แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: ไรท์มาย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-09 14:43:58

บทที่3 กลับ

“ครับพี่เมฆ!?”

เสียงเข้มดังลอดจากปลายสาย พร้อมกับความตื่นตัวเต็มร้อย

“มารับกูที่คอนโดซอย 27 หลังตลาด เอารถมืด ๆ ไม่ต้องให้ใครเห็นทะเบียน”

“ครับ! อีกสิบห้านาทีถึง!”

เขากดวางสายทันที ก่อนจะหันมามองพลับที่กำลังเก็บถ้วยชามเข้าถุง

“เดี๋ยวฉันลงพร้อมเธอ” เมฆพูด “พอดีเลย”

“อ้อ ฉันก็จะไปเรียนพอดีค่ะ” พลับพูดขณะหยิบกระเป๋าหนังสือขึ้นพาดบ่า

ทั้งสองคนเดินลงจากคอนโดพร้อมกัน เมฆใส่เสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวซึ่งเธอให้ยืมแทนสูทที่เปื้อนเลือด เขาดูต่างไปจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง — ไม่ใช่นายใหญ่จอมโหด แต่เป็นชายหนุ่มนิ่งขรึมที่เดินข้างหญิงสาวธรรมดา ๆ

พอลงมาถึงหน้าตึก รถเอสยูวีสีดำเงาก็แล่นเข้ามาจอดอย่างแม่นยำที่หน้าคอนโด ประตูฝั่งคนขับเปิดออก ก่อนที่ชายร่างใหญ่ในชุดดำจะก้าวลงมา

ลูกน้องของเมฆ — พี่คิง ชายคนสนิทที่เป็นทั้งองครักษ์และมือขวา รีบเดินเข้ามา แต่แล้วกะพริบตารัวเมื่อเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างเจ้านาย

“เอ่อ... พี่เมฆครับ...”

เมฆหรี่ตานิด ๆ “อะไร?”

คิงกระซิบเบา ๆ ด้วยสีหน้าแปลกใจสุดขีด

“เมื่อคืนพี่ไปนอนห้องผู้หญิงเหรอครับ!?”

เมฆปรายตามองนิด ๆ ไม่ตอบ

ลูกพลับได้ยินนิดหน่อยถึงกับหน้าแดงก่ำ เธอกำกระเป๋าแน่นแล้วแสร้งทำเป็นมองโทรศัพท์

ลูกน้องอีกสองคนที่มาด้วยก็ตาโตมองกันไปมาอย่างไม่เชื่อสายตา คนหนึ่งกระซิบ

“ใช่คนที่เคยเห็นในคลับมั้ยวะ?”

“ไม่ใช่โว้ย นั่นคนละสไตล์เลย!”

เมฆปรายตามาอีกครั้ง ทั้งหมดเงียบกริบทันที

เขาหันไปมองลูกพลับ “ขอบใจนะ... สำหรับทุกอย่าง”

พลับเงยหน้ามายิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไรค่ะ คุณปลอดภัยก็ดีแล้ว”

เมฆลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดเบา ๆ

“ถ้ามีใครมาถามถึงฉัน อย่าตอบ อย่าไว้ใจใคร... แม้แต่คนแต่งตัวดูดี”

“ค่ะ...” พลับพยักหน้าจริงจัง

เมฆเปิดประตูรถกำลังจะขึ้น แต่ชะงัก หันกลับมา

“พลับ...”

“คะ?”

“เธอ... ไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ”

หญิงสาวนิ่งงันไปนิด แก้มแดงอีกครั้งก่อนจะก้มหน้าหลบ

ในรถ SUV สีดำที่แล่นฉิวไปตามถนนกรุงเทพฯ บรรยากาศเงียบงันผิดปกติ แม้เครื่องยนต์จะนุ่มและกระจกกันเสียงอย่างดี แต่ความเงียบระหว่างผู้โดยสารสองคนกลับอึดอัดกว่านั้น

เมฆนั่งเงียบ สายตาจ้องมองวิวริมถนนแต่สมองกลับไม่ได้โฟกัสที่ใดเลย

“เฮ้อ...”

