Masuk10ปีต่อมา
โรงพยาบาล อัญชสา 09:00น. “พ่อพร้อมจะเข้าห้องผ่าตัดยังครับ” คุณหมอหนุ่มโปรไฟล์ดีหน้าตาก็ดีมากๆด้วย เดินเข้ามาคุยกับพ่อที่กำลังรอผ่าตัดจากลูกชายอยู่ “พร้อมมาตั้งนานแล้วนะ” ผู้เป็นพ่อมองลูกชายความภูมิใจ ที่เป็นทั้งคุณหมอที่อายุน้อยและเก่งมากๆอีกด้วย “ผลตรวจร่างกายของพ่อผ่านทุกด้าน พร้อมเข้ารับการผ่าตัดได้ เลือดสำรองก็เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ” หมอรินทร์ยื่นผลตรวจร่างกายของผู้เป็นพ่อให้ได้ดูด้วย “พ่อจะปล่อยตัวให้ ลำบากลูกได้ไง ก็ต้องบำรุงให้ดีอยู่แล้ว” ก่อนถึงช่วงผ่าตัดเขาก็บำรุงตัวเองเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้ร่างกายมามีปัญหาระหว่างผ่าตัด “ถ้างั้นเราไปเปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยกันนะครับ” คุณหมอหนุ่มยิ้มหวานให้กับพ่อ ก่อนจะฉีดยาสลบให้พ่อเพื่อที่จะทำการผ่าตัด จากอุบัติเหตุเหตุครั้งนั้นที่ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปและวันนี้ก็จะเอามันกลับคืนมา ก่อนหน้านั้นก็สามารถผ่าตัดได้แต่ต้องใช้เงินเยอะเพราะต้องเป็นหมอที่เก่งและค่าใช้จ่ายก็แพงเกินกว่าเด็กที่จะหาเงินมารักษาได้ แต่วันนี้มีเงินเพื่อรักษาแล้วและเขาได้ทำมันด้วยตัวเอง ห้องผ่าตัด “อดทนหน่อยนะครับ รินทร์จะทำให้พ่อกลับมาเดินได้เหมือนเดิมนะครับ” คุณหมอหนุ่มก้มลงกระซิบข้างหูของผู้เป็นพ่อ ก่อนจะลงมือผ่าตัดอย่างชำนาญถึงจะพึ่งจบใหม่แต่ด้วยความขยันและเก่งเขาเลยเอาชนะความกลัวและคำดูถูกของใครหลายๆคนได้ และยังเรียนด้านนี้มาเพื่อรักษาพ่อโดยตรง ด้วย 3ชั่วโมงผ่านไป ห้องพักฟื้นพิเศษ การผ่าตัดค่อนข้างต้องใช้เวลาเพราะด้วยความที่สะสมมานานบวกกับความดื้อของพ่อที่ไม่ยอมเป็นคนพิการ แต่สุดท้ายก็จบลงได้ด้วยดีและปลอดภัยหายห่วงเลย “พ่อครับรินทร์ทำได้แล้วนะครับ” คุณหมอหนุ่มยิ้มให้กับความสำเร็จครั้งใหญ่นี้ หลังจากที่การผ่าตัดจบลงผู้เป็นพ่อก็ถูกส่งตัวมาที่ห้องพักฟื้นพิเศษทันที และคุณหมอก็คอยดูแลไม่ขาดสายเลย “ต่อไปนี้พ่อไม่ต้องเจ็บปวดแล้วนะครับพ่อจะกลับมาเดินได้แล้วนะครับถึงมันจะไม่หายสนิทแต่มันก็ไม่ลำบากไม่เจ็บเเล้วนะครับ” คุณหมอหนุ่มยิ้มพร้อมปาดน้ำตาด้วยความดีใจและมีความสุขที่ความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขาได้สำเร็จได้ไปได้ด้วยดีแล้ว “พ่อครับเดี๋ยวไปทำงานก่อนนะครับ เดี๋ยวแวะมาหาใหม่”พอหมอรินทร์ ประเมินดูแล้วว่าพ่อจะไม่มอาการแทรกซ้อนขึ้นมา เขาก็จะออกไปทำหน้าที่หมอต่อ 20:00น. “พ่อครับเดี๋ยวรินทร์เช็ดตัวให้ก่อนนอนนะครับ” ตอนนี้ผู้เป็นพ่อยังไม่ฟื้น แต่ก็พ้นขีดอันตรายแล้ว หมอรินทร์ก็มาคอยดูแลพ่ออยู่ไม่ห่างเลย และกำลังเตรียมจะเช็ดตัวรอบค่ำให้พ่อ พอเสร็จแล้วเขาก็วัดไข้อีกรอบด้วย “หมอรินทร์คะมีเหตุฉุกเฉินค่ะตอนนี้หมอใหญ่ไม่อยู่ค่ะ” พยาบาลรีบเข้ามาบอกคุณหมอหนุ่มที่กำลังวัดไข้ให้พ่ออยู่ และก็เลิกงานแล้วด้วย “จริงหรอครับเดี๋ยวผมไปแทนก็ได้ครับ” เหตุฉุกเฉินแบบนี้ถึงจะไม่ได้อยู่เวรแต่ตามสัญชาตญาณก็ต้องรีบทำ “เชิญที่ห้องฉุกเฉินค่ะ” คุณหมอรีบตามไปที่ห้องฉุกเฉินและก็เปลี่ยนชุดทันทีที่ไปถึง เหตุฉุกเฉินครั้งนี้มากจากอุบัติรถชนสภาพของคนไข้เหมือนกับพ่อของเขาในคราวนั้นแป๊ะๆเลย “คุณหมอคะ เราไม่มีเวลาแล้วนะคะคนเจ็บหยุดหายใจแล้วค่ะ” พยาบาลรีบเรียกสติคุณหมอที่กำลังตกใจกับสภาพของคนเจ็บ “ครับๆ” พอตั้งสติได้ก็รีบทำการรักษาทันที ‘ต้องตั้งสติให้ดีรินทร์ เคสนี้จะให้ผิดพลาดไม่ได้’ เขาเข้าไปปั้มหัวใจคนเจ็บที่ชีพจรอ่อนมากๆ “เส้นเอ็นที่ขาของเขามันทับกันเราต้องรีบทำการผ่าตัดนะครับขออุปกรณ์ด้วยครับ” อาการเดียวกับพ่อเขาเลยเพียงแค่เคสของพ่อไม่ได้ผ่าตัดเลยในตอนนั้นเพราะเคสของพ่อคือหนักกว่าเคสนี้พอสมควร แล้วก็เริ่มทำการผ่าตัดทันทีอย่างไม่รอช้าหลังจากที่ปั๊มหัวใจคืนมาได้ “เขาเสียเลือดเยอะมีเลือดสำรองไหมครับ” แล้วการผ่าตัดก็สะดุดเพราะเข้าเขตอันตราย “เราไม่มีเลือดกรุ๊ปABเลยค่ะคุณหมอ” ถึงจะมีก็ยังไม่พอสำหรับเคสนี้ “ไปถามญาติเขาดูครับ” ตอนนี้เข้าสู่สถานการณ์ฉุกเฉินและอันตรายถึงชีวิตเลยด้วย “คุณหมอคะคนเจ็บหัวใจหยุดเต้นค่ะ” ทุกอย่างตอนนี้เสี่ยงไปหมดมันเป็นเคสแรกที่ยากสำหรับเขามากๆเลยทั้งยากทั้งกดดัน “คุณหมอคะคงเราทำไม่เร็จแล้วค่ะ” ตอนนี้ไม่มีท่าทีจะฟื้นคืนเลย “ไม่ได้เราต้องทำให้สุดสิครับมันต้องสำเร็จสิครับ” คุณหมอก็ยังคงปั๊มหัวใจจนคนเจ็บกลับคืนมา “คุณหมอคะมีผู้บริจาคเลือดแล้วค่ะ” แล้วความหวังก็มาเพิ่มมากขึ้น “ดีมากครับ” พอทุกอย่างเริ่มเป็นใจการผ่าตัดก็ดำเนินการต่อ จนสุดท้ายก็จบลงด้วยดีและคนเจ็บก็ปลอดภัย หน้าห้องฉุกเฉิน “คุณหนูคะคุณผู้ชายต้องปลอดภัยแน่นอนค่ะ” แม่บ้านก็คอยปลอบใจเจ้านายสาวที่ตามติดอาการของพี่ชายมาตลอด “ใช่พี่บาสต้องไม่เป็นอะไรพี่บาสเก่งจะตายฮึก!” ทางนี้ก็คอยปลอบใจตัวเองไปพร้อมกับร้องไห้ไม่หยุดเลย “ญาติคนเจ็บครับ” แล้วคุณหมอก็ออกมาพบปะกับญาติแล้ว“ก็แค่นั้นแหละค่ะพี่ก็ทำเหมือนไม่เคยใกล้กันงั้นแหละ” วันก่อนกอดจูบเเนบชิดกันเชียว“ก็ต้องให้เกียรติกันป่ะ” วันนั้นมันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ “พี่นิรันทร์แอบออกกำลังกายป่ะเนี่ย” มันดูดีกว่าเดิมอีก“ทำต้องไมต้องแอบก่อนก็ทำอยู่ตลอดแหละ” นิดหน่อยก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ“อื้ม~ต่อไปจะขนาดไหนคะเนี่ย” ตอนนี้ก็ว่าดีแล้วต่อไปจะแซ่บขนาดไหนคุณนิรันทร์คนนี้“ทดแทนเวลาที่เสียไปไง ตั้งหลายปีแล้วไม่ได้ทำอะไรเลย” ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุก็คงแซ่บกว่านี้อีก“แล้วพี่นิรันทร์จะทำอะไรต่อหรอคะ ตอนนี้ก็ทำอะไรได้เยอะแล้ว” คนแบบนี้ไม่น่าอยู่เฉยๆได้“มันก็มีในหัวหลายอย่างเลยนะแต่ก็ลองทำไปก่อนถ้าโอเคอันไหนก็ทำอันนั้นแหละ” กำลังลองหาอะไรทำอยู่“อื้ม~อันนี้พี่ทำเองหรือเปล่าคะ” หันไปเจอโมเดลที่โต๊ะ“ใช้ทำค้างไว้ตั้งแต่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุ นึกได้ก็เลยเอามาทำต่อ” มันทำแก้เบื่อได้ด้วย“เหมือนของจริงมาก พี่ทำอะไรไม่ได้บ้างคะเนี่ย” เจนเดินมาดูใกล้ๆ“เยอะแยะที่ยังไม่ได้ทำ” ยังมีอีกเยอะเลยที่ยังไม่ได้ลองทำ“แต่ถ้าพี่ทำมันก็คงได้หมดแหละค่ะ นี้ถ้าพี่ไม่มาเจ็บซ่ะก่อนพี่อาจจะร
ห้องนิรันทร์“ก็กว้างดีนะคะ” ทั้งคู่ได้เข้ามาอยู่ในห้องกันตามลำพังแล้ว“เจนนอนที่เตียงก็ได้ เดี๋ยวพี่นอนพื้นเอง” ทางนี้คือให้สาวได้นอนเตียงนุ่มๆเลย“โอ๊ะไม่ดีนะคะเจนนอนข้างล่างก็ได้” ทำแบบนี้มันก็เกรงใจแย่เลย“เออ~นอนไปเถอะพี่นอนได้หมดแหละ” ก็จริงอยู่นะเพราะบางวันเขาก็นอนที่พื้นบางคนก็นอนที่เตียง“เอ่อขอบคุณแล้วกันนะคะ” ก็ดูทรงแล้วไม่ยอมแน่นอน“อื้ม วันนี้เจอเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” ทั้งวันเลยวันนี้“จริงค่ะแต่เรื่องนี้มันก็ห้ามไม่ได้นี่คะ” ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก“จะว่าไปมันก็น่าตามนะดูรินทร์เลือดร้อนมากตอนนี้” เดินมานั่งที่เตียง“จริงค่ะคุณหมอตามจนเจอด้วย” ปกติก็ไม่ตามอะไรขนาดนี้นะ“ก็คงเป็นโชคชะตาของเขาแหละต่อไปอาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ก็ได้” แน่นอนว่าถ้าเคสนี้ถ้ารินทร์ทำสำเร็จ มันต้องมีบทบาทใหม่ๆเข้ามาแน่“ก็ถูกอีกค่ะรู้ว่าคุณหมอสายตาดีแต่ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้” ถ้าเป็นคนอื่นคือไม่เห็นแน่ๆ“ทำไมหรอ” นิรันทร์เขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้นด้วยและยังไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมเลย“ก็เห็นแค่เงากระเป๋า นิดเดียวเองก็รู
“ม่าย~ลูกแม่!ฮือ~” พอแม่ของผู้ตายมาเห็นภาพตรงหน้าก็ล้มทั้งยืนเลย ทางครอบครัวผู้ตายแทบจะเป็นลมกัน“สงสารเขานะครับ” ตอนนี้รินทร์ถอยออกมาอยู่กับพ่อ นอกเขตอันตรายแล้ว“ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหรอก” เข้าใจดีว่าการสูญเสียมันเป็นยังไง“แล้วพ่อเป็นยังไงบ้างครับ กายพะอืดพะอมหรือยัง แล้วมันเป็นภาพติดตาพ่อหรือเปล่า” รินทร์ก็มาถามอาการของผู้เป็นพ่อด้วย ตอนนั้นเขาก็เห็นอยู่แหละ แต่ต้องโฟกัสกับสิ่งที่ทำตรงหน้าก่อน “ไม่เท่าไหร่หรอก มีแค่กลิ่นคาวเลือดนั่นแหละ” เขาเป็นคนจิตแข็งพอสมควรเลยล่ะ แค่ไม่ถูกกับกลิ่นเลือดแค่นั้น “ก็ดีแล้วครับ” พอเห็นแบบนี้แล้วรินทร์ก็สบายใจขึ้นมาเลย“ผมขอให้คุณทุกคนไปให้ปากคำด้วยนะครับ” ตำรวจอีกคนก็เข้ามาหาทั้งสามคน“อ่าผมเป็นคนเห็นเหตุการณ์นี้ผมขอให้ปากคำเดียวนะครับ พวกเขาสองคนยังมีงานที่ต้องทำพ่อผมก็ไม่สะดวกเดินทางครับ” ตัวเองก็มีงานแต่ไม่อยากให้ใครต้องมาวุ่นวายกับตัวเองด้วย“คุณบอกว่าอยากเป็นคนชันสูตรศพด้วยใช่ไหม” ตำรวจหนุ่มคนที่คุยกับรินทร์ก่อนหน้าก็เข้ามาถาม“ใช่ครับ” ก็ยังยืนยันคำพูดเดิม“ญาติยอมให้ชันสูตรจนกว่าจะตามจับคนร้ายได้รวบกวนคุณด้ว
“มีอะไรกันหรอ” แล้วนิรันทร์ก็ตามมาเจอ“คนครับ” รินทร์พูดแค่นี้พ่อก็น่าจะเข้าใจแล้ว“โทรแจ้งตำรวจยัง” ก็รู้กันอยู่แล้วว่าตรงหน้าคืออะไร“โทรแล้วค่ะเดี๋ยวรอหน่อย” เจนก็ตอบแทนให้เพราะตอนนี้รินทร์กำลังสะเทือนใจกับสิ่งที่เห็นไม่ใช่เพราะกลัวแต่สงสารเขามากกว่าแล้วสักพักตำรวจก็มาที่เกิดเหตุรวมถึงนักข่าวด้วย“คุณเป็นคนเจอใช่ไหมครับ” ตอนนี้ตำรวจกำลังเอาร่างของผู้ตายออกมาจากกระเป๋า“ครับผมเห็นว่ามันไม่ชอบมาพากลผมเลยตามมาครับ” รินทร์ก็ตอบไปตามความจริงพร้อมกับมองดูการทำงานของตำรวจโดยที่ไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย “โอ๊ะ!” พอเจนเห็นหน้าผู้ตายก็ปิดปากทันที“คุณรู้จักผู้ตายหรือเปล่า” ตำรวจเห็นอาการของเจนก็เลยถาม“ค่ะแต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวนะคะเธออยู่บ้านหลังนี้ค่ะ” ก็บ้านข้างๆเจนนี่แหละ“กู้ภัยยังไม่มาหรอครับ” ตอนนี้มีแค่ตำรวจกับนักข่าว“กำลังมาครับตอนนี้รถติดมากครับ” ช่วงที่คนกำลังกลับบ้าน “ผมช่วยนะครับ” รินทร์ก็เข้าไปช่วยต่อชิ้นส่วนต่างๆให้เพราะก็ละเอียดพอสมควรเลย“คุณดูเชียวชาญนะ” ตำรวจเห็นการทำงานของรินทร์ก็เลยอดที่จะถามไม่ได้
18:00นบ้านรินทร์“อารมณ์ไหนมาปลูกต้นไม้เนี่ย” นิรันทร์เดินมาดูรินทร์ที่กำลังรดน้ำต้นไม้ที่พึ่งเอามาปลูกใหม่“รินทร์ว่าเขาน่ารักดีนะครับ ปุ๊กปิ๊กดี” เห็นมันน่ารักก็เลยซื้อมาไว้ที่บ้าน“กับข้าวเสร็จแล้วนะเดี๋ยวพ่อไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวมากิน เราหิวก็กินก่อนเลย” ก็ตั้งใจเดินมาบอกนี้แหละ“รินทร์รอพ่อดีกว่าครับกินคนเดียวไม่อร่อย” ยิ้มหวานให้พ่อแล้วก็หันไปรดน้ำต้นไม้ต่อ คนพ่อก็ไปอาบน้ำ“โตไวไวน๊า~” รดน้ำไปพูดไป “หืม~ใครอ่ะนั่น” แล้วสายตารินทร์ก็เหลือบไปเจอบุคคลที่ไม่น่าไว้ใจและตอนนี้กำลังเดินไปทางบ้านเจนด้วย“ไม่น่าไว้ใจเลยอ่ะไปแถวบ้านพี่เจนด้วย” รินทร์ลังเลอยู่สักพักเลยตัดสินใจจะตามไปดู“พ่อเดี๋ยวรินทร์มานะครับ” เก็บของมาไว้แล้วปิดประตูบ้านไว้จากนั้นก็แอบตามเขาไปหน้าบ้านเจน“หายไปไหนแล้วอ่ะ” ถึงจะตามมาแต่ก็ไม่ทัน“คุณหมอคะ?” แล้วเจนก็เดินออกมาทัก“อุ้ย!ตกใจหมดเลย” อันนี้ตกใจจริงไม่คิดว่าจะออกมาทัก“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เจนก็เลยถามต่อเพราะตอนนี้รินทร์ดูเหมือนจะมีอะไรในใจด้วย“เอ่อคุยข้างในเถอะครับ” แล้วก็ดันเจนเข้าไปในบ้าน“ปิดประตูได้ไหมครับ” ไม่น่าไว้ใจถ้าจะคุยกันแบบนี้“มันน่
