Share

ตอนที่ 2

last update publish date: 2026-09-25 20:58:24

ซ่งลี่ถิงเดินทางมาถึงบ้านเดิมที่เจียงหนาน หมู่บ้านเล็ก ๆ ในอำเภอลู่เป่ย เป็นบ้านเดิมของตระกูลซ่ง จวนของนางอยู่ติดกับภูเขาซ่างซี ซึ่งจวนของนางจะอยู่ห่างจากเรือนของผู้อื่นออกไปไกลถึงท้ายหมู่บ้าน ผู้คนที่นี่อยู่อาศัยกันด้วยการทำการเกษตรและทำสวน เป็นเพราะสภาพอากาศที่มีฝนตกค่อนข้างบ่อย อากาศในตอนกลางคืนจึงหนาวเย็นยิ่งนัก เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่ซ่งลี่ถิงย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่เด็กสาวในวัยสิบสี่ปีผู้นี้กลับยังไม่เคยฟื้นขึ้นมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

บ้านสายรองตระกูลซ่งมีท่านปู่รองที่เกิดจากอนุภรรยาเป็นผู้ดูแลที่นี่ แต่ดูเหมือนว่าทางบ้านสายรองและบ้านสายหลักของนางจะมิค่อยลงรอยกันเท่าใดนัก ไม่แปลกหากแม่เลี้ยงของหญิงสาวจะส่งนางมาอยู่ที่นี่ เพราะไม่ว่าอย่างไรคนที่นี่ก็ไม่มีทางยื่นมือเข้ามาช่วยนางอย่างแน่นอน ด้วยเพราะคิดเช่นนั้นหญิงสาวจึงแทบจะโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพิง

ครั้งก่อนซ่งลี่ถิงถูกส่งมาอยู่ที่นี่ถึงสองปีในขณะนั้นเด็กสาวอายุเพียงแปดปีเท่านั้น ด้วยข้อหาไม่เคารพญาติผู้ใหญ่ แม่เลี้ยงของนางจึงได้ส่งนางมาอยู่ที่นี่ ครั้นเมื่อท่านปู่ของนางกลับมา ฮูหยินและแม่เลี้ยงของนางจึงได้ถูกท่านปู่อาละวาดเข้าใส่ก่อนจะส่งคนของท่านปู่มารับนางตอนที่อายุสิบขวบ หญิงสาวกลับไปอยู่ที่จวนอย่างสงบสุขได้เพียงสามปีพอมาถึงตอนที่นางอายุได้สิบสี่ปี ก็มีข่าวคราวเรื่องการหมั้นหมายเกิดขึ้น หญิงสาวไม่คิดว่าแม่เลี้ยงจะใช้โอกาสในตอนที่บุรุษในจวนออกรบแล้วลงมือจัดการนางอย่างโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้

ในการศึกครั้งนี้ดูท่าว่าจะยาวนานอยู่ไม่น้อย และนางเองก็ไม่รู้ว่าจะอดทนมีชีวิตอยู่รอดจนถึงวันที่ท่านปู่ของนางกลับมาได้หรือไม่ ในชีวิตของซ่งลี่ถิงคงมีแต่ท่านปู่แล้วกระมังที่ยังพอเป็นที่พึ่งพิงของนางในยามยาก

ภายใต้ดวงตาที่หลับใหล อยู่ ๆ น้ำตาของนางก็ไหลออกมาจากหางตาทั้งสองข้าง ก่อนที่ร่างของเด็กสาวจะค่อย ๆ หมดลมหายใจ ในขณะที่ปิงปิงเองก็ได้แต่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ แต่ไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลย

ปิงปิงรู้สึกว่าในฝันของนางครั้งนี้ช่างเป็นฝันที่แสนเศร้าเสียเหลือเกิน เด็กสาวผู้นี้ช่างอาภัพเหลือแสน ในขณะที่ปิงปิงกำลังเศร้าเสียใจ อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างราวกับกำลังจะปลุกให้สะดุ้งตื่น เพียงไม่นานหญิงสาวก็ลืมตาขึ้น เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็ยิ่งทำให้ตกใจ เหตุใดเธอจึงได้อยู่ที่เดิมเช่นนี้ เมื่อก้มลงมองดูตนเองก็ยิ่งตกใจขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าตนเองมาอยู่ในร่างของซ่งลี่ถิง ก่อนที่จะพยายามตั้งสติก็พบว่าร่างกายนี้ไม่ได้เป็นเช่นที่นางเห็นในฝัน แล้วเหตุใดในฝันของนางร่างนี้จึงได้ไม่ต่างจากหญิงพิการเล่า นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่! กระทั่งได้ยินการเคลื่อนไหวที่หน้าประตู ปิงปิงจึงได้แกล้งทำเป็นนอนหลับอยู่เช่นนั้น 

