Share

บทที่ 3 วาสนาหรือคราวเคราะห์ 2/2

last update publish date: 2026-02-15 22:16:18

แอ๊ด... บานหน้าต่างแง้มออกเพียงน้อยนิด เงาร่างสูงใหญ่สายหนึ่งพลิ้วกายเข้ามาในห้องประดุจวิญญาณภูตพราย ไร้เสียงฝีเท้า ไร้ร่องรอย เว่ยอู๋จีย่างสามขุมเข้ามาที่เตียงนอน มุมปากยกยิ้มพึงพอใจเมื่อเห็นเหยื่อตัวน้อยนอนไร้การป้องกันตัว เขาปลดเสื้อคลุมตัวนอกออกอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะแทรกกายเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกันอย่างถือวิสาสะ

ไออุ่นที่ปะทะเข้ามาทางด้านหลัง พร้อมกับท่อนแขนแกร่งอันแข็งแกร่งรวบเอวบางเข้าไปกอดไว้แน่น ทำให้เสิ่นหว่านที่กำลังสะลึมสะลือขมวดคิ้วมุ่น ในความฝัน... นางรู้สึกเหมือนมีเตาอุ่นขนาดใหญ่มาเบียดแนบชิด ทั้งหนัก ทั้งแน่น จนหายใจแทบไม่ออก

“อืม...” นางครางในลำคอเบา ๆ พยายามขยับตัวหนี ทว่าเตาอุ่นนั้นกลับมีชีวิต มันขยับตามมาเบียดชิดยิ่งกว่าเดิม มิหนำซ้ำยังมีลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่ที่ต้นคอ!

ไม่เพียงเท่านั้นมือหนายังซุกเข้าหาไออุ่นตรงหน้าอกอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือบีบเคล้นอย่างนุ่มนิ่มพอดีมือ พลางคิดว่าคืนนั้นตรงปลายยอดนี้เขาได้ชิมแล้วรู้สึกหวานคอเพียงใด

แต่คนที่หลับอยู่คล้ายกับรู้สึกตัวขึ้นเมื่อความฝันคล้ายกับจะเป็นเรื่องจริง

‘ลมหายใจ?’

 ดวงตาที่ปิดสนิทเบิกโพลงขึ้นท่ามกลางความมืด! สติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาครบถ้วนในเสี้ยววินาที

มีคน!

ไม่สิ!...มีผู้บุกรุกเข้ามาในห้องของนาง! ความหวาดกลัวเมื่อชาติที่แล้วยังไม่จางไป ทำให้นางกรีดร้องออกมา

“กรี๊...!” เสียงกรีดร้องยังไม่ทันได้หลุดออกจากลำคอ มือหนาข้างหนึ่งพลันเอื้อมมาปิดปากนางไว้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลที่กระซิบชิดใบหู

“ชู่ว์... อย่าส่งเสียงดังไป เดี๋ยวผู้อื่นจะแตกตื่นกันหมด ฮูหยินน้อย”

เสียงนี้มัน...! เสิ่นหว่านตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป กลิ่นกายบุรุษที่คุ้นเคย กลิ่นอายสังหารจาง ๆ ที่แฝงมากับความอบอุ่น... เป็นเขา!

แม่ทัพเว่ยอู๋จี!

เขาเข้ามาในนี้ได้อย่างไร! นี่มันเขตเรือนในสตรีตระกูลกู้ กฎห้ามบุรุษเข้าเด็ดขาด แต่โจรราคะผู้นี้กลับปีนหน้าต่างเข้ามานอนกอดนางหน้าตาเฉย!

เมื่อเห็นว่าคนในอ้อมกอดหยุดดิ้นรนแล้ว เว่ยอู๋จีจึงค่อย ๆ คลายมือที่ปิดปากนางออก เปลี่ยนมาเกลี่ยไล้พวงแก้มเนียนนุ่มของนางเล่นเบา ๆ อย่างเพลิดเพลิน

“ท่าน... ท่านเข้ามาทำไม! ออกไปเดี๋ยวนี้นะ คนไร้ยางอาย!” เสิ่นหว่านกัดฟันกระซิบด่าเสียงสั่น พยายามแกะมือปลาหมึกที่กอดเอวนางไว้ออก แต่ทว่ามืออีกข้างของเขาล้วงเข้าไปในสาบเสื้อตัวบางของนาง

“หากใครมาเห็นเข้า ชื่อเสียงของข้าจะป่นปี้หมด!”

