LOGINย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน
ณ คลับหรูย่านใจกลางเมือง
น้ำฟ้าในชุดเดรสสั้นพอดีตัวกำลังนั่งปั้นหน้ายิ้มหวานทำหน้าที่เป็นพีอาร์ดูแลลูกค้า บริการชงเหล้าให้กับแขกคนสำคัญที่มาคุยงานในห้องวีไอพี
มือบางยกขวดวิสกี้เติมลงแก้วให้แขกตรงหน้า ท่าทางคล่องแคล่วจนดูเหมือนว่าคุ้นเคยกับงานนี้ดี ทั้งที่ความจริงแล้วเธอเพิ่งมาทำงานที่นี่ได้แค่สองเดือนเท่านั้น
รอยยิ้มหวานที่ประดับอยู่บนใบหน้า เสียงหัวเราะที่เปล่งออกมา ทุกประโยคที่ต้องพูดด้วยความสดใส มันคือการแสดงซึ่งเธอจำเป็นต้องเล่นให้สมบทบาท แม้จะต้องฝืนทนแค่ไหนก็ตาม
เพราะฐานะทางบ้านเริ่มสั่นคลอนนับตั้งแต่วันที่ครอบครัวสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก พี่ชายซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านเสียชีวิตกะทันหัน
ขณะเดียวกันพ่อของเธอก็มาป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก สาเหตุอาจเพราะทำใจยอมรับกับการจากไปของลูกชายไม่ได้ และสุดท้ายก็นอนนิ่งไม่ได้สติกลายเป็นเจ้าชายนิทรามาสามเดือนแล้ว
เมื่อขาดเสาหลักไปถึงสองคน ครอบครัวที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงเริ่มไม่มีทางออก มิหนำซ้ำผู้เป็นแม่ยังต้องลาออกจากงานประจำ มาทำหน้าที่เป็นแม่บ้านคอยดูแลสามีที่นอนป่วย สุดท้ายน้ำฟ้าเลยต้องพักการเรียนเพื่อเป็นเสาหลักให้ครอบครัวแทน
เพราะเป็นคนหน้าตาดี งานส่วนใหญ่จึงเป็นงานที่ใช้ความสวยเป็นจุดขาย ช่วงเช้าเป็นพริตตี้ตามงานมอเตอร์โชว์ กลางคืนทำงานเป็นพีอาร์ในคลับ
แม้งานกลางคืนจะเสี่ยงและอันตราย แต่เมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่ได้รับมันก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่ไม่น้อย
เวลาผ่านไปลูกค้ากำลังเมาได้ที่ มีผู้ชายคนหนึ่งคะยั้นคะยอให้เธอดื่มเหล้า หญิงสาวพยายามปฏิเสธทว่าพอเห็นแบงก์สีเทาหลายใบที่อีกฝ่ายยื่นมาล่อใจมันก็ทำให้ลังเล พอถูกรบเร้ามาก ๆ เข้าก็ยากจะปฏิเสธ
หญิงสาวยกเหล้าแก้วนั้นขึ้นมากระดกดื่มอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ความร้อนจากเหล้ากระจายวาบในร่างกายแทบจะทันทีทันใด
“ดีมากคนสวย แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย”
