LOGINหลังจากที่เจอกันครั้งนั้น ไม่ว่าอนัญญาจะไปที่ไหนก็พบกับศิวัชแทบทุกที่ราวกับว่าเขานั้นติดตามเธออยู่ แต่ในตอนนั้นสำหรับอนัญญามันคือพรหมลิขิต
“เจอกันบ่อยไปแล้วนะครับ ผมว่าเราต้องเป็นเนื้อคู่กันแล้วล่ะ” เขาพูดขึ้นมาแล้วถือวิสาสะนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับเธอในร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง
“ฉันไม่มีอะไรให้คุณหลอกเอาไปหรอกนะคะ บ้านฉันจน และตอนนี้บริษัทที่ทำงานอยู่ก็กำลังคัดคนออก เลิกยุ่งกับฉันสักทีเถอะค่ะ” เธอบอกเขาตามตรง
“งั้นไปทำงานที่ไร่ของผมก็ได้นะ ไม่ได้มีแต่งานในไร่ มีงานเอกสารวุ่นวายน่าปวดหัวเลยทีเดียว ถ้าได้คุณไปช่วยงานก็คงดีไม่น้อย” เขาบอกเธอแล้วสั่งกาแฟมาให้ตัวเอง พร้อมทั้งสั่งเค้กมาให้เธออีกชิ้น
“คุณเป็นเจ้าของไร่ส้ม จริงๆ เหรอคะ” เธอถามเพื่อความแน่ใจว่าเขาไม่ใช่คนโรคจิตที่คอยติดตามเธอ ไม่ใช่ว่าเห็นแก่ความร่ำรวยของเขา
“ผมจะหลอกคุณไปทำไมกัน”
“ฉันคิดว่าคุณโกหกเพราะจะเข้ามาหลอกฉันนะสิคะ”
“ผมชอบคุณจริงๆ นะ และยิ่งเจอคุณบ่อยๆ แบบนี้ ผมยิ่งคิดว่ามันคือพรหมลิขิต” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น แววตาชวนฝันจนเธออดเขินไม่ได้
“เรายังไม่รู้จักกันแต่มาบอกว่าชอบฉัน คุณคิดว่าฉันควรเชื่อคุณเหรอคะ” เธอถามเขากลับแล้วอมยิ้มเล็กน้อย
“เรื่องของหัวใจ เวลาเจอคนที่ใช่ มันห้ามกันไม่ได้หรอกครับ” เขาบอกเธอเสียงนุ่ม สายตาที่จ้องมองราวกับจะกลืนกินนั้นทำให้เธอแทบจะหลอมละลาย
“ผมชื่อศิวัช เรียกวัชก็ได้ แล้วคุณล่ะ”
“ฉันชื่อแอนค่ะ” เธอบอกเขา แล้วหลบสายที่ชวนค้นหาคู่นั้น เพราะมันทำให้เธอใจสั่น
ท่าทางสุขุม อบอุ่นและดูภูมิฐานของเขาทำให้อนัญญารู้สึกดี หากจะมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตเธอตอนนี้หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ มา เธอก็ควรเปิดรับโอกาสดีๆ แบบนี้ไว้
ศิวัชแอบกระตุกยิ้มเบาๆ ตอนนี้หญิงสาวตรงหน้ากำลังลุ่มหลงกับรูปลักษณ์และฐานะของเขา มันเป็นเหยื่อล่อชั้นดีที่จะจัดการกับคนอย่างเธอให้รับผลกรรมอย่างสาสม
**********************
แรกๆ ทั้งคู่นัดเจอกันทุกวันอาทิตย์ หลังจากผ่านไปสามเดือนก็เริ่มสนิทสนมกัน แต่ว่าอนัญญายังคงวางตัวในระยะห่างที่เหมาะสม เธออยากทำความรู้จักกับเขาไปนานๆ ก่อน
“วันนี้คุณว่างหรือเปล่า ผมจะพาคุณไปที่ที่หนึ่ง” เขาถามเธอหลังจากที่ทานอาหารตรงหน้าใกล้เสร็จแล้ว
