ท่านพี่! ชาตินี้ของข้าจะแต่งกับท่านเท่านั้น

ท่านพี่! ชาตินี้ของข้าจะแต่งกับท่านเท่านั้น

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-19
โดย:  BigM00Nยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
69บท
1.7Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ชาติก่อนนางถูกถอนหมั้นอย่างน่าอับอาย พอมีบุรุษที่ดีมาขอแต่งงานนางจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล สุดท้ายสามีที่นางคิดว่าเป็นคนดีทำให้นางต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง คนที่ฝังศพให้นางกลับกลายเป็นอดีตคู่หมั้นที่เคยถอนหมั้นนางอย่างไม่ไยดี เขาหลั่งน้ำตาให้นาง แก้แค้นให้นาง และเฝ้าหลุมศพของนางจวบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเขา เมื่อนางได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ สิ่งแรกที่นางทำก็คือไม่ยอมให้เขาถอนหมั้นกับนาง เพราะนางตั้งใจแล้วว่าชาตินี้ของนางจะต้องแต่งกับเขาเพียงเท่านั้น

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 จุดจบที่น่าอนาถของเว่ยจิ่นซู

Harris' POV 

 

Living in this world, where the strong only survives and the weak may die or being casted away. I am currently sitting under a big oak tree, resting as the sound of crickets and the sun motionlessly sink in the horizon. 

 

"Your Highness, Prince Harris we better get going" 

 

I awoke from my dreamy imagination when my loyal knight Cyrvian called me. 

 

"This might be the last time you'll be calling me in that title Cyrvian" I said as I smiled slightly so that he will not worry. 

 

"I really feel sorry about this your Highness, but how would your father the King of Esqrèma just cast you away like this?" 

 

I can feel loathing in his tone. I understand that he said those things for my part because I should really feel that way. 

 

"I have nothing to do if the king has lost his favor on me, it is better I leave the palace in peaceful terms". I said with a cheerful face trying to change the mood. 

 

I've stayed in the palace for almost 2 years right after I woke up from an accident, as they said. My body is too weak for someone from the royal family. This is also one of the reasons why father chased me out. 

 

"Come on let's continue our journey going to that academy" I stood up and tried to get rid of excess dust from my pants and robe. 

 

We continued walking through the forest and reached the town. We visited and strolled the town along the way going to the academy. I noticed musicians playing publicly, it is a lively song that could make someone passing in front of them dance. Right after we went through the town we saw the entrance gate of the academy. 

 

From afar it doesn't look like a school, instead it has a similarity to a fortress. This is such a place where it will be hard for me to adjust. I am very lucky to have Cyrvian with me. 

 

"Why of all academies in the kingdom he bothered in sending you to this lowly school?!".Cyrvian complained hysterically. 

 

I laughed in my thoughts thinking no matter how my father lost favor to me at least I have a loyal knight who is also like a brother to me. I actually don't mind if he is noisy or always complaining. 

 

"Stop being a damsel in distress Cyrvian, let's get inside"

 

I took a step and arrived at the gate where there is a tall man where I'm only his armpit tall with crooked nose. He stared down at me with those judgemental eyes. It's as if he was belittling the person in front of him. 

 

"Greetings sire, we are here in able to register for enrollment in the academy". I said as he stared at us with disgust. Looking bored with his job. 

 

"Only 458 students are allowed to register in this year and only 2% of those students can graduate--alive". He then gave us a grin. 

 

"Is this guy trying to scare a nineteen years old prince and a twenty-two years old knight?"

 

Cyrvian whispered to my ear enough that I am the only one who can hear it. 

 

I can't believe my access in this school will be very independent. Even the guard doesn't know me, or even let the academy know that a royalty is here. This just means I wont be expecting to be treated as a noble. 

 

"I have no issues with that, bring it on" I answered him with a smirk. 

 

My answer to him seems confident, however my knees are about to give up right after hearing the chances of survival in this academy. The grumpy guy also replied with a smirk.

