เข้าสู่ระบบชาติก่อนนางถูกถอนหมั้นอย่างน่าอับอาย พอมีบุรุษที่ดีมาขอแต่งงานนางจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล สุดท้ายสามีที่นางคิดว่าเป็นคนดีทำให้นางต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง คนที่ฝังศพให้นางกลับกลายเป็นอดีตคู่หมั้นที่เคยถอนหมั้นนางอย่างไม่ไยดี เขาหลั่งน้ำตาให้นาง แก้แค้นให้นาง และเฝ้าหลุมศพของนางจวบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเขา เมื่อนางได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ สิ่งแรกที่นางทำก็คือไม่ยอมให้เขาถอนหมั้นกับนาง เพราะนางตั้งใจแล้วว่าชาตินี้ของนางจะต้องแต่งกับเขาเพียงเท่านั้น
ดูเพิ่มเติมหลังคลอดเผยจื่อโม่ไปสองปี เว่ยจิ่นซูก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง คราวนี้เผยหานโจวมีประสบการณ์มากขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ถามหมอว่าเหตุใดตั้งครรภ์เร็วถึงเพียงนี้อีก แต่ความกังวลกลับไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อยโดยเฉพาะเมื่อหมอตรวจพบว่าในครรภ์มีเด็กสองคน เผยหานโจวเงียบไปนานมาก จากนั้นวันรุ่งขึ้น แพทย์ประจำจวนเพิ่มจากหนึ่งคนเป็นสามคนเว่ยจิ่นซูได้แต่มองเขาอย่างจนใจ“ท่านพี่ ข้าตั้งครรภ์ฝาแฝด ไม่ได้กำลังจะไปรบเจ้าค่ะ”“ฝาแฝดยิ่งต้องระวัง”“แต่ไม่จำเป็นต้องให้หมอสามคนผลัดกันมาตรวจข้าทุกวัน”“จำเป็น”สุดท้ายนางก็เถียงไม่ชนะ และหลายเดือนต่อมา ฝาแฝดชายหญิงก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างปลอดภัย บุตรชายคนรองได้รับชื่อว่า เผยจื่อเฟิง ส่วนบุตรสาวเพียงคนเดียวได้รับชื่อว่า เผยจื่อหนิงหลังจากนั้น... ความเงียบสงบของเรือนจู๋อิ่งเซวียนก็สิ้นสุดลงอย่างแท้จริงถ้าเผยจื่อโม่คือเผยหานโจวตัวน้อย เผยจื่อเฟิงก็คงเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับบิดาอย่างสิ้นเชิงเด็กชายเฉลียวฉลาดคล่องแคล่วพูดเก่งซุกซนและมีความสามารถพิเศษในการสร้างเรื่องจนคนทั้งจวนปวดศีรษะ ตอนอายุห้าขวบ เขาปีนกำแพงจวนออกไปดูการแสดงข้างถนนอายุหกขวบ เขาพาเด็กบ่าวในจวนไป “ปราบคนชั่ว” เ
เมื่อกลับถึงจวน เว่ยจิ่นซูเพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน เผยหานโจวก็ตามกลับมา เร็วกว่าที่นางคาด ประตูห้องเปิดออก นางเงยหน้าขึ้นก็พบสามียืนอยู่ตรงนั้น“กลับเร็วเช่นนี้เชียวเจ้าคะ”“อืม”“เรื่องที่ลานประหารเรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะ”“เรียบร้อยแล้ว”เว่ยจิ่นซูมองเขา เผยหานโจวเองก็มองนาง ต่างฝ่ายต่างเงียบ สุดท้ายเว่ยจิ่นซูเป็นฝ่ายกลั้นหัวเราะไม่อยู่“ท่านพี่”“หืม”“ท่านกำลังหึงคนตายหรือเจ้าคะ”เผยหานโจวขมวดคิ้ว“ข้าไม่ได้หึง”“เจ้าค่ะ”นางพยักหน้าอย่างว่าง่าย“ท่านไม่ได้หึง”“...”“เพียงแต่พอเขาถามว่าถ้าท่านถอนหมั้น ข้าจะเลือกแต่งกับเขาหรือไม่ สีหน้าท่านก็เหมือนอยากให้เพชฌฆาตลงมือเร็วกว่ากำหนดเท่านั้นเอง”เผยหานโจวเดินเข้ามา“เจ้าโต้ตอบกับเขานานเกินไป”เว่ยจิ่นซูเบิกตา“ข้าโต้ตอบนานตรงไหน”“เจ้ามองเขาอยู่ครู่หนึ่งด้วย”“ข้ากำลังคิดคำพูด”“ไม่ต้องคิด”“แล้วจะให้ข้าพูดว่าอะไร”เผยหานโจวมองนางตรง ๆ“บอกเขาว่าไม่มีวัน”เว่ยจิ่นซูนิ่งไป จากนั้นหัวเราะจนต้องยกมือกุมท้อง“อย่าหัวเราะแรง”เขารีบเข้ามาประคองทันที“ระวังลูก”เว่ยจิ่นซูยิ่งหัวเราะ“ท่านพี่ ท่านช่าง...”“ช่างอะไร”“ช่างใจแคบจริง ๆ”“อืม”คราวนี