ร่างของชายอายุราว ๆ สี่สิบปีเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับหม่าถัง ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาแล้วจับที่ชีพจรเด็กสาว ไม่ผิดไปอย่างที่คิดจริง ๆ

"ท่านเซียน คุณหนูของข้าเป็นเช่นไรบ้างขอรับ"

"พักรักษาตัวเพียงไม่นาน ก็คงจะหายดี โชคดีที่ท่านไปตามข้ามาได้ทันช่วงเวลาสุดท้ายพอดี"

ย้อนกลับไปตอนที่ปิงปิงถูกพลังบางอย่างดึงดูดอย่างแรงราวกับพายุ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาในร่างนี้นั้น ท่านเซียนหมอเทวดาซุนปินเฉินผู้นี้ก็มาถึงพอดี เขาใช้วิชาปราณประสานกระดูกเพื่อช่วยรักษาร่างนี้แต่เพราะเจ้าของร่างนั้นมีสภาพดวงวิญญาณที่อ่อนแรงเกินกว่าจะรับปราณนี้ทำให้ดวงวิญญาณของปิงปิงถูกนำมาอยู่ในร่างนี้แทนที่ ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นเพราะโชคชะตาได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว

ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว ร่างกายนี้ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังแข็งแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำไปเมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงจะถึงเวลาที่เขาควรจะจากไปแล้ว

"เจ้าออกไปก่อนเถิด ข้าจะทำการรักษานาง"

"ขอรับ ท่านเซียน" หลังจากพ้นร่างของหม่าถัง ซุนปินเฉินก็กระแอมไอขึ้นก่อนจะกล่าว

"ข้ารู้ว่าท่านฟื้นขึ้นมาแล้ว" ปิงปิงที่นอนอยู่เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายจับได้ จึงได้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

"ท่านรู้แล้วหรือเจ้าคะ"

"ข้ารู้"

"แล้วท่านรู้หรือไม่ว่าข้ามิใช่..."

"ข้ารู้"

"ฮือ... ได้โปรดส่งข้ากลับบ้านทีเจ้าค่ะ"

"เรื่องนั้นข้าช่วยเจ้ามิได้"

"แล้วข้าต้องอยู่ในร่างนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน"

"เรื่องนั้นอยู่ที่ลิขิตของสวรรค์ ข้าไม่สามารถตอบเจ้าได้"

"ท่านเป็นเทพเซียนจริง ๆ หรือเจ้าคะ"

"หึหึ ข้าเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น" ซุนปินเฉินเอ่ยขึ้นอย่างไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนหรือยินดี

"แต่ท่านสามารถรักษาร่างนี้จนหายดีได้เช่นนี้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา"

"เฮ้อ มิใช่ว่าข้าเป็นผู้วิเศษอันใด แต่เพราะร่างกายนี้มิธรรมดาต่างหาก ข้าจึงสามารถรักษานางให้หายได้"

"ไม่ธรรมดาอย่างไรหรือเจ้าคะ" ซุนปินเฉินมองหน้าหญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเล่าบางอย่าง 

นานมาแล้วตระกูลอันเคยมีบุญคุณได้ช่วยเหลือตระกูลเถาแห่งซินเจียง เพราะตระกูลเถาได้ชื่อว่าเป็นตระกูลที่มีเคล็ดลับวิชามากมายถ่ายทอดสืบต่อกันมา หลังจากที่ตระกูลเถารอดชีวิตก็ได้มอบสุดยอดเคล็ดลับวิชาหนึ่งให้กับตระกูลอัน โดยกล่าวว่าในทุก ๆ รุ่นจะมีสตรีหรือบุรุษผู้หนึ่งเป็นผู้สืบทอดเคล็ดลับวิชานี้ ในร่างกายของคนผู้นั้นจะมีปราณวิเศษที่สามารถรักษาประสานกระดูกที่แตกหักให้ฟื้นกลับมาเป็นปกติได้เต็มสิบส่วน ทั้งยังสามารถรักษาผู้ที่ต้องการรักษาได้อีกด้วย

"เช่นนั้นท่าน..."

