Share

บทที่ 5

last update Dernière mise à jour: 2025-08-14 00:29:27

บทที่ 2

คนรัก

ณิชาที่กำลังจะก้าวขาเข้าไปในบ้านหยุดชะงัก เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นรองเท้าสีสันสดใสแปลกตาคู่หนึ่งที่ถอดเอาไว้ข้าง ๆ เฉลียงบ้าน จำได้ว่าเมื่อเช้าก่อนจะออกไปซื้อของข้างนอก ไม่มีรองเท้าคู่นี้อยู่ในบ้านและไม่ใช่ของดวงใจอย่างแน่นอน

กันตยศที่เดินตามหลังมาติด ๆ ก็หยุดชะงักตาม ก่อนจะเอ่ยถามแกมบ่นเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ข้างหน้าหยุดยืนนานเกินไป

“มีอะไร รีบ ๆ เดินเข้าไปสิ มันหนักนะเนี่ย” ครั้นยังไม่เห็นเพื่อนสาวไหวติง กันตยศก็เดินไปส่องหน้า แล้วหันไปมองตามสายตาของณิชาที่จ้องอะไรบางอย่างอยู่ “รองเท้าใครวะ สีโคตรแจ่ม...” ชายหนุ่มรีบหุบปากฉับ เมื่อเห็นสีหน้าหม่นเศร้าของเพื่อน พอจะเดาได้ลาง ๆ ว่ารองเท้าส้นสูงคู่นี้เป็นของใคร

“โอเคปะเนี่ย” กันตยศยื่นมือไปแตะไหล่หญิงสาวเบา ๆ พร้อมถามด้วยความเป็นห่วง

“โอเคสิ” ณิชาหันมาพยักหน้าพลางฝืนส่งยิ้มให้ แต่มีหรือที่อีกฝ่ายจะดูไม่ออกว่าเธอไม่ได้รู้สึกโอเคอย่างที่พูด

“เขามาบ่อยไหม” ถามพร้อมบุ้ยใบหน้าลงไปยังรองเท้าสีสันสดใส เพื่อให้เธอรู้ว่าเขาหมายถึงใคร พลันนึกหงุดหงิดให้คนที่เป็นสามีของณิชา ทำไมถึงได้พาผู้หญิงอื่นเข้ามาในบ้านซึ่งเป็นการหยามศักดิ์ศรีของภรรยาขนาดนี้

เรื่องไม่รักก็พอจะเข้าใจ แต่ก็น่าจะถนอมน้ำใจกันบ้าง อย่างน้อย ๆ ครั้งหนึ่งทั้งคู่ก็เคยมีมิตรภาพดี ๆ ให้แก่กัน

“ไม่บ่อย” ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เปียวดีมาหาวินทร์ถึงบ้าน แน่นอนว่าณิชาไม่มีสิทธิ์พูดอะไร เพราะนี่คือบ้านของเขา เธอจึงทำได้เพียงปั้นหน้ายิ้มและต้อนรับอีกฝ่ายด้วยความยินดี “รีบเข้าบ้านกันดีกว่า เดี๋ยวนายจะไปพบลูกค้าสาย”

กันตยศพยักหน้า ถอดรองเท้าแล้วเดินตามเพื่อนสาวเข้าไปในบ้าน

วินทร์ที่กำลังนั่งคุยกับเปียวดีบนโซฟาในห้องรับแขกหันมามอง คิ้วเข้มขยับเข้าหากันเมื่อเห็นว่ามีชายอีกคนเดินเข้ามากับภรรยาของตนด้วย

“พี่วินทร์ พี่เปียว หวัดดีฮะ” กันตยศยกมือไหว้หนุ่มสาวซึ่งเป็นรุ่นพี่ทั้งสองคนด้วยท่าทางเป็นกันเอง เพราะเคยเรียนมหา’ลัยที่เดียวกัน และตอนที่วินทร์ขับรถมารับณิชาที่คณะ เขาก็มักจะได้รับอานิสงส์ติดรถไปลงป้ายรถเมล์ใกล้บ้านเป็นประจำ บ่อยครั้งที่มีเปียวดีติดรถมาด้วย จึงทำให้เขาสนิทสนมกับรุ่นพี่ทั้งสองคน

