างอยู่นะ หล่อ รวย เอาเก่ง"
"ไอ้เปรต!"
"เตชน์โว๊ยยยยย ชื่อเตชน์"
"ไอ้เปรต!"
ทั้งสองคนจ้องมองใบหน้ากันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ดูท่าทางการกลับมาเจอกันครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องง่ายซะแล้ว จากตอนแรกที่เขาว่าจะเคลียร์ใจกับเธออย่างน้อยเราสองคนอาจจะยังเป็นเพื่อนกันได้ แต่ดูท่าทางความอาฆาตแค้นของเธอแล้วชีวิตของเราสองคนมันเหมือนเส้นขนานดูท่าทางจะมาบรรจบกันยาก
"เอาเถอะเรามาเคลียร์กันเรื่องรถก่อนจะเอายังไง ต่างคนต่างซ่อมไหมล่ะ"
"ทำไมต้องต่างคนต่างซ่อมด้วย นายเห็นไหมว่าฉันมาเลนถูก เขาก็บอกอยู่ว่าให้รถทางขวาไปก่อนเสมอ นายโผล่ออกมาแบบนี้จะมาบอกว่าผิดร่วมกันได้ยังไง เพราะฉะนั้นจ่ายค่าเสียหายมาซะ!"
หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าชายหนุ่มก่อนจะเรียกค่าเสียหายที่ทำให้รถเธอเป็นรอย เตชน์พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้โวยวาย คุยกับผู้หญิงอย่างอิงอิงต้องใช้ความอดทนมากกว่าคุยกับผู้หญิงทั่วไป รายนี้ค่อนข้างอารมณ์ร้อนโวยวายเก่ง แต่แปลกตรงที่เป็นเฉพาะกับเขานะกับคนอื่นนะเหรอ...เฮอะ!
"เออๆ จะเอาเท่าไหร่ว่ามา"
"สองหมื่นจ่ายมา!"
"รอยนิดเดียวตั้งสองหมื่น ขูดเลือดขูดเนื้อผัวเก่าชะมัดเลย"
"โอนมา!"
หญิงสาวเท้าเอววีนชายหนุ่มจนเขาสะดุ้งรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโอนทันที เลขบัญชีของเธอเขายังคงมีบันทึกไว้แล้วอิงอิงเองก็ยังคงใช้บัญชีเดิมไม่ได้เปลี่ยน
"โอนบัญชีเดิมนะ"
"เออ โอนมา"
ชายหนุ่มรีบกดโอนเงิน 20,000 บาทไปให้หญิงสาวจะได้จบสักที และเมื่อยอดเงินเข้ามาในบัญชีของเธอก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงพอใจ
"ก็แค่นี้แหละ...ชิ~"
เธอสะบัดหน้าใส่เขาก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถทันที ขออย่าได้เจอกันอีกเลยชาตินี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพอเห็นหน้าแล้วหงุดหงิดทุกที ไม่รู้ว่าเธอเกลียดเขามากจนไม่อยากจะมองหน้าหรือเพราะว่ายังตัดใจไม่ได้กับความสัมพันธ์ในอดีต...
ไม่กี่นาทีต่อมาทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาล ผู้ช่วยของเขาพุ่งตรงมาจอดตรงประตูทางเข้าห้องฉุกเฉิน พนักงานที่อยู่บริเวณหน้าประตูรีบเอารถเข็นมารับแต่ทว่าชายหนุ่มไม่อยากให้มันชักช้าพอเปิดประตูรถลงมาเสร็จเขาก็อุ้มหญิงสาวแล้ววิ่งเข้าไปข้างในทันที"ภรรยาผมจะคลอดแล้ว""คุณเตชน์เชิญทางนี้เลยค่ะ ทางโรงพยาบาลเตรียมห้องคลอดให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว""โอเคครับ"เขาตอบรับก่อนจะรีบอุ้มหญิงสาวเข้าไปในห้องรอคลอดซึ่งตอนนี้อาจารย์หมอกำลังรออยู่แล้ว ในระหว่างที่คุณหมอกำลังตรวจปากมดลูกอยู่ชายหนุ่มก็เดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งเพื่อเปลี่ยนชุดที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้"คุณพ่อเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเข้ามาเลยนะคะ""ได้ครับ""ปากมดลูกเปิด 6 cm แล้วเตรียมพร้อมทำคลอดได้เลย"ภายในห้องคลอดตอนนี้เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว อาจารย์หมอประเมินอาการเบื้องต้นด้วยการตรวจสอบสัญญาณชีพ รวมถึงการวัดความดันโลหิต การหายใจ จากนั้นก็ฟังเสียงหัวใจของทารกโดยใช้เครื่อง CTG ตรวจวัดการหดรัดของมดลูกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำคลอด"มาแล้วครับให้ผมช่วยอะไรไหม""โอ๊ยปวดท้องจัง"หญิงสาวร้องครวญครางออกมาก่อนจากกุมมือสามีเอาไว้แน่น ใบหน
