บทที่2 กะทันหัน
เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นบันไดหนีไฟดังชัดในความเงียบของกลางคืน ทั้งเมฆและลูกพลับวิ่งฝ่าความมืดออกจากจุดปะทะเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แม้จะรอดพ้นจากสายตาคนของแก๊งอัคนีได้ แต่แรงวิ่งหนีและความร้อนรนก็ทำให้ต่างคนต่างหอบเหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหว
“...แฮ่ก...” ลูกพลับหยุดหายใจเฮือกยาว มือเท้ากำแพงห้องพักชั้นห้า ก่อนจะหันไปมองชายแปลกหน้าที่วิ่งตามมา “นี่คุณ...โอเคมั้ย?”
เมฆไม่ตอบในทันที แค่ยืนนิ่ง หอบหายใจหนัก ดวงตาคมกริบมองไปรอบบริเวณหน้าคอนโดเล็ก ๆ ของหญิงสาว
“ที่นี่ปลอดภัยหรือเปล่า?” เขาถามเสียงทุ้ม ยังแผ่วจากแรงหอบ
“ไม่มีใครรู้จักฉันหรอก และไม่มีใครรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่... ก็คิดว่านะ...” พลับตอบพร้อมไขกุญแจ “ไม่งั้นจะพามาทำไมล่ะ”
ประตูห้องเล็ก ๆ เปิดออก เผยให้เห็นภายในที่เรียบง่ายสะอาดตา เต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มและลมหายใจของความเป็นบ้าน
“เชิญ...” พลับพูดเรียบ ๆ แล้วผายมือ
เมฆเดินเข้าไปอย่างเงียบงัน ท่าทางของเขาดูสงบแต่แฝงความอึดอัดบางอย่างไว้ลึก ๆ จนหญิงสาวรู้สึกได้
“คุณ...” เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แสงไฟห้องที่สว่างขึ้นทำให้เธอสังเกตเห็นบางสิ่ง
“เลือด...!”
เธอรีบเดินเข้ามาใกล้ “คุณ! คุณเลือดออก!”
เมฆยกแขนขึ้นดู ถึงได้เห็นว่าแขนเสื้อสูทขาดเป็นแนวยาว มีเลือดซึมเป็นวงกว้าง คราบสีเข้มยังเปื้อนลงมาถึงข้อมือ
“โดนตอนชุลมุนเหรอ!?” พลับเสียงสูง ดวงตาเบิกกว้าง
เมฆขมวดคิ้วเบา ๆ เหมือนไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน “มันชาไปหมด”
“เดี๋ยว! นั่งลงก่อน!” พลับลากเก้าอี้ให้เขานั่ง “อย่าเพิ่งขยับ เดี๋ยวฉันเอากล่องยามา”
เธอรีบเดินเข้าครัว เปิดตู้ล่างสุด หยิบกล่องปฐมพยาบาลสีขาวออกมาพร้อมผ้าสะอาดและแอลกอฮอล์
เมฆนั่งนิ่ง ไม่พูดอะไร มือข้างหนึ่งกดแผลไว้หลวม ๆ สายตากลับมองสำรวจห้องเงียบ ๆ ห้องเล็ก ๆ ที่เรียบง่าย แต่มีความเป็นชีวิตจริงมากกว่าทุกคฤหาสน์ที่เขาอยู่
“โอเค เดี๋ยวฉันเช็ดแผลให้” พลับพูด ก่อนนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ มือค่อย ๆ เลิกแขนเสื้อของเขาอย่างเบามือ
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแวบหนึ่ง “ขอโทษนะ ถ้ามันแสบ...”
“ฉันไม่เป็นไร” เมฆตอบสั้น ๆ
แต่ทันทีที่แอลกอฮอล์สัมผัสผิวหนัง ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อย แสดงออกผ่านสีหน้าคาดไม่ถึง
“เห็นมั้ยล่ะ” พลับอดยิ้มไม่ได้ “คุณเก่งก็จริง แต่ก็ไม่ใช่เหล็กไหลนี่นา”
เมฆมองเธออย่างแปลกใจเล็กน้อย เขาไม่ชินกับใครพูดแบบนี้กับเขา
“เธอไม่กลัวฉันเลยเหรอ?” เขาถามขึ้นเสียงต่ำ
พลับหยุดมือเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้น “เมื่อกี้กลัวค่ะ... แต่ตอนนี้...”
