LOGIN“หนูร้อน~”
ทันทีที่ขึ้นรถน้ำเสียงแหบกระเส่าก็หลุดออกมาจากริมฝีปากบาง หญิงสาวรู้สึกร้อนวูบวาบจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เธอพยายามดึงรั้งใบหน้าเคร่งขรึมลงมาจูบ ในขณะที่เขากำลังช่วยประคองเธอไว้
“อย่าซน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเปล่งออกมาจากลำคอหนา ฟังดูราบเรียบและไร้อารมณ์ แต่น่าแปลก แม้จะฟังดูเย็นชาทว่ากลับไม่มีความรำคาญเจืออยู่แม้แต่น้อย
เขาจับมือเธอไว้แน่น ขืนปล่อยให้เป็นอิสระคงซุกซนไม่หยุด คราวนี้คงไม่ใช่แค่เธอที่อดใจไม่ไหว
รถคันงามเคลื่อนมาจอดหน้าคอนโดหรู ร่างสูงอุ้มคนถูกวางยาลงจากรถแล้วพาเดินไปยังลิฟต์ส่วนตัว โดยมีลูกน้องนับสิบตามประกบไม่ห่าง
ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก ร่างสูงก็อุ้มหญิงสาวเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่ลังเล
เขาค่อย ๆ โน้มตัววางร่างเล็กลงในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องอย่างระมัดระวัง
ผิวนุ่มสัมผัสกับน้ำเย็นเฉียบที่ถูกเตรียมไว้โดยแม่บ้าน ทำให้ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก สองมือรีบไขว่คว้าท่อนแขนแข็งแรงเอาไว้
“คุณ ช่วยหนูด้วย~”
สองมือดึงรั้งชายหนุ่มราวกับต้องการบางอย่างจากตัวเขา เจ้าของแววตาเรียบนิ่งย่อตัวลงจนใบหน้าอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ
“เดี๋ยวหมอก็มา”
น้ำเสียงเย็นชาทว่ากลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างแปลกประหลาด น้ำฟ้าพยักหน้าเชื่อฟัง ในขณะที่เจ้าของห้องลุกขึ้นยืนกอดอกมองมาที่เธออย่างไม่ลดละ
ไม่นานนักประตูก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทากางเกงสแล็กสีเข้ม เขาเดินเข้ามาโดยมีกระเป๋ายาใบหนึ่งในมือ
ดวงตาคมของคนเพิ่งมาถึงเพ่งมองสภาพสาวน้อยในอ่างอาบน้ำ ก่อนจะเหลือบมองเจ้าของห้องด้วยแววตาประหลาดใจเจือขำขัน
“ปกติมึงไม่พาผู้หญิงกลับเพนต์เฮาส์”
น้ำเสียงติดตลกของ ‘อนาวิน’ แพทย์หนุ่มพ่วงตำแหน่งกรรมการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลในเครือวราฤทธิ์เอ่ยขึ้น ขณะเดินมุ่งหน้าไปทางอ่างอาบน้ำ เขามีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องของอคิราห์ แม้อายุจะน้อยกว่าถึงสองปี แต่อนาวินก็ไม่เคยเรียกคนอายุเยอะกว่าว่าพี่
อคิราห์ถอนหายใจเล็กน้อยแล้วตอบเสียงเรียบ
“กูเห็นอาการหนัก เลยไม่อยากปล่อยไว้คนเดียว”
นายแพทย์หนุ่มเค้นเสียงหัวเราะหึ ๆ ก่อนจะวางกระเป๋ายาลงแล้วหยิบถุงมือออกมาสวมอย่างชำนาญ จากนั้นก็ขยับไปยืนอยู่ตรงขอบอ่าง
“ดูจากอาการแล้ว น่าจะโดนยาปลุกเซ็กส์ชนิดรุนแรงว่ะ”
เขาพูดไปด้วยขณะเตรียมของ
“เป็นตัวกระตุ้นอารมณ์โดยตรง ไม่แปลกที่จะควบคุมตัวเองไม่ได้”
อคิราห์ย่นคิ้ว มองหญิงสาวซึ่งตอนนี้กำลังมองมาที่เขาด้วยแววตาเว้าวอน
“แล้วต้องทำยังไง”
หมอหนุ่มชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันมาหรี่ตายิ้มเจ้าเล่ห์
