LOGINในความทรงจำของร่างเดิม ทำให้เธอรู้ว่า ครอบครัวเฉิน มีสมาชิกทั้งหมดที่อยู่ในบ้าน6คน ถ้าไม่รวมครอบครัวของเธออีกสามคน
* พ่อสามี: เฉินกัง * แม่สามี: ฟางหรู (คนที่เจอเมื่อเช้า) * ลูกชายคนโต: เฉินซีฮั่น * ลูกชายคนกลาง (สามี): เฉินเฟยเทียน(แยกบ้าน) * ลูกสาวคนเล็ก: เฉินซูลี่ * สะใภ้ใหญ่: ซินอี๋ (ภรรยาของเฉินซีฮั่น) * หลานชาย: เฉินซีซวน วัย 6 ขวบ (ลูกชายของสะใภ้ใหญ่ แก่กว่าเปาเปา 4 ปี) เมื่อมาถึงหน้าบ้านหลี่ซูเซียว สูดหายใจเข้าลึกๆ เธอไม่แน่ใจนักว่าพื้นเพของครอบครัวสามีนี้เป็นคนดีหรือไม่ แต่จากสิ่งที่หลี่ซูเซียวคนเก่าทำไว้ มันก็สมเหตุสมผลแล้วที่พวกเขาจะไม่ชอบเธอ นี่จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการแก้ไขความผิดพลาดในอดีต และสร้างชีวิตใหม่ที่ดีกว่าสำหรับเธอและเปาเปา หลี่ซูเซียว สูดหายใจลึกอีกครั้ง ก่อนจะเปล่งเสียงเรียกออกไปหน้าบ้านของแม่สามี "แม่คะ!" "ย่าก๊าบ! ย่าก๊าบ!" เปาเปา ลูกชายตัวน้อยก็พลอยส่งเสียงเจื้อยแจ้วเรียกย่าตามผู้เป็นแม่ ภายในบ้าน ซินอี๋ สะใภ้ใหญ่เอ่ยถามขึ้น "แม่คะ นั่นเสียงสะใภ้รองกับเปาเปารึเปล่าคะ?" ฟางหรู แม่สามีขมวดคิ้วเล็กน้อย "คงจะใช่... ออกไปดูหน่อย ไม่รู้ว่าหาเรื่องอะไรมาให้ครอบครัวเราอีกรึเปล่า" น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความระแวงและไม่พอใจ สองสะใภ้ใหญ่และแม่สามีเดินออกมาที่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นทำให้ฟางหรูถึงกับเบิกตากว้าง หลี่ซูเซียวยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมกับรถเข็นคันเล็กๆ ที่บรรทุกของมาเต็มคัน ทั้ง ข้าวสาร เครื่องปรุง เนื้อหมู และ ไข่ไก่ ที่ดูดีมีคุณภาพและหายากในยุคนี้ ความสงสัยเข้าแทนที่ความไม่พอใจ ฟางหรูรีบก้าวเท้าเข้าไปดูใกล้ๆ ด้วยความเป็นห่วง 'ของพวกนั้นมันคืออะไร? ไม่ใช่ไปขโมยของใครมา หรือใช้เงินของลูกชายเธอจนหมดหรอกนะ!' ฟางหรู แม่สามี ก้าวเข้ามาใกล้รถเข็นอย่างรวดเร็ว ดวงตาจับจ้องไปที่ของที่อยู่เต็มคันด้วยความสงสัย "นี่สะใภ้รอง เธอไปเอาของพวกนี้มาจากไหน!" น้ำเสียงของเธอแฝงความไม่ไว้วางใจอย่างเห็นได้ชัด "ก็ซื้อมาสิคะพี่สะใภ้ใหญ่" หลี่ซูเซียว ตอบคำถามของ ซินอี๋ สะใภ้ใหญ่อย่างเรียบๆ "ตายๆๆ! เธอจะล้างผลาญเงินลูกชายของฉันรึไงซูเซียว!" ฟางหรูร้องเสียงหลง เมื่อคิดไปว่าลูกสะใภ้ตัวดีคงไปผลาญเงินที่หายากของ เฉินเฟยเทียน ลูกชายของเธอจนหมดเป็นแน่ หลี่ซูเซียวถึงกับมองบนอย่างเบื่อหน่ายในใจ 'เฮ้ย! ขี้เกียจอธิบายชะมัด' แต่เธอก็ต้องอดทน "ไม่ใช่หรอกค่ะแม่ นี่เป็นของที่ฉันเอาเงินสินเดิมมาซื้อ เงินของพี่เฟยเทียนฉันเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นค่ะ" หลี่ซูเซียวพยายามอธิบายอย่างใจเย็น "หึ! ให้มันจริงเถอะ! แล้วนี่เอาของพวกนี้มาทำไม?" ฟางหรูยังคงไม่ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ "เอ่อ... คือฉันอยากจะมาขอโทษแม่กับทุกคนสำหรับเรื่องที่ผ่านมา