تسجيل الدخول“เมื่อเธอต้องมาเป็นของ ’ตาย’ ให้กับมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในวงการสีเทา ’พ่อขี้เมา‘ ขายเธอให้กับบ่อนการพนัน“
عرض المزيدณ บ้านเช่าหลังเล็ก
[เวลา 06.00 น.] ในห้องนอนบนชั้นสองของบ้านไม้เก่า ๆ แสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าลอดผ่านช่องว่างของหน้าต่างไม้เข้ามา ดวงตาคู่สวยกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับหาแสงสักครู่ “อือ…ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกอีกแล้วเหรอ“ เธอเอ่ยพึมพำพลางบิดขี้เกียจไปมาอยู่บนเตียง ’ชีวิตเจ้ากรรมตื่นก่อนนาฬิกาทุกวัน’ เอวา ลลิตา ปัญญายิ่งทรัพย์ อายุ 25 ปี พริตตี้สาวสวยตัวท็อปของวงการ ตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานอย่างเช่นทุกวันเธอบิดขี้เกียจไปมาบนเตียงก่อนจะรีบลุกออกจากเตียงเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอน ร่างบางยืนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ฝักบัวฮัมเพลงอย่างมีความสุข ผิวพรรณขาวนวลพอกด้วยฟองสบู่กลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งห้องน้ำขนาดเล็ก “อ๊ะ! เจ็บหน้าอกจังประจำเดือนจะมาเหรอ” เธอร้องออกมาเสียงหลงขณะที่ลูบไล้ฟองสบู่ที่หน้าอกอวบใบหน้าสวยยู่หน้าลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเจ็บ “อื้อ! จริง ๆ ด้วยทำแต่งานจนลืมวันที่ประจำเดือนมาเลยเหรอนี่” เธอร้องเสียงหลงออกมาอีกครั้งเมื่อก้มลงมองเรียวขาขาวที่มีเลือดสีแดงไหลลงมาเป็นทางยาว เอวาถึงแม้ว่าจะตัวเล็กตัวน้อยแต่เธอก็อึดมากรับงานตลอดไม่เคยมีวันหยุดเลยสักวัน ความขยันอยู่คู่กับเธอเหมือนเงาตามตัวมาตั้งแต่อายุ 15 ปี หลังจากแม่จากไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อ 10 ปีก่อนเธอก็ต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยแบบนี้ตลอดเพื่อช่วยพ่อหาเงินมาใช้จ่ายภายในบ้านและส่งเสียตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรีอย่างที่เธอใฝ่ฝันเอาไว้ “เฮ้ย! เบื่อจังทำไมต้องมาวันนี้ด้วยนะ” เอวาบ่นพึมพำก่อนจะรีบล้างตัว มือบางหยิบผ้าขนหนูสีขาวสะอาดมาเช็ดตัว 20 นาทีผ่านไปร่างบางในชุดเดรสสีขาวยืนหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง เธอหยิบเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่ต้องเจียดเงินจากค่าตัวมาเก็บหอมรอบริบซื้อเครื่องสำอางไว้แต่งหน้า อาชีพพริตตี้เครื่องสำอางก็เปรียบเหมือนกับอาวุธ โชคยังดีที่เธอมีหุ่นและผิวพรรณที่ดีมาแต่กำเนิดเลยไม่ต้องมานั่งเสียเงินกับเรื่องพวกนี้ “เรียบร้อย! วันนี้ต้องสวย เพราะงานแรกเงินค่าตัวหลักหมื่น สามงานวันนี้ฉันจะไหวไหม” เอวาหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำขึ้นมาฉีดเป็นขั้นตอนสุดท้าย