“คนอย่างมึงไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าต้องทำยังไงกับสาวสวยที่ถูกวางยา”
อคิราห์ตวัดสายตาใส่ญาติผู้น้อง ก่อนจะเปล่งน้ำเสียงราบเรียบแต่ฟาดแรงจนทำให้คุณหมอสุดหล่อหลุดหัวเราะออกมา
“ถ้ากูจะทำแบบนั้น กูจะเรียกมึงมาทำห่าอะไรล่ะไอ้หมอเวร”
“โอเค ๆ เชื่อแล้วว่าเป็นคนดี รักษาให้ก็ได้ครับ”
เขาพูดพลางหยิบเข็มฉีดยาที่เตรียมไว้ขึ้นมา จากนั้นก็เดินเข้าไปหาหญิงสาว
อคิราห์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากขอบอ่างพลันขยับเท้าตามมาอย่างลืมตัว
หมอหนุ่มหันไปมองแล้วยิ้มกวน
“ขยับตามมาเพื่อ? กลัวกูโดนเธอปล้ำเหรอ”
คนถูกท้วงชะงักฝีเท้า ก่อนจะถอนหายใจแล้วขยับถอยหลังไปสองก้าว
ญาติผู้น้องหัวเราะในลำคอ จากนั้นก็ก้มตัวลงฉีดยาเข้าไปที่หัวไหล่ของหญิงสาวด้วยความชำนาญ
“อดทนหน่อยนะลูกแมวน้อย”
หมอหนุ่มพูดหยอกเย้าคนตัวเล็กที่นั่งนิ่งพยายามข่มอารมณ์ นัยน์ตาแป๋ว ๆ นั่นเหมือนลูกแมวตัวน้อยไม่มีผิด
“เรียบร้อย”
สิ้นประโยคคนเป็นหมอก็ยืดตัวเต็มความสูงแล้วถอดถุงมือออก ระหว่างนั้นก็อธิบายไปด้วย
“อีกเดี๋ยวยาก็ออกฤทธิ์ แล้วอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น พยายามให้เธอดื่มน้ำเยอะ ๆ จะได้ช่วยขับพิษอีกทาง”
พูดจบคุณหมอสุดหล่อก็หันไปมองเจ้าของห้องแล้วแกล้งขยิบตา
“ระหว่างรอยาออกฤทธิ์ มึงก็อดใจให้ได้ละกัน”
“เออ”
อคิราห์ตอบห้วน ๆ พลางเบือนหน้าจากญาติผู้น้อง ไม่รู้ว่าผีเจาะปากมาพูดรึไงมันถึงได้พูดมากนัก
นายแพทย์อนาวินยิ้มมุมปาก เก็บของกลับเข้ากระเป๋าแล้วตั้งท่าจะเดินออกจากห้อง ก่อนปิดประตูไม่ลืมทิ้งท้ายด้วยคำพูดติดตลกนิด ๆ
“อดใจให้ได้ล่ะ ไปนะลูกแมวน้อย”
ประโยคหลังหันไปโบกมือให้คนที่อยู่ในอ่าง ไม่นานประตูก็ปิดลง เหลือเพียงเจ้าของห้องกับหญิงสาวในอ่างอาบน้ำ
อคิราห์ส่ายหน้าให้กับคำพูดของหมอวิน ก่อนจะหันมาทางหญิงสาวอีกครั้ง
ดวงตาหวานเยิ้มมองมาที่เขาเช่นกัน หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ มือสองข้างยกขึ้นพนมไหว้
“ขอบคุณค่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะขยับเข้าใกล้อ่างอาบน้ำแล้วย่อตัวลง
“ดีขึ้นไหม”
“เริ่มดีขึ้นแล้วค่ะ”
เสียงที่เปล่งออกมาแผ่วเบาราวกับกระซิบ
อคิราห์ยื่นมือไปแตะหน้าผากคนในอ่างเบา ๆ เพื่อวัดระดับความร้อน ใบหน้าเรียบนิ่งยังคงเฝ้ามองเธอด้วยสายตาแบบเดิม
สายตาที่ไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ แต่ไม่เคยละจากเธอไปไหน
“ถ้าเวียนหัวก็บอกนะ”
“ไม่เวียนค่ะ”
เธอพูดพลางส่ายหน้า
“แล้ว...ยังมีอาการนั้นอยู่รึเปล่า”
เขาถามถึงอาการกระสันอยากที่ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นกับเธอ
คนถูกถามก้มหน้าด้วยความเขินอาย เธอจำได้ดีว่าตอนไม่มีสติเผลอทำเรื่องน่าเกลียดกับเขาเอาไว้
น้ำฟ้าส่ายศีรษะรัว ๆ ขยับนั่งตัวตรงทันทีที่เริ่มรู้สึกผ่อนคลาย สงสัยยาที่คุณหมอฉีดให้จะออกฤทธิ์แล้ว
สายตาของอคิราห์กวาดมองไปทั่วใบหน้าหวานที่เริ่มกลับมามีสีเลือดฝาด ก่อนจะพูดขึ้น
“อยากลุกรึยัง”
หญิงสาวพยักหน้า