และ... ฉันอยากจะรบกวนให้แม่ทำอาหารเผื่อฉันกับลูกด้วยน่ะค่ะ แต่ไม่ใช่ให้ทำให้ฟรีนะคะ ฉันจะเอาของกินมาให้แม่ทุกอาทิตย์ และทุกคนก็กินของที่ฉันเอามาได้เลยค่ะ ฉันไม่หวง" คำพูดของหลี่ซูเซียวทำให้ฟางหรูถึงกับตกใจ เธอไม่เคยได้ยินคำขอโทษจากลูกสะใภ้รองมาก่อน ทั้งยังแปลกใจกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ไม่ร้ายกาจหรือกระโชกโฮกฮากเหมือนเมื่อก่อนเลย 'หรือว่าเมื่อวานที่ล้มหัวฟาด จะทำให้เธอได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองกันนะ?' ฟางหรูคิดในใจ ทั้งฟางหรูและซินอี๋ต่างมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตา พวกเธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะได้ยินคำขอโทษจากปากของหลี่ซูเซียวคนนี้ “แม่… แล้วเรื่องที่แม่พูดว่าจะให้พี่เฟยเทียนหย่ากับฉัน ฉันจะยอมหย่าให้แต่ฉันจะขอลูกไปเลี้ยงเองเพราะถ้าเขาแต่งภรรยาคนใหม่ยังไงเขาก็มีลูกได้ แม่คิดว่ายังไงล่ะ” คำพูดของ หลี่ซูเซียว ในร่าง หลี่ซูเซียว ที่เสนอเรื่องการหย่าและการขอเลี้ยงลูกเอง สร้างความตกตะลึงให้กับ ฟางหรู และ ซินอี๋ เป็นอย่างมาก สีหน้าของทั้งสองเปลี่ยนเป็นตกใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่าหลี่ซูเซียวคนเดิมนั้นรัก เฉินเฟยเทียน สามีของเธอมากแค่ไหน สำหรับเฉินเฟยเทียน เขาทำงานอยู่ในตัวเมืองที่ค่อนข้างห่างไกลจากหมู่บ้าน เขาจะกลับบ้านมาเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น และนับตั้งแต่เหตุการณ์ที่ถูกวางยา เขากับหลี่ซูเซียวก็แยกห้องนอนกัน ไม่เคยแตะต้องกันอีกเลย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงแทบจะไม่มีเหลือ หลังจากปล่อยให้แม่สามีและสะใภ้ใหญ่ได้ปรับอารมณ์ หลี่ซูเซียวก็เริ่มลงมือปฏิบัติการ เธอเข็นรถเข็นพร้อมของมีค่าทั้งหมดไปเก็บให้ฟางหรูถึงในครัวโดยไม่รอให้ใครมาช่วย นั่นสร้างความประหลาดใจระคนสงสัยให้กับทั้งคู่ไม่น้อย จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปในบ้าน เพื่อเอ่ยคำขอโทษกับทุกคนในครอบครัวเฉินอย่างจริงใจ สำหรับเรื่องราวเลวร้ายที่หลี่ซูเซียวคนเก่าได้ก่อไว้ หลี่ซูเซียวพูดจากใจจริงและด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ทำให้บรรยากาศในบ้านเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง เมื่อพูดคุยและตกลงกันเรื่องอาหารได้แล้ว หลี่ซูเซียวก็ขอตัวกลับบ้าน โดยตกลงกับฟางหรูว่าจะมาเอาอาหารเองในแต่ละวัน เพื่อลดภาระและสร้างความสบายใจให้กับทางบ้านสามี นี่คือการเริ่มต้นใหม่สำหรับฟารีดาในโลกใบนี้โดยร่างของหลี่ซูเซียวเธอหวังว่าตัวเองจะอยู่ในยุคนี้ได้อย่างสงบ . . . วันเวลาล่วงเลยจากวันเป็นอาทิตย์ หลี่ซูเซียว ทุ่มเทให้กับการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจัง เธอพยายามลดน้ำหนักตามสูตรที่เคยใช้ในโลกก่อนอย่างเคร่งครัด ทั้งการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในมุมลับตาของบ้าน นอกจากนี้ เธอยังนำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกายจาก กำไลมิติ ออกมาใช้ทุกวันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เพียงหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าทึ่ง! ร่างกายที่เคยอวบอ้วนหนักอึ้งของหลี่ซูเซียวสามารถลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 5 กิโลกรัม ผิวพรรณที่เคยหยาบกร้านก็เริ่มเนียนนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหมองคล้ำกลับเปล่งปลั่งสดใสขึ้นจนน่าพอใจ แววตาที่เคยขุ่นมัวก็กลับมามีประกายแวววาวสดใสขึ้นอย่างคนเริ่มมีสุขภาพที่ดีเมื่อก้าวเข้าสู่ ปีที่สาม ของการดำเนินงานของโรงงานผลิตสบู่และแชมพู และหลังจากที่โรงงานผลิตน้ำหอมและเครื่องปรุงรสได้ เปิดทำการมาได้ปีกว่า ผลตอบรับจากลูกค้าที่สนใจสินค้าของเธอไปขายต่อก็ล้นหลามเกินความคาดหมาย ผลประกอบการที่หลั่งไหลเข้ามาในช่วงปีที่ผ่านมานั้น มากมายมหาศาล จนชื่อของ หลี่ซูเซียว ได้ ขึ้นแท่นเป็นเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศไปอย่างรวดเร็ว ความสำเร็จทางการค้าที่โดดเด่น ผนวกกับ อำนาจและบารมี ที่ได้จากการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเฉิน และยิ่งได้รับการ หนุนหลังอย่างมั่นคงจากตระกูลของคุณตงเฉิง ว่าที่น้องเขยผู้มีฐานอำนาจในแวดวงการเมืองและธุรกิจ ทำให้หลี่ซูเซียวกลายเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลจน ไม่มีใครกล้ามีปัญหาด้วย มีแต่ผู้คนจากทุกสารทิศที่ต่างพยายามหาทางเข้ามาทำความรู้จักและสานสัมพันธ์ด้วย … ทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นกำลังรอคอยสัญญาณสุดท้ายเพื่อก้าวสู่การเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แล้ววันนั้นก็มาถึง... เสียงประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลที่อนุญาตให้ ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน ในประเทศเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้า ดังกึกก้องไปทั่ววงการธุรกิจ นี่คือการเปิดประตูสู่เสรีภาพทางการค้า
เมื่อมีข่าวว่าโรงงานแห่งใหม่สองแห่ง—ทั้งโรงงานผลิตน้ำหอมที่เน้นความประณีต และโรงงานผลิตเครื่องปรุงรสขนาดมหึมา—เริ่มเปิดรับสมัครพนักงาน กระแสความสนใจก็รุนแรงกว่าการเปิดรับสมัครครั้งแรกหลายเท่าตัว ชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงและอำเภอข้างเคียงต่างหลั่งไหลกันมาสมัครงานอย่างไม่ขาดสาย เพราะทุกคนต่างรับรู้ถึงชื่อเสียงของ เครือโรงงานผลิตสบู่ ของหลี่ซูเซียวแล้วอย่างถ่องแท้ ไม่เพียงแต่เรื่องสวัสดิการที่ดี โบนัสที่ยุติธรรม และเงินเดือนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่โรงงานแห่งนี้ให้โอกาสแม้กระทั่งผู้ที่ไม่รู้หนังสือได้มีงานทำที่มีศักดิ์ศรี โรงงานใหม่ทั้งสองแห่งจึงได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเกินความคาดหมาย … สิ่งที่ทำให้หลี่ซูเซียวไม่รู้สึกหนักใจในการบริหารจัดการบุคลากรจำนวนมากในคราวนี้ คือการที่เธอได้วางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างรอบคอบแล้ว ในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลี่ซูเซียวไม่ได้เพียงแต่สอนวิธีการผลิต แต่ได้ ฝึกทีมงานแกนนำ จากโรงงานสบู่เดิมให้เข้าใจถึง หลักการ ของการควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัยในการทำงาน และความละเอียดอ่อนในการจัดการส่วนผสมอย่างเป็นระบบ เมื่อถึงเวลาเปิดโรงงาน
วันเวลาผันผ่าน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ตอนนี้โรงงานผลิตสบู่และแชมพูของเธอก้าวเข้าสู่ ปีที่สอง แล้ว ทุกสิ่งรอบตัวก็เริ่มเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง เฉินอี้เปาหรือเปาเปาลูกชายคนโตตอนนี้อายุได้ห้าขวบแล้วและพูดจาฉะฉานและดูแลน้องสาวได้เป็นอย่างดี ส่วน เฉินเฟิ่งอิง อิงอิงน้อยลูกสาวคนเล็กก็เริ่มวิ่งเล่นและส่งเสียงเจื้อยแจ้วไปทั่วบ้าน สร้างความสุขให้กับผู้เป็นพ่อและแม่อย่างหาที่สุดไม่ได้ ในด้านธุรกิจ ผลประกอบการของโรงงานก็เป็นไปในทิศทางที่ดีเยี่ยม ดีกว่าที่หลี่ซูเซียวคาดหวังไว้ เสียอีก ด้วยกระแสเงินสดที่หมุนเวียนอย่างคล่องตัว และความสำเร็จในการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด ทำให้เธอสามารถดำเนินการตามแผนการขยายธุรกิจที่เคยวางไว้ในใจได้ทันที หลี่ซูเซียวเริ่มลงมือสร้าง โรงงานขนาดเล็กสำหรับผลิตน้ำหอม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ยังคงเกี่ยวเนื่องกับสินค้าประเภทสบู่และแชมพูที่ทำอยู่เดิม สินค้านี้เธอจะตีตลาดคนชั้นสูงที่มีเงินหรือก็คือพวกคนรวยทั้งหลาย แต่การลงทุนครั้งสำคัญที่แท้จริงคือการเริ่มต้นแผนสร้าง โรงงานผลิตเครื่องปรุงรสขนาดใหญ่เธอวางแผนอย่างรอบคอบที่จะนำสูตรลับเฉพาะของเครื
เช้าวันใหม่ที่สดใส เป็นวันที่เต็มไปด้วยความสุขของตระกูลเฉิน ทุกคนเดินทางมาเยี่ยม หลี่ซูเซียว และหลานสาวคนใหม่ที่โรงพยาบาล ห้องพิเศษที่ เฉินเฟยเทียน จองไว้จึงเต็มไปด้วยญาติมิตร แต่ก็ไม่วุ่นวายรบกวนคนไข้คนอื่น ฟางหรู แม่สามี กอดหลานสาวคนเล็ก เฉินเฟิ่งอิง (อิงอิง) ไว้แน่นด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความปลื้มปิติที่ได้เห็นหลานสาวตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก พ่อสามี พี่ใหญ่เฉิน ซินอี๋ เฉินซูลี่ และเฉินซีซวน ต่างก็รายล้อมอยู่รอบเตียงด้วยรอยยิ้ม "โอ๊ย! หลานย่า! ช่างน่าเกลียดน่าชังอะไรเช่นนี้" ฟางหรู เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ เพราะในความรู้สึกของคนยุคเก่า คำว่า 'น่าเกลียดน่าชัง' นั้นคือคำชมที่แปลว่าน่ารักมาก แต่คำพูดนั้นกลับไปเข้าหู เปาเปา ลูกชายคนโตที่นั่งอยู่ข้างๆแม่ตัวเองบนเตียงคนไข้ เปาเปามองหน้าย่าของเขาที่พูดว่าน้องสาวเขา 'น่าเกลียด' ความคิดที่ค้างคามาตั้งแต่เมื่อวานกลับมาย้ำเตือนอีกครั้งในสมองน้อยๆ ของเขา 'แม้แต่ย่าก็ว่าน้องเขาน่าเกลียด! น้องเขาน่าเกลียดจริงๆ ใช่หรือไม่!' เปาเปาก้มลงไปกระซิบกับแม่เบาๆ ด้วยสีหน้าที่จริงจังและเคร่งเครียด "แม่ครับ เห