เสียงถอนหายใจของพี่คิงคนขับดังขึ้น เขาเหลือบตามองเจ้านายทางกระจกส่องหลังเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ

“พี่เมฆครับ...”

“ว่าไง”

“ผู้หญิงคนนั้น?” คิงถามตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม

“อืม” เมฆตอบสั้น ๆ

“ผมเห็นรอยฟกช้ำตรงแขนและหน้าเธอ ตอนลงตึกเมื่อเช้า... ไม่น้อยเลยนะครับ”

เมฆขมวดคิ้วทันที หันมามองอย่างตกใจ “รอยอะไร?”

“รอยช้ำเลยครับ สีม่วง ๆ ที่ต้นแขน และแก้ม คงเพราะเมื่อวานเธออาจล้ม หรือไม่ก็โดนเบียดโดนกระชากถูกลูกหลงหรือจากตอนหนี... แต่เธอยังยิ้ม ยังไปเรียนเฉย ๆ เหมือนไม่มีอะไร”

เมฆเงียบ…

ภาพลูกพลับยิ้มอย่างเข้มแข็งเมื่อตอนลงจากตึกยังชัดอยู่ในหัว แต่เขากลับ... ไม่ทันสังเกตอะไรเลย

“คิง” เขาเรียกเสียงนิ่งแต่เด็ดขาด “ขับรถกลับไปตามดูเธอ”

“ครับ?” คิงเหลือบตาอย่างงง ๆ

“อย่าให้เธอเห็น แค่ดูไว้ว่าเธอไปเรียนที่ไหน ไปยังไง อยู่กับใคร เลิกเรียนทำอะไร กลับบ้านเมื่อไหร่”

“...แล้วจะให้ผมรายงานตอนไหนครับ?”

เมฆหลุบตาลง “ทุกชั่วโมง”

พี่คิงส์พยักหน้ารับทราบและไม่กล้าถามอะไรต่อ

เวลาต่อมา – ใกล้มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในเมือง

คิงจอดรถในระยะห่างพอประมาณ ใช้กล้องส่องระยะไกลที่อยู่ใต้เบาะคนขับ เฝ้าดูร่างบางของหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่เพิ่งลงจากรถเมล์สายหนึ่ง

พลับเดินเร่งฝีเท้าผ่านประตูหน้ามหาวิทยาลัย สะพายกระเป๋าใบเดิม มืออีกข้างถือตำราเรียน

“ขึ้นรถเมล์ทุกเช้า ไม่ใช้รถส่วนตัว…” คิงพึมพำขณะรายงานผ่านหูฟังบลูทูธให้เมฆ

“แต่งตัวเรียบร้อย เดินไว มีระวังตัว แปลว่าไม่ได้ไว้ใจใครมาก”

เมฆฟังเงียบ ๆ ผ่านหูฟังอีกฝั่ง ขณะนั่งอยู่ในออฟฟิศใหญ่กลางเมือง

เขาไม่ได้ตอบอะไร แต่ในใจเริ่มปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก

เวลา 17.00 น. – คาเฟ่เล็ก ๆ ข้างมหาวิทยาลัย

คิงยังตามติด ห่างไม่เกิน 30 เมตร

ลูกพลับเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดพนักงานคาเฟ่สีครีมอ่อน ๆ ผูกผ้ากันเปื้อน ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ชงเครื่องดื่ม รอยยิ้มเธอยังอ่อนโยนเหมือนเดิม

แต่สีหน้าดูอิดโรยขึ้นอย่างชัดเจน มีจังหวะหนึ่งที่เธอยกแขนขึ้นแล้วนิ่วหน้าเล็กน้อย — อาการแผลฟกช้ำกำลังแสดงตัว

“ยังทำงานต่อ...” คิงพึมพำ “คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไข้ขึ้นแล้ว”

หลังเลิกงานลูกพลับแวะซื้อยาพาราและยาลดไข้ ก่อนจะเดินกลับห้องพักคนเดียวพร้อมถุงของเล็ก ๆ ใบหนึ่ง

“แน่เลย... เธอเริ่มไม่ไหวแล้ว” คิงพูดกับตัวเองขณะนั่งอยู่ในรถอีกฝั่งของถนน

เขารีบต่อสายกลับไปยังเมฆ

“พี่เมฆครับ... เธอซื้อยาลดไข้... ผมว่าเธอไม่สบายเพราะแผลแน่ ๆ”

ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนคำสั่งเรียบเย็นจะดังมา

“ฉันจะไปหาเธอเอง”

รถยนต์สปอร์ตสีดำสนิทแล่นเข้ามาจอดเงียบ ๆ ด้านหน้าคอนโดเก่าในซอยแคบ เมฆลงจากรถโดยไม่รีบร้อน ใส่เสื้อเชิ้ตสีเข้ม แขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ แบบเดียวกับเมื่อคืนยังติดตัวเขาอยู่

เขาโทรหาคิงครั้งสุดท้ายก่อนเดินขึ้นตึก

“เธอยังไม่ออกจากห้องใช่ไหม?”

"ยังครับพี่เมฆ สงสัยจะเพิ่งกินยา เห็นไฟห้องเปิดอยู่เงียบ ๆ"

“ดี เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปเอง”

“ครับ แต่ระวังนะครับ คนคอนโดแน่น พี่ไม่อยากให้ใครรู้ตัวนี่”

“ไม่ต้องห่วง”

เมฆกดวางสายก่อนจะล้วงมือใส่กระเป๋าเสื้อ ก้าวขึ้นบันไดอย่างนิ่ง ๆ ทีละขั้น

และทันทีที่เขาเลี้ยวขึ้นถึงชั้นห้องของลูกพลับ

ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้ฝีเท้าของเขาชะงักลง

หญิงสาวในชุดอยู่บ้านเรียบง่าย สะพายกระเป๋าผ้าข้างตัว ยืนอยู่หน้าห้องของลูกพลับ กำลังคุยอยู่

เสียงพูดของอีกฝ่ายลอยมาให้ได้ยินชัดเจน

“แม่หนู... พอดีป้าต้องรีบไปเอาเงินสดให้เจ้าของตึกน่ะ เข้าใจหน่อยนะ เลยวันมาแล้วหนึ่งวันแล้วอะ ค่าเช่าเดือนนี้น่ะ”

“หนูขอโทษค่ะป้า พอดีเมื่อคืน...มีเรื่อง” ลูกพลับตอบอย่างสุภาพ มือเปิดกระเป๋ารีบนับเงินอย่างตื่น ๆ

“ป้ารู้ๆ ว่าหนูไม่เคยผิดนัดเลย แต่ต้องเข้าใจนะ เดี๋ยวป้าโดนหักเงินค่าเช่าช้าอีก” หญิงสูงวัยพูดเสียงเหนื่อย

“ค่ะ นี่ค่ะ หนูมีพอดีเป๊ะเลย ห้าพันห้าร้อยบาทค่ะ”

ลูกพลับยื่นเงินให้ ป้ารับไว้แล้วรีบเขียนใบเสร็จส่งกลับให้ทันที

“ขอบใจนะหนูพลับ ถ้ามีอะไรขาดเหลือบอกป้าได้เลยนะลูก”

“ขอบคุณค่ะป้า”

