Share

บทที่ 4

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-09 14:45:40

บทที่4 บังเอิญ

เวลาเกือบหนึ่งเดือนผ่านไป...

หลังจากวันที่เมฆพาเธอไปคลินิก เขาก็หายไปจากชีวิตของลูกพลับอย่างเงียบงัน ไม่มีการติดต่อ ไม่มีแม้แต่ข้อความ

วันแล้ววันเล่า

จากที่เคยเผลอเหลียวมองประตูห้อง รอฟังเสียงเคาะ...

วันนี้เธอกลับเดินผ่านโดยไม่คิดอะไรอีกแล้ว

หรือพยายามไม่คิดต่างหาก...

เธอใช้ชีวิตแบบเดิม – ไปเรียน, ทำงานร้านกาแฟ และเมื่อมีเวลาว่างพิเศษ เธอก็รับงานเสิร์ฟอาหารตามร้านต่าง ๆ เพื่อเก็บเงินค่าหน่วยกิต

และคืนนี้…

เป็นอีกคืนที่เธอต้องรับงานเพิ่มชั่วคราวที่ “Shiro Hana”

ร้านอาหารญี่ปุ่นกึ่งบาร์สุดหรูใจกลางสุขุมวิท

เวลา 20:35 น. – Shiro Hana

บรรยากาศในร้านตกแต่งด้วยโคมไฟญี่ปุ่นสีอุ่น ผนังไม้ และเสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ เคล้ากลิ่นซุปดาชิและสาเก

ลูกพลับใส่ยูนิฟอร์มของร้าน และผ้ากันเปื้อนสีดำเรียบ เธอมัดผมขึ้นเป็นหางม้าเล็ก ๆ เพื่อความคล่องตัว

“โต๊ะวีไอพีจองไว้แล้วนะพลับ โต๊ะในสุด” ผู้จัดการร้านสาวกระซิบกับเธอเบา ๆ “ลูกค้าเก่าน่ะ”

“รับทราบค่ะ”

เธอหยิบเมนูพร้อมกระดาษจดออเดอร์ เดินไปยังโต๊ะสุดหรูติดผนังไม้ฉลุ

แต่เมื่อก้าวไปถึงโต๊ะ...

สายตาเธอก็ชะงัก

หัวใจเหมือนถูกกระชากวูบ

ร่างสูงในชุดสูทดำกำลังนั่งอยู่หัวโต๊ะ ดวงตาคมดุยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

ชายหนุ่มตรงหน้า — เมฆ

และข้าง ๆ เขา มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยสองคนในชุดราตรีนั่งแทรกอยู่

อีกสองฝั่งคือพวกลูกน้องคุ้นหน้า คนหนึ่งคือพี่คิง

เธอตัดใจ ก้มหน้าทันที

ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ตามมารยาทพนักงาน แล้วส่งเมนูให้

“สวัสดีค่ะ ขออนุญาตรับออเดอร์ค่ะ”

เธอไม่สบตา ไม่พูดชื่อเขา ไม่แสดงท่าทีว่าเคยรู้จัก

ราวกับ... เขาเป็นเพียง ‘ลูกค้าคนหนึ่ง’

แต่สำหรับเมฆ... แค่เพียงเสียงของเธอ เขาก็รู้แล้ว

ใจเขาเต้นช้าลง ก่อนจะเร่งขึ้นอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้

เมฆเบือนหน้ามาทางเธอทันที ดวงตาคมจ้องนิ่งไปยังใบหน้าที่เขาแสนคุ้นเคย

หญิงสาวในรัศมีความหรูหราของร้าน แต่กลับดูแตกต่างจากทุกคนในร้านนี้

แต่ลูกพลับไม่เงยหน้าขึ้น ไม่แม้แต่ชำเลืองมอง

เธอจดออเดอร์อย่างรวดเร็ว แล้วโค้งเล็กน้อย

“รอสักครู่นะคะ”

แล้วหมุนตัวจากไป...โดยไม่หันกลับ

เมฆมองแผ่นหลังนั้นเงียบ ๆ ราวกับโลกทั้งร้านหายไปหมด

เสียงหัวเราะของผู้หญิงข้างตัว เสียงเพลง เสียงแก้วกระทบกัน — ทุกอย่างจางลงในหูเขา

พี่คิงขยับตัวเล็กน้อย โน้มตัวกระซิบใกล้หูเขา

“พี่เมฆ... จะทักมั้ยครับ?”

