Beranda / โรแมนติก / เมียเสือขาล / ตอนที่ 8 แรงกระเพื่อมของเมียพระนคร 1

Share

ตอนที่ 8 แรงกระเพื่อมของเมียพระนคร 1

last update Tanggal publikasi: 2026-07-04 22:00:53

ปัง !

ชนกานต์นั่งนิ่งไม่ไหวติงขณะที่ฝ่ามือของบิดาฟาดลงโต๊ะอาหารมื้อเย็น แรงอุ้งมือทำให้ของบนโต๊ะสะเทือนคล้ายกับจิตใจของทุกคนในเย็นนี้ เขามองเงาของบิดา ใบหน้าของชายสูงศักดิ์มากยศ รักหน้าตาสะท้อนบนไม้เคลือบเงาฝังมุก

“เจ้านิดมันทำราชวงศ์ปรียานนทวงศ์เสื่อมเสีย” ประยูรเค้นเสียงมองจานข้าวแล้วให้ฝืดคอ มิใช่เพราะสงสารธิดา หากเพราะ... เขากำมือแน่น

“นิดเพิ่งสิบเก้าปีเท่านั้น น้องทำไปด้วยความคิดชั่วแล่น คุณพ่อไม่ควรขับไล่ไสส่งน้องไปเป็นเมียโจร !” ลูกชายขึ้นเสียงโต้ตอบ

“ลูก... กานต์” อภิรดีปรามทอดเสียงอ่อน

“ฮึ !” หม่อมเจ้าหยิบแก้วไวน์ขึ้นยกดื่มรวดเดียว “หญิงพวกนี้ต่อให้ชำระอย่างไรก็ไม่สะอาด ย่อมตกต่ำอยู่ดี ไม่สู้ยกให้ไอ้เสือขาลยังมีประโยชน์เสียกว่า”

“คุณพ่อ !” “คุณคะ !”

สองเสียงแม่ลูกร้องประสาน ทว่าชายมากศักดิ์ในร่างผอมเกร็งผิวขาวซีดกลับเหยียดลุก ประยูรปรายตาไปทางภริยารักชั่วครู่แล้วให้สะท้านใจ แผ่นท้องวูบจากไอร้อนที่ผ่าวลง ความแคลงใจหลายสิบปีฝังลึกจนยากขจัดทิ้ง นอก จากต้องให้ลูกนอกไส้พ้นรัศมีหูตา

“เราหมดเรื่องพูดคุยกันเท่านี้ ต่อไปชื่อของวนิดา เป็นเพียงชื่อของเมียโจรชั่วลุ่มน้ำเจ้าพระยาเท่านั้น”

สิ้นถ้อยหม่อมเจ้าประยูรเดินออกจากโต๊ะ แต่หยุดชะงักเมื่อเสียงบุตร ชายกร้าวขึ้นด้านหลัง

“คุณพ่อก็ไม่ต่างจากเสือขาล…” ชนกานต์ลุกยืน เขาจ้องตาพ่อที่เอี้ยวคอกลับมามอง “โจร... ในคราบผู้ดี”

คนเป็นพ่อเม้มปากแน่น พวงแก้มแดงซ่าน มือกำขวดไวน์จนเอ็นปูดโปน ทว่าหน้าตาและศักดิ์ศรีวงศ์สกุลค้ำคอ ไม่อยากให้ปากเปื้อนคาวบัดสี จึงก้าวออกจากห้องอาหารอย่างไร้คำโต้ตอบ เก็บงำความกรุ่นโกรธของสามีที่ภรรยาให้กำเนิดบุตรสาวนอกสายเลือดไว้ในอก

ความอัปยศที่เขาจำต้องปิดไว้

“กานต์...” อภิรดีลูบแขนลูกชายปลอบใจ

“ผมไม่เป็นไรครับคุณแม่” เขาตอบเสียงเย็น “สงสารแต่เจ้านิด พรุ่งนี้ผมจะรีบปรึกษาเพื่อนฝูง หาทางช่วยน้องออกมาจากรังโจร”

ชนกานต์โอบไหล่ผอมบางของมารดา ลูบเบา ๆ ทว่าข้างในเขากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งด้วยรู้ดีว่า กาลได้ล่วงเลย... ช้าเกินกว่าจะช่วยน้องสาวออก มาจากมือคนชั่วอย่างไร้ราคี

