مشاركة

บทที่ 6

last update تاريخ النشر: 2026-07-30 12:42:24

ลู่หว่านถิงนั่งอย่างสงบนิ่งในเรือนใหญ่ นึกถึงคำพูดของคุณชายกู้ที่กล่าวกับนางไว้ สีหน้าเขาดูมั่นใจจนคนหลงเชื่อ

'เจ้าให้คนสนิทลอบนำปิ่นปักผมหยกขาวลายดอกเหมยของเจ้าไปมอบให้ข้า'

"เสี่ยวเม่ย ข้าถามเจ้าอีกครั้ง ตั้งแต่ข้าฟื้นไข้ เจ้าเคยเห็นปิ่นหยกขาวเล่มนั้นในกล่องเครื่องประดับหรือไม่"

"ไม่เคยเลยเจ้าค่ะคุณหนู บ่าวค้นหาทั่วแล้ว คิดว่าคงร่วงหายไปในสระน้ำตอนที่คุณหนูตกน้ำจริง ๆ เจ้าค่ะ"

เสี่ยวเม่ยยืนยัน

ลู่หว่านถิงหรี่ตาแคบลง

'ปิ่นอยู่ที่ขอบสระในเรือนใน แต่หลุดไปอยู่ในมือคุณชายกู้ข้างนอก ข่าวลือแพร่สะพัดในจังหวะที่ประจวบเหมาะ หากไม่มีหนอนบ่อนไส้คอยวางแผนให้ข้าผิดใจกับสหาย มีหรือเรื่องจะบานปลายขนาดนี้'

"ลู่หว่านถิง คนแพศยา ออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้นะ!"

เสียงตวาดลั่นที่เต็มไปด้วยโทสะบุกฝ่าบ่าวไพร่เข้ามาถึงเรือนใหญ่ ร่างของเมิ่งชิงเหยาในชุดไหมสีเข้ม ในมือกำปิ่นหยกขาวไว้แน่นก้าวฉับ ๆ เข้ามา ดวงตาคู่สวยแดงฉานด้วยความผิดหวังและคลั่งแค้น

ลู่หว่านถิงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสงบ นัยน์ตากลมจ้องมองสหายรักในอดีตชาติที่กำลังเดินเข้าสู่กับดักข่าวลือจากสายตาของคนนอก

ชาติก่อนในเหตุการณ์นี้ เมิ่งชิงเหยาจะปรี่เข้ามาตบหน้านางอย่างแรง ขว้างปิ่นใส่หน้านางและประกาศตัดสัมพันธ์อย่างไม่มีชิ้นดี โดยที่นางในตอนนั้นได้แต่ยืนหยิ่งทะนงไม่ยอมปริปากอธิบาย

ทว่าชาตินี้นางจะไม่หันหลังหนีอีกต่อไป

ในขณะที่ลู่หว่านถิงกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูด พลันมีร่างบอบบางของเด็กสาวในชุดคลุมสีสดใสวิ่งถลันออกมาจากมุมเรือน ท่าทางลนลานและตื่นตระหนกของลู่ซือฉิงสอดรับกับแววตาใสซื่อที่เอ่อล้นไปด้วยความห่วงใย โดยมีป้าหวังและบ่าวไพร่แอบยืนมองอยู่ห่าง ๆ

"พี่ชิงเหยา ช้าก่อนเจ้าค่ะ อย่าเพิ่งลงมือกับพี่หญิงเลยนะเจ้าคะ"

ลู่ซือฉิงวิ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างสองสหาย นางกางแขนปกป้องลู่หว่านถิงไว้เบื้องหลัง น้ำเสียงหวานใสสั่นเครือ

"เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจผิดกันแน่ ๆ เจ้าค่ะ พี่ชิงเหยาโปรดใจเย็นก่อน"

เมิ่งชิงเหยาชะงัก จ้องมองลู่หว่านถิงสลับกับใบหน้าของลู่ซือฉิง

"เข้าใจผิดงั้นหรือ ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงว่าพี่สาวของเจ้าแอบลอบนัดพบคุณชายกู้ลับหลังข้า ซ้ำยังมีปิ่นหยกขาวเล่มนี้เป็นหลักฐานมัดตัว เจ้ายังจะแก้ตัวแทนนางอีกหรือ"

"ไม่ใช่เช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ"

ลู่ซือฉิงส่ายหน้ารัว ๆ สีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ทั้งเมิ่งชิงเหยาและลู่หว่านถิงต้องเบิกตา