 

"If that's it then welcome to Esqrèma Knights & Mages Academy!". 

 

We went inside and passed by the lobby. From afar the field can be seen with a forest behind it. A lot of squires are starting to train and doing warm ups. 

 

"You must be new here, have you registered already?", a guy holding a shield asked. 

 

"Ah yes, I'm with..." I looked behind to check on Cyrvian but he's not with me. This idiot was just behind me a while ago. 

 

"Don't worry, registering here is pretty simple". He took out a small device that looked like a button. 

 

"Here, place your hand and kindly state your name please". He instructed. 

 

After the things we've gone through we finally had a proper place to stay. However, it is far different from the palace. It looks more like a cabin than a dorm for students. 

 

"Your Highness I cannot believe they let you stay in this kind of crappy cabin that is full of rubbish! Curse on them!!" 

 

And my knight's gone hysterical once more. 

 

"If we know magic this will be the only peace of cake to fix this cabin". I said. 

 

Well, actually Cyrvian is making a point here. The cabin really looked crappy. There are spider webs everywhere and the woods on the ceiling are likely to give up already.

 

"Would you want me to look for a mage to fix this cabin, your Highness?"Cyrvian suggested. 

 

"No...we'll keep everything low-key. If we're alone you can call me my title but-- if we are with people just call me by my name, got it?" I explained it to him and understood everything. 

 

Tomorrow will be the start of the classes. I am expecting everything will be new to me for since I was in the palace I received private tutors for being a swordsman. However, I was too lazy to practice it. This was also one of the reasons why my father lose favor with me. 

 

"Goodnight Your Highness! Sleep tight!". Cyrvian said as he blew his candle on the bedside. 

 

"Sleep well hysterical knight" I whispered to myself and smiled a little. 

 

