LOGIN
อนัญญาลุกจากเตียงนอนด้วยความเมื่อยล้า เมื่อคืนนี้สามีของเธอได้ร่วมรักนานกว่าปกติถึงสองชั่วโมงจนเธอรู้สึกได้ถึงการเดินที่ติดขัดเพราะอาการบวมแดงนั้น
‘สามีเหรอ’ เธอนึกในใจเมื่อพยายามนึกถึงสถานะระหว่างเขากับเธอ
ศิวัชไม่ได้ยกย่องเธอให้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาเลยด้วยซ้ำ มีเพียงงานแต่งงานเล็กๆ ที่เขาปรานีจัดเพื่อความประสงค์ของครอบครัวเธอเท่านั้น
แขกเหรื่อในงานก็มีเพียงคนในครอบครัวของเธอ ญาติสนิท และเพื่อนของเธอไม่กี่คนเท่านั้น ไม่มีแขกฝ่ายของเขาเลยสักคน
อนัญญาพยุงร่างของตนไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนลงมาข้างล่าง แม่บ้านจัดเตรียมอาหารเช้าทุกอย่างไว้หมดแล้ว ตอนนี้สามีของเธอกำลังมองมาที่เธอด้วยแววตาที่ดูแคลน
“กว่าจะลงมาได้นะ ตื่นสายแบบนี้จะไปทันกินอะไร” ศิวัชพูดขึ้นมาเสียงเรียบ เขาหงุดหงิดที่ต้องรอทานอาหารเช้าพร้อมเธอ
“จริงๆ คุณทานก่อนแอนก็ได้นะคะ ไม่ต้องรอ” เธอบอกเขาเสียงเบาแล้วขยับไปนั่งที่เก้าอี้ด้านขวามือของเขา
“ฉันไม่ได้รอทานพร้อมเธอ แต่บ้านนี้มีกฎว่าคนในบ้านต้องทานอาหารพร้อมกัน บ้านเธอไม่ได้สอนมารยาทมาเหรอ จริงสิครอบครัวชั้นต่ำแบบนั้นคงสอนใครไม่ได้” เขาพูดแล้วเหยียดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
อนัญญาไม่ตอบโต้เขา แม้อยากจะปกป้องครอบครัวตัวเองสักเท่าไรก็ตาม
เธอก้มหน้าทานอาหารไปอย่างเงียบๆ พยายามทำตัวให้เขาพอใจมากที่สุดเพื่อให้พ้นจากการบ่นด่า รอแค่อึดใจเดียวเขาก็จะออกไปทำงานแล้ว ตอนนั้นเธอคงหายใจได้สะดวกขึ้นกว่านี้
**********************
ศิวัชเป็นเจ้าของไร่ส้มขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภาคกลางตอนเหนือ เขาดูแลไร่ต่อจากครอบครัวที่เสียชีวิตพร้อมกันไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อสองปีที่แล้ว และเขาโทษเธอที่เป็นคนทำให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้
“เธอจะต้องชดใช้” คือคำพูดที่เขาพูดกรอกหูเธอทุกคืน
และอนัญญาก็ยอมรับในสิ่งที่เขาพยายามยัดเยียดความผิดนั้นให้ เพราะเธอเองก็โทษตัวเองว่ามีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้น จึงต้องแต่งงานกับเขาทั้งๆ ที่รู้จุดประสงค์ของการแต่งงานในครั้งนี้ดีว่าเขาต้องการอะไร
เขาไม่ยอมให้เธอออกไปจากไร่เขา หน้าที่เธอคืออยู่แต่ในบริเวณบ้านรอให้เขากลับมา แล้วทำหน้าที่ภรรยาให้แก่เขา
“สามเดือนแล้วสินะ กับนรกแห่งนี้ เมื่อไหร่ฉันจะรอดพ้นจากคุณ” เธอพึมพำออกมาขณะนั่งดูละครตรงหน้า โดยมีสาวรับใช้นั่งดูเป็นเพื่อน หรือจะเรียกให้ถูกคือเป็นผู้คุมมากกว่า
ชีวิตที่วันๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย เหมือนสะดวกสบายแต่มันก็ไม่ใช่ มันเหมือนเธอถูกจองจำในคุกเสียมากกว่า ต่างกันตรงที่ข้อเท้าไม่มีโซ่ตรวนก็เท่านั้น
