/ โรแมนติก / เมียเจ้าพ่อ / บทที่5 ปาดน้ำตา

공유

บทที่5 ปาดน้ำตา

last update 최신 업데이트: 2026-02-09 14:48:15

บทที่5 ปาดน้ำตา

เช้าวันถัดมา

แสงแดดอ่อน ๆ สาดผ่านหน้าต่างบานเก่า ร้อยผ่านผ้าม่านบางจนลายดอกไม้ซีดจางบนผนัง

แต่ในห้องเล็กนั้นกลับไม่มีความอบอุ่นใดเลย...

ลูกพลับนอนตะแคงข้างบนเตียง

ดวงตาบวมแดง มือข้างหนึ่งกอดหมอนผืนเก่าจนแน่น

น้ำตาไหลซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว

ทุกอย่างเหมือนกดเธอจมลงเรื่อย ๆ — ทั้งเจ็บ ทั้งหนาว ทั้งว่างเปล่า

“ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมเทอมหน้า”

“ถ้าไม่มีงานอีกล่ะ?”

“ที่เดิมเขาก็ให้ออกแล้วจะทำไงดี”

“จะเอาอะไรกิน จะเอาอะไรรักษาพี่พลอย?”

เธอคิดวนซ้ำไปซ้ำมา

ภาพเมื่อคืนผุดขึ้นในหัวไม่หยุด ทั้งมือหยาบ ๆ ที่ตบหน้าเธอ

สายตาคนในร้านที่จ้องเหมือนเธอเป็นตัวปัญหา

และเขา... เมฆ — ผู้ชายที่ช่วยเธอ แต่ก็หายไปอีกครั้ง

เธอหลับตาแน่น พยายามหยุดน้ำตา

แต่เสียงสะอื้นก็เล็ดลอดจากอกเบา ๆ

มือของเธอแตะไปที่รอยฟกช้ำตรงแก้ม...

มันบวมและเจ็บแสบขึ้นกว่าเมื่อคืน

 

เธอปล่อยให้น้ำตาไหลอีกเพียงพักเดียว

ก่อนจะลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า มือปาดน้ำตาลวก ๆ

“พอแล้ว... ร้องไปก็ไม่ได้อะไร”

เธอสูดลมหายใจลึก

บอกตัวเองเหมือนต้องสะกดจิต

จากนั้นก็ลุกขึ้นไปที่ห้องน้ำเล็ก ๆ ของห้อง

เธอเปิดน้ำเย็นลูบหน้า ใช้ผ้าขนหนูเย็นประคบแก้มที่บวม แล้วแต่งหน้าเบา ๆ เพื่อกลบรอยฟกช้ำ

แม้จะยังเห็นอยู่เล็กน้อย... แต่ก็ดีกว่าปล่อยเปลือยเปล่า

เธอสวมเสื้อ กับกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบเก่า และสะพายกระเป้าผ้าใบเดิม

...

ก่อนจะออกจากห้อง

เธอหยิบสมุดจดเล็ก ๆ ที่เขียนว่า

"ที่รับสมัครงาน Part-time"

พร้อมขีดรายชื่อร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านขายเสื้อผ้าแถวมหาวิทยาลัย

เธอมองลิสต์นั้นแล้วพยักหน้ากับตัวเอง

“วันนี้จะต้องได้สักที่”

แล้วปิดประตูห้องอย่างเงียบงัน

แดดสายเริ่มแผดจ้า

ลูกพลับเดินเท้าอยู่บนฟุตบาทเป็นชั่วโมงแล้ว — เสื้อเชิ้ตแขนยาวบาง ๆ เริ่มชุ่มเหงื่อ และรองเท้าผ้าใบคู่เก่าก็เสียดสีกับส้นเท้าจนเริ่มรู้สึกเจ็บ

วันนี้เธอเดินหางานมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบร้าน

ส่วนใหญ่ปฏิเสธทันทีที่เห็นรอยฟกช้ำบนหน้า

บางร้านยังไม่ทันเปิดปากสัมภาษณ์ เจ้าของร้านก็ยิ้มจาง ๆ ก่อนบอกอย่างสุภาพว่า "ตำแหน่งเต็มแล้ว"

"เราไม่ได้อยากให้ใครสงสาร"

"แค่อยากมีรายได้พอจะเรียนให้จบ"

เธอบ่นกับตัวเองในใจอย่างอ่อนล้า

มือควานหาขวดน้ำในกระเป๋าผ้า แต่พบว่ามันว่างเปล่า

พลับถอนหายใจแรง หยุดยืนพักใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างทาง

แสงแดดยามเที่ยงสะท้อนบนกระจกอาคารหรูฝั่งตรงข้าม

และสิ่งที่เตะตาเธอที่สุด... คือป้ายไม้เรียบหรูสีดำด้านที่เขียนด้วยตัวอักษรทองว่า

“PHUPHA COFFEE”

คาเฟ่หรูที่อยู่กลางเมือง ใกล้มหาวิทยาลัย

บรรยากาศร่มรื่น มีไม้ประดับเต็มไปหมด

ประตูร้านเป็นกระจกใสกรอบไม้ เรียบหรูแบบที่ดูอบอุ่นมากกว่าเย่อหยิ่ง

เธอลังเลนิดหน่อย...

