登入กฎของการเป็นเมียจ้างคือห้ามรู้สึก ห้ามผูกพัน ห้ามหวั่นไหว ห้ามคิดอะไรเกินเลยเป็นอันขาด มิเช่นนั้น จะถูกเลิกจ้างและถูกเรียกเงินคืนทุกบาททุกสตางค์
查看更多กลิ่นควันบุหรี่เจือปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยคลุ้งไปทั่วห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา
โต๊ะไม้สีดำสนิทตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ข้างหลังโต๊ะคือเก้าอี้หนังทรงสูงซึ่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางผ่อนคลาย ทว่านัยน์ตาสีน้ำตาลนั้นกลับแฝงไปด้วยอำนาจมหาศาล
‘อคิราห์’ ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปี เจ้าของรูปร่างสูงโปร่งเกือบแตะหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ผิวขาวสว่างส่งให้เส้นผมสีดำเข้มดูโดดเด่น สีหน้าเคร่งขรึมบ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาล้อเล่นด้วยได้
ด้านซ้ายมือของเขาคือ ‘อำพล’ ผู้ช่วยคนสนิทที่คอยทำหน้าที่เป็นสมองในทุกภารกิจ ส่วนด้านขวามือคือ ‘เอริกส์’ บอดี้การ์ดร่างใหญ่อดีตทหารรับจ้าง
รอบห้องมีชายชุดดำยืนเรียงเป็นแถวนับได้เกินสิบคน ทุกคนต่างยืนก้มหน้าคางชิดอกสงบนิ่งราวกับร่างไร้วิญญาณ
ตรงกลางห้องมีชายคนหนึ่งกำลังนั่งคุกเข่า ลมหายใจรวยรินราวกับชีวิตใกล้ดับสูญ มือทั้งสองข้างถูกมัดด้วยเคเบิลไทร์ ใบหน้าบวมปูดจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมให้เห็น
อคิราห์ปรายตามองคนที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างใจเย็น
“กูไม่ได้อยากให้มันจบแบบนี้หรอกนะ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดคมราวกับมีดเฉือนเข้าไปในเนื้อ นัยน์ตาเข้มเพ่งมองคนตรงหน้าราวกับเสือร้ายที่เล็งเหยื่อ
“ผะ...ผม...ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะหักหลังเจ้านายจริง ๆ นะครับ แต่ถ้าผมไม่ทำพวกมันขู่จะฆ่าลูกกับเมียผม ผมไม่มีทางเลือกจริง ๆ”
คนถูกมัดพูดแก้ตัวพลางเบิกตากว้าง ตะลีตะลานคลานเข่าเข้ามาใกล้ ชายชุดดำรีบกันเขาออกไป
อคิราห์หันไปพยักหน้ากับผู้ช่วย อำพลขยับเข้าใกล้คนถูกมัด จากนั้นก็โยนเอกสารบางอย่างลงตรงหน้า
“ไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นเหรอ งั้นช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยว่าเงินห้าล้านที่โอนเข้าบัญชีมึงมันมาจากไหน”
คนคุกเข่าเริ่มสะอื้นไห้ ในขณะที่อคิราห์ยังไม่ขยับแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งนิ่งเหมือนราชสีห์ที่มองเหยื่ออย่างหมดความสนใจ เพราะรู้ว่ายังไงเหยื่อตัวนี้ก็คงไม่รอดจากเงื้อมมือของเขา
“ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ”
“แค่คำขอโทษ มึงคิดว่ากูจะยอมจบง่าย ๆ งั้นเหรอ”
“ขอโอกาสให้ผมได้แก้ตัวอีกครั้งนะครับ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ ผมยอมทั้งนั้น”
“ทำไมกูต้องให้โอกาสคนทรยศอย่างมึงด้วย”
เสียงสะอื้นปนหอบหายใจหนักดังสะท้อนอยู่ในห้องใหญ่ อคิราห์ไม่แม้แต่จะปรายตาอีกครั้ง เขายกบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาแนบริมฝีปาก แสงสีแดงวูบขึ้นจากไฟแช็กที่ยื่นเข้ามาโดยคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง
ชายหนุ่มสูบควันเข้าเต็มปอดแล้วปล่อยให้มันพวยพุ่งออกจากปากอย่างเนิบช้า แววตาของเขายังคงเรียบนิ่ง ไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาคนที่ยังนั่งคุกเข่า ปลายรองเท้าหนังขัดเงาเขี่ยคางคนก้มหน้าให้เงยขึ้น
“ช่วยไม่ได้ มึงเสือกทรยศกูเอง”
นิ้วเรียวยาวยกขึ้นเป็นสัญญาณสั้น ๆ โดยไม่ต้องใช้คำพูด
ชายชุดดำพยักหน้าอย่างรู้หน้าที่ รีบลากคนคุกเข่าออกไปจากห้องนั้น ก่อนเสียงปืนจะดังก้องขึ้นสามนัด
ปัง! ปัง! ปัง!