วันประหารเจียงจื่อเหยียน ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงแจ่มใสผิดกับบรรยากาศในลานประหารอย่างสิ้นเชิงผู้คนมารวมตัวกันตั้งแต่เช้า ชื่อของเจียงจื่อเหยียนไม่ได้เป็นเพียงชื่อของนักโทษคนหนึ่ง หากยังเป็นซื่อจื่อของจวนจิ้งอันโหว ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซ่องสุมกองกำลังลับ ยักยอกทรัพย์สิน กักตุนเสบียง และพัวพันกับความผิดฐานคิดการไม่ซื่อหลังการสอบสวนยืดเยื้อมาหลายเดือน ในที่สุดราชสำนักก็ตัดสินโทษประหาร ผู้ควบคุมการประหารยังคงเป็นเผยหานโจวยามนี้เขาไม่ใช่ราชเลขาธิการดังเช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว แต่เป็นผู้สำเร็จราชการที่ยืนอยู่เหนือขุนนางจำนวนมากในราชสำนักเพียงเขานั่งอยู่บนแท่นควบคุมการประหาร บรรยากาศโดยรอบก็เงียบสงบลงเองโดยไม่ต้องมีผู้ใดออกคำสั่งเจียงจื่อเหยียนถูกนำตัวออกมาในชุดนักโทษหลายเดือนในคุกทำให้รูปลักษณ์ของเขาเปลี่ยนไปมากชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยสวมเสื้อผ้าหรูหรา ใบหน้าสะอาดสะอ้าน ยามยิ้มราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ยามนี้กลับซูบผอม ผมเผ้ายุ่งเหยิง ริมฝีปากแห้งแตกทว่าเมื่อกวาดสายตามองผู้คนรอบลานประหาร ดวงตาของเขากลับหยุดลงที่ร่างหนึ่งทันทีสตรีผู้นั้นยืนอยู่ค่อนข้างไกล นางสวมเสื้อคลุมหลวมสีอ่อน หมวกผ้า
ขุนนางฝ่ายที่ยังลังเลอยู่รอบด้านพลันตัดสินใจคนหนึ่งคุกเข่าจากนั้นคนที่สองคนที่สามไม่นานเสียงถวายพระพรก็ดังก้องไปทั่วหน้าตำหนัก“ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี!”คังอ๋องยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางคนที่คุกเข่าทั้งหมด ใบหน้าค่อย ๆ ซีดลง เขาแพ้แล้ว และแพ้ในวินาทีที่ราชครูฉินยอมถอยรุ่งเช้า หลี่เฉิงหยวนถูกประคองขึ้นนั่งเหนือบัลลังก์มังกร เด็กน้อยในฉลองพระองค์สีทองดูตัวเล็กอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับท้องพระโรงอันกว้างใหญ่ฮองเฮาได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นไทเฮา ส่วนอดีตไทเฮาได้รับแต่งแต่งให้เป็นไทฮองไทเฮา พระราชทานตำหนักโซ่วอันให้องค์ไทฮองไทเฮาตระกูลฉู่ไปถือศีลที่นั่นตราบจนสิ้นอายุขัย… นับว่าเป็นการหาหนทางลงให้ฉู่ไทฮองไทเฮาได้อย่างงดงามที่สุด โดยที่หลี่เฉิงหยวนฮ่องเต้ไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหลานอกตัญญูด้วยเผยหานโจวยืนอยู่หน้าขุนนางทั้งปวงในฐานะผู้สำเร็จราชการ ราชโองการแต่งตั้งถูกประกาศต่อหน้าราชสำนักอีกครั้ง ไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้านเมื่อคืนคังอ๋องพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง กองกำลังที่เขานำมาถูกปลดอาวุธ นายทหารที่เกี่ยวข้องถูกควบคุมตัว คนของเขาในเมืองหลวงถูกเรียกสอบสวน ส่วนตัวคังอ๋องถูกกักบริเวณในจวน รอ











