Masukแม่บ้านยกโจ๊กร้อนๆ ยาแก้ไข้ รวมถึงน้ำเปล่าขึ้นมาให้บนห้องนอน เขาสะกิดเรียกหญิงสาว แต่เธอก็ไม่ขยับ ฌอร์นวัดไข้อีกครั้ง พบว่าตอนนี้เธอมีไข้ 37.5 น้อยกว่าตอนแรกที่ไข้สูงถึง 38.5 เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ชะเอม... ชะเอม” เขาเรียก เอมมาลินหลับตาหยี เธอออกจะหงุดหงิดด้วยซ้ำที่มีคนมาก่อกวนเวลานอน
“ชะเอม ลุกขึ้นมากินข้าวก่อน” เขาเรียกเธอเสียงดังขึ้น เอมมาลินพลิกกายหนีและดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหัว เขาเห็นท่าทางแบบนี้แล้วก็สบายใจขึ้น เธอมีอาการดีกว่าเดิมแล้ว
“ชะเอม กินข้าวแล้วจะได้กินยา” ฌอร์นไม่ใจอ่อนให้เธอนอนต่อ เขาดึงผ้าห่มเธอออก และพลิกตัวเธอให้หันกลับมาหาเขา ชายหนุ่มเอามือจับหน้าเธอ และก้มลงจูบเธอเบาๆ เอมมาลินได้รับสัมผัสนี้จากชายหนุ่มก็ลืมตาโพรง
เธอคิดว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ที่บ้าน และคิดว่าคนที่มาปลุกคือคุณพ่อที่แสนดี แต่มันไม่ใช่ ตอนนี้เธออยู่ในบ้านของอสูรร้ายที่กลืนกินความสาวไปจนหมดสิ้น เอมมาลินกระเด้งตัวลุกขึ้น แต่ก็ต้องล้มตัวลงนอนที่เดิมเพราะปวดหัวมาก ฌอร์นค่อยๆ ประคองเธอให้นั่งดีๆ เขาหยิบหมอนให้เธอหนุนหลัง
“ดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว กินโจ๊กสิ” เขาบอก เอมมาลินมองหน้าเขาที มองโจ๊กที
“ชะเอมยังไม่หิวค่ะ อยากนอน”
“ไม่หิวก็ต้องกิน เพราะเธอเป็นไข้ ไม่สบาย กินโจ๊กแล้วจะได้กินยา นอนพักผ่อน” เขาดุ เอมมาลินไม่อยากฝืนใจตัวเอง เธอส่ายหน้าไม่เอาท่าเดียว จนเขาเริ่มรำคาญ เป็นฝ่ายหยิบถ้วยโจ๊กขึ้นมาและตักป้อนใส่ปากเธอ เอมมาลินเบือนหน้าหนี
“เลือกเอาว่าจะกินโจ๊กหรือจะกินน้องชายฉัน!” เขาเสนอทางเลือกให้ เอมมาลินตาโต ในใจหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เธอรีบหันมาหาถ้วยโจ๊กทันที
“กินโจ๊กค่ะ!” เธอรีบตอบ ฌอร์นยิ้มน้อยๆ อย่างพึงพอใจ ต้องให้เขาข่มขู่อยู่เรื่อยเลยน่า...