I lay in my bed and stared at the ceiling for a long time trying to register the things that happened in the journey we just had and how I ended up in this place. I snapped out of the idea, blew the candle from my bedside, and went to sleep. Tomorrow will be a long day.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
69
บทที่ 1 จุดจบที่น่าอนาถของเว่ยจิ่นซู
ณ.เรือนร้างอันห่างไกลผู้คนของจวนจิ้งอันโหวตระกูลเจียง เว่ยจิ่นซูนอนสิ้นไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียงไม้เก่าคร่ำคร่า ยามนี้ร่างกายของนางไร้ความรู้สึกไปนานแล้ว ทำได้แค่เพียงรอวันที่จะสิ้นใจเพียงเท่านั้นเสียงประตูไม้ค่อยๆ เปิดออก ผู้ที่เดินเข้ามาคือเจียงจื่อเหยียนผู้เป็นสามีของนาง สตรีที่เดินเคียงข้างกายของเขาคือเวินหลัน อนุโฉมงามที่เจียงจื่อเหยียนโปรดปรานมากที่สุด“ยังไม่ตายอีกหรือ ทั้งที่ไม่ได้กินน้ำและอาหารมาหลายวันแล้ว ถูกวางยาสลายกำลังแถมยังถูกตัดเส้นเอ็นมือและเท้าไปหมดแล้ว ข้ายังหลงคิดว่านางจะตายไปแล้วเสียอีก”เสียงของเวินหลันเต็มไปด้วยความรังเกียจ สายตาของนางยามที่จ้องมองเว่ยจิ่นซูเต็มไปด้วยความริษยาและความเกลียดชัง หากไม่มีเว่ยจิ่นซูยามนี้คนที่จะได้ครอบครองตำแหน่งฮูหยินผู้เป็นภรรยาเอกของเจียงจื่อเหยียนก็ควรจะเป็นนาง แต่เพราะเว่ยจิ่นซูผู้นี้จึงทำให้นางต้องลดตัวลงมากลายเป็นอนุของเจียงจื่อเหยียนเช่นนี้“จิ่นซู ข้านับถือความอดทนของเจ้าจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ข้ารอให้เจ้าตายเองไม่ไหวแล้ว ยามนี้ท่านผู้สำเร็จราชการกำลังจะมาเคารพศพเจ้า หากเขาพบว่าไม่มีศพของเจ้าอยู่ในโลงคงได้เกิดเรื่องใหญ่เป็นแน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ร่างไร้คนฝัง
ความตายไม่ได้ทำให้ทุกสิ่งสิ้นสุดลงอย่างที่เว่ยจิ่นซูเคยคิด อย่างน้อยที่สุด ดวงวิญญาณของนางก็ยังคงล่องลอยอยู่บริเวณชายป่าแห่งนั้น ไม่อาจจะจากไปไหนได้ไกลนักนางลอยอยู่เหนือร่างของตนเอง มองเสื่อเก่าเปื้อนฝุ่นที่ห่อหุ้มศพอย่างลวก ๆ แล้วอดทอดถอนใจออกมาไม่ได้ชีวิตนี้ของนาง... พ่ายแพ้เสียจนไม่น่ามองจริง ๆ ทั้งที่เกือบจะหนีพ้นแล้วแท้ ๆ หากวันนั้นเจียงจื่อเหยียนไม่ได้ใช้ชีวิตของติงเซียงมาข่มขู่นาง บางทีนางอาจหลบหนีออกจากศาลบรรพชนไปได้ตั้งแต่ตอนนั้นติงเซียงเป็นสาวใช้ที่ติดตามนางมาตั้งแต่ยังเยาว์ พวกนางเติบโตมาด้วยกัน แม้ว่าในนามจะเป็นนายบ่าว แต่สำหรับเว่ยจิ่นซูแล้ว ติงเซียงไม่ต่างจากน้องสาวคนหนึ่งของนางตอนที่นางถูกลงทัณฑ์ตามกฎของตระกูลเจียง ถูกกักไว้ในศาลบรรพชน แถมยังถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ติงเซียงเป็นคนที่เสี่ยงชีวิตแอบเข้ามาช่วยเหลือนางยามนั้นเว่ยจิ่นซูยังจำได้ดี ว่าติงเซียงคุกเข่าลงตรงหน้านาง มือสั่นเทาขณะปลดโซ่ที่ล่ามข้อเท้าของนางออก“คุณหนู ท่านรีบหนีไปเถิดเจ้าค่ะ”“แล้วเจ้าล่ะ”“บ่าวจะถ่วงเวลาเอาไว้ให้”เว่ยจิ่นซูในตอนนั้นส่ายหน้าทันที นางรู้ดีว่าการถ่วงเวลาหมายถึงอะไร แต่ติงเซียงกล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 เข้าใจผิด