เมฆไม่ตอบ

มือเขากำแก้วสาเกแน่น

ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว...แทบจะไม่ใช่คำสั่ง

“เดี๋ยวนี้เธอเดินหนีฉันได้เร็วเหมือนกันนะ...”

แม้จะเจ็บเล็กน้อยในใจ แต่ลูกพลับก็ยังตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเธออย่างมืออาชีพ

เธอไม่แม้แต่จะเผลอมองโต๊ะวีไอพีอีกครั้ง — ทั้งที่รู้ว่า เขายังอยู่ตรงนั้น

เธอรู้ดี... ผู้หญิงที่นั่งข้างเขาไม่ใช่เพื่อน หรือแค่คนรู้จัก

ท่าทางแนบชิด สายตา หัวเราะเบา ๆ แบบ “คนกำลังคบกัน” — บอกทุกอย่างชัดเจน

‘ก็แน่อยู่แล้ว... คนอย่างเขา จะจำอะไรกับฉันได้’

เธอคิด ขณะเดินถือถาดเครื่องดื่มไปเสิร์ฟอีกโต๊ะ

แววตานิ่งเยือก ทั้งที่ภายในสั่นไหว

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ร้านยังครึกครื้น ลูกค้าทยอยกันเข้ามาเพิ่ม

และในมุมมืดใกล้บาร์ มีโต๊ะของชายไฮโซกลุ่มหนึ่งที่เริ่มดื่มหนัก

ลูกพลับได้รับมอบหมายให้ดูแลโต๊ะนั้น เพราะเธอสุภาพ พูดจาดี ลูกค้าจึงชื่นชอบ

...แต่สิ่งที่ตามมาคือ “มากเกินไป”

“น้องงง~ มาเสิร์ฟพี่อีกแก้วสิครับ”

เสียงผู้ชายอายุราวสี่สิบในชุดสูทเน้นแบรนด์เรียกเสียงยาน ๆ

“ค่ะ รอสักครู่นะคะ” ลูกพลับพยักหน้านอบน้อม แล้วหันไปหยิบขวดวิสกี้

ขณะเธอเทลงแก้ว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างจงใจ

“น้องชื่ออะไรเหรอ... มาทำงานแบบนี้ไม่น่าเบื่อเหรอ?”

“ไม่ค่ะ หนูโอเคดีค่ะ” เธอยิ้มจาง ๆ

มือของชายอีกคนเอื้อมมาจับเบา ๆ ที่ข้อมือเธอ

“แล้วมีแฟนหรือยังล่ะ?”

ลูกพลับชะงักทันที แววตาเริ่มเปลี่ยน

“ขอโทษนะคะ รบกวนอย่าแตะตัวหนูค่ะ”

ชายไฮโซหัวเราะ

“เฮ้ยยย ใจเย็นสิ เราก็ลูกค้าอะเนอะ~”

“แต่ร้านนี้ก็มีระเบียบค่ะ” เธอพูดนิ่งขึ้น

“โห ดุด้วย... น่ารักแล้วซ่าอีก อย่างนี้ยิ่งชอบเลย”

ชายคนหนึ่งลุกขึ้น ทำท่าจะเดินมาชิดอีกฝั่งโต๊ะ

โครม!

เสียงเก้าอี้ขยับดังลั่น คนในร้านบางส่วนเริ่มหันมอง

พนักงานเสิร์ฟอีกคนที่เห็นเหตุการณ์เริ่มเดินเข้ามา

และในอีกมุม...

พี่คิง ที่นั่งอยู่โต๊ะเมฆรีบลุกขึ้นทันที เขาขยับตัวอย่างว่องไว เดินผ่านผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเจ้านายก่อนจะก้มลงกระซิบเบา ๆ

“พี่เมฆครับ... โต๊ะมุมนั้น มีเรื่องกับเด็กเสิร์ฟ ดูเหมือนจะเป็นพลับครับ”

เมฆที่ก่อนหน้านี้ยังคุยกับผู้หญิงข้างตัว แม้จะไม่มีสมาธิก็ตาม —

ตอนนี้ดวงตาคมจัดของเขาเงยขึ้นทันที

“ว่าไงนะ?”