“ถ้างั้นก็กินไป กินให้หมดนั่นแหละ” เขายื่นถ้วยโจ๊กให้เธอ เอมมาลินรับมาและลงมือกินทันที หากเธอเลือกได้ เธอจะทำทุกทางเพื่อหลีกเลี่ยงการมีเซ็กซ์กับเขา
“ค่ะ”
โจ๊กรสชาติฝีมือแม่บ้านนั้นอร่อยจนทำให้เธอกินหมดถ้วย เอมมาลินกินหมดในเวลาอันรวดเร็ว เธอหยิบยาขึ้นมากินต่อ และล้มตัวลงนอน สุดท้ายแล้ววันนี้เธอก็ไม่ได้ไปเรียน เอมมาลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์บอกเพื่อนๆ ในห้อง ก่อนจะหลับไป ฌอร์นเฝ้าดูจนเห็นเธอหลับแล้วจึงอาบน้ำออกไปประชุม
เขาใช้เวลาในการประชุมเพียง 1 ชั่วโมง ประชุมเสร็จก็รีบกลับบ้านเพื่อมาดูอาการของหญิงสาว พอเข้ามาในห้องเธอยังนอนหลับไม่ตื่น ชายหนุ่มเอามืออังหน้าผาก พบว่าเธอหายไข้แล้ว แต่น่าจะยังอ่อนเพลียเพราะเมื่อคืนนอนน้อยอยู่ เขาจึงสั่งให้แม่บ้านทำน้ำผลไม้หวานๆ มาให้
เอมมาลินตื่นมาอีกครั้งตอนบ่ายแก่ๆ เธอค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ หันไปมองซ้ายมองขวาไม่เห็นมีใครก็เข้าใจว่าฌอร์นคงไปทำงาน เธอจึงเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง และอาบน้ำแต่งตัว ขณะที่ฌอร์นเดินกลับเข้ามาในห้อง ไม่เห็นหญิงสาวก็แปลกใจ เขาจึงเดินเข้าไปในห้องของเธอ ฌอร์นเห็นหญิงสาวกำลังนั่งทาครีมที่เรียวขาขาว ก็ใจเต้นแรง เอมมาลินเงยหน้าเห็นชายหนุ่มยืนอยู่ข้างหลังก็ตกใจ เธอรีบลุกขึ้นจนผ้าขนหนูหลุดออกจากตัว
สายตาคมไล่มองเรือนร่างเปล่าเปลือยของหญิงสาว เธอรีบก้มลงหยิบผ้าขนหนูมาห่มกายเอาไว้ ใบหน้านวลแดงก่ำไปหมด เขาหัวเราะในลำคอและก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ เอมมาลินถอนหลังหนี จนตัวติดกับโต๊ะเครื่องแป้ง
“พี่ฌอร์น...”
“อายอะไร ฉันเห็นของเธอหมดทั้งตัว เห็นหมดทุกซอกทุกมุมแล้ว” เขาพูดขึ้นมา ทำให้หญิงสาวอับอายยิ่งนัก
“พี่ฌอร์นเข้ามาในห้องชะเอมทำไมคะ”
“ฉันเป็นเจ้าของบ้านนี้ ฉันจะเดินเข้าเดินออกห้องไหนก็ได้”
“พี่ฌอร์นออกไปก่อนเถอะค่ะ ชะเอมยังไม่ได้แต่งตัว” เธอไล่เขาทางอ้อม ฌอร์นไม่สนใจ เดินไปนั่งบนเตียงของเธอ
“ฉันจะรอที่นี่ รอในห้องนี้ เธอจะแต่งตัวก็แต่งไป ฉันไม่ได้ห้ามอะไร” เขาพูดอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เอมมาลินเม้มปากแน่น รู้สึกอึดอัดที่ความเป็นส่วนตัวถูกรุกล้ำ ตั้งแต่เกิดมาเธอเป็นลูกคนเดียว พ่อกับแม่จะให้พื้นที่ส่วนตัวกับเธอค่อนข้างมาก เธอเลยไม่ชินกับการที่จะต้องอยู่ร่วมห้องกับใคร และยิ่งไม่ชินกับการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ชายแบบนี้ แต่ทำยังไงได้ ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกก็จำใจต้องฝืนทน เธอเดินไปหยิบเสื้อผ้าและเข้าไปสวมใส่ในห้องน้ำ เธอใช้เวลาในการแต่งตัวไม่นานก็เดินออกมา
“เสร็จแล้วค่ะ”
“หายป่วยดีแล้วใช่ไหม”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ พรุ่งนี้ชะเอมคงจะไปเรียนได้แล้ว”
“ถ้ายังไม่หายก็หยุดพักอีกวันหนึ่งก็ได้”
“ไม่ดีกว่าค่ะ ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว ชะเอมไม่อยากขาดเรียน”
“ถ้าคิดว่าไหวก็ไป ฉันให้แม่บ้านเตรียมอาหารเย็นไว้ให้แล้ว ตอน 6 โมงแม่บ้านจะยกขึ้นมาให้บนห้อง เธอจะได้ไม่ต้องเดินลงไปให้เหนื่อย ฉันจะเคลียร์งานต่อ ถ้ามีอะไรก็เรียกฉันได้ ห้องทำงานฉันอยู่ตรงข้ามกับห้องนอนเธอ” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและบอก เอมมาลินพยักหน้ารับรู้
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
“พักผ่อนซะ!”
เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ และลูบหัวเธอเบาๆ จังหวะนั้นเอมมาลินใจสั่นไหวและเต้นแรงมาก ใบหน้าของเธอร้อนผะผ่าวเหมือนจะไข้ขึ้นอีกรอบ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ย้อนวนเวียนเข้ามาในหัว เธอไม่รู้สึกตัวเลยว่าเขาออกจากห้องนอนไปตอนไหน รู้อีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ เพื่อนเธอโทรมาบอกการบ้าน เอมมาลินจึงใช้เวลานี้นั่งทำการบ้าน ไม่ได้นอนพักอย่างที่เขาบอกให้เธอทำตาม เธอยอมรับเลยว่าวันนี้ไม่มีสมาธิทำการบ้านเลยแม้แต่น้อย
ช่วงวันหยุด เอมมาลินรีบทำการบ้านและอ่านหนังสือตามที่วางแผนไว้จนหมด เธอเคลียร์งานของตัวเองเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปหาฌอร์นในห้องทำงาน
“มีอะไร” ฌอร์นถามโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอ
“วันนี้วันหยุด ชะเอมจะขออนุญาตพี่ฌอร์นกลับบ้านได้ไหมคะ” เธอค่อยๆ ถามอย่างเกรงใจ ฌอร์นเงยหน้าขึ้นมองสบตาเธอและยิ้มอ่อน
“ไม่ได้ ฉันไม่อนุญาต”
“แต่ชะเอมคิดถึงบ้าน คิดถึงคุณพ่อคุณแม่นี่คะ”
“นั่นมันเรื่องของเธอ เป็นปัญหาของเธอ ไม่เกี่ยวกับฉัน” เขาบอกปัดอย่างไม่ไยดี ทำให้เอมมาลินน้ำตาคลอ
“พี่ฌอร์นใจร้าย!”
“ฉันใจร้ายกว่าที่เธอคิด... จะกลับบ้านนี่ทำการบ้านของตัวเองเสร็จแล้วหรือไง”
เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินตรงเข้ามาหาเธอ วันนี้เธอสวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลอ่อนๆ ทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งจากเรือนร่างชัดเจนกว่าตอนที่ใส่ชุดนักเรียน
“เสร็จแล้วค่ะ”
“ถ้าเสร็จแล้วก็ทำหน้าที่ของเธอด้วย”
“หน้าที่... หน้าที่อะไรเหรอคะ” เธอเอียงคอถามอย่างสงสัย ฌอร์นส่ายหน้าระอากับหญิงสาว
“หน้าที่ ‘เมียเก็บ’ ยังไงล่ะ!” พูดจบเขาก็รวบตัวเธอเอาไว้แน่น เอมมาลินเบิกตากว้าง เธอยังไม่ทันได้เตรียมใจเขาก็จับเธอนั่งคุกเข่าลงกับพื้นห้อง พร้อมกับควักมังกรตัวร้ายออกมาผงาด
“พี่ฌอร์น...” เธอพูดได้แค่นั้น เพราะเขาสอดกายเข้าไปในโพรงปากเธอช้าๆ เอมมาลินอ้าปากกว้าง รอรับแรงรักจากเขา พอถึงช่วงที่เธอสลัดเจ้ามังกรออกจากปากได้ เธอก็รีบพูดเสียงเครือ
“พี่ฌอร์นยังไม่ได้ปิดประตูห้อง เดี๋ยวมีคนมาเห็นนะคะ”
“เห็นก็ช่างประไร นี่มันบ้านฉัน” เขาตอบอย่างไม่ยีหระ และสอดกายเข้าไปในปากเธออีก เอมมาลินนั่งราบไปกับพื้นเพราะแรงเขามีมากจนเกินไป เขากระแทกกายเข้าไปในปากจนเธอแทบสำลัก
ผ่านไปพักใหญ่เขาถึงหยุดเพราะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เขาถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างรวดเร็วและสั่งให้เธอถอดกางเกงขาสั้นออก เอมมาลินทำตาม เธอยังคงอายเขาอยู่เช่นเดิม แม้ว่าเขาจะเคยเห็นเรือนร่างอันเปล่าเปลือยของเธอหลายครั้งแล้วก็ตาม
“ไปนั่งบนโซฟา” เขาสั่ง เอมมาลินเดินไปที่โซฟาและนั่งลง เธอเอามือปิดความสาวของตัวเองเอาไว้ และยังไม่กล้าสบสายตาเขาอีกด้วย
“เอามือออกและอ้าขา... อ้า... กว้างๆ” เขาสั่นเธออีก เอมมาลินอยากร้องไห้ เธอไม่ควรที่จะต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้
“เร็วเข้าสิ!”