และถึงแม้ว่าตอนนี้ในใจเขาจะมีความขุ่นเคืองเพราะเรื่องราวที่เพิ่งได้รับรู้จากณิชาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ หากแต่เขาก็รู้ว่าควรวางตัวอย่างไร ที่จะทำให้เพื่อนสาวซึ่งเป็นคนกลางไม่รู้สึกอึดอัด

ครั้นเห็นว่าวินทร์กับเปียวดีมองกันตยศคล้ายจำไม่ได้ ณิชาจึงรีบแนะนำ “กันต์ค่ะ กันต์เพื่อนของชาตอนเรียนมหา’ลัย”

“อ๋อ...จำได้ละ ดูดีขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย” เปียวดีลากเสียงยาวแล้วเอ่ยขึ้น ส่วนวินทร์นั้นยังคงนิ่ง สายตาจดจ้องไปที่กันตยศ ไม่มีใครรู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ไม่นานเขาก็ละสายตาจากชายหนุ่มรุ่นน้อง หันไปพูดกับคนรักของตน

“ไปกันเลยไหม”

“ก็ได้ หิวแล้วเหมือนกัน ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลย” เปียวดีว่าพลางลูบท้องของตัวเองไปด้วย เธอตั้งใจจะมาชวนวินทร์ออกไปกินข้าวข้างนอก และมาโดยไม่ได้บอกเจ้าของบ้านก่อน

หากพอมาถึงแล้วกลับพบว่าเขาไม่สามารถออกไปได้เพราะต้องอยู่กับลูกน้อย ถึงแม้จะมีแม่บ้านอยู่ด้วย แต่ชายหนุ่มก็ไม่สบายใจ ถ้าต้องทิ้งลูกไว้บ้านแล้วตนออกไปกินข้าวข้างนอก เขาจึงบอกคนรักว่ารอให้ณิชากลับมาเสียก่อน

วินทร์พยักหน้าเบา ๆ แล้วบอกต่อ “นั่งรอวินทร์อยู่นี่แป๊บนึงนะ ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

“เปียวขึ้นไปด้วยได้ไหม” เปียวดีเอ่ยขอ ด้วยอยากเห็นห้องนอนเขาสักครั้ง เพราะตั้งแต่ที่เขาย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ เธอยังไม่เคยได้เหยียบย่ำขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านเลย

ณิชาเผลอกำสายสะพายกระเป๋าตัวเองเมื่อได้ยินคำขอนั้น สายตาล่อกแล่กด้วยไม่รู้จะวางสีหน้าอย่างไร และคิดว่าควรพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ได้แล้ว กันตยศที่มองออกว่าเพื่อนสาวรู้สึกอย่างไรรีบเอ่ยขึ้น

“ให้เอาวางไว้ไหนเนี่ย หนักนะเว้ย” ถามพร้อมเอียงไหล่กระทบกับไหล่หญิงสาวเบา ๆ เพื่อให้เธอได้สติ

“นะ...ในครัว เอาเข้าไปในครัวเลย” ณิชาบอกเสียงติด ๆ ขัด ๆ พลางรีบตั้งสติ

“ครัวอยู่ไหน เดินนำไปสิ”

“ทางนี้ ๆ” บอกจบ หญิงสาวก็รีบเดินนำกันตยศเข้าไปในห้องครัวทันที ก่อนจะยกมือไหว้แม่บ้านวัยกลางคนที่กำลังนั่งซักผ้าอ้อมอยู่ลานซักล้างหลังบ้าน พร้อมแนะนำให้ดวงใจได้รู้จักเพื่อนของตน “ขนมเอาเข้าตู้เลย ส่วนขอใช้อื่น ๆ เดี๋ยวเราถือขึ้นข้างบนเอง”

“ใช้เก่ง” กันตยศแขวะเพื่อนที่ได้ทีก็สั่งเอา ๆ หากแต่มือก็ทำตามที่หญิงสาวบอกแต่โดยดี ก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความสงสัยเกี่ยวกับของใช้ส่วนตัวของผู้หญิงสองชิ้นที่อยู่ในถุง แล้วถามออกไปทันที เพราะไม่อยากเก็บความสงสัยเอาไว้นาน “ชา เราข้องใจว่ะ ไอ้ผ้าอนามัยสองสีนี่มันต่างกันยังไง” ถามพร้อมชูห่อผ้าอนามัยให้อีกฝ่ายดู

ณิชาหน้าแดงแปร๊ด ถึงเธอจะสนิทกับกันตยศมาก แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นหยิบจับของใช้ส่วนตัวที่มันส่วนตัวจริง ๆ อย่างนี้ หากเธอก็ไม่ได้โกรธ เพียงแค่รู้สึกเขินอายเท่านั้น

