ลู่หว่านถิงนั่งอย่างสงบนิ่งในเรือนใหญ่ นึกถึงคำพูดของคุณชายกู้ที่กล่าวกับนางไว้ สีหน้าเขาดูมั่นใจจนคนหลงเชื่อ
'เจ้าให้คนสนิทลอบนำปิ่นปักผมหยกขาวลายดอกเหมยของเจ้าไปมอบให้ข้า'
"เสี่ยวเม่ย ข้าถามเจ้าอีกครั้ง ตั้งแต่ข้าฟื้นไข้ เจ้าเคยเห็นปิ่นหยกขาวเล่มนั้นในกล่องเครื่องประดับหรือไม่"
"ไม่เคยเลยเจ้าค่ะคุณหนู บ่าวค้นหาทั่วแล้ว คิดว่าคงร่วงหายไปในสระน้ำตอนที่คุณหนูตกน้ำจริง ๆ เจ้าค่ะ"
เสี่ยวเม่ยยืนยัน
ลู่หว่านถิงหรี่ตาแคบลง
'ปิ่นอยู่ที่ขอบสระในเรือนใน แต่หลุดไปอยู่ในมือคุณชายกู้ข้างนอก ข่าวลือแพร่สะพัดในจังหวะที่ประจวบเหมาะ หากไม่มีหนอนบ่อนไส้คอยวางแผนให้ข้าผิดใจกับสหาย มีหรือเรื่องจะบานปลายขนาดนี้'
"ลู่หว่านถิง คนแพศยา ออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้นะ!"
เสียงตวาดลั่นที่เต็มไปด้วยโทสะบุกฝ่าบ่าวไพร่เข้ามาถึงเรือนใหญ่ ร่างของเมิ่งชิงเหยาในชุดไหมสีเข้ม ในมือกำปิ่นหยกขาวไว้แน่นก้าวฉับ ๆ เข้ามา ดวงตาคู่สวยแดงฉานด้วยความผิดหวังและคลั่งแค้น
ลู่หว่านถิงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสงบ นัยน์ตากลมจ้องมองสหายรักในอดีตชาติที่กำลังเดินเข้าสู่กับดักข่าวลือจากสายตาของคนนอก
ชาติก่อนในเหตุการณ์นี้ เมิ่งชิงเหยาจะปรี่เข้ามาตบหน้านางอย่างแรง ขว้างปิ่นใส่หน้านางและประกาศตัดสัมพันธ์อย่างไม่มีชิ้นดี โดยที่นางในตอนนั้นได้แต่ยืนหยิ่งทะนงไม่ยอมปริปากอธิบาย
ทว่าชาตินี้นางจะไม่หันหลังหนีอีกต่อไป
ในขณะที่ลู่หว่านถิงกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูด พลันมีร่างบอบบางของเด็กสาวในชุดคลุมสีสดใสวิ่งถลันออกมาจากมุมเรือน ท่าทางลนลานและตื่นตระหนกของลู่ซือฉิงสอดรับกับแววตาใสซื่อที่เอ่อล้นไปด้วยความห่วงใย โดยมีป้าหวังและบ่าวไพร่แอบยืนมองอยู่ห่าง ๆ
"พี่ชิงเหยา ช้าก่อนเจ้าค่ะ อย่าเพิ่งลงมือกับพี่หญิงเลยนะเจ้าคะ"
ลู่ซือฉิงวิ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างสองสหาย นางกางแขนปกป้องลู่หว่านถิงไว้เบื้องหลัง น้ำเสียงหวานใสสั่นเครือ
"เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจผิดกันแน่ ๆ เจ้าค่ะ พี่ชิงเหยาโปรดใจเย็นก่อน"
เมิ่งชิงเหยาชะงัก จ้องมองลู่หว่านถิงสลับกับใบหน้าของลู่ซือฉิง
"เข้าใจผิดงั้นหรือ ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงว่าพี่สาวของเจ้าแอบลอบนัดพบคุณชายกู้ลับหลังข้า ซ้ำยังมีปิ่นหยกขาวเล่มนี้เป็นหลักฐานมัดตัว เจ้ายังจะแก้ตัวแทนนางอีกหรือ"
"ไม่ใช่เช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ"
ลู่ซือฉิงส่ายหน้ารัว ๆ สีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ทั้งเมิ่งชิงเหยาและลู่หว่านถิงต้องเบิกตา