อนัญญาลังเลสักพักก่อนที่จะพยักหน้าตอบตกลงไปกับเขา
ศิวัชพาเธอนั่งรถ SUV สีดำของเขา ไปยังไร่เรืองกิจกาญกุล ไร่ส้มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดทางภาคกลางตอนเหนือ เธอตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
“ฉันรู้สึกคุ้นกับชื่อไร่ของคุณมากเลยนะคะ แต่ไม่รู้ว่าเคยได้ยินมาจากที่ไหน” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูตื่นเต้น
เขาขับพาเธอไปจนถึงท้ายไร่ ที่ตั้งของสำนักงานและบ้านพักของเขาในบริเวณนั้น
“บ้านสวยจังเลยนะคะ ฉันเคยแต่ดูในละครว่าบ้านของเจ้าของไร่ต้องเป็นบ้านไม้สักทั้งหลัง แต่บ้านคุณเป็นบ้านปูนทันสมัยมากเลยค่ะ” เธอพูดแล้วมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น
“ผมจะพาคุณไปขับรถชมไร่ สมใจหรือเปล่าครับ” เขาถามเธอเสียงนุ่มอย่างเอาใจ
อนัญญาพยักหน้าเล็กน้อยตอบรับคำชวนของเขา ทำให้เขายิ้มกว้างแล้วเดินนำไปยังโรงจอดรถไฟฟ้าสี่ล้อที่มักเห็นบ่อยๆ ในสนามกอล์ฟ
ศิวัชขับพาเธอชมไปรอบๆ ไร่ของเขา ชำเลืองมองดูอนัญญาที่ตื่นเต้นไปกับสิ่งรอบๆ ที่เธอเห็นแล้วเปลี่ยนสายตาที่มองเธอจากอ่อนโยนเป็นแข็งกร้าวอยู่หลายครั้ง
“แอน” เขาจอดรถตรงจุดชมวิวสูงสุดของไร่ เรียกชื่อเธอเสียงนุ่ม ปรับสีหน้าให้ดูเสมือนว่ารักเธอมาก
“คะ”
“เรารู้จักกันมาสามเดือนแล้วนะ มันนานพอที่จะทำให้คุณมั่นใจในตัวผมหรือยัง” เขาถามเธอแล้วดึงมือเธอมากุมเอาไว้ในอุ้งมือที่อบอุ่นของเขา
อนัญญายิ้มอย่างเอียงอาย เธอรู้โดยสัญชาตญาณว่าเขากำลังจะสารภาพรักกับเธอ
“เป็นแฟนผมนะแอน ผมสัญญาว่าจะทำให้คุณเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุด” เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
“ค่ะ” เธอรับปากเขาเสียงเบา แก้มแดงเรื่อ หัวใจเต้นรัวราวกับกลองชุด
ชายหนุ่มวัยสามสิบกำลังจะโน้มหน้าเข้าไปจูบเธอ อนัญญาดันอกเขาออกแล้วห้ามเขาเสียงหลง
“อย่าค่ะ เราคบกันไปสักพักก่อนจะดีกว่านะคะ” เธอบอกเขาด้วยเหตุผลของตนเอง ไม่อยากถูกมองเป็นหญิงสาวใจง่าย
“ผมจะรอจนกว่าคุณจะพร้อม” เขาบอกเธอเสียงนุ่ม แล้วชวนเธอลงไปยืนดูพระอาทิตย์กำลังตกดินด้วยกัน
**********************
หลังจากคบหากันได้นานหลายเดือนแล้ว ในบ่ายวันอาทิตย์ที่สำนักงานปิด ไม่มีใครเพ่นพ่านในบริเวณนั้นนอกจากคนรับใช้ภายในบ้าน ศิวัชจึงให้คนรับใช้ออกไปข้างนอก เพื่อที่จะอยู่กับเธอสองต่อสองที่บ้านของเขา
