Masuk“จะพาไปอาบน้ำตอนเช้า ค่อยกินข้าว” เสือสักเปรยขึ้นยื่นผ้านุ่งมาตรงหน้า “ของอีจัน ไปขอมันมาให้ใช้ก่อน”
“ฉันไม่เคยอาบต่อหน้าคนอื่น”
“แต่นี่มันบ้านนอก” เขาพูดกลั้วหัวเราะเบา ๆ เขย่าเสื้อในมือให้เธอรับเสื้อผ้า “เดี๋ยวจะพาคนมาทำชานเรือนใหม่ จะได้อาบบนเรือน”
“แต่ว่า...”
“เคยคิดหยุดเถียงบ้างหรือไม่ ลดา”
“คุณรู้จักชื่อฉันได้ยังไง”
เขาส่ายหน้าแล้วออกเดินนำลงเรือนไปก่อน ลดาจึงจำใจเดินตามหลัง ลอบสังเกตหมู่บ้าน เรือนไม้หลังไม่ใหญ่นักใต้ถุนยกสูงหนีน้ำ ตั้งห่างกันเป็นย่อม ๆ มีลานตรงกลางคล้ายที่ส่วนรวม คนในหมู่บ้านบ้างถักแห บ้างนั่งจับกลุ่มพูดคุย
“ไอ้ขาล” เสือสักร้องทักเมื่อเดินสวนกับเสือขาลที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ “ทำไมไม่อาบบนเรือน”
“เรื่องของกู” เสียงเสือขาลเจือขุ่นมัว
“อารมณ์ไม่ดีแต่เช้า หรือว่า...” เสือสักหยุดยิ้มหัว “เมียไม่ให้นอนด้วยว่ะ”
เสือขาลพ่นลมใส่ แทนที่อาบน้ำเย็นจัดจะหายงุ่นง่านแต่พอเดินลัดโผล่จากป่ามองเห็นตัวบ้าน ไอ้ส่วนที่เงียบสงบดันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง สายตาเขาเหลือบมองเห็นพี่เลี้ยงเมียตัวเอง เช้านี้แม้ดูหน้าซีดเซียวแต่คงพอได้นอนเต็มตาจึงดูดีกว่าเมื่อวาน
“ฉันอยากไปหาคุณนิด” ลดาวัลย์พูดแทรกขึ้นเบา ๆ มือกำผ้าซิ่นแน่นหลุบตาต่ำ ขยับหลบไปด้านหลังเสือสัก เมื่อเห็นสายตาของเสือขาลวาวโรจน์ขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะโมโห
“ใครชื่อคุณนิด” เสือสักก้มมองอมยิ้มที่มือเล็กเผลอเกาะแขนเขาด้วยความหวั่นกลัว รู้สึกแผงอกของตัวเองพองขยาย
“คุณวนิดา เธอชื่อเล่นว่านิดหน่อย”
“ฮึ !” เสือขาลพ่นเสียง ดูจากฤทธิ์ที่เขาเจอมาเจ้าหล่อนไม่น่าจะชื่อนิดหน่อย “ยังไปหาไม่ได้ รอให้เชื่องก่อน”
“ไอ้ขาล...” สักทักขึ้น “ยังไงหล่อนก็เป็นเมีย ถนอมน้ำใจหล่อนสักหน่อยจะเป็นไรไป”
“ยุ่งแต่เรื่องของตัวเองเถิดไอ้สัก” เสือขาลเยาะปาก พลางมองไปทางคนร่างเล็กที่เอาแต่หลบอยู่ด้านหลัง “กูกลับเรือนก่อน ค่อนบ่ายจะไปคุยเรื่องขนของวันพรุ่ง”
“เออ”
เสือขาลย่ำฝีเท้าหนักอย่างที่ข้างในกำลังหน่วงไปหมด ยิ่งเข้าใกล้เรือน ภาพดวงหน้าหวานและกลิ่นหอมที่แม้อ่อนจาง ยิ่งสั่นสะเทือน
เขาหยุดฝีเท้าหันกลับมองเพื่อน ทว่าเสือสักเดินลับหายไปทางต้นน้ำปกป้องพี่เลี้ยงสาวด้วยท่าทีหวงแหน
“กูให้มึงเกี้ยวสักสองวัน ดูท่าไม่รอดมือมึงแน่...”