“คุณแอนจะรับของว่างไหมคะ” เธอถามนายหญิงของบ้าน
“ไม่เป็นไร ถ้าหิวฉันจะไปหาอะไรทานเอง” อนัญญาบอกสาวใช้แล้วนั่งดูละครตรงหน้า
เธอเบื่อหน่ายชีวิตแบบนี้ แต่ก็คิดว่าเป็นการไถ่โทษให้กับครอบครัวของเขา
สักพักสาวใช้คนเดิมก็กลับเข้ามา แล้วก้มหน้ารายงานเธอว่ามีแขกมาขอพบศิวัช
“เขาไม่รู้เหรอว่าคุณวัชไม่อยู่”
“พี่เรียนให้ทราบแล้วค่ะ แต่เธอไม่ยอมไป บอกว่าจะเข้ามารอในบ้านจนกว่าคุณวัชจะกลับ” สาวใช้รายงานแล้วหลบสายตาเธอเล็กน้อย
อาการหลบสายตากับคำสรรพนามว่าเธอทำให้อนัญญารู้สึกแปลกใจ เธอตัดสินใจออกไปต้อนรับแขกของสามี แล้วพบว่าคนที่มาคือสาวสวยที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่น่าจะมีราคามากพอสมควร
“สวัสดีค่ะ คุณวัชไม่อยู่บ้านค่ะ อีกนานเลยกว่าจะกลับ” เธอบอกผู้มาเยือนด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
“เธอคงเป็นญาติของวัชสินะ ฉันชื่ออลินนะ” อลินแนะนำตัวแล้วยื่นมือมาทักทายเธอ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแต่งตัวดีผิดจากคนรับใช้
“เปล่าค่ะ ดิฉันชื่อแอน เป็นภรรยาของคุณวัช ” อนัญญาแนะนำตัวแล้วยื่นมือไปสัมผัสทักทายตอบเธอ
“นี่ล้อกันเล่นใช่ไหม วัชแต่งงานตอนไหน ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง” อลินถามด้วยความตกใจ
“ฉันกับคุณวัชแต่งงานกันได้สามเดือนแล้วค่ะ” เธอบอกอีกฝ่ายไปตามความจริง แล้วยิ้มให้บางๆ
แม้จะไม่มีใบทะเบียนสมรส และงานแต่งงานนั้นจะเป็นการจัดงานเล็กๆ แต่อย่างไรมันก็ยังถือเป็นการแต่งงาน และเธอคือภรรยาของเขา
อลินจ้องมองหน้าเธอสักพัก หัวใจเต้นแรงเมื่อได้ยินข่าวใหม่นี้ สามเดือนที่ว่ามันตรงกับช่วงที่เธอไปทำงานที่ต่างประเทศ แต่ถึงอย่างนั้นข่าวการแต่งงานของเขาก็ต้องมาถึงหูเธอบ้าง
“งั้นฉันค่อยมาวันหลังดีกว่าค่ะ” เธอบอกอนัญญาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนว่ายังตกใจไม่หาย ตัดสินใจกลับไปตั้งหลักใหม่ที่บ้านของตน พลางนึกว่าระดับเจ้าของไร่ส้มที่เป็นที่รู้จักไปทั่วจังหวัดอย่างเขาแต่งงานทั้งทีทำไมเธอถึงไม่รู้
**********************
เมื่อศิวัชมาถึง อนัญญาก็รีบเดินออกไปต้อนรับเขาอย่างเอาใจ รับหมวกของเขาไปห้อยไว้ที่แขวน แล้วเอาน้ำเย็นมาเสิร์ฟเขาด้วยตัวเอง พร้อมกับรายงานให้เขาทราบเรื่องแขกสาวสวยที่มาหาเขาในบ่ายวันนี้
“คุณวัชค่ะ เมื่อตอนบ่ายมีแขกมาหาคุณค่ะ เธอบอกว่าวันหลังจะมาใหม่” เธอรีบรายงานเขา ทำหน้าที่ภรรยาอย่างดีที่สุด
“แขกเหรอ ใคร” เขาถามพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“เธอบอกว่าชื่ออลินค่ะ”
ทันทีที่ได้ยินชื่ออลิน ศิวัชก็วางแก้วน้ำลงทันที
“แล้วเธอบอกหรือเปล่าว่าเธอเป็นใคร” เขาถามเธอเสียงสั่นด้วยความโกรธ
