LOGINอาหารหน้าตาน่ากินบนโต๊ะไร้รสชาติลงทันที เมื่อมี ศิระมาร่วมวง เพียงขวัญคือคนที่อึดอัดที่สุด ไม่ว่าคุณอังกาบ จะถามอะไร ศิระจะมองหน้าจนเธอตอบไม่ถนัด ไตรภพนั่งทานเงียบ ๆ สังเกตอาการของสองคนนี้ไปด้วย ข่าวลือที่ว่าสองคนนี้ไม่ได้รักกันคงเป็นเรื่องจริง เพราะเพียงขวัญดูไม่มีความสุขเลยสักนิดเมื่อสามีเอาใจ
“พอแล้วค่ะ ฉันกินไม่หมด” เพียงขวัญบอกเมื่อศิระตักกับข้าวให้จนล้นจาน อดคิดไม่ได้ว่าที่เสี่ยหนุ่มเอาใจ เพราะต้องการประกาศให้ไตรภพรู้เธอเป็นของเขา
“ผมจองโต๊ะจีนสิบโต๊ะนะครับ จะถือโอกาสนี้เลี้ยงลูกน้องด้วย” ไตรภพบอกกับเพียงขวัญ เพราะกำลังคุยเรื่องงานลอยกระทงที่โรงเรียนจัดพอดี คำพูดของเขาทำให้เสี่ยหนุ่มขบกราม ลูกน้องเยอะขนาดไหนกันเชียวถึงได้จองโต๊ะจีนมากกว่าเขา
“เพียงลงชื่อให้พี่แล้วใช่ไหม สิบโต๊ะ!” นายก อบต.เน้นย้ำจำนวนโต๊ะจีนเสียงดัง จงใจให้คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามได้ยินชัดเจน คิ้วหนายกขึ้นอย่างเป็นต่อ เพียงขวัญกลืนน้ำลายลงคอ มือที่กำลังส่งอาหารเข้าปากชะงัก หัวใจดวงน้อยกระตุกเมื่อได้ยิน คำว่าพี่จากปากเขา แสดงเก่ง... ครูสาวว่าให้สามีในใจ
“ลงแล้วค่ะ” ถึงจะแปลกใจกับจำนวนโต๊ะที่มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้สนใจ ศิระมีเงิน เขาจะจองให้ใครก็เรื่องของเขา คุณอังกาบอมยิ้มเมื่อเห็นหลานชายแสดงอาการหึงหวงจนออกนอกหน้า ถ้าไม่ทำแบบนี้ศิระก็คงไม่รู้ใจตัวเอง ไตรภพพอใจเพียงขวัญ ถ้าเพียงขวัญหย่ากับศิระ นางก็พร้อมสนับสนุน แม้จะเสียดาย ก็ตาม สุดแล้วแต่วาสนา คู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วกัน
“ต้นกล้วยกับใบตอง ผมจะให้คนงานเอาไปส่งก่อน วันงานสองวันนะครับ” ไตรภพพูดต่อ ปีที่แล้วเขาก็เอาต้นกล้วยกับใบตองไปช่วยงาน
“ขอบคุณค่ะ คุณภพจะเข้าไปวันไหนคะ ทางโรงเรียนจะได้เตรียมช่อดอกไม้ขอบคุณ”
“คุณไตรภพทำกระทงเป็นด้วยเหรอครับ” ศิระถาม ฟังจากบทสนทนาก็รู้ว่าไตรภพคุ้นเคยกับทางโรงเรียนเป็น อย่างดี เขาไปอยู่ไหนมา ทำไมถึงไม่รู้ว่านายไตรภพอะไรนี่กำลังจีบเมียเขาอยู่ ลูกน้องที่ให้ไปเฝ้านั่งหลับหรือไง ถึงได้ไม่รู้ว่าเจ้านายกำลังถูกตีท้ายครัว
“ผมไปช่วยทำสะพานท่าน้ำครับ”
คำตอบของไตรภพทำให้ศิระยกยิ้มมุมปาก หน้าที่พวกนั้นจะเป็นของนายก อบต.นับตั้งแต่วินาทีนี้ เห็นทีเขาต้องลงพื้นที่บ่อย ๆ โดยเฉพาะที่ทำงานเมีย
