Share

บทที่ 3

Author: จัสมิน ฟลาวเวอร์
เซฟเฮ้าส์ตกอยู่ในความเงียบงันหลังจากที่เขาไป ความเจ็บปวดพุ่งพล่านจากหน้าท้องลามไปจนถึงแผ่นหลังส่วนล่างจนแม้แต่การหายใจก็ยังกลายเป็นเรื่องยากลำบาก เลือดอุ่นๆ ไหลลงมาตามโคนขาของฉัน

ฉันพิงผนังแล้วพยายามพยุงร่างครูดไปกับพื้นทีละนิ้วมุ่งหน้าไปยังชั้นหนังสือ นิ้วมือที่สั่นเทาคลำเจอปกที่หลุดลุ่ยของตำราอาหารเก่าเล่มหนึ่ง สิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในปกนั้นคือเครื่องส่งสัญญาณฉุกเฉินที่ฉันแอบพกติดตัวมาด้วยตอนหนีออกจากบ้าน

พ่อเคยบอกฉันว่าถ้าฉันกดปุ่มนี้เมื่อไหร่ คนของตระกูลคาสเตลลาโน่จะตามหาฉันจนเจอ ตอนนั้นฉันเคยอคติว่าท่านชอบบงการชีวิต แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่ากรงขังทุกกรงไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อกักขังเรา บางกรงถูกสร้างขึ้นโดยคนที่รู้ดีว่าโลกภายนอกนั้นมันโหดร้ายและพร้อมจะขย้ำเราได้ทุกเมื่อ

ฉันกดปุ่มนั้น แสงสีแดงกะพริบสามครั้งบนฝ่ามือของฉัน

ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงกลอนประตูก็ดังคลิก วินาทีที่หัวใจเต้นระทึก ฉันนึกว่าลูก้าส่งหมอมาช่วย แต่แล้วบิอังก้า วอสส์ ก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับการ์ดหญิงสองคนด้านหลังเธอ

เธออยู่ในชุดกระโปรงสีขาวสั่งตัดพิเศษที่แนบไปกับหน้าท้องที่นูนเป่ง และบนข้อมือของเธอมีกำไลหินออบซิเดียนส่องประกายแวววาว มันคือกำไลของแม่ลูก้า สิ่งที่ทิ้งไว้ให้ผู้หญิงที่จะมาเป็นดอนน่าแห่งตระกูลโมเร็ตติ

ครั้งหนึ่ง ลูก้าเคยจับมือฉันและบอกว่าเขาจะสวมมันที่ข้อมือของฉันเมื่อเราได้จัดงานแต่งงานที่คู่ควรกันจริงๆ แต่ตอนนี้มันกลับไปอยู่บนข้อมือของบิอังก้า ราวกับฝ่ามือที่ฟาดลงบนใบหน้าของฉัน

บิอังก้าเหลือบมองกองเลือดที่อยู่ใต้ร่างของฉัน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาราวกับมาร่วมวงน้ำชา “อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิ เธอควรจะเข้าใจนะ ลูกของฉันต้องเกิดก่อน ไม่อย่างนั้นฉันจะไปยืนหยัดอยู่ในบ้านตระกูลโมเร็ตติได้อย่างมั่นคงได้ยังไง”

ฉันยันตัวกับผนัง เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่า “เธอเลยเลือกที่จะฆ่าลูกของฉันงั้นเหรอ”

เธอยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่อ่อนหวานแต่ว่าโหดเหี้ยม “อย่ามาโทษฉันในสิ่งที่ลูก้าลงมือทำเลย เขาเป็นคนป้อนยาให้เธอเองนะ ไม่ใช่ฉัน เขาเชื่อสนิทใจเลยล่ะว่ามันจะแค่ช่วยเลื่อนเวลาคลอดออกไป แต่ถามหน่อยเถอะ ยาเทวดาที่ไหนจะทำให้ผู้หญิงที่ท้องแก่ใกล้คลอดนอนรออย่างว่าง่ายได้ตั้งสองสามวัน ฉันแค่บอกเขาว่ามันปลอดภัย แล้วเขาก็เชื่อฉันเอง”

หัวใจของฉันชาไปหมด เพื่อตำแหน่งของเธอ เพื่อเก้าอี้ดอนของเขา เขาถึงกับตัดสินใจว่าการคลอดของฉันรอได้ ความเจ็บปวดของฉันควบคุมได้ และลูกของฉันสามารถถูกผลักไปอยู่ในเงามืดเบื้องหลังลูกของผู้หญิงอีกคนได้อย่างนั้นเหรอ

บิอังก้ายืนขึ้นและเดินมาหาฉัน นิ้วมือของเธอลูบไล้ไปตามกำไล “ลูก้าบอกว่า มีเพียงนายหญิงที่แท้จริงของตระกูลโมเร็ตติเท่านั้นที่คู่ควรกับสิ่งนี้”

เธอก้มตัวลงมา น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยาม “เมียน้อยก็ควรจะเจียมตัวรู้ที่ต่ำที่สูงเอาไว้นะ ต่อให้ลูกของเธอรอดมาได้ แล้วยังไงต่อล่ะ พวกโมเร็ตติไม่มีวันทิ้งสายเลือดตัวเองไว้ข้างนอกหรอก พวกเขาจะแย่งเด็กกลับไปที่ตระกูลใหญ่ และเธอจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้าไปใกล้เพื่อร้องไห้ด้วยซ้ำ”

ฉันถลึงตาใส่เธอ “ลูกของฉันไม่มีวันเป็นคนของตระกูลโมเร็ตติ”

“เรื่องนั้นเธอไม่มีสิทธิ์เลือกหรอก” รอยยิ้มของบิอังก้าเลือนหายไป เธอเชิดคางส่งสัญญาณให้พวกการ์ด “ทำให้มันเงียบปากซะ อย่าปล่อยให้มันกรีดร้องจนคนมาช่วยได้”

การ์ดคนหนึ่งตรงเข้ามาบีบคางของฉัน ของเหลวรสขมถูกกรอกเข้ามาในปาก ฉันดิ้นรนต่อสู้จนแสบคอ แต่ยากว่าครึ่งหนึ่งก็ถูกกลืนลงคอไปจนได้

แสงไฟเหนือหัวเริ่มหมุนเคว้ง ความเจ็บปวดไม่ได้มลายหายไป แต่มันกลับดูห่างไกลและผิดเพี้ยน ถูกโอบล้อมด้วยหมอกควันอันเย็นเยียบที่ทำให้แขนขาของฉันหนักอึ้งและไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้

บิอังก้าลูบกระโปรงให้เรียบและหันหลังเดินไปที่ประตู “งานแต่งงานของฉันจะเริ่มในอีกสามวัน ฉันยังต้องไปลองเครื่องประดับแห่งคาสเตลลาโน่อีก ขอตัวก่อนนะ”

ประตูประทับปิดลงอีกครั้ง ฉันนอนนิ่งอยู่บนพรม นิ้วมือจิกเกร็งลงบนเส้นไหมพรมในขณะที่ความมืดมิดเริ่มเข้ามากัดกินทัศนวิสัยทีละน้อย

ในตอนที่ฉันคิดว่าตัวเองคงทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เสียงล้อรถเบรกก็ดังสนั่นหวั่นไหวที่ด้านนอกเซฟเฮ้าส์ วินาทีต่อมา ประตูบ้านก็ถูกพังเข้ามาอย่างแรง

“อาเรีย พ่ออยู่นี่แล้ว ลูกต้องอยู่กับพ่อนะ ใครก็ตามที่ทำร้ายลูก พ่อจะยอมให้มันชดใช้อย่างสาสม พวกหมอกำลังตามเข้ามาแล้ว”