“วันนี้คนงานไปไหนหมดคะ” เธอถามเขาแล้วมองไปรอบๆ
“ผมให้เขาออกไปเอง อยากอยู่กับคุณสองคนนี่นา” เขาบอกเธอแล้วดึงเธอนั่งลงที่ตักของเขาบนโซฟาในห้องนั่งเล่น
“คุณวัช เอาใหญ่แล้วนะคะ ช่วงนี้แต๊ะอั๋งแอนบ่อยไปแล้ว” เธอบ่นให้เขาแต่ก็อดยิ้มให้กับท่าทางขี้อ้อนนั้นไม่ได้
“แอน ผมรักคุณนะ คุณคือผู้หญิงที่ผมรักมาก เป็นคนเดียวที่กุมหัวใจของผมเอาไว้ เป็นของผมเถอะนะ” เขาอ้อนเธอแล้วซุกหน้าจูบที่ซอกคอด้านหลังของเธอ
“อย่าค่ะ ฉันไม่อยากชิงสุกก่อนห่าม” เธอบอกเขา
ศิวัชคิดในใจว่าเธอนั้นช่างเจ้าเล่ห์เหลือเกิน ควงแกล้งเล่นตัวต้องการแต่งงานกับเขาเพื่อหวังรวยทางลัด
“ผมรักคุณมากเลยนะแอน ผมอดใจไม่ไหวแล้ว” เขาพูดแล้วรั้งท้ายทอยเธอมารับจูบจากเขา
อนัญญาตัวสั่นภายในอ้อมแขนนั้น สมองขาวโพลนเพราะรสจูบที่ดูดดื่มและมือที่ล้วงควักกระตุ้นความกระสันอยากจนยากที่จะควบคุมความปรารถนาของตน
ศิวัชอุ้มเธอตัวลอยไปยังห้องนอนของเขา เพื่อตักตวงความสุขจากอีกฝ่ายให้เต็มที่
เสื้อผ้าของทั้งคู่ถูกโยนระเกะระกะไปทั่วห้อง อนัญญาครางในลำคอเบาๆ ยามถูกเขาเล้าโลมและรุกล้ำพรหมจรรย์ของตนที่แม้แต่สหชาติที่คบกันมาหลายปีก็ยังไม่เคยได้ล่วงล้ำ
เขายกยิ้มอย่างพอใจในสิ่งที่ได้รับอย่างไม่คาดคิด แต่มันก็ไม่ใช้สิ่งที่จะลดความแค้นในใจของเขาลงไปได้
หลังจากทุกอย่างผ่านพ้นไป เขาก็พาเธอไปยังท้ายไร่แล้วชวนให้เธอไปไหว้เจดีย์ใส่อัฐิของพ่อแม่เขาด้วยกัน
“คุณจะพาฉันไปไหว้พ่อแม่คุณเหรอคะ” เธอถามเขาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
“อืม” ศิวัชตอบรับด้วยท่าทางที่ดูนิ่งขรึมไป จนอนัญญาไม่ทันสังเกตว่าเขาเปลี่ยนไปหลังจากที่มีสัมพันธ์กับเธอแล้ว
เขาพาเธอเดินไปจนถึงบริเวณที่ตั้งของเจดีย์ทั้งสอง แล้วให้เธอนั่งลงกราบไหว้พวกท่าน
อนัญญากราบลงไปแล้วจ้องมองรูปของทั้งสองด้วยความเคารพ
“คุ้นหน้าพวกท่านบ้างไหม” เขาถามเธอ
“ไม่เลยค่ะ” เธอบอกเขาเสียงนุ่ม แล้วหันไปมองหน้าคนรักที่ตอนนี้เริ่มรู้สึกได้ว่าเขาเปลี่ยนไป
“คงไม่เคยสำนึกผิด ถึงได้จำไม่ได้” เขาพูดเสียงกร้าวจนเธอตกใจกับท่าทีนั้น
“คุณวัช คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามเขาแล้วมองใบหน้าที่ดุดันและแววตาน่ากลัวนั้น ก่อนจะหันไปดูป้ายหลุมศพของทั้งสองคนแล้วสายตาก็พลันมองไปเห็นชื่อและนามสกุลของพวกเขาที่สลักอยู่ใต้รูปนั้น
“นายวัฒนา แซ่จัง นางสินี แซ่จัง... นะ นี่มัน...”
