Masukเสิ่นหยวนหยวนถูกจับกุมเข้าคุกแต่พ่อกับแม่กลับไม่มีเวลามานั่งเสียใจ และยิ่งไม่มีเวลาไปช่วยเธอข่าวฉาวโฉ่เรื่องลูกเศรษฐีฆ่าพี่สาวตัวเองพุ่งขึ้นสู่อันดับหนึ่งของข่าวบันเทิงทันทีคนตระกูลเฉิงเห็นสภาพศพที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นในข่าว และได้ยินชื่อของฉันในรายการ ก็รู้ตัวทันทีว่าถูกคนตระกูลเสิ่นหลอกต้มเข้าให้แล้วครั้งนี้ พวกเขาไม่ใจอ่อนอีกต่อไป จัดการทำให้ตระกูลเสิ่นล้มละลายภายในชั่วข้ามคืนเจ้าหนี้และนักข่าวปิดล้อมหน้าประตูบ้านจนแน่นขนัด พ่อแม่ที่แก่ชราสองคนได้แต่หลบหัวอยู่ในบ้านไม่กล้าออกไปไหนก้อนหินถูกปาเข้ามาจนกระจกแตก คำด่าทอนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่หูพวกเขาไม่นาน พ่อก็เส้นเลือดในสมองแตก แต่แม่กลับไม่กล้าเปิดประตูเรียกรถพยาบาลสุดท้าย พ่อก็ตายแม่กอดศพพ่อร้องไห้จนแทบจะขาดใจ ดวงตาของแม่แดงก่ำ เต็มไปด้วยความเคียดแค้นจนกระทั่งต่อมาเสิ่นหยวนหยวนร้องขอให้แม่ไปเยี่ยมที่เรือนจำหลายต่อหลายครั้ง ก็ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเสิ่นหยวนหยวนฝากตำรวจมาบอกว่า ถ้าแม่ไม่ไป เธอจะฆ่าตัวตายตอนที่ตำรวจไปหาแม่ แม่ผู้ซึ่งเคยรักลูกสาวคนเล็กดั่งแก้วตาดวงใจกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ตอบกลับด้วย
(มุมมองบุคคลที่สาม)วันนั้น กู้เย่เองก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเสิ่นหยวนหยวน เขาจึงแอบสะกดรอยตามไปและในที่สุดก็ได้ยินความจริงที่น่าตกตะลึงจนขนหัวลุกพวกนั้นกู้เย่ไม่รู้ว่าตัวเองเดินออกมาจากห้องแล็บได้ยังไง รู้แค่ว่าวันนั้นฝนตกลงมาหนักมากกว่าเขาจะกลับถึงบ้าน ทั้งตัวก็เปียกโชกไปหมดแล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิดเขามองดูนิ้วมือที่สั่นเทาของตัวเอง นึกถึงศพที่เย็นชืดร่างนั้นที่เขาเพิ่งจะได้สัมผัสเมื่อครู่มันเย็นมาก เย็นจนบาดลึกถึงกระดูกเขานั่งลงบนโซฟา ดูไฟล์เสียงที่อัดไว้ในมือถือด้วยสีหน้าเจ็บปวดด้านหนึ่งคือความโกรธที่ถูกหลอก อีกด้านหนึ่งคนคนนั้นก็น้องสาวที่เขาประคบประหงมรักใคร่มาหลายปีเขากระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดขวด พอเงยหน้าขึ้น จู่ๆ ก็เห็นรูปแต่งงานที่แขวนอยู่บนผนังตรงหน้าในรูป เสิ่นชิงไม่ได้มองกล้อง แต่หันหน้าเงยขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอ่อนโยนพอมองไปเรื่อยๆ จู่ๆ กู้เย่ก็ยกมือปิดหน้าแล้วร้องไห้ออกมาเขาเคยสัญญาว่าจะพาเธอออกจากนรก คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นเขาเองที่ผลักเธอลงนรกกับมือคืนนั้น เขาดื่มเหล้าไปเยอะมาก กอดขวดเหล้าพร่ำเรี