สุนัขป่าตัวหนึ่งค่อย ๆ เข้าใกล้ศพของนางมากขึ้น มันก้มหน้าลงสูดกลิ่นบริเวณชายเสื่อ เว่ยจิ่นซูรู้สึกจุกขึ้นมาในอก ทั้งขมขื่นทั้งน่าเวทนา น้ำตาของดวงวิญญาณค่อย ๆ ไหลรินลงมา“ข้าตายถึงเพียงนี้แล้ว ยังจะไม่ปล่อยให้เหลือศพดี ๆ อีกหรือ...”ทันใดนั้นเสียงคำรามแผ่วต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ฝูงสุนัขป่าทั้งหมดชะงักพร้อมกัน เว่ยจิ่นซูหันไปมอง เงาดำขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากแนวไม้ด้วยความรวดเร็วสัตว์ตัวนั้นคือเสือดำขนาดใหญ่ มันกระโจนเข้าไปชนสุนัขป่าตัวหนึ่งจนกลิ้งกระเด็น กรงเล็บคมตวัดออก เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นทันที ฝูงสุนัขป่าที่เหลือแยกเขี้ยวข่มขู่ แต่เสือดำตัวใหญ่กลับไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย มันยืนขวางอยู่เบื้องหน้าศพของเว่ยจิ่นซูลำตัวกำยำ ขนดำสนิทเป็นมัน ดวงตาสีอำพันส่องประกายในความมืดจากนั้นก็กระโจนเข้าหาฝูงสัตว์อีกครั้งเว่ยจิ่นซูเบิกตากว้าง หัวใจที่ไม่มีวันเต้นได้อีกแล้วเหมือนกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสือดำตัวนั้นเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ทั้งกัด ทั้งตะปบ ฝูงสุนัขป่าหลายตัวถูกขับไล่จนถอยหนียิ่งเว่ยจิ่นซูมองมากเท่าใด ความรู้สึกคุ้นเคยก็ยิ่งเพิ่มขึ้น จนกระทั่งแสงจันทร์ลอดผ่านกิ่งไม้ตกกระทบร่างของมันอย่างช
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 สังหารคนตระกูลเจียง
หลังจากพบร่างของเว่ยจิ่นซูที่ชายป่า เผยหานโจวไม่ได้พานางกลับจวนตระกูลเผยในทันทีเขาอุ้มร่างไร้วิญญาณของนางขึ้นมาด้วยตนเอง ใช้เสื้อคลุมสีดำห่อร่างอันเย็นชืดเอาไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะพากลับไปยังจวนจิ้งอันโหวตลอดทางไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปาก เหล่าองครักษ์ที่ติดตามเผยหานโจวมาหลายปีล้วนมองออกว่า ยามนี้นายเหนือหัวของพวกเขากำลังอยู่ในอารมณ์ที่อันตรายเพียงใดสีหน้าของเขาสงบนิ่ง ไม่ตะโกน ไม่แสดงอาการโกรธเกรี้ยว แต่ยิ่งสงบนิ่งมากเท่าใด กลับยิ่งทำให้ผู้คนหวาดหวั่นมากขึ้นเท่านั้นเสี่ยวเฮยเดินตามมาอย่างไม่ยอมห่าง ส่วนดวงวิญญาณของเว่ยจิ่นซูก็ล่องลอยติดตามพวกเขากลับไปเช่นกันนางมองเผยหานโจวที่ยังคงโอบอุ้มร่างของตนเองเอาไว้ตลอดทาง ความรู้สึกในใจซับซ้อนจนไม่รู้ว่าควรอธิบายอย่างไรนางยังไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริง ๆ เหตุใดเขาจึงเสียใจต่อการจากไปของนางมากถึงเพียงนี้ทั้งที่หลายปีที่ผ่านมา เขาแทบไม่เคยมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนเลยสักครั้ง แต่ยามนี้กลับไม่ยอมแม้กระทั่งให้คนอื่นแตะต้องร่างของนาง ยิ่งคิด นางก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อขบวนของเผยหานโจวเดินทางกลับถึงจวนจิ้งอันโหว ประตูใหญ่ของจวนถูกปิดล้อมเอาไว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 หากสวรรค์ให้โอกาส
ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเผยที่กำลังนอนป่วยอยู่บนเตียง เมื่อได้ยินเรื่องที่เผยหานโจวต้องการแต่งงานกับร่างไร้ลมหายใจของเว่ยจิ่นซู นางไม่ได้คัดค้านแต่กลับร้องไห้ออกมาแล้วพูดเพียงว่า“แต่งเถิด... เดิมทีซูเอ๋อร์ก็ควรเป็นหลานสะใภ้ของข้า”ดังนั้นงานแต่งงานที่แปลกประหลาดที่สุดในเมืองหลวงจึงเกิดขึ้นไม่มีเสียงหัวเราะไม่มีเจ้าสาวเดินออกมาจากเกี้ยวมีเพียงร่างไร้วิญญาณของเว่ยจิ่นซูที่ถูกแต่งกายด้วยชุดเจ้าสาวสีแดง เครื่องประดับทุกชิ้นล้วนเป็นของที่ฮูหยินผู้เฒ่าเคยเตรียมเอาไว้ให้นางเมื่อหลายปีก่อนดวงวิญญาณของเว่ยจิ่นซูยืนมองร่างของตนเอง สีแดงสดของชุดแต่งงานทำให้นางเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก นี่คือชุดที่นางควรได้ใส่ตั้งแต่หลายปีก่อนในงานแต่งงานกับเผยหานโจวตอนที่นางแต่งเข้าจวนจิ้งอันโหวนางไม่ยอมนำติดตัวไปด้วย ไม่คิดจะเหลือบมองเลยเสียด้วยซ้ำ แต่ยามนี้นางกลับได้สวมใส่เมื่อไม่มีลมหายใจแล้วเผยหานโจวอยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงเช่นกัน เขายืนอยู่ข้างร่างของนาง ทำพิธีทุกขั้นตอนด้วยตนเอง หลังจากพิธีเสร็จสิ้น เขาจึงประกาศต่อหน้าคนทั้งตระกูลว่า“ตั้งแต่นี้ไป เว่ยจิ่นซูคือภรรยาเอกของข้า เป็นนายหญิงของจวนตระกูลเผย ชั่วชี
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 ความรู้สึกผิดที่นางตั้งใจมอบให้เขา
ดูเหมือนว่าสวรรค์จะเมตตานางแล้วจริงๆ หลังจากเผยหานโจวตายดวงวิญญาณของนางก็ราวกับได้รับการปลดปล่อย นางถูกดึงเข้าสู่วัฏสงสารแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง นางหลับตาลงเพื่อพยายามปล่อยวางอดีตของตนเอง แม้ว่าในใจจะปล่อยวางไม่ได้แต่นางก็ไม่คิดจะฝืนกฎเกณฑ์ของสวรรค์สิ่งที่เว่ยจิ่นซูคาดไม่ถึงก็คือเมื่อลืมตาขึ้นมานางจะกำลังยืนอยู่ท่ามกลางผู้คน ในงานเลี้ยงบุปผาที่ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเผยจัดขึ้น คนที่ยืนอยู่ตรงหน้านางคือเผยหานโจว และดูเหมือนว่าเขาจะพึ่งพูดกับนางต่อหน้าทุกคนว่า“จิ่นซู ข้าอยากถอนหมั้นกับเจ้า”“หานโจว เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำอันใดอยู่”เสียงตวาดของเผยหรงเซวียนผู้นำตระกูลเผยคนปัจจุบันและเป็นบิดาของเผยหานโจวทำให้เว่ยจิ่นซูหันไปมอง ข้างกายของเขาคือซ่งหนิงฮุ่ยฮูหยินใหญ่ผู้เป็นมารดาแท้ๆ ของเผยหานโจว คนที่นั่งหน้าซีดเผือดในตำแหน่งประธานของงานในวันนี้คือฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเผย เกาหย่าหลิน“ข้าขอพูดอีกครั้ง ข้าต้องการถอนหมั้นกับเว่ยจิ่นซู”คำพูดของเผยหานโจวทำให้เว่ยจิ่นซูพลันได้สติอีกครั้ง นางจ้องมองเขาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง หยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาจากดวงตาของนางไม่ได้ทำให้สีหน้าเย็นชาของเขาสั่นไ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 หลั่งน้ำตาให้กับความเสียใจ