แล้วตัวเขาเล่า ความปรารถนาล้นปรี่ที่มีหล่อนเท่านั้นดับได้ กระหายครอบครองทว่าอกกลับจุกด้วยไฟแค้น
เขายกยิ้มหยันตัวเองที่ดันอยากได้ของต้องห้าม เงยหน้ามองกระไดเรือน ผ้าม่านสีซีดห้องนอนกระพือไหวราวกับกวักเรียกอย่างท้าทายถึงคำมั่นในคืนนี้ หัวใจเขาสั่นวูบแต่ปากกลับเหยียด
“คืนนี้... หล่อนจะไม่รอดมือฉัน เมียเจ้า”
ถึงเกลียดสายเลือดน้ำเงิน... แต่คืนนี้ กูจะเหยียบมันให้สิ้น
เสือขาลลงฝีเท้าขึ้นกระไดเรือนด้วยใจมุ่งมั่นทั้งที่เต้นโครมคราม ก่อนชะงักผ่อนตีนลง
หญิงงามที่เขาก่นบ่นกำลังนอนหลับคออ่อนพิงระแนงไม้กันตกคล้ายดอกไม้คอหักที่เพิ่งถูกกระทำย่ำยี
ลมหายใจโจรหนุ่มสะท้าน ความงามของเมียแสนชังแจ่มชัดกลางแสงอ่อน เสื้อเปรอะคราบเขม่าสะท้อนขึ้นลงผะแผ่วยามเธอหายใจ ผมหยักลอนประบ่าอย่างสาวพระนครยุ่งเหยิง
เขาไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองเอนเอียงไปทางใดมากกว่า ระหว่างความเกลียดชังที่ฝังลึกกับความปรารถนาในตัวหล่อน มือที่แบอยู่ข้างตัวเผลอกำแน่น ยกเท้าเขี่ยเบา ๆ ตรงปลายผ้าซิ่น
“เฮ้ย ! ข้าวอยู่ไหน”
เสือขาลส่งเสียงดังกระด้างดั่งโจรชั้นต่ำที่เขาขยะแขยง แต่เขาก็เป็นแค่โจรไม่ใช่หรือ ? ก้าวถอยหลังเมื่อเปลือกตาเธอกะพริบลืมขึ้นอย่างงุนงง
ดวงตากลมโตคู่งามกระแทกทรวงอกเขาจนเจ็บ ชั่ววินาทีที่เธอมองเขาอย่างหญิงสาวคนหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนทำเขาใจเต้นรัว
เขามองริมฝีปากกระจับสวยเม้มนิ่ง ใบหน้าเมียพระนครเคลือบความเย็นชาแต่มุมปากยิ้มเจ้าเล่ห์
วนิดาเบือนหน้าไปทางอื่นหนีภาพเร้าใจ แรกลืมตาแสงจ้าคงทำให้เธอตาพร่าจนเห็นโจรเป็นเทพบุตร หล่อคมสันผสมความแกร่งและนัยน์ตาสีแปลกออกน้ำตาล ท้องเธอพลันวูบไหว
แค่เผอิญหน้าตาดีดอก...