สามวันต่อมา คฤหาสน์ตระกูลโมเร็ตติได้จัดงานแต่งงานที่หรูหราอลังการที่สุดในรอบหลายปีของโลกใต้ดินแห่งชิคาโก กุหลาบขาวสพรั่งไปทั่วผนังโบสถ์ และแขกจำนวนมากจากตระกูลมาเฟียใหญ่ทุกตระกูลก็นั่งกันจนเต็มแถวม้านั่ง

ทุกคนต่างเดินทางมาร่วมเป็นพยานให้กับการผูกมิตรพันธมิตรระหว่างตระกูลโมเร็ตติและตระกูลวอสส์

เมื่อบาทหลวงกล่าวให้ทั้งสองแลกเปลี่ยนแหวนกัน ประตูโบสถ์ก็เปิดผางออก การ์ดคนหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

“คุณโมเร็ตติครับ รถหุ้มเกราะเป็นร้อยคันเพิ่งมาจอดล้อมรอบคฤหาสน์ครับ”

ใครบางคนที่อยู่ใกล้หน้าต่างชะโงกหน้าออกไปดูและอุทานออกมา “นั่นมันตราสัญลักษณ์ของตระกูลคาสเตลลาโน่นี่”

เสียงกระซิบกระซาบแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงและอิจฉาริษยา “ประธานสภามาเฟียระดับสูงมาร่วมงานแต่งงานของลูก้า โมเร็ตติ งั้นเหรอ”

“พวกโมเร็ตติขึ้นสู่จุดสูงสุดของจริงแล้วรอบนี้”

“ขนาดวินเซนต์ คาสเตลลาโน่ ยังเดินทางมาแสดงความยินดีด้วยตัวเองเลย”

พ่อแม่ของลูก้าหันมามองหน้ากัน ความตื่นตะลึงบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจในทันตา

มัตเตโอ วอสส์ จัดแจงเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองราวกับพร้อมที่จะต้อนรับชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกใต้ดิน

แต่ว่าหลังจากนั้น ประตูโบสถ์ก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรง ชายฉกรรจ์ติดอาวุธนับร้อยจากตระกูลคาสเตลลาโน่ดาหน้ากันเข้ามาและเล็งปลายกระบอกปืนตรงไปยังแท่นพิธี

แขกจำนวนมากในงานพากันตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ รอยยิ้มของพวกโมเร็ตติได้หายไป

วินเซนต์ก้าวเข้ามาในโบสถ์ด้วยสีหน้าที่เย็นเยียบยิ่งกว่าความตาย สายตาของเขาตวัดมองผ่านแท่นพิธี ก่อนจะไปหยุดนิ่งที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาว “พวกแกสินะ... ที่บังอาจมาแตะต้องลูกสาวของฉัน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียลับๆของเขาคือทายาทของมาเฟีย   บทที่ 7

    สามเดือนต่อมา ในที่สุดพ่อก็ยอมตกลงปล่อยให้ฉันย้ายออกจากคฤหาสน์ใหญ่ทีแรกท่านปฏิเสธหัวชนฝา ฉันเลยเข้าไปนั่งอยู่ในห้องทำงานของท่านทั้งบ่ายโดยมีมีอาอยู่ในอ้อมแขน สุดท้ายท่านก็พ่ายแพ้ให้กับเสียงหาวง่วงนอนเพียงครั้งเดียวของหลานสาว พ่อตวัดปากกาเซ็นอนุมัติด้วยสีหน้าบึ้งตึง และสั่งจัดทีมรักษาความปลอดภัยเพิ่มให้อีกสองทีมทันที โดยที่ฉันยังไม่ทันจะได้พูดขอบคุณด้วยซ้ำฉันเลือกสถานที่ริมทะเลสาบอีกครั้ง แต่ว่ามันไม่ใช่กระท่อมหลังเก่า บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ใกล้กับคฤหาสน์คาสเตลลาโน่ มีภูเขาโอบล้อมอยู่ด้านหลัง เบื้องหน้าเป็นผืนน้ำกว้าง และมีต้นเมเปิ้ลปลูกเรียงรายอยู่ตามแนวถนนฉันให้คนสร้างบ้านไม้หลังใหม่ขึ้นมา ล้อมรั้วสีขาว และปลูกมะเขือเทศ สะระแหน่ รวมถึงทานตะวันจนเต็มสวน ทุกๆ สองสามวัน พ่อจะส่งรถบรรทุกขนข้าวของมาให้ไม่ขาดสาย ทั้งนมผง เสื้อผ้าเด็ก กระจกกันกระสุน และระบบรักษาความปลอดภัยแบบใหม่ ราวกับว่าท่านตั้งใจจะย้ายคฤหาสน์ทั้งหลังมาไว้ในบ้านหลังน้อยของฉันทีละชิ้นๆ อย่างนั้นแหละฉันหัวเราะให้กับความเว่อร์วังอันน่าตลกนั้น แต่ก็ยอมรับของเหล่านั้นไว้แต่โดยดีในยามเช้า เสียงนกคอยทำหน้าที่ปลุกมีอาให้ตื่