กระบะยกสูงขับเข้ามาจอดหน้าบ้านที่พ่อกับแม่ปลูกแยกให้เป็นเรือนหอของเขา ตาคมเข้มมองเข้าไปด้านใน นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้มาที่นี่
“ขอบคุณค่ะ” เพียงขวัญเอ่ยขอบคุณ แล้วเปิดประตูลงจากรถ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เมื่อได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูตามหลัง
“เสี่ยจะเอาอะไรคะ”
ที่นี่แทบจะไม่มีข้าวของเครื่องใช้ของเขา ถามเพราะนึก ไม่ออกว่าศิระลงมาเอาอะไร เธอจะได้หยิบได้ถูก ไม่มีคำตอบ มีเพียงร่างสูงเดินนำหน้าเธอไปเงียบ ๆ ไฟในบ้านสว่างทั้งหลัง ดีที่เขายังจำได้ว่าสวิตช์ปิดเปิดไฟอยู่ตรงไหน ถอนหายใจแล้วเดินตามเข้าไปด้านใน ศิระคงไม่อยู่นานได้ของก็คงกลับเลย
“เสี่ย!” ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน เท้าก็ลอยขึ้นจากพื้น
“เสี่ย! จะทำอะไร!” ตกใจกับการจู่โจมของเขา ก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกทุ่มลงกับโซฟา แล้วถูกร่างสูงกดทับเอาไว้
“ร่านนักใช่ไหม ผัวนั่งอยู่ทนโท่ยังให้ท่าคนอื่นอีก เอากับมันมาแล้วใช่ไหม!”
“เสี่ย!” ตกใจกับการกระทำของเขาไม่หาย ก็ต้องมาช็อกกับคำพูดที่สิ้นคิดนี้อีก
“อยากหย่าจนตัวสั่น จะได้ไปอยู่กับมันใช่ไหม ที่แรดไปบ้านย่าทุกวัน ที่แท้ก็ไปหาชู้”
เพียะ!
ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงตบ เมื่อเพียงขวัญฟาด ฝ่ามือลงลงมาเต็มแรง มองศิระด้วยสายตาเกลียดชัง
ยังมีหน้ามาว่าเธออีกหรือ... ตัวเองทำอะไรไว้ คนรู้กันทั้งตำบล อับอายแค่ไหนที่ต้องรับรู้เรื่องเลว ๆ ของเขา ปิดหูปิดตา ยอมให้คนด่าว่าโง่ ก็ไม่เพราะเขาหรอกหรือ
“อย่านะเสี่ย!” มือบางผลักลงที่อกหนา เมื่อศิระโน้มหน้าลงมาหา
“คุณเป็นเมียผม ผมมีสิทธิ์!”
คำพูดของเขาเน้นย้ำให้รู้ว่า เธอก็แค่ที่ระบายอารมณ์ เขาจะทำอะไรกับเธอก็ได้ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้น้ำตาก็พากันไหลออกมา เมื่อไรเรื่องบ้า ๆ จะจบลงเสียที เพราะเขายังไม่ได้ใช้สิทธิ์ของเขาสินะถึงได้ตามมารังแกไม่เลิกรา ไม่ว่าจะเป็นจูบหรืออะไร เธอก็ไม่อยากได้ทั้งนั้น อย่ามาแตะต้องตัวเธอจะดีที่สุด
“อยากได้ฉันมากใช่ไหม!” ศิระผละออกเมื่อเห็นน้ำตาของเธอ เพียงขวัญดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟา ตากลมโตจ้องหน้าเขาเขม็ง ทั้ง ๆ ที่เป็นอิสระแล้ว แต่ก็ไม่คิดจะหนี วันนี้หนีได้ วันหน้าเขาก็รังแกเธออีก
แควก!
