บทที่4 บังเอิญ
เวลาเกือบหนึ่งเดือนผ่านไป...
หลังจากวันที่เมฆพาเธอไปคลินิก เขาก็หายไปจากชีวิตของลูกพลับอย่างเงียบงัน ไม่มีการติดต่อ ไม่มีแม้แต่ข้อความ
วันแล้ววันเล่า
จากที่เคยเผลอเหลียวมองประตูห้อง รอฟังเสียงเคาะ...
วันนี้เธอกลับเดินผ่านโดยไม่คิดอะไรอีกแล้ว
หรือพยายามไม่คิดต่างหาก...
เธอใช้ชีวิตแบบเดิม – ไปเรียน, ทำงานร้านกาแฟ และเมื่อมีเวลาว่างพิเศษ เธอก็รับงานเสิร์ฟอาหารตามร้านต่าง ๆ เพื่อเก็บเงินค่าหน่วยกิต
และคืนนี้…
เป็นอีกคืนที่เธอต้องรับงานเพิ่มชั่วคราวที่ “Shiro Hana”
ร้านอาหารญี่ปุ่นกึ่งบาร์สุดหรูใจกลางสุขุมวิท
เวลา 20:35 น. – Shiro Hana
บรรยากาศในร้านตกแต่งด้วยโคมไฟญี่ปุ่นสีอุ่น ผนังไม้ และเสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ เคล้ากลิ่นซุปดาชิและสาเก
ลูกพลับใส่ยูนิฟอร์มของร้าน และผ้ากันเปื้อนสีดำเรียบ เธอมัดผมขึ้นเป็นหางม้าเล็ก ๆ เพื่อความคล่องตัว
“โต๊ะวีไอพีจองไว้แล้วนะพลับ โต๊ะในสุด” ผู้จัดการร้านสาวกระซิบกับเธอเบา ๆ “ลูกค้าเก่าน่ะ”
“รับทราบค่ะ”
เธอหยิบเมนูพร้อมกระดาษจดออเดอร์ เดินไปยังโต๊ะสุดหรูติดผนังไม้ฉลุ
แต่เมื่อก้าวไปถึงโต๊ะ...
สายตาเธอก็ชะงัก
หัวใจเหมือนถูกกระชากวูบ
ร่างสูงในชุดสูทดำกำลังนั่งอยู่หัวโต๊ะ ดวงตาคมดุยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
ชายหนุ่มตรงหน้า — เมฆ
และข้าง ๆ เขา มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยสองคนในชุดราตรีนั่งแทรกอยู่
อีกสองฝั่งคือพวกลูกน้องคุ้นหน้า คนหนึ่งคือพี่คิง
เธอตัดใจ ก้มหน้าทันที
ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ตามมารยาทพนักงาน แล้วส่งเมนูให้
“สวัสดีค่ะ ขออนุญาตรับออเดอร์ค่ะ”
เธอไม่สบตา ไม่พูดชื่อเขา ไม่แสดงท่าทีว่าเคยรู้จัก
ราวกับ... เขาเป็นเพียง ‘ลูกค้าคนหนึ่ง’
แต่สำหรับเมฆ... แค่เพียงเสียงของเธอ เขาก็รู้แล้ว
ใจเขาเต้นช้าลง ก่อนจะเร่งขึ้นอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้
เมฆเบือนหน้ามาทางเธอทันที ดวงตาคมจ้องนิ่งไปยังใบหน้าที่เขาแสนคุ้นเคย
หญิงสาวในรัศมีความหรูหราของร้าน แต่กลับดูแตกต่างจากทุกคนในร้านนี้
แต่ลูกพลับไม่เงยหน้าขึ้น ไม่แม้แต่ชำเลืองมอง
เธอจดออเดอร์อย่างรวดเร็ว แล้วโค้งเล็กน้อย
“รอสักครู่นะคะ”
แล้วหมุนตัวจากไป...โดยไม่หันกลับ
เมฆมองแผ่นหลังนั้นเงียบ ๆ ราวกับโลกทั้งร้านหายไปหมด
เสียงหัวเราะของผู้หญิงข้างตัว เสียงเพลง เสียงแก้วกระทบกัน — ทุกอย่างจางลงในหูเขา
พี่คิงขยับตัวเล็กน้อย โน้มตัวกระซิบใกล้หูเขา
“พี่เมฆ... จะทักมั้ยครับ?”
เมฆไม่ตอบ
มือเขากำแก้วสาเกแน่น
ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว...แทบจะไม่ใช่คำสั่ง
“เดี๋ยวนี้เธอเดินหนีฉันได้เร็วเหมือนกันนะ...”