เสียงหัวเราะอย่างพอใจของชายวัยกลางคนที่นั่งข้าง ๆ ดังขึ้น พร้อมฝ่ามือหยาบกร้านวางทาบลงบนหลังของมือเธออย่างจงใจ
หญิงสาวรีบชักมือหนี ก่อนจะส่งยิ้มฝืด ๆ ให้
“อีกแก้วนะจ๊ะ รอบนี้พี่ให้หมดหน้าตักเลย”
เสียงหัวเราะอย่างชอบใจดังขึ้นจากผู้ชายคนเดิม เขาขยิบตาส่งสัญญาณให้เด็กเสิร์ฟเติมเหล้าในแก้วของเธออีกครั้ง ก่อนจะวางปึกธนบัตรลงบนโต๊ะ
“แก้วนี้แลกกับทั้งหมดนี่เลย”
เขาเอ่ยพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตาเต็มไปด้วยแววหื่นกาม
น้ำฟ้ามองปึกเงินที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างชั่งใจ มือที่ถือแก้วเหล้าไว้เริ่มสั่นเล็กน้อย
‘อีกแค่แก้วเดียวเอง เธอต้องทำได้สิน้ำฟ้า’
หญิงสาวสูดหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะยกแก้วขึ้นแนบริมฝีปาก กลิ่นแอลกอฮอล์ตีขึ้นแสบจมูก แต่สุดท้ายเธอก็กระดกมันจนหมด
เสียงเฮดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะหยาบโลนของคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ ทำให้ร่างเล็กรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นของเล่นก็ไม่ปาน
ผ่านไปเพียงไม่นานร่างกายของน้ำฟ้าก็เริ่มรู้สึกผิดปกติ ดวงตาหนักอึ้งราวกับมีบางอย่างถ่วงให้มันค่อย ๆ ปิดลง หัวสมองว่างเปล่าราวกับไม่อยากรับรู้อะไรต่อจากนี้ ก่อนที่แข้งขาจะเริ่มมีอาการอ่อนแรงจนแทบขยับไม่ได้
‘แบบนี้คืออาการของคนถูกวางยารึเปล่านะ’
‘แย่แล้ว’
ร่างเล็กลุกจากโซฟาแล้วเดินโซซัดโซเซไปทางประตู โดยมีผู้ชายคนนั้นเดินตามออกมาติด ๆ
เขาเข้ามาประชิดตัว ก่อนจะกำข้อมือเธอแน่น ดวงตาฉ่ำเยิ้มจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จ้องมองหน้าอกเธออย่างหื่นกาม
“ไปดื่มต่อที่ห้องพี่ดีกว่านะจ๊ะ”
“ปล่อยหนูนะ”
ใบหน้าหวานสะบัดไปมาเรียกสติตัวเองให้กลับคืนพลางปฏิเสธคำชักชวนของคนเมา ทว่าเรี่ยวแรงของคนถูกวางยาไหนเลยจะสู้แรงผู้ชายได้
“ไปเถอะน่า”
“หนูไม่ไป ปล่อยหนูนะ”
ขณะทั้งสองกำลังยื้อยุดกันอยู่หน้าห้องวีไอพีของคลับ ก็มีกลุ่มชายชุดดำเดินผ่านมาพอดี
ชายหนุ่มที่เดินนำหน้าดูโดดเด่นเหนือใครในกลุ่ม ผมสีดำตัดกับผิวขาวจัดอย่างชัดเจน นัยน์ตาสีเข้มดูดุดันอย่างน่าเกรงขาม ทั้งที่ดูอายุยังน้อย แต่ร่างสูงกลับเปล่งประกายไปด้วยอำนาจจนทุกคนที่อยู่รอบข้างต้องยำเกรง
“ช่วยด้วย!”