เสื้อเชิ้ตผ้าเนื้อดีขาดเป็นทางยาว เมื่อเจ้าของกระชากมันออกจากกัน
“เพียง!” ศิระตกใจกับการกระทำของหญิงสาว ไม่เพียงแค่เสื้อ กระโปรงตัวสวยก็ถูกกระชากลงพื้นไปอีกตัว เนื้อตัวของเธอเหลือแค่ชุดชั้นในลูกไม้สีขาวปิดบังไว้อย่างหมิ่นเหม่
“ทำอะไรน่ะเพียง หยุดนะ!” ศิระร้องออกมาอย่างตกตะลึง เมื่อเพียงขวัญสลัดผ้าชิ้นน้อยออกจากตัว
“จะได้ไม่ต้องถอดให้เสียเวลา เสี่ยต้องการแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ เชิญค่ะ จะทำตรงนี้หรือตรงไหน ฉันได้หมด!” ไม่พูดเปล่า... ร่างเปล่าเปลือยยังตรงเข้ามาหา พยายามปลุกปล้ำ โน้มตัวศิระเข้ามาหา
“เป็นบ้าเหรอเพียง ทำอะไรของคุณ หยุดนะ! ผมบอกให้หยุด!” เสี่ยหนุ่มตวาดลั่น คว้าเสื้อเชิ้ตที่ถอดทิ้งไว้ขึ้นมาห่อตัวหญิงสาวเอาไว้ ดึงเธอมากอดแนบอก เพียงขวัญดิ้นรนขัดขืน ดึงเสื้อที่ห่อตัวออก อยากได้เธอไม่ใช่หรือ... แล้วจะมาช่วยปกปิดเนื้อตัวเธอทำไมกัน
“เอาสิคะเสี่ย ทำเลย ทำสิ ทำแบบที่เสี่ยอยากทำไงคะ ปิดทำไม เมื่อกี้เสี่ยยังอยากได้ฉันอยู่เลย”
“พอแล้วเพียง พอแล้ว... ผมขอโทษ”
“ไม่ต้องขอโทษค่ะ ฉันเป็นเมียเสี่ย เสี่ยมีสิทธิ์ เชิญค่ะ”
พูดจบก็ปล่อยก้อนสะอื้นออกมา เป็นของเขาให้มันจบ ๆ เธอจะได้รู้ว่าความรู้สึกหลังจากนี้มันเป็นยังไง อาจจะดีขึ้นก็ได้
“พี่ขอโทษ...”
เพียงขวัญเงียบจนน่ากลัว เธอคงหมดใจกับเขาแล้วจริง ๆ ศิระกอดหญิงสาวแนบอก หัวใจแกร่งปวดร้าว เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของเธอ เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอคิดอะไรอยู่ ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยกับคำว่าไม่เป็นไร ก็ใช่ว่าเธอจะไม่มีความรู้สึก
หนูเล็กเข้ามาเติมเต็ม ให้ศิระและเพียงขวัญมีความสุข หนูขวัญเข้ากับหนูเล็กได้เป็นอย่างดี ครอบครัวของศิระอบอุ่นและมีความสุขที่สุด ณาราส่งข่าวมาบอกว่าเธอสบายดี ถึงแม้ไตรภพจะเลวร้าย แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายเธอ เพราะไตรภพยังเชื่อว่าเธอซ่อนลูกของเขาเอาไว้ หลัง ๆ มานี้ไตรภพอ่อนลง แต่เธอก็ไม่ใจอ่อนให้เขา นึกถึงคำพูดที่เขาสั่งให้เธอเอาลูกออกทีไร ใจก็เจ็บทุกที ถ้าวันนั้นเธอทำตามคำสั่งของเขา หนูเล็กก็คงไม่ได้ลืมตาดูโลก “หนูนาค่ะพี่อ๊อด” เพียงขวัญส่งมือถือให้สามี หลังจากคุยกับณาราสักพักหนึ่งแล้ว ศิระรับมือถือมาคุยต่อ ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกว้าง พร้อมกับมองหน้าเมียรัก เมื่อถูกคนในสายแซวหนัก “ได้ คืนนี้พี่จะทำน้องให้สองหนู” สองหนูที่ศิระพูดถึงคือหนูเล็กและหนูขวัญ กำปั้นของคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฟาดลงบนบ่าแกร่ง เมื่อจับใจความได้คร่าว ๆ “แค่นี้นะหนูนา พี่มีงานต้องทำ” งานที่ศิระพูดถึงคงไม่พ้นเรื่องเมีย มาทำร้ายกันแบบนี้ต้องจับทำโทษให้เข็ด เพียงขวัญเดินหนีเมื่อสามีกดวางสาย แต่ก็ช้ากว่าเสี่ยหนุ่ม เพราะทันทีที่เธอขยับตัวเท้าก็ลอยขึ้นจากพื้น “พี่อ๊อด!” ร้องออกมาอย่า