“ค่ะๆ” เธอรีบทำตามที่เขาบอก ฌอร์นจ้องมองกลีบกายสาวสีชมพูอมแดงอย่างพึงพอใจ
“เอานิ้วแยกตรงนั้นออกสิ” เขาบอกและเอามือหนาสาวความเป็นชายของตัวเองขึ้นลง เอมมาลินทำตาม ตอนนี้เขาเห็นของเธอหมดทุกซอกทุกมุมแล้ว
“ค่ะ”
ฌอร์นยืนมองครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะสอดกายเข้ามาในตัวเธอ เอมมาลิน หลับตาแน่น น้ำรักของเธอพรั่งพรูจนแก่นกายของชายหนุ่มสามารถเข้าไปในร่างของเธอได้อย่างง่ายดาย เอมมาลินกัดฟันรับแรงรักอันมหาศาลจากเขา ฌอร์นกระแทกร่างแรงๆ ไปหลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะถลกเสื้อยืดสีขาวของเธอขึ้น พร้อมกับดึงเสื้อชั้นในของเธอออก เอมมาลินนั่งตัวกึ่งเปลือย สายตาก็หมั่นมองไปที่ประตูห้องเพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็น แต่เขากลับจับใบหน้าเธอให้หันมามองสบตาตัวเอง
ฌอร์นบดขยี้เรียวปากเล็กอย่างเมามัน พอปลายลิ้นได้สัมผัสรัดรึงทำให้เขารู้ได้เลยว่าเมื่อเช้าเธอไปกินขนมหวานอะไรสักอย่าง รสชาติหวานหอมยังคงติดอยู่ในปากเธอ ทำให้เขารู้สึกดีและชอบใจมาก ฌอร์นดูดปากเธอเนิ่นนาน จนเอมมาลินเสียวไปหมด เธอเสียวทั้งกลางร่างและเสียวทั้งริมฝีปาก
เสียงร้องครวญครางของหญิงสาวเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ฌอร์นแยกขาเล็กให้กว้างออกมากขึ้น เขายกขาด้านขวาขึ้นมาและกระแทกตัวเข้าไปแรงๆ เนื้อนุ่มของเธอยังคงบีบรัดเขาได้แน่นหนาเหลือเกิน เขาผ่อนลมหายใจตัวเองออกมาอย่างเสียงดังอย่างระบายอารมณ์ พอเริ่มเหนื่อยเขาจึงเป็นฝ่ายนอนลงบนโซฟา
“ขึ้นคร่อมสิ” เขาบอก เอมมาลินทำหน้าสงสัย แต่ก็ยอมทำตามที่เขาบอก เธอจับแท่งเนื้ออันแข็งกร้าวและค่อยๆ นั่งทับลงไปช้าๆ
“อูย... นั่นแหละ แล้วโยก... โยกแรงๆ ด้วย” เขาออกคำสั่งกับเธออีก เอมมาลินเสียววาบไปถึงไขสันหลัง เธอทำตาม จึงได้รู้ถึงความมันในรูปแบบใหม่ นับวันเธอเริ่มชินกับเรื่องแบบนี้แล้ว จากความหวาดกลัวก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน
เขาปล่อยให้เธอโยกกายพักใหญ่ มือหนาได้แต่กอบกุมและบีบเคล้นหน้าอกอวบๆ เขาบดขยี้หัวนมตั้งเต้าทั้งสองข้าง พอถึงจุดที่ตัวเองใกล้เสร็จ เขาก็โน้มตัวเธอลงมาและจับสะโพกอวบไว้แน่น ฌอร์นตีก้นเธอหลายครั้ง ก่อนจะกระแทกกายเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง เอมมาลินหวีดร้องเสียงดัง เธอเสร็จไปพร้อมๆ กับที่เขาปล่อยน้ำรักออกมาจนหมด