เธอมองตัวเองในกระจกอีกครั้งด้วยความภูมิใจ แม้ร่างกายจะอ่อนเพลียจากการทำงานหนักสะสม และความรู้สึกหน่วงท้องที่เริ่มทวีคูณขึ้น แต่ใบหน้าสวยหวานกลับถูกฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเมื่อคิดไปถึงเงินค่าตัวที่จะได้รับวันนี้ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินไปหยิบยาแก้ปวดประจำเดือนผ้าอนามัยสำรองใส่ไว้ในกระเป๋า เธอก้าวลงจากชั้นสองของบ้าน เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าด! ตามอายุการใช้งาน กลิ่นกาแฟจาง ๆ ลอยมาจากในครัวทำให้เธอรู้ว่าพ่อของเธอคงตื่นมาเตรียมตัวออกไปขับรถรับจ้างเหมือนทุกวัน “พ่อเอวาไปก่อนนะ วันนี้เลิกดึกหน่อยนะคะ” เธอตะโกนบอกพลางสวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมมือสองที่เธอดูแลรักษาอย่างดี คมเดชทำเพียงปรายตามองลูกสาวเดินออกจากบ้านไปเงียบ ๆ ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่ทว่า ครืด! ครืด! ครืด! เสียงมือถือกลางเก่ากลางใหม่ของคมเดชในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น เขาล้วงมันออกมาดูมือไม้สั่นเทาเมื่อเห็นสายที่โทรเข้ามาตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่คมเดชจะตัดสินใจกดรับสาย ”เจ้าหนี้…“ “สะ สวัสดีครับพี่” “วันนี้มึงมีนัดกับเจ้านายกู อย่าลืม!” เสียงคนในสายเอ่ยบอกเสียงเรียบแต่แฝงไว้ซึ่งความดุดันน่าเกรงขาม คมเดชกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ครับ ครับ ผมไม่ลืม” ก่อนที่เขาจะตบปากรับคำ กาแฟร้อน ๆ อีกครึ่งแก้วกลายเป็นของแสลงจนเขากินมันต่อไม่ลง คมเดชลุกออกจากเก้าอี้เดินไปหยิบกุญแจรถ แท็กซี่เขียวเหลืองขับออกจากหน้าบ้านไปด้วยความรวดเร็ว “ห้าหมื่นกูจะไปหาจากที่ไหนได้วะ แม่งเอ๊ย!” ปัก! คมเดชตบพวงมาลัยรถอย่างแรงและสบถออกมาอย่างหัวเสีย วันนี้จะต้องจ่ายดอกเงินกู้ห้าหมื่นบาทเพราะเขาไม่มีจ่ายเลยผัดวันประกันพรุ่งมาร่วมสองเดือนแล้ว ช่วงนี้ขับแท็กซี่ก็ค่อนข้างยากรายได้ลดน้อยลงทุกวัน ไม่เหมือนแต่ก่อนที่มีลูกค้าตลอดรถแทบไม่ได้จอดพัก ดวงตาที่เริ่มเหี่ยวย่นกวาดสายตามองหาลูกค้าเที่ยวแรกแต่ก็ว่างเปล่า ทางด้านเอวา หลังจากที่ฝ่ารถติดมาถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมือง เธอก็รีบวิ่งตรงไปยังสถานที่นัดหมาย “เอวาทางนี้!” ชมพูเอ่ยเรียกเพื่อนเสียงดัง “ชมพูมานานแล้วเหรอ รถติดมากเลยอะ” “เพิ่งมาถึงเหมือนกัน เอานี่ซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมาฝาก” ชมพูเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเอวา ทั้งสองคบกันมาตั้งแต่เรียนจนเรียนจบพากันหางานทำสู้ชีวิตพอกัน “ขอบใจนะ เดี๋ยวเลี้ยงข้าวคืน” “อืม ไปเถอะรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน” “อิจฉาชมพูจังเลยบ้านอยู่ในเมืองมาทำงานง่าย กลับง่ายสะดวกไปหมด เราสิบ้านก็ไกล รถก็ติดแค่คิดก็เหนื่อยแล้วอะ” “ย้ายออกมาอยู่หอสิ ถูก ๆ แบบอยู่คนเดียวเอาไว้นอนพักหยุดงานค่อยกลับบ้าน เราว่าถ้าคำนวนดี ๆ เวลาในการเดินทางกับค่ารถของเอวาจ่ายค่าเช่าหอได้แล้วนะ” ชมพูเอ่ยขึ้น เพื่อนเดินทางค่อนข้างไกลถ้านั่งรถประจำทางก็หลายต่อ ขึ้นแท็กซี่ก็หลายบาท สู้เก็บรวบรวมค่ารถมาเป็นค่าเช่าจะดีกว่าแถมประหยัดเวลาด้วย “เราเป็นห่วงพ่อน่ะสิ ถึงความสัมพันธ์ของเรากับพ่อจะไม่ค่อยดี แต่เขาก็เหลือเราแค่คนเดียว” ชมพูเงียบไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเพื่อน ทั้งสองเดินมายังห้องแต่งตัวที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ “มากันแล้วเหรอ มาเร็วตลอดเลยสองคน” เสียงของโมเดลลิ่งคนสนิทเอ่ยทักสองสาวอย่างเป็นกันเอง “พี่เกดสวัสดีค่ะ” ทั้งสองไม่ลืมที่จะยกมือไหว้อย่างมีมารยาท “จ้า แต่เอ๊ะ! น้องเอวาวันนี้ทำไมหน้าซีดๆ” พี่เกดเอ่ยขึ้นทำให้ชมพูเองก็ต้องหันไปมองหน้าเพื่อน “ใช่ เอวาไม่สบายหรือเปล่าทำไมหน้าซีดจัง” “แค่ปวดท้องประจำเดือนนิดหน่อยนะ” “อ้าว งั้นกินหมูปิ้งสิมียาไหม” ชมพูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง “เราเอายามา” “งั้นน้องเอวากินอะไรรองท้องก่อนจะได้กินยาเหลือเวลาอีกเยอะกว่างานจะเริ่ม” พี่เกดก้มลงไปมองนาฬิกาข้อมือและเอ่ยบอกเธอค่อนข้างชอบสองสาวที่เป็นคนง่าย ๆ ไม่งอแง ไม่เรื่องเยอะอย่างคนอื่น ๆ ทั้งสองเลยอยู่ในอาชีพนี้ได้นานจากพริตตี้หางแถวขึ้นมาเป็นตัวท็อปและที่สำคัญทั้งสองไม่เลือกงานรับหมดทุกอย่างจะงานถูกงานแพงไม่เคยเกี่ยงทั้งที่เอวามีค่าตัวสูงถึงหลักแสนบาทงานพันงานหมื่นเธอก็ไม่เคยปฏิเสธเลย เอวานั่งกินหมูปิ้งที่เพื่อนซื้อมาฝากเงียบ ๆ “รีบกินเถอะ เดี๋ยวพี่ช่วยแต่งหน้ากลบความซีดให้ รับรองออกมาสวยพริ้ง” พี่เกดตบไหล่เอวาเบาๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปเตรียมเครื่องสำอางรอ เธอฝืนยิ้มขอบคุณพลางเคี้ยวข้าวเหนียวหมูปิ้งในมือ แม้จะรู้สึกพะอืดพะอมจากอาการปวดมวนในท้องที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น แต่เธอก็ต้องบังคับตัวเองให้กินเข้าไปเพื่อรองท้องสำหรับยาแก้ปวดที่เตรียมมา “ใส่ชุดนี้เหรอคะพี่เกด” ชมพูหยิบชุดจากราวหันมาถามโมเดลลิ่ง “ใช่จ๊ะ! เจ้าของงานเขาขอสีนี้มานะหายากมาก” “แดงได้ใจจริงๆ ค่ะพี่เกด” ชมพูอุทานพลางลูบเนื้อผ้า ชุดราตรีสั้นสีแดงเพลิง ตัดเย็บด้วยผ้าซาตินเนื้อดีที่เล่นกับแสงไฟ เสริมความเซ็กซี่ด้วยดีไซน์แหวกหน้าขาและโชว์แผ่นหลังกว้าง “พี่ถึงบอกไงสีหายากมาก ส่งให้ลูกค้าดูหลายชุด หลายแดงมากจนมาจบที่ชุดนี้สีแดงแจ๊ดนี่” พี่เกดส่ายหัวไปมากับความเรื่องเยอะของเจ้าของงาน