แต่เมื่อคิดถึงค่าข้าว ค่ายา ค่าคอนโด และค่าเทอมที่จะมาถึง

เธอก็ตัดสินใจเดินข้ามถนนไปทันที

 

เสียงกระดิ่งที่ประตูดังกริ๊งเบา ๆ

กลิ่นหอมของกาแฟคั่วสดอบอวลทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน

ภายในตกแต่งโทนสีไม้ น้ำตาล ครีม สะอาดตา มีเพลงแจ๊สบรรเลงเบา ๆ อยู่ในพื้นหลัง

พนักงานหญิงคนหนึ่งที่เคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้น

ยิ้มต้อนรับอย่างสุภาพ

“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?”

“ขอโทษนะคะ... ที่นี่รับพนักงานพาร์ตไทม์มั้ยคะ?”

พลับถามเสียงเบา กิริยาสุภาพ ทั้งที่ใจเต้นแรง

พนักงานหญิงมองหน้าเธอเต็ม ๆ แวบหนึ่ง

ดวงตาเลื่อนมาหยุดที่รอยฟกช้ำตรงแก้มซ้ายเล็กน้อย

“เอ่อ... ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ พอดีช่วงนี้คนก็เต็มแล้ว”

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษที่รบกวนนะคะ...”

พลับยิ้มเจื่อน ๆ กำลังจะถอยออก

แต่จู่ ๆ...

“รับครับ”

เสียงชายหนุ่มดังขึ้นจากด้านในสุดของร้าน

ทุกสายตาหันไปทางนั้น

รวมถึงพลับด้วย — เธอไม่ทันรู้ตัวเลยว่า "ใคร" อยู่ที่นั่น

ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตขาวสะอาด รีดเรียบทั้งตัว

รูปร่างสูงสง่า ผมดำเซ็ตเรียบอย่างเป็นระเบียบ กำลังยืนพิงเคาน์เตอร์ไม้ด้านในสุดที่เหมือนจะเป็นโซนบาริสต้าหลัก

ใบหน้าคมแบบคนไทยแท้ มีไฝเล็ก ๆ ใต้ตาขวา

สายตาเขานิ่ง เรียบ แต่ลึกมาก...ลึกจนเธอรู้สึกได้ว่า "เขากำลังสังเกตเธอ"

เขาก้าวเดินออกมาช้า ๆ แต่มั่นคง

ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่หนักแน่น

“รับเลยครับ ให้เธอเริ่มพรุ่งนี้เช้า”

พนักงานหญิงหันไปมองด้วยความตกใจเล็กน้อย

“คุณภูผา... เอ่อ แต่—”

“ผมบอกว่าให้รับครับ” เขายิ้มบาง ๆ

แล้วหันมาทางพลับอีกครั้ง

“จะเริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลยไหม?”

พลับเบิกตากว้าง

เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น

แต่เมื่อสบตาเขา เธอรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ ‘นุ่มนวล’

เหมือนกับว่าเขา ‘เห็น’ เธอ ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์...แต่เห็น "สิ่งที่อยู่ข้างใน"

“ได้ค่ะ...”

เธอตอบเสียงเบา แต่มั่นคง

“ขอบคุณมากนะคะ”

ภูผาเพียงพยักหน้าช้า ๆ

แต่ในใจเขากลับเต้นแรงอย่างประหลาด...

ตั้งแต่เธอเดินเข้าร้านมา เขาก็เหมือนโดนแรงบางอย่างสะกดไว้แล้ว

ผู้หญิงคนนี้...เธอดูเหมือนจะอ่อนแอ

แต่แววตาของเธอ ไม่เคยยอมแพ้เลย

หลังออกจากร้าน PHUPHA COFFEE

พลับยืนอยู่หน้าร้านนานหลายนาที มือยังกำแน่นกับใบสมัครงานที่พนักงานหญิงยื่นให้เซ็นก่อนกลับ

เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเอง “จะโชคดีขนาดนี้”

ในวันที่ทุกอย่างดูเหมือนจะปิดประตูใส่หน้า — กลับมีใครบางคนเปิดประตูให้เธออย่างอ่อนโยน โดยที่ไม่ถามอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

“คุณภูผา…”

ชื่อเขาโผล่ในหัวเธอหลายครั้ง

พลับไม่รู้จักเขา ไม่รู้เบื้องหลังอะไรทั้งนั้น

แต่สายตาเขา...ให้ความรู้สึกว่าเธอ “มีตัวตน” ไม่ใช่แค่เด็กสาวที่ใคร ๆ ก็เมิน

เธอยิ้มออกมาเล็กน้อย

ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเรียกวินมอเตอร์ไซค์

วันนี้เธอตั้งใจไว้อย่างหนึ่ง...

