แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: ไรท์มาย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-09 14:39:28

บทที่2 กะทันหัน

เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นบันไดหนีไฟดังชัดในความเงียบของกลางคืน ทั้งเมฆและลูกพลับวิ่งฝ่าความมืดออกจากจุดปะทะเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แม้จะรอดพ้นจากสายตาคนของแก๊งอัคนีได้ แต่แรงวิ่งหนีและความร้อนรนก็ทำให้ต่างคนต่างหอบเหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหว

“...แฮ่ก...” ลูกพลับหยุดหายใจเฮือกยาว มือเท้ากำแพงห้องพักชั้นห้า ก่อนจะหันไปมองชายแปลกหน้าที่วิ่งตามมา “นี่คุณ...โอเคมั้ย?”

เมฆไม่ตอบในทันที แค่ยืนนิ่ง หอบหายใจหนัก ดวงตาคมกริบมองไปรอบบริเวณหน้าคอนโดเล็ก ๆ ของหญิงสาว

“ที่นี่ปลอดภัยหรือเปล่า?” เขาถามเสียงทุ้ม ยังแผ่วจากแรงหอบ

“ไม่มีใครรู้จักฉันหรอก และไม่มีใครรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่... ก็คิดว่านะ...” พลับตอบพร้อมไขกุญแจ “ไม่งั้นจะพามาทำไมล่ะ”

ประตูห้องเล็ก ๆ เปิดออก เผยให้เห็นภายในที่เรียบง่ายสะอาดตา เต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มและลมหายใจของความเป็นบ้าน

“เชิญ...” พลับพูดเรียบ ๆ แล้วผายมือ

เมฆเดินเข้าไปอย่างเงียบงัน ท่าทางของเขาดูสงบแต่แฝงความอึดอัดบางอย่างไว้ลึก ๆ จนหญิงสาวรู้สึกได้

“คุณ...” เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แสงไฟห้องที่สว่างขึ้นทำให้เธอสังเกตเห็นบางสิ่ง

“เลือด...!”

เธอรีบเดินเข้ามาใกล้ “คุณ! คุณเลือดออก!”

เมฆยกแขนขึ้นดู ถึงได้เห็นว่าแขนเสื้อสูทขาดเป็นแนวยาว มีเลือดซึมเป็นวงกว้าง คราบสีเข้มยังเปื้อนลงมาถึงข้อมือ

“โดนตอนชุลมุนเหรอ!?” พลับเสียงสูง ดวงตาเบิกกว้าง

เมฆขมวดคิ้วเบา ๆ เหมือนไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน “มันชาไปหมด”

“เดี๋ยว! นั่งลงก่อน!” พลับลากเก้าอี้ให้เขานั่ง “อย่าเพิ่งขยับ เดี๋ยวฉันเอากล่องยามา”

เธอรีบเดินเข้าครัว เปิดตู้ล่างสุด หยิบกล่องปฐมพยาบาลสีขาวออกมาพร้อมผ้าสะอาดและแอลกอฮอล์

เมฆนั่งนิ่ง ไม่พูดอะไร มือข้างหนึ่งกดแผลไว้หลวม ๆ สายตากลับมองสำรวจห้องเงียบ ๆ ห้องเล็ก ๆ ที่เรียบง่าย แต่มีความเป็นชีวิตจริงมากกว่าทุกคฤหาสน์ที่เขาอยู่

“โอเค เดี๋ยวฉันเช็ดแผลให้” พลับพูด ก่อนนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ มือค่อย ๆ เลิกแขนเสื้อของเขาอย่างเบามือ

เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแวบหนึ่ง “ขอโทษนะ ถ้ามันแสบ...”

“ฉันไม่เป็นไร” เมฆตอบสั้น ๆ

แต่ทันทีที่แอลกอฮอล์สัมผัสผิวหนัง ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อย แสดงออกผ่านสีหน้าคาดไม่ถึง

“เห็นมั้ยล่ะ” พลับอดยิ้มไม่ได้ “คุณเก่งก็จริง แต่ก็ไม่ใช่เหล็กไหลนี่นา”

เมฆมองเธออย่างแปลกใจเล็กน้อย เขาไม่ชินกับใครพูดแบบนี้กับเขา

“เธอไม่กลัวฉันเลยเหรอ?” เขาถามขึ้นเสียงต่ำ

พลับหยุดมือเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้น “เมื่อกี้กลัวค่ะ... แต่ตอนนี้...”