“บะ บอกค่ะ แอนบอกว่าแอนเป็นภรรยาคุณ” เธอรีบบอกเขาไปตามความจริง ไม่รู้ว่าเขาจะต่อว่าอะไรเธอ
ศิวัชไม่พูดอะไร เขาขบกรามแน่นเป็นสันแล้วดึงแขนของอนัญญาให้ตามเขาไปทันที
“วันนี้ไม่ต้องตั้งโต๊ะ” เขาร้องตะโกนตอนที่เดินผ่านห้องครัวให้คนรับใช้ในบ้านได้ยิน ทำให้อนัญญารู้แล้วว่าเธอจะต้องเจอกับอะไร
ทุกครั้งที่พูดไม่เข้าหูเขา หรือทำให้ศิวัชอารมณ์เสีย เขาจะต้องระบายอารมณ์กับเรือนร่างเธอทุกครั้ง และครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกัน และอนัญญาก็ต้องยอมผ่อนปรนตามเขา เพราะไม่อย่างนั้นเขาก็จะยิ่งโกรธและเพิ่มรอบจนเธอเองที่จะทนไม่ไหว
**********************
หนึ่งปีที่แล้ว
อนัญญาที่ตอนนี้เริ่มทำงานหลังจากเรียนจบได้เพียงปีเดียวเธอคลายความเศร้าเรื่องที่คนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายหายตัวไปหลังจากเกิดอุบัติเหตุ
“หนึ่งปีแล้วสินะที่คุณทิ้งฉันเอาไว้ ทำไมนะชาติ ทำไมคุณต้องหนี ทั้งๆ ที่คุณไม่ผิดเลยสักนิดเดียว” เธอได้แต่พึมพำขณะที่เลือกซื้อผลไม้ไปฝากพ่อแม่ของเขา
สหชาติหายตัวไปจนป่านนี้ก็ยังไม่ส่งข่าวมาเลยสักครั้ง งานศพของคู่กรณีก็มีเพียงเธอเข้าไปไหว้ขอขมาแทนเขาท่ามกลางเสียงก่นด่าของญาติพี่น้องของอีกฝ่าย
เธอกำลังจะหันไปเลือกส้มตรงหน้าแต่ก็มีอีกมือมาหยิบส้มลูกเดียวกันทำให้มือของเธอและเขานั้นตอนนี้กำลังจับกันเอาไว้
“อุ๊ย” เธออุทานด้วยความตกใจ
“ขอโทษครับ” ศิวัชพูดอย่างสุภาพแล้วชักมือกลับ
เขายิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มที่ทำเอาหญิงสาวนั้นใจเต้นตึกตัก แต่ก็ต้องหักห้ามหัวใจเอาไว้ เพราะถึงแม้คนรักจะหายตัวไปและทำให้เธอถูกสังคมประณามแทนเขาเรื่องชนแล้วหนี จนเธอนั้นหมดศรัทธาในความรัก แต่คนตรงหน้านี้ดูดีเกินไป เธอคงไม่อาจเอื้อม
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอพูดแล้วขยับไปเลือกลูกอื่น เพื่อเว้นระยะห่างจากเขา
“ดีใจนะครับที่ชอบ” เขาบอกเธอเสียงนุ่ม
“คะ?” เธอหันไปแล้วทำหน้างุนงง
“นั่นส้มจากไร่ผมเอง” เขาพูดพลางยิ้มหว่านเสน่ห์ชวนให้เธอหลงใหล
อนัญญายิ้มบางๆ ให้เขา คนหน้าตาดีมีฐานะเช่นเขา มันเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึงจริงๆ
“ค่ะ” เธอตอบรับคำพูดของเขาตามมารยาท แล้วพยายามเดินเลี่ยงไปอีกทาง เพราะไม่อยากคุยกับเขาให้มีความหวัง
“ผมชอบคุณ ผมจีบได้หรือเปล่า” ศิวัชเดินตามมาแล้วพูดออกมาตรงๆ
เธอหันไปมองเขาด้วยความตกใจ คิดว่าเขาอาจไม่ใช้เจ้าของไร่ส้มที่ว่าและอาจเป็นโรคจิตเพราะตอนนี้เขากำลังคุกคามเธออยู่ พอนึกได้อย่างนั้นเธอก็วางตะกร้าผลไม้ที่ยังเลือกไม่เสร็จลง แล้วเดินหนีออกจากตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว
**********************
หลังจากกลับมาจากเที่ยวบนเขาแล้ว อนัญญาและสามีตอนนี้ก็ทำกิจกรรมเข้าจังหวะเพื่อคลายเครียดกันอยู่บ่อยครั้งเธอเลี้ยงดูคีรินร่วมกับมารดาและกวางที่ตอนนี้กลายมาเป็นพี่เลี้ยงคนโปรดของคีรินไปแล้วคีรินกำลังอยู่ในช่วงพลิกคว่ำ เป็นที่น่าเอ็นดูกับทุกคนรอบตัวเป็นอย่างมาก เพราะก้อนพุงกลมๆ ของเจ้าตัวแสบนั้นเป็นปัญหาของเขา เพราะทุกครั้งที่พลิกคว่ำเวลาที่ทานอิ่มๆ เขาจะพลิกคว่ำได้ยาก และจะทำหน้าตาราวกับว่าโมโหให้กับตัวเองแล้วจะพยายามอยู่อย่างนั้นจนสำเร็จ แล้วพ่นลมหายใจออกมาราวกับโล่งอกที่ตนทำได้“กลับมาคราวนี้ดูหน้าตาสดใสขึ้นมากนะแอน แม่ว่าลูกน่าจะไปเที่ยวบ่อยๆ เพราะว่าแม่ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วยังไงแม่กับกวางก็ช่วยดูคีรินให้ได้”“ไม่ไปแล้วค่ะแม่ เอาไว้รอคีรินโตกว่านี้พี่วัชบอกว่าจะพาเราไปเที่ยวพร้อมกันทั้งครอบครัวเลย” อนัญญาบอกกับมารดาเสียงใส“มาคราวนี้ถ้าได้น้องสาวมาฝากคีรินก็คงดี” อรชรพูดหยอกเอินลูกสาว เพราะเธอรู้ดีว่าผู้หญิงจะอารมณ์ดีมีเหตุผลเพียงไม่กี่อย่าง และยิ่งทั้งสองคนไปเที่ยวสองต่อสองด้วยกันมานานหลายวันขนาดนี้ก็แน่อยู่แล้วว่าลูกสาวนั้นอารมณ์ดีเพราะอะไร“พี่วัชก็อยากมีค่ะ แอนเองก็ต้องตามใจเขา เข
ศิวัชสร้างบ้านให้พ่อแม่ของภรรยาเสร็จภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน ทั้งคู่ยังไม่ได้ตัดสินใจขายที่ดินที่ต่างอำเภอแต่ได้ปล่อยให้เช่าแทนเพราะยังเสียดายที่ดินของตัวเองอยู่มากบ้านหลังเล็กๆ ของสองตายายไม่มีอะไรมาก เปิดประตูเข้าไปก็เป็นห้องนั่งเล่นที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ถัดจากห้องนั่งเล่นก็เป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว ไม่มีห้องครัวเพราะว่าอย่างไรเสียทั้งสองคนก็ต้องมาทานข้าวที่บ้านของศิวัชอยู่ดี ซึ่งหากอรชรต้องการก็สามารถต่อเติมไปอีกได้แต่เท่านี้ทั้งสองคนก็พอใจแล้ว เพราะหลังเล็กดูแลง่ายกว่าหลังใหญ่ และอยู่ห่างกันแค่ร้อยเมตรอยากไปหาลูกหลานเมื่อไหร่ก็สะดวกในตอนนี้อรชรรับหน้าที่เป็นคุณยายอย่างเต็มตัว ช่วยเลี้ยงดูหลานชายตัวน้อย ส่วนเสนาก็เข้าไปเรียนรู้งานในไร่กับลูกเขย แต่ก็ไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์อะไร เรียนรู้งานในตำแหน่งทั่วๆ ไปให้เป็นคนดูแลคนงานในไร่ช่วยหัวหน้าคนงาน เพราะศิวัชไม่อยากให้เขาทำงานหนักมากไปเด็กชายคีรินมีอายุสี่เดือนแล้ว อนัญญารู้สึกมีความสุขมากที่ได้เลี้ยงลูกและเฝ้าดูพัฒนาการของเขาตลอดระยะสี่เดือนมานี้มารดาของเธอนั้นติดหลานมากกว่าหลานติดยายเสียด้วยซ้ำ ส่วนตาและผู้เป็นพ่ออย่าง