เผยหานโจวไม่ได้หันกลับไปมอง เขาเพียงถามเสียงเย็นถามบ่าวรับใช้ที่ติดตามมา“เขาเป็นอย่างไรบ้าง”บ่าวด้านหลังรีบตอบ“สำลักน้ำไปบ้างขอรับ แต่ยังมีสติอยู่ ส่งคนไปตามท่านหมอมาแล้วขอรับ”“อืม”เผยหานโจวตอบเท่านั้น แล้วอุ้มเว่ยจิ่นซูเดินต่อ โดยไม่ใส่ใจความเป็นความตายของเจียงจื่อเหยียนเลยแม้แต่น้อย เว่ยจิ่นซูไม่ได้รู้สึกประหลาดใจต่อท่าทีของเขา คนผู้นี้ที่นางรู้จักโหดเหี้ยมแม้แต่กับตนเองแล้วยังจะเผื่อใจไปห่วงใยผู้อื่นได้อย่างไร แค่เขาห่วงใยนางถึงขั้นนี้ก็นับว่ารู้สึกดีต่อนางมากแล้ว...ไม่นานนักเผยหานโจวก็มาถึงเรือนของนาง ทันทีที่สาวใช้เห็นสภาพของคุณหนูตนเองก็แตกตื่นกันไปหมด“คุณหนู!”“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ!”“รีบเตรียมน้ำร้อน!”“เอาผ้าสะอาดมา!”เผยหานโจวเดินตรงไปยังเตียง ก่อนวางร่างของนางลงอย่างระมัดระวัง...ระมัดระวังเสียจนเว่ยจิ่นซูแทบอยากลืมตาขึ้นมาดูให้แน่ใจว่าคนผู้นี้คือเผยหานโจวจริงหรือไม่ชายหนุ่มนั่งลงข้างเตียง มือหนึ่งของเขายังคงจับข้อมือของนางเอาไว้“จิ่นซู”เขาเรียกอีกครั้ง เสียงต่ำแหบพร่ากว่าปกติ“ท่านหมอกำลังมา เจ้าจะต้องไม่เป็นอันใดนะ”เว่ยจิ่นซูได้ยินแล้วก็พยายามควบคุมใบหน้า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 ชาตินี้ข้าจะเลือกทางรอดของตนเอง
เว่ยจิ่นซูปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาตามหางตาอย่างช้า ๆ นางไม่ได้ยกมือขึ้นเช็ด เพียงจ้องมองเผยหานโจวที่ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยสายตาเย็นชาเมื่อครู่นี้เขายังเต็มไปด้วยความร้อนรน เป็นห่วงว่านางจะเป็นอันตราย แต่พอเรื่องวกกลับมาถึงการแต่งงาน สีหน้าของเขาก็กลับมาเย็นชาดังเดิมราวกับเรื่องความรู้สึกของตนเองสามารถตัดทิ้งได้เพียงเพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ควรทำชาติก่อนเขาก็เป็นเช่นนี้ ทั้งที่มีนางอยู่ในใจ ทั้งที่ภายหลังยอมแต่งงานกับร่างไร้วิญญาณของนาง ทั้งที่ครองตัวเป็นหม้ายตลอดชีวิต กระทั่งก่อนตายยังจมอยู่กับความเสียใจจนไม่คิดอยากมีชีวิตต่อแต่ในวันที่ยังสามารถเลือกได้... เขากลับเลือกบ้านเมืองก่อนความรู้สึกเลือกผลักไสนางออกไป เลือกตัดสินใจแทนนาง และเลือกเชื่อว่าการทำให้นางเกลียดคือหนทางที่ดีที่สุดเว่ยจิ่นซูมองเขาแล้วรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาในใจ คนผู้นี้ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริง ๆ ชาติที่แล้วเป็นเช่นไร ชาตินี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น เพียงแต่นางไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว“ใจดำอำมหิตหรือ...”เผยหานโจวทวนคำของนางช้า ๆ ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสงบ แต่แววตากลับสั่นไหวเล็กน้อย เว่ยจิ่นซูหัวเราะทั้งน้ำตา“ไม่ใช่หรือ”“ท่านรู้ว่าข้ารักห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 ปกป้องตนเองโดยไม่ฝากชีวิตไว้กับผู้ใด