“ชื่อเสียง?” เว่ยอู๋จีเลิกคิ้วสูง แม้ในความมืดนางก็ยังรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขา

“เจ้ายังมีชื่อเสียงให้เสียอีกหรือ... คุณหนูเสิ่น คืนวสันต์สองเราผ่านพ้น ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปถึงไหนต่อไหน เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เมียตัวเองนอนหนาวอยู่คนเดียวได้อย่างไร”

คำว่า ‘เมีย’ กระแทกหน้าเสิ่นหว่านจนร้อนผ่าวไปทั้งตัว

 “ใครเป็นเมียท่าน! เรื่องเมื่อคืนมันคืออุบัติเหตุ ข้าโดนวางยา ท่านก็โดนวางยา ต่างคนต่างโดนปองร้าย ถือซะว่าหายกันไปแล้วมิใช่หรือ!”

“หายกัน?” น้ำเสียงนุ่มทุ้มแปรเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมขึ้นเล็กน้อย วงแขนแกร่งกระชับกอดแน่นขึ้นจนแผ่นหลังนางแนบชิดกับอกแกร่ง

“เจ้าพูดง่ายดีนี่... เจ้าขโมยเงินข้า ขโมยมีดสั้นข้า เรื่องนี้ข้าไม่ถือสา แต่สิ่งที่เจ้าขโมยไปแล้วคืนมาไม่ได้ คือความบริสุทธิ์ของข้า แม่ทัพเว่ย!”

“...” จิวตงที่วรยุทธ์สูงไม่ได้คิดจะแอบฟังเจ้านาย แต่ทว่าเขาได้ยินเอง พลันรู้สึกว่าผู้เป็นนายไร้ยางอายจริง ๆ

เสิ่นหว่านเบิกตากว้างจนแทบถลน อ้าปากค้างพูดไม่ออก ความบริสุทธิ์? ของเขาเนี่ยนะ! บุรุษอกสามศอก ฆ่าคนมานับหมื่น ผ่านสนามรบมาโชกโชน กลับมาทวงถามความบริสุทธิ์จากสตรีตัวเล็ก ๆ อย่างนาง!

“ท่าน... ท่านพูดบ้าอันใด ท่านเป็นบุรุษ ข้าเป็นสตรี ผู้ที่เสียหายคือข้าต่างหาก!” นางเถียงคอเป็นเอ็น อยากจะลุกขึ้นไปขุดหลุมศพบรรพบุรุษตระกูลเว่ยขึ้นมาถามนักว่า สั่งสอนลูกหลานมาเช่นไร ถึงได้หน้าหนาหน้าทนราวกับพื้นหินในอารามเช่นนี้!

“บุรุษแล้วอย่างไร?” เว่ยอู๋จีซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมความหอมอย่างเอาแต่ใจ

 “ข้าเว่ยอู๋จี รักนวลสงวนตัวมาตลอดยี่สิบห้าหนาว ไม่เคยให้สตรีใดแตะต้องกายแม้แต่ปลายเส้นผม แต่กลับถูกเจ้า... แม่โจรสวาทน้อยใจทราม ปล้นชิงพรหมจรรย์ไปในชั่วข้ามคืน แล้วจะสะบัดก้นหนีไปดื้อ ๆ โดยไม่รับผิดชอบ... เจ้าคิดว่าตระกูลเว่ยของข้ารังแกง่ายนักหรือ?”

เสิ่นหว่านพูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ กับความโกรธจนจุกอกทำให้นางน้ำตาคลอ คนผู้นี้... พลิกลิ้นเก่งยิ่งกว่าพ่อค้าหน้าเลือด! เขาข่มเหงนางชัด ๆ แต่กลับโยนความผิดให้นางรับผิดชอบเสียอย่างนั้น

จากประสบการณ์อันเลวร้ายเมื่อคืนไม่คล้ายกับเขาเป็นบุรุษที่มีพรหมจรรย์หลงเหลือเลยสักนิด นั่นเรียกได้ว่าผ่านสตรีมาโชกโชนต่างหาก แต่นางสิแม้จะเป็นครั้งแรกเขากลับไม่ออมมือ

“แล้วท่านจะเอาอย่างไร...” นางถามเสียงอ่อนใจ พยายามหาทางรอด “ข้าไม่มีเงินทองมากมายมาคืนท่านหรอกนะ”

ขนาดจะใช้ส่วนตัวยังต้องรอฟ้ารอฝน นางมีเงินเก็บอยู่ไม่ถึงร้อยตำลึงหลังจากมารดาสิ้น ก็ยังต้องหยิบเอามาใช้จ่ายพยุงตัวให้รอดชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ ในเรือนนางมีเพียงสาวใช้คนเดียวอย่างเสี่ยวหลัว ซ้ำยังต้องจ่ายเงินเดือนสาวใช้เองอีกต่างหาก เพราะว่าสัญญาซื้อขายตัวของเสี่ยวหลัวเป็นของท่านแม่ เจินอี๋เหนียงจึงเอามากล่าวอ้าง