แม้จะเจ็บเล็กน้อยในใจ แต่ลูกพลับก็ยังตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเธออย่างมืออาชีพ
เธอไม่แม้แต่จะเผลอมองโต๊ะวีไอพีอีกครั้ง — ทั้งที่รู้ว่า เขายังอยู่ตรงนั้น
เธอรู้ดี... ผู้หญิงที่นั่งข้างเขาไม่ใช่เพื่อน หรือแค่คนรู้จัก
ท่าทางแนบชิด สายตา หัวเราะเบา ๆ แบบ “คนกำลังคบกัน” — บอกทุกอย่างชัดเจน
‘ก็แน่อยู่แล้ว... คนอย่างเขา จะจำอะไรกับฉันได้’
เธอคิด ขณะเดินถือถาดเครื่องดื่มไปเสิร์ฟอีกโต๊ะ
แววตานิ่งเยือก ทั้งที่ภายในสั่นไหว
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ร้านยังครึกครื้น ลูกค้าทยอยกันเข้ามาเพิ่ม
และในมุมมืดใกล้บาร์ มีโต๊ะของชายไฮโซกลุ่มหนึ่งที่เริ่มดื่มหนัก
ลูกพลับได้รับมอบหมายให้ดูแลโต๊ะนั้น เพราะเธอสุภาพ พูดจาดี ลูกค้าจึงชื่นชอบ
...แต่สิ่งที่ตามมาคือ “มากเกินไป”
“น้องงง~ มาเสิร์ฟพี่อีกแก้วสิครับ”
เสียงผู้ชายอายุราวสี่สิบในชุดสูทเน้นแบรนด์เรียกเสียงยาน ๆ
“ค่ะ รอสักครู่นะคะ” ลูกพลับพยักหน้านอบน้อม แล้วหันไปหยิบขวดวิสกี้
ขณะเธอเทลงแก้ว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างจงใจ
“น้องชื่ออะไรเหรอ... มาทำงานแบบนี้ไม่น่าเบื่อเหรอ?”
“ไม่ค่ะ หนูโอเคดีค่ะ” เธอยิ้มจาง ๆ
มือของชายอีกคนเอื้อมมาจับเบา ๆ ที่ข้อมือเธอ
“แล้วมีแฟนหรือยังล่ะ?”
ลูกพลับชะงักทันที แววตาเริ่มเปลี่ยน
“ขอโทษนะคะ รบกวนอย่าแตะตัวหนูค่ะ”
ชายไฮโซหัวเราะ
“เฮ้ยยย ใจเย็นสิ เราก็ลูกค้าอะเนอะ~”
“แต่ร้านนี้ก็มีระเบียบค่ะ” เธอพูดนิ่งขึ้น
“โห ดุด้วย... น่ารักแล้วซ่าอีก อย่างนี้ยิ่งชอบเลย”
ชายคนหนึ่งลุกขึ้น ทำท่าจะเดินมาชิดอีกฝั่งโต๊ะ
โครม!
เสียงเก้าอี้ขยับดังลั่น คนในร้านบางส่วนเริ่มหันมอง
พนักงานเสิร์ฟอีกคนที่เห็นเหตุการณ์เริ่มเดินเข้ามา
และในอีกมุม...
พี่คิง ที่นั่งอยู่โต๊ะเมฆรีบลุกขึ้นทันที เขาขยับตัวอย่างว่องไว เดินผ่านผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเจ้านายก่อนจะก้มลงกระซิบเบา ๆ
“พี่เมฆครับ... โต๊ะมุมนั้น มีเรื่องกับเด็กเสิร์ฟ ดูเหมือนจะเป็นพลับครับ”
เมฆที่ก่อนหน้านี้ยังคุยกับผู้หญิงข้างตัว แม้จะไม่มีสมาธิก็ตาม —
ตอนนี้ดวงตาคมจัดของเขาเงยขึ้นทันที
“ว่าไงนะ?”
“พวกไฮโซลวนลามครับ จับข้อมือ ถามเรื่องส่วนตัว ผมเห็นพลับพยายามเลี่ยงแล้วครับ แต่คนพวกนั้นไม่ฟังเลย”
เมฆเงียบไปเพียงวินาทีเดียว ก่อนจะลุกพรวดจากเก้าอี้
ผู้หญิงข้างตัวรีบจับแขนไว้
“จะไปไหนคะคุณเมฆ?”