“ทำไมไม่ตอบ” เขาถามเสียงเรียบ แล้วจึงค่อยหันสายตาตามเธอไปยังหลังเรือน หรี่ตาเสือเพ่งมอง
เตาดินเรือนหลัก. .. หยาดน้ำไหลท่วมยากจะแห้งในเช้านี้
“ฮึ !” เขาเยาะเสียงก้มลงมองเธอ “ทำได้เท่านี้หรือ”
วนิดาแหงนหน้ายิ้มกว้าง “ฉันเป็นเมียที่ดี” ขนตาเธอขยับเบา ๆ “ไม่ถามด้วยหรือว่าซักผ้าแล้วยัง”
“ดูมีความสุขนะเมียรัก” เสียงทุ้มเขาเหมือนกลั้นขำ ทว่ามือกร้านบีบต้นแขนเธอแน่น ยกร่างคนตัวเล็กขึ้นคราวเดียว กระชากมาชิดให้เธอได้สัมผัสสิ่งที่กำลังตื่นไหวกลางลำตัว
“กล้า ? หรืออยากลองดี” เขามองริมฝีปากคู่งามคลี่ยิ้มทว่าลำคอเธอกลับกลืนน้ำลาย “ก่อนขึ้นสวรรค์ อาบน้ำสักหน่อยเป็นไร”
วนิดาถอยหลังกรูด พยายามขืนตัวแต่ร่างเล็กกลับถูกลากไปยังท้ายเรือน
“ปล่อยนะ ! กล้าเหรอ ! ฉันเป็นเมียแกนะ !” เธอฝืนตัวโก่ง เขาเหวี่ยงคราวเดียวร่างเล็กชนโอ่งน้ำ
“เมีย !” เขาตะคอก ชะโงกหน้าเข้าใกล้พูดลอดไรฟัน “ยังดอกหนา คืนนี้มึงได้ลิ้มรสแน่”
สวบ... ซ่า...
โอ่งน้ำเย็นเฉียบสะท้อนเงาสั่นไหว เสือขาลกดไหล่เล็กลงจนหน้าของวนิดาเกือบจุ่มน้ำ
เธอขืนสุดแรง ปลายเล็บจิกขอบดินจนแทบแตก น้ำกระเซ็นเปียกเสื้อตัวบางแนบผิวเนียนมองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ร่างอรชรที่ควรอยู่ในห้องหรูพระนคร กลับเปียกชุ่มกลางลานบ้านโจร
“ไอ้โจรชั่ว!” เธอหวีดเสียง ดวงตาสั่นระริกแต่จ้องตอบไม่ยอมแพ้
เขาหยุดเพียงเสี้ยววินาที กล้ามแขนเกร็งแน่นกดศีรษะเธอ ความร้อนผ่าวกลางลำตัวเต้นแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิงที่ลามจากซ่องเมื่อคืน
เขาสูดลมเข้าปอดลึก ตักน้ำสาดโครมอีกระลอกหัวจรดเท้า น้ำเย็นไหลลู่ตามผิวขาวตัดกับรอยแดงช้ำตรงต้นแขน สายตาเขากวาดลงต่ำ
วนิดากัดฟันแน่นสู้กลับ สะบัดผมเปียกกระแทกหน้าอก กลิ่นสบู่ราคาถูกผสมกลิ่นมะลิอ่อนจางที่ยังติดตัวเธอ ทำให้เสือขาลแทบระเบิดในอก
เขากดไหล่เธอให้นั่ง อารามออกแรงมากเกินไป แม่สาวพระนครหงายหลัง
เธอเบิกตาตกใจเอื้อมมือคว้าร่างของเขาไว้ ทว่า... มือเล็กเปียกน้ำลื่น จึงคว้าได้ผ้าขาวม้าของเสือขาลเต็มทั้งสองมือ หลุดพรืด…
“คุณพระช่วย… คุณขาล !” เสียงหญิงชราสั่นเครือแทบล้มทั้งยืน
“ตายโหงละเว้ย ไอ้ขาล ฮ่ะ ฮ่า !”