"ปิ่นหยกขาวเล่มนี้ ความจริงแล้ว เป็นของข้าต่างหากเจ้าค่ะ"

คำพูดนั้นทำเอาบรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงทันตา

"ของเจ้า"

เมิ่งชิงเหยางุนงง ขมวดคิ้วแน่น

"แต่นั่นมันปิ่นประจำตัวของหว่านถิง"

"เมื่อก่อนย่อมเป็นของพี่หญิงเจ้าค่ะ แต่เมื่อสองเดือนก่อน พี่หญิงเอ็นดูข้าจึงได้มอบปิ่นให้ข้าครอบครองแล้ว ข้าสวมติดกายอยู่ตลอด บ่าวไพร่ในเรือนตะวันออกย่อมเป็นพยานได้"

ลู่ซิงฉิงหันไปส่งสายตาให้เสี่ยวชุ่ยและบ่าวคนสนิท ซึ่งรีบก้มหัวยืนยันเป็นเสียงเดียวกันทันที

"ปิ่นเล่มนี้เป็นของล้ำค่าที่ข้ารักยิ่งกว่าชีวิต เพราะเป็นของที่พี่หญิงมอบให้ แต่เมื่อหลายวันก่อนมันกลับหายไปจากห้องนอนของข้า ข้าหาเท่าใดก็ไม่พบ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนจิตใจชั่วช้าแอบขโมยออกไปข้างนอกเพื่อกลั่นแกล้งให้พี่หญิงและพี่ชิงเหยาต้องผิดใจกันเช่นนี้"

เมิ่งชิงเหยาเริ่มมีสีหน้าสับสน ความโกรธแค้นปานพายุเริ่มสั่นคลอนด้วยคำพูดของเด็กสาวตรงหน้าที่ร้อยเรียงมาอย่างดี

"หายไปงั้นหรือ แล้วใครจะบังอาจขโมยมันไปให้คุณชายกู้"

"ข้าเพิ่งสืบรู้ความจริงเมื่อเช้านี้เองเจ้าค่ะ"

ลู่ซือฉิงตีหน้าเศร้า ทอดถอนใจยาว

"มีบ่าวคนหนึ่งเพิ่งมาขอลาออกจากจวนไปเมื่อวานนี้ นางอาจจะแอบชอบคุณชายกู้อยู่ลึก ๆ จึงแอบขโมยปิ่นล้ำค่านี้ไปมอบให้คุณชายเพื่อหวังจะดึงความสนใจพอดูแล้วทำอะไรต่อไม่ได้ และกลัวความผิดจะมาถึงตัว จึงรีบเก็บข้าวของลาออกหนีหายไปเลยเจ้าค่ะ พี่หญิงของข้าเป็นคนรักนวลสงวนตัว นางจะทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ พี่ชิงเหยาโปรดให้เรื่องนี้แล้วกันไปเถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากเห็นพวกท่านต้องมาแตกหักกันเพราะบ่าวชั่วคนเดียว"

เมิ่งชิงเหยายืนนิ่งงัน ทั้งงุนงง ทั้งสับสน แต่เมื่อเห็นท่าทางยืนยันหนักแน่นและยอมออกหน้ารับแทนพี่สาวของลู่ซือฉิง นางก็เริ่มไม่แน่ใจในข่าวลือที่ได้ยินมา

ในขณะที่ลู่ซือฉิงกำลังเล่าเรื่องอย่างลื่นไหลอยู่นั้น ลู่หว่านถิงที่ยืนอยู่เบื้องหลังกลับไม่ได้เอ่ยปากขัดขวางแม้แต่คำเดียว นางจับจ้องแผ่นหลังของน้องสาวด้วยความเย็นยะเยือก

‘ลู่ซือฉิง เจ้าทำตัวเป็นคนดีกตัญญูปกป้องพี่สาวเพื่อตบตาเมิ่งชิงเหยา อีกด้านหนึ่งก็ถือโอกาสเอาปิ่นหยกขาวของล้ำค่าของมารดาข้าไปเป็นของตนเองหน้าตาเฉย ซ้ำยังโบ้ยความผิดให้บ่าวรับใช้อีก’

ลู่หว่านถิงกำลังจะเอ่ยปากถามถึง บ่าวรับใช้หญิงคนนั้น ทว่าประโยคถัดมาของลู่ซิงฉิงกลับขัดขึ้นเสียก่อน

