Share

บทที่ 2

Penulis: บุปผาร่วงโรย
แม่ชะงักไป ตบไหล่ฉันเบาๆ

“พูดจาเหลวไหลน่า! จะไม่จำเป็นได้ยังไง ถึงกู้เย่จะรวยมาก แต่แกก็อย่ามาทำเป็นรังเกียจสมบัติของตระกูลเสิ่นนะ!”

ฉันมองดูพ่อแม่ที่ร้อนรนด้วยความรู้สึกมึนงงเล็กน้อย ตั้งแต่เล็กจนโตพวกเขาไม่เคยเป็นห่วงเป็นใยฉันขนาดนี้มาก่อนเลย

เพียงเพราะตอนคลอดฉันใช้เวลานานไปหน่อย ทำให้น้องสาวที่คลอดตามมาร่างกายอ่อนแอ ฉันเลยติดค้างเธอมาตั้งแต่เกิด

ตอนเด็กๆ ในวันเกิด พ่อกับแม่จะล้อมหน้าล้อมหลังร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้เธอ รอจนกล่อมเธอหลับไปแล้ว ถึงค่อยนึกขึ้นได้ว่าต้องมาบอกสุขสันต์วันเกิดฉันสักคำ

ฝาแฝดบ้านอื่นได้ใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน แต่เสื้อผ้าของน้องสาวมักจะแพงกว่าของฉันหลายเท่า ทำให้ฉันโดนเพื่อนที่โรงเรียนล้อเลียน

ฉันมักจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอก ที่ได้แต่มองดูพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกมีความสุขกัน

บางทีฉันก็แอบคิดว่า ถ้าฉันเกิดทีหลังบ้างก็คงจะดี

ถึงร่างกายจะอ่อนแอ แต่ก็ได้รับความรักจากคนทั้งโลก

แต่ถึงอย่างนั้น น้องสาวก็ยังรู้สึกไม่พอ คอยแย่งชิงทุกอย่างไปจากฉัน

ตอนมีแฟน เขาซื้อน้ำหอมราคาแพงให้ฉัน ถึงเธอจะมีอยู่แล้วขวดหนึ่ง แต่เธอก็ยังจะมาแย่งของฉันไป

พอแต่งงาน เธอก็ยิ่งได้คืบจะเอาศอก ถึงขั้นอยากจะแย่งความรักของสามีไปจากฉัน

ฉันเคยร้องไห้ เคยโวยวาย แต่สุดท้ายก็ได้มาแค่ความรำคาญจากพ่อแม่ และความห่างเหินจากสามี

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าฉันจะทำอะไรก็ผิดไปหมด

เมื่อก่อนฉันอาจจะพยายามแก้ต่างให้ตัวเองอยู่นานสองนาน แต่ผ่านมาหลายปีขนาดนี้ ฉันเหนื่อยแล้วจริงๆ

พอเห็นฉันเงียบ พ่อกับแม่ก็เลิกสนใจฉัน หันไปมะรุมมะตุ้มเอาใจน้องสาวที่โต๊ะอาหารแทน

ในจานของน้องสาวพูนไปด้วยของอร่อยที่ทั้งสามคนช่วยกันคีบให้

ฉันถือมีดกับส้อม ก้มหน้าก้มตาหั่นผักในจานของตัวเองเงียบๆ

น้องสาวมองฉันอย่างได้ใจ ในแววตาไม่มีความอ่อนแอเลยสักนิด มีแต่ความท้าทายส่งมาให้ฉัน

วันต่อๆ มา พ่อกับแม่ก็ยิ่งตามใจเธอหนักกว่าเดิม เธอใช้ชีวิตราวกับเจ้าหญิง

ในงานเลี้ยง กู้เย่เข็นรถเข็นพาเธอไปอยู่กลางงาน แถมยังนั่งย่อตัวลงป้อนเค้กชิ้นเล็กๆ ให้เธอด้วยตัวเอง

เหล่าไฮโซมองดูพวกเขา แล้วหันมามองฉัน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขบขัน

ฉันสัมผัสได้ถึงสายตาดูถูกเหยียดหยามจากรอบด้าน ได้แต่ก้มหน้าหมุนแก้วไวน์แดงในมือเล่น ไม่พูดอะไรสักคำ

ทันใดนั้น เสียงตบฉาดใหญ่ก็ดังขึ้นข้างหู

“นังแพศยา! กล้าดียังไงทำไวน์แดงหกใส่ชุดฉัน!”

พอเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเสิ่นหยวนหยวนกำลังกระชากผมเด็กสาวคนหนึ่ง แล้วถีบเข้าที่หน้าท้องของเธออย่างแรง

สุดท้ายถึงขั้นคว้าแก้วน้ำปาใส่ เด็กสาวคนนั้นเลือดอาบหน้า ร้องไห้จ้าทันที

พอฉันเห็นหน้าเด็กสาวคนนั้น รูม่านตาก็ขยายกว้างขึ้นทันที

นั่นมัน… คุณหนูเล็กตระกูลเฉิง มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองหลวง

หลายปีมานี้น้องสาวแทบไม่ได้ออกจากบ้าน เลยไม่รู้จักคนใหญ่คนโตในวงสังคม

ฉันกำลังจะเข้าไปห้าม แต่ก็ช้าไปก้าวหนึ่ง

น้องสาวถูกบอดี้การ์ดล้อมกรอบทันที ผู้นำตระกูลเฉิงเห็นหลานสาวเลือดอาบหน้าก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า

เขาประกาศต่อหน้าแขกเหรื่อทุกคนเลยว่า ใครที่ร่วมมือกับตระกูลเสิ่น ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับตระกูลเฉิง

วันนั้นพ่อกับแม่อ้อนวอนแทบตาย แต่ท่านผู้เฒ่าเฉิงก็ไม่ใจอ่อน แถมยังไล่ตะเพิดพวกเราออกมาอีกต่างหาก

พอกลับถึงบ้าน น้องสาวก็นั่งร้องห่มร้องไห้อยู่บนโซฟา พ่อกับแม่ถึงจะโกรธแต่ก็สงสารลูกมากกว่า

พวกเขาต้องยอมบากหน้าไปหาคู่ค้าเก่าๆ ยอมลดกำไรลงครึ่งหนึ่งเพื่อขอให้เขายอมร่วมงานด้วย

ในที่สุด ตระกูลเฉิงก็ยอมใจอ่อน

แต่มีข้อแม้ว่า ต้องให้เสิ่นหยวนหยวนไปขอขมาด้วยตัวเอง และยอมรับบทลงโทษ

พอรู้ข่าวนี้ พ่อกับแม่ก็ยิ้มไม่ออก พวกเขาจะทำใจให้ลูกสาวสุดที่รักไปโดนรังแกได้ยังไง

ฉันมองผ่านๆ แวบหนึ่ง แล้วเดินกลับห้องตัวเอง

แต่กู้เย่กลับมาขวางฉันไว้ที่หน้าประตู

“คุณไปรับโทษแทนหยวนหยวนเถอะ”

“พวกคุณเป็นฝาแฝดกัน หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ พวกเขาดูไม่ออกหรอก”

“แค่บทลงโทษเล็กน้อยเอง คุณคงไม่ปฏิเสธใช่ไหม”

บทลงโทษเล็กน้อยเหรอ? ในใจฉันขมปร่า ใครบ้างจะไม่รู้กิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมอำมหิตของท่านผู้เฒ่าเฉิง

ใครก็ตามที่ไปล่วงเกินเขา ต่อให้รอดชีวิตออกมาได้ ร่างกายก็ต้องพิการไม่สมประกอบ

กู้เย่ทำธุรกิจร่วมกับพวกเขา ย่อมรู้ดีกว่าฉัน และรู้ดีกว่าฉันด้วยซ้ำว่าฉันจะต้องเจอกับอะไร