“พ่อแม่ผม ที่พวกคุณทำให้พวกท่านตายยังไงล่ะ” ศิวัชพูดเสียงกร้าว แล้วมองเธอราวจะกินเลือดกินเนื้อ
“คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้เป็นคนขับรถคันนั้น และเขาเองก็หายไป ทิ้งให้ฉันโดนประณามในสิ่งที่เขาทำ อีกอย่างรถของพ่อแม่คุณ ท่านข้ามเลนมาชนรถของเขาเอง” เธอพยายามจะบอกเหตุผลแก่เขา แต่ศิวัชก็ไม่รับฟัง
“หึ โยนความผิดเก่งจังเลยนะ”
อนัญญาลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา
“คิดว่าผมโง่เหรอ คุณยังแอบติดต่อกันอยู่ล่ะสิ ผมสืบมาหมดแล้ว คุณไปเยี่ยมพ่อแม่มันอยู่บ่อยๆ ถ้าคุณเกลียดมันจริงคงไม่อาลัยอาวรณ์มันขนาดนั้นหรอก แล้วอีกอย่าง คุณคือคนที่ทำให้แม่ของผมตาย รู้เอาไว้ด้วย” เขาพูดแล้วผลักเธอจนล้มลงไป
“พูดบ้าอะไร” เธอตวาดใส่เขา น้ำตาพลางล้นเอ่อ เมื่อรู้ว่าเขาเข้ามาในชีวิตเธอเพราะเหตุผลอะไร
“แม่ผมท่านยังไม่ตาย แต่คุณไม่ยอมเรียกรถพยาบาล เอาแต่นั่งนิ่ง จนท่านตายอย่างทรมาน ทีนี้รู้หรือยังล่ะ ว่าทำไม ผมถึงต้องแก้แค้นคุณ และผมจะใช้คุณล่อไอ้หมอนั่นออกมา”
“ฉันไม่มีทางเป็นเครื่องมือของคุณหรอก” เธอร้องบอกเขาทั้งน้ำตา
“คลิปที่เรามีอะไรกันวันนี้ ถ้าเอาลงเว็บโป๊นี่คงยอดวิวไม่ต่ำกว่าล้าน ครางลั่นห้องขนาดนั้น” เขาพูดแล้วแสยะยิ้มออกมา
“คุณต้องการอะไรจากฉัน”
“มาอยู่กับผมที่นี่ ผมจะใช้คุณหลอกล่อให้ไอ้สหชาติชั่วมันโผล่หัวออกมา และเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมทำให้มันเจ็บปวดจนถึงที่สุด คุณก็จะได้อิสระ” เขาบอกเงื่อนไขของตน โดยมีคลิปการร่วมรักของเธอเป็นเดิมพัน
อนัญญาลุกไปรัวกำปั้นทุบที่หน้าอกของเขา ที่โดนเขาหลอกมานานหลายเดือน คำโกหกและคำพูดล่อหลอกของเขาทำให้เธอหลงเชื่อจนต้องตกในสภาพนี้
“ที่ผ่านมาคุณโกหกฉัน หลังจากนี้คำพูดใดๆ ที่พูดออกมาจากปากของคุณ มันคือเรื่องโกหกทั้งหมด แม้คุณจะพยายามพูดความจริงกับฉันก็ตาม”
“น้ำหน้าอย่างคุณ ไม่มีสิทธิ์มาทำกับผมอย่างนี้ จำเอาไว้” เขาผลักเธอออกไปด้วยความรำคาญ
อนัญญาล้มลงอีกครั้งร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจที่สุดท้ายเธอก็ต้องตกเป็นเครื่องมือการแก้แค้น โดยผู้ชายที่หลอกให้เธอรักเขาจนต้องยอมอย่างที่ไม่เคยยอมใครมาก่อน