“พวกไฮโซลวนลามครับ จับข้อมือ ถามเรื่องส่วนตัว ผมเห็นพลับพยายามเลี่ยงแล้วครับ แต่คนพวกนั้นไม่ฟังเลย”

เมฆเงียบไปเพียงวินาทีเดียว ก่อนจะลุกพรวดจากเก้าอี้

ผู้หญิงข้างตัวรีบจับแขนไว้

“จะไปไหนคะคุณเมฆ?”

เขาไม่ได้ตอบอะไรแม้แต่น้อย

แค่ปรายตามองอย่างเฉยชา แล้วสะบัดแขนออกเบา ๆ

ก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะด้านหลังร้าน...ที่ตอนนี้กลายเป็นจุดสนใจของครึ่งร้านแล้ว

“น้องงงง~ มานั่งกับพี่หน่อยเถอะน่า~”

ลูกพลับพยายามเบี่ยงตัวถอยหลังเมื่อชายไฮโซในชุดสูทลายแบรนด์ดังขยับตัวเข้าหา

สายตาของเขามันวาวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ มือหนาเอื้อมคว้าแขนเธอเต็มแรง

“อย่าค่ะ—!”

เธอขืนตัวสุดแรง มือหนึ่งพยายามดันออก

แต่ไม่ทันขาดคำ ร่างของเธอก็ถูกดึงเข้าไปหาแรง ๆ

ฟึบ!

แขนหนากอดรัดจากด้านหลัง กลิ่นเหล้าหึ่งทะลุเสื้อผ้า

“มานั่งตักพี่หน่อย อย่าดื้อเลยนะ...”

“ปล่อยค่ะ!!”

ลูกพลับตะโกนพร้อมถีบสุดแรงเกิดเข้าที่หน้าแข้งของชายคนนั้น

ผลั่ก!!

“โอ๊ย!!”

ร่างเขาผงะล้มไปชนขอบเก้าอี้ แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว

พลับรีบถอยหลัง แต่ไม่ทันหลบ

มือหยาบกระชากผมเธอแล้ว ตบเต็มแรงเข้าแก้มซ้าย

เพี๊ยะ!!!

เสียงดังลั่นร้าน...

ร่างของลูกพลับเซถลา ล้มลงไปกับพื้น หัวกระแทกขอบโต๊ะจนหน้าหงาย

เธอหน้าชา รู้สึกเลือดซึมที่มุมปาก

เสียงคนในร้านเริ่มแตกตื่น พนักงานรีบวิ่งเข้ามา แต่ยังไม่มีใครกล้าเข้าใกล้โต๊ะไฮโซนั้นตรง ๆ

...ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ จะดังขึ้น

และทุกอย่างก็ เงียบลงราวกับหยุดหายใจ

“ปล่อยมือจากเธอเดี๋ยวนี้”

เสียงเข้มต่ำ เย็นยะเยือก

ทุ้มต่ำจนทำให้หัวใจของทุกคนในร้านสั่นสะเทือน

ชายหนุ่มในสูทดำ เดินตรงเข้ามาพร้อมแววตาดุดันที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

เมฆก้าวเท้าเข้ามาอย่างไม่ลังเล ไม่มีคำพูดฟุ่มเฟือย

“ใครวะ? มายุ่งไรกับ—”

ผัวะ!!!

หมัดแรกของเมฆกระแทกเข้าเต็มหน้า

ร่างไฮโซร่วงลงกับพื้นทันที เลือดกำเดาทะลักออกปากออกจมูก

เสียงแก้วตกแตก เงียบงันทั้งร้าน

“มะ...มึงเป็นใคร!?”

ชายอีกคนลุกขึ้นเตรียมจะเข้าไปหา

แต่ พี่คิง ตามมาติด ๆ พร้อมลูกน้องอีก 2 คน และทันใดนั้น

เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมวางบางสิ่งลงบนโต๊ะ

แถบตะเข็บปืน + ป้ายสัญลักษณ์ "เมฆา" สีเงิน

ทุกคนในร้านชะงักโดยอัตโนมัติ

โดยเฉพาะชายกลุ่มไฮโซที่เริ่มหน้าถอดสี

“จะให้ฉันทวนคำถามมั้ย?” เมฆพูดเสียงเย็น

“ฉันบอกให้ปล่อยเธอ”

ชายที่โดนต่อยตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะยันตัวขึ้น

“พะ...พี่เมฆ! ผมไม่รู้จริง ๆ ครับว่าเธอเป็นคนของพี่”

พี่คิงพูดเร็ว รีบเข้าห้าม

แต่สายตาเมฆยังจับจ้องไปที่ลูกพลับที่นั่งพิงขอบโต๊ะอยู่

เธอเลือดซึมที่ริมฝีปาก หน้าแดงเป็นปื้น

เสื้อยูนิฟอร์มมีรอยยับจากแรงกระชาก แต่เธอกลับไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้แสดงความอ่อนแอเลยสักนิด

เมฆเดินเข้าไปนั่งย่อตรงหน้าเธอ

สายตาแข็ง ๆ ที่เขาเคยใช้กับโลกทั้งใบ... ตอนนี้อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“เจ็บตรงไหน?” เขาถามเสียงต่ำ

ลูกพลับส่ายหน้าเบา ๆ หอบหายใจน้อย ๆ

“ไหวค่ะ…”

เมฆหันขวับไปทางพนักงานร้าน

“น้ำแข็งกับผ้าเย็น มาเดี๋ยวนี้”

“คะ...ค่ะ!”

จากนั้นเขาหันกลับมามองเธอ

“ทำไมไม่ร้อง?” เขาถามอีก

ลูกพลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

“ร้องไป...มันช่วยอะไรเหรอคะ?”

เธอยิ้มบาง ๆ เจือเลือดที่มุมปาก “ไม่มีเวลาให้มาเสียใจร้องไห้หรอกค่ะ”

เมฆเงียบไป ก่อนพูดเบา ๆ ชัดถ้อยชัดคำ

“จำคำนี้ไว้นะลูกพลับ”

“ตั้งแต่วินาทีนี้ไป...เธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว”

หลังเหตุการณ์ในร้านสงบลง

ลูกพลับไม่พูดอะไรสักคำ เธอลุกขึ้นเงียบ ๆ แม้จะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ขมับและมุมปาก

ไม่มีคำกล่าวขอบคุณ

ไม่มีคำอธิบาย

เธอเพียงแค่เดินเลี่ยงหลังร้าน

ไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเงียบงัน

ทุกย่างก้าวของเธอในตอนนั้น

หนักขึ้นเหมือนแบกก้อนหินเอาไว้ในอก

แม้ไม่มีใครเอ่ยไล่

แต่เธอรู้ดี — ว่าต่อให้ไม่ถูก "ไล่ออกทันที" วันพรุ่งนี้ก็คงไม่มีชื่อเธอในตารางงานอีกต่อไป

มันไม่ใช่เพราะเธอผิด

แต่เพราะเธอเป็นแค่เด็กเสิร์ฟธรรมดา — ที่ไม่ควร “สร้างเรื่อง” กับลูกค้าระดับวีไอพี

เธอถอดยูนิฟอร์มของร้านออกอย่างระวัง

เปลี่ยนกลับเป็นเสื้อยืดธรรมดากับยีนส์ขาสามส่วน

แล้วหยิบกระเป๋าผ้าของตัวเองขึ้นพาดไหล่

ก่อนจะเดินออกจากหลังร้าน — ไม่มองใคร ไม่พูดอะไร

...

ฝนตกปรอย ๆ ตอนที่เธอเดินออกมา

เธอไม่มีร่ม มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กในกระเป๋าที่เอาขึ้นมาคลุมหัวไว้

ถนนในยามค่ำแสงไฟส่องแฉลบผิวถนนเปียกน้ำ

เสียงฝนกระทบพื้นเหมือนคอยกลบเสียงสะอื้นที่เริ่มหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว

ลูกพลับเดินเรื่อย ๆ

พยายามก้มหน้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ใครเห็นน้ำตา

แต่สุดท้าย...

ก็ห้ามไม่ไหว

หยดน้ำตาไหลลงมาพร้อมเม็ดฝน

เธอกัดริมฝีปากแน่น ฝืนกลืนเสียงสะอื้นไว้ในอก

“เราต้องไม่ร้อง...”

