บทที่3 กลับ
“ครับพี่เมฆ!?”
เสียงเข้มดังลอดจากปลายสาย พร้อมกับความตื่นตัวเต็มร้อย
“มารับกูที่คอนโดซอย 27 หลังตลาด เอารถมืด ๆ ไม่ต้องให้ใครเห็นทะเบียน”
“ครับ! อีกสิบห้านาทีถึง!”
เขากดวางสายทันที ก่อนจะหันมามองพลับที่กำลังเก็บถ้วยชามเข้าถุง
“เดี๋ยวฉันลงพร้อมเธอ” เมฆพูด “พอดีเลย”
“อ้อ ฉันก็จะไปเรียนพอดีค่ะ” พลับพูดขณะหยิบกระเป๋าหนังสือขึ้นพาดบ่า
ทั้งสองคนเดินลงจากคอนโดพร้อมกัน เมฆใส่เสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวซึ่งเธอให้ยืมแทนสูทที่เปื้อนเลือด เขาดูต่างไปจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง — ไม่ใช่นายใหญ่จอมโหด แต่เป็นชายหนุ่มนิ่งขรึมที่เดินข้างหญิงสาวธรรมดา ๆ
พอลงมาถึงหน้าตึก รถเอสยูวีสีดำเงาก็แล่นเข้ามาจอดอย่างแม่นยำที่หน้าคอนโด ประตูฝั่งคนขับเปิดออก ก่อนที่ชายร่างใหญ่ในชุดดำจะก้าวลงมา
ลูกน้องของเมฆ — พี่คิง ชายคนสนิทที่เป็นทั้งองครักษ์และมือขวา รีบเดินเข้ามา แต่แล้วกะพริบตารัวเมื่อเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างเจ้านาย
“เอ่อ... พี่เมฆครับ...”
เมฆหรี่ตานิด ๆ “อะไร?”
คิงกระซิบเบา ๆ ด้วยสีหน้าแปลกใจสุดขีด
“เมื่อคืนพี่ไปนอนห้องผู้หญิงเหรอครับ!?”
เมฆปรายตามองนิด ๆ ไม่ตอบ
ลูกพลับได้ยินนิดหน่อยถึงกับหน้าแดงก่ำ เธอกำกระเป๋าแน่นแล้วแสร้งทำเป็นมองโทรศัพท์
ลูกน้องอีกสองคนที่มาด้วยก็ตาโตมองกันไปมาอย่างไม่เชื่อสายตา คนหนึ่งกระซิบ
“ใช่คนที่เคยเห็นในคลับมั้ยวะ?”
“ไม่ใช่โว้ย นั่นคนละสไตล์เลย!”
เมฆปรายตามาอีกครั้ง ทั้งหมดเงียบกริบทันที
เขาหันไปมองลูกพลับ “ขอบใจนะ... สำหรับทุกอย่าง”
พลับเงยหน้ามายิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไรค่ะ คุณปลอดภัยก็ดีแล้ว”
เมฆลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดเบา ๆ
“ถ้ามีใครมาถามถึงฉัน อย่าตอบ อย่าไว้ใจใคร... แม้แต่คนแต่งตัวดูดี”
“ค่ะ...” พลับพยักหน้าจริงจัง
เมฆเปิดประตูรถกำลังจะขึ้น แต่ชะงัก หันกลับมา
“พลับ...”
“คะ?”
“เธอ... ไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ”
หญิงสาวนิ่งงันไปนิด แก้มแดงอีกครั้งก่อนจะก้มหน้าหลบ
ในรถ SUV สีดำที่แล่นฉิวไปตามถนนกรุงเทพฯ บรรยากาศเงียบงันผิดปกติ แม้เครื่องยนต์จะนุ่มและกระจกกันเสียงอย่างดี แต่ความเงียบระหว่างผู้โดยสารสองคนกลับอึดอัดกว่านั้น
เมฆนั่งเงียบ สายตาจ้องมองวิวริมถนนแต่สมองกลับไม่ได้โฟกัสที่ใดเลย
“เฮ้อ...”