แต่ไม่ว่าอย่างไร ยังดีเสียกว่าให้น้องผู้มีจิตใจอ่อนโยนต้องถูกทารุณกรรมด้วยคนต่ำช้า ยิ่งนานวันไป น้องจะยิ่งชอกช้ำ

เจ้านิด... รอพี่สักหน่อย พี่จะรีบหาทางไปช่วยเธอ

แสงไฟจากดวงโคมด้านบนเหนือศีรษะในห้องอาหารสาดลงร่างของสองแม่ลูกที่เต็มไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกังวลใจ

กลิ่นมื้ออาหารค่ำวังเจ้าหอมฟุ้งไปถึงภายนอก ผสานกลิ่นดอกลำดวนมุมลานสวน เสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดปีกร้องระงมราวกับรับรู้ถึงความหม่นหมองในวังแห่งนี้ ให้สายลมช่วยพาความร้อนรุ่มสองแม่ลูกลอยไปถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางป่าเขาลำเนาไพร

เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก...

ไม่... ไม่ พ่อ คุณพ่อครับ... พ่อออออ !

เสียงอู้อี้ลอดลำคอ มือสีเข้มไขว่คว้าอากาศเย็นราวกับเวลาได้ย้อน กลับไปในวันนั้น คืนแห่งการสูญเสีย

เฮือก ! เสือขาลทะลึ่งตัวพรวดหยิบปืนข้างกายยกจ่อไปทางประตู เหงื่อผุดไหลข้างใบหู หายใจหอบถี่ ทว่ามีเพียงเสียงลมที่พัดผ้าม่านสีอ่อนกระพือเบา ๆ พร้อมแสงยามเช้าเริ่มรำไร

ฝันซ้ำซากนับจากคืนนั้น...

เขาทิ้งท่อนแขนวางปืน ทอดถอนใจยกมือเสยผมจึงค่อยรับรู้ว่า เมื่อวานนี้มาถึงค่อนดึก สายตาเหลือบไปทางมุมห้องฟูกเล็ก ร่างเงาตะคุ่มนอนคู้ตัวไม่มีผ้าห่มติดกาย

เมียพระนคร...

ผิวขาวลออเปล่งประกายแม้ว่าร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นควันไฟและเขม่าติดเสื้อผ้า ยิ่งมอง ยิ่งทำเขาหงุดหงิดที่ร่างกายยามเช้ากำลังขานรับขยับตัว

ฮึ ! เขาพ่นลมลุกจากฟูก โน้มตัวหยิบขันน้ำล้างหน้าตอนเช้าขึ้นมา ก้มมองเพียงครู่ก่อนสาดโครม ! ลงใบหน้าหวาน

“ว้าย ! คุณพระช่วย อะไรกันนี่” วนิดาสะดุ้งพรวดลุกนั่ง แววตามองสงสัย จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าตัวเธอนั้นอยู่ที่ใด ยกมือลูบน้ำออกจากใบหน้า

“นอนหาพระแสง แดดขึ้นหัวแล้ว”

เคร้ง ! เขาเตะขันกลิ้ง ใช้เท้าเขี่ยขาเธอไม่แรงมากนัก มองน้ำเปียกโชกไหลลงเส้นผมและเสื้อตัวเดิม

แต่ทำไมหล่อนยังดูสวย...

“เป็นเมียโจร ตื่นสายไม่ได้ ไปเตรียมข้าว”

“ข้าว...” วนิดาพึมพำ สติเริ่มกลับมาจำได้แล้วว่าบัดนี้เธออยู่ในเงื้อมมือโจรชั่ว ไม่ใช่ห้องนอนเมืองกรุง เธอกอดร่างสั่นเทาจากอากาศรุ่งเช้ากลางนา

“ใช่ ครัวอยู่มุมบ้าน ฉันจะไปอาบน้ำ กลับมาต้องเห็นวงข้าว”

เสือขาลสั่งจบเดินผ่านไปยังมุมเสา หยิบผ้าขาวม้าลายตารางขาวแดงผืนเก่ามาพันรอบเอวสอบ ถอดเสื้อและกางเกงโยนลงพื้นต่อหน้าเธอ

ความร้อนวิ่งขึ้นพวงแก้มจนสาดสีระเรื่อ แม้ว่าเธอเป็นนางละคร แต่นักแสดงล้วนเปลี่ยนผ้าในห้องหับ เขาคือชายเปลือยคนแรกที่เธอได้เห็น ไหล่กว้างบึกบึนแน่นด้วยกล้าม รอยสักยันต์ประปราย 

“ซักเสื้อผ้าด้วย กะละมัง ผงซักอยู่ชานหลังบ้านใกล้กัน” เขาออกเดินก่อนหยุดหันกลับมา

“ยังดีที่มึงไม่ต้องหิ้วน้ำ ไอ้จ้อยจะเป็นคนหิ้วมาจากลำคลอง”

ปัง !