"ถูกต้อง ข้าคือทายาทตระกูลเถา เพียงแต่ที่ผ่านมาตระกูลอันทางฝั่งมารดาของเจ้าคงจะหลงลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ข้าเองก็แปลกใจอยู่มากที่ไม่มีผู้ใดในตระกูลอันมีปราณรักษานี้เลย แต่อยู่ ๆ ข้าก็ได้รับสารทางไกลจากคนของเจ้าจึงได้รีบมาเพื่อจะรักษาเจ้าให้หาย เพียงแต่เมื่อมาถึงเจ้าของร่างนี้ก็สิ้นใจเสียแล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้ร่างนี้ก็ไม่ปรากฏปราณดังกล่าวแต่อยู่ ๆ ปราณนั้นกลับปรากฏขึ้นหลังจากที่เจ้าฟื้นขึ้นมา"

"เข้าใจยากจัง"

"หึหึ เหตุใดจึงได้ทำหน้าตาตลกเช่นนั้นเล่า"

"ก็ข้าคิดว่าข้าอาจจะกำลังฝันอยู่"

"เจ้าเด็กโง่"

"แล้วท่านเซียนเถามีนามว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ"

"ข้ามีนามว่าซุนปินเฉิน!"

"เอ๋ ท่านมิใช่แซ่เถาหรอกหรือเจ้าคะ" ซุนปินเฉินส่ายหน้า ยิ่งทำให้ปิงปิงงุนงงไปกันใหญ่เมื่อได้ฟังคำตอบ

"ทั้งใช่และไม่ใช่"

"สรุปแล้ว ใช่หรือไม่ใช่กันแน่"

"ตระกูลเถาถูกกวาดล้างเพราะผู้คนคิดว่าพวกเราฝึกวิชานอกรีต ผู้ที่รอดชีวิตจึงได้เปลี่ยนมาใช้แซ่ซุนแทน"

"อ๋อ เป็นเช่นนี้นี่เอง แล้วข้าจะเหาะได้หรือไม่เจ้าคะ" ซุนปินเฉินได้แต่ถอนหายใจแรง ก่อนจะนึกในใจว่าเหตุใดเด็กสาวผู้นี้จึงได้ขี้สงสัยนัก

"เจ้าไม่มีวรยุทธ์จะเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างไรกัน"

"อ้าว..."

"แต่หากว่าเจ้าอยากฝึก ข้าก็คงพอจะมีเวลาฝึกให้เจ้าเล็กน้อย"

"จริงหรือเจ้าคะ!"

"ข้าย่อมไม่โกหก เพียงแต่เจ้าเองอย่าได้ถอดใจไปเสียก่อนก็แล้วกัน"

ปิงปิงได้แต่มโนภาพเหมือนกับในนิยายที่ผู้มีวรยุทธ์สามารถใช้วิชาตัวเบาได้ นางเองก็ฝันอยากจะเป็นเช่นนั้นบ้าง ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีโอกาสเช่นนั้นมากองอยู่ตรงหน้า หึหึ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อข้าเก็บสามีได้ในไร่ชา   ตอนที่ 9

    เพราะซ่งลี่ถิงคิดที่จะมีจวนเป็นของตนเอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาตระกูลซ่งอีกต่อไป จึงได้ปรึกษาหารือกับท่านอาจารย์ก่อนจะได้ข้อสรุปว่า ถึงเวลาที่นางจะต้องกางปีกเพื่อบินขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว อย่างน้อยภายภาคหน้านางจะได้มีจวนเป็นของตนเองโดยไม่ต้องคอยสังเกตสีหน้าของผู้ใดซ่งลี่ถิงจึงได้ทำการวางแปลนเรือนของนาง หญิงสาวไม่ได้ออกแบบให้ดูแปลกตาหรือแตกต่างจากเรือนในยุคนี้มากนัก เพราะไม่ต้องการให้เป็นที่จับตามอง เรือนของนางจึงเป็นการผสมผสานระหว่างยุคใหม่กับยุคเก่า เพิ่มเติมคือมีบริเวณสวนหิน ธารน้ำ น้ำตกจำลองและสะพานเล็ก ๆ น่ารัก ด้านในซ่งลี่ถิงออกแบบให้เป็นพื้นยกสูงคล้ายกับเรือนของคนญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ มีห้องน้ำชาสำหรับต้อนรับแขกที่มาเยือนโดยเฉพาะ ยามเมื่อออกแบบออกมาแล้วกลับกลายเป็นเรือนขนาดใหญ่ไม่น้อยก่อนที่หญิงสาวจะเริ่มให้เหล่าหลีเป็นผู้ดูแลเรื่องการก่อสร้างครั้งนี้เช่นเคย เพราะได้ร่วมงานกันมาก่อนจึงมีความคุ้นเคยและเข้าใจในเนื้องานมากกว่าผู้อื่น จวนของนางเริ่มต้นก่อสร้างในทันทีหลังจากที่หญิงสาวส่งแบบแปลนให้กับเหล่าหลีนางต้องการให้ทุกอย่างแล้วเสร็จก่อนวันพิธีปักปิ่นขอ