2 เดือนผ่านไป... “โอ๊ย! พี่ฌอร์น ช่วยชะเอมด้วย ชะเอมเจ็บท้อง โอ้ยยย” เสียงร้องของหญิงสาว ปลุกฌอร์นให้สะดุ้งตื่นมากลางดึก เขารับเปิดไฟในห้องนอนทันที“ชะเอม เป็นยังไงบ้าง” เขาถามเพราะก่อนหน้านี้เอมมาลินเจ็บท้องเตือนบ่อยๆ“เจ็บค่ะ เจ็บถี่ๆ ไม่ไหวแล้วค่ะ โอ้ย!” เอมมาลินร้องลั่น เรียกทุกคนในบ้านให้ออกมาดู ฌอร์นก้มลงมองที่หว่างขา เห็นน้ำไหลออกมาไม่หยุด เขาเบิกตากว้าง“ชะเอม น้ำเดินแล้ว!” เขาร้องอุทาน ทำตัวไม่ถูก เอมมาลินร้องด้วยความเจ็บปวดจนหน้าดำหน้าแดง“ฌอร์น รีบพาชะเอมไปโรงพยาบาลเร็ว!” อวสรบอก ฌอร์นรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และพาเอมมินไปโรงพยาบาล เขาขับรถอย่างเร่งรีบ แต่ก็ระมัดระวังความปลอดภัยด้วย ชายหนุ่มทั้งสงสารและตื่นเต้นในคราวเดียวกัน พอถึงโรงพยาบาล เอมมาลินถูกนำตัวส่งเข้าห้องคลอด โดยมีเขาตามเข้าไปติดๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาแสดงความจำนงกับหมอแล้วว่าจะขอเข้ามาตอนทำคลอดด้วย“อื้อ... โอ้ย... เจ็บเหลือเกิน!”“ชะเอม อดทนหน่อยนะ อดทนนะ” เขาจับมือเธอแน่นอย่างให้กำลังใจ ตอนนี้เอมมาลินเหงื่อแตก น้ำตาไหลพราก“ฮือออ พี่ฌอร์น ชะเอมกลัว!”“ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่ จะไม่ทิ้งเธอไปไหน” เขาพูดปลอบประโลม“ปาก
ภัทรดนัยกลับไปแล้ว ตอนนี้อวสรกับสุภัทราก็เตรียมจึงขึ้นนอนแล้ว ส่วนเอมมาลินเดินกลับขึ้นห้องไปได้พักใหญ่ ฌอร์นกระดกเหล้าแก้วสุดท้ายเข้าปาก แล้วความคิดดีๆ ก็เกิดขึ้น เขาเดินไปที่ห้องเอมมาลิน ก่อนจะเคาะประตูสองสามครั้ง เธอถึงเปิดประตูออกมา“มีอะไรคะ” เธอถาม ฌอร์นผลักประตูและแทรกกายเข้าไป เขาล็อกประตูไว้แน่นหนา และโอบกอดเธอไว้แน่น“พี่ฌอร์น จะทำอะไรคะ!”“คิดถึง อยากกอด” เขาว่า แล้วก้มลงซุกไซ้ซอกคอ เอมมาลินผลักเขาออก“พี่ฌอร์น เมาแล้วนะคะ ไปอาบน้ำนอนเถอะค่ะ” เธอพูดเสียงดุ หลังได้กลิ่นเหล้าจากตัวเขา“ชะเอม... ฉันรักชะเอมนะ” เขาบอก และดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้ เอมมาลินพยายามผลักเขาออก ฌอร์นจึงรวบตัวเธอไว้แน่น กดริมฝีปากจูบหญิงสาวแนบสนิท บดขยี้เรียวปากอย่างดูดดื่ม ลิ้นฉกาจสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของเธอ“พี่... อย่า... อื้อ...” เสียงเธอขาดเป็นห้วงๆ เพราะรู้สึกสยิวกับสัมผัสที่เขามอบให้ ฌอร์นอุ้มเธอไปที่เตียง เขากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเธอเนิ่นนาน ริมฝีปากลากไปทั่วทั้งกายของหญิงสาว เธออาบน้ำเสร็จมาใหม่ๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นยั่วใจเขาดีเหลือเกิน ยังไม่นับรวมกับหน้าอก สะโพกที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีก มือหนากุมหน้า
