LOGIN“คุณนิด...” ลดาวัลย์ทอดเสียงจูงมือวนิดากลับมานั่งลงข้างกัน “พี่สามสิบแล้วนะคะ อยู่พระนครเป็นสาวทึนทึกหาคนมาเกี้ยวไม่มี”
“แต่เขา... เขา”
“เสือสัก เขาชื่อสัก”
“เขาเป็นโจร” วนิดาย้ำคำ “พี่ลืมเสียแล้วหรือว่าเรามาเพราะเหตุใด” เธอตารื้นขึ้นเล็กน้อยแต่วาวแสงจ้า
“ของแลกเปลี่ยน นิดมีค่าเท่านั้น ถ้าไม่ติดว่าคุณแม่จะโดนส่งไปปีนัง นิดคง...” เธอขึ้นเสียงดังแต่ไม่กล้าพูดต่อว่าเธอจะหนี ด้วยกลัวป้าแม้นอาจได้ยิน
“คุณนิด” ลดาวัลย์อึ้งงัน ตัวพี่เลี้ยงไม่มีวันลืม เพราะเหตุนี้เธอจึงได้ร่วมเดินทางมาด้วย “พี่… เขาอาจไม่ได้เลวร้ายเสียทั้งหมด แม้ว่าพี่ยังไม่กล้าฟันธง แต่เราอาจหาทางคุย...”
“ฮึ ! ไม่เลวร้าย” วนิดาเค้นเสียง จนป้าแม้นที่อยู่ด้านในเริ่มได้ยินจึงเยี่ยมหน้าออกมาร่วมฟังห่าง ๆ “แต่นิดมีวิธี หากคิดย่ำยีนิดอีก...”
ป้าแม้นฟังแล้วสะท้านวาบ เธอเป็นคนเก่าแก่ตามติดเสือขาลมาแต่เด็กเลี้ยงมาแต่ออก ย่อมรู้จักคนของตนดี แต่คุณหญิงเพิ่งถูกส่งมาคงยังทำใจไม่ได้ หากคุณวนิดารู้ความจริง...
“คุณนิดใจเย็นก่อนเถิด” เสียงทุ้มของหญิงชราวัยห้าสิบกว่าปีเอ่ยขึ้นพลางเดินออกมาจากในเรือน “คุณขาล เธอ...”
“ป้าแม้นเป็นหญิงชาวบ้าน ซ้ำทำงานรับใช้เสือขาล ย่อมต้องเห็นดีเข้าข้างกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ” วนิดาขัดเสียงเย็น “แต่ไม่ต้องสงสารนิดดอกค่ะ ถ้านิดสู้ไม่ไหวก็เลือกนอนนิ่งแล้วกัน”
“คุณนิด” ลดาวัลย์บีบมือชื้นเหงื่อของเจ้านายสาวแน่น “ไม่ลองพูดคุยกับเสือขาล บางที... ถ้าพูดดี ๆ เขาอาจฟังบ้างก็ได้ค่ะ”
วนิดาเบ้ปาก ‘เหตุผล’ เธอนึกไม่ออกเลยว่าคนอย่างเขาจะฟังเหตุผลอะไรจากเธอ สายตาเสือขาลที่มองราวจะกลืนเธอลงท้อง แต่ปากกลับเหยียดพ่นคำหยาบ กระทั่งกริยายังหยาบคาย
“คนเช่นนั้น เอาแต่ใจเป็นใหญ่ ซ้ำกริยาไร้มารยาท ไม่มีทางดอกค่ะ”
แม้น้ำเสียงของวนิดาราบเรียบ แต่กลับทำป้าแม้นสะอึก หญิงแม่บ้านอยากออกหน้าแทน แต่พูดมากไปก็ไม่ดี