เพียงขวัญมองคนที่นอนเหยียดยาว อยู่บนเตียงอย่างแสนรัก ข้างกายเขามีลูกน้อยหลับอยู่เคียงข้าง แขนแกร่งกอดลูกเอาไว้ มีหมอนใบใหญ่วางอยู่ข้างหลังลูก เพื่อรับน้ำหนักแขนเอาไว้ “พี่อ๊อด ลุกไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” มือบางแตะลงที่บ่าแกร่ง ปลุกคนหลับให้รู้สึกตัว ศิระปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกเป็นใคร ก็ส่งยิ้มหวานให้เธอ “เพียงอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ เล่นกับลูกจนเผลอหลับเลยครับ” ขยับลงจากเตียงแล้วกางแขนออก เรียกคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน เพียงขวัญยิ้มให้สามีเมื่อเดินมาสวมกอดเขา “ทำงานหนักไปไหมคะ พักบ้างก็ได้” ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ไร่ ศิระก็ทำงานหนักทุกวัน “ไม่ครับ แค่นี้สบายมาก เพียงละเหนื่อยไหม” “เพียงจะเหนื่อยได้ยังไงคะ อยู่บ้านเลี้ยงลูกทุกวัน พี่อ๊อดต่างหากที่เหนื่อย พักบ้างนะคะ” “ไม่เป็นไรครับพี่ไหว พี่ทำคนเดียวที่ไหน ลูกน้องและคนงานก็ช่วยกัน เพียงไม่ต้องเป็นห่วงนะ แรงพี่ยังเหลือ” “ไม่พูดกับพี่อ๊อดแล้ว ไปอาบน้ำเถอะค่ะ จะได้กินข้าวพร้อมกัน หนูขวัญน่าจะหลับยาว” เมื่อสามีพูดถึงแรงที่เหลือ เพียงขวัญก็เปลี่ยนเรื่อ
ตาคมเข้มที่เต็มไปด้วยน้ำตา มองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอ ตาคู่คมหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าเล็กเกลี้ยงเกลา “หนูขวัญของพ่อ” ทันทีที่กางแขนออก เพียงขวัญก็โผเข้าหาอ้อมแขนของสามี น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงมาเป็นสาย จมูกโด่งเป็นสันพรมจูบไปตามศีรษะและกระหม่อมบาง แขนแกร่งกอดเธอเอาไว้ ลูบมือลงบนแผ่นหลังบาง เมื่อเพียงขวัญเอาแต่ร้องไห้ “พี่อ๊อดเพียงคิดถึงพี่อ๊อดเหลือเกิน” ตลอดเวลาหลายเดือนที่แยกจากกัน ไม่มีวันไหนที่เธอจะไม่คิดถึงเขา “คนดีไม่ร้องนะครับ พี่ก็คิดถึงเพียงกับลูกที่สุด เพียงขวัญของพี่” ศิระปลุกปลอบพร้อมกับให้กำลังใจ เพียงขวัญปาดน้ำตาออกจากใบหน้า พร้อมกับยิ้มให้เขา “ลูกค่ะพี่อ๊อดหนูขวัญลูกของเรา” ส่งคนในอ้อมแขนให้ศิระ แขนแกร่งที่ยื่นมารับคนตัวเล็กสั่นเทา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหน้าและได้สัมผัสลูก “ขวัญเอยขวัญมา บุญรักษานะลูก พ่อไม่มีของขวัญให้หนูสักชิ้น พ่อขอโทษนะลูก” พูดพร้อมกับหอมลงบนแก้มเล็กนุ่มนิ่มอย่างแสนรัก ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อคนตัวเล็กเอียงคอหนี ลูกคงจั๊กจี
ไตรภพมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะไปหยุดสายตาที่ใบหน้าของเธอ ตากลมโตมองเขาอยู่แล้วเช่นกัน ทันทีที่ตาคมเข้มสบกับตากลมโต หัวใจของไตรภพก็กระตุก อยากจะกอดอยากจะหอมคนตัวเล็กให้หนำใจ แต่ก็ต้องข่มความรู้สึกเอาไว้ “ลูกอยู่ไหน” เกือบปีที่เขาควานหาตัวเธอกับลูก วันนี้เธอกลับมาตัวคนเดียวอย่างนั้นหรือ ลูกเขาอยู่ที่ไหนไม่มีคำทักทายไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากปากหญิงสาว มีเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังที่จ้องมองเขาอย่างไม่ลดละเช่นกัน “ฉันถามว่าลูกอยู่ไหน!” คำถามของไตรภพ ทำให้ณารายิ้มมุมปาก ไตรภพยังเหมือนเดิม หยาบคายและเลวทรามที่สุด “เสี่ยลืมไปแล้วเหรอคะ ว่าเป็นคนสั่งให้ฉันเอาเด็กออก” “ณารา!” “เด็กนั่นไม่ต่างจากมารหัวขน ฉันไม่เก็บไว้เป็นหนามทิ่มแทงตัวเองหรอกค่ะ” คำพูดของณาราทำให้ไตรภพโกรธจัด แต่พยายามเก็บกดเอาไว้ “เธอไม่ทำอย่างนั้นหรอก บอกมาว่าลูกอยู่ไหน” น้ำเสียงที่ใช้เบาลงก็จริง แต่ก็ยังดุดัน “ฟังให้ชัด ๆ นะคะ ลูกของเสี่ยตายไปแล้ว!” “ณารา!” “เสี่ยก็รู้ว่าฉันมาที่นี่เพราะอะไ