“ข้าดูขาดเงินขนาดนั้นเลย?” เว่ยอู๋จีพลิกตัวนางให้หันมาเผชิญหน้า นัยน์ตาพยัคฆ์วาวโรจน์จ้องลึกลงไปในดวงตาตื่นตระหนกของนาง มือหนาเชยคางมนขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนตัวเองก้าวขาสู่ปรโลก

“ในเมื่อเจ้าพรากพรหมจรรย์ของข้าไปแล้ว... เจ้าก็ต้องชดใช้ด้วยการเอาตัวเจ้ามาเป็นฮูหยินแม่ทัพ ดูแลร่างกายข้าไปตลอดชีวิต!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   ตอนพิเศษ 2 ทายาทจอมแสบ 2/2

    “อื้อ! ข้าก็รักท่านแม่ที่สุด!” อาเนี่ยนกอดตอบ แม้จะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เขาสัมผัสได้ถึงความรักอันมหาศาล“แอบมาร้องไห้อะไรกันสองแม่ลูก?”เว่ยอู๋จีเดินเข้ามาในห้องอาบน้ำ เขาเพิ่งกลับมาจากตรวจเวรยาม เห็นภาพภรรยากอดลูกร้องไห้ก็รีบถลันเข้ามา “ใครทำอะไรเจ้า? หรือเจ้าตัวแสบนี่แกล้งเจ้า!”“เปล่าเจ้าค่ะ...” กู้หว่านเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มที่งดงามที่สุดให้สามี “ข้าแค่... มีความสุขมากเหลือเกินเจ้าค่ะท่านพี่”เว่ยอู๋จีชะงัก เมื่อเห็นแววตาที่เปี่ยมสุขของนาง เขาก็ผ่อนคลายลง เดินเข้ามานั่งขอบถังน้ำแล้วโอบกอดทั้งสองคนไว้ในวงแขน“ข้าก็มีความสุข...” เขาจูบขมับภรรยา แล้วหันไปดีดหน้าผากลูกชายเบา ๆ “ถึงเจ้าลิงนี่จะแสบไปหน่อย แต่เขาก็คือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่เจ้ามอบให้ข้า”“ท่านพ่อ... ข้าอยากกินขนม”“อาบน้ำให้เสร็จก่อนเถอะเจ้าตัวกินล้างผลาญ!”เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งในห้องอาบน้ำ กู้หว่านมองดูสามีที่กำลังหยอกล้อกับบุตรชาย ภาพความเจ็บปวดในอดีตชาติค่อย ๆ เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความอบอุ่นในปัจจุบันนางเคยคิดว่าชีวิตนี้คงต้องจมปลักอยู่กับความแค้น แต่เว่ยอู๋จีได้ฉุดนางขึ้นมา มอบแสงสว่าง และมอบครอบครัวที่

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   ตอนพิเศษ 2 ทายาทจอมแสบ 1/2

    กาลเวลาผันผ่านราวกับสายน้ำไหล สี่ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เมืองหลวงแห่งแคว้นต้าเหลียงยังคงเจริญรุ่งเรืองและสงบสุข ภายใต้การปกครองของฮ่องเต้ผู้ปรีชาสามารถ และการดูแลความมั่นคงของแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินเว่ยอู๋จีทว่า... ความสงบสุขนั้นดูเหมือนจะไม่ครอบคลุมถึงภายในจวนแม่ทัพเว่ยสักเท่าไรนัก“เว่ย-ฉาง-เนี่ยน! เจ้าลิงทะโมน! ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”เสียงคำรามกึกก้องของแม่ทัพเว่ยดังสนั่นไปทั่วลานฝึกยุทธ์ บ่าวไพร่ต่างพากันสะดุ้งโหยง แต่มิใช่ด้วยความหวาดกลัว กลับเป็นความขบขันที่ต้องกลั้นไว้จนหน้าแดงบนยอดไม้สูงลิบกลางลานฝึก มีร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบกว่าในชุดไหมสีแดงสดนั่งห้อยขาแกว่งไปมาอย่างสบายอารมณ์ ในมือถือตราพยัคฆ์ตราสั่งการกองทัพของบิดาเอาไว้ราวกับของเล่น“ท่านพ่อ... ข้าไม่ลง! ท่านพ่อจะตีก้นข้า!” เสียงเล็กใสแจ๋วตะโกนตอบกลับมา“ข้าไม่ตี! ข้าสัญญา!” เว่ยอู๋จีพยายามปรับเสียงให้อ่อนลง แต่เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ “เจ้าส่งตราพยัคฆ์ลงมาให้พ่อก่อน... นั่นไม่ใช่ของเล่นนะลูกรัก”“ท่านตาทวดบอกว่า ข้าเอาไปเล่นทุบเปลือกเกาลัดได้!”เว่ยอู๋จีแทบจะกระอักเลือดออกมา “ท่านตาทวด... ท่านราชครูกู้หยวนน่ะรึ?”“ใช่