เธอมองตาเขา “คุณดูไม่ใช่คนที่จะทำร้ายฉัน”
เงียบ…
เมฆไม่ตอบ แต่สีหน้าที่เคยแข็งก็อ่อนลงเล็กน้อย เขามองใบหน้าหวานนั้นแล้วเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
“คุณดูไม่ใช่คนที่จะทำร้ายฉัน…”
คำพูดนั้นยังดังก้องในหัวเมฆ แม้หญิงสาวจะพูดเสียงเบา ๆ แต่กลับทิ้งแรงสะเทือนมากกว่ากระสุนหลายลูกในสนามรบ
เขามองใบหน้าหวานนั้นอีกครั้ง พลับก้มหน้ากลับมาทำแผลให้ต่อ สีหน้าจริงจังจนน่าขำเล็ก ๆ เพราะเธอดูตั้งใจเหมือนกำลังวาดรูป ไม่ใช่กำลังเช็ดเลือดบนแขนชายแปลกหน้า
“เสร็จแล้ว” เธอพูดหลังจากพันผ้าเรียบร้อย ก่อนจะถอยไปนั่งบนโซฟา พยายามหายใจให้เป็นจังหวะ
“คุณจะกลับเลยมั้ย? หรือต้องให้ฉันเรียกแท็กซี่ให้?”
เมฆหันไปมองประตูห้อง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“กลับไม่ได้”
“ทำไมล่ะ?”
“ไม่มีที่ไหนจะปลอดภัยตอนนี้… แล้วโรงพยาบาลก็เสี่ยง คนของมันอาจตามไปดักได้”
พลับชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
“คุณจะ... อยู่ที่นี่เหรอ?”
เมฆไม่ตอบทันที ดวงตาคมสบเธอตรง ๆ แบบที่ไม่ได้ข่มขู่ ไม่ได้ยโส แค่... ซื่อตรง
“ขอแค่นอนพักสักคืน พรุ่งนี้เช้าฉันจะไป”
พลับมองเขานิ่ง ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจ แต่เพราะมันน่าประหลาดใจมากกว่าที่ชายคนนี้—หัวหน้าแก๊งยากูซ่าชื่อดังจะมานั่งขอค้างในห้องเช่าของหญิงสาวธรรมดา
“ได้ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ ก่อนจะลุกขึ้น “โซฟานอนสบายอยู่ แต่หมอนผ้าห่มมีแค่นี้นะ”
เธอหยิบชุดเครื่องนอนจากตู้ข้างห้องแล้วโยนให้เขาเบา ๆ
เมฆรับไว้เงียบ ๆ แต่ก่อนจะเดินไปที่โซฟา เขาหันกลับมาถาม
“เธอไม่กลัวฉันเลยจริง ๆ เหรอ?”
พลับหันกลับมายิ้มจาง ๆ “ฉันก็แค่ไม่คิดว่าคนที่โดนฟันเลือดอาบแต่ยังเอาตัวเองบังฉันไว้จะเป็นคนเลว... เท่านั้นแหละ”
เมฆยิ้ม—รอยยิ้มที่หายากนักในชีวิตเขา มันไม่ได้ยียวน หรือเย็นชา แต่มันคือรอยยิ้มบางเบาที่แสดงว่าเขา ‘รับรู้’
“คืนนี้... ขอบคุณนะ พลับ”
หญิงสาวเบิกตาเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะจำชื่อเธอได้
“ฝันดีค่ะ คุณเมฆ”
เขาไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟา ผ่อนลมหายใจยาวครั้งแรกในรอบหลายวัน
ห้องเล็ก ๆ ตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงแอร์เบา ๆ กับลมหายใจที่สม่ำเสมอ
ลูกพลับยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ กำลังล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ดวงตาเธอยังเบิกกว้างจากความวุ่นวายที่เพิ่งจบลง
"เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันเนี่ย..." เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ ก่อนใช้ผ้าขนหนูซับหน้าแล้วเดินกลับออกมา
เมฆนอนตะแคงหันหน้าเข้าพนักโซฟา ผ้าห่มบางคลุมไว้ครึ่งตัว เขาดูหลับสนิท แต่ลูกพลับรู้ดีว่าเขาไม่ได้ไว้ใจโลกขนาดจะหลับง่ายแบบนั้น
เธอหยุดยืนมองเขานิ่ง ๆ ราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง
ในยามหลับ รอยแข็งกร้าวของเขากลับจางหายไปหมด เหลือไว้เพียงเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่ชวนให้สงสัยว่า... ชายคนนี้ใช้ชีวิตมาแบบไหนกันแน่
พลับนั่งลงเบา ๆ ที่พื้นข้างโซฟา หันหน้าไปทางหน้าต่าง
เงาของตึกสูงข้างนอกทอดลงบนม่านห้องพักของเธอเป็นเส้นยาว
เธอถอนหายใจเบา ๆ มือกอดเข่าตัวเองไว้
“คืนนี้...มันอะไรกันนะ” เธอพูดพึมพำเบา ๆ “อยู่ดี ๆ ก็มีแก๊งนักเลง ไล่ยิง ไล่ฟัน แล้วก็ผู้ชายคนนี้…”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เธอเดือดร้อนหรอกนะ”
เสียงนั้นทำให้เธอสะดุ้ง หันกลับไปอย่างตกใจ
เมฆยังคงนอนตะแคง แต่ลืมตาข้างหนึ่ง ดวงตาคมจ้องเธออยู่ใต้แสงสลัว
“ขอโทษ... ฉันนึกว่าคุณหลับไปแล้ว...” เธอพูดเบา ๆ
“ไม่ใช่คนหลับง่าย” เขาตอบเรียบ ๆ “โดยเฉพาะในที่ที่ไม่คุ้น”
ลูกพลับพยักหน้าเบา ๆ หยิบหมอนมากอดแน่นขึ้นเล็กน้อย
“แล้ว... แบบนี้คุณจะไปจากตรงนี้ยังไงพรุ่งนี้?”