แล้วความเงียบก็กลับคืนมาอีกครั้ง
ตั้งแต่วันที่เขาก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งว่าที่ผู้นำ แทนอดีตผู้นำอย่างผู้เป็นพ่อที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปได้ไม่นาน ในหัวสมองก็ไม่มีพื้นที่สำหรับความลังเลหรือความเมตตาสำหรับพวกทรยศอีกต่อไป
โลกของธุรกิจที่มีแต่การแก่งแย่งชิงดี ไม่มีทางเดินสำหรับคนอ่อนแอ ทุกการตัดสินใจจึงต้องเด็ดขาด ไม่เว้นแม้กระทั่งการตัดสินชีวิตของใครสักคน
การให้อภัยเป็นสิ่งสวยงามก็จริง แต่ไม่ใช่สำหรับเขา เพราะในโลกใบนี้คนที่ใจอ่อนมักจะตายก่อนเสมอ
เสียงถอนหายใจดังขึ้นแผ่วเบาหลังจากแผ่นหลังกว้างสัมผัสกับพนักพิงเก้าอี้ เขายกมือกุมศีรษะ ปลายนิ้วบีบขมับแน่นหวังให้ความเครียดจางหาย เปลือกตาค่อย ๆ ปิดลงอย่างคนเหนื่อยล้า
“ผมว่าเจ้านายกลับไปพักผ่อนก่อนดีไหมครับ เดี๋ยวผมจะโทรบอกคุณน้ำฟ้าให้เตรียมน้ำอุ่นไว้รอ”
เสียงทุ้มต่ำของผู้ช่วยคนสนิทเอ่ยอย่างรู้ใจ
ทันทีที่ได้ยินชื่อหญิงสาว เปลือกตาคู่หนาก็เบิกขึ้นอย่างฉับพลัน ก่อนชายหนุ่มจะหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
เขามุ่งหน้าไปยังประตูทางออก ก่อนจะเอ่ยอย่างรู้ทันเมื่อเห็นว่าบอดี้การ์ดร่างใหญ่ตั้งท่าจะเดินตามมา
“ไม่ต้องตาม”
“ครับ”
เอริกส์ก้มหน้าน้อมรับอย่างทันควัน ก้าวถอยหลังกลับไปยืนจุดเดิม
อำพลมองหน้าเพื่อนร่วมงานแล้วหัวเราะเย้ยหยัน แววตาฉายแววรู้ทันจนไม่ต้องเอ่ยอะไรออกมาให้เปลืองคำพูด
ผู้ช่วยคนสนิทรู้ดีว่าในยามที่เจ้านายจะกลับไปหาน้ำฟ้า เขาไม่เคยต้องการคนติดตาม ไม่ต้องการให้ใครเข้าไปยุ่ง ไม่ต้องการแม้แต่เงาของลูกน้องเดินตามหลัง เพราะทุกครั้งที่เขาเลือกกลับไปหาหญิงสาว นั่นคือพื้นที่ส่วนตัวของเขา
พื้นที่ที่แม้แต่คนอย่างอำพลผู้ซึ่งรู้ความลับมากมายในอาณาจักรวราฤทธิ์ ยังไม่กล้าเข้าไปก้าวก่ายถ้าไม่ได้รับคำสั่ง
ผู้ช่วยหนุ่มยิ้มน้อย ๆ อย่างเข้าใจดีว่าในเส้นทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยศัตรูและการทรยศหักหลัง น้ำฟ้าคือสิ่งเดียวที่สามารถดึงปีศาจอคิราห์ให้กลับมาเป็นคนได้
..