เสียงถอนหายใจของพี่คิงคนขับดังขึ้น เขาเหลือบตามองเจ้านายทางกระจกส่องหลังเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ
“พี่เมฆครับ...”
“ว่าไง”
“ผู้หญิงคนนั้น?” คิงถามตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม
“อืม” เมฆตอบสั้น ๆ
“ผมเห็นรอยฟกช้ำตรงแขนและหน้าเธอ ตอนลงตึกเมื่อเช้า... ไม่น้อยเลยนะครับ”
เมฆขมวดคิ้วทันที หันมามองอย่างตกใจ “รอยอะไร?”
“รอยช้ำเลยครับ สีม่วง ๆ ที่ต้นแขน และแก้ม คงเพราะเมื่อวานเธออาจล้ม หรือไม่ก็โดนเบียดโดนกระชากถูกลูกหลงหรือจากตอนหนี... แต่เธอยังยิ้ม ยังไปเรียนเฉย ๆ เหมือนไม่มีอะไร”
เมฆเงียบ…
ภาพลูกพลับยิ้มอย่างเข้มแข็งเมื่อตอนลงจากตึกยังชัดอยู่ในหัว แต่เขากลับ... ไม่ทันสังเกตอะไรเลย
“คิง” เขาเรียกเสียงนิ่งแต่เด็ดขาด “ขับรถกลับไปตามดูเธอ”
“ครับ?” คิงเหลือบตาอย่างงง ๆ
“อย่าให้เธอเห็น แค่ดูไว้ว่าเธอไปเรียนที่ไหน ไปยังไง อยู่กับใคร เลิกเรียนทำอะไร กลับบ้านเมื่อไหร่”
“...แล้วจะให้ผมรายงานตอนไหนครับ?”
เมฆหลุบตาลง “ทุกชั่วโมง”
พี่คิงส์พยักหน้ารับทราบและไม่กล้าถามอะไรต่อ
เวลาต่อมา – ใกล้มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในเมือง
คิงจอดรถในระยะห่างพอประมาณ ใช้กล้องส่องระยะไกลที่อยู่ใต้เบาะคนขับ เฝ้าดูร่างบางของหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่เพิ่งลงจากรถเมล์สายหนึ่ง
พลับเดินเร่งฝีเท้าผ่านประตูหน้ามหาวิทยาลัย สะพายกระเป๋าใบเดิม มืออีกข้างถือตำราเรียน
“ขึ้นรถเมล์ทุกเช้า ไม่ใช้รถส่วนตัว…” คิงพึมพำขณะรายงานผ่านหูฟังบลูทูธให้เมฆ
“แต่งตัวเรียบร้อย เดินไว มีระวังตัว แปลว่าไม่ได้ไว้ใจใครมาก”
เมฆฟังเงียบ ๆ ผ่านหูฟังอีกฝั่ง ขณะนั่งอยู่ในออฟฟิศใหญ่กลางเมือง
เขาไม่ได้ตอบอะไร แต่ในใจเริ่มปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก
เวลา 17.00 น. – คาเฟ่เล็ก ๆ ข้างมหาวิทยาลัย
คิงยังตามติด ห่างไม่เกิน 30 เมตร
ลูกพลับเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดพนักงานคาเฟ่สีครีมอ่อน ๆ ผูกผ้ากันเปื้อน ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ชงเครื่องดื่ม รอยยิ้มเธอยังอ่อนโยนเหมือนเดิม
แต่สีหน้าดูอิดโรยขึ้นอย่างชัดเจน มีจังหวะหนึ่งที่เธอยกแขนขึ้นแล้วนิ่วหน้าเล็กน้อย — อาการแผลฟกช้ำกำลังแสดงตัว
“ยังทำงานต่อ...” คิงพึมพำ “คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไข้ขึ้นแล้ว”
หลังเลิกงานลูกพลับแวะซื้อยาพาราและยาลดไข้ ก่อนจะเดินกลับห้องพักคนเดียวพร้อมถุงของเล็ก ๆ ใบหนึ่ง
“แน่เลย... เธอเริ่มไม่ไหวแล้ว” คิงพูดกับตัวเองขณะนั่งอยู่ในรถอีกฝั่งของถนน
เขารีบต่อสายกลับไปยังเมฆ
“พี่เมฆครับ... เธอซื้อยาลดไข้... ผมว่าเธอไม่สบายเพราะแผลแน่ ๆ”
ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนคำสั่งเรียบเย็นจะดังมา
“ฉันจะไปหาเธอเอง”
รถยนต์สปอร์ตสีดำสนิทแล่นเข้ามาจอดเงียบ ๆ ด้านหน้าคอนโดเก่าในซอยแคบ เมฆลงจากรถโดยไม่รีบร้อน ใส่เสื้อเชิ้ตสีเข้ม แขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ แบบเดียวกับเมื่อคืนยังติดตัวเขาอยู่
เขาโทรหาคิงครั้งสุดท้ายก่อนเดินขึ้นตึก
“เธอยังไม่ออกจากห้องใช่ไหม?”
