Masuk“อืม… ผมตื่นเต้นจังเลยครับ” ฟู่
“อืม… ผมตื่นเต้นจังเลยครับ” ฟู่จิงถิงบอกความรู้สึกของเขาในตอนนี้ออกไปตรง ๆ“คุณอย่าคิดมากเลยนะคะ พรุ่งนี้ฉันจะปิดร้านและอยู่เป็นเพื่อนคุณนะ” ซินเหยาตัดสินใจที่จะปิดร้านเพื่อเป็นกำลังใจให้กับฟู่จิงถิง เธอไม่อยากให้เขาอยู่กับคนบ้านฟู่คนเดียว“ขอบคุณมากนะครับ ถ้าไม่มีคุณ ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน” ฟู่จิงถิงยิ้มตอบ หลังจากพวกเขากินมื้อดึกกันเสร็จ ซินเหยากับฟู่จิงถิงก็เก็บข้าวของและปิดร้านเพื่อกลับบ้านไปพักผ่อน พรุ่งนี้พวกเขาต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปพบต้วนหลงและยังต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลของค่ายด้วย แปดโมงเช้าวันต่อมา ฟู่จิงถิงพาซินเหยาไปที่หน่วยเพื่อพ
“หยุดนะ!! คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายใครทั้งนั้น” ต้วนหลงตะคอกใส่เสียงดังจนเหมียนจูรีบหลบไปอยู่ด้านหลังฟู่อ้ายโกวอย่างหวาดกลัว เธอไม่คิดว่าเขาจะน่ากลัวถึงขนาดนี้“ผมขอโทษแทนแม่ด้วยครับท่าน พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าครับ” ฟู่จิงถิงยกมือขึ้นทำความเคารพเพื่อขอโทษต้วนหลง เขาไม่คิดว่าเหมียนจูจะกล้ามากถึงขนาดนี้ ฟู่จิงถิงไม่รู้เลยว่าตอนที่ซินเหยาอยู่กับครอบครัวเขา เธอจะต้องทนทุกข์มากแค่ไหน“ได้ รีบเข้าไปกันเถอะ ผมไม่อยากให้มีคนมาดูมากกว่านี้” ต้วนหลงเห็นคนในค่ายหลายคนพากันมาอออยู่ที่ด้านล่างอาคารจำนวนมาก ถึงแม้ครอบครัวของฟู่จิงถิงจะไม่มีมารยาทมากนัก แต่เขาก็ไม่อยากให้คนในค่ายมองฟู่จิงถิงกับซินเหยาในทางไม่ดี
เที่ยงกว่า ๆ ฟู่จิงถิงมาถึงที่ร้านช้ากว่าที่ควรจะเป็นเล็กน้อย เพราะเขามัวแต่ทำงานที่ได้รับมอบหมายจากภารกิจก่อนหน้านี้อยู่ เบื้องบนส่งเรื่องมาแล้วว่าเขาจะได้เลื่อนยศสองขั้นตามที่ควรจะเป็น อีกทั้งเงินพิเศษจากการทำภารกิจสำเร็จก็จะถูกส่งมาพร้อมหนังสือแต่งตั้งซึ่งน่าจะกำลังเดินทางมาอยู่ ทำให้เพื่อนร่วมงานในหน่วยต่างมาแสดงความยินดีกันจนฟู่จิงถิงต้องออกมาช้าอย่างที่เห็น“คุณมากินบะหมี่ก่อนค่ะ บ่ายนี้คุณยังต้องกลับไปทำงานอีกนะ” ซินเหยาเรียกฟู่จิงถิงมากินบะหมี่ที่เธอทำเตรียมเอาไว้รอก่อนหน้านี้ไม่นานทันที เธอกลัวว่าเขาจะไปทำงานสาย“ขอบคุณครับ ขอโทษที่มาช้านะครับ ผมเลยไม่ได้ช่วยงานคุณเลย” ฟู่จิงถิงนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะกินข้าวในห้องครัวตัวประจำของเขา“ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุณกลับมากินมื้อเที่ยงได้ก็ดีแล้ว” ซินเหยายิ้มบาง