หลังจากที่งานแต่งงานสุดแสนจะเพอร์เฟคผ่านไปด้วยดีทั้งคู่ก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างเช่นปกติ ในตอนนี้กัปตันเตชน์วางมือจากการเป็นนักบินผันตัวมาเป็นท่านประธานของสายการบินอย่างเต็มตัว เนื่องจากว่าตอนนี้เขาจะต้องตั้งใจทำงานด้วยความจริงจังเพราะไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว เขามีทั้งเจ้าตัวเล็กจอมแสบที่กำลังจะคลอดออกมาลืมตาดูโลกไหนจะภรรยาสุดที่รักที่ต้องให้ความสะดวกสบายกับเธอที่สุด สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือการหาเงินให้มากเพื่อมาปรนเปรอครอบครัว"หนูอิงอิงทำอะไรลูก"คุณแม่เดินเข้ามาในห้องครัวก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยเมื่อเห็นลูกสะใภ้กำลังทำอะไรอยู่ในนั้น เธอหันไปมองยังประตูก่อนจะส่งยิ้มไปให้คุณแม่สามี"ทำอาหารกลางวันไปให้พี่เตชน์ค่ะ""โธ่เอ๊ยจะไปห่วงมันทำไมเจ้านั่นน่ะ ถ้าหิวก็ปล่อยให้มันไปหาอะไรกินเองสิ ลูกสะใภ้ของแม่ไม่เห็นจะต้องลำบากลำบนเลย""ไม่เป็นไรเลยค่ะหนูไม่อยากให้พี่เตชน์ออกไปกินข้าวข้างนอก ช่วงนี้เขาทำงานหนักวุ่นวายเกี่ยวกับการเพิ่มเส้นทางการบิน หนูไม่รู้จะแบ่งเบาภาระยังไงก็เลยทำกับข้าวไปให้ตอนกลางวันดีกว่า""น่าเอ็นดูจริงเชียวลูกสะใภ้คนนี้"คุณแม่เอ่ยชมหญิงสาวไม่หยุดก่อนจะส่งยิ้มไปให้เธอด
1 เดือนต่อมา...วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดของทั้งสองครอบครัว เป็นงานมงคลสมรสระหว่างอิงอิงและเตชน์ซึ่งจัดงานช่วงเช้าอย่างยิ่งใหญ่ที่คฤหาสน์ของตระกูล เปรมฤทัยสิริ โดยมีญาติของทั้งสองครอบครัวมาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งงานในช่วงเช้าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ลุกขึ้นมาแต่งตัวในชุดไทย ทางฝั่งเจ้าสาวตัวผ้าซิ่นทอด้วยไหมแท้จากจังหวัดเชียงใหม่ ลวดลายไทยโบราณละเอียดอ่อน เสื้อเป็นแขนยาวห่มสไบเฉียงภาพจากไหล่ขวาลงมาซ้ายอย่างสวยงาม เครื่องประดับทองคำแท้มีทั้งสร้อยคอ กำไล ต่างหู รวมถึงเข็มกลัด ทำให้เธอดูเหมือนสาวงามในวรรณคดี"หนูสวยมากเลยลูก"คุณแม่ของอิงอิงมองลูกสาวก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข วันมงคลสมรสดีๆ แบบนี้ครั้งเดียวในชีวิตจะต้องทำออกมาให้ดีที่สุด"ขอบคุณคุณแม่มากเลยนะคะที่ตื่นมาช่วยหนูแต่งตัวตั้งแต่เช้าเลย""วันนี้เป็นวันมงคลของลูกสาวแม่ก็ต้องตื่นมาดูแลสิ ไปกันเถอะจะต้องไปตักบาตรตอนเช้า สามีลูกรออยู่ข้างนอกแล้ว""ค่ะแม่"คุณแม่กุมมือลูกสาวพากันเดินออกจากห้องมุ่งหน้าตรงไปยังศาลาหน้าบ้านที่ถูกจัดไว้สำหรับทำบุญตักบาตรในยามเช้า พระภิกษุสงฆ์ 7 รูปเดินเรียงแถวมาจากถนนหน้าบ้าน มีเส
หลังจากที่ชายหนุ่มไปตักของอร่อยหลายอย่างเรียบร้อยก็วางใส่ถาดเดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อให้ว่าที่ภรรยาสุดที่รักได้กินของเอร็ดอร่อย แต่ทว่าเขาต้องชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้าของมาร์ติน กัปตันหนุ่มของสายการบินกำลังทำหน้าระริกระรี้ยุ่งวุ่นวายอยู่กับผู้หญิงของเขา"ช่วงหลังเราทักหาไม่ตอบเลยนะ งานยุ่งมากหรือไงถึงไม่มีแม้แต่เวลาจะตอบ""ขอโทษทีนะงานเรายุ่งพอสมควรเลย อีกอย่างช่วงนี้มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นเราก็เลยไม่ค่อยมีเวลาได้ตอบใครเท่าไหร่"เธอพยายามตอบด้วยความรักษาน้ำใจเพราะรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าคาดหวังในตัวของเธอมากพอสมควร