  • เมียลับๆของเขาคือทายาทของมาเฟีย   บทที่ 6

    หนึ่งเดือนต่อมา ร่างกายของฉันฟื้นตัวมากพอที่จะเดินลงมาข้างล่างได้แล้วพ่อสั่งให้คนสร้างเรือนกระจกหลังเล็กไว้ที่หลังคฤหาสน์ ข้างในนั้นมีทั้งต้นมะเขือเทศ โหระพา และสตรอว์เบอร์รี่“ลูกชอบปลูกต้นไม้ใช่ไหมล่ะ” ท่านพูดขึ้นมาจากตรงประตู น้ำเสียงฟังดูขัดเขินแบบที่มีเพียงประธานมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามเท่านั้นจะเป็นได้ยามที่พยายามจะทำตัวอ่อนโยน “อยากปลูกอะไรก็ปลูกเลย ถ้าพื้นที่ตรงนี้ไม่พอ เดี๋ยวพ่อให้รื้อสนามหญ้าออกให้หมด”ฉันมองดูดินนุ่มๆ ที่ถูกพรวนไว้แล้วก็หัวเราะออกมา แต่ว่าเสียงหัวเราะกลับสะดุดลง และน้ำตาก็รินไหลลงมาอาบแก้มพ่อขมวดคิ้วทันที “ลูกไม่ชอบเหรอ เดี๋ยวพ่อสั่งให้คนรื้อแล้วสร้างใหม่ให้”“เปล่าค่ะ” ฉันเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม “หนูชอบมากค่ะ”ฉันหมายความตามนั้นจริงๆฉันไม่เคยต้องการบัลลังก์ มงกุฎ หรือห้องที่เต็มไปด้วยผู้ชายที่คอยก้มหัวให้เลย สิ่งที่ฉันต้องการมาโดยตลอดก็แค่แสงไฟที่ส่องสว่างรอคอยยามกลับบ้าน ผืนดินเล็กๆ สักผืนที่ฉันสามารถปลูกอะไรสักอย่างได้โดยไม่ต้องหวาดกลัว และสถานที่ที่ฉันไม่ต้องคอยลดคุณค่าหรือทำตัวให้ลีบเล็กเพียงเพื่อให้มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ลูก้าไม่ยอมแพ้เ