ซินเหยามองส่งฟู่จิงถิงไม่นานแล้วจึงเดินกลับเข้าครัวไปเตรียมวัตถุดิบต่อ เธอเห็นหลายคนกำลังซุบซิบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ซินเหยาไม่คิดจะสนใจ เรื่องชาวบ้านแบบนี้ย่อมต้องมีคนอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา อีกอย่างเธอก็เป็นภรรยาของฟู่จิงถิง การที่จะปกป้องเขาก็เป็นเรื่องที่เธอสมควรทำแล้ว เมื่อถึงเวลาสี่โมงเย็น ลูกค้าเริ่มเข้ามานั่งกันเกือบเต็มร้านแล้ว ซินเหยายุ่งอยู่กับการรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าและเข้าไปทำบะหมี่ให้พวกเขา กระทั่งอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา ฟู่จิงถิงก็มาถึงที่ร้านและช่วยเธอทำงานทันที ลูกค้าประจำที่มาบ่อย ๆ รู้ดีว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยากันแต่แรก พวกเขายังชื่นชมฟู่จิงถิงที่ขยันมาช่วยงานที่ร้านทั้งที่ตัวเองก็ต้องทำงานประจำเช่นเดียวกัน ลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเคยมาต่างอิจฉาเถ้าแก่เนี้ยที่มีสามีสุดหล่อไม่ได้ ก่อนหน้านี้มักจะมีเหล่าทหารในค่ายมากินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ตั้งแต่ฟู่จิงถิงมาช่วยงาน สาว ๆ ละแวกนี้ก็แวะเวียนมาชมความหล่อขอ
“ตอนนี้ยังไม่ต้อง รอให้เรื่องเงียบก่อนค่อยรวบรวมคนมา” ถังซื่อหมิงไม่อยากเป็นจุดสนใจ เขาต้องทำตัวให้เงียบที่สุดเพื่อไม่ให้ติดร่างแหไปกับครอบครัวด้วย เล่อปาเลี้ยวรถห่างออกจากทางไปคฤหาสน์ตระกูลถังทันที เขารู้ดีว่าตอนนี้การหลบหนีเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แม้ว่าคนอื่นจะถูกจับไปหมดแล้ว แต่ยังมีคนของตระกูลถังที่ประจำอยู่ในจุดต่าง ๆ เหลืออยู่อีกไม่น้อย หากคุณชายใหญ่ของเขารวบรวมคนได้และช่วยคนในตระกูลออกมาได้เมื่อไหร่ การจะกลับมายิ่งใหญ่ก็คงไม่ใช่เรื่องยากสองวันต่อมา ฟู่จิงถิงต่อรถไฟจนมาถึงหน้าค่ายทหารในช่วงบ่ายของวัน เขารีบไปรายงานตัวกับต้วนหลงทันทีที่มาถึง ต้วนหลงยิ้มกว้างออกมาทันทีที่รู้ว่าฟู่จิงถิงกลับมาแล้ว
พวกถังซื่อหมิงซุ่มรออยู่จนกระทั่งถึงเวลารับของ เรือใหญ่แล่นฝ่าความมืดเข้ามาในระยะที่สายตามองเห็น ถึงแม้ตอนนี้เรือจะจอดห่างจากฝั่งมากพอสมควร แต่หลังจากพวกเขาเห็นสัญญาณไฟที่ส่งมาให้ก็มั่นใจว่าเป็นเรือที่พวกเขากำลังรอกันอยู่“พวกแกรีบขึ้นเรือไปรับของเร็วเข้า ฉันจะรอที่นี่” ถังซื่อหมิงสั่งลูกน้องเสียงดัง“ครับคุณชายใหญ่” คนอื่น ๆ รับคำอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่เว้นแม้แต่ฟู่จิงถิง เขาวางแผนใหม่ว่าจะว่ายน้ำหลบหนีในความมืดแทนการหนีทางบกซึ่งไม่มีที่ให้หลบสายตาคนอื่น ถังซื่อหมิง เล่อปาและไฉ่หยางรออยู่บนฝั่ง สายตาของทั้งสามมองไปยังคนที่กำลังวิ่งไปที่เรือเล็กริมฝั่งซึ่งกลุ่มคนของตระกูลถังนำมาเตรียมเอาไว้ตั้งแต่ช่วงเย็น