วนิดาสะดุ้ง เธอมองห้องนอนเล็กที่ถูกจับโยนเข้ามากลางดึกเมื่อคืนนี้ เขาล้มตัวลงนอนหลับไปทันที ปล่อยให้เธอหาฟูกนอนเองกว่าจะฝืนข่มตาหลับลงได้หลังจากนั้นเป็นนาน

“หุงข้าว ซักผ้า” เธอนิ่วหน้า

อะไรกัน ให้ฉันมาเป็นเมียไม่ใช่ขี้ข้า !

เธอมองลอดผ้าม่าน แสงยามเช้าเริ่มสว่างจนมองเห็นทุกอย่างชัดสองตา ก่อนพาร่างอ่อนเพลียเปื้อนฝุ่นไปทางชานเรือนด้านหลังตามสั่ง ทั้ง ๆ ที่ยังนิ่วหน้า คิ้วขมวด

“หุงข้าว ซักผ้า !” เธอย้ำออกเสียงดัง ๆ แน่นอนว่าเธอทำเป็น แต่เธอจะไม่ทำ วนิดายกมุมปากอย่างไม่น่ามอง ลงเท้าหนักไปทางโอ่งน้ำหลังบ้าน เหลียวหาถังจนเห็นตั้งอยู่มุมเรือน จึงจ้วงน้ำหิ้วมาพอเหมาะมือ

โครม !

เธอสาดน้ำลงเตาฟืนจนเปียกโชกชุ่ม น้ำไหลลงนองพื้นเรือน นัยน์ตากวางระยับแววพราว ไหล่สะเทือนเบา ๆ หัวเราะในคออย่างสาแก่ใจ เดินกลับเข้าห้องนอนหยิบเสื้อผ้าที่เขากองทิ้งไว้

“ซักผ้า... ไม่เห็นจะยาก”

ในเมื่ออยากได้หม่อมราชวงศ์เป็นเมีย ก็ทนหน่อยเสือขาล

ดวงหน้าหม่อมสาวเชิดปลายขึ้น วกกลับไปทางเดิม มองป่าด้านนอกจัดการขยุ้มเสื้อและกางเกงโยนออกไป ฟุบ !

รอยยิ้มกว้างคลี่จนแก้มยุ้ยแล้วกลายเป็นเสียงหัวเราะ ราวกับว่าเธอได้โยนตัวปัญหาออกไปจากชีวิต ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเธออาจกำลังท้าทายอำนาจ

“อย่าหวังเลยว่าฉันจะกลัวจนหัวหด”

เธอพูดคนเดียวเดินกลับไปทางหัวกระไดเรือน หย่อนร่างลงนั่งชานพื้นไม้ จึงค่อยสังเกตว่ามีโต๊ะกินข้าวเล็ก ๆ ไม่สวยเท่ากับบ้านผู้ดีในพระนคร แต่ดูผิดแผกไปจากชาวบ้าน เธอยักไหล่ไม่ใคร่ใส่ใจ

“ฉันไม่หนี แต่จะให้ทิ้งศักดิ์ศรี ? เชอะ...”

เสียงสรรพสัตว์ในยามเช้าตรู่รื่นหูอย่างน่าอภิรมย์ เมื่อเธอได้โยนบางอย่างทิ้ง คงคล้ายกับสิ่งที่เธอลอบออกจากบ้านไปเล่นละครเวที

สิ่งที่เธอรักและถูกพรากด้วยมือของผู้มีพระคุณ

ความสงสัยเกาะกินจิตใจเธอมาช้านานตั้งแต่เด็ก เหตุใดกันสายตาของพ่อจึงได้จ้องเธออย่างโกรธขึ้ง เธอไม่เคยหาเหตุผลเจอกระทั่งวันที่พ่อเกือบแย้มพราย

คุณแม่ พี่กานต์... ช่วยนิดด้วย...