เขาไม่ได้ตอบอะไรแม้แต่น้อย
แค่ปรายตามองอย่างเฉยชา แล้วสะบัดแขนออกเบา ๆ
ก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะด้านหลังร้าน...ที่ตอนนี้กลายเป็นจุดสนใจของครึ่งร้านแล้ว
“น้องงงง~ มานั่งกับพี่หน่อยเถอะน่า~”
ลูกพลับพยายามเบี่ยงตัวถอยหลังเมื่อชายไฮโซในชุดสูทลายแบรนด์ดังขยับตัวเข้าหา
สายตาของเขามันวาวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ มือหนาเอื้อมคว้าแขนเธอเต็มแรง
“อย่าค่ะ—!”
เธอขืนตัวสุดแรง มือหนึ่งพยายามดันออก
แต่ไม่ทันขาดคำ ร่างของเธอก็ถูกดึงเข้าไปหาแรง ๆ
ฟึบ!
แขนหนากอดรัดจากด้านหลัง กลิ่นเหล้าหึ่งทะลุเสื้อผ้า
“มานั่งตักพี่หน่อย อย่าดื้อเลยนะ...”
“ปล่อยค่ะ!!”
ลูกพลับตะโกนพร้อมถีบสุดแรงเกิดเข้าที่หน้าแข้งของชายคนนั้น
ผลั่ก!!
“โอ๊ย!!”
ร่างเขาผงะล้มไปชนขอบเก้าอี้ แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว
พลับรีบถอยหลัง แต่ไม่ทันหลบ
มือหยาบกระชากผมเธอแล้ว ตบเต็มแรงเข้าแก้มซ้าย
เพี๊ยะ!!!
เสียงดังลั่นร้าน...
ร่างของลูกพลับเซถลา ล้มลงไปกับพื้น หัวกระแทกขอบโต๊ะจนหน้าหงาย
เธอหน้าชา รู้สึกเลือดซึมที่มุมปาก
เสียงคนในร้านเริ่มแตกตื่น พนักงานรีบวิ่งเข้ามา แต่ยังไม่มีใครกล้าเข้าใกล้โต๊ะไฮโซนั้นตรง ๆ
...ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ จะดังขึ้น
และทุกอย่างก็ เงียบลงราวกับหยุดหายใจ
“ปล่อยมือจากเธอเดี๋ยวนี้”
เสียงเข้มต่ำ เย็นยะเยือก
ทุ้มต่ำจนทำให้หัวใจของทุกคนในร้านสั่นสะเทือน
ชายหนุ่มในสูทดำ เดินตรงเข้ามาพร้อมแววตาดุดันที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เมฆก้าวเท้าเข้ามาอย่างไม่ลังเล ไม่มีคำพูดฟุ่มเฟือย
“ใครวะ? มายุ่งไรกับ—”
ผัวะ!!!
หมัดแรกของเมฆกระแทกเข้าเต็มหน้า
ร่างไฮโซร่วงลงกับพื้นทันที เลือดกำเดาทะลักออกปากออกจมูก
เสียงแก้วตกแตก เงียบงันทั้งร้าน
“มะ...มึงเป็นใคร!?”
ชายอีกคนลุกขึ้นเตรียมจะเข้าไปหา
แต่ พี่คิง ตามมาติด ๆ พร้อมลูกน้องอีก 2 คน และทันใดนั้น
เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมวางบางสิ่งลงบนโต๊ะ
แถบตะเข็บปืน + ป้ายสัญลักษณ์ "เมฆา" สีเงิน
ทุกคนในร้านชะงักโดยอัตโนมัติ
โดยเฉพาะชายกลุ่มไฮโซที่เริ่มหน้าถอดสี
“จะให้ฉันทวนคำถามมั้ย?” เมฆพูดเสียงเย็น
“ฉันบอกให้ปล่อยเธอ”
ชายที่โดนต่อยตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะยันตัวขึ้น
“พะ...พี่เมฆ! ผมไม่รู้จริง ๆ ครับว่าเธอเป็นคนของพี่”
พี่คิงพูดเร็ว รีบเข้าห้าม
แต่สายตาเมฆยังจับจ้องไปที่ลูกพลับที่นั่งพิงขอบโต๊ะอยู่
เธอเลือดซึมที่ริมฝีปาก หน้าแดงเป็นปื้น
เสื้อยูนิฟอร์มมีรอยยับจากแรงกระชาก แต่เธอกลับไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้แสดงความอ่อนแอเลยสักนิด
เมฆเดินเข้าไปนั่งย่อตรงหน้าเธอ
สายตาแข็ง ๆ ที่เขาเคยใช้กับโลกทั้งใบ... ตอนนี้อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“เจ็บตรงไหน?” เขาถามเสียงต่ำ
ลูกพลับส่ายหน้าเบา ๆ หอบหายใจน้อย ๆ
“ไหวค่ะ…”
เมฆหันขวับไปทางพนักงานร้าน
“น้ำแข็งกับผ้าเย็น มาเดี๋ยวนี้”
“คะ...ค่ะ!”