**********************
หลังจากกลับมาจากเที่ยวบนเขาแล้ว อนัญญาและสามีตอนนี้ก็ทำกิจกรรมเข้าจังหวะเพื่อคลายเครียดกันอยู่บ่อยครั้งเธอเลี้ยงดูคีรินร่วมกับมารดาและกวางที่ตอนนี้กลายมาเป็นพี่เลี้ยงคนโปรดของคีรินไปแล้วคีรินกำลังอยู่ในช่วงพลิกคว่ำ เป็นที่น่าเอ็นดูกับทุกคนรอบตัวเป็นอย่างมาก เพราะก้อนพุงกลมๆ ของเจ้าตัวแสบนั้นเป็นปัญหาของเขา เพราะทุกครั้งที่พลิกคว่ำเวลาที่ทานอิ่มๆ เขาจะพลิกคว่ำได้ยาก และจะทำหน้าตาราวกับว่าโมโหให้กับตัวเองแล้วจะพยายามอยู่อย่างนั้นจนสำเร็จ แล้วพ่นลมหายใจออกมาราวกับโล่งอกที่ตนทำได้“กลับมาคราวนี้ดูหน้าตาสดใสขึ้นมากนะแอน แม่ว่าลูกน่าจะไปเที่ยวบ่อยๆ เพราะว่าแม่ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วยังไงแม่กับกวางก็ช่วยดูคีรินให้ได้”“ไม่ไปแล้วค่ะแม่ เอาไว้รอคีรินโตกว่านี้พี่วัชบอกว่าจะพาเราไปเที่ยวพร้อมกันทั้งครอบครัวเลย” อนัญญาบอกกับมารดาเสียงใส“มาคราวนี้ถ้าได้น้องสาวมาฝากคีรินก็คงดี” อรชรพูดหยอกเอินลูกสาว เพราะเธอรู้ดีว่าผู้หญิงจะอารมณ์ดีมีเหตุผลเพียงไม่กี่อย่าง และยิ่งทั้งสองคนไปเที่ยวสองต่อสองด้วยกันมานานหลายวันขนาดนี้ก็แน่อยู่แล้วว่าลูกสาวนั้นอารมณ์ดีเพราะอะไร“พี่วัชก็อยากมีค่ะ แอนเองก็ต้องตามใจเขา เข
ศิวัชสร้างบ้านให้พ่อแม่ของภรรยาเสร็จภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน ทั้งคู่ยังไม่ได้ตัดสินใจขายที่ดินที่ต่างอำเภอแต่ได้ปล่อยให้เช่าแทนเพราะยังเสียดายที่ดินของตัวเองอยู่มากบ้านหลังเล็กๆ ของสองตายายไม่มีอะไรมาก เปิดประตูเข้าไปก็เป็นห้องนั่งเล่นที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ถัดจากห้องนั่งเล่นก็เป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว ไม่มีห้องครัวเพราะว่าอย่างไรเสียทั้งสองคนก็ต้องมาทานข้าวที่บ้านของศิวัชอยู่ดี ซึ่งหากอรชรต้องการก็สามารถต่อเติมไปอีกได้แต่เท่านี้ทั้งสองคนก็พอใจแล้ว เพราะหลังเล็กดูแลง่ายกว่าหลังใหญ่ และอยู่ห่างกันแค่ร้อยเมตรอยากไปหาลูกหลานเมื่อไหร่ก็สะดวกในตอนนี้อรชรรับหน้าที่เป็นคุณยายอย่างเต็มตัว ช่วยเลี้ยงดูหลานชายตัวน้อย ส่วนเสนาก็เข้าไปเรียนรู้งานในไร่กับลูกเขย แต่ก็ไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์อะไร เรียนรู้งานในตำแหน่งทั่วๆ ไปให้เป็นคนดูแลคนงานในไร่ช่วยหัวหน้าคนงาน เพราะศิวัชไม่อยากให้เขาทำงานหนักมากไปเด็กชายคีรินมีอายุสี่เดือนแล้ว อนัญญารู้สึกมีความสุขมากที่ได้เลี้ยงลูกและเฝ้าดูพัฒนาการของเขาตลอดระยะสี่เดือนมานี้มารดาของเธอนั้นติดหลานมากกว่าหลานติดยายเสียด้วยซ้ำ ส่วนตาและผู้เป็นพ่ออย่าง