หญิงสูงวัยเดินจากไปช้า ๆ ปล่อยให้ลูกพลับยืนอยู่เงียบ ๆ คนเดียวหน้าห้อง

เมฆยืนเงียบอยู่มุมบันไดอีกฝั่ง ไม่ได้ขยับ เขารู้สึกแปลบในอก

หญิงสาวที่เขาคิดว่าเข้มแข็ง อดทน ไม่ยอมอ่อนแอ…

กลับต้องมากังวลถึงแม้แต่ “ค่าเช่าห้อง” ทั้งที่ร่างกายยังไม่หายจากพิษไข้

เขารอให้ทุกอย่างเงียบลง

…แล้วจึงเดินไปหยุดที่หน้าห้อง

ก๊อก ๆ ๆ

เสียงเคาะเบา ๆ

ภายในห้องเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่เสียงฝีเท้าจะดังขึ้น แล้วประตูก็เปิดออก

“คะ—” ลูกพลับเงยหน้าขึ้นแล้วชะงัก ดวงตาเบิกกว้างทันที

“คุ คุณเมฆ!”

เมฆยืนอยู่ตรงหน้าในสภาพที่แทบไม่ต่างจากเมื่อคืน แต่ครั้งนี้…ไม่มีเลือด ไม่มีบาดแผล และไม่มีเหตุการณ์ไล่ยิง

มีเพียงชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตเรียบหรู หน้าตาหล่อคมคายที่กำลังจ้องมาที่เธออย่างนิ่งลึก

“เธอดูไม่ค่อยดีเลย” เขาพูดเรียบ ๆ ดวงตาไล่มองจากใบหน้าเธอไปยังต้นแขนและแก้มที่มีรอยช้ำจาง ๆ

“อ๋อ... ไม่มีอะไรค่ะ พอดีเมื่อวานล้ม” เธอรีบตอบแล้วขยับตัวเหมือนจะปิดประตู

“จะไม่ให้ฉันเข้าไปหน่อยเหรอ?” เมฆถามขึ้นทันที

“เอ่อ...” ลูกพลับลังเลเล็กน้อย ก่อนจะยอมเปิดประตูออกกว้าง “ค่ะ เชิญค่ะ”

เมฆก้าวเข้าไปในห้อง เดินสำรวจสายตาไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดที่โต๊ะที่มีกล่องยากับแก้วน้ำ

“เธอกินยาแล้ว?”

“ค่ะ...เมื่อครู่นี้เอง”

เมฆถอนหายใจเบา ๆ แล้วมองเธอตรง ๆ

“แล้วเรื่องค่าเช่าห้องล่ะ?”

ลูกพลับชะงัก กะพริบตาปริบ ๆ

“คุณแอบฟังฉันเหรอคะ?” เธอพูดเบา ๆ มีทั้งความเขินและน้อยใจปนอยู่

“เปล่า... บังเอิญเห็น” เมฆตอบตรง ๆ

พลับยิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนใจ “ไม่เป็นไรค่ะ จัดการได้”

“ใช่... เธอจัดการได้ทุกอย่างเลยสินะ ทั้งหนีตาย เลี้ยงตัวเอง ทำงานตอนเป็นไข้ แล้วยังต้องขอโทษเจ้าของห้องทั้งที่ตัวเองจะเป็นลมอยู่แล้ว”

เขาพูดเสียงเรียบแต่สายตาลึก

ลูกพลับนิ่งไป เธอไม่ได้พูดอะไรกลับ เพราะทุกอย่างที่เขาพูด... มันก็จริง

เมฆถอนหายใจอีกครั้ง แล้วเดินไปหยุดตรงหน้าต่าง

“เธอควรไปหาหมอ” เขาพูด

“มันไม่ถึงขั้นขนาดนั้นหรอกค่ะ เดี๋ยวก็หาย...”

“ขึ้นรถ” เขาหันมาสั่ง

“คะ?”