“ก่อนฟ้าสาง” เมฆตอบ “ฉันมีคนของฉัน... แต่ยังไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันอยู่ที่ไหนตอนนี้”
“มีคนตามคุณอยู่เหรอ?”
“มีคนอยากฆ่าฉัน” เขาพูดตรง ๆ แบบไม่ปิดบัง
เงียบ...
“แล้วคุณ... ไม่กลัวเหรอ?” เธอกลั้นใจถาม “ใช้ชีวิตแบบนั้น... มีศัตรูเยอะขนาดนั้น”
เมฆไม่ตอบทันที เขานิ่งไปอึดใจ ก่อนพูดเสียงแผ่วลงกว่าเดิม
“บางคนไม่มีทางเลือก…”
พลับเงียบตามไปด้วย เธอไม่รู้จักโลกของเขา ไม่เข้าใจว่ายากูซ่า มาเฟีย เจ้าพ่อ คืออะไร มีหน้าที่แบบไหน แต่เธอเชื่อว่าสายตาแบบนั้น — สายตาของคนที่เหนื่อยกับโลก — มันจริงเกินกว่าจะเสแสร้ง
“ฉันเชื่อว่าคุณไม่ได้อยากเป็นแบบนั้นหรอก” เธอพูดเบา ๆ “ถ้าเลือกได้...”
เมฆไม่ตอบอีกเช่นเคย เขาแค่หลับตา
พลับเงียบไปนาน ราวกับเธอเองก็ต้องการเวลา
“ฉันก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอกค่ะ” เธอพูดต่อ “อยู่คนเดียว...ก็กลัวเหมือนกัน แต่ยังดีที่วันนี้ไม่เป็นไร...”
“ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไร” เขาพูดแทรกเบา ๆ น้ำเสียงนั้นจริงจังจนเธอสะดุด
“คุณไม่ต้องพูดแบบนั้นก็ได้ ฉันแค่...” เธอยิ้มจาง ๆ “คุณเป็นคนแปลกนะ”
เมฆหัวเราะในลำคอเบา ๆ ครั้งแรก
“ฉันก็คิดว่าเธอแปลกเหมือนกัน”
เงียบอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่อุ่น ไม่อึดอัด
“นอนเถอะ” เขาพูด “ฉันจะเฝ้าห้องไว้ให้เอง”
ลูกพลับยิ้ม พลิกตัวนอนบนที่นอนในห้องนอนเธอ ไม่พูดอะไรอีก
เมฆลืมตาอีกครั้งหนึ่ง มองเพดานเบา ๆ
คืนนี้...เงียบกว่าที่เคย
และอบอุ่นกว่าเขาคิดไว้
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องเล็ก ๆ ที่ยังอบอวลไปด้วยความเงียบ ร่างสูงบนโซฟายังคงนอนนิ่งในท่าตะแคง แต่คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เสียงบางอย่างดังแผ่วเบา
แกรก...
เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกช้า ๆ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ บนพื้นห้อง ราวกับเจ้าของเสียงพยายามเดินเบาที่สุด แต่สำหรับคนที่หลับตาอยู่... มันดังพอจะปลุกเขาจากภวังค์
เมฆค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคมกระพริบเบา ๆ เพื่อปรับเข้ากับแสง ก่อนจะหันหน้าช้า ๆ ไปทางต้นเสียง
และนั่นเอง...