ในเช้าวันอาทิตย์ศิวัชยังคงกกกอดภรรยาเอาไว้ในอ้อมแขน ตอนนี้เธอยังคงหลับในท่านอนหันหลังให้เขากอดอย่างที่เธอชอบ เพราะท้องของเธอเริ่มโตจนไม่สามารถนอนหงายได้อย่างสบายตัว ท่าตะแคงจึงเป็นท่าที่เธอโปรดปรานในตอนนี้ศิวัชวางมือของเขาไว้ที่ท้องของเธอ เขารู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของบางอย่างในท้อง ว่าที่คุณพ่อลืมตาขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นแล้ววางมือนิ่งไม่ขยับเพื่อรับการทักทายจากเจ้าตัวเล็กที่กำลังเคลื่อนไหวในตำแหน่งที่เขาสัมผัสอยู่เขาลูบเบาๆ ตรงรอยนูนที่ดันขึ้นมานั้น เจ้าตัวเล็กคงรู้สึกถึงสัมผัสแล้วดันอวัยวะบางอย่างออกมาเหมือนกับว่ากำลังบิดขี้เกียจอยู่ด้านใน นี่เป็นครั้งแรกที่ศิวัชรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของลูกในท้องของภรรยา เขามีความสุขเป็นอย่างมากศิวัชค่อยๆ ขยับตัวออกจากภรรยาแล้ววางศีรษะเธอลงบนหมอน เดินไปยืนที่หน้าต่างมองลงไปแล้วยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจเขาเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งมองภรรยาที่หลับใหลอยู่ด้วยความรักที่มีให้อย่างมากล้น ไม่นานนักอนัญญาก็ตื่นขึ้นมา เธอบิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วมองสามีที่นั่งจ้องหน้าเธออยู่ก่อนจะยิ้มออกมา“มองอะไรคะ”“มองเมียของผมไงล่ะ”“แล้วดูแต่งตัวหล่อขนาดนั้น วันนี้จะอ
หลังจากที่ศิวัชผ่าตัดไส้ติ่งและพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานถึงสามวันแล้วเขาก็ได้กลับบ้านพร้อมกับภรรยาและลูกในท้องของเธอพอกลับไปถึงเขาก็สั่งให้กวางย้ายของเธอไปที่ห้องพักของเขาในทันที “ย้ายของของแอนไปไว้ที่ห้องฉันด้วย”“ได้ค่ะ” กวางรับคำแล้วรีบไปจัดการ เธอแอบมองป้าน้อยแล้วอมยิ้มให้กันหน่อยๆ ก่อนที่จะเดินผ่านไป“จะให้ปิดตายห้องนั้นไปเลยไหมคะคุณวัช”“ผมว่าก็ดีนะครับ เผื่อเมียงอนจะได้ไม่มีที่ไป นอนให้ผมง้ออยู่ในห้อง” ศิวัชบอกแล้วยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มในรอบสองเดือนตั้งแต่เกิดเรื่องในครั้งนั้น“ก็ถ้าสามีไม่ทำอะไรให้ไม่พอใจแอนก็ไม่งอนหรอกค่ะป้าน้อย แอนไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น”“คุณวัชเห็นคุณแอนใจแข็งขนาดนี้ ป้าว่าคงไม่กล้าทำเรื่องอะไรให้คุณแอนไม่พอใจอีกแล้วล่ะค่ะ”“ป้าน้อย นี่ผมเอง” ศิวัชบอกแล้วยิ้มให้ภรรยาที่ตอนนี้เธอเอาชนะใจคนของเขา ดึงไปอยู่ฝั่งเธอหมดแล้ว“ป้าน้อยเธอรู้ค่ะว่าใครเป็นเจ้าของไร่ อย่าลืมนะคะว่าพี่วัชไม่เหลืออะไรเลย แอนจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด” เธอพูดหยอกเย้าสามีแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ“จะว่าไป พี่มีเรื่องจะสารภาพอีกเรื่องหนึ่งที่พี่ยังไม่เคยบอกแอนมาก่อน” ศิวัชพูดเมื่อนึกไ