..
ภายในเพนต์เฮาส์หรูบนชั้นสูงสุดของคอนโดติดแม่น้ำเจ้าพระยาถูกตกแต่งอย่างมีรสนิยม โทนสีดำพาดทองสะท้อนตัวตนเจ้าของห้องอย่างชัดเจน
ผนังกระจกบานใหญ่ทำให้เห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนได้อย่างกว้างไกล แสงไฟนับหมื่นกะพริบระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ร่วงลงมาเกลื่อนพื้นโลก
กลิ่นอ่อน ๆ จากเทียนหอมที่จุดไว้ตรงมุมห้องช่วยขับให้บรรยากาศดูอบอุ่นและผ่อนคลาย
ร่างเล็กในชุดนอนสีขาวสะอาดนั่งอยู่บนโซฟารับแขก เนื้อผ้าบางเบาเผยให้เห็นเรือนร่างระหง เส้นผมยาวสลวยถูกรวบไว้ด้านข้างอย่างหลวม ๆ เพิ่มเสน่ห์เย้ายวนนิด ๆ
ริมฝีปากบางแต้มสีระเรื่อ ดวงตาคู่สวยทอดมองไปทางประตูราวกับรอคอยใครบางคน
‘เจ้านายกำลังกลับ คุณน้ำฟ้าช่วยเตรียมน้ำอุ่นไว้ด้วยนะครับ’
คำพูดของอำพลปลุกให้เธอต้องลืมตาฝ่าความง่วง ลุกมาจัดเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้เจ้าของห้อง ทั้งที่ตอนนี้มันควรเป็นเวลาพักผ่อนมากกว่า
แม้จะยังรู้สึกง่วงนอนแต่ ‘น้ำฟ้า’ ก็ปฏิบัติตามคำไหว้วานโดยไม่อิดออด เพื่อเขาแล้วไม่ว่าจะต้องลำบากแค่ไหน คนอย่างเธอก็พร้อมทำให้ด้วยความเต็มใจ
ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำฟ้ากับอคิราห์ไม่มีชื่อเรียกชัดเจน เธอมีสถานะเป็นเพียงผู้หญิงที่เขาเลี้ยงดูในฐานะเมียปลอม ๆ เท่านั้น ห้ามผูกพัน ห้ามรู้สึกเกินกว่าเจ้านายกับลูกจ้าง
แม้จะรู้อย่างนั้นแต่น้ำฟ้าก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้
หากให้ย้อนไปยังจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์แสนซับซ้อนนี้ เรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน
หลายเดือนต่อมาแสงไฟสีขาวนวลสาดส่องไปทั่วโถงทางเดินหน้าห้องคลอด เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังเป็นจังหวะสลับไปมากับเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นเป็นระยะ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาดัง ๆทุกสายตาจับจ้องไปยังประตูบานใหญ่ซึ่งปิดสนิท เฝ้ารอฟังเสียงด้านในด้วยใจจดจ่อคุณปู่อนันต์แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปวนมา ดวงตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ลุกเดินไม่ทันไรก็กลับมานั่งอีกแล้ว“ทำไมนานจังนะ”เสียงพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากเบา ๆ คราวนี้เป็นเสียงของพ่อน้ำฟ้าที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากปู่อนันต์มากนักแม่น้ำฟ้านั่งพิงเบาะ สองมือประสานกันแน่นอยู่บนตัก“นั่นสิ นี่ก็นานแล้วนะ”พูดแล้วยกสองมือขึ้นมาพนมไหว้ อธิษฐานขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกมารวมตัวกันที่นี่เพื่อคุ้มครองให้ลูกสาวและหลานทั้งสองคนปลอดภัยอนาวินยืนพิงผนังกอดอกแน่น สีหน้าครุ่นคิด ต่างจากบุคลิกสบาย ๆ ตามปกติ เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆอรนลินยืนอยู่ข้าง ๆ มือกำชายกระโปรงแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันคอยลุ้นเอาใจช่วยคนที่อยู่ในห้องไม่ไกลออก