"พี่หญิงท่านไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ ถึงแม้บ่าวคนใหม่ที่ท่านพ่อยกให้ข้าดูแลเมื่อสองเดือนก่อนจะเป็นคนทำเรื่องงามหน้า แต่ข้าในฐานะนายย่อมต้องร่วมรับผิดชอบ ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาใส่ร้ายพี่หญิงเด็ดขาดเจ้าค่ะ"

ลู่ซือฉิงหันมาส่งยิ้มหวานที่ตรงข้ามกับแววตาของนาง

บ่าวรับใช้คนใหม่ที่ท่านพ่อยกให้ดูแลเมื่อสองเดือนก่อน เป็นดั่งค้อนหนัก ๆ ที่ทุบลงกลางใจของลู่หว่านถิง

ร่างของนางชะงักค้าง ใบหน้างดงามแปรเปลี่ยนเป็นเงียบขรึมและเย็นชาลงทันที หัวใจวูบไหวด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึก ๆ ที่ยากจะอธิบาย

‘สองเดือนก่อน ข้ายังเป็นคุณหนูใหญ่ผู้จัดการดูแลความเรียบร้อยภายในจวน แต่ท่านพ่อกลับแอบซื้อบ่าวไพร่ชุดใหม่เข้ามา โดยไม่ผ่านตาข้าแม้แต่น้อย ซ้ำยังยกสิทธิ์ขาดให้น้องรองเป็นผู้ดูแลโดยตรง’

‘ความลำเอียงของท่านพ่อ แจ่มชัดถึงเพียงนี้เชียวหรือ’

ความจริงข้อนี้ทำให้ลู่หว่านถิงรู้สึกลึก ๆ ว่า ต่อให้นางพยายามทำดีเพียงใด ในสายตาของบิดา นางก็เป็นเพียงสตรีดื้อรั้นที่ไม่มีค่าเท่าลูกสาวคนรองที่ช่างประจบเอาใจ ความเงียบขรึมและแววตาที่หม่นแสงลงของพี่สาว ทำให้น้องสาวที่คอยลอบสังเกตอยู่ผุดรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก

นางรีบหันไปหาเมิ่งชิงเหยา แบมือเรียวเล็กทั้งสองข้างออกพร้อมรอยยิ้มสดใส

"พี่ชิงเหยาเจ้าคะ ในเมื่อความจริงกระจ่างแล้ว เช่นนั้นโปรดคืนปิ่นหยกขาวให้ซือฉิงเถิดเจ้าค่ะ ข้ารักมันมากจริง ๆ"

เมิ่งชิงเหยาที่กำลังสับสนและอึดอัดกับบรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างสองพี่น้อง ได้แต่ถอนหายใจยาว นางมองหน้าลู่หว่านถิงที่ยืนนิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา ก็คิดว่าข่าวลือคงเป็นเรื่องเหลวไหลจริง ๆ ท้ายที่สุด เมิ่งชิงเหยาจึงวางปิ่นหยกขาวลงบนฝ่ามือของลู่ซือฉิงอย่างคนที่สับสนกับเหตุการณ์ที่เด็กสาวกล่าวอ้าง

"ขอบคุณพี่ชิงเหยามากเจ้าค่ะ"

ลู่ซือฉิงรีบกำปิ่นไว้แน่น หันมาทางลู่หว่านถิงพลางเอ่ยทวงสัญญาต่อหน้าพยาน

"พี่หญิงเป็นพยานแล้วนะเจ้าคะ ปิ่นเล่มนี้ท่านยกให้ข้าแล้ว ห้ามเอาคืนเด็ดขาดนะเจ้าคะ ขอบคุณพี่หญิงมากเจ้าค่ะ"

เมิ่งชิงเหยารู้สึกขุ่นเคืองในใจลึก ๆ แม้เรื่องจะจบลงด้วยดีแต่ความรู้สึกระแวงในตัวสหายกลับไม่ได้จางหายไปทั้งหมด นางเอ่ยขอตัวลากลับจวนด้วยน้ำเสียงห่างเหิน

"ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน"

"เสี่ยวชุ่ย ไปส่งพี่ชิงเหยาเร็วเข้า"