วนิดาพิงศีรษะลงระแนงไม้กันตก หลับตาผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียท่ามกลางเสียงกล่อมธรรมชาติและลมพัดเอื่อย

ไอหมอกเย็นกระทบผิวกาย ผิดไปจากพี่เลี้ยงสาวซึ่งนั่งตัวตรงแน่วหวาดหวั่นตรงชานเรือนอีกหลัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียเสือขาล   ตอนพิเศษ 5 เสือสัก ลดาวัลย์

    แสงเช้าพาดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าซีดของโรงแรมราคาถูกในอำเภอพรหมบุรี เสียงจอแจจากถนนดินแดงด้านนอกดังก้องตั้งแต่ไก่ขันกลิ่นข้าวสารปนฝุ่นจากรถม้าลอยคละคลุ้งเข้ามาในห้องพักแคบ ๆ เตียงไม้กรุผ้าปูสีหม่นวางชิดผนัง มุ้งเก่าห้อยยาน ม่านบางสั่นไหวตามลม ยามเช้าเสือสักยืนพิงขอบหน้าต่าง มวนยาสูบในมือส่งควันลอยเป็นเส้นบาง ร่างสูงกำยำในเสื้อสีเข้มและกางเกงผ้าฝ้ายเงียบขรึมผิดไปจากที่เคยเป็น ดวงตาคมนิ่งทอดมองลานกว้างด้านล่าง แต่ใจกลับวนเวียนอยู่ที่ร่างเล็กบนเตียงด้าน หลังหญิงสาวจากพระนครที่ถูกจับลากมาพร้อมวนิดา ยังนอนขดตัวใต้ผ้าห่มบาง ผมดำยาวสยายลงหมอน ใบหน้าหวานแฝงรอยเหนื่อยอ่อนจากคืนก่อน ที่เขากอดรัดเธอไม่ยอมปล่อย ผิวขาวเนียนสะท้อนแสงเช้า รอยช้ำจางๆ จากการรักอันดิบเถื่อนยังประทับอยู่บนต้นคอและไหล่บาง“พี่สัก...”เสียงหวานพร่าเอ่ยเรียกเบา ลดาวัลย์พลิกตัวช้าๆ ผ้าห่มเลื่อนลง เผยแผ่นหลังขาวนวลที่โค้งงามราวหยกแกะสลัก เธอรู้ว่าเขายืนมองอยู่ ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นสบตาเขา ยิ้มจางๆ“เช้านี้พี่ดูแปลก ๆ”สักกลืนน้ำลายลงคอ สายตาคมนิ่ง แต่หัวใจหนักอึ้งราวถูกบ

  • เมียเสือขาล   ตอนพิเศษ 4 หกปีต่อมา

    หกปีต่อมา ณ วังเทวากูรเวลาหกปีผ่านไปทำให้บาดแผลทั้งหลายแปรเปลี่ยนเป็นความสงบแสงยามเย็นท้ายวังทอดลงยังริมสระขุดใหม่ใกล้กันคือศาลาหลังเล็ก ที่ซึ่งสองสามีภรรยามักมาใช้เวลาร่วมกันในช่วงบ่ายเสมอ ทว่าวันนี้กลับเป็นช่วงเย็นเด็กชายวัยห้าขวบยืนนิ่งมือถูกผู้เป็นย่ากำไว้หลวม ๆ ตามแรงชราภาพ ทั้งสองมองหม่อมราชวงศ์ศิการและหม่อมวนิดากำลังฝังกลบสัตว์เลี้ยงแสนรัก“มันเป็นอะไรตายครับ” เด็กชายแหงนหน้าถามย่า“มันแก่แล้ว... ศิกร” ย่าก้มลงมองยิ้มไปถึงดวงตาฝ้าฟาง“งั้นอีกหน่อยย่าก็ต้องตายใช่ไหมครับ” เด็กชายยังถามอีกทำให้ผู้เป็นย่าหัวเราะเบา ๆ ศิกรในวัยห้าขวบช่างถามเกินวัยสมอายุ ย่าลูบหัวช้า ๆ“ไม่นานดอกหลานรัก จะถึงเวลาของย่า”เด็กชายบีบมือย่าแน่น “ผมไม่อยากให้ย่าตายเลย ไอ้สิบทิศก็ด้วย”วนิดาหันหลังกลับมาปรามดุ “ลูกกำลังพูดคำหยาบ”“แต่คุณพ่อเรียกมันแบบนั้นนี่ครับ” ศิกรหันไปทางพ่อที่หัวเราะในลำคอ ปัดมือสองสามครั้งก่อนพยุงร่างเมียรักขึ้นยืน โอบหลังพาเด

  • เมียเสือขาล   ตอนพิเศษ 3 ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์