จากนั้นเขาหันกลับมามองเธอ
“ทำไมไม่ร้อง?” เขาถามอีก
ลูกพลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
“ร้องไป...มันช่วยอะไรเหรอคะ?”
เธอยิ้มบาง ๆ เจือเลือดที่มุมปาก “ไม่มีเวลาให้มาเสียใจร้องไห้หรอกค่ะ”
เมฆเงียบไป ก่อนพูดเบา ๆ ชัดถ้อยชัดคำ
“จำคำนี้ไว้นะลูกพลับ”
“ตั้งแต่วินาทีนี้ไป...เธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว”
หลังเหตุการณ์ในร้านสงบลง
ลูกพลับไม่พูดอะไรสักคำ เธอลุกขึ้นเงียบ ๆ แม้จะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ขมับและมุมปาก
ไม่มีคำกล่าวขอบคุณ
ไม่มีคำอธิบาย
เธอเพียงแค่เดินเลี่ยงหลังร้าน
ไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเงียบงัน
…
ทุกย่างก้าวของเธอในตอนนั้น
หนักขึ้นเหมือนแบกก้อนหินเอาไว้ในอก
แม้ไม่มีใครเอ่ยไล่
แต่เธอรู้ดี — ว่าต่อให้ไม่ถูก "ไล่ออกทันที" วันพรุ่งนี้ก็คงไม่มีชื่อเธอในตารางงานอีกต่อไป
มันไม่ใช่เพราะเธอผิด
แต่เพราะเธอเป็นแค่เด็กเสิร์ฟธรรมดา — ที่ไม่ควร “สร้างเรื่อง” กับลูกค้าระดับวีไอพี
…
เธอถอดยูนิฟอร์มของร้านออกอย่างระวัง
เปลี่ยนกลับเป็นเสื้อยืดธรรมดากับยีนส์ขาสามส่วน
แล้วหยิบกระเป๋าผ้าของตัวเองขึ้นพาดไหล่
ก่อนจะเดินออกจากหลังร้าน — ไม่มองใคร ไม่พูดอะไร
...
ฝนตกปรอย ๆ ตอนที่เธอเดินออกมา
เธอไม่มีร่ม มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กในกระเป๋าที่เอาขึ้นมาคลุมหัวไว้
ถนนในยามค่ำแสงไฟส่องแฉลบผิวถนนเปียกน้ำ
เสียงฝนกระทบพื้นเหมือนคอยกลบเสียงสะอื้นที่เริ่มหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว
ลูกพลับเดินเรื่อย ๆ
พยายามก้มหน้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ใครเห็นน้ำตา
แต่สุดท้าย...
ก็ห้ามไม่ไหว
หยดน้ำตาไหลลงมาพร้อมเม็ดฝน
เธอกัดริมฝีปากแน่น ฝืนกลืนเสียงสะอื้นไว้ในอก
“เราต้องไม่ร้อง...”
“แค่นี้เอง เคยแย่กว่านี้มาก็ผ่านมาแล้ว…”
แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรเลย
หัวใจมันเหนื่อยเกินไป เหมือนทุกอย่างถาโถมเกินรับไหว
อีกด้านฝั่งถนน – ภายในรถยนต์สีดำ
พี่คิงขับรถเบา ๆ ตามเธอมาเงียบ ๆ ไฟหน้ารถส่องต่ำเพื่อไม่ให้สะดุดตา
ส่วนเมฆนั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง มองออกไปทางหน้าต่างฝั่งเดียวกับที่ลูกพลับเดิน
เขาเห็นเธอเปียกปอน
เห็นผ้าขนหนูเล็ก ๆ ที่แทบไม่ช่วยอะไร
เห็นเธอก้มหน้า... แต่กลับสังเกตได้ชัด — ว่าเธอกำลังร้องไห้
เขานิ่งงัน
ไม่มีคำพูด ไม่มีคำสั่งใด ๆ ออกจากปาก
แค่เพียงกำหมัดแน่น... และสายตาคม ๆ ที่เคยเย็นชา
กลับสั่นเล็กน้อยราวกับอารมณ์กำลังขัดแย้งกันภายใน
พี่คิงเหลือบตามองกระจกมองหลัง แล้วถามเบา ๆ
“จะให้ผมจอดรับมั้ยครับ?”
เมฆไม่ตอบในทันที
ก่อนจะพูดเสียงเบา… ช้า และเรียบนิ่งกว่าปกติ
“ไม่ต้อง...”