เสียงหญิงสาวที่แว่วเข้ามาในหูท่ามกลางเสียงเพลงจากคลับหรูดึงดูดให้เขาหันไปมอง
ทันทีที่น้ำฟ้าเห็นชายหนุ่ม คนที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่ก็เบิกตากว้างอย่างมีความหวัง
เธอรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดพาตัวเองพุ่งเข้าไปหาชายหนุ่มในชุดสูทหรูหราราวกับนักวิ่งที่กำลังคว้าเส้นชัย
“ช่วยหนูด้วยค่ะ”
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองร่างเล็กที่วิ่งเข้ามาหาเขาอย่างไม่คิดชีวิตด้วยแววเรียบนิ่ง ก่อนจะเหลือบมองผู้ชายวัยกลางคนท่าทางเมามายที่กำลังมีอาการลนลาน
“กูเป็นผัวมัน วันนี้มันหนีมาเที่ยวกับชู้กูเลยมาตามมันกลับบ้าน กูว่าพวกมึงอย่ามายุ่งเรื่องผัวเมียจะดีกว่า”
อคิราห์หันกลับมามองคนในอ้อมแขนอีกครั้ง ร่างเล็กสั่นเทาน้ำตาไหลคลอเบ้าไม่หยุด
“เธอเป็นเมียมันเหรอ”
เขาเอ่ยถามเสียงเรียบสีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา
น้ำฟ้าส่ายหน้ารัว ๆ แม้สติจะเลือนรางแต่เธอก็รู้สึกได้ว่าคนตรงหน้าคือความปลอดภัยเดียวที่เธอมีในเวลานี้
“ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่รู้จักเขา”
เสียงสั่นเครือเปล่งออกมา นัยน์ตาสวยสั่นระริก เขาเชื่อเธอแบบสนิทใจโดยไม่ต้องมีเหตุผลรองรับ
เมื่อหญิงสาวพูดจบชายหนุ่มก็หันไปสั่งลูกน้องเสียงเย็น
“ลากมันออกไป”
ชายชุดดำสองคนก้าวออกมาจากแถวอย่างไม่ลังเล จากนั้นก็เข้าไปประชิดตัวคนเมา คนหนึ่งจับแขนอีกคนรวบไหล่
เสียงร้องโวยวายของชายวัยกลางคนดังขึ้นทันทีที่ถูกลากออกไปจากบริเวณนั้น
“เฮ้ย! ปล่อยกูนะเว้ย! พวกมึงเป็นใครวะ มาจับกูไว้ทำไม”
“เจ้านายกู คือคนที่มึงไม่ควรยุ่งด้วย จำเอาไว้”
ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยเสียงแข็งพลางผลักอีกฝ่ายให้พ้นจากทางเดินของเจ้านาย
อคิราห์ไม่แม้แต่จะเหลียวไปสนใจ เขายังคงก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขนแกร่งอย่างไม่ละสายตา คนตรงหน้าดูหวานละมุน ใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับเด็กมัธยม แต่ทำไมถึงมาทำงานในคลับได้
ขณะชายหนุ่มกำลังเพ่งพิจารณา จู่ ๆ ร่างเล็กก็ทรุดฮวบลงกับพื้นราวกับแข้งขาอ่อนแรง วงแขนแข็งแกร่งจึงรีบประคองเธอเอาไว้
“อาการแบบนี้น่าจะถูกวางยานะครับ”
เสียงผู้ช่วยคนสนิทเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มสำรวจใบหน้าสวยของคนในอ้อมแขนอย่างละเอียดอีกครั้งจากนั้นก็พูดขึ้น
“ฉันจะกลับ รีบให้คนไปเตรียมรถ”
“ครับ”
หลายเดือนต่อมาแสงไฟสีขาวนวลสาดส่องไปทั่วโถงทางเดินหน้าห้องคลอด เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังเป็นจังหวะสลับไปมากับเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นเป็นระยะ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาดัง ๆทุกสายตาจับจ้องไปยังประตูบานใหญ่ซึ่งปิดสนิท เฝ้ารอฟังเสียงด้านในด้วยใจจดจ่อคุณปู่อนันต์แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปวนมา ดวงตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ลุกเดินไม่ทันไรก็กลับมานั่งอีกแล้ว“ทำไมนานจังนะ”เสียงพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากเบา ๆ คราวนี้เป็นเสียงของพ่อน้ำฟ้าที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากปู่อนันต์มากนักแม่น้ำฟ้านั่งพิงเบาะ สองมือประสานกันแน่นอยู่บนตัก“นั่นสิ นี่ก็นานแล้วนะ”พูดแล้วยกสองมือขึ้นมาพนมไหว้ อธิษฐานขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกมารวมตัวกันที่นี่เพื่อคุ้มครองให้ลูกสาวและหลานทั้งสองคนปลอดภัยอนาวินยืนพิงผนังกอดอกแน่น สีหน้าครุ่นคิด ต่างจากบุคลิกสบาย ๆ ตามปกติ เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆอรนลินยืนอยู่ข้าง ๆ มือกำชายกระโปรงแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันคอยลุ้นเอาใจช่วยคนที่อยู่ในห้องไม่ไกลออก
น้ำฟ้านอนอยู่บนเตียงตรวจ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาด้านนอก ตาคู่สวยจับจ้องไปยังจอภาพอัลตราซาวนด์ไม่กะพริบราวกับไม่อยากพลาดเหตุการณ์แม้แต่เสี้ยววินาทีอคิราห์นั่งอยู่ข้าง ๆ แม้จะพยายามทำเป็นนิ่งเฉย แต่สีหน้าก็ไม่สามารถปิดบังความตื่นเต้นได้เลยบรรยากาศในห้องตรวจเงียบงันราวกับเวลาถูกดึงให้ยืดยาวออกไป หลังจากตรวจเช็กทุกอย่างจนแน่ใจ คุณหมอก็หันมาส่งยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ยินดีด้วยนะคะ คุณแม่ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วค่ะ แถมยังเป็นลูกแฝดด้วยนะคะ”ประโยคนั้นเหมือนปลดล็อกทุกลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้น้ำฟ้าเบิกตากว้าง มืออีกข้างยกขึ้นปิดปากโดยอัตโนมัติ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที“ลูกแฝดเหรอคะ”อคิราห์ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนรอยยิ้มกว้างจะค่อย ๆ แผ่ขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาหันไปมองภรรยาแล้วกุมมือเธอแน่นด้วยความดีใจ“พี่จะได้เป็นพ่อคนแล้ว”น้ำเสียงสั่น ๆ เต็มไปด้วยความตื้นตัน มือใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนไปวางทาบลงบนหน้าท้องแบนราบของเมียรักอย่างทะนุถนอม ดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังจะได้ของขวัญชิ้นพิเศษ แถมยังเป็นสองชิ้นพร้อมกันเลยด้วย“เจ้าตัวเล็กของพ่อ”คุณหมอคลี่ยิ้มขณะมองภาพตร
สองปีผ่านไปอคิราห์มาทำงานแต่เช้าอย่างทุกวัน หลังรับตำแหน่งมาได้สามปีทุกอย่างในบริษัทเข้าที่เข้าทาง ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาหรือต้องอยู่เคลียร์งานจนดึกดื่นเหมือนเมื่อก่อนแถมตอนนี้ยังมีน้ำฟ้ามาช่วยเรื่องการเงินและการบัญชีของบริษัท ทำให้เขาผ่อนแรงไปได้มากทว่าช่วงนี้เขากลับรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ได้พักผ่อน ศีรษะหนักอึ้งราวกับมีอะไรบีบรัดอยู่ตลอดเวลา แถมยังมีอาการคลื่นไส้เป็นระยะโดยเฉพาะช่วงตื่นนอนตอนเช้ากาแฟแก้วโปรดที่เมียชงให้ถูกวางทิ้งไว้แทบไม่ได้แตะ แค่กลิ่นลอยขึ้นมาก็ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนจนต้องเบือนหน้าหนี“เจ้านายไม่สบายหรือเปล่าครับ”อำพลถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสีหน้าเจ้านายซีดลงผิดปกติ“น่าจะนอนไม่พอ”อคิราห์ตอบสั้น ๆ แม้เสียงจะนิ่ง แต่สีหน้าไม่อาจปิดบังอาการอ่อนล้าได้แม้แต่นิดเดียวลูกน้องคนสนิทหรี่ตาแคบ เจ้านายเขาแทบไม่ได้ทำงานดึกดื่นเหมือนแต่ก่อน เลิกงานก็รีบพาเมียกลับบ้าน นอนไม่พอที่ว่าทำให้ผู้ช่วยหนุ่มคิดดีไม่ได้เลยจริง ๆ‘มีเมียเด็กก็งี้แหละ คิ ๆ’ทว่าแอบหัวเราะเจ้านายได้ไม่ทันไรอำพลก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อจู่ ๆ เจ้านายของเขาก็เกิดอาการคลื่นไส้จนต้องยกมือขึ้นมาปิดปากอย่างกะทันหั
เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เธอแอ่นตัวป้อนสองเต้าให้เขาดูดกินได้ถนัดมือหนานวดเฟ้นสองเนินนุ่มนิ่มดูดดึงอย่างเมามันราวกับหิวกระหาย ปลายลิ้นตวัดเลียหัวนมพลางขบเม้มสร้างความเสียวซ่าน“อ๊า~”คนด้านบนบิดกายเร่า ๆ เมื่อถูกฝ่ามือหนาบีบขยำก้นงอน ส่วนกลางเสียดสีเพิ่มอารมณ์กระสันกลางร่องเริ่มมีน้ำไหลเยิ้มออกมาจนสัมผัสได้อคิราห์ลอบยิ้มก่อนจะรั้งใบหน้าสวยลงมาบดจูบ จากนุ่มนวลก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะผละออกเล็กน้อยแล้วพูดเสียงกระเส่า“ถอดเสื้อผ้าออกก่อน”พูดจบก็พลิกร่างเล็กลงด้านข้าง จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าเธอออกอย่างรวดเร็วนัยน์ตาคมทอดมองเรือนร่างระหงที่สวยสะกดไปหมดทุกส่วนแล้วยกยิ้มอย่างพึงพอใจเขาถอดชุดคลุมของตัวเองออกจากนั้นก็เป็นฝ่ายขึ้นคร่อมบนตัวเธอ ฝ่ามือหนาวางลงบนสองเต้าอวบอิ่มเกินตัวแล้วบีบขยำจนเนื้อปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้ว ก่อนริมฝีปากจะครอบงับลงบนหัวนมสีอ่อนแล้วดูดเลียเร่าร้อน“อื้อ~เบา ๆ สิคะ”เสียงครางท้วงเล็ดลอดออกมาอย่างสุดกลั้นพร้อมกับร่างเล็กที่บิดส่ายไปมา ยิ่งตอนที่ปลายนิ้วบีบบี้บนหัวนมสีอ่อนเธอยิ่งมีอารมณ์สุด ๆ“อยากเลียแล้ว อ้าขาออกกว้าง ๆ หน่อย
ลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกสู่เพนต์เฮ้าส์หรู อคิราห์ก้าวออกมาพร้อมสีหน้าเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน ทันทีเดินผ่านเข้าไปในประตู เขาก็พบกับป้าแม่บ้านซึ่งกำลังง่วนทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ในห้องนั่งเล่น“คุณคินกลับมาแล้วเหรอคะ”“คุณผู้หญิงของป้าล่ะ”“คุณผู้หญิงกำลังอาบน้ำอยู่ค่ะ”เจ้านายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปัดมือเป็นสัญญาณให้หญิงวัยกลางคนกลับไปพักได้“ป้ากลับไปพักผ่อนเถอะ”ป้าแม่บ้านโค้งตัวลงแล้วเดินออกจากห้องไปเมื่อในห้องเหลือเพียงความเงียบร่างสูงก็เดินตรงดิ่งไปยังห้องนอน เขาวางเสื้อสูทลงบนพนักโซฟาอย่างเบามือ คลายกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็เปิดออกพอดีกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ลอยคลอกับร่างเล็กที่เดินออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวในชุดคลุมสีอ่อน มีผ้าขนหนูผืนเล็กพันอยู่บนผมเปียกหมาด ใบหน้าหวานผุดรอยยิ้มทันทีที่เห็นผู้เป็นสามียืนอยู่ในห้อง“กลับมาแล้วเหรอคะ ทานอะไรมารึยัง”อคิราห์พยักหน้า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม“พี่ทานข้าวกับลูกค้ามาแล้ว”หลังแต่งงานได้ไม่นานอคิราห์ก็เริ่มแทนตัวเองว่าพี่แทนคำว่าฉันที่ดูเป็นทางการและห่างเหิน อีกอย่างตอนที่เมียรักเรียกเขาด้วยคำสรรพนามสั้น