เธอมองตาเขา “คุณดูไม่ใช่คนที่จะทำร้ายฉัน”

เงียบ…

เมฆไม่ตอบ แต่สีหน้าที่เคยแข็งก็อ่อนลงเล็กน้อย เขามองใบหน้าหวานนั้นแล้วเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“คุณดูไม่ใช่คนที่จะทำร้ายฉัน…”

คำพูดนั้นยังดังก้องในหัวเมฆ แม้หญิงสาวจะพูดเสียงเบา ๆ แต่กลับทิ้งแรงสะเทือนมากกว่ากระสุนหลายลูกในสนามรบ

เขามองใบหน้าหวานนั้นอีกครั้ง พลับก้มหน้ากลับมาทำแผลให้ต่อ สีหน้าจริงจังจนน่าขำเล็ก ๆ เพราะเธอดูตั้งใจเหมือนกำลังวาดรูป ไม่ใช่กำลังเช็ดเลือดบนแขนชายแปลกหน้า

“เสร็จแล้ว” เธอพูดหลังจากพันผ้าเรียบร้อย ก่อนจะถอยไปนั่งบนโซฟา พยายามหายใจให้เป็นจังหวะ

“คุณจะกลับเลยมั้ย? หรือต้องให้ฉันเรียกแท็กซี่ให้?”

เมฆหันไปมองประตูห้อง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

“กลับไม่ได้”

“ทำไมล่ะ?”

“ไม่มีที่ไหนจะปลอดภัยตอนนี้… แล้วโรงพยาบาลก็เสี่ยง คนของมันอาจตามไปดักได้”

พลับชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าช้า ๆ

“คุณจะ... อยู่ที่นี่เหรอ?”

เมฆไม่ตอบทันที ดวงตาคมสบเธอตรง ๆ แบบที่ไม่ได้ข่มขู่ ไม่ได้ยโส แค่... ซื่อตรง

“ขอแค่นอนพักสักคืน พรุ่งนี้เช้าฉันจะไป”

พลับมองเขานิ่ง ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจ แต่เพราะมันน่าประหลาดใจมากกว่าที่ชายคนนี้—หัวหน้าแก๊งยากูซ่าชื่อดังจะมานั่งขอค้างในห้องเช่าของหญิงสาวธรรมดา

“ได้ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ ก่อนจะลุกขึ้น “โซฟานอนสบายอยู่ แต่หมอนผ้าห่มมีแค่นี้นะ”

เธอหยิบชุดเครื่องนอนจากตู้ข้างห้องแล้วโยนให้เขาเบา ๆ

เมฆรับไว้เงียบ ๆ แต่ก่อนจะเดินไปที่โซฟา เขาหันกลับมาถาม

“เธอไม่กลัวฉันเลยจริง ๆ เหรอ?”

พลับหันกลับมายิ้มจาง ๆ “ฉันก็แค่ไม่คิดว่าคนที่โดนฟันเลือดอาบแต่ยังเอาตัวเองบังฉันไว้จะเป็นคนเลว... เท่านั้นแหละ”

เมฆยิ้ม—รอยยิ้มที่หายากนักในชีวิตเขา มันไม่ได้ยียวน หรือเย็นชา แต่มันคือรอยยิ้มบางเบาที่แสดงว่าเขา ‘รับรู้’

“คืนนี้... ขอบคุณนะ พลับ”

หญิงสาวเบิกตาเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะจำชื่อเธอได้

“ฝันดีค่ะ คุณเมฆ”

เขาไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟา ผ่อนลมหายใจยาวครั้งแรกในรอบหลายวัน

ห้องเล็ก ๆ ตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงแอร์เบา ๆ กับลมหายใจที่สม่ำเสมอ

ลูกพลับยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ กำลังล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ดวงตาเธอยังเบิกกว้างจากความวุ่นวายที่เพิ่งจบลง

"เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันเนี่ย..." เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ ก่อนใช้ผ้าขนหนูซับหน้าแล้วเดินกลับออกมา

เมฆนอนตะแคงหันหน้าเข้าพนักโซฟา ผ้าห่มบางคลุมไว้ครึ่งตัว เขาดูหลับสนิท แต่ลูกพลับรู้ดีว่าเขาไม่ได้ไว้ใจโลกขนาดจะหลับง่ายแบบนั้น