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   ตอนพิเศษ 1 วสันต์สวาทสามราตรี 2/2

    “ไม่ต้อง...” เว่ยอู๋จีรวบตัวนางกลับลงมาจมอก “ที่จวนนี้ไม่มีธรรมเนียมยุ่งยาก ท่านพ่อท่านแม่ข้าไม่อยู่แล้ว... เจ้ามีหน้าที่ปรนนิบัติสามีเพียงคนเดียวก็พอ”“แต่ข้าหิว...” กู้หว่านประท้วงท้องร้องโครกคราก“ข้าก็หิว...” เว่ยอู๋จีลืมตาขึ้น นัยน์ตาเป็นประกายวาววับจ้องมองริมฝีปากนาง “หิวเจ้า...”“ว้าย! ท่านพี่! อื้ออออ!”ยังไม่ทันได้ร้องขอความเมตตา กู้หว่านก็ถูกพลิกตัวลงใต้ร่างเขาอีกครั้ง บทเรียนบทที่สองจากตำราวสันต์ถูกนำมาปฏิบัติทันทีโดยไม่มีการพักยกตลอดทั้งวัน บ่าวไพร่ที่ยกอาหารมารอหน้าห้องต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก นายท่านสั่งห้ามใครรบกวนเด็ดขาด อาหารที่ยกมาวางไว้หน้าประตูเย็นชืดแล้วก็ถูกยกกลับไป เปลี่ยนสำรับใหม่วนเวียนอยู่อย่างนั้นเสียงหัวเราะคิกคัก เสียงหวีดร้องเบา ๆ และเสียงเตียงสั่นสะเทือนดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ ทำให้สาวใช้หน้าแดงก่ำต้องรีบถอยห่างออกมากว่าจะได้กินข้าวกันจริง ๆ ก็ปาเข้าไปช่วงบ่ายคล้อย เว่ยอู๋จีสวมเพียงกางเกงตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงป้อนข้าวต้มให้ภรรยาที่นอนหมดสภาพอยู่ในผ้าห่ม“อ้าปากสิเด็กดี...” เขาเป่าข้าวต้มให้หายร้อน แล้วป้อนนางอย่างเอาใจกู้หว่านเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ย มองค

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   ตอนพิเศษ 1 วสันต์สวาทสามราตรี 1/2

    ตำราปกสีน้ำเงินที่ถูกโยนทิ้งลงพื้นดูเหมือนจะไร้ค่าไปในทันที เมื่อเทียบกับเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นที่นอนทอดกายอยู่บนเตียงกว้าง ม่านมุ้งสีแดงมงคลถูกปลดลงมาปิดกั้นโลกภายนอก เหลือเพียงแสงเทียนวูบไหวที่สาดส่องกระทบผิวขาวเนียนละเอียดราวกับหยกมันแพะของกู้หว่านให้ดูเย้ายวนจับตาเว่ยอู๋จีปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นมัดกล้ามกำยำที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งสมรภูมิ รอยแผลเป็นจาง ๆ บนแผงอกกว้างไม่ได้ทำให้เขาดูน่ากลัว แต่กลับเสริมเสน่ห์แห่งบุรุษเพศที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความดุดันเขาทาบทับร่างหนาลงมา กักขังนางไว้ใต้ร่างแกร่ง กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกับกลิ่นสุรามงคลจาง ๆ มอมเมาสติของกู้หว่านให้พร่าเลือน“หว่านเอ๋อร์...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนนางขนลุกซู่“รู้หรือไม่ว่า ข้าอดทนรอเวลานี้มานานเพียงใด... นานจนข้าแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว”“ท่านพี่... ท่านใจเย็น...อื้อ...ใจเย็นเจ้าค่ะ” กู้หว่านพยายามเอ่ยห้ามเสียงเบาหวิว มือเล็กดันแผงอกเขาไว้ แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดหรือจะต้านทานพยัคฆ์หนุ่มผู้หิวกระหายได้“คืนนี้ไม่มีคำว่าใจเย็น...” เว่ยอู๋จีขบเม้มติ่งหูของนางเบา ๆ ก่อนจะ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   บทที่ 30 บทส่งท้ายวิวาห์สะท้านเมือง 2/2