“ให้ป้าแม้นพูดหน่อยนะคะ” ป้าแม้นก้มมองหม่อมสาว “คุณขาลเธอมีน้ำใจอยู่บ้าง... ชาวบ้านอาศัยพึ่งได้ดั่งคนนำเรือน จะว่าป้าแม้นเข้าข้างก็ไม่ผิด ป้าอยู่กับคุณขาลมานานเท่าอายุของเธอ ย่อมรู้จักตัวตนแท้จริงดี”
“ที่ป้าแม้นพูดนี่ ใช่เสือขาลแน่หรือคะ” วนิดาเอียงหน้าสงสัย “เหมือนป้าพูดถึงเจ้านายสูงศักดิ์คนหนึ่ง” เธอยกมุมปาก “นี่มันชีวิตจริงนะคะ ไม่ใช่ละครวิทยุ”
ป้าแม้นถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยอก “ป้าคงพูดไม่ได้ว่าคุณขาลเป็นคนดี แต่คุณขาลอาจมีเหตุผลส่วนตัว”
“เหตุผลส่วนตัว ?” วนิดาถามเสียงสูงเยาะมุมปาก “เอาเถิดค่ะ นิดจะรอดู เพราะไหน ๆ นิดคงหนีไปจากที่นี่ไม่ได้แล้ว”
แม้ว่าใจยังสู้แต่นัยน์ตาของคนเรามักปิดไม่มิด แสงกลางตาของคุณหญิงอ่อนจนหม่น ลดาวัลย์และป้าแม้นมองอย่างเห็นใจ สงสาร หญิงมีชาติมีสกุลเคยแต่อยู่ในรั้วในวัง กลับต้องมาอยู่อย่างลำบากกลางป่าเขา
“ช่วงบ่าย ไปเดินเล่นสักหน่อยดีไหมคะ” ป้าแม้นเสนอแนะ “คุ้งน้ำหัวโค้งมีศาลาเล็ก คุณขาลทำไว้นานแล้วไม่ค่อยมีเวลาไปพักสักเท่าไร”
“นิดคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ลงเรือนเสียอีก” เธอพูดเหมือนเปรย
ป้าแม้นยิ้มอ่อน “คุณขาลไม่ได้สั่งห้าม ป้าจะเตรียมของว่างให้ค่ะ”
หญิงสูงวัยกว่ารู้สึกเห็นใจขึ้นอีกมากโข คุณวนิดาแม้ว่าอวบอิ่มทว่าบอบบาง ถ้าเทียบกับสาวบ้านนอกแถบนี้ จะทนความกระด้างของคุณขาลที่แสร้งทำได้หรือไม่ ใครเล่าจะรู้
วนิดาลอบมองป้าแม้นที่เดินห่างออกไป ตาจ้องนิ่งแผ่นหลังหญิงชราเหยียดตรง เดินลงปลายเท้าค่อยเบาราวคนได้รับการอบรม วิธีสั่งงานเช่นหัว หน้าแม่บ้าน
ของว่าง แปลกพิกล ? มันไม่ใช่ขนบเฉพาะคนชั้นสูงหรอกหรือ
ทว่าวนิดาปัดความคิดนี้ทิ้ง ผู้ดีคนใดกันจะมาหลบอยู่บ้านป่าเมืองเถื่อน เธอเอี้ยวคอมองแสงตะวันยามบ่าย ยิ้มน้อย ๆ เธอจะใช้เวลานี้ปล่อยใจทิ้งเรื่องของเสือขาลลงสักพัก
อย่างน้อย ฉันจะได้มีเวลาหายใจคล่อง...