เธอหยุดยืนมองเขานิ่ง ๆ ราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง

ในยามหลับ รอยแข็งกร้าวของเขากลับจางหายไปหมด เหลือไว้เพียงเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่ชวนให้สงสัยว่า... ชายคนนี้ใช้ชีวิตมาแบบไหนกันแน่

พลับนั่งลงเบา ๆ ที่พื้นข้างโซฟา หันหน้าไปทางหน้าต่าง

เงาของตึกสูงข้างนอกทอดลงบนม่านห้องพักของเธอเป็นเส้นยาว

เธอถอนหายใจเบา ๆ มือกอดเข่าตัวเองไว้

“คืนนี้...มันอะไรกันนะ” เธอพูดพึมพำเบา ๆ “อยู่ดี ๆ ก็มีแก๊งนักเลง ไล่ยิง ไล่ฟัน แล้วก็ผู้ชายคนนี้…”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เธอเดือดร้อนหรอกนะ”

เสียงนั้นทำให้เธอสะดุ้ง หันกลับไปอย่างตกใจ

เมฆยังคงนอนตะแคง แต่ลืมตาข้างหนึ่ง ดวงตาคมจ้องเธออยู่ใต้แสงสลัว

“ขอโทษ... ฉันนึกว่าคุณหลับไปแล้ว...” เธอพูดเบา ๆ

“ไม่ใช่คนหลับง่าย” เขาตอบเรียบ ๆ “โดยเฉพาะในที่ที่ไม่คุ้น”

ลูกพลับพยักหน้าเบา ๆ หยิบหมอนมากอดแน่นขึ้นเล็กน้อย

“แล้ว... แบบนี้คุณจะไปจากตรงนี้ยังไงพรุ่งนี้?”

“ก่อนฟ้าสาง” เมฆตอบ “ฉันมีคนของฉัน... แต่ยังไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันอยู่ที่ไหนตอนนี้”

“มีคนตามคุณอยู่เหรอ?”

“มีคนอยากฆ่าฉัน” เขาพูดตรง ๆ แบบไม่ปิดบัง

เงียบ...

“แล้วคุณ... ไม่กลัวเหรอ?” เธอกลั้นใจถาม “ใช้ชีวิตแบบนั้น... มีศัตรูเยอะขนาดนั้น”

เมฆไม่ตอบทันที เขานิ่งไปอึดใจ ก่อนพูดเสียงแผ่วลงกว่าเดิม

“บางคนไม่มีทางเลือก…”

พลับเงียบตามไปด้วย เธอไม่รู้จักโลกของเขา ไม่เข้าใจว่ายากูซ่า มาเฟีย เจ้าพ่อ คืออะไร มีหน้าที่แบบไหน แต่เธอเชื่อว่าสายตาแบบนั้น — สายตาของคนที่เหนื่อยกับโลก — มันจริงเกินกว่าจะเสแสร้ง

“ฉันเชื่อว่าคุณไม่ได้อยากเป็นแบบนั้นหรอก” เธอพูดเบา ๆ “ถ้าเลือกได้...”

เมฆไม่ตอบอีกเช่นเคย เขาแค่หลับตา

พลับเงียบไปนาน ราวกับเธอเองก็ต้องการเวลา

“ฉันก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอกค่ะ” เธอพูดต่อ “อยู่คนเดียว...ก็กลัวเหมือนกัน แต่ยังดีที่วันนี้ไม่เป็นไร...”

“ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไร” เขาพูดแทรกเบา ๆ น้ำเสียงนั้นจริงจังจนเธอสะดุด

“คุณไม่ต้องพูดแบบนั้นก็ได้ ฉันแค่...” เธอยิ้มจาง ๆ “คุณเป็นคนแปลกนะ”

เมฆหัวเราะในลำคอเบา ๆ ครั้งแรก

“ฉันก็คิดว่าเธอแปลกเหมือนกัน”

เงียบอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่อุ่น ไม่อึดอัด

“นอนเถอะ” เขาพูด “ฉันจะเฝ้าห้องไว้ให้เอง”

ลูกพลับยิ้ม พลิกตัวนอนบนที่นอนในห้องนอนเธอ ไม่พูดอะไรอีก

เมฆลืมตาอีกครั้งหนึ่ง มองเพดานเบา ๆ

คืนนี้...เงียบกว่าที่เคย

และอบอุ่นกว่าเขาคิดไว้

แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องเล็ก ๆ ที่ยังอบอวลไปด้วยความเงียบ ร่างสูงบนโซฟายังคงนอนนิ่งในท่าตะแคง แต่คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

เสียงบางอย่างดังแผ่วเบา

แกรก...