"ยังครับพี่เมฆ สงสัยจะเพิ่งกินยา เห็นไฟห้องเปิดอยู่เงียบ ๆ"
“ดี เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปเอง”
“ครับ แต่ระวังนะครับ คนคอนโดแน่น พี่ไม่อยากให้ใครรู้ตัวนี่”
“ไม่ต้องห่วง”
เมฆกดวางสายก่อนจะล้วงมือใส่กระเป๋าเสื้อ ก้าวขึ้นบันไดอย่างนิ่ง ๆ ทีละขั้น
และทันทีที่เขาเลี้ยวขึ้นถึงชั้นห้องของลูกพลับ
ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้ฝีเท้าของเขาชะงักลง
หญิงสาวในชุดอยู่บ้านเรียบง่าย สะพายกระเป๋าผ้าข้างตัว ยืนอยู่หน้าห้องของลูกพลับ กำลังคุยอยู่
เสียงพูดของอีกฝ่ายลอยมาให้ได้ยินชัดเจน
“แม่หนู... พอดีป้าต้องรีบไปเอาเงินสดให้เจ้าของตึกน่ะ เข้าใจหน่อยนะ เลยวันมาแล้วหนึ่งวันแล้วอะ ค่าเช่าเดือนนี้น่ะ”
“หนูขอโทษค่ะป้า พอดีเมื่อคืน...มีเรื่อง” ลูกพลับตอบอย่างสุภาพ มือเปิดกระเป๋ารีบนับเงินอย่างตื่น ๆ
“ป้ารู้ๆ ว่าหนูไม่เคยผิดนัดเลย แต่ต้องเข้าใจนะ เดี๋ยวป้าโดนหักเงินค่าเช่าช้าอีก” หญิงสูงวัยพูดเสียงเหนื่อย
“ค่ะ นี่ค่ะ หนูมีพอดีเป๊ะเลย ห้าพันห้าร้อยบาทค่ะ”
ลูกพลับยื่นเงินให้ ป้ารับไว้แล้วรีบเขียนใบเสร็จส่งกลับให้ทันที
“ขอบใจนะหนูพลับ ถ้ามีอะไรขาดเหลือบอกป้าได้เลยนะลูก”
“ขอบคุณค่ะป้า”
หญิงสูงวัยเดินจากไปช้า ๆ ปล่อยให้ลูกพลับยืนอยู่เงียบ ๆ คนเดียวหน้าห้อง
เมฆยืนเงียบอยู่มุมบันไดอีกฝั่ง ไม่ได้ขยับ เขารู้สึกแปลบในอก
หญิงสาวที่เขาคิดว่าเข้มแข็ง อดทน ไม่ยอมอ่อนแอ…
กลับต้องมากังวลถึงแม้แต่ “ค่าเช่าห้อง” ทั้งที่ร่างกายยังไม่หายจากพิษไข้
เขารอให้ทุกอย่างเงียบลง
…แล้วจึงเดินไปหยุดที่หน้าห้อง
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะเบา ๆ
ภายในห้องเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่เสียงฝีเท้าจะดังขึ้น แล้วประตูก็เปิดออก
“คะ—” ลูกพลับเงยหน้าขึ้นแล้วชะงัก ดวงตาเบิกกว้างทันที
“คุ คุณเมฆ!”