เธอจะไปหา “พี่พลอย”

 

โรงพยาบาลจิตเวชเอกชนแห่งหนึ่งย่านชานเมือง

อาคารรักษาผู้ป่วยระยะฟื้นฟูมีห้องส่วนตัวที่เงียบสงบ หน้าต่างหันรับแสงแดดอ่อน ๆ และมีต้นเฟิร์นปลูกไว้เต็มระเบียง

พลับถือกล่องข้าวเล็ก ๆ ที่เธอซื้อจากข้างทาง

เดินผ่านทางเดินยาวด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

เธอมาเยี่ยมพี่สาวเป็นประจำทุกสัปดาห์

พี่พลอยไม่ค่อยพูด ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ

แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านการรักษา เธอนั่งเงียบ มองหน้าต่าง ฟังเพลง และบางวัน…ก็แค่นอนจ้องเพดานเหมือนไม่มีอะไรเหลือในใจแล้ว

“พี่พลอย…”

พลับเรียกเบา ๆ ขณะเปิดประตูเข้าไป

หญิงสาววัยไล่เลี่ยกันนอนอยู่บนเตียงสีขาว สวมเสื้อผู้ป่วย

ผิวซีดจัด ดวงตาว่างเปล่า แต่พอได้ยินเสียงน้องสาว — เธอค่อย ๆ หันมาช้า ๆ

“อือ…”

นั่นคือคำทักทายเพียงอย่างเดียว

แต่สำหรับพลับ… แค่นี้ก็มากพอแล้ว

เธอนั่งลงข้างเตียง เปิดกล่องข้าว พร้อมถือช้อนให้อย่างเบามือ

“วันนี้มีผัดไทยกับไข่เจียวนะ พี่เคยชอบมาก ตอนเรียนมัธยมยังไงล่ะ”

พลอยไม่ตอบ แต่ก็ยอมอ้าปากกินคำเล็ก ๆ อย่างช้า ๆ

ท่ามกลางความเงียบ พลับค่อย ๆ พูดเรื่องงานใหม่ให้ฟัง

“พรุ่งนี้พลับเริ่มทำงานที่ร้านกาแฟหรูแถวมหาลัย… เงียบ ๆ สะอาด ๆ เลยนะพี่ มีชุดยูนิฟอร์มให้ด้วย”

“…”

“เจ้าของร้านเขาดีมากเลย ไม่ถามอะไรสักคำ เห็นหน้าเรายังรับเลย — สายตาเขาแบบ…ใจดีมากเลยพี่”

เธอพูดด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆ ขณะป้อนข้าวต่อ

แม้รู้ดีว่าอีกฝ่ายอาจไม่ได้ฟังทั้งหมด แต่เธอก็ยังพูด

เพราะเธอรู้ว่า… บางครั้ง "การอยู่ตรงนี้" โดยไม่จากไป

ก็อาจเป็นยารักษาใจที่ดีที่สุด

พลับวางกล่องเปล่าไว้ข้างเตียง หลังจากเช็ดปากให้พี่พลอย

แล้วหยิบผ้าเย็นเช็ดมือให้เบา ๆ

แต่จู่ ๆ…

เสียงแผ่วเบาก็ดังขึ้นเบาเหมือนลมพัดผ่าน

“แม่…โทรมา…”

พลับชะงัก

“แม่ว่าไง…”

“ขอให้พี่กลับไปอยู่บ้าน…

เขาบอกไม่มีใครหุงข้าวให้ ไม่มีคนช่วยงานบ้าน”

พลับเม้มริมฝีปากแน่น แววตาแข็งขึ้นทันที

“อย่าไปนะพี่”

“อย่ากลับไปที่นั่นอีก เดี๋ยวแม่จะหลอกพี่ไปขายอีก”

พลอยยังไม่ตอบ เธอมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ดวงตาเศร้าแสนเศร้า

“แม่เคยขายพี่ไป... แค่เพื่อหนี้พนันของเฮียซ้ง แต่โชคดีที่พี่หนีทัน”

พลับพูดเสียงขุ่น พูดทั้งที่น้ำตารื้น

“คนเป็นแม่ไม่ควรทำแบบนั้น… พี่ไม่ผิด

คนที่ผิด...คือแม่เอง”

บรรยากาศในห้องเงียบงัน ราวกับลมหายใจก็หยุดลง

“ถ้าพี่ลืมไม่ได้… พลับจะจำไว้แทนเอง”

“เพื่อพี่… พลับจะหาเงินให้พอ”

เธอกุมมือพี่แน่น

แม้เวลาจะล่วงเข้าสู่ช่วงบ่าย แต่ท้องฟ้ายังขมุกขมัว

เมฆฝนเริ่มก่อตัวอยู่ขอบฟ้าด้านทิศเหนือ ราวกับสะท้อนอารมณ์ของใครบางคนที่กำลังพุ่งตรงมายังโรงพยาบาล

ในขณะที่ลูกพลับกำลังช่วยพี่พลอยเก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ ในห้องพัก

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นหน้าประตู…

แล้วก็มีเสียงตะโกนที่ทำให้พลับขนลุกซู่ทันที

“อยู่ไหน อีลูกอกตัญญู! อยู่กันในนี้ใช่มั้ย!”

ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างแรง — ก่อนที่ร่างของ "แม่" จะโผล่เข้ามาพร้อมกับกลิ่นบุหรี่และน้ำหอมผสมกันอย่างฉุนเฉียว

เธอแต่งหน้าเข้ม ใส่เสื้อลายดอกหลวม ๆ กับกางเกงยีนส์ซีด ๆ และรองเท้าแตะส้นสูงที่ดัง "ก๊อกๆ" ทุกครั้งที่เดินเข้าใกล้

“แม่มาทำอะไรที่นี่!?”

พลับถอยหลังหนึ่งก้าว ท่าทางตื่นตระหนก

แม่ของเธอกลอกตา หัวเราะในลำคอ

“ทำไม? จะให้แม่มาตายข้างถนนหรือไง?!”

“ค่าเช่าห้องเดือนนี้ยังไม่ได้จ่ายเลย พวกมึงจะปล่อยให้แม่ติดหนี้ชาวบ้านอีกมั้ยหา?!”

เสียงของเธอแผดลั่นไปทั้งทางเดินหน้าห้อง

พี่พลอยที่นอนอยู่เริ่มตัวสั่น น้ำตาคลอทันทีเมื่อเห็นผู้หญิงที่ทำให้เธอแทบอยากตาย

แม่หันขวับไปทางเตียง

“แล้วมึงล่ะ! คนอย่างมึงน่ะมันก็แค่ตัวกินฟรี รอดมาจากน้ำยาฟอกขาวได้ก็บุญแค่ไหนแล้ว ยังมีหน้ามานอนแดกข้าวโรงพยาบาล!”

เพี๊ยะ!!

แม่ยกมือหมายจะตบซ้ำลงที่พลอย

แต่พลับก้าวเข้ามาขวางพอดี แขนเล็ก ๆ รับแรงปะทะจนผิวแดงเป็นรอย

“พอได้แล้ว! พอเถอะ!”

“แม่ไม่มีสิทธิ์จะพูดแบบนี้กับใครทั้งนั้น!”

“ไม่มีสิทธิ์?” แม่ตะโกน

“อ้าว! แล้วถ้าไม่มีชั้น แกจะได้เกิดมามั้ยหา!?”

เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนพยาบาลที่อยู่แถวนั้นรีบแจ้ง รปภ. และเจ้าหน้าที่เวร

อีกด้านหนึ่ง...

หน้าห้องพักฟื้น

“พี่คิง” กำลังยืนพิงข้างผนัง และมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดจากระยะไกล

เขาตามมาดูพลับตามคำสั่งของเมฆ

ตอนแรกก็แค่จะสังเกตว่าเธอกำลังไปทำอะไร... แต่สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้ มันเกินกว่าที่เขาคาดไว้

ผู้หญิงตัวบาง ๆ คนหนึ่ง

ที่เดินคนเดียว หางานคนเดียว ดูแลพี่สาวที่ป่วย...

…ยังต้องมา “คุ้มกันคนในครอบครัว” จากอีกคนที่ควรจะปกป้องเธอ

คิงจ้องหน้าผู้หญิงคนนั้น — แม่ของพลับ — อย่างขุ่นเคือง

เขาเห็นรปภ. สองคนวิ่งเข้ามา

และแม่ของพลับที่ยังโวยวายไม่หยุด

“ไอ้พวกเลว! จะลากกูออกจากที่นี่เรอะ!? พวกมึงมันไม่รู้อะไรเลย! อีพลอยมันสมควรโดนแล้ว มันอกตัญญู!”

เจ้าหน้าที่ต้องใช้แรงถึงสองคนดึงเธอออกจากทางเดิน

เธอยังพยายามสะบัด แขนขาดิ้นพล่าน และด่าพลับกับพลอยไม่หยุดเหมือนคนคลั่ง

...

พลับยืนนิ่ง น้ำตาไหลอาบแก้ม

มือยังจับแขนพี่สาวแน่น แม้ตัวเองจะเป็นฝ่ายเจ็บ

เธอไม่พูดอะไรอีก

เธอชินแล้ว

"แม่ไม่เคยมองว่าเราคือครอบครัว

สำหรับเขา... เราคือสิ่งที่ต้องรีดเงินได้เท่านั้น"

...

คิงสูบบุหรี่และขยี้บุหรี่ลงกับพื้น หันหลังกลับ

ใบหน้าเรียบนิ่งแบบชายคนหนึ่งที่ผ่านโลกมามาก

แต่แววตาของเขานั้น... กลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

“นายใหญ่ต้องรู้เรื่องนี้แน่”

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้น และกดโทรหาเมฆทันที

ติ๊ด... เสียงรับสายดังขึ้นหลังจากสัญญาณดังไปสองครั้ง

"ว่าไงคิง"

เสียงทุ้มต่ำของเมฆลอดมาตามสาย — เย็น เรียบ และทรงอำนาจเหมือนทุกครั้ง

คิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงที่แม้จะนิ่งแต่ฟังแล้วชัดเจนว่า...มีอะไรบางอย่างผิดปกติ

"เธอไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอกครับนายจากที่ผมตามดูเธอร่วมเดือน...เธอไปหาสมัครงานทั้งวัน ไปเรียนและตอนนี่ก็น่าจะได้งานแล้วที่ ภูผา คอฟฟี่ และ เธอไปเยี่ยมพี่สาวที่โรงพยาบาลจิตเวช"

เมฆเงียบ

ปลายสายไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ

"คนเป็นพี่ ป่วยจากอาการซึมเศร้า" คิงพูดต่อ

"แม่ของเธอ...บุกเข้าไปหาในห้องคนไข้ ด่าทอ ตบตี แถมซัดพลับด้วย"

เสียงหอบเบา ๆ ดังจากปลายสาย

คิงหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"แม่เธอไม่ใช่แม่ที่ควรเรียกว่า 'แม่' ครับ"

"อืม..." เมฆตอบเสียงต่ำ

คิงยังไม่หยุด

"พลับเข้าไปขวางแทนพี่สาว รับแรงตบไปเอง...ไม่ร้องซักคำ"

"..."

"ถ้าไม่ได้เจ้าหน้าที่กับรปภ. มาลากออกไปนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นจะปลอดภัยไหม"

เมฆยังเงียบเหมือนเดิม

แต่เสียงลมหายใจเขาหนักกว่าเดิมเล็กน้อย

"อีกอย่าง..." คิงพูดต่อ

"เธอไม่ได้บอกใครเรื่องนี้เลยนะครับ ไม่มีแม้แต่เพื่อน เธอเดินกลับคนเดียว เหมือนไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ"

ปลายสายเงียบไปอึดใจยาว...

...

แล้วเมฆก็พูดออกมา

น้ำเสียงยังเรียบอยู่ แต่แววบางอย่างที่คิงจับได้คือ "จริงจังกว่าครั้งไหน ๆ"

"ส่งโลเคชันร้านกาแฟให้ฉัน"

"แล้วอย่าบอกใคร"

คิงเงียบ...ก่อนตอบสั้น ๆ

"ครับ นาย"

ที่ PHUPHA COFFEE — ท้องฟ้าครึ้มเมฆหนัก ราวกับฝนจะตกในไม่ช้า

ลูกพลับกำลังเก็บแก้วเครื่องดื่มจากโต๊ะหน้าร้าน เตรียมจะปิดร้านตามเวลาทำการ

เธอยิ้มอ่อน ๆ ทักทายลูกค้ากลุ่มสุดท้าย

แม้ข้างในใจจะยังหนักอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้

“ยังไหวอยู่ใช่ไหมพลับ?”

เสียงพนักงานพี่สาวคนหนึ่งถามเบา ๆ

พลับพยักหน้า

“ไหวค่ะ ขอบคุณนะคะ”

เธอกำลังจะเดินกลับเข้าภายใน

แต่จู่ ๆ สายตาก็สะดุดกับรถยนต์สีดำสนิทคันหรูที่จอดชะงักตรงฟุตบาทฝั่งตรงข้าม

รถหรูระดับผู้บริหาร ทะเบียนเลขตอง...

ประตูฝั่งคนขับเปิดออก

และเขาก็ปรากฏตัว

เมฆในสูทสีเทาดำ เนี๊ยบ เรียบ แต่แววตาดุขรึม

ยืนอยู่ข้างรถ โดยไม่ได้ขยับไปไหนสักก้าว

พลับเบิกตากว้าง — แทบไม่เชื่อสายตา

หัวใจเธอเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว

เมฆไม่พูด

เขาเพียงแค่มองเธอ — มองเหมือนกำลัง ‘ประเมิน’ บางอย่าง

เหมือนว่า… เขากำลังเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวเธอ

...

สายลมพัดผ่านเบา ๆ

เขายกมือขึ้นช้า ๆ แล้วพูดสั้น ๆ แต่ชัด

“ขึ้นรถ”

เธอรู้ดี… ถ้าปล่อยไว้แบบนี้

เขาคงไม่กลับแน่

“พี่เดือนคะ… หนูขอออกไปคุยกับคนรู้จักแป๊บนึงได้ไหมคะ?”

พลับหันไปขออนุญาตผู้จัดการร้านด้วยเสียงอ่อน

“ได้สิ แต่รีบมานะ ร้านใกล้ปิดแล้ว”

เธอพยักหน้า ขอบคุณ และหยิบกระเป๋าคาดเอวเล็ก ๆ ออกมาจากล็อกเกอร์ ก่อนเดินออกจากร้านโดยไม่สบตาใคร

ใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ…

เธอไม่รู้เลยว่าเขามาทำไม — แต่ก็ไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้เดินเข้าไปหาได้

 

เมื่อเดินเข้าไปใกล้พอ

“...มาทำไมคะ?”