ดังนั้นในเวลานี้ หม่อมราชวงศ์วนิดาจึงปล่อยให้สายลมเอื่อยของลำน้ำสายเล็ก พัดเส้นผมแผ่วเบาคลอเคลียราวคนรัก
เธอเหยียดท่อนขายาวอย่างไร้กิริยาเอนตัวพิงไม้เสาศาลาบนพื้นกับของว่างหมูโสร่งด้วยรอยยิ้มหยัน
ของวังในศาลากลางป่า ฮึ... เข้ากันเสียเหลือเกิน
“คุณนิด” เสียงของลดาวัลย์เรียกเธอกลับมาจากภวังค์
“คะ พี่ลดา” เธอส่งหมูเข้าปาก
“พี่จะกลับเรือนก่อน คุณนิดอยู่ได้ไหม” ลดาวัลย์อ้อมแอ้มถาม
“ทำไมคะ” เธอเอี้ยวหน้ามองพลางเคี้ยวของว่าง รสมือป้าแม้นราวกับส่งมาจากในวัง
“เวลานี้ค่อนบ่ายมากแล้ว พี่ว่าจะทำ ทำ...” พี่เลี้ยงชั่งใจชั่วครู่ “ทำมื้อเย็นรอเสือสัก”
เสียงบอกเล่าเจือขัดเขินระคนเกรงใจของพี่เลี้ยงทำวนิดาโก่งคิ้วสูงทันที ก่อนเบือนหน้ากลับไปทางลำน้ำ
“ค่ะ” น้ำเสียงวนิดาเบาหวิว ดูท่าคงเป็นเธอคนเดียวที่ยังต่อต้าน ฮึ ! หัวเดียวกระเทียมลีบโดยแท้วนิดา
สาวพระนครเอนตัวลงนอนข้างหมูโสร่งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของพี่เลี้ยงเดินห่างออกไป ทรวงอกของเธอวูบโหวงแปลก ๆ เอียงหน้าไปทางลำน้ำแล้วหลับตาฟังเสียงลมพัดยอดใบไผ่เสียดสีราวกับเสียงของขนหางม้าสีเอ็นซออู้
กระไรเลยแก้วตา ไยเจ้ามิปรานี...
บทกลอนหนึ่งลอยมาในห้วงฝันขณะที่หม่อมราชวงศ์หญิงหลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน
กรอบ แกรบ...
เสียงใบไม้แห้งถูกเหยียบดังเบาเมื่อคนลงฝีเท้าจงใจลดน้ำหนักแค่ปลาย เสือขาลใช้มือปัดยอดกิ่งไม้
ยิ่งเข้าใกล้ใจยิ่งรัวกระหน่ำราวกับล่องลำน้ำกลางดงปืน ภาพเรือนร่างอรชรนอนนิ่งหลับตาพริ้ม เอียงศีรษะไปทางธารน้ำเผยเสี้ยวข้างอ่อนละมุน มุมโค้งที่รับดวงหน้าหวาน
เขานั่งลงข้าง ๆ พิศดูอย่างละเอียดแม้ว่าจดจำได้ทุกเส้นสายของเนื้อหนังเว้าคอด ทว่า...
เสือขาลก่นด่าตัวเองที่แค่มองพลันเกิดอาการอยากคว้าเธอมากอด หักห้ามใจเบือนหน้าไปทางอื่นแต่สายตาก็วกกลับมายังที่เดิม จึงตัดสินใจนอนลงเคียงกัน มองเพดานหลังคาศาลาเก่าที่เขาสร้างไว้นานแล้ว
กลิ่นมะลิอ่อน ๆ จากคนนอนข้างพาใจเขาสงบอย่างประหลาด เขาเกลียดสายเลือดนั้น แต่ในวินาทีนี้ เขาเกลียดตัวเองที่เผลอวางยามรับหล่อนเข้ามา
ภาพในอดีตทับซ้อน นานจนเขาเกือบลืมกลิ่นดอกพุดซ้อนผสานมะลิของสวนวิจิตรงามตา เสียงหัวเราะของแม่และเสียงปรามดุของพ่อ เขาเอี้ยวคอไปด้านซ้ายมองเสี้ยวข้างของหล่อน