เมฆยืนอยู่ตรงหน้าในสภาพที่แทบไม่ต่างจากเมื่อคืน แต่ครั้งนี้…ไม่มีเลือด ไม่มีบาดแผล และไม่มีเหตุการณ์ไล่ยิง
มีเพียงชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตเรียบหรู หน้าตาหล่อคมคายที่กำลังจ้องมาที่เธออย่างนิ่งลึก
“เธอดูไม่ค่อยดีเลย” เขาพูดเรียบ ๆ ดวงตาไล่มองจากใบหน้าเธอไปยังต้นแขนและแก้มที่มีรอยช้ำจาง ๆ
“อ๋อ... ไม่มีอะไรค่ะ พอดีเมื่อวานล้ม” เธอรีบตอบแล้วขยับตัวเหมือนจะปิดประตู
“จะไม่ให้ฉันเข้าไปหน่อยเหรอ?” เมฆถามขึ้นทันที
“เอ่อ...” ลูกพลับลังเลเล็กน้อย ก่อนจะยอมเปิดประตูออกกว้าง “ค่ะ เชิญค่ะ”
เมฆก้าวเข้าไปในห้อง เดินสำรวจสายตาไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดที่โต๊ะที่มีกล่องยากับแก้วน้ำ
“เธอกินยาแล้ว?”
“ค่ะ...เมื่อครู่นี้เอง”
เมฆถอนหายใจเบา ๆ แล้วมองเธอตรง ๆ
“แล้วเรื่องค่าเช่าห้องล่ะ?”
ลูกพลับชะงัก กะพริบตาปริบ ๆ
“คุณแอบฟังฉันเหรอคะ?” เธอพูดเบา ๆ มีทั้งความเขินและน้อยใจปนอยู่
“เปล่า... บังเอิญเห็น” เมฆตอบตรง ๆ
พลับยิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนใจ “ไม่เป็นไรค่ะ จัดการได้”
“ใช่... เธอจัดการได้ทุกอย่างเลยสินะ ทั้งหนีตาย เลี้ยงตัวเอง ทำงานตอนเป็นไข้ แล้วยังต้องขอโทษเจ้าของห้องทั้งที่ตัวเองจะเป็นลมอยู่แล้ว”
เขาพูดเสียงเรียบแต่สายตาลึก
ลูกพลับนิ่งไป เธอไม่ได้พูดอะไรกลับ เพราะทุกอย่างที่เขาพูด... มันก็จริง
เมฆถอนหายใจอีกครั้ง แล้วเดินไปหยุดตรงหน้าต่าง
“เธอควรไปหาหมอ” เขาพูด
“มันไม่ถึงขั้นขนาดนั้นหรอกค่ะ เดี๋ยวก็หาย...”
“ขึ้นรถ” เขาหันมาสั่ง
“คะ?”
“ฉันจะพาเธอไปหาหมอ ไปตอนนี้เลย ก่อนที่เธอจะล้มจริง ๆ แล้วไม่มีใครรู้”
รถยนต์สปอร์ตสีดำขลับเคลื่อนตัวช้า ๆ ออกจากหน้าคอนโด
ลูกพลับนั่งเงียบข้างคนขับ มองตรงไปข้างหน้าด้วยความอึดอัดใจนิด ๆ มือทั้งสองประสานกันไว้บนตัก
ภายในรถหรูเงียบสนิท มีเพียงเสียงเพลงแจ๊ซคลอเบา ๆ จากลำโพง
“...คุณเมฆ” เธอเรียกเขาเสียงแผ่ว
“หืม?”
“ขอบคุณนะคะ... ที่อุตส่าห์กลับมาอีก” เธอหันไปมองเขาเล็กน้อย “ทั้งที่คุณไม่จำเป็นต้องลำบากเลย”
“ก็ไม่ได้ลำบากอะไร” เขาพูดเรียบ ๆ ดวงตายังมองถนนตรงหน้า “แล้วอีกอย่าง... ถ้าเธอล้มไข้ตายไปจริง ๆ คงไม่มีใครไปแจ้งตำรวจ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนอยู่กับใคร”
ลูกพลับหลุดหัวเราะเบา ๆ
“อ๋อ... ที่มาหาเพราะกลัวโดนซวยเหรอคะ?”