เธอหาชุดอยู่ร่วมสองอาทิตย์กว่าจะได้อย่างที่ลูกค้าต้องการ “ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” ชมพูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง “ใช่สิ พี่ละเหนื่อย” เอวานั่งกินหมูปิ้งฟังทั้งสองคุยกันเงียบๆ ทันทีที่เอวากินยาเสร็จสองสาวก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า “ชุดรัดมาก อึดอัดจังวันนี้แกว่าฉันท้องป่องไหม” เอวาหันไปให้เพื่อนช่วยดูอาการปวดท้องก็ยังไม่หายแถมเหมือนจะท้องอืดขึ้นมาซะงั้น “นิดนึงอะ แต่ไม่น่าเกลียดนะแกไหวไหม” ชมพูถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “ไหวสิ แค่นี้สบายไปเถอะ“ เธอรู้สึกเหมือนอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปกำลังจะตีกลับขึ้นมาที่ลำคอ แต่เธอก็พยายามกลืนมันลงไปและฝืนยิ้มเพราะไม่อยากให้เพื่อนและพี่เกดต้องเป็นห่วง เอวาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามแขม่วพุงเพื่อให้ซิปที่รัดตึงดูเรียบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งสองเดินกลับออกมาหาพี่เกดที่เตรียมอุปกรณ์แต่งหน้าไว้พร้อมสแตนด์บาย “โอ้โห! สวยฟาดมากลูกสาวพี่ สีนี้ขับผิวสุดๆ ไปเลยเอวา” พี่เกดตาโตเมื่อเห็นเอวาในชุดสีแดงเพลิง ก่อนจะจับร่างบางให้นั่งลงบนเก้าอี้ เธอลงมือสะบัดแปรงด้วยความชำนาญ พรางรอยคล้ำใต้ตาและแต่งแต้มใบหน้าของเอวาให้ดูโฉบเฉี่ยว ทรงพลังจนดูไม่ออกเลยว่าเจ้าตัวกำลังกัดฟันสู้กับอาการปวดมวนในท้องที่เริ่มบีบตัวแรงขึ้นเป็นระยะๆ “วันนี้แขก VIP เยอะนะ โดยเฉพาะบอสใหญ่เจ้าของงานค่อนข้างเนี้ยบ ดูท่าจะเอาใจยากระหว่างรอก็อ่านรายละเอียดของงานไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวพี่จะออกไปดูด้านนอกว่าเขาจะเริ่มกันหรือยัง“ พี่เกดส่งรายละเอียดของโครงการคอนโดหรูให้สองสาวอ่าน “โห! เริ่มต้นห้องละร้อยล้าน!!” ชมพูเบิกตากว้างหลังจากเห็นราคาเริ่มต้นของคอนโดหรู “อยากมีแบบนี้สักห้องจังเราทำงานจนตายก็ไม่รู้จะพอค่าคอนโดนี้ไหม” เอวามองภาพคอนโดในมือยิ้ม ๆ ความฝันอยากมีบ้าน อยากมีรถ มีชีวิตที่ดีที่เธอฝันเอาไว้ตลอด เธออยากหลุดพ้นจากความจนที่คนเขาพูดกันว่า ความจนมันน่ากลัว มันคือเรื่องจริงเพราะเธอสัมผัสความน่ากลัวนั้นมาแล้ว “จริงแกถ้ามีสักห้องนะ ฉันจะนอนทั้งวันไม่ทำอะไรเลย” ชมพูสมทบพลางหัวเราะเบาๆ เพื่อคลายความเครียด แต่เอวาทำได้เพียงยิ้มบางๆ มือหนึ่งยังคงลูบหน้าท้องที่ปั่นป่วน สายตากวาดมองรูปภาพส่วนกลางของคอนโดหรูที่มีทั้งสระว่ายน้ำลอยฟ้าและเลานจ์ระดับพรีเมียม ห้องนอนสุดหรูดูสวยหรูสมราคามากเหลือเกิน “แต่ก็นั่นแหละคนระดับเรา แค่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านให้ครบทุกเดือน