เสือสักหัวเราะลั่นขบขันดังมาจากหัวกระได แต่เสือขาลไม่หันไป เขาเพียงยกผ้าขาวม้าผืนเก่าปิดตัวเอง กดเสียงแหบต่ำที่เหมือนคำขู่แต่ก็คล้ายคำมั่น
“คืนนี้… หล่อนจะได้รู้ ว่าเมียโจร ต้องเจออะไรบ้าง”
สายตากร้าววาบไปทางป้าแม้นและสักจนบรรยากาศเงียบกริบ ความเงียบอึดอัดคั่งค้างอยู่เพียงชั่วลมหายใจ ก่อนสายตาแดงก่ำของเสือขาลจะวกกลับไปยังเมียผู้ดีที่นั่งตัวสั่น ดวงหน้าซีดเผือด
ตากวางของเธอจ้องไม่ละจากผ้าขาวม้าที่แม้ปิดมิด แต่ยังเผยรอยนูนแข็งตึง ลอบกลืนน้ำลาย
ไม่มีทาง... ฉันไม่มีทางยอมเด็ดขาด
“ป้าแม้น วางข้าวไว้บนโต๊ะ แล้วกลับไปได้” เขากระแทกเสียง
“แต่ว่า...” เสียงของหญิงชราขัดขึ้น วนิดาจึงได้สังเกตเห็นหญิงสูงวัยสักห้าสิบกว่า ๆ รูปร่างท้วมเล็กน้อย นุ่งผ้าซิ่นเสื้อผ้าฝ้ายสะอาดสะอ้านก้าวขึ้นเรือนพร้อมถาดข้าวเช้า
“มึงด้วยไอ้สัก”
“กูแค่เอาผ้านุ่งของอีจันมาให้คุณหญิง” สักทำเสียงลากยาวเขย่าผ้าในมือ ดวงตาเสือสักยังระยับมุมปากยกยิ้ม
“ไม่ต้อง” เขากดเสียงหลุบตามองเธอแล้วแสยะยิ้ม “ในเมื่อไม่ซักผ้า มึงก็ใส่เสื้อกูแล้วกัน”
เขาจับต้นแขนเธอ ลากเข้าโถงในบ้านท่ามกลางสายตาสองคู่ที่มองตามอย่างกังวลใจ
“ดูท่ามันจะเป็นเอามาก” เสือสักเปรยลอย ๆ ยักไหล่
“ฮือ ?” ป้าแม้นเงยหน้าคล้ายจะถาม แต่สักหัวเราะในลำคอ ตอบพลางเดินหันหลังลงเรือน
“มันไม่รอดดอกป้าแม้น ฮ่ะ ฮ่า”
เสือสักเดินไปหัวเราะไปโดยมีเสียงเสือขาลลอยออกมาจากข้างในเรือน บังคับให้เมียสวมเสื้อของตน สีหน้าของสักที่เปื้อนยิ้มค่อยหุบสนิท ยามเขาพาตัวเองกลับมายังเรือน
ร่างเล็กของพี่เลี้ยงสาวยืนรออยู่บนชานเรือนพาให้เขาวูบไหว เขาไม่บอกปัดหัวใจตัวเองยอมรับตั้งแต่แรกเห็น
ดวงตาเดียวที่เหลืออยู่จ้องแน่วแน่ ราวกับจะสลักภาพเธอไว้ตลอดกาล ต่อให้เธอมองเขาด้วยสายตาสมเพช เขาจะไม่ปล่อยหล่อนหลุดมือ
เขาจะเอาหล่อนเป็นเมียให้ได้
เป็นเมียโจรอีกคนที่อยู่กับเขาตลอดไป