ในตอนนี้จิตใจของอนัญญาอยู่ไม่เป็นสุขเพราะศิวัชดูท่าทางไม่สบายตัวมาสองวันแล้วแต่เขาก็ยังฝืนไปทำงานตามปกติทำให้เธออดห่วงเขาไม่ได้ แต่ก็ปากหนักไม่ยอมบอกให้เขาพักเธอนั่งดูรายการโทรทัศน์ไปคิดห่วงสามีไป ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะได้พักหรือยัง จะอยู่ที่ไร่หรือกลับมาที่สำนักงานแล้ว เธอก็เอาแต่พะวงถึงเขา“วันนี้จะออกไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ด้วยกันไหมคะ” กวางเดินเข้ามาถามนายหญิงของบ้าน ที่ช่วงหลังชอบทานผลไม้ชนิดนี้มาก และจะชวนกันไปเก็บอยู่บ่อยครั้ง“อืม ไปสิ” อนัญญาเธออยากไปดูว่าสามีเป็นอย่างไรบ้าง และคิดจะใช้เรื่องนี้เป้นข้ออ้าง จึงรับปากสาวใช้วัยแก่กว่าแล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจนหน้ามืดแล้วทิ้งตัวนั่งลงไปที่เดิมกวางเห็นดังนั้นก็อดห่วงไม่ได้ “คุณแอนพักก่อนเถอะค่ะ พี่ไปเก็บมาให้ดีกว่า”“ฉันคงลุกไวไป เดี๋ยวนั่งพักครู่หนึ่งเราค่อยไปกันก็ได้” อนัญญาอยากจะออกไปดูว่าศิวัชจะยังไหวหรือเปล่า“อย่าไปเลยค่ะ แดดแรงแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไป” กวางบอกด้วยความห่วงใย เธอแอบสงสัยแล้วว่าที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นบางทีนายหญิงยังไม่แท้งลูกก็ได้อาการกินเก่ง กินจุกจิกทั้งวัน ชอบทานผลไม้รสเปรี้ยว ร่างที่อวบอ้วนมีน้ำมี
หนึ่งเดือนแล้วที่อนัญญากลับมาอยู่ที่บ้านของสามี ตอนนี้ท้องของเธอนูนขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่เด่นชัดพอให้คนรู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่คนในบ้านเข้าใจว่าเธอกินเก่งขึ้นเท่านั้น เพราะกวางกับป้าน้อยนั้นน่าจะเข้าใจว่าเธอแท้งลูกเหมือนกับที่ศิวัชเข้าใจ จึงไม่มีใครถามถึงเรื่องนี้เพราะไม่อยากให้กระทบกระเทือนความรู้สึกของเธอ และอนัญญาก็ไม่ได้พูดถึงเช่นกันเธออาบน้ำแต่งตัวแล้วทานอาหารเช้าโดยมีกระเป๋าสะพายวางอยู่ข้างตัวทำให้ศิวัชสนใจว่าภรรยาจะไปไหน “จะออกไปไหนแอน ให้พี่ไปส่งไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวชาติจะมารับฉัน”“ทำไมต้องไปลำบากคนอื่นล่ะ ให้พี่พาไปก็ได้ถ้าแอนมีธุระอะไร สามีอย่างพี่ก็ว่างเสมอ”“ไม่มีธุระอะไรมากหรอกค่ะ ก็แค่อยากจะเข้าไปพูดคุยกับฟ้าเท่านั้น อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ” เธอบอกเขาเสียงเรียบแล้วทานอาหารต่อไป“พี่เห็นแอนเจริญอาหารพี่ก็ดีใจนะ” เขาเปลี่ยนเรื่องคุยให้เธออารมณ์ดี“ถ้าคุณจะตำหนิว่าฉันอ้วนขึ้นก็พูดมาตรงๆ นะคะ ไม่ต้องมาทำเป็นพูดอวยฉันแบบนี้” เธอหันไปพูดด้วยความไม่พอใจ รู้ตัวดีว่าตนอวบอ้วนในช่วงนี้“พี่ไม่ได้ว่าแอนอ้วนขึ้นนะ พี่แค่บอกว่าพี่เห็นแอนมีความสุขกับการกินพี่ก็รู้สึกมีความสุข






![ภรรยา[ไม่]ร้ายของนักแข่ง](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