เสียงของเธอแผ่ว เบา แต่ชัดเจน

เมฆเลิกคิ้ว

แล้วเปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารโดยไม่ตอบอะไรเลย

“ขึ้นรถ” เขาสั่งเสียงเรียบ

“ฉันไม่—”

เขาไม่รอฟังให้จบ

มือใหญ่คว้าแขนเธอ แล้วพาเดินไปขึ้นรถเหมือนตัดสินใจให้เธอแล้วเรียบร้อย

พลับตกใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้ขัดขืน

อาจเพราะรู้… ว่าเขาไม่ได้อันตราย — แค่ “ดื้อ” และ “ไม่พูดมาก”

 ภายในรถหรูเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์เบา ๆ และแอร์ที่เย็นพอดี

เมฆขับออกไปจากหน้าร้านช้า ๆ โดยไม่พูดอะไร

พลับมองเขาด้วยความงงระคนไม่พอใจ

“คุณ...ไม่มีสิทธิ์มาลากฉันขึ้นรถแบบนี้นะคะ”

“ถ้าจะถามแค่ว่าเป็นยังไง โทรมาก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”

เมฆยังไม่ตอบ

เขาขับตรงไปที่ริมแม่น้ำ — สวนสาธารณะเงียบ ๆ ที่ไม่มีคนในช่วงค่ำ

...

จอดรถ

แล้วเมฆเอนหลังพิงเบาะ หันมาหาเธอช้า ๆ

สายตาเขาจ้องหน้าเธอ

ก่อนจะพูดออกมาสั้น ๆ

“แผลหายรึยัง”

พลับหลบสายตาทันที

คำถามนั้นไม่ใช่เรื่องแผลบนหน้า... แต่มันคือ “สิ่งที่อยู่ข้างใน”

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ”

เมฆจ้องเธอเงียบ ๆ

เหมือนกำลังพยายามอ่านทุกอณูของสีหน้าเธอ

“เห็นหน้าแล้วก็หายห่วง...” เขาพูดเบา ๆ

“…”

“แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้แค่อยากเห็นหน้า”

“ฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้…” เมฆพึมพำ

“...เวลาที่เธอหายไปจากสายตา แล้วกลับมาพร้อมกับรอยแผลใหม่”

พลับเม้มปากแน่น

คำพูดนั้น...ทำให้เธอรู้สึกเหมือนบางอย่างในอกเธอเต้นแรงขึ้น

“ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะคุณเมฆ”

เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย

เมฆไม่โต้แย้ง

แต่พูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าทุกครั้ง

“ดูแลตัวเองได้...แต่ไม่มีใครให้พิงเลยใช่ไหม”

พลับเงียบไป

เหมือนคำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ามาจี้กลางใจเธอ

เขาเอนตัวเล็กน้อย เอื้อมมือไปหยิบซองเล็ก ๆ จากเบาะหลัง

ยื่นมาให้เธอ

“เงินสด — ไว้ใช้จ่าย ค่ายา ค่าข้าวก็ได้”

“ไม่ต้องตอบแทนอะไร... แค่รับไว้”

พลับนิ่งงัน มองซองเงินเหมือนเป็นของต้องห้าม

“ฉันไม่รับค่ะ…”

เมฆสบตาเธอนิ่ง

“อย่าดื้อ”

...

บรรยากาศในรถเงียบไปอีกครั้ง

ท้องฟ้านอกหน้าต่างเริ่มมืดลง ลมเย็นจากแม่น้ำพัดเข้ามาเบา ๆ

พลับถอนหายใจ

แล้วค่อย ๆ ยื่นมือไปรับซองเงินอย่างลังเล

“...ขอบคุณค่ะ” เธอพูดเสียงเบา

เมฆหันกลับไปมองกระจกหน้า

ก่อนพูดช้า ๆ ราวกับแค่บ่นกับตัวเอง

“อย่าเจ็บตัวอีก”

 

 

 

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่45 ตอนพิเศษ จบ

    บทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น และขนมหวานสำหรับเด็กเจ้าแฝดทั้งสี่—นาวา, พาย, ขุนเขา, สายลม—วิ่งเล่นรอบโต๊ะด้วยเสียงหัวเราะ ไม่ห่างจากสายตาของแม่ๆ และพ่อๆ ที่คอยมองและยิ้มอย่างภูมิใจพลับใส่เดรสยาวสีครีม ผมยาวปล่อยสลวย หน้าสดใสขึ้นมากตั้งแต่มีลูก ส่วนพลอยในเดรสสีชมพูอ่อนก็ดูละมุนละไมยิ่งขึ้นกว่าเดิม ท่ามกลางบรรยากาศแบบครอบครัว พวกเธอเหมือนแม่ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีหัวหน้าแก๊งค์อย่าง “เมฆ” กับ “ภูผา” ยืนอยู่ข้างๆ... พร้อมทำหน้าที่สามีและพ่ออย่างเต็มภาคภูมิแต่ในค่ำคืนนี้... จะมีเรื่องที่ทำให้หัวใจอบอวลกว่านั้นเกิดขึ้นขณะที่อาหารจานหลักถูกเก็บออกไป เหลือเพียงแชมเปญและเค้กขนาดเล็ก—ภูผาหันไปสบตากับเมฆเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้กันซันที่นั่งหัวโต๊ะ ยิ้มมุมปากทันที “เอ้า...จะเริ่มยังไง รอดูอยู่นานละนะ”จู่ๆ เมฆลุกขึ้นช้าๆ กุมมือของพลับไ