ตากลมโตที่เต็มไปด้วยน้ำตา มองเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่อยู่ในชุดเด็กอ่อนลายลูกแมวสีชมพูสดใส ด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ ลูกของเธอนอนอยู่ตรงนั้นในรถเข็นเด็กที่พยาบาลดันมาจนชิดขอบเตียง มือสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสแก้มเนียนใส ก่อนจะปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเป็นสาย เมื่อนึกถึงใครอีกคน ช่วงเวลาที่น่ายินดีแบบนี้ เธออยากให้เขามายืนข้าง ๆ เธอ “เพียงร้องไห้อีกแล้วลูก” คุณอังกาบเดินมาโอบไหล่เพื่อให้กำลังใจ เมื่อเห็นเพียงขวัญร้องไห้ออกมา จิตใจที่ย่ำแย่จะทำให้ร่างกายอ่อนแอไปด้วย นาทีนี้เพียงขวัญต้องเข้มแข็งเพื่อลูก “เพียงเป็นห่วงพี่อ๊อดค่ะคุณย่า” บอกไปตามตรงเพราะเธอเป็นห่วงศิระมากที่สุด “ตาอ๊อดต้องไม่เป็นอะไร อย่าคิดมากนะลูก เพียงต้องเข้มแข็งเพื่อลูก และคนที่อยู่ข้างหลัง ย่าก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ต้องฝากภาระไว้กับเพียงนะลูก” คำพูดของคุณอังกาบทำให้เพียงขวัญคิดได้ หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากใบหน้า แล้วอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาไว้ในอก ศิระกำลังตกที่นั่งลำบาก เธอจะอ่อนแอไม่ได้ ต้องอยู่เป็นหลักและทำหน้าที่แทนเขา “สวัสดีค่ะคนเก่ง เจอกันแล้วนะคะ แม่คือแม่เพียงของหนูนะลูก คุณพ่อมีงานเลยมา
ตากลมโตปรือขึ้นช้า ๆ เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยอยู่ข้างหู หลังจากผ่าคลอดเพียงขวัญก็หลับไปเป็นเวลานาน ร่างอวบของคุณแม่ขยับไปมา ก่อนจะต้องกัดปากเมื่อรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัวโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง หัวใจดวงน้อยกระตุกเมื่อยกมือขึ้นลูบหน้าท้อง ก่อนจะร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อพบความเปลี่ยนแปลงบางอย่างของร่างกาย “ลูกฉันละคะ ลูกฉันอยู่ไหน!” ถามรัวเร็วเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงเป็นใคร “ตื่นแล้วเหรอคะ อย่าเพิ่งขยับค่ะ หมอขอดูแผลก่อนนะคะ” คนที่เรียกตัวเองว่าหมอขยับมายืนข้างเตียง แล้วเปิดชายเสื้อดูแผลที่หน้าท้องของเธอ “ลูกฉันละคะ” เพียงขวัญถามย้ำอีกครั้ง หัวใจที่เต้นเร็วอยู่แล้วเต้นแรงขึ้น เมื่อยังไม่มีใครตอบคำถามของเธอ ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก็คือศิระถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไป เธอเจ็บท้องมากแล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย “แผลดีมากค่ะ อีกสองวันก็กลับบ้านได้ หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณได้ลูกสาว” คำพูดของคุณหมอทำให้หัวใจที่หนักอึ่งเบาลง ความกังวลที่มีในตอนแรกเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น เมื่อได้ยินคำว่าลูกสาว “ฉันได้ลูกสาวเหรอคะ”