  • เมียลับๆของเขาคือทายาทของมาเฟีย   บทที่ 5

    เมื่อพวกเราเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์คาสเตลลาโน่ ความมืดมิดก็เข้าครอบงำท้องฟ้าแล้ว ตอนที่ฉันหนีไปเมื่อสามปีก่อน ฉันเคยคิดว่าคฤหาสน์หลังนี้คือกรงทอง แต่ว่าในยามนี้ ขณะที่รถยนต์เคลื่อนผ่านประตูเหล็กเข้ามาและฉันได้เห็นแสงไฟอบอุ่นส่องสว่างจากหน้าต่างของตัวบ้านใหญ่ ฉันกลับรับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน... ฉันได้กลับบ้านแล้วพ่อไม่ได้ดุด่าทุบตีฉันเลย ท่านเอาแต่ยืนอยู่นอกผนังกระจกของศูนย์การหมอ จ้องมองทารกตัวน้อยที่อยู่ภายในตู้อบเป็นเวลานานแสนนาน ดวงตาของท่านขึ้นสีแดงก่ำ “แกชื่ออะไรล่ะ” ท่านถามฉันมองผ่านกระจกเข้าไปยังกำปั้นน้อยๆ ที่กุมแน่นของลูกสาว “มีอา ค่ะ... มีอา คาสเตลลาโน่”พ่อพยักหน้ารับ น้ำเสียงของท่านแหบพร่า “ดีแล้ว แกใช้นามสกุลของพวกเรา”พวกหมอบอกว่ามีอารอดชีวิตมาได้เพราะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แกยังจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหมออย่างใกล้ชิด แต่ช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้วส่วนตัวฉัน ทั้งฤทธิ์ยา การสูญเสียเลือด และการผ่าคลอดฉุกเฉินได้ทำลายล้างร่างกายจนพังยับเยิน การฟื้นฟูร่างกายคงต้องใช้เวลาอีกยาวนาน และการตั้งครรภ์อีกครั้งในอนาคตก็อาจจะเป็

  • เมียลับๆของเขาคือทายาทของมาเฟีย   บทที่ 4

    ภายในโบสถ์ตกอยู่ในความเงียบกริบราวกับป่าช้า ช่อดอกไม้ในมือของบิอังก้าสั่นระริก ส่วนลูก้าหน้าซีดเผือดอยู่ตรงจุดที่เขายืนจากนั้นฉันก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของพ่อ ฉันนั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีหมอประจำตัวของท่านเป็นคนเข็นให้ ฉันสวมชุดราตรีผ้ากำมะหยี่สีดำ มีผ้าคลุมไหล่ขนสัตว์สีขาวพาดอยู่บนบ่ามงกุฎที่ทุกคนเอาแต่นินทากันมาตลอดสามวันอย่าง ‘เครื่องประดับแห่งคาสเตลลาโน่’ ประดับอยู่บนผมของฉัน ภายใต้แสงไฟในโบสถ์ เพชรเหล่านั้นส่องประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดหิมะที่เยือกเย็นกล่องใส่แหวนร่วงหล่นจากมือของลูก้ากระทบพื้น เสียงของมันไม่ได้ดังมาก แต่ทุกคนในที่นั้นกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน “อาเรีย...?”ฉันหยุดลงตรงหน้าเขาและมองเขาด้วยสายตาราบเรียบ “ยินดีด้วยกับงานแต่งงานของคุณนะ คุณโมเร็ตติ”บิอังก้ากระชากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก “เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ บังอาจแอบอ้างเป็นคนของตระกูลคาสเตลลาโน่มาพังงานแต่งงานของฉันเนี่ยนะ”หัวหน้าการ์ดของพ่อฉันก้าวมาข้างหน้า “ลืมตาดูให้ดี ตราสัญลักษณ์ตระกูลคาสเตลลาโน่ การ์ดส่วนตัวของท่านประธาน มงกุฎประจำตระกูล สิ่งเหล่านี้ไม่มีทางปลอมแปลงได้ ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าพวกแกคือ อาเรี