แสงเช้าพาดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าซีดของโรงแรมราคาถูกในอำเภอพรหมบุรี เสียงจอแจจากถนนดินแดงด้านนอกดังก้องตั้งแต่ไก่ขันกลิ่นข้าวสารปนฝุ่นจากรถม้าลอยคละคลุ้งเข้ามาในห้องพักแคบ ๆ เตียงไม้กรุผ้าปูสีหม่นวางชิดผนัง มุ้งเก่าห้อยยาน ม่านบางสั่นไหวตามลม ยามเช้าเสือสักยืนพิงขอบหน้าต่าง มวนยาสูบในมือส่งควันลอยเป็นเส้นบาง ร่างสูงกำยำในเสื้อสีเข้มและกางเกงผ้าฝ้ายเงียบขรึมผิดไปจากที่เคยเป็น ดวงตาคมนิ่งทอดมองลานกว้างด้านล่าง แต่ใจกลับวนเวียนอยู่ที่ร่างเล็กบนเตียงด้าน หลังหญิงสาวจากพระนครที่ถูกจับลากมาพร้อมวนิดา ยังนอนขดตัวใต้ผ้าห่มบาง ผมดำยาวสยายลงหมอน ใบหน้าหวานแฝงรอยเหนื่อยอ่อนจากคืนก่อน ที่เขากอดรัดเธอไม่ยอมปล่อย ผิวขาวเนียนสะท้อนแสงเช้า รอยช้ำจางๆ จากการรักอันดิบเถื่อนยังประทับอยู่บนต้นคอและไหล่บาง“พี่สัก...”เสียงหวานพร่าเอ่ยเรียกเบา ลดาวัลย์พลิกตัวช้าๆ ผ้าห่มเลื่อนลง เผยแผ่นหลังขาวนวลที่โค้งงามราวหยกแกะสลัก เธอรู้ว่าเขายืนมองอยู่ ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นสบตาเขา ยิ้มจางๆ“เช้านี้พี่ดูแปลก ๆ”สักกลืนน้ำลายลงคอ สายตาคมนิ่ง แต่หัวใจหนักอึ้งราวถูกบ
หกปีต่อมา ณ วังเทวากูรเวลาหกปีผ่านไปทำให้บาดแผลทั้งหลายแปรเปลี่ยนเป็นความสงบแสงยามเย็นท้ายวังทอดลงยังริมสระขุดใหม่ใกล้กันคือศาลาหลังเล็ก ที่ซึ่งสองสามีภรรยามักมาใช้เวลาร่วมกันในช่วงบ่ายเสมอ ทว่าวันนี้กลับเป็นช่วงเย็นเด็กชายวัยห้าขวบยืนนิ่งมือถูกผู้เป็นย่ากำไว้หลวม ๆ ตามแรงชราภาพ ทั้งสองมองหม่อมราชวงศ์ศิการและหม่อมวนิดากำลังฝังกลบสัตว์เลี้ยงแสนรัก“มันเป็นอะไรตายครับ” เด็กชายแหงนหน้าถามย่า“มันแก่แล้ว... ศิกร” ย่าก้มลงมองยิ้มไปถึงดวงตาฝ้าฟาง“งั้นอีกหน่อยย่าก็ต้องตายใช่ไหมครับ” เด็กชายยังถามอีกทำให้ผู้เป็นย่าหัวเราะเบา ๆ ศิกรในวัยห้าขวบช่างถามเกินวัยสมอายุ ย่าลูบหัวช้า ๆ“ไม่นานดอกหลานรัก จะถึงเวลาของย่า”เด็กชายบีบมือย่าแน่น “ผมไม่อยากให้ย่าตายเลย ไอ้สิบทิศก็ด้วย”วนิดาหันหลังกลับมาปรามดุ “ลูกกำลังพูดคำหยาบ”“แต่คุณพ่อเรียกมันแบบนั้นนี่ครับ” ศิกรหันไปทางพ่อที่หัวเราะในลำคอ ปัดมือสองสามครั้งก่อนพยุงร่างเมียรักขึ้นยืน โอบหลังพาเด