แสงแดดยามสายลอดผ่านกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่างอคิราห์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างสูงโปร่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย สายตาคมกริบจับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงเส้นกราฟและตัวเลขผลกำไรซึ่งขยับขึ้นจากปีก่อนเกือบเท่าตัวด้วยความพึงพอใจก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนบานประตูจะถูกเปิดออก ผู้ช่วยหนุ่มก้าวเข้ามาอย่างสำรวม“เจ้านายครับ เลขาคนใหม่ที่จะมาเริ่มงานวันนี้มาถึงแล้วครับ ให้ผมพาเข้ามาเลยไหมครับ”เนื่องจากเลขาหน้าห้องคนเดิมได้ยื่นใบลาออกกะทันหัน ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องรับเลขาคนใหม่เข้ามาทำงานแทน กระบวนการรับสมัครและการสัมภาษณ์ทั้งหมด อคิราห์มอบหมายให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเป็นผู้ดำเนินการ โดยไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายหรือมีส่วนร่วมในขั้นตอนดังกล่าวคนเป็นนายละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมเหลือบมองไปยังผู้ช่วยเพียงครู่เดียว เขาไม่ได้ซักถามหรือแสดงท่าทีใด ๆ เป็นพิเศษ เพียงพยักหน้าเล็กน้อยเชิงอนุญาตผู้ช่วยรับคำอย่างเข้าใจ ก่อนจะถอยออกไปอย่างเงียบเชียบภายในห้องกลับสู่ความสงบอีกครั้ง อคิราห์หันกลับมาสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า แสงจากจอสะท้
ทางด้านครอบครัวของน้ำฟ้า หลังจากได้ดูคลิปของนที สามคนพ่อแม่ลูกก็กอดกันร้องห่มร้องไห้‘พ่อครับ... แม่ครับ... ผมรักพ่อกับแม่นะ ฟ้า...พี่รักน้องนะ ถ้าพี่ไม่อยู่แล้วฟ้าต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ พี่ฝากดูแลพ่อกับแม่ด้วย’น้ำฟ้าชะงักค้างตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นภาพพี่ชาย ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาพา
รถพยาบาลจอดสนิทที่หน้าห้องฉุกเฉิน ไฟไซเรนดับลง ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลของเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่เวรเปลรีบเข็นเตียงลงมาเรียงกัน อคิราห์ น้ำฟ้า และโซเฟียถูกส่งตัวเข้าห้องตรวจในทันทีน้ำฟ้ากับโซเฟียไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง มีเพียงอาการฟกช้ำ และความเครียดที่ถาโถมทำร้ายจิตใจ หมอสั่งให้นอนให้น้
อคิราห์นั่งอยู่บนเบาะหลังของรถยนต์หรู ท่าทางเต็มไปด้วยความร้อนรน ปลายนิ้วเคาะขาเป็นจังหวะถี่ ๆ อย่างคนพยายามระงับความหงุดหงิดในใจเสียงเครื่องยนต์ดังสม่ำเสมอ แต่รถแทบไม่ขยับไปไหน การจราจรที่หนาแน่นในช่วงค่ำทำให้รถของเขาเคลื่อนตัวราวกับเต่าคลาน ผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วป่านนี้ยังไม่ถึงอีก“ข้างหน้าน่าจะ
รถคันหรูเคลื่อนออกจากตึกสูงมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยของน้ำฟ้า วันนี้อคิราห์ทำหน้าที่เป็นคนขับเองน้ำฟ้านั่งตัวเกร็ง สายตาจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้าเหมือนตั้งใจหลบการปะทะสายตากับเขา“หลังเลิกเรียนจะไปไหนต่อ”จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ถามขึ้นหญิงสาวหันไปมองเจ้าของเสียงทุ้ม ก่อนจะตอบไปตามตรง“จะไปเยี่ยมพ่อที่โรง