แต่เขาไม่สน ขอแค่ปกป้องน้องสาวได้ก็พอ ส่วนฉันจะเป็นจะตายยังไง ไม่สำคัญ

ฉันก้มหน้าเงียบ พ่อกับแม่กลับดีใจจนเนื้อเต้น พากันชมกู้เย่ว่าฉลาดหลักแหลม

“เสิ่นชิง น้องสาวแกร่างกายอ่อนแอรับบทลงโทษไม่ไหวหรอก แกแข็งแรงกว่าก็ไปแทนน้องเถอะนะ”

“แต่แกก็ต้องระวังตัวให้ดีนะ เพราะเดี๋ยวต้องไปทดลองยาต่ออีก”

ฉันมองดูสี่คนตรงหน้าด้วยความเหนื่อยล้า สุดท้ายก็ฝืนยิ้มแล้วพยักหน้าตกลง

“ได้ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว”

จังหวะที่หันหลังกลับ หางตาฉันเหลือบไปเห็นน้องสาวทำหน้าสะใจ อดคิดไม่ได้ว่า

ถ้าฉันตายไปแล้ว ไม่มีใครมารับเคราะห์แทนเธออีก เธอจะเป็นยังไงนะ?

ข้างหลัง กู้เย่กับพ่อแม่กำลังหัวเราะร่าเริงอยู่รอบตัวน้องสาว ราวกับแก้ปัญหาใหญ่ได้สำเร็จ

ส่วนฉันมองดูห้องนอนที่มืดสลัวและน่าอึดอัด น้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลรินลงมาอาบแก้ม

ฉันปาดน้ำตาที่หางตาทิ้งลวกๆ แล้วตัดสินใจว่าจะทิ้งของในห้องให้หมด

ไหนๆ ก็จะตายอยู่แล้ว ของพวกนี้เก็บไว้ก็รกหูรกตาพวกเขา สู้ทิ้งไปให้หมดเลยดีกว่า

ของในห้องมีไม่เยอะ นอกจากของใช้ประจำวัน ก็มีแค่กรอบรูปไม่กี่อัน

มีรูปถ่ายครอบครัวสี่คน แล้วก็ทะเบียนสมรสของฉันกับกู้เย่

ฉันเหม่อมองมันอยู่นาน สุดท้ายก็โยนมันลงถังขยะอย่างไม่ลังเล

พอทำทุกอย่างเสร็จ ฉันก็นอนหอบหายใจอยู่บนเตียง จู่ๆ ก็รู้สึกถึงรสคาวหวานตีตื้นขึ้นมาในลำคอ

ฉันกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต เลอะเต็มผ้าปูที่นอนสีขาว

ตอนนั้นเอง กู้เย่ก็เปิดประตูเข้ามา ฉันรีบเอาหมอนปิดรอยเลือดสีแดงฉานนั้นไว้โดยสัญชาตญาณ

“คนขับรถของตระกูลเฉิงมาถึงแล้ว”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อฉันตาย ทุกคนจึงสำนึกผิด   บทที่ 9