"ปิ่นหยกขาวเล่มนี้ ความจริงแล้ว เป็นของข้าต่างหากเจ้าค่ะ"
คำพูดนั้นทำเอาบรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงทันตา
"ของเจ้า"
เมิ่งชิงเหยางุนงง ขมวดคิ้วแน่น
"แต่นั่นมันปิ่นประจำตัวของหว่านถิง"
"เมื่อก่อนย่อมเป็นของพี่หญิงเจ้าค่ะ แต่เมื่อสองเดือนก่อน พี่หญิงเอ็นดูข้าจึงได้มอบปิ่นให้ข้าครอบครองแล้ว ข้าสวมติดกายอยู่ตลอด บ่าวไพร่ในเรือนตะวันออกย่อมเป็นพยานได้"
ลู่ซิงฉิงหันไปส่งสายตาให้เสี่ยวชุ่ยและบ่าวคนสนิท ซึ่งรีบก้มหัวยืนยันเป็นเสียงเดียวกันทันที
"ปิ่นเล่มนี้เป็นของล้ำค่าที่ข้ารักยิ่งกว่าชีวิต เพราะเป็นของที่พี่หญิงมอบให้ แต่เมื่อหลายวันก่อนมันกลับหายไปจากห้องนอนของข้า ข้าหาเท่าใดก็ไม่พบ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนจิตใจชั่วช้าแอบขโมยออกไปข้างนอกเพื่อกลั่นแกล้งให้พี่หญิงและพี่ชิงเหยาต้องผิดใจกันเช่นนี้"
เมิ่งชิงเหยาเริ่มมีสีหน้าสับสน ความโกรธแค้นปานพายุเริ่มสั่นคลอนด้วยคำพูดของเด็กสาวตรงหน้าที่ร้อยเรียงมาอย่างดี
"หายไปงั้นหรือ แล้วใครจะบังอาจขโมยมันไปให้คุณชายกู้"
"ข้าเพิ่งสืบรู้ความจริงเมื่อเช้านี้เองเจ้าค่ะ"
ลู่ซือฉิงตีหน้าเศร้า ทอดถอนใจยาว
"มีบ่าวคนหนึ่งเพิ่งมาขอลาออกจากจวนไปเมื่อวานนี้ นางอาจจะแอบชอบคุณชายกู้อยู่ลึก ๆ จึงแอบขโมยปิ่นล้ำค่านี้ไปมอบให้คุณชายเพื่อหวังจะดึงความสนใจพอดูแล้วทำอะไรต่อไม่ได้ และกลัวความผิดจะมาถึงตัว จึงรีบเก็บข้าวของลาออกหนีหายไปเลยเจ้าค่ะ พี่หญิงของข้าเป็นคนรักนวลสงวนตัว นางจะทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ พี่ชิงเหยาโปรดให้เรื่องนี้แล้วกันไปเถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากเห็นพวกท่านต้องมาแตกหักกันเพราะบ่าวชั่วคนเดียว"
เมิ่งชิงเหยายืนนิ่งงัน ทั้งงุนงง ทั้งสับสน แต่เมื่อเห็นท่าทางยืนยันหนักแน่นและยอมออกหน้ารับแทนพี่สาวของลู่ซือฉิง นางก็เริ่มไม่แน่ใจในข่าวลือที่ได้ยินมา
ในขณะที่ลู่ซือฉิงกำลังเล่าเรื่องอย่างลื่นไหลอยู่นั้น ลู่หว่านถิงที่ยืนอยู่เบื้องหลังกลับไม่ได้เอ่ยปากขัดขวางแม้แต่คำเดียว นางจับจ้องแผ่นหลังของน้องสาวด้วยความเย็นยะเยือก
‘ลู่ซือฉิง เจ้าทำตัวเป็นคนดีกตัญญูปกป้องพี่สาวเพื่อตบตาเมิ่งชิงเหยา อีกด้านหนึ่งก็ถือโอกาสเอาปิ่นหยกขาวของล้ำค่าของมารดาข้าไปเป็นของตนเองหน้าตาเฉย ซ้ำยังโบ้ยความผิดให้บ่าวรับใช้อีก’
ลู่หว่านถิงกำลังจะเอ่ยปากถามถึง บ่าวรับใช้หญิงคนนั้น ทว่าประโยคถัดมาของลู่ซิงฉิงกลับขัดขึ้นเสียก่อน
"พี่หญิงท่านไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ ถึงแม้บ่าวคนใหม่ที่ท่านพ่อยกให้ข้าดูแลเมื่อสองเดือนก่อนจะเป็นคนทำเรื่องงามหน้า แต่ข้าในฐานะนายย่อมต้องร่วมรับผิดชอบ ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาใส่ร้ายพี่หญิงเด็ดขาดเจ้าค่ะ"