เว่ยจิ่นซูยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่ทำให้เผยหานโจวอ่านไม่ออก“ท่านพี่หานโจว”น้ำเสียงของนางทำให้เขานิ่งงันไปเล็กน้อย ตั้งแต่เขาพูดเรื่องถอนหมั้น นางยังไม่เคยเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้อีกเลย“ข้ามีคำถามหนึ่งอยากจะถามท่านเจ้าค่ะ”“เจ้าถามมาเถิด”“หากไม่ถอนหมั้นกับข้า ท่านจะฆ่าข้าหรือไม่”เผยหานโจวขมวดคิ้วทันที“เจ้าพูดอะไร”“ตอบมาก็พอ”สีหน้าของเขาเย็นลง“ไม่มีวัน”เว่ยจิ่นซูพยักหน้า“จะคิดเอาทรัพย์สินของข้าหรือไม่”“ไม่”“จะยอมให้อนุหรือสตรีอื่นทำร้ายข้าหรือไม่”คราวนี้เผยหานโจวมองนางด้วยความประหลาดใจมากกว่าเดิม“ข้าจะไม่มีอนุ”คำตอบนี้ทำให้เว่ยจิ่นซูชะงักไปเล็กน้อย แม้จะรู้ชัดอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินจากปากเขาในวัยหนุ่ม ความรู้สึกก็ยังต่างกันอยู่บ้างนางจึงถามต่อ“แล้วหากมีคนคิดจะทำร้ายข้าเล่า”แววตาของเผยหานโจวเย็นลง“ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ภายใต้การคุ้มครองของตระกูลเผย ไม่มีผู้ใดทำร้ายเจ้าได้”เว่ยจิ่นซูยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย ดี! เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว เผยหานโจวกลับรู้สึกว่าคำถามเหล่านี้ของนางช่างประหลาดยิ่งนัก“เหตุใดจึงถามเรื่องพวกนี้”เว่ยจิ่นซูไม่ตอบตามตรงจะให้นางบอกได้อย่างไรว่าเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 กำลังที่ควรอยู่ในมือตนเอง
รุ่งเช้าวันถัดมา เว่ยจิ่นซูตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดศีรษะเล็กน้อย ผลจากการแสร้งเจ็บตัวเพื่อแลกกับความรู้สึกผิดของเผยหานโจวสมจริงมากจนเกินไป จนส่งผลกระทบต่อร่างกายของนางกลางดึกนางมีไข้จริง ๆ ติงเซียงจึงเฝ้าอยู่ข้างเตียงแทบตลอดทั้งคืน ยามนี้เมื่อเห็นนางลืมตา สาวใช้ก็รีบเข้ามา“คุณหนูรู้สึกเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”“ดีขึ้นแล้ว”เว่ยจิ่นซูตอบ ก่อนจะยื่นมือแตะหน้าผากตนเอง ยังอุ่นอยู่เล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับเป็นไข้สูง“เทียบขอเข้าพบส่งไปแล้วหรือยัง”“ส่งไปแล้วเจ้าค่ะ”ติงเซียงรีบตอบ“คนจากจวนตระกูลโม่ส่งคำตอบกลับมาแล้วด้วยเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพโม่ทราบว่าคุณหนูอยากพบก็ให้คนมาแจ้งว่า วันนี้ไม่ว่าคุณหนูจะไปเวลาใด เขาจะอยู่รอพบท่านที่จวนเจ้าค่ะ”เว่ยจิ่นซูนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา สมกับเป็นคนสนิทของบิดาจริง ๆ ต่อให้ผ่านมาหลายปี เขาก็ยังไม่ลืมนาง“ดี”นางพลิกผ้าห่มออก“เตรียมเสื้อผ้าให้ข้า”ติงเซียงตกใจ“จะไปตอนนี้เลยหรือเจ้าคะ”“อืม”“แต่คุณหนูยังมีไข้อยู่เลยนะเจ้าคะ”“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”เว่ยจิ่นซูยืนกราน“เรื่องนี้ช้าไม่ได้”ติงเซียงยังลังเล“ถ้าฮูหยินผู้เฒ่าทราบเข้า...”เว่ยจิ่นซูชะงัก จริงด้วย ถ้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status