“ฉันจะพาเธอไปหาหมอ ไปตอนนี้เลย ก่อนที่เธอจะล้มจริง ๆ แล้วไม่มีใครรู้”

รถยนต์สปอร์ตสีดำขลับเคลื่อนตัวช้า ๆ ออกจากหน้าคอนโด

ลูกพลับนั่งเงียบข้างคนขับ มองตรงไปข้างหน้าด้วยความอึดอัดใจนิด ๆ มือทั้งสองประสานกันไว้บนตัก

ภายในรถหรูเงียบสนิท มีเพียงเสียงเพลงแจ๊ซคลอเบา ๆ จากลำโพง

“...คุณเมฆ” เธอเรียกเขาเสียงแผ่ว

“หืม?”

“ขอบคุณนะคะ... ที่อุตส่าห์กลับมาอีก” เธอหันไปมองเขาเล็กน้อย “ทั้งที่คุณไม่จำเป็นต้องลำบากเลย”

“ก็ไม่ได้ลำบากอะไร” เขาพูดเรียบ ๆ ดวงตายังมองถนนตรงหน้า “แล้วอีกอย่าง... ถ้าเธอล้มไข้ตายไปจริง ๆ คงไม่มีใครไปแจ้งตำรวจ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนอยู่กับใคร”

ลูกพลับหลุดหัวเราะเบา ๆ

“อ๋อ... ที่มาหาเพราะกลัวโดนซวยเหรอคะ?”

“ใช่” เมฆพูดติดตลกนิด ๆ ก่อนจะเหลือบตามามองเธอ

“...แล้วก็ไม่อยากติดหนี้คนที่ช่วยชีวิตไว้”

พลับก้มหน้าลงเล็กน้อย ยิ้มบาง ๆ

บรรยากาศเงียบลงอีกครั้ง รถแล่นพ้นแยกไฟแดงและเริ่มเข้าสู่โซนชุมชนย่านกลางเมือง

“ปกติเธอทำงานอะไร?” เมฆถามขึ้น

“พนักงานร้านกาแฟค่ะ ทำตอนเย็นหลังเลิกเรียน”

“เรียนสาขาอะไร?”

“นิเทศศาสตร์ค่ะ แต่ก็เน้นด้านเบื้องหลัง… เขียนบทตัดต่อ อะไรพวกนี้มากกว่า”

“หึ...” เมฆพึมพำเบา ๆ

“อะไรคะ?”

“ก็แค่คิด... โลกของเธอกับฉันมันต่างกันจนไม่น่าเชื่อเลย”

“นั่นสิคะ” พลับตอบเสียงอ่อน “ฉันอยู่กับกล้องวิดีโอ สมุดบท กับกาแฟ... ส่วนคุณ...อยู่กับปืน มีด และอำนาจ”

เมฆหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะเงียบไปพักใหญ่ แล้วพูดขึ้นโดยไม่หันมามอง

“เธอไม่กลัวเหรอ?”

“กลัวค่ะ” เธอตอบตรง “แต่ฉันก็รู้ว่าเมื่อคืน... ถ้าไม่มีคุณ ฉันคงไม่รอด”

เมฆหันมาสบตาเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปจับพวงมาลัยแน่นขึ้น

“แล้วตอนนี้เธอกำลังกลัวฉันอยู่มั้ย?”

ลูกพลับนิ่งไปนิด ก่อนส่ายหน้าน้อย ๆ แล้วพูดเบา

“ไม่ค่ะ”

รถเงียบลงอีกครั้ง แต่คราวนี้...เป็นความเงียบที่อุ่นกว่าเดิม

20 นาทีต่อมา — คลินิกเอกชนเล็ก ๆ ย่านพระรามเก้า

เมฆพาลูกพลับลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปในคลินิกที่เปิดถึงดึก

คุณหมอหญิงวัยกลางคนให้การต้อนรับอย่างสุภาพเมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดสูทหรูพาผู้หญิงหน้าตาซีดเซียวเข้ามา

“แผลช้ำนะคะ แต่ลึกนิดนึง และไข้ก็มาจากอาการอักเสบของกล้ามเนื้อด้วย คงไม่ได้พักผ่อนดี ๆ” คุณหมอส่ายหน้าเบา ๆ