    เสิ่นหยวนหยวนถูกจับกุมเข้าคุกแต่พ่อกับแม่กลับไม่มีเวลามานั่งเสียใจ และยิ่งไม่มีเวลาไปช่วยเธอข่าวฉาวโฉ่เรื่องลูกเศรษฐีฆ่าพี่สาวตัวเองพุ่งขึ้นสู่อันดับหนึ่งของข่าวบันเทิงทันทีคนตระกูลเฉิงเห็นสภาพศพที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นในข่าว และได้ยินชื่อของฉันในรายการ ก็รู้ตัวทันทีว่าถูกคนตระกูลเสิ่นหลอกต้มเข้าให้แล้วครั้งนี้ พวกเขาไม่ใจอ่อนอีกต่อไป จัดการทำให้ตระกูลเสิ่นล้มละลายภายในชั่วข้ามคืนเจ้าหนี้และนักข่าวปิดล้อมหน้าประตูบ้านจนแน่นขนัด พ่อแม่ที่แก่ชราสองคนได้แต่หลบหัวอยู่ในบ้านไม่กล้าออกไปไหนก้อนหินถูกปาเข้ามาจนกระจกแตก คำด่าทอนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่หูพวกเขาไม่นาน พ่อก็เส้นเลือดในสมองแตก แต่แม่กลับไม่กล้าเปิดประตูเรียกรถพยาบาลสุดท้าย พ่อก็ตายแม่กอดศพพ่อร้องไห้จนแทบจะขาดใจ ดวงตาของแม่แดงก่ำ เต็มไปด้วยความเคียดแค้นจนกระทั่งต่อมาเสิ่นหยวนหยวนร้องขอให้แม่ไปเยี่ยมที่เรือนจำหลายต่อหลายครั้ง ก็ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเสิ่นหยวนหยวนฝากตำรวจมาบอกว่า ถ้าแม่ไม่ไป เธอจะฆ่าตัวตายตอนที่ตำรวจไปหาแม่ แม่ผู้ซึ่งเคยรักลูกสาวคนเล็กดั่งแก้วตาดวงใจกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ตอบกลับด้วย

  • เมื่อฉันตาย ทุกคนจึงสำนึกผิด   บทที่ 8

    (มุมมองบุคคลที่สาม)วันนั้น กู้เย่เองก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเสิ่นหยวนหยวน เขาจึงแอบสะกดรอยตามไปและในที่สุดก็ได้ยินความจริงที่น่าตกตะลึงจนขนหัวลุกพวกนั้นกู้เย่ไม่รู้ว่าตัวเองเดินออกมาจากห้องแล็บได้ยังไง รู้แค่ว่าวันนั้นฝนตกลงมาหนักมากกว่าเขาจะกลับถึงบ้าน ทั้งตัวก็เปียกโชกไปหมดแล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิดเขามองดูนิ้วมือที่สั่นเทาของตัวเอง นึกถึงศพที่เย็นชืดร่างนั้นที่เขาเพิ่งจะได้สัมผัสเมื่อครู่มันเย็นมาก เย็นจนบาดลึกถึงกระดูกเขานั่งลงบนโซฟา ดูไฟล์เสียงที่อัดไว้ในมือถือด้วยสีหน้าเจ็บปวดด้านหนึ่งคือความโกรธที่ถูกหลอก อีกด้านหนึ่งคนคนนั้นก็น้องสาวที่เขาประคบประหงมรักใคร่มาหลายปีเขากระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดขวด พอเงยหน้าขึ้น จู่ๆ ก็เห็นรูปแต่งงานที่แขวนอยู่บนผนังตรงหน้าในรูป เสิ่นชิงไม่ได้มองกล้อง แต่หันหน้าเงยขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอ่อนโยนพอมองไปเรื่อยๆ จู่ๆ กู้เย่ก็ยกมือปิดหน้าแล้วร้องไห้ออกมาเขาเคยสัญญาว่าจะพาเธอออกจากนรก คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นเขาเองที่ผลักเธอลงนรกกับมือคืนนั้น เขาดื่มเหล้าไปเยอะมาก กอดขวดเหล้าพร่ำเรี