“เดี๋ยวฉันจะออกไปบอกแม่บ้านให้เอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน เปลี่ยนเสร็จแล้วค่อยตามออกมา”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง กลับหลังหันตั้งท่าจะเดินออกจากห้องแต่ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากในอ่าง
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
อคิราห์ไม่ได้หันกลับไปมอง มีเพียงมุมปากที่ขยับเล็กน้อยพร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ขานตอบเพียงสั้น ๆ
“อืม”
จากนั้นร่างสูงก็เดินจากไป ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
เมื่อประตูปิดลง น้ำฟ้าก็เอนหลังพิงขอบอ่าง แล้วนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แววตาเย็นชาของเขา น้ำเสียงที่ฟังดูไร้อารมณ์ และสัมผัสแผ่วเบาบนหน้าผากของเธอ มันไม่ได้ดูน่ากลัวเลยสักนิด กลับกัน เธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่อบอุ่นแทรกซึมเข้ามาในใจมากกว่า
หญิงสาวทอดมองผิวน้ำที่สะท้อนเงาตัวเอง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น แล้วจู่ ๆ หัวใจก็เต้นแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ
ยิ่งนึกภาพตอนตัวเองดึงคอเสื้อเขาลงมาจูบ ยิ่งทำให้แก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่ได้
น้ำฟ้ายกมือขึ้นปิดหน้าเพื่อปกปิดรอยยิ้มอย่างเขินอายและใบหน้าแดงซ่านของตัวเอง
“น่าอายจัง ทำอะไรลงไปเนี่ยน้ำฟ้า”
ขณะพูดพึมพำ ภาพใบหน้านิ่ง ๆ ของเขาก็ผุดขึ้นมาในความคิดอีกครั้ง เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่
‘จะว่าไปท่าทางนิ่ง ๆ ของเขานั้นดูมีเสน่ห์จัง’
หลายเดือนต่อมาแสงไฟสีขาวนวลสาดส่องไปทั่วโถงทางเดินหน้าห้องคลอด เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังเป็นจังหวะสลับไปมากับเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นเป็นระยะ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาดัง ๆทุกสายตาจับจ้องไปยังประตูบานใหญ่ซึ่งปิดสนิท เฝ้ารอฟังเสียงด้านในด้วยใจจดจ่อคุณปู่อนันต์แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปวนมา ดวงตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ลุกเดินไม่ทันไรก็กลับมานั่งอีกแล้ว“ทำไมนานจังนะ”เสียงพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากเบา ๆ คราวนี้เป็นเสียงของพ่อน้ำฟ้าที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากปู่อนันต์มากนักแม่น้ำฟ้านั่งพิงเบาะ สองมือประสานกันแน่นอยู่บนตัก“นั่นสิ นี่ก็นานแล้วนะ”พูดแล้วยกสองมือขึ้นมาพนมไหว้ อธิษฐานขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกมารวมตัวกันที่นี่เพื่อคุ้มครองให้ลูกสาวและหลานทั้งสองคนปลอดภัยอนาวินยืนพิงผนังกอดอกแน่น สีหน้าครุ่นคิด ต่างจากบุคลิกสบาย ๆ ตามปกติ เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆอรนลินยืนอยู่ข้าง ๆ มือกำชายกระโปรงแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันคอยลุ้นเอาใจช่วยคนที่อยู่ในห้องไม่ไกลออก