ปรู๊น... เสียงหวูดรถไฟดังแว่วจากชุมทางบ้านหมี่ แสงแดดยามบ่ายของต้นปี พ.ศ. 2481 สาดเปรี้ยงลงบนถนนดินแดงวนิดาในชุดเดรสทันสมัยแบบสาวพระนครยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก แต่ก่อนที่หยาดเหงื่อจะไหลลงแก้ม มือคล้ำกร้านของเสือขาลคว้าผ้าเช็ดหน้ามาแตะซับให้อย่างนุ่มนวล“ใครหนอ คิดเรื่องฮันนี่มูนทันสมัยถึงบ้านนอก”วนิดาแสร้งบ่น แววตาหยอกเย้าขณะเดินเคียงข้างร่างสูงใหญ่ของสามีที่เหมือนเป็นเงาคุ้มภัย แสงแดดส่องสะท้อนผมดำเงาของเธอ ทำให้ใบหน้าหวานยิ่งเด่นชัด“บ้านนอกที่ไหน นี่คึกคักยิ่ง รอตกเย็นคุณหญิงจะได้จับจ่ายเดินเล่น”เสือขาลยิ้มเจ้าเล่ห์ มือจับแขนบางเธอแน่น เดินนำไปยังโรงแรมเล็ก ที่ตั้งอยู่ริมถนน คุ้นตาเหมือนเคยมาพักเมื่อครั้งอดีตวนิดาหยุดชะงัก มองป้ายโรงแรมเก่าๆ แล้วหันไปมองสามี “อย่าบอกนะ นี่คือที่ที่พาเมียมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์” เธอแหงนหน้าถาม รอยยิ้มของเขาทำให้ใจเธอเต้นแรง ทั้งข้องใจและหวั่นไหว“เป็นเมียโจร อย่าลืมกำพืดสิ ไปเถิด”เสือขาลหัวเราะ ดึงมือเธอขึ้นบันไดไม้ไปยังหน้าโถงโรงแรม เขารับกุญแจจากเจ้าของด้วยท่าทีสนิทสนม
ย้อนกลับไปช่วงวันที่เสือขาลนอนพักรักษาแผลถูกยิงเอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก...เสียงสิบทิศขันแต่เช้าตรู่ในขณะที่ฟ้ายังมืด เสือขาลขยับเปลือกตาสะดุ้งเล็กน้อย ยกมือกุมสีข้างเหลียวมองตามเสียงกรนเบา ๆ เขาทิ้งศีรษะลงวนิดา...เขาพึมพำลอดไม่เป็นถ้อย ใกล้เพียงเอื้อมแต่กลับคว้าไว้ไม่ได้ เขายกมือขึ้นกลั้นเจ็บเอานิ้วเกี่ยวในผมดำขลับของเธอ นุ่มสลวยกลิ่นหอมอ่อน ๆ เผลอยิ้มหากอยู่พระนคร หล่อนคงเข้าร้านเสริมสวยจู่ ๆ ภาพเธอสวมใส่ชุดทันสมัยไม่ใช่ผ้านุ่งอย่างชาวบ้านผุดขึ้น มือชะงักดึงลงวางดั่งเดิมคงเป็นไปไม่ได้... ฉันจะไม่ปล่อยเธอกลับไป“แค่ก ๆ” เขาแสร้งกระแอม เธอยังนอนนิ่งด้วยความอ่อนเพลีย จึงใช้มือเขย่าแรง ๆ “ตื่นได้แล้ว แดดกำลังจะส่องหัว”เธอกะพริบตาสงสัย แล้วลุกพรวดเมื่อเห็นว่าตัวเองนอนดิ้นมาใกล้จนศีรษะเกือบเกยตัวเสือขาล จ้องหน้าเขาที่ทำหน้าขมวดคิ้วอารมณ์เสียแต่เช้า...“ฉันหิวน้ำ” เสือขาลเปรยเสียงแหบวนิดาไม่พูดอะไร เธอโน้มตัวไปหยิบขันน้ำ เสื้อคอกระเช้าสำหรับใส่นอนหย่อนลงจนเห็นเนินหน้