    ปรู๊น... เสียงหวูดรถไฟดังแว่วจากชุมทางบ้านหมี่ แสงแดดยามบ่ายของต้นปี พ.ศ. 2481 สาดเปรี้ยงลงบนถนนดินแดงวนิดาในชุดเดรสทันสมัยแบบสาวพระนครยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก แต่ก่อนที่หยาดเหงื่อจะไหลลงแก้ม มือคล้ำกร้านของเสือขาลคว้าผ้าเช็ดหน้ามาแตะซับให้อย่างนุ่มนวล“ใครหนอ คิดเรื่องฮันนี่มูนทันสมัยถึงบ้านนอก”วนิดาแสร้งบ่น แววตาหยอกเย้าขณะเดินเคียงข้างร่างสูงใหญ่ของสามีที่เหมือนเป็นเงาคุ้มภัย แสงแดดส่องสะท้อนผมดำเงาของเธอ ทำให้ใบหน้าหวานยิ่งเด่นชัด“บ้านนอกที่ไหน นี่คึกคักยิ่ง รอตกเย็นคุณหญิงจะได้จับจ่ายเดินเล่น”เสือขาลยิ้มเจ้าเล่ห์ มือจับแขนบางเธอแน่น เดินนำไปยังโรงแรมเล็ก ที่ตั้งอยู่ริมถนน คุ้นตาเหมือนเคยมาพักเมื่อครั้งอดีตวนิดาหยุดชะงัก มองป้ายโรงแรมเก่าๆ แล้วหันไปมองสามี “อย่าบอกนะ นี่คือที่ที่พาเมียมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์” เธอแหงนหน้าถาม รอยยิ้มของเขาทำให้ใจเธอเต้นแรง ทั้งข้องใจและหวั่นไหว“เป็นเมียโจร อย่าลืมกำพืดสิ ไปเถิด”เสือขาลหัวเราะ ดึงมือเธอขึ้นบันไดไม้ไปยังหน้าโถงโรงแรม เขารับกุญแจจากเจ้าของด้วยท่าทีสนิทสนม

  • เมียเสือขาล   ตอนพิเศษ 2 วันที่ใจร้อนผ่าว

    ย้อนกลับไปช่วงวันที่เสือขาลนอนพักรักษาแผลถูกยิงเอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก...เสียงสิบทิศขันแต่เช้าตรู่ในขณะที่ฟ้ายังมืด เสือขาลขยับเปลือกตาสะดุ้งเล็กน้อย ยกมือกุมสีข้างเหลียวมองตามเสียงกรนเบา ๆ เขาทิ้งศีรษะลงวนิดา...เขาพึมพำลอดไม่เป็นถ้อย ใกล้เพียงเอื้อมแต่กลับคว้าไว้ไม่ได้ เขายกมือขึ้นกลั้นเจ็บเอานิ้วเกี่ยวในผมดำขลับของเธอ นุ่มสลวยกลิ่นหอมอ่อน ๆ เผลอยิ้มหากอยู่พระนคร หล่อนคงเข้าร้านเสริมสวยจู่ ๆ ภาพเธอสวมใส่ชุดทันสมัยไม่ใช่ผ้านุ่งอย่างชาวบ้านผุดขึ้น มือชะงักดึงลงวางดั่งเดิมคงเป็นไปไม่ได้... ฉันจะไม่ปล่อยเธอกลับไป“แค่ก ๆ” เขาแสร้งกระแอม เธอยังนอนนิ่งด้วยความอ่อนเพลีย จึงใช้มือเขย่าแรง ๆ “ตื่นได้แล้ว แดดกำลังจะส่องหัว”เธอกะพริบตาสงสัย แล้วลุกพรวดเมื่อเห็นว่าตัวเองนอนดิ้นมาใกล้จนศีรษะเกือบเกยตัวเสือขาล จ้องหน้าเขาที่ทำหน้าขมวดคิ้วอารมณ์เสียแต่เช้า...“ฉันหิวน้ำ” เสือขาลเปรยเสียงแหบวนิดาไม่พูดอะไร เธอโน้มตัวไปหยิบขันน้ำ เสื้อคอกระเช้าสำหรับใส่นอนหย่อนลงจนเห็นเนินหน้

  • เมียเสือขาล   ตอนพิเศษ 1 วนิดา... เสือขาล...