ไม่โดนไล่ออกก็บุญแล้ว” เอวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ความขมขื่นแล่นขึ้นมาจุกที่อกชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะรีบปัดมันทิ้งไปเมื่อเห็นพี่เกดกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวด้วยท่าทางตื่นเต้น “พร้อมกันไหม น้องเอวาไหวแน่นะ“ ”ไหวค่ะ สบายมาก“ “จ๊ะ งั้นไปเถอะชั่วโมงนึงแป๊บเดียวเสร็จแล้วจะได้ไปหาที่พักเตรียมตัวไปงานที่สองกันต่อ” สองสาวเดินออกจากห้องแต่งตัวด้วยท่าทีสง่า จนมาถึงหน้างาน “คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย มีแต่นักธุรกิจ ดาราคนดังทั้งนั้นเลย“ ชมพูเอ่ยขึ้นในขณะที่ยืนรอคิวอยู่ข้างเวที โดยบนเวทีมีพิธีกำลังกล่าวเปิดงาน [พิธีกร] ลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญเจ้าของโครงการผู้สร้างสรรค์นิยามใหม่ของที่อยู่อาศัยระดับเวิลด์คลาส ขึ้นกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการขอเสียงปรบมือให้กับ คุณอาเธอร์ คิมสันยัง ครับ! เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งลานกิจกรรมร่างสูงของหนุ่มลูกครึ่งไทย อิตาลีในชุดสูทสีดำถูกตัดเย็บมาอย่างประณีต เนี้ยบไปทุกระเบียบนิ้วเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยท่วงท่าที่สง่างามแต่ทรงอำนาจ ใบหน้าคมคายดูเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับดูดุดันจนคนมองแทบไม่กล้าสบตา เขากวาดสายตามองไปรอบงานเพียงครู่เดียว ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางในชุดแดงเพลิงที่ยืนสแตนด์บายอยู่ข้างเวที กระทั่งการกล่าวเปิดงานก็จบลงเป็นหน้าที่ของสองสาวที่จะต้องขึ้นไปมอบดอกไม้และถ่ายภาพร่วมกันก่อนจะลงไปยังบริเวณจัดงานด้านล่างเวที ร่างบางของสองสาวไปยืนขนาบข้างชายหนุ่มเจ้าของงาน “คุณอาเธอร์ยิ้มหน่อยนะครับ” เสียงตากล้องตะโกนขึ้นมาจากด้านล่าง แสงแฟลชสว่างวาบไปทั่วทั้งงานจนตาพร่ามัว เอวาพยายามเหยียดแผ่นหลังให้ตรงที่สุดท่ามกลางความรู้สึกรัดตึงของชุดราตรีสีแดงที่เริ่มบีบรัดช่วงหน้าท้องที่กำลังประท้วงอย่างหนัก เธอฉีกยิ้มหวานที่ฝึกฝนมาอย่างดี ส่งสายตาให้กล้องแต่ละตัวอย่างเป็นมืออาชีพ แต่แล้วจังหวะหนึ่งที่ อาเธอร์ หันมาสบตากับเธอเพื่อร่วมเฟรมถ่ายรูป แววตาคมกริบสีสนิมของเขากลับดูนิ่งลึกจนน่าขนลุก เขาไม่ได้ยิ้มตอบพริตตี้สาวเหมือนที่แขกคนอื่นทำ แต่กลับปรายตาไล่มองตั้งแต่ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มจนคมเข้ม ไปจนถึงปลายนิ้วมือของเอวาที่จิกเกร็งอยู่ข้างลำตัว เอวายืนนิ่งราวกับโดนกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเธอรีบหลบสายตาดุดันคู่นั้นหันไปมองกล้อง เท้าเรียวถอยห่างเขาเล็กน้อยในใจได้แต่คิดว่า ‘คนอะไรหน้าตาก็ดีแต่สายตาน่ากลัวมาก’ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ชายที่ชอบในเรื่องอย่างว่าเหมือนกันแต่กับสองสาวเขาเองก็รู้สึกเหมือนกับเจ้านายว่าไม่ควรไปคลุกคลีกับพวกเธอ ความมีชื่อเสียงของสองสาวในวงการพริตตี้อาจจะทำให้เจ้านายเขาเสื่อมเสียชื่อเสียงได้ ร่างหนาหันหลังเดินกลับขึ้นไปยังชั้นสองอีกครั้งเมื่อจัดการธุระของตัวเองเสร็จ ปากก็เอาแต่บ่นพึมพำให้ชมพู “คนอะไรด่าได้เจ็บแสบมาก คิดได้ไงมีเงินแต่ไม่มีสมอง…คุณภัทรจะว่าไงวะถ้ารู้ว่าโดนด่ามาแบบนี้” ไซเดินกลับเข้ามาในห้อง VIP ด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูก เขากระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ต่อหน้ากลุ่มมาเฟียหนุ่มที่กำลังรอฟังข่าวดี โดยเฉพาะภัทรที่นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าอย่างอารมณ์ดี “เป็นไงวะไอ้ไซ ดิวเรียบร้อยไหม? พวกเธอจะให้กูไปรับที่ไหน หรือจะให้คนของมึงไปส่งที่โรงแรม?” ภัทรถามยิ้มๆ พลางยกบรั่นดีขึ้นจิบอย่างผู้ชนะ ไซเหลือบมองอาเธอร์ที่นั่งหน้านิ่งคีบบุหรี่อยู่มุมโซฟา ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกไปตามตรง “เอ่อ...พวกเธอฝากมาบอกว่า ‘ไม่ได้ขาย’ ครับคุณภัทร” “หือ?” ภัทรชะงักแก้วเหล้า เลิกคิ้วสูง “ไม่ได้ขาย? มึงบอกราคาไปหรือเปล่าว่ากูจ่ายหนัก” “บอกครับ...แต่พวกเธอฝากมาบอกคุณภัทรด้วย
อาเธอร์... บอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิทกำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาเพิ่งลงจากการแข่งรถมาหมาดๆ เส้นผมสีเทาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับเพิ่มความดิบเถื่อนให้ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงนั้นดูอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนเอวาแทบจะลืมวิธีหายใจ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่ซีดเผือดและคราบน้ำตาของเอวาเพียงแวบเดียว ก่อนที่เขาจะปรายตามองลงไปที่พื้น...โทรศัพท์มือถือที่หล่นอยู่เขาไม่พูดอะไรนอกเหนือจากนั้นร่างหนาเดินผ่านเธอไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และกลิ่นบุหรี่ ห้องทำงานกระจกบานใหญ่บนชั้น 2 ของโซน VIP ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภาพรวมของสนามแข่ง เดอะ เอ็มไพร์ เซอร์กิต ได้ทั้งหมด ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีดำและเทา อาเธอร์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังอิตาลีตัวใหญ่ริมกระจก มือหนารับแก้วบรั่นดีจากลูกน้องมาถือไว้ สายตาคมกริบทอดมองลงไปยังจุดสตาร์ตเบื้องล่าง การแข่งขันรถซูเปอร์คาร์รอบจริงกำลังจะเริ่มขึ้น เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปทั่วบริเวณ ทว่าสายตาของบอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์กลับไม่ได้จับจ้องไปที่รถแ