  • เมื่อฉันตาย ทุกคนจึงสำนึกผิด   บทที่ 7

    “คุณตำรวจครับ ฝั่งคุณสรุปรูปคดีเสร็จแล้วใช่ไหมครับ?”ตำรวจงุนงงเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับกู้เย่ส่งเสียงอืม แล้วหยิบแฟลชไดรฟ์อันเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า“งั้น ก็ถึงตาผมบ้าง”“ผมขอแจ้งความจับเสิ่นหยวนหยวน ข้อหาประกอบกิจการผิดกฎหมาย และเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”อะไรนะ?!พ่อกับแม่หันขวับกลับมาทันที จ้องมองเขาด้วยความไม่อยากจะเชื่อแต่กู้เย่ไม่อธิบายอะไรสักคำ เขาเปิดไฟล์เสียงให้เล่นออกมาทันทีทันทีที่กดเล่น เสียงแหลมๆ ของเสิ่นหยวนหยวนก็ดังขึ้น“...ใครใช้ให้แกไปฆ่ามันฮะ!”“…หนึ่งล้าน แล้วรับผิดแทนฉันซะ!”คลิปเสียงมีความยาวแค่สามสี่ประโยค แต่สำหรับทุกคน มันยาวนานราวกับผ่านไปหนึ่งศตวรรษสายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เสิ่นหยวนหยวนที่ยืนอยู่ตรงประตูเธอยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ บนแก้มยังมีคราบน้ำตาจากการร้องไห้เมื่อครู่เพียงแต่ในแววตาของเธอไม่มีความโศกเศร้า เหลือเพียงความแค้นและความไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างรุนแรง“ที่แท้… คุณก็ได้ยินหมดแล้วสินะ”เสิ่นหยวนหยวนจ้องเขม็งไปที่ผู้ชายตรงหน้า แทบอยากจะฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆแต่กู้เย่มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยความเย็นชาของเขาทำลา

  • เมื่อฉันตาย ทุกคนจึงสำนึกผิด   บทที่ 6

    กู้เย่คำรามอย่างบ้าคลั่ง แต่เขากลับไม่กล้าก้าวเข้าไปพิสูจน์ความจริงที่อยู่แค่เอื้อมแม้แต่ก้าวเดียวตำรวจรีบรุดมาถึง พอเห็นสภาพต่างก็หน้าถอดสี รีบติดต่อฝ่ายนิติเวชมาเก็บหลักฐานหลังจากวางสาย นายตำรวจที่เป็นหัวหน้าก็เดินบีบจมูกเข้าไป แล้วเปิดผ้าขาวที่คลุมหน้าฉันออกพอเห็นใบหน้าของฉันที่มีหนอนแมลงวันไต่ยั้วเยี้ย กู้เย่ก็เหมือนถูกฟ้าผ่า ร่างกายอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นไม่ขยับเขยื้อนเขาตะเกียกตะกายคลานไปที่เตียงผู้ป่วยของฉัน กุมมือที่ผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูกของฉันไว้แล้วร้องไห้โฮ“เสิ่นชิง คุณล้อผมเล่นใช่ไหม… คุณอย่าทำให้ผมกลัวสิ… ก็แค่ทดลองยาเฉยๆ คุณจะตายได้ยังไง! ผมไม่เชื่อ! ผมไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด!”ฉันยืนอยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นลูบแก้มเขา แต่มือกลับทะลุผ่านไปอย่างว่างเปล่าเมื่อก่อนเวลากู้เย่ร้องไห้ ฉันจะคอยเช็ดน้ำตาให้เขา แต่ตอนนี้ ฉันสัมผัสน้ำตาของเขาไม่ได้อีกแล้วฉันไม่อยากสัมผัสมันแล้วด้วย น้ำตาของเขาไหลช้าเกินไป และมันช่างไร้ค่าเหลือเกินตอนที่พ่อกับแม่พุ่งเข้ามา กู้เย่ก็ร้องไห้จนอาเจียนออกมาแล้ว แม่เห็นสภาพฉันก็เป็นลมล้มพับไปทันที ส่วนพ่อก็โรคหัวใจกำเริบกะทันหัน ถูกหามส่งโรงพยาบาลไ