    โห ฮิ่โห ฮิ่โห ฮิ่โห ฮิ่โห... ฮิ้ว...ใครมีมะกรูด มาแลกมะนาว ใครมีลูกสาว มาแลกลูกเขย เอาว่ะเอาเว้ย ตะละลา......เสียงขบวนขันหมากคึกคักยิ่งด้วยหัวหน้าโจรร่อนจดหมายบอกพรรคพวกลูกน้องเก่าให้ช่วยมาจัดงาน ในเช้านี้ขันหมากตระกูลผู้ดีจึงได้ยาวเหยียด แต่งกายเสื้อฝ้ายสีมอกางเกงเนื้อหยาบ เสียงคุยเอะอะหัวเราะครืนทุ้มก้องยังหัวถนนกระต๊าก ! ไอ้สิบทิศร้องเบา ๆ ในอ้อมแขนเจ้านายของมัน เขาลูบหัวปลอบใจ“มึงทำหน้าที่ให้ดี แล้วกูจะไม่ต้มมึง”ขาลเปรยหัวใคร่ยืนตรงกลางขนาบข้างด้วยเสือสักยกพานสินสอด สมุนโจรยกต้นกล้วยอ้อยคาดเอวด้วยผ้าขาวม้าลายแดงน้ำเงินเสียงขบวนขันหมากเหล่าบุรุษเถื่อนวังน้ำใสก้องยาวบนถนนราชดำเนิน ดงผู้ดีของพระนคร ดังเสียจนเจ้าสาวที่นั่งอยู่หน้ากระจกหัวเราะเบา ๆ“ดูท่าศิการจะเกณฑ์คนมาอักโข” หม่อมอภิรดีเปรยเบา สวมสร้อยคอทับทิมที่หม่อมอัมพรนำมาให้ตั้งแต่เมื่อวาน วนิดายกแตะลูบสีโลหิต“คึกคักดีค่ะ”ภาพสะท้อนในกระจกเช้านี้ เธอเลือกไว้ทรงผมเดิมดัดลอนสั้นพองาม ต่างหูคู่ไม่ใหญ่นักแต่สีเม็ดทับทิมแข่งรับริมฝีปากแต้มชมพูดอกบัว เสื

  • เมียเสือขาล   ตอนที่ 54 เงียบพอให้ได้ยินเสียงหัวใจชัดขึ้น 2

    เสียงหวีดแหลมดังก้องในโถงวังปรียาวงศ์ของอภิรดีลอดไปยังลานสวนข้างบ้าน ที่ซึ่งต้นกาสะลองใหญ่ยืนนิ่งรับรู้ถึงทุกสิ่งของบ้านหลังนี้ใต้ต้นคือชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าซีดเผือด กระโจนพรวดไม่กี่ก้าวตามเสียงไปทางห้องพักผ่อน เสือขาลตาเบิกโพลงตระหนก ตวัดปืนขึ้นมือสั่นเทา“ไอ้ประยูร” เสือขาลกดเสียง หัวใจหล่นวูบลงที่เท้า ร่างของหญิงคนรักถูกคนที่ฆ่าพ่อเขารัดคอแน่นด้วยมือ นัยน์ตาเธอเหลือกขึ้นก่อนที่มันจะหันมาเห็นแล้วปล่อยออก“แค่ก ๆ” วนิดาสำลักอากาศ สูดหายใจเฮือก ไอเอาลมเข้าปอด ตาแผดร้อนแดงก่ำน้ำตารื้น “พี่ขาล...”“โลกมันกลมจริงไหม” ประยูรใช้ท่อนแขนรัดคอลูกสาวลากไปอีกทาง ปลายปืนลูกโม่เสือขาลจ่อไล่ทุกฝีก้าว “กูเพิ่งรู้ข่าว ไม่คิดเลยว่ามึงจะเป็นลูกท่านหลานเธอ โดยเฉพาะไอ้ศิกร”เสือขาลกัดกรามกรอด ทรวงอกร้อนวาบนิ้วชื้นเหงื่อขยับขึ้นไกนก กึก! ประยูรสลับมือ ใช้มีดพร้าจ่อคอวนิดาทันควัน“มึงกล้าแลก ?” ประยูรเยาะหยัน“ปล่อยหล่อน” ขาลสั่งลอดไรฟัน เหงื่อผุดไหลลงหางตา“ปล่อย ? ก่อนหน้ากูคิดว่าส่งมันไปก็สมเนื้อ ลูกโจรกับโจร คนชั้นต่ำ ฮ่า ฮ่า ใครจะรู้ว่ามึงเป็นส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status