“แค่นี้เอง เคยแย่กว่านี้มาก็ผ่านมาแล้ว…”

แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรเลย

หัวใจมันเหนื่อยเกินไป เหมือนทุกอย่างถาโถมเกินรับไหว

อีกด้านฝั่งถนน – ภายในรถยนต์สีดำ

พี่คิงขับรถเบา ๆ ตามเธอมาเงียบ ๆ ไฟหน้ารถส่องต่ำเพื่อไม่ให้สะดุดตา

ส่วนเมฆนั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง มองออกไปทางหน้าต่างฝั่งเดียวกับที่ลูกพลับเดิน

เขาเห็นเธอเปียกปอน

เห็นผ้าขนหนูเล็ก ๆ ที่แทบไม่ช่วยอะไร

เห็นเธอก้มหน้า... แต่กลับสังเกตได้ชัด — ว่าเธอกำลังร้องไห้

เขานิ่งงัน

ไม่มีคำพูด ไม่มีคำสั่งใด ๆ ออกจากปาก

แค่เพียงกำหมัดแน่น... และสายตาคม ๆ ที่เคยเย็นชา

กลับสั่นเล็กน้อยราวกับอารมณ์กำลังขัดแย้งกันภายใน

พี่คิงเหลือบตามองกระจกมองหลัง แล้วถามเบา ๆ

“จะให้ผมจอดรับมั้ยครับ?”

เมฆไม่ตอบในทันที

ก่อนจะพูดเสียงเบา… ช้า และเรียบนิ่งกว่าปกติ

“ไม่ต้อง...”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 97

    เสียงเพลงเปลี่ยนเป็นจังหวะช้า พิธีกรประกาศเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำแต่บอกเลยว่า… งานนี้ไม่ใช่เต้นรำธรรมดา เพราะแฝดสี่ตะโกนขึ้นกลางฟลอร์ว่า “หนูอยากเต้นด้วย!!” พร้อมกระโดดตะกายพ่อแม่กันยกใหญ่ในวินาทีนั้น พลับและพลอยสบตากัน ก่อนจะหลุดขำเสียงดัง แล้วก็ช่วยกันจับมือลูกทั้งสี่คนขึ้นฟลอร์ไปด

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 96

    บทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น แ

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 95

    เสียงนาวาร้องอย่างตื่นเต้น แล้วรีบวิ่งไปหามุมประจำที่นั่งกับน้องๆพลอยและภูผาก็เดินมาพร้อมกัน “เมื่อคืนหลับกันสบายมั้ยคะ?” พลอยถามพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปมองเมฆที่ทำหน้าเหมือนคนไม่ได้นอนเต็มตา“สบายดีครับพลอย…” เมฆตอบ แต่โดนซันหันมาแซวทันที “พี่เมฆอ่ะเหรอ สบายจนหน้ายุ่งเลยครับเมื่อคืน”ทุกคนหัวเรา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 94

    “อ๊ะ...อื้มมมม”เสียงครางฮือของเมฆาดังออกมาจากลำคอด้วยความเคลิบเคลิ้ม ราวกับถูกเวทย์มนต์ ทั้งสองลิ้นตวัดกันไปมาอย่างร้อนแรง แล้วมือหนาของเมฆก็เริ่มลูบคลำผิวเนียนของเธอทั่วร่าง แล้วมือหนาก็ขยับมานวดเคล้นเนินอกขาวๆทั้งสองข้างสลับไปมาใบหน้าหล่อเหลาซุกคอขาวของเธอพร้อมดูดดึงทิ้งรอยจูบไปทั่ว ปากไล้เลียมา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 93

    บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 92

    อีกด้านหนึ่ง เมฆ ภูผา และซันกำลังยืนคุยกันอย่างเคร่งเครียด"ได้ข่าวว่า…เฮียเหวินตายแล้ว" ซันพูดเสียงต่ำ สายตานิ่งสนิทขณะยกกาแฟขึ้นจิบภูผาเลิกคิ้ว "จริงดิ?""อืม ได้ข่าวจากคนในฮ่องกง ส่งต่อกันมาทางคนของเรา เฮียเหวินหัวใจวาย กะทันหัน" ซันพยักหน้าเมฆยืนนิ่ง สายตาจ้องวิวกรุงเทพที่กำลังจะค่ำ "กงเหว่ยร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status