น้ำฟ้านอนอยู่บนเตียงตรวจ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาด้านนอก ตาคู่สวยจับจ้องไปยังจอภาพอัลตราซาวนด์ไม่กะพริบราวกับไม่อยากพลาดเหตุการณ์แม้แต่เสี้ยววินาทีอคิราห์นั่งอยู่ข้าง ๆ แม้จะพยายามทำเป็นนิ่งเฉย แต่สีหน้าก็ไม่สามารถปิดบังความตื่นเต้นได้เลยบรรยากาศในห้องตรวจเงียบงันราวกับเวลาถูกดึงให้ยืดยาวออกไป หลังจากตรวจเช็กทุกอย่างจนแน่ใจ คุณหมอก็หันมาส่งยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ยินดีด้วยนะคะ คุณแม่ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วค่ะ แถมยังเป็นลูกแฝดด้วยนะคะ”ประโยคนั้นเหมือนปลดล็อกทุกลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้น้ำฟ้าเบิกตากว้าง มืออีกข้างยกขึ้นปิดปากโดยอัตโนมัติ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที“ลูกแฝดเหรอคะ”อคิราห์ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนรอยยิ้มกว้างจะค่อย ๆ แผ่ขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาหันไปมองภรรยาแล้วกุมมือเธอแน่นด้วยความดีใจ“พี่จะได้เป็นพ่อคนแล้ว”น้ำเสียงสั่น ๆ เต็มไปด้วยความตื้นตัน มือใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนไปวางทาบลงบนหน้าท้องแบนราบของเมียรักอย่างทะนุถนอม ดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังจะได้ของขวัญชิ้นพิเศษ แถมยังเป็นสองชิ้นพร้อมกันเลยด้วย“เจ้าตัวเล็กของพ่อ”คุณหมอคลี่ยิ้มขณะมองภาพตร
สองปีผ่านไปอคิราห์มาทำงานแต่เช้าอย่างทุกวัน หลังรับตำแหน่งมาได้สามปีทุกอย่างในบริษัทเข้าที่เข้าทาง ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาหรือต้องอยู่เคลียร์งานจนดึกดื่นเหมือนเมื่อก่อนแถมตอนนี้ยังมีน้ำฟ้ามาช่วยเรื่องการเงินและการบัญชีของบริษัท ทำให้เขาผ่อนแรงไปได้มากทว่าช่วงนี้เขากลับรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ได้พักผ่อน ศีรษะหนักอึ้งราวกับมีอะไรบีบรัดอยู่ตลอดเวลา แถมยังมีอาการคลื่นไส้เป็นระยะโดยเฉพาะช่วงตื่นนอนตอนเช้ากาแฟแก้วโปรดที่เมียชงให้ถูกวางทิ้งไว้แทบไม่ได้แตะ แค่กลิ่นลอยขึ้นมาก็ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนจนต้องเบือนหน้าหนี“เจ้านายไม่สบายหรือเปล่าครับ”อำพลถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสีหน้าเจ้านายซีดลงผิดปกติ“น่าจะนอนไม่พอ”อคิราห์ตอบสั้น ๆ แม้เสียงจะนิ่ง แต่สีหน้าไม่อาจปิดบังอาการอ่อนล้าได้แม้แต่นิดเดียวลูกน้องคนสนิทหรี่ตาแคบ เจ้านายเขาแทบไม่ได้ทำงานดึกดื่นเหมือนแต่ก่อน เลิกงานก็รีบพาเมียกลับบ้าน นอนไม่พอที่ว่าทำให้ผู้ช่วยหนุ่มคิดดีไม่ได้เลยจริง ๆ‘มีเมียเด็กก็งี้แหละ คิ ๆ’ทว่าแอบหัวเราะเจ้านายได้ไม่ทันไรอำพลก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อจู่ ๆ เจ้านายของเขาก็เกิดอาการคลื่นไส้จนต้องยกมือขึ้นมาปิดปากอย่างกะทันหั
เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เธอแอ่นตัวป้อนสองเต้าให้เขาดูดกินได้ถนัดมือหนานวดเฟ้นสองเนินนุ่มนิ่มดูดดึงอย่างเมามันราวกับหิวกระหาย ปลายลิ้นตวัดเลียหัวนมพลางขบเม้มสร้างความเสียวซ่าน“อ๊า~”คนด้านบนบิดกายเร่า ๆ เมื่อถูกฝ่ามือหนาบีบขยำก้นงอน ส่วนกลางเสียดสีเพิ่มอารมณ์กระสันกลางร่องเริ่มมีน้ำไหลเยิ้มออกมาจนสัมผัสได้อคิราห์ลอบยิ้มก่อนจะรั้งใบหน้าสวยลงมาบดจูบ จากนุ่มนวลก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะผละออกเล็กน้อยแล้วพูดเสียงกระเส่า“ถอดเสื้อผ้าออกก่อน”พูดจบก็พลิกร่างเล็กลงด้านข้าง จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าเธอออกอย่างรวดเร็วนัยน์ตาคมทอดมองเรือนร่างระหงที่สวยสะกดไปหมดทุกส่วนแล้วยกยิ้มอย่างพึงพอใจเขาถอดชุดคลุมของตัวเองออกจากนั้นก็เป็นฝ่ายขึ้นคร่อมบนตัวเธอ ฝ่ามือหนาวางลงบนสองเต้าอวบอิ่มเกินตัวแล้วบีบขยำจนเนื้อปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้ว ก่อนริมฝีปากจะครอบงับลงบนหัวนมสีอ่อนแล้วดูดเลียเร่าร้อน“อื้อ~เบา ๆ สิคะ”เสียงครางท้วงเล็ดลอดออกมาอย่างสุดกลั้นพร้อมกับร่างเล็กที่บิดส่ายไปมา ยิ่งตอนที่ปลายนิ้วบีบบี้บนหัวนมสีอ่อนเธอยิ่งมีอารมณ์สุด ๆ“อยากเลียแล้ว อ้าขาออกกว้าง ๆ หน่อย
ลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกสู่เพนต์เฮ้าส์หรู อคิราห์ก้าวออกมาพร้อมสีหน้าเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน ทันทีเดินผ่านเข้าไปในประตู เขาก็พบกับป้าแม่บ้านซึ่งกำลังง่วนทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ในห้องนั่งเล่น“คุณคินกลับมาแล้วเหรอคะ”“คุณผู้หญิงของป้าล่ะ”“คุณผู้หญิงกำลังอาบน้ำอยู่ค่ะ”เจ้านายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปัดมือเป็นสัญญาณให้หญิงวัยกลางคนกลับไปพักได้“ป้ากลับไปพักผ่อนเถอะ”ป้าแม่บ้านโค้งตัวลงแล้วเดินออกจากห้องไปเมื่อในห้องเหลือเพียงความเงียบร่างสูงก็เดินตรงดิ่งไปยังห้องนอน เขาวางเสื้อสูทลงบนพนักโซฟาอย่างเบามือ คลายกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็เปิดออกพอดีกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ลอยคลอกับร่างเล็กที่เดินออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวในชุดคลุมสีอ่อน มีผ้าขนหนูผืนเล็กพันอยู่บนผมเปียกหมาด ใบหน้าหวานผุดรอยยิ้มทันทีที่เห็นผู้เป็นสามียืนอยู่ในห้อง“กลับมาแล้วเหรอคะ ทานอะไรมารึยัง”อคิราห์พยักหน้า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม“พี่ทานข้าวกับลูกค้ามาแล้ว”หลังแต่งงานได้ไม่นานอคิราห์ก็เริ่มแทนตัวเองว่าพี่แทนคำว่าฉันที่ดูเป็นทางการและห่างเหิน อีกอย่างตอนที่เมียรักเรียกเขาด้วยคำสรรพนามสั้น