  • เมื่อข้าเก็บสามีได้ในไร่ชา   ตอนที่ 8

    หลังจากที่ไร่ชาถูกปรับปรุงดูแลเป็นอย่างดีเมื่อเวลาผ่านไปราวหนึ่งเดือนก็เริ่มให้ผลผลิต ยอดชาอ่อน ๆ เริ่มผลิใบให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ทั้งยังมีกลิ่นเฉพาะตัวของแต่ละสายพันธุ์ ก่อนหน้านี้ซ่งลี่ถิงสั่งให้เหล่าหลีสร้างโรงเรือนที่เอาไว้อบใบชาถึงสี่โรงเรือน โดยแยกใบชาแต่ละสายพันธุ์เก็บในโรงเรือนที่แยกกันเพื่อป้องกันการรวมกลิ่นของชา โรงเรือนทั้งสี่ถูกสร้างจนกระทั่งแล้วเสร็จก่อนที่จะเริ่มลงมือเก็บชาหลงจิ่งเป็นสายพันธุ์แรกใบชารอบแรกถูกเก็บก่อนจะถูกนำมาอบในโรงเรือนที่เต็มไปด้วยความร้อนที่พอเหมาะส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ อบอวลไปทั่วบริเวณ

  • เมื่อข้าเก็บสามีได้ในไร่ชา   ตอนที่ 7

    หลังจากที่ทำการซื้อขายไร่ชาแห่งนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่ดินผืนนั้นก็กลายมาเป็นของซ่งลี่ถิงอย่างสมบูรณ์ นางจึงได้สั่งการให้ท่านลุงหม่าจัดหาคนงานเพื่อเข้าไปบุกเบิกที่ดินที่เป็นสินเดิมของมารดาเพื่อให้พร้อมสำหรับทำกิจการต่อไป พร้อมกับจัดหาคนงานเพื่อเข้ามาปรับปรุงไร่ชาที่เสื่อมโทรมไปมากเพราะซ่งลี่ถิงนั้นมีประสบการณ์ในการทำไร่ชาอยู่แล้วตั้งแต่ในโลกก่อน ทำให้สามารถจัดการปรับปรุงไร่ชาได้อย่างง่ายดายเพียงแค่พลิกฝ่ามือเมื่อปรับปรุงแล้วเสร็จซ่งลี่ถิงจึงได้ค้นพบว่านางได้สมบัติล้ำค่ายิ่งมาอยู่ในมือเพราะที่ไร่ชาแห่งนี้ไม่เพียงแต่มีชาหลงจิ่งที่ผู้คนนิยมดื่มกัน แต่ยังมีชาปี้หลัวชุนชาไป๋หาวอิ๋นเจิน และชาอู่อี๋เหยียนฉาก่อนหญิงสาวจะดีใจยิ่งกว่าสิ่งใดและคิดในใจว่า นี่มันคือขุมทรัพย์ชัด ๆ เพียงเท่านี้นางก็ร่ำรวยจนไม่รู้จะร่ำรวยอย่างไรแล้ว เสียดายที่เจ้าของเดิมมิอาจสานต่อเจตนารมณ์ของบิดาได้ แต่มิเป็นไรนางจะเป็นผู้สานต่อด้วยตนเองหญิงสาวค่อย ๆ ลงมือบันทึกสรรพคุณของชาแต่ละชนิดและวิธีการผลิตเพ

  • เมื่อข้าเก็บสามีได้ในไร่ชา   ตอนที่ 6

    หลังจากวันนั้นซ่งลี่ถิงก็ไหว้วานอาจารย์ของนางให้เป็นผู้ออกหน้าซื้อขายที่ดินไร่ชาแห่งนั้นแทนนาง ซุนปินเฉินจัดการธุระให้กับศิษย์เพียงคนเดียวของเขาจนแล้วเสร็จก่อนจะกลับมาที่จวนพร้อมกับหม่าถังในครั้งแรกที่หญิงสาวมาเอ่ยไหว้วานให้เขาช่วยเป็นธุระจัดการให้ ซุนปินเฉินก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าที่ดินที่หญิงสาวอยากจะได้นักหนานั้นจะเป็นเช่นไร หากเมื่อยามที่ไปเห็นด้วยตาตนเองแล้ว ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่ดินผืนนั้นช่างงดงามสมราคาจริง ๆ และเขาก็ยังได้รู้มาอีกว่า ใต้พื้นดินของที่ผืนนั้นยังมีแร่ทองคำอยู่อีกด้วย แววตาที่ทอดมองไปยังเด็กสาวจึงได้แปรเปลี่ยนไปอย่างมาก