หากเขาได้พบหล่อนที่อื่น ไม่ใช่สถานที่นี้ ไม่ใช่ในตอนที่หัวใจของเขาแตกร้าวไปแล้ว... คงจะดีไม่น้อย
เสือขาลขยับเปลือกตาสีเข้มปิดลง ผ่อนลมหายใจบาง ๆ กลิ่นมะลิที่รวยรินข้างเคียงทำให้เขารู้สึกเบาตัวจนหลับไปในที่สุด
แสงเช้าพาดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าซีดของโรงแรมราคาถูกในอำเภอพรหมบุรี เสียงจอแจจากถนนดินแดงด้านนอกดังก้องตั้งแต่ไก่ขันกลิ่นข้าวสารปนฝุ่นจากรถม้าลอยคละคลุ้งเข้ามาในห้องพักแคบ ๆ เตียงไม้กรุผ้าปูสีหม่นวางชิดผนัง มุ้งเก่าห้อยยาน ม่านบางสั่นไหวตามลม ยามเช้าเสือสักยืนพิงขอบหน้าต่าง มวนยาสูบในมือส่งควันลอยเป็นเส้นบาง ร่างสูงกำยำในเสื้อสีเข้มและกางเกงผ้าฝ้ายเงียบขรึมผิดไปจากที่เคยเป็น ดวงตาคมนิ่งทอดมองลานกว้างด้านล่าง แต่ใจกลับวนเวียนอยู่ที่ร่างเล็กบนเตียงด้าน หลังหญิงสาวจากพระนครที่ถูกจับลากมาพร้อมวนิดา ยังนอนขดตัวใต้ผ้าห่มบาง ผมดำยาวสยายลงหมอน ใบหน้าหวานแฝงรอยเหนื่อยอ่อนจากคืนก่อน ที่เขากอดรัดเธอไม่ยอมปล่อย ผิวขาวเนียนสะท้อนแสงเช้า รอยช้ำจางๆ จากการรักอันดิบเถื่อนยังประทับอยู่บนต้นคอและไหล่บาง“พี่สัก...”เสียงหวานพร่าเอ่ยเรียกเบา ลดาวัลย์พลิกตัวช้าๆ ผ้าห่มเลื่อนลง เผยแผ่นหลังขาวนวลที่โค้งงามราวหยกแกะสลัก เธอรู้ว่าเขายืนมองอยู่ ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นสบตาเขา ยิ้มจางๆ“เช้านี้พี่ดูแปลก ๆ”สักกลืนน้ำลายลงคอ สายตาคมนิ่ง แต่หัวใจหนักอึ้งราวถูกบ
หกปีต่อมา ณ วังเทวากูรเวลาหกปีผ่านไปทำให้บาดแผลทั้งหลายแปรเปลี่ยนเป็นความสงบแสงยามเย็นท้ายวังทอดลงยังริมสระขุดใหม่ใกล้กันคือศาลาหลังเล็ก ที่ซึ่งสองสามีภรรยามักมาใช้เวลาร่วมกันในช่วงบ่ายเสมอ ทว่าวันนี้กลับเป็นช่วงเย็นเด็กชายวัยห้าขวบยืนนิ่งมือถูกผู้เป็นย่ากำไว้หลวม ๆ ตามแรงชราภาพ ทั้งสองมองหม่อมราชวงศ์ศิการและหม่อมวนิดากำลังฝังกลบสัตว์เลี้ยงแสนรัก“มันเป็นอะไรตายครับ” เด็กชายแหงนหน้าถามย่า“มันแก่แล้ว... ศิกร” ย่าก้มลงมองยิ้มไปถึงดวงตาฝ้าฟาง“งั้นอีกหน่อยย่าก็ต้องตายใช่ไหมครับ” เด็กชายยังถามอีกทำให้ผู้เป็นย่าหัวเราะเบา ๆ ศิกรในวัยห้าขวบช่างถามเกินวัยสมอายุ ย่าลูบหัวช้า ๆ“ไม่นานดอกหลานรัก จะถึงเวลาของย่า”เด็กชายบีบมือย่าแน่น “ผมไม่อยากให้ย่าตายเลย ไอ้สิบทิศก็ด้วย”วนิดาหันหลังกลับมาปรามดุ “ลูกกำลังพูดคำหยาบ”“แต่คุณพ่อเรียกมันแบบนั้นนี่ครับ” ศิกรหันไปทางพ่อที่หัวเราะในลำคอ ปัดมือสองสามครั้งก่อนพยุงร่างเมียรักขึ้นยืน โอบหลังพาเด