“สงสัยอะไรของนายเนี่ย”

“เอ๊า ก็คนมันสงสัยนี่หว่า ตอบมาดิ” ชายหนุ่มเร่งเอาคำตอบ

“กะ...ก็กลางวันกับกลางคืนไง มันต้องใช้ต่างกัน”

“ทำไมอะ” เขายังคงถามต่อ อันที่จริงก็พอเข้าใจแล้วว่าขนาดและความหนามันต่างกัน แต่พอเห็นแก้มแดง ๆ ของเพื่อนสนิท หากมันพอจะช่วยให้เธอลืมเรื่องหมองเศร้าก่อนหน้านี้ได้ เขาก็อยากแกล้งต่ออีกสักหน่อย “ทำไมต้องใช้ต่างกันอะ กลางวันมันจะมาน้อย กลางคืนมันจะมามากงี้เหรอ”

“ชา” เสียงเข้มที่ดังมาจากประตูห้องครัว ทำให้ณิชาละความสนใจจากคำถามของเพื่อนสนิทแล้วหันไปมอง

“คะ ?”

วินทร์ปรายตามองกันตยศที่หันมามองเขาเหมือนกันแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับไปมองคนที่เขาเรียกอีกครั้ง แล้วเอ่ยขึ้นเสียงนิ่งเรียบ “ฉันจะออกไปข้างนอก เสร็จจากตรงนี้แล้วรีบออกไปดูลูกด้วย”

“อ๋อ...ได้ค่ะ” ณิชารับคำ แล้วเบียดริมฝีปากเข้าหากันนิด ๆ ด้วยไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อ เธออยากถามว่าเขาจะไปไหน หรือจะกลับกี่โมง หากแล้วเธอก็เลือกที่จะไม่เอ่ยถาม เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา

วินทร์ไม่พูดอะไรไปมากกว่านั้น เขาปรายตามองเพื่อนสนิทของภรรยาอีกครั้ง เพียงครู่เดียวเขาก็เดินออกไปเลยทันที ไม่นานก็ได้ยินเสียงเปิดรั้วบ้าน ก่อนจะตามด้วยเสียงรถยนต์ที่ขับออกไป

“ไม่ไหวก็อย่าฝืน” กันตยศเอ่ยขึ้นคล้ายพูดลอย ๆ เมื่อเห็นแววตาหม่นเศร้าของเพื่อน พร้อมเก็บห่อผ้าอนามัยเข้าถุงตามเดิม เมื่อก่อนณิชาเคยสดใสมากกว่านี้ เขาไม่ชินและไม่ชอบเลยที่เห็นเธอไร้ความสดใสแบบนี้

“ขอบคุณนะ” ณิชาฝืนยิ้มให้ กล่าวคำขอบคุณออกมาอย่างจริงใจ ถึงแม้ว่ากันตยศจะปากเสียและทำตัวห่ามไปบ้าง แต่เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เขามีให้เธอเสมอมา

“ชา” จู่ ๆ เขาก็เรียกเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น

“หือ ?”

“เราขอถามอะไรเธอหน่อยได้ไหม”

“ได้สิ” หญิงสาวพยักหน้า มองหน้าอีกฝ่ายเพื่อรอว่าเขาจะถามอะไร

“คิดจะอยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไร”

ณิชาถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินคำถามของเพื่อนสนิท ซึ่งเป็นคำถามที่เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่เหมือนกัน ไม่มีใครชอบและไม่อึดอัดหรอกที่ต้องอยู่ในสภาวะแบบนี้ เธอรู้ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้วว่าที่นี่มันไม่ใช่ที่ของเธอ ไม่มีอะไรที่เป็นของเธอสักอย่าง

ทว่าเธอก็ไม่สามารถตอบได้ว่าจะทนอยู่แบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน วินทร์ไม่ได้ใจร้ายกับเธอก็จริง แต่สายตาและความเย็นชาที่เขามอบให้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนคนใกล้จะขาดอากาศหายใจ หากเธอกลับมีลูกน้อยที่เปรียบเสมือนออกซิเจนถังเล็ก พอให้เธอได้มีอากาศหล่อเลี้ยงหัวใจตัวเองให้มีแรงอยู่ที่นี่ต่อไป...เพื่อลูก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เมียแต่งที่ (ไม่) รัก   บทที่ 89