ลู่ซือฉิงรีบสั่งการ ก่อนจะหันมาก้มหัวคารวะลู่หว่านถิงด้วยท่าทางนอบน้อมน่ายกย่อง

"พี่หญิงเพิ่งฟื้นไข้ รีบเข้าไปพักผ่อนด้านในเถิดเจ้าค่ะ ซือฉิงขอตัวนำปิ่นไปเก็บรักษาไว้ก่อนนะเจ้าคะ"

พูดจบ นางก็หมุนตัวเดินกลับเรือนนอนด้วยท่วงท่าผู้ชนะสูงสุด ทิ้งให้ลู่หว่านถิงยืนนิ่งงันอยู่หน้าเรือนใหญ่เพียงลำพัง ท่ามกลางสายลมยามสายที่พัดผ่านร่างอันเยือกเย็นของนาง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 51

    หลังจากนั้นมาหนุ่มสาวทั้งคู่ได้รับอนุญาตให้ไปไหนมาไหนด้วยกันเปิดเผย วันหนึ่งเสิ่นหร่งเจียจึงพาลู่หว่านถิงออกไปเที่ยวชมธรรมชาติแถบชานเมือง บรรยากาศยามบ่ายคล้อยเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ลมขุนเขาพัดโชยมาอ่อน ๆ พาเอาผืนป่าและทุ่งดอกไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์เอนลู่ไปตามแรงลม เสียงลำธารสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านโขดหินด

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 50

    หลังจากพายุร้ายพัดผ่านพ้นไป ความสงบเงียบแสนอบอุ่นก็กลับคืนสู่จวนเสนาบดีลู่อีกครั้ง ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ เงาร่างสูงใหญ่ของเสิ่นหร่งเจีย ที่บัดนี้เข้าออกจวนเสนาบดีลู่เพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบของคนในครอบครัวลู่หว่านถิงอย่างเปิดเผยและเต็มใจอย่างยิ่ง ชายหนุ่มมักจะหิ้วขนมที่นางชอบมาฝาก คอ

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 49

    ท้องฟ้าเหนือจวนเสนาบดีลู่ยามนี้ดูขุ่นมัวราวกับจะเกิดพายุใหญ่ เสิ่นหร่งเจียก้าวย่างผ่านประตูใหญ่เข้ามาด้วยแววตาที่เรียบนิ่งจนน่ากลัว ในมือของเขาถือกล่องขนมเปี๊ยะที่ซื้อมาใหม่แทนที่กล่องเดิมซึ่งถูกส่งไปตรวจสอบพิษในกองปราบหลวงเรียบร้อยแล้ว เขามุ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ ที่ซึ่งใต้เท้าลู่และลู่หว่านถิงนั่งหาร

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 48

    "เจ้ากำลังจะนำขนมนี้ไปให้ใคร" "ข้าเพียงแค่มาซื้อขนมไปกินเองขอรับ" ชายผู้นั้นโป้ปดเสียงสั่น เขาชักกระบี่ออกจากฝัก ประกายเงินวาววับสะท้อนเข้าตาของชายหนุ่มจนตัวสั่น เสิ่นหร่งเจียโน้มตัวลงมา สายตาคู่นั้นไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย "กองปราบหลวงมีวิธีง้างปากคนอยู่ร้อยวิธี โทษฐานสมรู้ร่วมคิดกับผู้ต้องข

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 47

    บริเวณท้ายจวนเสนาบดีลู่ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดไร้ผู้คน มีเพียงเสียงจักจั่นร้องระงมชวนให้รู้สึกอึดอัด ลู่ซือฉิงในชุดรุ่มร่ามแอบมายืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ใกล้กับบานประตูเล็กท้ายจวน นัยน์ตาคู่งามฉายแววกระวนกระวายพลางชะเง้อคอมองลอดช่องไม้เป็นระยะ ๆ ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูเบา ๆ สามครั้งก็ดังขึ้นตามน

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 46

    ‘ควบคุมข้า หลอกใช้ข้าอย่างนั้นรึ’ เสิ่นหร่งเจียขบฟันกรอดจนเกิดเสียงดัง จิตใจของสตรีผู้นี้ช่างต่ำช้าและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ในความโกรธแค้นนั้น หัวใจของเสิ่นหร่งเจียพลันบังเกิดความฉงนและสงสัยอย่างลึกล้ำ เขารู้เพียงแค่นางมาขอยาเบื่อหนูจากสหาย และป่าวประกาศว่าจะหลอกใช้เขา แต่ตัวเขาในหาได้ล่วงรู้ถึง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status