  • เมื่อฉันตาย ทุกคนจึงสำนึกผิด   บทที่ 5

    ที่นอกประตู พ่อกับแม่ควงแขนเสิ่นหยวนหยวนเดินเข้ามาอย่างสนิทสนม พวกเขาดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นมากใบหน้ามีเลือดฝาดเปล่งปลั่ง แววตาฉายแววแห่งความสุขเสิ่นหยวนหยวนสวมชุดกระโปรงราคาแพง ยกมือทัดผม แหวนบนนิ้วนางส่องประกายเจิดจ้าแต่เธอกลับดูไม่ค่อยมีความสุข ในดวงตาซุกซ่อนความเกลียดชังอันลึกล้ำเอาไว้กู้เย่มองแล้วถอนหายใจ ยกมือขึ้นตบไหล่เธอเบาๆ เพื่อปลอบโยน“หยวนหยวนอย่างอแงสิครับ แหวนวงนี้ผมให้เป็นของขวัญที่คุณหายป่วยนะ อย่าเข้าใจผิด”“สำหรับผม คุณเป็นแค่น้องสาวของเสิ่นชิง และก็เป็นน้องสาวของผมด้วย แต่ภรรยาของผมคือเสิ่นชิงตลอดไป ไม่มีใครแย่งตำแหน่งของเธอไปได้”เสิ่นหยวนหยวนได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ สะบัดมือกู้เย่ออกแล้วกรีดร้องลั่น“เห็นฉันเป็นน้องสาว?! พี่ชายบ้านไหนแอบจูบน้องสาวตอนหลับในรถ! พี่ชายบ้านไหนให้แหวนเพชรเป็นของขวัญน้องสาว!”“กู้เย่ เราต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ? คุณชอบฉัน ฉันก็ชอบคุณ ฉันอยากเป็นภรรยาของคุณ! อีกอย่างนังแพศยาเสิ่นชิงหน้าเสียโฉมไปแล้ว มันไม่คู่ควรกับคุณเลยสักนิด!”“พอได้แล้ว!”พ่อตะคอกขัดจังหวะเสียงดัง มองลูกสาวที่ก้าวร้าวตรงหน้าด้วยคว

  • เมื่อฉันตาย ทุกคนจึงสำนึกผิด   บทที่ 4

    พ่อกับแม่หันหน้ามามอง วินาทีนี้เพิ่งจะตระหนักได้ถึงการมีตัวตนของฉัน บนใบหน้าจึงฉายแววกระอักกระอ่วนอยู่บ้างแต่พอได้ยินคำถามของฉันชัดๆ แม่ก็พูดขึ้นด้วยความโมโห“พูดจาเหลวไหลอะไร?! ก็แค่ทดลองยาง่ายๆ อย่ามาพูดจาอัปมงคลแบบนี้นะ!”พ่อเองก็มองฉันด้วยสายตาเย็นชาเช่นกัน“แกคิดจะกลับคำอีกแล้วใช่ไหม? ฉันจะบอกให้นะว่าเซ็นสัญญาไปแล้ว แกเข้าไปดีๆ จะดีกว่า รอยาวิจัยสำเร็จเมื่อไหร่ พวกเราจะมารับแกกลับบ้าน”กู้เย่จับมือฉันไว้อย่างอ่อนโยน“แป๊บเดียวเองครับ แค่เดือนเดียว รอคุณออกมา คุณอยากได้อะไรผมจะซื้อให้ทุกอย่างเลย”ฉันมองพ่อกับแม่ แล้วหันไปมองกู้เย่ สุดท้ายก็ถอนหายใจ แล้วดึงมือออกฉันหันหลังเดินเข้าห้องแล็บไปอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีความอาลัยอาวรณ์พวกเขาอีกแม้แต่นิดเดียวสิ่งที่เรียกว่าการทดลองยาไม่ได้เป็นไปตามปกติ การทดลองนั้นทรมานมาก ร่างกายของฉันในทุกๆ วันเหมือนมีมดนับพันตัวไต่ยั้วเยี้ยฉันเกาผิวหนังอย่างรุนแรง จนผิวเต็มไปด้วยรอยเลือดและบาดแผลในระหว่างนี้ พวกเขาไม่เคยมาดูดำดูดีฉันเลยแม้แต่ครั้งเดียวอาจจะกำลังกินมื้อใหญ่สุดหรู อาจจะกำลังชมพระอาทิตย์ตกที่ริมแม่น้ำแซนฉันไม่รู้หรอกฉันรู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status