    เว่ยอู๋จีเหยียบคันชั่งขึ้นมา แล้วค่อย ๆ บรรจงเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก...ทันทีที่ผ้าคลุมหน้าพ้นใบหน้า ความงดงามของเจ้าสาวก็ปรากฏแก่สายตา แสงเทียนขับเน้นผิวขาวเนียนละเอียด แก้มแดงระเรื่อ และดวงตากลมโตที่ฉ่ำน้ำ ยิ่งดูเย้ายวนชวนให้ลุ่มหลง“หว่านเอ๋อร์...” เว่ยอู๋จีครางเรียกชื่อนางในลำคอ ราวกับคนละเมอ “เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน...”เขาหยิบสุรามงคลขึ้นมาสองจอก ส่งให้นางหนึ่งจอก“ดื่มสุรามงคล... ครองคู่ตราบชั่วฟ้าดินสลาย”ทั้งสองคล้องแขนกัน ดื่มสุราจนหมดจอก รสชาติเผ็ดร้อนของสุราไหลลงคอ แต่มิอาจเทียบได้กับความร้อนรุ่มในแววตาของแม่ทัพหนุ่มที่จ้องมองนางเว่ยอู๋จีรับจอกสุราจากมือนางไปวางไว้ แล้วขยับตัวเข้าประชิด เขาค่อย ๆ ถอดมงกุฎหงส์อันหนักอึ้งออกจากศีรษะนาง ปล่อยให้เส้นผมดำขลับสยายลงมาเต็มแผ่นหลัง“หนักหรือไม่?” เขาถามเสียงนุ่ม นิ้วมือเกลี่ยไล้ไปตามกรอบหน้า“ไม่หนักเจ้าค่ะ... แต่ข้าตื่นเต้น” กู้หว่านตอบเสียงสั่น แม้ว่านางจะเคยร่วมเรียงเคียงหมอน แต่ตอนนั้นด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด แต่บัดนี้เป็นเรื่องที่นางจะรู้สึกกับมันจริง ๆเว่ยอู๋จียิ้มเจ้าเล่ห์ “ตื่นเต้นเรื่องอันใด? เรื่องเข้าหอ หรือเรื่องที่สาม

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   บทที่ 30 บทส่งท้ายวิวาห์สะท้านเมือง 1/2

    สายลมแห่งความปีติพัดโชยมาพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกไม้มงคล ทั่วทั้งเมืองหลวงในวันนี้ถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ไม่ใช่สีแดงของโลหิตดั่งเช่นวันวาน แต่เป็นสีแดงของงานมงคลสมรส ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ต้าเหลียงเสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวปลุกให้ชาวเมืองตื่นตัวตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันโห่ ขบวนขันทีหลวงเคลื่อนออกจากวังมุ่งหน้าสู่จวนตระกูลกู้ พร้อมด้วยราชโองการสีทองอร่าม“รับราชโองการ!”กู้หว่านในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลายหงส์คู่มังกรด้วยด้ายทองคำแท้ คุกเข่าลงรับราชโองการด้วยความนอบน้อม ข้างกายมีท่านตาที่ยิ้มจนแก้มปริ“ด้วยพระเมตตาแห่งโอรสสวรรค์... ทรงเห็นถึงความเหมาะสมดั่งกิ่งทองใบหยก พระราชทานสมรสให้แม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินเว่ยอู๋จี และหลานสาวราชครูกู้ กู้หว่านขอให้ครองคู่ยั่งยืนนาน มีบุตรเต็มบ้านหลานเต็มเมือง จบราชโองการ!”ขุนนางและขันทีต่างซุบซิบกันถึงที่มาของราชโองการฉบับนี้ ว่ากันว่าแม่ทัพเว่ยผู้เกรียงไกรถึงกับบุกไปป่วนท้องพระโรงทุกวัน จนฮ่องเต้ปวดพระเศียร“ฝ่าบาท... เมื่อไหร่จะพระราชทานสมรสพ่ะย่ะค่ะ?”เพราะไม่พระราชทานสมรสสักที แม่ทัพเว่ยไม่ทำอะไรไม่พอ ยังเอาแต่กวนพระทัยในท้องพระโรงทุกวัน “ฝ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status