“คุณตำรวจครับ ฝั่งคุณสรุปรูปคดีเสร็จแล้วใช่ไหมครับ?”ตำรวจงุนงงเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับกู้เย่ส่งเสียงอืม แล้วหยิบแฟลชไดรฟ์อันเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า“งั้น ก็ถึงตาผมบ้าง”“ผมขอแจ้งความจับเสิ่นหยวนหยวน ข้อหาประกอบกิจการผิดกฎหมาย และเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”อะไรนะ?!พ่อกับแม่หันขวับกลับมาทันที จ้องมองเขาด้วยความไม่อยากจะเชื่อแต่กู้เย่ไม่อธิบายอะไรสักคำ เขาเปิดไฟล์เสียงให้เล่นออกมาทันทีทันทีที่กดเล่น เสียงแหลมๆ ของเสิ่นหยวนหยวนก็ดังขึ้น“...ใครใช้ให้แกไปฆ่ามันฮะ!”“…หนึ่งล้าน แล้วรับผิดแทนฉันซะ!”คลิปเสียงมีความยาวแค่สามสี่ประโยค แต่สำหรับทุกคน มันยาวนานราวกับผ่านไปหนึ่งศตวรรษสายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เสิ่นหยวนหยวนที่ยืนอยู่ตรงประตูเธอยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ บนแก้มยังมีคราบน้ำตาจากการร้องไห้เมื่อครู่เพียงแต่ในแววตาของเธอไม่มีความโศกเศร้า เหลือเพียงความแค้นและความไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างรุนแรง“ที่แท้… คุณก็ได้ยินหมดแล้วสินะ”เสิ่นหยวนหยวนจ้องเขม็งไปที่ผู้ชายตรงหน้า แทบอยากจะฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆแต่กู้เย่มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยความเย็นชาของเขาทำลา
กู้เย่คำรามอย่างบ้าคลั่ง แต่เขากลับไม่กล้าก้าวเข้าไปพิสูจน์ความจริงที่อยู่แค่เอื้อมแม้แต่ก้าวเดียวตำรวจรีบรุดมาถึง พอเห็นสภาพต่างก็หน้าถอดสี รีบติดต่อฝ่ายนิติเวชมาเก็บหลักฐานหลังจากวางสาย นายตำรวจที่เป็นหัวหน้าก็เดินบีบจมูกเข้าไป แล้วเปิดผ้าขาวที่คลุมหน้าฉันออกพอเห็นใบหน้าของฉันที่มีหนอนแมลงวันไต่ยั้วเยี้ย กู้เย่ก็เหมือนถูกฟ้าผ่า ร่างกายอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นไม่ขยับเขยื้อนเขาตะเกียกตะกายคลานไปที่เตียงผู้ป่วยของฉัน กุมมือที่ผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูกของฉันไว้แล้วร้องไห้โฮ“เสิ่นชิง คุณล้อผมเล่นใช่ไหม… คุณอย่าทำให้ผมกลัวสิ… ก็แค่ทดลองยาเฉยๆ คุณจะตายได้ยังไง! ผมไม่เชื่อ! ผมไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด!”ฉันยืนอยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นลูบแก้มเขา แต่มือกลับทะลุผ่านไปอย่างว่างเปล่าเมื่อก่อนเวลากู้เย่ร้องไห้ ฉันจะคอยเช็ดน้ำตาให้เขา แต่ตอนนี้ ฉันสัมผัสน้ำตาของเขาไม่ได้อีกแล้วฉันไม่อยากสัมผัสมันแล้วด้วย น้ำตาของเขาไหลช้าเกินไป และมันช่างไร้ค่าเหลือเกินตอนที่พ่อกับแม่พุ่งเข้ามา กู้เย่ก็ร้องไห้จนอาเจียนออกมาแล้ว แม่เห็นสภาพฉันก็เป็นลมล้มพับไปทันที ส่วนพ่อก็โรคหัวใจกำเริบกะทันหัน ถูกหามส่งโรงพยาบาลไ