“ใช่” เมฆพูดติดตลกนิด ๆ ก่อนจะเหลือบตามามองเธอ
“...แล้วก็ไม่อยากติดหนี้คนที่ช่วยชีวิตไว้”
พลับก้มหน้าลงเล็กน้อย ยิ้มบาง ๆ
บรรยากาศเงียบลงอีกครั้ง รถแล่นพ้นแยกไฟแดงและเริ่มเข้าสู่โซนชุมชนย่านกลางเมือง
“ปกติเธอทำงานอะไร?” เมฆถามขึ้น
“พนักงานร้านกาแฟค่ะ ทำตอนเย็นหลังเลิกเรียน”
“เรียนสาขาอะไร?”
“นิเทศศาสตร์ค่ะ แต่ก็เน้นด้านเบื้องหลัง… เขียนบทตัดต่อ อะไรพวกนี้มากกว่า”
“หึ...” เมฆพึมพำเบา ๆ
“อะไรคะ?”
“ก็แค่คิด... โลกของเธอกับฉันมันต่างกันจนไม่น่าเชื่อเลย”
“นั่นสิคะ” พลับตอบเสียงอ่อน “ฉันอยู่กับกล้องวิดีโอ สมุดบท กับกาแฟ... ส่วนคุณ...อยู่กับปืน มีด และอำนาจ”
เมฆหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะเงียบไปพักใหญ่ แล้วพูดขึ้นโดยไม่หันมามอง
“เธอไม่กลัวเหรอ?”
“กลัวค่ะ” เธอตอบตรง “แต่ฉันก็รู้ว่าเมื่อคืน... ถ้าไม่มีคุณ ฉันคงไม่รอด”
เมฆหันมาสบตาเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปจับพวงมาลัยแน่นขึ้น
“แล้วตอนนี้เธอกำลังกลัวฉันอยู่มั้ย?”
ลูกพลับนิ่งไปนิด ก่อนส่ายหน้าน้อย ๆ แล้วพูดเบา
“ไม่ค่ะ”
รถเงียบลงอีกครั้ง แต่คราวนี้...เป็นความเงียบที่อุ่นกว่าเดิม
20 นาทีต่อมา — คลินิกเอกชนเล็ก ๆ ย่านพระรามเก้า
เมฆพาลูกพลับลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปในคลินิกที่เปิดถึงดึก
คุณหมอหญิงวัยกลางคนให้การต้อนรับอย่างสุภาพเมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดสูทหรูพาผู้หญิงหน้าตาซีดเซียวเข้ามา
“แผลช้ำนะคะ แต่ลึกนิดนึง และไข้ก็มาจากอาการอักเสบของกล้ามเนื้อด้วย คงไม่ได้พักผ่อนดี ๆ” คุณหมอส่ายหน้าเบา ๆ
“โชคดีนะคะที่พามาทัน ไม่งั้นถ้าปล่อยไว้จนติดเชื้อ จะยุ่ง”
เมฆมองหญิงสาวที่นั่งเงียบ ๆ บนเตียงตรวจ สายตาของเขาแน่นิ่ง แต่ภายในกลับวุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก
“ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ” พลับพูดเบา ๆ หลังรับยากับคำแนะนำ
เมฆจ่ายเงินอย่างไม่รีรอโดยไม่ให้เธอทันแตะกระเป๋าสตางค์
“เดี๋ยวฉันคืนให้ตอนกลับบ้านนะคะ” เธอพูดเสียงแผ่ว
“ไม่ต้อง” เมฆตอบทันที
“แต่—”
“ถือว่าค่าตอบแทนที่ช่วยชีวิตฉันไว้”
ลูกพลับยิ้มบาง ๆ ไม่เถียงอีก
ทั้งสองคนเดินออกจากคลินิกเงียบ ๆ ท่ามกลางแสงไฟริมทางที่เริ่มดับลงทีละดวง