ฌอร์นตื่นมาตอนเช้า เห็นเอมมาลินยังหลับอยู่ เขากดริมฝีปากจูบพวงแก้มนุ่มและเอามือลูบท้องเธอเบาๆ เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัว วันนี้เขาจะต้องไปที่บริษัทในเครือ ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ มีหลายอย่างที่เขาจะต้องเร่งสะสาง พอออกมาจากห้องน้ำ เธอก็ตื่นพอดี“ตื่นแล้วเหรอ”“ค่ะ”“วันนี้ฉันจะต้องไปบริษัท ถ้ามีอะไรเรียกใช้สิณได้เลยนะ” เขาบอก เอมมาลินไม่ตอบอะไร เพราะเธอเองก็อยู่แต่บ้าน ไม่ได้อยากไปไหนสักเท่าไหร่ฌอร์นกับเอมมาลินลงมากินข้าวพร้อมกัน ทำให้อวสรและสุภัทรามองหน้ากันแล้วก็ยิ้มๆ ตอนนี้เอมมาลินเพลาๆ เรื่องการต่อว่า โวยวายลงไปได้เยอะ เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ฌอร์นกับเอมมาลินจะได้คืนดีกัน“กินข้าวจ้ะ” สุภัทราลุกขึ้นไปตักข้าวต้มหมูร้อนๆ มาให้ทั้งสองคน เอมมาลินนั่งกินเงียบๆ ขณะที่ฌอร์นลอบมองหญิงสาวอยู่บ่อยๆ“วันนี้คุณจะไปไหนเหรอ” อวสรถาม“ผมต้องเข้าบริษัทน่ะครับ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เกิดปัญหานิดหน่อย ต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง” ฌอร์นบอกอย่างสบายๆ แม้ในใจจะวิตกกังวลไม่น้อยเหมือนกัน“เพราะคุณจีหรือเปล่า” อวสรถามอีก เอมมาลินชะงัก ทำเหมือนไม่สนใจ แต่จริงๆ แล้วเธอกำลังแอบฟังอยู่“ครับ ปล่อยข่าวว่าบริษัทผมฮั้วป
“ไปไหนกันมา ได้ของกลับมาเยอะแยะเลย” อวสรเอ่ยถาม เมื่อเห็นเอมมาลินกลับมาพร้อมกับฌอร์น ฌอร์นหิ้วของเข้ามาพะรุงพะรัง จนสิณต้องเข้าไปช่วย“หาหมอเสร็จก็ไปห้างสรรพสินค้าค่ะ มีแต่ของใช้ส่วนตัวกับขนม”“กินข้าวมาแล้วหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณพ่อ”“ไปกินอะไรกันมา บอกพ่อได้ไหม” อวสรถามอีก เขาพยายามทำให้สถานการณ์มันดีขึ้น เพราะลึกๆ แอบสงสารฌอร์นเหมือนกัน ที่ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูกสาวเขาคนเดียว“ปิ้งย่างค่ะ ร้านเดิมที่ชะเอมชอบกิน” เอมมาลินตอบ อวสรร้องอ๋อและหันไปมองหน้าฌอร์นก่อนจะยิ้มให้“ขอบคุณมากนะฌอร์น ที่ดูแลลูกสาวผม”“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ผมเต็มใจทำ”“ถ้าอย่างนั้นชะเอมขอขึ้นไปพักก่อนนะคะ”“ได้ลูก วันนี้ไปมาหลายที่คงเหนื่อย”เอมมาลินเดินขึ้นห้องนอนไปแล้ว ฌอร์นมองตามตาละห้อย สองสัปดาห์แล้วที่เขาเข้ามาอยู่ที่นี่ แต่เอมมาลินก็ไม่ใจอ่อนสักที เขาคิดถึงเธอ อยากนอนกอดเธอเหมือนเมื่อก่อน แต่ตอนนี้แม้แต่หน้าห้องเขายังไม่มีสิทธิ์ หากเป็นบ้านเขา เขาจะรีบเอากุญแจสำรองมาไข ไม่ก็พังประตูไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด“เมื่อไหร่ชะเอมจะใจอ่อนเสียที”“ลูกสาวผมเป็นคนเจ็บแล้วจำ คุณต้องทำใจหน่อยนะ” อวสรตบบ่าฌอร