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกช้า ๆ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ บนพื้นห้อง ราวกับเจ้าของเสียงพยายามเดินเบาที่สุด แต่สำหรับคนที่หลับตาอยู่... มันดังพอจะปลุกเขาจากภวังค์

เมฆค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคมกระพริบเบา ๆ เพื่อปรับเข้ากับแสง ก่อนจะหันหน้าช้า ๆ ไปทางต้นเสียง

และนั่นเอง...

สิ่งแรกที่เขาเห็นในเช้าวันใหม่ คือ ลูกพลับ — หญิงสาวเจ้าของห้อง ผู้มีผ้าขนหนูพันตัวเพียงผืนเดียว ผมยาวดำขลับยังเปียกเล็กน้อยจากการเพิ่งอาบน้ำ เส้นผมแนบลงตามแนวคอและลาดไหล่ เธอกำลังเดินหาของอยู่เงียบ ๆ อย่างไม่รู้เลยว่าเขาตื่นขึ้นแล้ว

เมฆเบิกตาขึ้นนิดเดียว แล้วรีบหลับตาใหม่ทันที

“โว้ย...” เขาบ่นในใจเงียบ ๆ กลอกตาใต้เปลือกตาแน่น

นี่มันเช้าแบบไหนกันวะ...

เขาพยายามนอนนิ่งต่อ พยายามทำใจให้สงบ

แต่เสียงฝีเท้าและภาพเมื่อครู่ก็วนเวียนในหัวอยู่ไม่หยุด

ผู้หญิงคนนั้น...

ผิวขาว หุ่นดี หอมสบู่อ่อน ๆ... และยังไม่รู้ตัวเลยว่าเขาตื่นแล้ว

“คุณเมฆ... ตื่นรึยังคะ?”

เสียงใสของหญิงสาวดังขึ้น ทำให้เขาลืมตาอีกครั้ง คราวนี้ลูกพลับเปลี่ยนจากเดินไปมาเป็นยืนมองตรงมาที่เขาแล้ว

“แกล้งหลับเหรอ?” เธอถามยิ้ม ๆ

“ก็พยายามอยู่...” เมฆตอบเสียงงัวเงีย พรางยกมือปิดตาตัวเองไว้ “แต่บางคนเดินไปเดินมา... ใส่แค่ผ้าเช็ดตัวแบบนั้น ใครจะหลับลงวะ...”

ลูกพลับหน้าแดงทันที “ว้าย! ขอโทษ!”

เธอกระโดดกลับเข้าห้องน้ำทันที แล้วตะโกนลอดประตูออกมา

“งั้น... คุณตื่นเลยค่ะ! เดี๋ยวฉันลงไปซื้อข้าวกับยาข้างล่าง แป๊บเดียวเองนะ”

เมฆหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางนอนมองเพดานต่อ “เออ... รีบไป รีบกลับ เดี๋ยวจะเป็นลมก่อนกินยา”

“ค่ะ ๆ! อย่าขยับแผลด้วยนะ!” เสียงเธอดังลอดออกมา

เมฆมองประตูห้องน้ำ แล้วหลุดยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

ลูกพลับกลับขึ้นมาบนห้องพร้อมถุงข้าวต้มร้อน ๆ และถุงยาในมือ กลิ่นหอมจาง ๆ ของขิงลอยออกมาจากถุงทันทีที่เธอเปิด

“มากินข้าวค่ะ ก่อนจะเย็นหมด” เธอวางถุงลงบนโต๊ะตัวเล็กหน้าทีวี แล้วหันไปมองเมฆที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่โซฟา

“แค่ข้าวต้ม... หรูไม่ทันใจนายใหญ่ใช่ไหมคะ?” เธอแซวเบา ๆ

เมฆมองเธอพร้อมยักคิ้วเล็กน้อย “หรูมาก... ไม่เคยมีใครหาข้าวเช้ามาให้กินแบบนี้มานานแล้ว”

เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อนั่งให้ตรงขึ้น แม้แผลที่แขนจะตึง แต่ก็ไม่ถึงกับรบกวน

ลูกพลับยื่นถ้วยข้าวต้มให้ พร้อมวางยาพาราและน้ำเปล่าใกล้ ๆ

“กินยาด้วยนะคะ เดี๋ยวแผลจะอักเสบ”

เมฆพยักหน้าแล้วหยิบยาขึ้นมากินตามคำสั่งเงียบ ๆ จากนั้นก็ตักข้าวต้มร้อนเข้าปากอย่างช้า ๆ

ลูกพลับนั่งตรงข้ามเขา บรรยากาศในห้องเงียบสงบเหมือนบ้านเช้า ๆ ทั่วไป ทั้งที่เมื่อคืนมันเคยเต็มไปด้วยความวุ่นวาย การวิ่งหนี และเสียงปืน

“อร่อยกว่าที่คิดแฮะ” เมฆพูดขึ้น หลังกลืนคำที่สาม

“ก็ร้านหน้าปากซอยนั่นแหละค่ะ” พลับตอบยิ้ม ๆ “เขาเจ้าเก่า เจ้าเด็ดเลยนะ”

เมฆยิ้มบาง ๆ ขณะเคี้ยวอีกคำ

หลังจากอิ่มทั้งข้าวและยา เมฆวางถ้วยลง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ที่จำได้แม่น

ปลายสายรับแทบจะทันที

“ครับพี่เมฆ!?”

เสียงเข้มดังลอดจากปลายสาย พร้อมกับความตื่นตัวเต็มร้อย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 97

    เสียงเพลงเปลี่ยนเป็นจังหวะช้า พิธีกรประกาศเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำแต่บอกเลยว่า… งานนี้ไม่ใช่เต้นรำธรรมดา เพราะแฝดสี่ตะโกนขึ้นกลางฟลอร์ว่า “หนูอยากเต้นด้วย!!” พร้อมกระโดดตะกายพ่อแม่กันยกใหญ่ในวินาทีนั้น พลับและพลอยสบตากัน ก่อนจะหลุดขำเสียงดัง แล้วก็ช่วยกันจับมือลูกทั้งสี่คนขึ้นฟลอร์ไปด

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 96

    บทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น แ

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 95

    เสียงนาวาร้องอย่างตื่นเต้น แล้วรีบวิ่งไปหามุมประจำที่นั่งกับน้องๆพลอยและภูผาก็เดินมาพร้อมกัน “เมื่อคืนหลับกันสบายมั้ยคะ?” พลอยถามพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปมองเมฆที่ทำหน้าเหมือนคนไม่ได้นอนเต็มตา“สบายดีครับพลอย…” เมฆตอบ แต่โดนซันหันมาแซวทันที “พี่เมฆอ่ะเหรอ สบายจนหน้ายุ่งเลยครับเมื่อคืน”ทุกคนหัวเรา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 94

    “อ๊ะ...อื้มมมม”เสียงครางฮือของเมฆาดังออกมาจากลำคอด้วยความเคลิบเคลิ้ม ราวกับถูกเวทย์มนต์ ทั้งสองลิ้นตวัดกันไปมาอย่างร้อนแรง แล้วมือหนาของเมฆก็เริ่มลูบคลำผิวเนียนของเธอทั่วร่าง แล้วมือหนาก็ขยับมานวดเคล้นเนินอกขาวๆทั้งสองข้างสลับไปมาใบหน้าหล่อเหลาซุกคอขาวของเธอพร้อมดูดดึงทิ้งรอยจูบไปทั่ว ปากไล้เลียมา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 93

    บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 92

    อีกด้านหนึ่ง เมฆ ภูผา และซันกำลังยืนคุยกันอย่างเคร่งเครียด"ได้ข่าวว่า…เฮียเหวินตายแล้ว" ซันพูดเสียงต่ำ สายตานิ่งสนิทขณะยกกาแฟขึ้นจิบภูผาเลิกคิ้ว "จริงดิ?""อืม ได้ข่าวจากคนในฮ่องกง ส่งต่อกันมาทางคนของเรา เฮียเหวินหัวใจวาย กะทันหัน" ซันพยักหน้าเมฆยืนนิ่ง สายตาจ้องวิวกรุงเทพที่กำลังจะค่ำ "กงเหว่ยร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status