ในเช้าวันอาทิตย์ศิวัชยังคงกกกอดภรรยาเอาไว้ในอ้อมแขน ตอนนี้เธอยังคงหลับในท่านอนหันหลังให้เขากอดอย่างที่เธอชอบ เพราะท้องของเธอเริ่มโตจนไม่สามารถนอนหงายได้อย่างสบายตัว ท่าตะแคงจึงเป็นท่าที่เธอโปรดปรานในตอนนี้ศิวัชวางมือของเขาไว้ที่ท้องของเธอ เขารู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของบางอย่างในท้อง ว่าที่คุณพ่อลืมตาขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นแล้ววางมือนิ่งไม่ขยับเพื่อรับการทักทายจากเจ้าตัวเล็กที่กำลังเคลื่อนไหวในตำแหน่งที่เขาสัมผัสอยู่เขาลูบเบาๆ ตรงรอยนูนที่ดันขึ้นมานั้น เจ้าตัวเล็กคงรู้สึกถึงสัมผัสแล้วดันอวัยวะบางอย่างออกมาเหมือนกับว่ากำลังบิดขี้เกียจอยู่ด้านใน นี่เป็นครั้งแรกที่ศิวัชรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของลูกในท้องของภรรยา เขามีความสุขเป็นอย่างมากศิวัชค่อยๆ ขยับตัวออกจากภรรยาแล้ววางศีรษะเธอลงบนหมอน เดินไปยืนที่หน้าต่างมองลงไปแล้วยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจเขาเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งมองภรรยาที่หลับใหลอยู่ด้วยความรักที่มีให้อย่างมากล้น ไม่นานนักอนัญญาก็ตื่นขึ้นมา เธอบิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วมองสามีที่นั่งจ้องหน้าเธออยู่ก่อนจะยิ้มออกมา“มองอะไรคะ”“มองเมียของผมไงล่ะ”“แล้วดูแต่งตัวหล่อขนาดนั้น วันนี้จะอ
หลังจากที่ศิวัชผ่าตัดไส้ติ่งและพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานถึงสามวันแล้วเขาก็ได้กลับบ้านพร้อมกับภรรยาและลูกในท้องของเธอพอกลับไปถึงเขาก็สั่งให้กวางย้ายของเธอไปที่ห้องพักของเขาในทันที “ย้ายของของแอนไปไว้ที่ห้องฉันด้วย”“ได้ค่ะ” กวางรับคำแล้วรีบไปจัดการ เธอแอบมองป้าน้อยแล้วอมยิ้มให้กันหน่อยๆ ก่อนที่จะเดินผ่านไป“จะให้ปิดตายห้องนั้นไปเลยไหมคะคุณวัช”“ผมว่าก็ดีนะครับ เผื่อเมียงอนจะได้ไม่มีที่ไป นอนให้ผมง้ออยู่ในห้อง” ศิวัชบอกแล้วยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มในรอบสองเดือนตั้งแต่เกิดเรื่องในครั้งนั้น“ก็ถ้าสามีไม่ทำอะไรให้ไม่พอใจแอนก็ไม่งอนหรอกค่ะป้าน้อย แอนไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น”“คุณวัชเห็นคุณแอนใจแข็งขนาดนี้ ป้าว่าคงไม่กล้าทำเรื่องอะไรให้คุณแอนไม่พอใจอีกแล้วล่ะค่ะ”“ป้าน้อย นี่ผมเอง” ศิวัชบอกแล้วยิ้มให้ภรรยาที่ตอนนี้เธอเอาชนะใจคนของเขา ดึงไปอยู่ฝั่งเธอหมดแล้ว“ป้าน้อยเธอรู้ค่ะว่าใครเป็นเจ้าของไร่ อย่าลืมนะคะว่าพี่วัชไม่เหลืออะไรเลย แอนจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด” เธอพูดหยอกเย้าสามีแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ“จะว่าไป พี่มีเรื่องจะสารภาพอีกเรื่องหนึ่งที่พี่ยังไม่เคยบอกแอนมาก่อน” ศิวัชพูดเมื่อนึกไ