ที่นอกประตู พ่อกับแม่ควงแขนเสิ่นหยวนหยวนเดินเข้ามาอย่างสนิทสนม พวกเขาดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นมากใบหน้ามีเลือดฝาดเปล่งปลั่ง แววตาฉายแววแห่งความสุขเสิ่นหยวนหยวนสวมชุดกระโปรงราคาแพง ยกมือทัดผม แหวนบนนิ้วนางส่องประกายเจิดจ้าแต่เธอกลับดูไม่ค่อยมีความสุข ในดวงตาซุกซ่อนความเกลียดชังอันลึกล้ำเอาไว้กู้เย่มองแล้วถอนหายใจ ยกมือขึ้นตบไหล่เธอเบาๆ เพื่อปลอบโยน“หยวนหยวนอย่างอแงสิครับ แหวนวงนี้ผมให้เป็นของขวัญที่คุณหายป่วยนะ อย่าเข้าใจผิด”“สำหรับผม คุณเป็นแค่น้องสาวของเสิ่นชิง และก็เป็นน้องสาวของผมด้วย แต่ภรรยาของผมคือเสิ่นชิงตลอดไป ไม่มีใครแย่งตำแหน่งของเธอไปได้”เสิ่นหยวนหยวนได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ สะบัดมือกู้เย่ออกแล้วกรีดร้องลั่น“เห็นฉันเป็นน้องสาว?! พี่ชายบ้านไหนแอบจูบน้องสาวตอนหลับในรถ! พี่ชายบ้านไหนให้แหวนเพชรเป็นของขวัญน้องสาว!”“กู้เย่ เราต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ? คุณชอบฉัน ฉันก็ชอบคุณ ฉันอยากเป็นภรรยาของคุณ! อีกอย่างนังแพศยาเสิ่นชิงหน้าเสียโฉมไปแล้ว มันไม่คู่ควรกับคุณเลยสักนิด!”“พอได้แล้ว!”พ่อตะคอกขัดจังหวะเสียงดัง มองลูกสาวที่ก้าวร้าวตรงหน้าด้วยคว
พ่อกับแม่หันหน้ามามอง วินาทีนี้เพิ่งจะตระหนักได้ถึงการมีตัวตนของฉัน บนใบหน้าจึงฉายแววกระอักกระอ่วนอยู่บ้างแต่พอได้ยินคำถามของฉันชัดๆ แม่ก็พูดขึ้นด้วยความโมโห“พูดจาเหลวไหลอะไร?! ก็แค่ทดลองยาง่ายๆ อย่ามาพูดจาอัปมงคลแบบนี้นะ!”พ่อเองก็มองฉันด้วยสายตาเย็นชาเช่นกัน“แกคิดจะกลับคำอีกแล้วใช่ไหม? ฉันจะบอกให้นะว่าเซ็นสัญญาไปแล้ว แกเข้าไปดีๆ จะดีกว่า รอยาวิจัยสำเร็จเมื่อไหร่ พวกเราจะมารับแกกลับบ้าน”กู้เย่จับมือฉันไว้อย่างอ่อนโยน“แป๊บเดียวเองครับ แค่เดือนเดียว รอคุณออกมา คุณอยากได้อะไรผมจะซื้อให้ทุกอย่างเลย”ฉันมองพ่อกับแม่ แล้วหันไปมองกู้เย่ สุดท้ายก็ถอนหายใจ แล้วดึงมือออกฉันหันหลังเดินเข้าห้องแล็บไปอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีความอาลัยอาวรณ์พวกเขาอีกแม้แต่นิดเดียวสิ่งที่เรียกว่าการทดลองยาไม่ได้เป็นไปตามปกติ การทดลองนั้นทรมานมาก ร่างกายของฉันในทุกๆ วันเหมือนมีมดนับพันตัวไต่ยั้วเยี้ยฉันเกาผิวหนังอย่างรุนแรง จนผิวเต็มไปด้วยรอยเลือดและบาดแผลในระหว่างนี้ พวกเขาไม่เคยมาดูดำดูดีฉันเลยแม้แต่ครั้งเดียวอาจจะกำลังกินมื้อใหญ่สุดหรู อาจจะกำลังชมพระอาทิตย์ตกที่ริมแม่น้ำแซนฉันไม่รู้หรอกฉันรู