“โชคดีนะคะที่พามาทัน ไม่งั้นถ้าปล่อยไว้จนติดเชื้อ จะยุ่ง”

เมฆมองหญิงสาวที่นั่งเงียบ ๆ บนเตียงตรวจ สายตาของเขาแน่นิ่ง แต่ภายในกลับวุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก

“ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ” พลับพูดเบา ๆ หลังรับยากับคำแนะนำ

เมฆจ่ายเงินอย่างไม่รีรอโดยไม่ให้เธอทันแตะกระเป๋าสตางค์

“เดี๋ยวฉันคืนให้ตอนกลับบ้านนะคะ” เธอพูดเสียงแผ่ว

“ไม่ต้อง” เมฆตอบทันที

“แต่—”

“ถือว่าค่าตอบแทนที่ช่วยชีวิตฉันไว้”

ลูกพลับยิ้มบาง ๆ ไม่เถียงอีก

ทั้งสองคนเดินออกจากคลินิกเงียบ ๆ ท่ามกลางแสงไฟริมทางที่เริ่มดับลงทีละดวง
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 97

    เสียงเพลงเปลี่ยนเป็นจังหวะช้า พิธีกรประกาศเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำแต่บอกเลยว่า… งานนี้ไม่ใช่เต้นรำธรรมดา เพราะแฝดสี่ตะโกนขึ้นกลางฟลอร์ว่า “หนูอยากเต้นด้วย!!” พร้อมกระโดดตะกายพ่อแม่กันยกใหญ่ในวินาทีนั้น พลับและพลอยสบตากัน ก่อนจะหลุดขำเสียงดัง แล้วก็ช่วยกันจับมือลูกทั้งสี่คนขึ้นฟลอร์ไปด

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 96

    บทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น แ

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 95

    เสียงนาวาร้องอย่างตื่นเต้น แล้วรีบวิ่งไปหามุมประจำที่นั่งกับน้องๆพลอยและภูผาก็เดินมาพร้อมกัน “เมื่อคืนหลับกันสบายมั้ยคะ?” พลอยถามพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปมองเมฆที่ทำหน้าเหมือนคนไม่ได้นอนเต็มตา“สบายดีครับพลอย…” เมฆตอบ แต่โดนซันหันมาแซวทันที “พี่เมฆอ่ะเหรอ สบายจนหน้ายุ่งเลยครับเมื่อคืน”ทุกคนหัวเรา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 94

    “อ๊ะ...อื้มมมม”เสียงครางฮือของเมฆาดังออกมาจากลำคอด้วยความเคลิบเคลิ้ม ราวกับถูกเวทย์มนต์ ทั้งสองลิ้นตวัดกันไปมาอย่างร้อนแรง แล้วมือหนาของเมฆก็เริ่มลูบคลำผิวเนียนของเธอทั่วร่าง แล้วมือหนาก็ขยับมานวดเคล้นเนินอกขาวๆทั้งสองข้างสลับไปมาใบหน้าหล่อเหลาซุกคอขาวของเธอพร้อมดูดดึงทิ้งรอยจูบไปทั่ว ปากไล้เลียมา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 93

    บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 92

    อีกด้านหนึ่ง เมฆ ภูผา และซันกำลังยืนคุยกันอย่างเคร่งเครียด"ได้ข่าวว่า…เฮียเหวินตายแล้ว" ซันพูดเสียงต่ำ สายตานิ่งสนิทขณะยกกาแฟขึ้นจิบภูผาเลิกคิ้ว "จริงดิ?""อืม ได้ข่าวจากคนในฮ่องกง ส่งต่อกันมาทางคนของเรา เฮียเหวินหัวใจวาย กะทันหัน" ซันพยักหน้าเมฆยืนนิ่ง สายตาจ้องวิวกรุงเทพที่กำลังจะค่ำ "กงเหว่ยร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status