ปรู๊น... เสียงหวูดรถไฟดังแว่วจากชุมทางบ้านหมี่ แสงแดดยามบ่ายของต้นปี พ.ศ. 2481 สาดเปรี้ยงลงบนถนนดินแดงวนิดาในชุดเดรสทันสมัยแบบสาวพระนครยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก แต่ก่อนที่หยาดเหงื่อจะไหลลงแก้ม มือคล้ำกร้านของเสือขาลคว้าผ้าเช็ดหน้ามาแตะซับให้อย่างนุ่มนวล“ใครหนอ คิดเรื่องฮันนี่มูนทันสมัยถึงบ้านนอก”วนิดาแสร้งบ่น แววตาหยอกเย้าขณะเดินเคียงข้างร่างสูงใหญ่ของสามีที่เหมือนเป็นเงาคุ้มภัย แสงแดดส่องสะท้อนผมดำเงาของเธอ ทำให้ใบหน้าหวานยิ่งเด่นชัด“บ้านนอกที่ไหน นี่คึกคักยิ่ง รอตกเย็นคุณหญิงจะได้จับจ่ายเดินเล่น”เสือขาลยิ้มเจ้าเล่ห์ มือจับแขนบางเธอแน่น เดินนำไปยังโรงแรมเล็ก ที่ตั้งอยู่ริมถนน คุ้นตาเหมือนเคยมาพักเมื่อครั้งอดีตวนิดาหยุดชะงัก มองป้ายโรงแรมเก่าๆ แล้วหันไปมองสามี “อย่าบอกนะ นี่คือที่ที่พาเมียมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์” เธอแหงนหน้าถาม รอยยิ้มของเขาทำให้ใจเธอเต้นแรง ทั้งข้องใจและหวั่นไหว“เป็นเมียโจร อย่าลืมกำพืดสิ ไปเถิด”เสือขาลหัวเราะ ดึงมือเธอขึ้นบันไดไม้ไปยังหน้าโถงโรงแรม เขารับกุญแจจากเจ้าของด้วยท่าทีสนิทสนม
ย้อนกลับไปช่วงวันที่เสือขาลนอนพักรักษาแผลถูกยิงเอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก...เสียงสิบทิศขันแต่เช้าตรู่ในขณะที่ฟ้ายังมืด เสือขาลขยับเปลือกตาสะดุ้งเล็กน้อย ยกมือกุมสีข้างเหลียวมองตามเสียงกรนเบา ๆ เขาทิ้งศีรษะลงวนิดา...เขาพึมพำลอดไม่เป็นถ้อย ใกล้เพียงเอื้อมแต่กลับคว้าไว้ไม่ได้ เขายกมือขึ้นกลั้นเจ็บเอานิ้วเกี่ยวในผมดำขลับของเธอ นุ่มสลวยกลิ่นหอมอ่อน ๆ เผลอยิ้มหากอยู่พระนคร หล่อนคงเข้าร้านเสริมสวยจู่ ๆ ภาพเธอสวมใส่ชุดทันสมัยไม่ใช่ผ้านุ่งอย่างชาวบ้านผุดขึ้น มือชะงักดึงลงวางดั่งเดิมคงเป็นไปไม่ได้... ฉันจะไม่ปล่อยเธอกลับไป“แค่ก ๆ” เขาแสร้งกระแอม เธอยังนอนนิ่งด้วยความอ่อนเพลีย จึงใช้มือเขย่าแรง ๆ “ตื่นได้แล้ว แดดกำลังจะส่องหัว”เธอกะพริบตาสงสัย แล้วลุกพรวดเมื่อเห็นว่าตัวเองนอนดิ้นมาใกล้จนศีรษะเกือบเกยตัวเสือขาล จ้องหน้าเขาที่ทำหน้าขมวดคิ้วอารมณ์เสียแต่เช้า...“ฉันหิวน้ำ” เสือขาลเปรยเสียงแหบวนิดาไม่พูดอะไร เธอโน้มตัวไปหยิบขันน้ำ เสื้อคอกระเช้าสำหรับใส่นอนหย่อนลงจนเห็นเนินหน้