ฌอร์นอาศัยช่วงที่เอมมาลินหลับ กลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และงานต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ เขาจะย้ายสำมะโนครัวไปอยู่บ้านอวสรเป็นการชั่วคราว จนกว่าเมียจะหายโกรธ นัทกับสิณต้องช่วยกันขนของยกใหญ่ สิณได้แต่อมยิ้ม เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายตัวเองอยู่ในโหมดนี้มาก่อน“ไอ้สิณ แกยิ้มอะไรของแก” ฌอร์นจับสังเกตลูกน้องได้ก็เอ่ยถาม“เจ้านายเปลี่ยนไปเยอะเลยนะครับ”“เปลี่ยนไปยังไง ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ตั้งนานแล้ว”“ก็... เปลี่ยนไปตรงที่... ไม่เคยง้อผู้หญิงคนไหนเท่าคุณหนูชะเอมมาก่อน”“แกนี่ก็พูดแปลก นั่นลูกกับเมียฉันนะ ฉันจะปล่อยให้ไปอยู่ไกลหูไกลตาได้ยังไง” เขาส่ายหน้า สิณจึงได้แต่ยิ้มๆ กับนัทสองคน และก้มหน้าขนของต่อ สิณขับรถไปส่งเจ้านายตัวเองที่บ้านอวสร อวสรงงที่เห็นฌอร์นหอบสัมภาระมาที่นี่เยอะแยะ“ฌอร์น...”“ผมจะมาอยู่บ้านคุณนะ หวังว่าคุณคงจะอนุญาต” เขาบอก อวสรเห็นเขาขนของมาขนาดนี้ จะไม่อนุญาตคงไม่ได้แล้ว“ได้สิ วันนี้ผมให้ภรรยาผมทำความสะอาดห้องให้แล้ว ห้องคุณอยู่ตรงข้ามกับห้องชะเอม”“ดีเลย...” ฌอร์นบอก เพราะเขาจะได้หาจังหวะตอนเธอเผลอ เข้าไปนอนกับเธอด้วยบ่อยๆ“ชะเอมตื่นหรือยังครับ”“ยังเลย นอนหลับไม่รู
เขามองหญิงสาวที่กำลังพับผ้าใส่กระเป๋าอย่างเอ็นดู บนตัวเขามีผ้าห่มด้วย อย่างน้อยเธอก็ไม่ใจร้ายกับเขามากจนเกินไป ฌอร์นยิ้มน้อยๆ และมองเอมมาลินอยู่อย่างนั้น ในใจหวนนึกถึงครั้งแรกที่เจอกัน เธอเป็นเพียงเด็กสาววัยมัธยมที่อ่อนแอ ไร้เดียงสา ผ่านมา 4 ปี เธอต้องเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งดีและแย่ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเขาทั้งนั้น ทำให้เธอเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้มากขึ้น ที่สำคัญคือเธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้ว“ชะเอม...” เขาเรียกเธอ เอมมาลินหันมามองเขาเป็นเชิงถาม“กลับไปกรุงเทพ ไปอยู่กับฉันเหมือนเดิมนะ” เขาลุกขึ้นนั่ง และมองสบตา เอมมาลินส่ายหน้า“ไม่ค่ะ ชะเอมตัดสินใจแล้ว”“แต่เธอกำลังท้องนะ ท้องกับฉัน เด็กในท้องเป็นลูกฉัน ก็ต้องอยู่กับฉัน”“เด็กในท้องเป็นลูกของชะเอมคนเดียว ไม่ใช่ลูกของพี่!”“ถ้าไม่ใช่ลูกของพี่แล้วเด็กมันจะเกิดมาได้ยังไง เธอจะไปท้องกับกระบอกไม้ไผ่ไม่ได้นะ”“พี่ฌอร์น!” เธอหันมามองเขาตาเขียว ฌอร์นลุกขึ้นเดินไปหาเธอใกล้ๆ และดึงตัวเธอขึ้นมากอดไว้หลวมๆ“อย่าดื้อนักได้ไหม ฉันมารับเธอแล้ว กลับไปอยู่กับฉัน เราจะอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม”“มันไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะ พี่ฌอร์นปล่อยชะเอม!”“ฉันบอกแล้วไงว