ในตอนนี้จิตใจของอนัญญาอยู่ไม่เป็นสุขเพราะศิวัชดูท่าทางไม่สบายตัวมาสองวันแล้วแต่เขาก็ยังฝืนไปทำงานตามปกติทำให้เธออดห่วงเขาไม่ได้ แต่ก็ปากหนักไม่ยอมบอกให้เขาพักเธอนั่งดูรายการโทรทัศน์ไปคิดห่วงสามีไป ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะได้พักหรือยัง จะอยู่ที่ไร่หรือกลับมาที่สำนักงานแล้ว เธอก็เอาแต่พะวงถึงเขา“วันนี้จะออกไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ด้วยกันไหมคะ” กวางเดินเข้ามาถามนายหญิงของบ้าน ที่ช่วงหลังชอบทานผลไม้ชนิดนี้มาก และจะชวนกันไปเก็บอยู่บ่อยครั้ง“อืม ไปสิ” อนัญญาเธออยากไปดูว่าสามีเป็นอย่างไรบ้าง และคิดจะใช้เรื่องนี้เป้นข้ออ้าง จึงรับปากสาวใช้วัยแก่กว่าแล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจนหน้ามืดแล้วทิ้งตัวนั่งลงไปที่เดิมกวางเห็นดังนั้นก็อดห่วงไม่ได้ “คุณแอนพักก่อนเถอะค่ะ พี่ไปเก็บมาให้ดีกว่า”“ฉันคงลุกไวไป เดี๋ยวนั่งพักครู่หนึ่งเราค่อยไปกันก็ได้” อนัญญาอยากจะออกไปดูว่าศิวัชจะยังไหวหรือเปล่า“อย่าไปเลยค่ะ แดดแรงแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไป” กวางบอกด้วยความห่วงใย เธอแอบสงสัยแล้วว่าที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นบางทีนายหญิงยังไม่แท้งลูกก็ได้อาการกินเก่ง กินจุกจิกทั้งวัน ชอบทานผลไม้รสเปรี้ยว ร่างที่อวบอ้วนมีน้ำมี
หนึ่งเดือนแล้วที่อนัญญากลับมาอยู่ที่บ้านของสามี ตอนนี้ท้องของเธอนูนขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่เด่นชัดพอให้คนรู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่คนในบ้านเข้าใจว่าเธอกินเก่งขึ้นเท่านั้น เพราะกวางกับป้าน้อยนั้นน่าจะเข้าใจว่าเธอแท้งลูกเหมือนกับที่ศิวัชเข้าใจ จึงไม่มีใครถามถึงเรื่องนี้เพราะไม่อยากให้กระทบกระเทือนความรู้สึกของเธอ และอนัญญาก็ไม่ได้พูดถึงเช่นกันเธออาบน้ำแต่งตัวแล้วทานอาหารเช้าโดยมีกระเป๋าสะพายวางอยู่ข้างตัวทำให้ศิวัชสนใจว่าภรรยาจะไปไหน “จะออกไปไหนแอน ให้พี่ไปส่งไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวชาติจะมารับฉัน”“ทำไมต้องไปลำบากคนอื่นล่ะ ให้พี่พาไปก็ได้ถ้าแอนมีธุระอะไร สามีอย่างพี่ก็ว่างเสมอ”“ไม่มีธุระอะไรมากหรอกค่ะ ก็แค่อยากจะเข้าไปพูดคุยกับฟ้าเท่านั้น อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ” เธอบอกเขาเสียงเรียบแล้วทานอาหารต่อไป“พี่เห็นแอนเจริญอาหารพี่ก็ดีใจนะ” เขาเปลี่ยนเรื่องคุยให้เธออารมณ์ดี“ถ้าคุณจะตำหนิว่าฉันอ้วนขึ้นก็พูดมาตรงๆ นะคะ ไม่ต้องมาทำเป็นพูดอวยฉันแบบนี้” เธอหันไปพูดด้วยความไม่พอใจ รู้ตัวดีว่าตนอวบอ้วนในช่วงนี้“พี่ไม่ได้ว่าแอนอ้วนขึ้นนะ พี่แค่บอกว่าพี่เห็นแอนมีความสุขกับการกินพี่ก็รู้สึกมีความสุข