ก่อนหน้านี้เธอพูดจะให้ความหวังเขาเนื่องจากอยากจะประชดผู้ชายอีกคน แต่ใครจะคิดว่ามาร์ตินจะเอาจริงขึ้นมาซะงั้น"เราอยากจะคุยกับอิงอิงเรื่องความสัมพันธ์ใหม่ เราสองคนรู้จักกันมานานแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็โสดไม่ได้มีใครเพราะฉะนั้นเราลองมาเริ่มต้นใหม่กันดูไหม ให้โอกาสกันและกันได้เรียนรู้ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดเราจะลงเอยกันหรือไม่ อย่างน้อยถือว่าเราสองคนได้ลองพยายามด้วยกันแล้ว"หญิงสาวอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกเพราะไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันเธอก็ไม่เคยมีความรู้สึกต่อเขาเลยแม้สักนิดเดียว เธอมองว่าเขาเป็นเพื่
หลังจากที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งครอบครัวเปรมฤทัยสิริและครอบครัวของวรรณพิสุทธิ์ก็เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน ทั้งสองครอบครัวเจรจาคุยกันถึงเรื่องงานแต่งงานของเด็กทั้งสองคน ซึ่งทางฝ่ายหญิงเองก็ไม่ได้ติดอะไรเพราะทางฝั่งผู้ชายมีพร้อมทุกอย่างแถมยังแสดงความรับผิดชอบทั้งแม่และลูกในท้อง ส่วนเรื่องท้องก่อนแต่งครอบครัวของอิงอิงไม่ได้ติดใจอะไรเพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนและการมีเจ้าตัวเล็กถือว่าเป็นเรื่องราวที่ดี เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขัดขวางความสุขของลูกทั้งสองคน ทุกอย่างเป็นเรื่องราวที่ดีด้วยซ้ำไป"ทำไมวันนี้ว่างไปบินได้คะ"หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังขับรถเดินทางไปยังสนามบินด้วยกัน เธอมาเคลียร์ตารางงานที่เหลือของสัปดาห์นี้ให้เสร็จเรียบร้อยแล้วจะพักผ่อนอย่างเต็มที่เนื่องจากว่าทางครอบครัวไม่อยากจะให้ทำงานหนักจนเกินไป และการทำงานที่ต้องพบเจอผู้คนมากมายมันอาจจะทำให้สภาพจิตใจไม่มั่นคง จึงคุยกันว่าให้เธอเข้าไปนั่งออฟฟิศเรียนรู้งานบริหารดีกว่าซึ่งเรื่องนี้เธอไม่ได้ขัดขวางอะไรและยินดีที่จะทำตามที่พี่เตชน์และครอบครัวต้องการ"ก็มาเป็นเพื่อนหนูไง 1 สัปดาห์นี้พี่จะทำหน้าท
ทางด้านของมาร์ตินเขารู้ว่าคู่อริสมัยมัธยมเป็นเจ้าของสายการบินที่เขาทำงานอยู่ และยังเป็นทายาทของมหาเศรษฐีอันดับ 1 ระดับประเทศอีก เอาจริงเขาแพ้ไอ้หมอนี่ทุกประตูเลยถ้าเทียบในเรื่องความร่ำรวยคงไม่มีใครสู้กัปตันเตชน์ได้ ถ้ามาพูดถึงเรื่องความสามารถก็คงต้องยอมแพ้ให้กับมันอีกเพราะไอ้หมอนี่มันขับเครื่องบินเป็นตั้งแต่เด็ก แต่ในเรื่องของนิสัยเขาสามารถเคลมว่าตัวเองดีกว่าไอ้หมอนั่นเยอะ แต่ก็นั่นแหละอยู่ที่ฝ่ายหญิงว่าจะกลับไปคบกับมันหรือตัดสินใจไปต่อใหม่กับเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาพยายามที่จะพูดคุยกับเธอตลอด ดูผิวเผินอิงอิงก็น่าจะมีใจอยู่หรอกแต่ถ้าสัมผัสดูดีๆ เธอแค่พูดคุยด้วยเพราะเกรงใจเพื่อนสมัยเรียนเท่านั้น"สวัสดีครับกัปตัน รู้ข่าวหรือยังว่ากัปตันเตชน์เป็นเจ้าของสายการบินที่เราทำงานอยู่ แถมยังเป็นทายาทมหาเศรษฐีอันดับ 1 อีก"เนื่องจากว่าธนัตถ์ไม่ได้บินพร้อมกับกัปตันเตชน์เหตุผลเพราะว่าเขาต้องเข้าไปทำงานที่บริษัทจึงทำให้เขาถูกโยกมาเป็นผู้ช่วยกัปตันของกัปตันมาร์ตินแทน"ก็พอรู้อยู่ไม่นานนี่เอง ว่าแต่เป็นคนสนิทของนายไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงไม่รู้ล่ะว่าไอ้หมอหน้ามันเป็นลูกเต้าเหล่าใคร""ใครจะไปรู้ล่ะพี่เตชน์ปิ







![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)