  • เมียลับๆของเขาคือทายาทของมาเฟีย   บทที่ 3

    เซฟเฮ้าส์ตกอยู่ในความเงียบงันหลังจากที่เขาไป ความเจ็บปวดพุ่งพล่านจากหน้าท้องลามไปจนถึงแผ่นหลังส่วนล่างจนแม้แต่การหายใจก็ยังกลายเป็นเรื่องยากลำบาก เลือดอุ่นๆ ไหลลงมาตามโคนขาของฉันฉันพิงผนังแล้วพยายามพยุงร่างครูดไปกับพื้นทีละนิ้วมุ่งหน้าไปยังชั้นหนังสือ นิ้วมือที่สั่นเทาคลำเจอปกที่หลุดลุ่ยของตำราอาหารเก่าเล่มหนึ่ง สิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในปกนั้นคือเครื่องส่งสัญญาณฉุกเฉินที่ฉันแอบพกติดตัวมาด้วยตอนหนีออกจากบ้านพ่อเคยบอกฉันว่าถ้าฉันกดปุ่มนี้เมื่อไหร่ คนของตระกูลคาสเตลลาโน่จะตามหาฉันจนเจอ ตอนนั้นฉันเคยอคติว่าท่านชอบบงการชีวิต แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่ากรงขังทุกกรงไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อกักขังเรา บางกรงถูกสร้างขึ้นโดยคนที่รู้ดีว่าโลกภายนอกนั้นมันโหดร้ายและพร้อมจะขย้ำเราได้ทุกเมื่อฉันกดปุ่มนั้น แสงสีแดงกะพริบสามครั้งบนฝ่ามือของฉันไม่กี่นาทีต่อมา เสียงกลอนประตูก็ดังคลิก วินาทีที่หัวใจเต้นระทึก ฉันนึกว่าลูก้าส่งหมอมาช่วย แต่แล้วบิอังก้า วอสส์ ก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับการ์ดหญิงสองคนด้านหลังเธอเธออยู่ในชุดกระโปรงสีขาวสั่งตัดพิเศษที่แนบไปกับหน้าท้องที่นูนเป่ง และบนข้อมือของเธอมีกำไลหินออบซิเดียนส่อง

  • เมียลับๆของเขาคือทายาทของมาเฟีย   บทที่ 2

    เย็นวันนั้น ลูก้ากลับมาพร้อมกับกล่องเก็บความร้อนที่บรรจุซุปฟักทองเอาไว้ เขานั่งลงตรงข้ามฉันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในวันนั้น แล้ววางช้อนลงบนมือของฉัน “กินอะไรหน่อยสิ ลูกต้องการสารอาหารนะ”ฉันกลืนซุปไปสองคำ ซุปนั้นยังอุ่นอยู่ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวฉันกลับกำลังเย็นเยียบขึ้นมา “เรื่องของคุณกับบิอังก้าเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่”นิ้วมือของลูก้าที่กุมแก้วน้ำอยู่รัดแน่นขึ้น “คืนวันเกิดของเธอไง” เขาพูด “ฉันเมามากหลังจากงานเลี้ยงของตระกูลวอสส์ บิอังก้าบอกว่าเราใช้เวลาในคืนนั้นด้วยกัน หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ เธอก็บอกฉันว่าเธอท้อง”เมื่อเก้าเดือนก่อน ในวันเกิดของฉัน เขาหายตัวไป ฉันขับรถตระเวนหาตามถนนเลียบทะเลสาบ ในเมือง ปั๊มน้ำมัน และถนนสายรองทุกสายจนกระทั่งรุ่งเช้า เช้าวันต่อมา เขาซมซานกลับมาบ้านด้วยท่าทางเหนื่อยล้าอ่อนแรงและบอกว่าเขาขับรถลุยพายุหิมะเพื่อไปเอาของขวัญมาให้ฉันจนหลงทางเขาหยิบกล่องดนตรีสีเงินอันเล็กออกมาจากข้างในเสื้อโค้ต บนฝากล่องมีข้อความที่เขาสลักไว้ว่า [แด่อาเรียของฉัน และแด่ทุกเช้าวันใหม่ที่เรายังไม่ได้ใช้ร่วมกัน]ฉันอดนอนมาทั้งคืน ทั้งหวาดกลัวและโกรธ แต่ของขวัญชิ้นนั้นก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status