หลังจากจัดการเรื่องห้องพักเรียบร้อย ทุกคนก็ไปรอที่ห้องพิเศษที่จองไว้ เป็นห้องเดี่ยวที่กว้างขวางและสะอาดตา เฉินเฟยเทียนยอมจ่ายแพงเพื่อความสะดวกสบายของภรรยา ทุกคนรอหลี่ซูเซียวจนกระทั่งประตูห้องเปิดออก พยาบาลเข็นรถเข็นคนไข้เข้ามา หลี่ซูเซียว ยังคงหลับอยู่ ใบหน้าของเธอซีดเซียวและมีร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยจากการคลอดอย่างชัดเจน แต่ก็ดูสงบและผ่อนคลายอย่างที่สุด "คนไข้อ่อนเพลียหลับไปแล้วนะคะ สักพักถึงจะตื่นค่ะ" พยาบาลบอกด้วยรอยยิ้ม "เดี๋ยวทางพยาบาลจะพาลูกสาวมาให้คุณแม่นะคะ" "ขอบคุณครับ/ค่ะ" เฉินเฟยเทียนพร้อมกับลี่ซือขอบคุณพยาบาลที่พาหลี่ซูเซียวมาส่ง เขาก้าวเข้าไปข้างเตียงอย่างแผ่วเบา มองใบหน้าของภรรยาที่ได้มอบของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตให้กับเขาแล้ว ลูกสาวคนเล็กแห่งตระกูลเฉิน กำลังจะเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับความสุขที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยสองมือของเธอเอง หลังจากที่พยาบาลพา หลี่ซูเซียว มาถึงห้องพักฟื้นได้ไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พยาบาลสาวค่อยๆ เข็นรถเด็กเล็กเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้า "มาแล้วๆ! น้องมาแล้ว!" เสียง เปาเปา ลูกชายตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของยาย ลี่ซือ ร
วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลี่ซูเซียว ท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว รูปร่างของเธออวบอิ่มขึ้นตามวัยของครรภ์ แต่ความงามก็ยังคงไม่ลดลงแม้แต่น้อย แม้ร่างกายจะหนักอึ้ง แต่จิตใจของเธอกลับเบิกบาน เพราะ โรงงานทำสบู่ ขนาดกลางที่สร้างขึ้นก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้วตามกำหนด ความคืบหน้าของการก่อสร้างนั้นรวดเร็วเกินคาด เพราะได้รับความช่วยเหลือเรื่องเอกสารการก่อสร้างและการหาทีมงานรับเหมาที่ไว้ใจได้จาก คุณตงเฉิง ลูกค้ารายใหญ่ที่เคยสั่งซื้อเหล้าและบุหรี่ในตลาดมืดซึ่งแท้จริงแล้วครอบครัวของเขามีพื้นเพเป็นนายทหารยศสูง ทำให้เขามีอำนาจและอิทธิพลในการอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ คุณตงเฉิง เองไม่ได้เอาดีทางด้านทหารเหมือนครอบครัว แต่เขากลับชื่นชอบการค้าขายมากกว่า และเขาก็เชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าและความสามารถของหลี่ซูเซียวอย่างเต็มที่ นับตั้งแต่ทำการค้ากับเขา คุณตงเฉิง ก็ยังคงสั่งสินค้าจากร้าน "อู่ ฮวา ปา เหมิน" ของเธอตลอด และได้ตกลงการค้าว่าเธอจะไม่ขายสินค้าประเภทเดียวกันกับที่ส่งให้กับทางคุณตงเฉิงและขายให้กับลูกค้ารายอื่นด้วย ซึ่งเป็นการตกลงแบบผูกขาดที่ยุติธรรม เฉินเฟยเทียน เลิกหึงหวงเธอกับเขาแล้วและตอนนี้สามีขอ