แสงแดดยามสายลอดผ่านกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่างอคิราห์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างสูงโปร่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย สายตาคมกริบจับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงเส้นกราฟและตัวเลขผลกำไรซึ่งขยับขึ้นจากปีก่อนเกือบเท่าตัวด้วยความพึงพอใจก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนบานประตูจะถูกเปิดออก ผู้ช่วยหนุ่มก้าวเข้ามาอย่างสำรวม“เจ้านายครับ เลขาคนใหม่ที่จะมาเริ่มงานวันนี้มาถึงแล้วครับ ให้ผมพาเข้ามาเลยไหมครับ”เนื่องจากเลขาหน้าห้องคนเดิมได้ยื่นใบลาออกกะทันหัน ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องรับเลขาคนใหม่เข้ามาทำงานแทน กระบวนการรับสมัครและการสัมภาษณ์ทั้งหมด อคิราห์มอบหมายให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเป็นผู้ดำเนินการ โดยไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายหรือมีส่วนร่วมในขั้นตอนดังกล่าวคนเป็นนายละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมเหลือบมองไปยังผู้ช่วยเพียงครู่เดียว เขาไม่ได้ซักถามหรือแสดงท่าทีใด ๆ เป็นพิเศษ เพียงพยักหน้าเล็กน้อยเชิงอนุญาตผู้ช่วยรับคำอย่างเข้าใจ ก่อนจะถอยออกไปอย่างเงียบเชียบภายในห้องกลับสู่ความสงบอีกครั้ง อคิราห์หันกลับมาสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า แสงจากจอสะท้
ทางด้านครอบครัวของน้ำฟ้า หลังจากได้ดูคลิปของนที สามคนพ่อแม่ลูกก็กอดกันร้องห่มร้องไห้‘พ่อครับ... แม่ครับ... ผมรักพ่อกับแม่นะ ฟ้า...พี่รักน้องนะ ถ้าพี่ไม่อยู่แล้วฟ้าต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ พี่ฝากดูแลพ่อกับแม่ด้วย’น้ำฟ้าชะงักค้างตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นภาพพี่ชาย ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาพา
รถพยาบาลจอดสนิทที่หน้าห้องฉุกเฉิน ไฟไซเรนดับลง ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลของเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่เวรเปลรีบเข็นเตียงลงมาเรียงกัน อคิราห์ น้ำฟ้า และโซเฟียถูกส่งตัวเข้าห้องตรวจในทันทีน้ำฟ้ากับโซเฟียไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง มีเพียงอาการฟกช้ำ และความเครียดที่ถาโถมทำร้ายจิตใจ หมอสั่งให้นอนให้น้
อคิราห์นั่งอยู่บนเบาะหลังของรถยนต์หรู ท่าทางเต็มไปด้วยความร้อนรน ปลายนิ้วเคาะขาเป็นจังหวะถี่ ๆ อย่างคนพยายามระงับความหงุดหงิดในใจเสียงเครื่องยนต์ดังสม่ำเสมอ แต่รถแทบไม่ขยับไปไหน การจราจรที่หนาแน่นในช่วงค่ำทำให้รถของเขาเคลื่อนตัวราวกับเต่าคลาน ผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วป่านนี้ยังไม่ถึงอีก“ข้างหน้าน่าจะ
รถคันหรูเคลื่อนออกจากตึกสูงมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยของน้ำฟ้า วันนี้อคิราห์ทำหน้าที่เป็นคนขับเองน้ำฟ้านั่งตัวเกร็ง สายตาจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้าเหมือนตั้งใจหลบการปะทะสายตากับเขา“หลังเลิกเรียนจะไปไหนต่อ”จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ถามขึ้นหญิงสาวหันไปมองเจ้าของเสียงทุ้ม ก่อนจะตอบไปตามตรง“จะไปเยี่ยมพ่อที่โรง