  • เมื่อข้าเก็บสามีได้ในไร่ชา   ตอนที่ 5

    เสียงต่อสู้ค่อย ๆ ดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ มือของชายชราจับกระชับที่ด้ามกระบี่จนแน่น ก่อนที่สายตาของเขาจะยังคงจับจ้องที่กลุ่มคนเหล่านั้น เขาไม่รู้ว่ากลุ่มคนเหล่านั้นเป็นผู้ใดหรือคนที่มุ่งร้ายนั้นมีความคิดเช่นไร แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เห็นเหตุการณ์ก็มักจะไม่มีชีวิตรอดกลับออกไป หากเป็นเช่นนั้นชายชราผู้นี้ก็ขอยอมสู้ตายเพื่อปกป้องคุณหนูให้ปลอดภัยในขณะนั้นเองก็มีลูกธนูยิงสวนเข้ามาทางด้านรถม้าของซ่งลี่ถิงแต่ถูกท่านลุงหม่าใช้กระบี่ปัดทิ้งไป ก่อนที่ชายชราจะเอ่ยบอกให้หญิงสาวลงจากรถม้าแล้วไปหลบอยู่ข้างพุ่มไม้ข้างทาง"คุณหนูลงจากรถม้าก่อนเถิดขอรับ" ซ่งลี่ถิงลงจากรถม้าด้วยความทุลักทุเลแม้ว่าขาทั้งสองข้างของนางจะหายดีแล้วแต่ก็ไม่อาจใช้งานหนัก ๆ ได้มากนัก เพราะกระดูกที่แตกร้าวยังต้องการเวลาในการสมานตัวจึงยังเป็นท่านลุงหม่าที่อุ้มนางลงจากรถม้าเพราะหญิงสาวตกใจด้วยไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ก่อนที่ซานซานจะเข้ามาช่วยพยุงนางไปหลบอยู่ในพุ่มไม้ข้าง ๆ หลังจากนั้นก็เป็นท่านลุงหม่าที่ออกมาสู้กับชายชุดดำกลุ่มนั้น แต่ไม่นานนักก็มีกลุ่มคนที่ดูเหมือนจะเป็นเหล่าองครักษ์พร้อมกับชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง เข้ามาช่ว

  • เมื่อข้าเก็บสามีได้ในไร่ชา   ตอนที่ 4

    ซ่งลี่ถิงใช้เวลาในตอนเช้าตรู่ของทุกวันในการเรียนรู้วิธีการเดินพลังปราณรักษาประสานกระดูกจากท่านอาจารย์ซุน ช่วงสายก็เดินทางไปดูที่ดินที่เป็นสินเดิมของมารดา เมื่อมาถึงก็พบว่ามันรกร้างมากพอสมควร หากจะปรับปรุงคงต้องใช้แรงกายไม่น้อยที่ดินของนางกินพื้นที่ภูเขากว่าครึ่งลูก ส่วนอีกครึ่งนั้นเป็นไร่ชาของตระกูลจง หญิงสาวจึงคิดที่จะเข้าไปดูไร่ชาของเขาเสียหน่อย แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าไร่ชาดังกล่าวถูกปล่อยทิ้งไร้คนดูแลมานานท่านลุงหม่าเป็นผู้ยกเก้าอี้ล้อเลื่อนลงมาจากรถม้าก่อนจะให้ซ่งลี่ถิงใช้นั่งโดยมีซานซานเป็นผู้เข็น ในขณะที่เข้ามาในไร่ก็พบเข้ากับหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเดินสวนออกมาพอดี"พี่สาว ได้โปรดหยุดก่อนเถิด" สตรีผู้นั้นมองดูซ่งลี่ถิงตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยตอบ"แม่นางผู้นี้มีอันใดงั้นหรือ""ข้าอยากจะรู้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของไร่ชาแห่งนี้หรือเจ้าคะ""เจ้าของไร่ชาแห่งนี้ตายจากไปเมื่อหลายเดือนก่อน เหลือเพียงบุตรสาวกับแม่เฒ่าที่นอนป่วยอยู่ในเรือน""แล้วข้าจะพบพวกนางได้ที่ใดหรือเจ้าคะ""ท่านอยากจะพบนางด้วยเหตุใดกัน หรือสนใจอยากจะซื้อไร่ชาแห่งนี้""แล้วเจ้าของไม่ขายงั้นหรือ" หญิงผู้นั้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status