โห ฮิ่โห ฮิ่โห ฮิ่โห ฮิ่โห... ฮิ้ว...ใครมีมะกรูด มาแลกมะนาว ใครมีลูกสาว มาแลกลูกเขย เอาว่ะเอาเว้ย ตะละลา......เสียงขบวนขันหมากคึกคักยิ่งด้วยหัวหน้าโจรร่อนจดหมายบอกพรรคพวกลูกน้องเก่าให้ช่วยมาจัดงาน ในเช้านี้ขันหมากตระกูลผู้ดีจึงได้ยาวเหยียด แต่งกายเสื้อฝ้ายสีมอกางเกงเนื้อหยาบ เสียงคุยเอะอะหัวเราะครืนทุ้มก้องยังหัวถนนกระต๊าก ! ไอ้สิบทิศร้องเบา ๆ ในอ้อมแขนเจ้านายของมัน เขาลูบหัวปลอบใจ“มึงทำหน้าที่ให้ดี แล้วกูจะไม่ต้มมึง”ขาลเปรยหัวใคร่ยืนตรงกลางขนาบข้างด้วยเสือสักยกพานสินสอด สมุนโจรยกต้นกล้วยอ้อยคาดเอวด้วยผ้าขาวม้าลายแดงน้ำเงินเสียงขบวนขันหมากเหล่าบุรุษเถื่อนวังน้ำใสก้องยาวบนถนนราชดำเนิน ดงผู้ดีของพระนคร ดังเสียจนเจ้าสาวที่นั่งอยู่หน้ากระจกหัวเราะเบา ๆ“ดูท่าศิการจะเกณฑ์คนมาอักโข” หม่อมอภิรดีเปรยเบา สวมสร้อยคอทับทิมที่หม่อมอัมพรนำมาให้ตั้งแต่เมื่อวาน วนิดายกแตะลูบสีโลหิต“คึกคักดีค่ะ”ภาพสะท้อนในกระจกเช้านี้ เธอเลือกไว้ทรงผมเดิมดัดลอนสั้นพองาม ต่างหูคู่ไม่ใหญ่นักแต่สีเม็ดทับทิมแข่งรับริมฝีปากแต้มชมพูดอกบัว เสื
เสียงหวีดแหลมดังก้องในโถงวังปรียาวงศ์ของอภิรดีลอดไปยังลานสวนข้างบ้าน ที่ซึ่งต้นกาสะลองใหญ่ยืนนิ่งรับรู้ถึงทุกสิ่งของบ้านหลังนี้ใต้ต้นคือชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าซีดเผือด กระโจนพรวดไม่กี่ก้าวตามเสียงไปทางห้องพักผ่อน เสือขาลตาเบิกโพลงตระหนก ตวัดปืนขึ้นมือสั่นเทา“ไอ้ประยูร” เสือขาลกดเสียง หัวใจหล่นวูบลงที่เท้า ร่างของหญิงคนรักถูกคนที่ฆ่าพ่อเขารัดคอแน่นด้วยมือ นัยน์ตาเธอเหลือกขึ้นก่อนที่มันจะหันมาเห็นแล้วปล่อยออก“แค่ก ๆ” วนิดาสำลักอากาศ สูดหายใจเฮือก ไอเอาลมเข้าปอด ตาแผดร้อนแดงก่ำน้ำตารื้น “พี่ขาล...”“โลกมันกลมจริงไหม” ประยูรใช้ท่อนแขนรัดคอลูกสาวลากไปอีกทาง ปลายปืนลูกโม่เสือขาลจ่อไล่ทุกฝีก้าว “กูเพิ่งรู้ข่าว ไม่คิดเลยว่ามึงจะเป็นลูกท่านหลานเธอ โดยเฉพาะไอ้ศิกร”เสือขาลกัดกรามกรอด ทรวงอกร้อนวาบนิ้วชื้นเหงื่อขยับขึ้นไกนก กึก! ประยูรสลับมือ ใช้มีดพร้าจ่อคอวนิดาทันควัน“มึงกล้าแลก ?” ประยูรเยาะหยัน“ปล่อยหล่อน” ขาลสั่งลอดไรฟัน เหงื่อผุดไหลลงหางตา“ปล่อย ? ก่อนหน้ากูคิดว่าส่งมันไปก็สมเนื้อ ลูกโจรกับโจร คนชั้นต่ำ ฮ่า ฮ่า ใครจะรู้ว่ามึงเป็นส