น้ำฟ้านอนอยู่บนเตียงตรวจ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาด้านนอก ตาคู่สวยจับจ้องไปยังจอภาพอัลตราซาวนด์ไม่กะพริบราวกับไม่อยากพลาดเหตุการณ์แม้แต่เสี้ยววินาทีอคิราห์นั่งอยู่ข้าง ๆ แม้จะพยายามทำเป็นนิ่งเฉย แต่สีหน้าก็ไม่สามารถปิดบังความตื่นเต้นได้เลยบรรยากาศในห้องตรวจเงียบงันราวกับเวลาถูกดึงให้ยืดยาวออกไป หลังจากตรวจเช็กทุกอย่างจนแน่ใจ คุณหมอก็หันมาส่งยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ยินดีด้วยนะคะ คุณแม่ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วค่ะ แถมยังเป็นลูกแฝดด้วยนะคะ”ประโยคนั้นเหมือนปลดล็อกทุกลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้น้ำฟ้าเบิกตากว้าง มืออีกข้างยกขึ้นปิดปากโดยอัตโนมัติ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที“ลูกแฝดเหรอคะ”อคิราห์ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนรอยยิ้มกว้างจะค่อย ๆ แผ่ขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาหันไปมองภรรยาแล้วกุมมือเธอแน่นด้วยความดีใจ“พี่จะได้เป็นพ่อคนแล้ว”น้ำเสียงสั่น ๆ เต็มไปด้วยความตื้นตัน มือใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนไปวางทาบลงบนหน้าท้องแบนราบของเมียรักอย่างทะนุถนอม ดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังจะได้ของขวัญชิ้นพิเศษ แถมยังเป็นสองชิ้นพร้อมกันเลยด้วย“เจ้าตัวเล็กของพ่อ”คุณหมอคลี่ยิ้มขณะมองภาพตร
สองปีผ่านไปอคิราห์มาทำงานแต่เช้าอย่างทุกวัน หลังรับตำแหน่งมาได้สามปีทุกอย่างในบริษัทเข้าที่เข้าทาง ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาหรือต้องอยู่เคลียร์งานจนดึกดื่นเหมือนเมื่อก่อนแถมตอนนี้ยังมีน้ำฟ้ามาช่วยเรื่องการเงินและการบัญชีของบริษัท ทำให้เขาผ่อนแรงไปได้มากทว่าช่วงนี้เขากลับรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ได้พักผ่อน ศีรษะหนักอึ้งราวกับมีอะไรบีบรัดอยู่ตลอดเวลา แถมยังมีอาการคลื่นไส้เป็นระยะโดยเฉพาะช่วงตื่นนอนตอนเช้ากาแฟแก้วโปรดที่เมียชงให้ถูกวางทิ้งไว้แทบไม่ได้แตะ แค่กลิ่นลอยขึ้นมาก็ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนจนต้องเบือนหน้าหนี“เจ้านายไม่สบายหรือเปล่าครับ”อำพลถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสีหน้าเจ้านายซีดลงผิดปกติ“น่าจะนอนไม่พอ”อคิราห์ตอบสั้น ๆ แม้เสียงจะนิ่ง แต่สีหน้าไม่อาจปิดบังอาการอ่อนล้าได้แม้แต่นิดเดียวลูกน้องคนสนิทหรี่ตาแคบ เจ้านายเขาแทบไม่ได้ทำงานดึกดื่นเหมือนแต่ก่อน เลิกงานก็รีบพาเมียกลับบ้าน นอนไม่พอที่ว่าทำให้ผู้ช่วยหนุ่มคิดดีไม่ได้เลยจริง ๆ‘มีเมียเด็กก็งี้แหละ คิ ๆ’ทว่าแอบหัวเราะเจ้านายได้ไม่ทันไรอำพลก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อจู่ ๆ เจ้านายของเขาก็เกิดอาการคลื่นไส้จนต้องยกมือขึ้นมาปิดปากอย่างกะทันหั
เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เธอแอ่นตัวป้อนสองเต้าให้เขาดูดกินได้ถนัดมือหนานวดเฟ้นสองเนินนุ่มนิ่มดูดดึงอย่างเมามันราวกับหิวกระหาย ปลายลิ้นตวัดเลียหัวนมพลางขบเม้มสร้างความเสียวซ่าน“อ๊า~”คนด้านบนบิดกายเร่า ๆ เมื่อถูกฝ่ามือหนาบีบขยำก้นงอน ส่วนกลางเสียดสีเพิ่มอารมณ์กระสันกลางร่องเริ่มมีน้ำไหลเยิ้มออกมาจนสัมผัสได้อคิราห์ลอบยิ้มก่อนจะรั้งใบหน้าสวยลงมาบดจูบ จากนุ่มนวลก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะผละออกเล็กน้อยแล้วพูดเสียงกระเส่า“ถอดเสื้อผ้าออกก่อน”พูดจบก็พลิกร่างเล็กลงด้านข้าง จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าเธอออกอย่างรวดเร็วนัยน์ตาคมทอดมองเรือนร่างระหงที่สวยสะกดไปหมดทุกส่วนแล้วยกยิ้มอย่างพึงพอใจเขาถอดชุดคลุมของตัวเองออกจากนั้นก็เป็นฝ่ายขึ้นคร่อมบนตัวเธอ ฝ่ามือหนาวางลงบนสองเต้าอวบอิ่มเกินตัวแล้วบีบขยำจนเนื้อปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้ว ก่อนริมฝีปากจะครอบงับลงบนหัวนมสีอ่อนแล้วดูดเลียเร่าร้อน“อื้อ~เบา ๆ สิคะ”เสียงครางท้วงเล็ดลอดออกมาอย่างสุดกลั้นพร้อมกับร่างเล็กที่บิดส่ายไปมา ยิ่งตอนที่ปลายนิ้วบีบบี้บนหัวนมสีอ่อนเธอยิ่งมีอารมณ์สุด ๆ“อยากเลียแล้ว อ้าขาออกกว้าง ๆ หน่อย
รถพยาบาลจอดสนิทที่หน้าห้องฉุกเฉิน ไฟไซเรนดับลง ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลของเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่เวรเปลรีบเข็นเตียงลงมาเรียงกัน อคิราห์ น้ำฟ้า และโซเฟียถูกส่งตัวเข้าห้องตรวจในทันทีน้ำฟ้ากับโซเฟียไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง มีเพียงอาการฟกช้ำ และความเครียดที่ถาโถมทำร้ายจิตใจ หมอสั่งให้นอนให้น้
ชายแปลกหน้าที่สวมหน้ากากอนามัย คนที่ดึงเขาออกมาจากซากรถก่อนที่มันจะระเบิดคือคนเดียวกันกับในรูป“นี่มัน...”เสียงพึมพำหลุดออกจากริมฝีปากหนา ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปอ่านตัวอักษรใต้กรอบรูปวันที่พี่ชายน้ำฟ้าเสียชีวิตตรงกับวันที่เขาประสบอุบัติเหตุอคิราห์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนมือที่ยกค้างไว้สั่นสะท
“สงสัยต้องรื้อฟื้นความจำแล้วมั้ง”คนร้ายกาจพูดด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนริมฝีปากจะประกบลงบนกลีบปากระเรื่อ ตวัดปลายลิ้นโลมเลียไปรอบ ๆ จากนั้นก็สอดลิ้นเข้าไปในโพรงชุ่มแฉะทั้งดูดทั้งขบอย่างบ้าบิ่น“อื้อ~”น้ำฟ้าครางท้วงพลางสะบัดหน้าหนี แต่มีหรือคนเอาแต่ใจจะยอมให้เธอหลุดพ้น มือข้างหนึ่งจับล็อกใบหน้าสวยให
ทันทีที่เข้ามาในห้อง ตาคมก็สะดุดเข้ากับร่างเล็กที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ทั้งที่ตอนนี้ควรอยู่ในห้องน้ำมากกว่าเธอกำลังจ้องบางสิ่งในนั้นด้วยสีหน้าไม่เข้าใจนัก จนเขาต้องขมวดคิ้วตาม“ทำไมยังไม่เข้าไปอาบน้ำอีก”น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นจากด้านหลังน้ำฟ้าหันมาทางเจ้าของเสียงทัน