สวนดอกไม้ 14:30น.“พี่จอดตรงนี้ค่ะ” พอมาถึงจุดหมายเจนรีบก็เรียกให้จอดทันที“นี่ค่ะค่ารถ” เจนก็ออกจ่ายก่อน“ขอบคุณครับ” คนขับก็รับเงินจากเจนทันที“ไปเถอะค่ะ” แล้วก็ลงจากรถกัน“เจนจ่ายเยอะแล้วนะ” นี่ยังไม่ได้จ่ายสักบาทเลย“ไม่เป็นไรค่ะแค่นี้เอง งั้นเพื่อความแฟร์ ขากลับพี่จ่ายโอเคนะคะ” เดี๋ยวเขาน้อยใจเอา“อื้ม!เข้าไปได้เลยหรอ” ไม่ต้องทำอะไเยอะนะ“ได้ค่ะก็เป็นที่สาธารณะ ช่วงเย็นๆคนถึงจะเยอะค่ะแต่ตอนนี้กำลังสวยเลยค่ะไปกัน พี่ต้องใช้ไม้ค้ำด้วยนะคะเอามาถือเฉยๆไม่ได้นะคะ”เนียนตลอด“อือ ถึงเวลาเดี๋ยวใช้เองแหละ” แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ใช้อยู่ดี“ไปเถอะค่ะตรงนี้มันร้อน” แล้วเจนก็พาเข้าไปเดินข้างในสวน“ร่มรื่นดีไหมคะ” เดินเล่นกันมาสักพักแล้ว“พี่นิรันทร์คะ!” สะกิดอีกรอบเพราะเมื่อกี้ไม่มีเสียงตอบรับ“ห้ะ!อะไรหรอ” เหมือนจะกำลังคิดอะไรอยู่เลย“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เจนรีบถามด้วยความเป็นห่วงทันที“ก็พี่รู้สึกว่าคุ้นๆกับที่นี่แต่ยังนึกไม่ออก” ยิ่งดูยิ่งคุ้น“พี่เคยมาด้วยหรอคะ” ถามเพราะอยากรู้ด้วย“ไม่รู้สิแต่คุ้นมา
“รวบผมขึ้นให้ตึงสิ” ตอนนี้เจนมัดพอรวบๆ“ค่ะ” แล้วก็ทำตามที่บอก“ยืนขึ้นด้วย” ตอนนี้เฌอนั่งอยู่“ค่ะ” เธอลุกขึ้นยืนตามที่บอกทันที“เดี๋ยวมาแป๊ปหนึ่ง” แล้วก็เดินเข้าไปสักพักก็ถือเข็มขัดออกมาด้วย“พี่นิรันทร์จะทำอะไรหรอคะ” มันเดาสิ่งที่เขาจะทำไม่ถูกเลย“ต้องโชว์สัดส่วนหน่อยนะมานี่” ลากเจนเข้าหลบ
“ครับ” รินทร์เดินไปนั่งที่พื้นแล้วเอาอุปกรณ์ขัดรองเท้าออกมานั่งขัดรองเท้าตรงหน้า เจมส์ก็ไปเข้าห้องน้ำ10นาทีผ่านไป“คุณเจมส์ไปทำอะไรหรอครับ” อยากรู้เรื่องของเขาเฉยเลย“แปรงฟันไงกินข้าวมาก็ต้องทำความสะอาดสิ”คนทำฟันมาก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ“อ่อคุณเจมส์จัดฟันด้วยหรอครับ” รินทร์พึ่งจะมาสังเกตุเลย“ใช่พ
“มากเลยครับ โรงแรมยังขนาดนี้บ้านคุณเจมส์จะขนาดไหนครับ” มันก็ต้องเกินคาดอยู่แล้ว “อยากไปไหมล่ะ” เขาพาไปได้นะ “อุ้ย!ไม่ดีกว่าครับเกรงใจ” เจ้าตัวหันไปยิ้มแห้งให้เลย “ไปเถอะเดี๋ยวเข้าไปที่ห้องรับรองกัน” เจมส์ขับรถไปจอดไว้ที่ วีไอพีประจำตัวเขา “สวัสดีครับท่านประธาน มีอะไรให้รับใช้ไหมครับ” พอเ
20นาทีผ่านไป “อิ่มแล้วหรอ” เจมส์เขาไม่สั่งมาเยอะหรอกสั่งมาแค่พอกินแค่นั้นแหละ “ครับอิ่มแล้วครับ” กินเสร็จแล้วรินทร์ก็วางช้อนส้อมอย่างเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ “น้องเช็กบิลครับ” พอเสร็จแล้วก็เรียกเช็กบิลทันทีและจ่ายเงินเองอีกด้วยทั้งๆที่เป็นเจ้านายจะใช้สิทธิ์ฟรีก็ได้แต่เขาไม่ทำ แถมให้ทิป