ลู่ซือฉิงหันมาส่งยิ้มหวานที่ตรงข้ามกับแววตาของนาง
บ่าวรับใช้คนใหม่ที่ท่านพ่อยกให้ดูแลเมื่อสองเดือนก่อน เป็นดั่งค้อนหนัก ๆ ที่ทุบลงกลางใจของลู่หว่านถิง
ร่างของนางชะงักค้าง ใบหน้างดงามแปรเปลี่ยนเป็นเงียบขรึมและเย็นชาลงทันที หัวใจวูบไหวด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึก ๆ ที่ยากจะอธิบาย
‘สองเดือนก่อน ข้ายังเป็นคุณหนูใหญ่ผู้จัดการดูแลความเรียบร้อยภายในจวน แต่ท่านพ่อกลับแอบซื้อบ่าวไพร่ชุดใหม่เข้ามา โดยไม่ผ่านตาข้าแม้แต่น้อย ซ้ำยังยกสิทธิ์ขาดให้น้องรองเป็นผู้ดูแลโดยตรง’
‘ความลำเอียงของท่านพ่อ แจ่มชัดถึงเพียงนี้เชียวหรือ’
ความจริงข้อนี้ทำให้ลู่หว่านถิงรู้สึกลึก ๆ ว่า ต่อให้นางพยายามทำดีเพียงใด ในสายตาของบิดา นางก็เป็นเพียงสตรีดื้อรั้นที่ไม่มีค่าเท่าลูกสาวคนรองที่ช่างประจบเอาใจ ความเงียบขรึมและแววตาที่หม่นแสงลงของพี่สาว ทำให้น้องสาวที่คอยลอบสังเกตอยู่ผุดรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก
นางรีบหันไปหาเมิ่งชิงเหยา แบมือเรียวเล็กทั้งสองข้างออกพร้อมรอยยิ้มสดใส
"พี่ชิงเหยาเจ้าคะ ในเมื่อความจริงกระจ่างแล้ว เช่นนั้นโปรดคืนปิ่นหยกขาวให้ซือฉิงเถิดเจ้าค่ะ ข้ารักมันมากจริง ๆ"
เมิ่งชิงเหยาที่กำลังสับสนและอึดอัดกับบรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างสองพี่น้อง ได้แต่ถอนหายใจยาว นางมองหน้าลู่หว่านถิงที่ยืนนิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา ก็คิดว่าข่าวลือคงเป็นเรื่องเหลวไหลจริง ๆ ท้ายที่สุด เมิ่งชิงเหยาจึงวางปิ่นหยกขาวลงบนฝ่ามือของลู่ซือฉิงอย่างคนที่สับสนกับเหตุการณ์ที่เด็กสาวกล่าวอ้าง
"ขอบคุณพี่ชิงเหยามากเจ้าค่ะ"
ลู่ซือฉิงรีบกำปิ่นไว้แน่น หันมาทางลู่หว่านถิงพลางเอ่ยทวงสัญญาต่อหน้าพยาน
"พี่หญิงเป็นพยานแล้วนะเจ้าคะ ปิ่นเล่มนี้ท่านยกให้ข้าแล้ว ห้ามเอาคืนเด็ดขาดนะเจ้าคะ ขอบคุณพี่หญิงมากเจ้าค่ะ"
เมิ่งชิงเหยารู้สึกขุ่นเคืองในใจลึก ๆ แม้เรื่องจะจบลงด้วยดีแต่ความรู้สึกระแวงในตัวสหายกลับไม่ได้จางหายไปทั้งหมด นางเอ่ยขอตัวลากลับจวนด้วยน้ำเสียงห่างเหิน
"ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน"
"เสี่ยวชุ่ย ไปส่งพี่ชิงเหยาเร็วเข้า"
ลู่ซือฉิงรีบสั่งการ ก่อนจะหันมาก้มหัวคารวะลู่หว่านถิงด้วยท่าทางนอบน้อมน่ายกย่อง
"พี่หญิงเพิ่งฟื้นไข้ รีบเข้าไปพักผ่อนด้านในเถิดเจ้าค่ะ ซือฉิงขอตัวนำปิ่นไปเก็บรักษาไว้ก่อนนะเจ้าคะ"
พูดจบ นางก็หมุนตัวเดินกลับเรือนนอนด้วยท่วงท่าผู้ชนะสูงสุด ทิ้งให้ลู่หว่านถิงยืนนิ่งงันอยู่หน้าเรือนใหญ่เพียงลำพัง ท่ามกลางสายลมยามสายที่พัดผ่านร่างอันเยือกเย็นของนาง