สิ่งแรกที่เขาเห็นในเช้าวันใหม่ คือ ลูกพลับ — หญิงสาวเจ้าของห้อง ผู้มีผ้าขนหนูพันตัวเพียงผืนเดียว ผมยาวดำขลับยังเปียกเล็กน้อยจากการเพิ่งอาบน้ำ เส้นผมแนบลงตามแนวคอและลาดไหล่ เธอกำลังเดินหาของอยู่เงียบ ๆ อย่างไม่รู้เลยว่าเขาตื่นขึ้นแล้ว
เมฆเบิกตาขึ้นนิดเดียว แล้วรีบหลับตาใหม่ทันที
“โว้ย...” เขาบ่นในใจเงียบ ๆ กลอกตาใต้เปลือกตาแน่น
นี่มันเช้าแบบไหนกันวะ...
เขาพยายามนอนนิ่งต่อ พยายามทำใจให้สงบ
แต่เสียงฝีเท้าและภาพเมื่อครู่ก็วนเวียนในหัวอยู่ไม่หยุด
ผู้หญิงคนนั้น...
ผิวขาว หุ่นดี หอมสบู่อ่อน ๆ... และยังไม่รู้ตัวเลยว่าเขาตื่นแล้ว
“คุณเมฆ... ตื่นรึยังคะ?”
เสียงใสของหญิงสาวดังขึ้น ทำให้เขาลืมตาอีกครั้ง คราวนี้ลูกพลับเปลี่ยนจากเดินไปมาเป็นยืนมองตรงมาที่เขาแล้ว
“แกล้งหลับเหรอ?” เธอถามยิ้ม ๆ
“ก็พยายามอยู่...” เมฆตอบเสียงงัวเงีย พรางยกมือปิดตาตัวเองไว้ “แต่บางคนเดินไปเดินมา... ใส่แค่ผ้าเช็ดตัวแบบนั้น ใครจะหลับลงวะ...”
ลูกพลับหน้าแดงทันที “ว้าย! ขอโทษ!”
เธอกระโดดกลับเข้าห้องน้ำทันที แล้วตะโกนลอดประตูออกมา
“งั้น... คุณตื่นเลยค่ะ! เดี๋ยวฉันลงไปซื้อข้าวกับยาข้างล่าง แป๊บเดียวเองนะ”
เมฆหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางนอนมองเพดานต่อ “เออ... รีบไป รีบกลับ เดี๋ยวจะเป็นลมก่อนกินยา”
“ค่ะ ๆ! อย่าขยับแผลด้วยนะ!” เสียงเธอดังลอดออกมา
เมฆมองประตูห้องน้ำ แล้วหลุดยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ลูกพลับกลับขึ้นมาบนห้องพร้อมถุงข้าวต้มร้อน ๆ และถุงยาในมือ กลิ่นหอมจาง ๆ ของขิงลอยออกมาจากถุงทันทีที่เธอเปิด
“มากินข้าวค่ะ ก่อนจะเย็นหมด” เธอวางถุงลงบนโต๊ะตัวเล็กหน้าทีวี แล้วหันไปมองเมฆที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่โซฟา
“แค่ข้าวต้ม... หรูไม่ทันใจนายใหญ่ใช่ไหมคะ?” เธอแซวเบา ๆ
เมฆมองเธอพร้อมยักคิ้วเล็กน้อย “หรูมาก... ไม่เคยมีใครหาข้าวเช้ามาให้กินแบบนี้มานานแล้ว”
เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อนั่งให้ตรงขึ้น แม้แผลที่แขนจะตึง แต่ก็ไม่ถึงกับรบกวน
ลูกพลับยื่นถ้วยข้าวต้มให้ พร้อมวางยาพาราและน้ำเปล่าใกล้ ๆ
“กินยาด้วยนะคะ เดี๋ยวแผลจะอักเสบ”
เมฆพยักหน้าแล้วหยิบยาขึ้นมากินตามคำสั่งเงียบ ๆ จากนั้นก็ตักข้าวต้มร้อนเข้าปากอย่างช้า ๆ
ลูกพลับนั่งตรงข้ามเขา บรรยากาศในห้องเงียบสงบเหมือนบ้านเช้า ๆ ทั่วไป ทั้งที่เมื่อคืนมันเคยเต็มไปด้วยความวุ่นวาย การวิ่งหนี และเสียงปืน
“อร่อยกว่าที่คิดแฮะ” เมฆพูดขึ้น หลังกลืนคำที่สาม
“ก็ร้านหน้าปากซอยนั่นแหละค่ะ” พลับตอบยิ้ม ๆ “เขาเจ้าเก่า เจ้าเด็ดเลยนะ”
เมฆยิ้มบาง ๆ ขณะเคี้ยวอีกคำ
หลังจากอิ่มทั้งข้าวและยา เมฆวางถ้วยลง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ที่จำได้แม่น
ปลายสายรับแทบจะทันที
“ครับพี่เมฆ!?”
เสียงเข้มดังลอดจากปลายสาย พร้อมกับความตื่นตัวเต็มร้อย