    “ก็ใช่ แต่นั่นมันแค่ที่บ้านไง ที่พี่พูดพี่หมายถึงให้ชามาทำที่บริษัทด้วย คอยจัดการตารางงาน ดูแลเรื่องอาหารกลางวัน ออกไปพบลูกค้า และช่วยตรวจเช็กเอกสารบางอย่าง เพราะบางทีพี่ก็ทำไม่ทัน”หญิงสาวนั่งเงียบคิดตามที่เขาพูด“อันนี้พี่จริงจังนะ ถ้าชามาช่วยพี่ในส่วนนี้คือจะช่วยได้มากกว่าลงไปทำที่แผนกไหนแผนกหนึ่

  • เมียแต่งที่ (ไม่) รัก   บทที่ 88

    ตอนพิเศษ 3หลังจากตั้งครรภ์เด็กชายพัทธดลย์เข้าเดือนที่หก วินทร์ก็ขอให้ณิชาลาออกจากการเป็นผู้ช่วยของสุดโปรด โดยให้เหตุผลว่าอย่างไรก็ต้องลาคลอด อีกทั้งยังต้องเลี้ยงลูกและให้นมลูกเป็นเวลาหลายเดือน ณิชาซึ่งอยากเลี้ยงลูกด้วยตัวเองอยู่แล้วจึงยอมทำตามที่เขาบอกอย่างง่ายดายถึงแม้บริษัทจะมีสวัสดิการให้พนักงา

  • เมียแต่งที่ (ไม่) รัก   บทที่ 87

    พูดจบชายหนุ่มก็ย่อตัวอุ้มหนุ่มน้อยขึ้น หันไปบอกภรรยาว่าทางนี้เดี๋ยวเขาจัดการให้ และให้เธอไปทำธุระในส่วนของตัวเองได้เลยใช้เวลาไม่นานวินทร์กับเด็กชายพัทธดลย์ก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบพาลูกขึ้นไปนอนบนเตียงทันที เนื่องจากตอนนี้หนุ่มน้อยของเขาไม่มีพลังงานหลงเหลืออยู่แล้ว“หนูณิหลับหรือยัง”

  • เมียแต่งที่ (ไม่) รัก   บทที่ 86

    “เอาไว้น้องดลย์ค่อยเล่นอย่างอื่นแทนนะครับ ข้างในยังมีอีกเยอะแยะเลย” เธอบอกเสียงอ่อนโยนแล้วก้มลงจูบศีรษะเล็กอย่างปลอบใจ ก่อนจะชี้ชวนให้เด็กชายมองไปยังคุณพ่อกับพี่สาวที่เริ่มส่งเสียงร้องเมื่อเครื่องเล่นหวี่ยงตัวให้เกิดความรู้สึกหวาดเสียวกระทั่งหมดรอบ เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณให้ผู้เล่นลงมาทีละแถว สองพ่อลู

  • เมียแต่งที่ (ไม่) รัก   บทที่ 85

    ตอนพิเศษ 2เพราะวันนี้เป็นวันหยุดที่สวนสนุกจึงมีผู้คนค่อนข้างหนาตา ส่วนมากจะจับจูงกันมาเป็นครอบครัวและแก๊งเพื่อน หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจบัตรผ่านประตู และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นความทรงจำกันเรียบร้อยแล้ว วินทร์โน้มใบหน้าลงไปไล่สายตาอ่านแผนผังของสวยสนุกแห่งนี้ในมือภรรยา ก่อนจะหันไปถามลูกสาวที่ยืนดูอยู่ด้วยกั

  • เมียแต่งที่ (ไม่) รัก   บทที่ 84

    “ก็ได้ค่ะ” ว่าจบสาวน้อยผมเปียก็หันไปมองบันไดบ้านอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมาบ่นกับมารดาเรื่องที่คุณพ่อคุยงานไม่เสร็จเสียที “คุณพ่อช้ามากเลยค่ะ ตอนแรกก็บอกแค่แป๊บเดียว ๆ แต่นานมากแล้วนะคะ หนูณิเบื่อจัง”“คุณพ่อมีงานด่วนเข้ามาค่ะ อีกเดี๋ยวคงคุยเสร็จ ใจเย็น ๆ ค่ะ ยังไงวันนี้ก็ได้ไป”“ณิ ใจเย็น” เด็กชายพัทธ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status