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่44 อยากมีลูกอีกNC

    บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็นั่งอมยิ้ม ส่ายหน้าเบา ๆแต่เมฆไม่ได้สนใจคำแซวสักนิด เขาก้มลงกระซิบข้างหูพลับเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มพลับในท่าเจ้าสาวเต็มตัวกลางสวนหลังบ้าน ท่ามกลางเสียงฮือฮา“เฮ้ยยย! มันจริงว่ะ!!” ซันอ้าปากค้าง“โอ้ยย พี่เมฆบ้าา!” พลับหน้าแดงจัด ดิ้นเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้อุ้มอย่างว่าง่ายเพราะรู้ว่าเถียงไปก็ไม่รอดก่อนจะก้าวเดินเพื่อเข้าบ้าน เมฆก็หันมามองทั้งสามคนแล้วตะโกนออกมาเสียงดังฟังชัด“แยกย้ายกันนอนได้แล้ว คืนนี้กูจะขยันจัดเมียให้หนัก ๆ ฮ่า ๆๆๆ!”เสียงหัวเราะและเสียงโห่ของเพื่อน ๆ ก็ตามหลังไปตลอดทาง ส่วนพลับก็เอาหน้าซุกอกเมฆอย่างอายจัด จนไม่กล้าเงยหน้ามองใครเมฆพาพลับเข้าห้องอย่างเบามือ วางเธอลงที่เตียงด้วยท่าเจ้าสาวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงดวงเดียวในห้อง แสงสลัวสีส้มอ่อนส่องก

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่43 วันครอบครัว

    บทที่43 วันครอบครัวเช้าวันเสาร์อากาศแจ่มใส แดดอ่อนๆ ส่องลอดผ้าม่านสีครีมในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์เมฆา บ่งบอกถึงวันหยุดแสนสุขที่รอคอย พลับตื่นตั้งแต่เช้าเพราะเสียงหัวเราะของน้องพายและน้องนาวาที่วิ่งดุ๊กดิ๊กอยู่หน้าห้องน้ำ เด็กแฝดวัยสามขวบครึ่งกำลังดีดดิ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะรู้ว่าพ่อแม่จะพาไปสวนน้ำพลับยิ้มกว้าง หยิบมือถือมากดโทรหาพลอยทันที“ฮัลโหลพี่พลอย ตื่นยังงงง~” เสียงสดใสของเธอดังลอดเข้าไปในปลายสาย“ยังไม่ได้หลับเลยแก! ลูกขุนเขากับสายลม ตื่นตั้งแต่ตีห้า จะไปสวนน้ำให้ได้เนี่ย” พลอยบ่นทั้งที่หัวเราะแทรกอยู่ในน้ำเสียง“ดีเลย! วันนี้ที่ห้างเรามีเปิดโซนใหม่ด้วยนะ เป็นโซนเด็กเล็กพอดี ไปกันๆ เดี๋ยวพี่เมฆเขาจองโซน VIP ไว้แล้ว เงียบคน ไม่ต้องเบียดใคร เด็กๆ เล่นน้ำได้สบายเลย”“โอ๊ย ดีอ่า งั้นเจอกันกี่โมง?”“สิบเอ็ดโมง”รถตู้หรูสีดำของบ้านเมฆจอดสนิทที่หน้าโรงแรมของภูผาในเวลาสิบเอ็ดโมงเช้าเป๊ะ เด็กน้อยสองแฝด นาวาและพาย วิ่งลงจากรถทันทีด้วยความตื่นเต้น ตะโกนลั่นว่า “น้องขุนเขา! น้องสายลม! ไปสวนน้ำกันนน!!” ข้างหลังคือพลับที่ยืนเท้าสะเอวรอรับพลอย ส่วนเมฆนั้นลงมายืนกอดอกพิงรถ ชะเง้อมองหาเพื่อนร

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่42 NCสิ้นเดือนเหมือนสวรรค์ของชาวแก๊งค์

    บทที่42 NCสิ้นเดือนเหมือนสวรรค์ของชาวแก๊งค์บรรยากาศของวันสิ้นเดือนบน “ตึกเมฆา” ในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ…แสงแดดยามสายลอดกระจกเข้ามาในห้องทำงานหรูของเมฆ สะท้อนผิวพื้นหินอ่อนจนระยิบระยับ เสียงหัวเราะของ “น้องนาวา” และ “น้องพาย” ลูกฝาแฝดของเมฆและพลับดังเจื้อยแจ้วในห้อง ทำเอาบรรยากาศที่เคยเย็นชาจากความเป็นมาเฟีย กลับดูอบอุ่นแบบบ้าน ๆ อย่างไม่น่าเชื่อพลับนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ เปิดกล่องของเล่นให้ลูก ๆ ระหว่างรอให้เมฆจัดการเรื่องเงินเดือนลูกน้อง ข้าง ๆ คือโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ที่เมฆใช้ประชุมงานมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน วันนี้โต๊ะนี้กลับกลายเป็นโต๊ะวาง “ซองขาว” เงินเดือนสำหรับคนของเขาลูกน้องแก๊งเมฆา ทุกคนในชุดดำเรียบร้อย เดินขึ้นมาตามลำดับแผนก ทีละคน…สองคน…จนเต็มห้องคิงส์ยืนประจำจุดด้านหน้า กวักมือเรียกทีละชื่อ ช่วยแจกซองเงินแบบเงียบขรึม“ไอ้บอย–การเงิน”“ไอ้ทอม–ภาคสนาม”“ไอ้เอก–ข่าวกรอง”ทุกคนรับซองด้วยท่าทางนอบน้อม ก่อนจะหันไปยกมือไหว้พลับที่นั่งอยู่พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเสียงหัวเราะของลูกฝาแฝดยังคงดังเป็นจังหวะเสริมจังหวะเครียด ๆ ของชายชุดดำในห้องอย่างลงตัว… นาวากำลังลากรถของเล่นวิ่งรอบโต๊ะ ส่ว