โห ฮิ่โห ฮิ่โห ฮิ่โห ฮิ่โห... ฮิ้ว...ใครมีมะกรูด มาแลกมะนาว ใครมีลูกสาว มาแลกลูกเขย เอาว่ะเอาเว้ย ตะละลา......เสียงขบวนขันหมากคึกคักยิ่งด้วยหัวหน้าโจรร่อนจดหมายบอกพรรคพวกลูกน้องเก่าให้ช่วยมาจัดงาน ในเช้านี้ขันหมากตระกูลผู้ดีจึงได้ยาวเหยียด แต่งกายเสื้อฝ้ายสีมอกางเกงเนื้อหยาบ เสียงคุยเอะอะหัวเราะครืนทุ้มก้องยังหัวถนนกระต๊าก ! ไอ้สิบทิศร้องเบา ๆ ในอ้อมแขนเจ้านายของมัน เขาลูบหัวปลอบใจ“มึงทำหน้าที่ให้ดี แล้วกูจะไม่ต้มมึง”ขาลเปรยหัวใคร่ยืนตรงกลางขนาบข้างด้วยเสือสักยกพานสินสอด สมุนโจรยกต้นกล้วยอ้อยคาดเอวด้วยผ้าขาวม้าลายแดงน้ำเงินเสียงขบวนขันหมากเหล่าบุรุษเถื่อนวังน้ำใสก้องยาวบนถนนราชดำเนิน ดงผู้ดีของพระนคร ดังเสียจนเจ้าสาวที่นั่งอยู่หน้ากระจกหัวเราะเบา ๆ“ดูท่าศิการจะเกณฑ์คนมาอักโข” หม่อมอภิรดีเปรยเบา สวมสร้อยคอทับทิมที่หม่อมอัมพรนำมาให้ตั้งแต่เมื่อวาน วนิดายกแตะลูบสีโลหิต“คึกคักดีค่ะ”ภาพสะท้อนในกระจกเช้านี้ เธอเลือกไว้ทรงผมเดิมดัดลอนสั้นพองาม ต่างหูคู่ไม่ใหญ่นักแต่สีเม็ดทับทิมแข่งรับริมฝีปากแต้มชมพูดอกบัว เสื
เสียงหวีดแหลมดังก้องในโถงวังปรียาวงศ์ของอภิรดีลอดไปยังลานสวนข้างบ้าน ที่ซึ่งต้นกาสะลองใหญ่ยืนนิ่งรับรู้ถึงทุกสิ่งของบ้านหลังนี้ใต้ต้นคือชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าซีดเผือด กระโจนพรวดไม่กี่ก้าวตามเสียงไปทางห้องพักผ่อน เสือขาลตาเบิกโพลงตระหนก ตวัดปืนขึ้นมือสั่นเทา“ไอ้ประยูร” เสือขาลกดเสียง หัวใจหล่นวูบลงที่เท้า ร่างของหญิงคนรักถูกคนที่ฆ่าพ่อเขารัดคอแน่นด้วยมือ นัยน์ตาเธอเหลือกขึ้นก่อนที่มันจะหันมาเห็นแล้วปล่อยออก“แค่ก ๆ” วนิดาสำลักอากาศ สูดหายใจเฮือก ไอเอาลมเข้าปอด ตาแผดร้อนแดงก่ำน้ำตารื้น “พี่ขาล...”“โลกมันกลมจริงไหม” ประยูรใช้ท่อนแขนรัดคอลูกสาวลากไปอีกทาง ปลายปืนลูกโม่เสือขาลจ่อไล่ทุกฝีก้าว “กูเพิ่งรู้ข่าว ไม่คิดเลยว่ามึงจะเป็นลูกท่านหลานเธอ โดยเฉพาะไอ้ศิกร”เสือขาลกัดกรามกรอด ทรวงอกร้อนวาบนิ้วชื้นเหงื่อขยับขึ้นไกนก กึก! ประยูรสลับมือ ใช้มีดพร้าจ่อคอวนิดาทันควัน“มึงกล้าแลก ?” ประยูรเยาะหยัน“ปล่อยหล่อน” ขาลสั่งลอดไรฟัน เหงื่อผุดไหลลงหางตา“ปล่อย ? ก่อนหน้ากูคิดว่าส่งมันไปก็สมเนื้อ ลูกโจรกับโจร คนชั้นต่ำ ฮ่า ฮ่า ใครจะรู้ว่ามึงเป็นส