“ระดับเอวาซะอย่าง สู้ตายอยู่แล้วพี่เกด!” เอวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามร่าเริง ก่อนจะคว้ากระเป๋าใบใหญ่แล้ววิ่งตามชมพูออกไปขึ้นรถตู้ของทีมงานที่จอดรออยู่ด้านหลังห้าง การทำงานของพวกเธอค่อนข้างดีมีรถรับส่งหากมีงานต่อช่วยประหยัดเวลาและค่ารถไปได้ส่วนหนึ่ง ภายในรถตู้ที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรในยามบ่ายแก่ๆ มุ่งหน้าสู่ชานเมือง เอวาหยิบเครื่องสำอางขึ้นมาเติมแต่งใบหน้า จากลุคนางพญาแสนแพงเมื่อครู่ ถูกเปลี่ยนเป็นสาวเฉี่ยวสุดฮอตด้วยอายไลเนอร์สีดำขลับและลิปสติกสีแดงสด เธอมองเงาตัวเองในกระจก...นัยน์ตาคู่สวยยังคงมีแววของความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่ลึกๆ เอวาอดไม่ได้ที่จะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อจับโทรศัพท์มือถือที่ยังคงปิดเครื่องอยู่ ใจหนึ่งก็อยากเปิดดูให้รู้แล้วรู้รอดว่าพ่อส่งข้อความอะไรมาขู่กรรโชกอีก แต่อีกใจก็กลัวว่าถ้าเปิดอ่าน สติที่เหลืออยู่น้อยนิดจะกระเจิดกระเจิงจนทำงานสุดท้ายของวันไม่รอด ณ สนามแข่งรถ The Empire Circui (เดอะ เอ็มไพร์ เซอร์กิต) [เวลา 16:30 น.] บรืน! บรืน! บรืน! เสียงคำรามของเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ที่กำลังเร่งเครื่องทดสอบสนามดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ กลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่
สายตาของเอวาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถแท็กซี่ที่กำลังฝ่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ในใจภาวนาขอให้พระอาทิตย์หยุดเคลื่อนที่ หรือไม่ก็ขอให้รถติดนานกว่านี้อีกสักหน่อย เพื่อยืดเวลาการเผชิญหน้ากับความจริงที่น่ากลัวออกไป ณ ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าประตูทางเข้า เอวาก้าวลงจากรถพร้อมพยายามเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณของการทำงาน ร่างบางเดินเข้าไปในพื้นที่จัดงานซึ่งกำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานเปิดตัวคอนโดมิเนียมสุดหรูของบริษัท ‘เดอะ เอ็มไพร์“ “น้องเอวา! น้องชมพู! มาพอดีเลย รีบไปเปลี่ยนชุดเร็วเข้า” พี่เกิดโมเดลลิ่งสาวคนสนิทรีบถลาเข้ามาดึงตัวทั้งสองไปทางห้องแต่งตัว “วันนี้เจ้าของโครงการจะมาดูงานด้วยนะ ห้ามพลาดเด็ดขาด!” พี่เกดเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าของโครงการที่ว่าคือใครเพราะตอนคุยงานเธอคุยผ่านทีมจัดงาน เอวาพยักหน้ารับคำสั่งเหมือนหุ่นยนต์ เธอเดินเข้าไปหลังฉากกั้นพยายามไม่สนใจความสั่นเทาที่ปลายนิ้ว ทว่าขณะที่เธอกำลังจะสวมชุดเดรสรัดรูปสีทองหรูหรานั้นเอง... ครืด... ครืด... โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีข้อความ แต่เป็นการโทรเข้า เอวาจ้องมองหน้าจอด้วยค