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่41 เซ็นต์สัญญา

    บทที่41 เซ็นต์สัญญาบ่ายวันหนึ่ง ณ ตึกเมฆาหลังผ่านเหตุการณ์มากมายในชีวิต ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ความสงบ ทั้งธุรกิจ กลุ่มแก๊งค์ และหัวใจของทุกคนเมฆกลับมาทำงานตามปกติในตำแหน่งประธานบริษัทเมฆา อินเตอร์กรุ๊ป ขณะที่ซันนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม โต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารโครงการใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้น — “ห้างหรูระดับเอเชียใจกลางกรุงเทพฯ” โครงการที่เคยถูกพักไว้เมื่อหลายเดือนก่อนเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันวันนี้ มิสเตอร์ลี นักลงทุนรายใหญ่จากสิงคโปร์นัดเข้าพบอีกครั้งเพื่อสรุปดีล และครั้งนี้ เมฆก็เตรียมแผนไว้ล่วงหน้า“เดี๋ยวอีกคนจะตามมา… ผู้ถือหุ้นใหม่ของโครงการ” เมฆพูดขณะเซ็นเอกสาร“ใคร?” ซันเลิกคิ้วประตูกระจกเลื่อนเปิดออก…ภูผา ในชุดสูทสีเข้ม เดินเข้ามาเงียบๆ พร้อม พลอย ที่ตอนนี้อุ้มท้องโตแปดเดือนกว่า ใบหน้ายิ้มละไมและดูสดใสขึ้นมากหลังจากพักฟื้นจนหายดี เธอแต่งชุดเดรสยาวคลุมเข่า สวมรองเท้าแตะสบายๆ เดินเคียงข้างสามีมาอย่างอ่อนโยน“มาแล้วครับหุ้นส่วนใหม่” เมฆยิ้มเล็กน้อย“ไม่คิดว่าฉันจะมาอยู่ฝั่งเดียวกันจริงๆ ล่ะสิ” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปจับมือกับมิสเตอร์ลีซันหัวเราะ “โห… จากคู่กัดกลายเป็น

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่40 คลอดแล้วจ้า

    บทที่40 คลอดแล้วจ้าผ่านไปหลายเดือน—ฤดูฝนมาเยือนพร้อมเสียงฟ้าร้องเบา ๆ ตอนกลางคืน...ในบ้านหลังใหญ่ของ “เมฆา บารมีอนันต์” แห่งตระกูลมาเฟียที่ใครก็ไม่กล้ายุ่ง เวลานั้นทุกอย่างเงียบสงบ… ยกเว้นห้องนอนใหญ่ที่เปิดไฟสลัว เสียงหอบหายใจของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ“อื้อ… เมฆ… เมฆ… พี่เมฆ!”ลูกพลับร้องเสียงหลง มือข้างหนึ่งกุมท้องแน่น ขาเกร็งจนเธอลุกจากเตียงไม่ขึ้นเมฆที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊กไม่ไกล รีบเผ่นพรวดมาหาทันที สีหน้าตกใจสุดขีด“เป็นอะไร! เจ็บเหรอ!”“เจ็บท้อง… มันจุกไปหมดเลย เหมือนจะคลอด… พี่เมฆ… ฮึก…”“เวรเอ๊ย!” เมฆสบถลั่น รีบประคองเธอขึ้นอย่างทุลักทุเล แผ่นหลังกว้างของเขาเปียกเหงื่อ มือสั่นจนน่าแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นเมฆเป็นแบบนี้“เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล! อดทนนะพลับ! เดี๋ยวพี่จัดการเอง!”เขารีบโทรหาพี่คิงส์ให้เตรียมรถ สั่งให้ป้าติ๋มหยิบกระเป๋าเตรียมคลอดที่จัดไว้มาวางท้ายรถ แล้วตัวเองก็อุ้มพลับขึ้นรถไปเองเลยไม่ให้ใครจับ“อย่าเจ็บมากนะคนเก่งของพี่… เดี๋ยวก็ได้เจอลูกเราแล้วนะ…”ในรถ พี่คิงส์ขับพุ่งฝ่าฝนกลางคืนไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาเคยขับ มือจับพวงมาลัยแน่น หน้าตา

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status