Share

บทที่ 4

Author: สุ่ยสุ่ย
เมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาราวไร้ความรู้สึกของเขา หัวใจของซูอวี่อินก็เหมือนร่วงดิ่งลงสู่ก้นเหว

เธอกอดลูกชายไว้แน่น มองพ่อบ้านหยิบแส้ออกมาคลี่ ก่อนฟาดลงมาอย่างแรง

“อย่านะ!”

ร่างของเธอสั่นสะท้าน ก่อนโค้งตัวใช้ร่างกายรับแส้แทนลูก

เสียงแส้แหวกอากาศดังก้องไม่หยุดไปทั่ววิลล่า ซูอวี่อินเจ็บจนทั้งร่างเกร็งกระตุก แต่ไม่กล้าขยับถอยแม้แต่น้อย

เสื้อผ้าถูกฟาดจนขาดวิ่น รอยแผลเลือดเป็นทาง ๆ ปรากฏทั่วร่าง ดูน่าสยดสยอง

เธอกัดริมฝีปากแน่นจนรสคาวเลือดแผ่ซ่านอยู่ในลำคอ ก่อนเสียงครวญอันเจ็บปวดจะเล็ดลอดออกมา

เลือดหยดลงบนพื้นทีละหยด สติของเธอค่อย ๆ เลือนรางลง

เมื่อแส้ครั้งสุดท้ายฟาดลงมา พลังทั้งกายและใจของเธอก็หมดสิ้น ก่อนจะล้มฟุบลงกับพื้น

ก่อนจะหมดสติไปจริง ๆ ภาพสุดท้ายที่เห็นคือแผ่นหลังของเฟิงเยี่ยนหลี่ที่อุ้มเซียวเซียวไว้ พร้อมจูงมือหลีซุ่ยเดินจากไป...

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ซูอวี่อินลืมตาขึ้น ก็เห็นเพดานโค้งสีขาวสะอาดของโรงพยาบาล

เมื่อนึกถึงเรื่องก่อนหมดสติได้ เธอก็สะดุ้งตื่นเต็มตา รีบคว้ามือพยาบาลไว้

“พยาบาลคะ ลูกชายฉันล่ะ? เขาอยู่ไหน? เขาเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“ลูกชายคุณไม่เป็นอะไรค่ะ แค่ช่วงนี้เหนื่อยมาก เลยยังพักผ่อนอยู่ ส่วนคุณมีบาดแผลเต็มตัว นอนพักให้เต็มที่ดีกว่านะคะ”

หลังฟังคำตอบของพยาบาล เธอก็ฝืนความเจ็บเดินไปหาลูกชาย ได้ยินเขาละเมอเรียกหาแม่ในยามหลับ หัวใจก็ปวดร้าวจนแทบทนไม่ไหว

เธอกุมมือเล็ก ๆ ของลูกไว้ในอุ้งมือ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“จื่อเยี่ยน เป็นเพราะแม่ปกป้องลูกได้ไม่ดีพอ ถึงทำให้ลูกต้องบาดเจ็บหนักขนาดนี้ แม่สัญญาว่าจากนี้ไป จะไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายลูกแบบนี้อีก แม่จะพาลูกไปจากที่นี่ให้ได้”

ยังพูดไม่ทันจบ เฟิงเยี่ยนหลี่ก็ผลักประตูเข้ามา มองเธอด้วยแววตาหม่นขรึม

“ไปจากที่นี่? คิดจะหย่าอีกแล้วเหรอ? จื่อเยี่ยนก็ตาบอดแล้ว แถมยังเล็กขนาดนี้ เห็นแก่เขา คุณช่วยทำตัวสงบเสงี่ยมและเลิกก่อเรื่องเสียทีได้ไหม”

คำพูดที่ทำราวกับว่าตัวเองถูกต้องทุกอย่างของเขา ทำให้ความโกรธในใจซูอวี่อินลุกโชน

เธอมองแผลบนหน้าผากของลูกชาย และดวงตาที่มองไม่เห็นอีกต่อไป รู้สึกว่าทุกอย่างช่างน่าขัน

เธอแทบอยากทิ้งทุกอย่างแล้วเค้นถามเขาว่า ตัวการที่ทำให้เฟิงจื่อเยี่ยนตกอยู่ในสภาพเช่นทุกวันนี้ แท้จริงแล้วคือใครกันแน่!

แต่คำพูดที่จ่ออยู่ริมฝีปาก กลับถูกเธอฝืนกลืนลงไป

เพราะเธอรู้ดีว่า หากเขารู้ว่าพวกเธอสองแม่ลูกรู้ความจริงแล้ว เขาจะไม่มีวันปล่อยให้พวกเธอจากไปง่าย ๆ

ตราบใดที่หลีซุ่ยยังอยู่ เธอกับเฟิงจื่อเยี่ยนก็จะถูกกดขี่ต่อไป ไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปาก

ดังนั้น เพื่ออนาคตของลูกชาย ซูอวี่อินจึงทำได้เพียงอดกลั้นความโกรธเอาไว้

“ฉันรู้ดีว่าตอนนี้จื่อเยี่ยนต้องการอะไรที่สุด ฉันก็ไม่ได้คิดจะหย่า”

ส่วนประโยคที่เหลือว่า “แต่กำลังคิดจะทำให้คุณกลายเป็นพ่อม่ายที่สูญเสียลูก” เธอไม่ได้พูดออกมา

เฟิงเยี่ยนหลี่เองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พอเห็นผ้าพันแผลที่เปื้อนเลือดบนตัวเธอ น้ำเสียงก็ค่อย ๆ อ่อนลง

“รู้ก็ดีแล้ว ในเมื่อผมรับปากว่าจะดูแลพวกคุณสองแม่ลูกไปตลอดชีวิต ก็ไม่มีวันผิดคำพูด”

ซูอวี่อินรู้ดีว่า ไม่ว่าจะอธิบายมากแค่ไหน เขาก็เลือกเข้าข้างหลีซุ่ยกับเซียวเซียวอยู่ดี

ดังนั้น เธอจึงปล่อยให้คำพูดของเขาเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่ตอบสักคำ

เฟิงเยี่ยนหลี่คิดว่าเธอรับฟังแล้ว จึงวางยาที่ถือมาไว้ ก่อนหันหลังเดินออกไป

“ยาพวกนี้ใช้รักษาแผลภายนอก อย่าลืมทาให้จื่อเยี่ยนทุกวัน จะได้ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น”

หลังจากมองเขาเดินจากไป รอยยิ้มขื่นขมอย่างยิ่งก็ค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าของซูอวี่อิน

บาดแผลบนร่างกายยังค่อย ๆ ตกสะเก็ดและหายได้ แล้วบาดแผลในใจล่ะ?

เพราะชีวิตของเฟิงจื่อเยี่ยนที่ถูกเปลี่ยนไปเพราะสูญเสียการมองเห็น จะใช้อะไรชดเชยได้?

ไม่มีใครตอบคำถามเหล่านี้ได้

หลายวันต่อมา เฟิงเยี่ยนหลี่ก็ไม่เคยมาเยี่ยมอีกเลย

มีเพียงพยาบาลที่มาตรวจอาการ ซึ่งมักจะคุยเรื่องซุบซิบในโรงพยาบาลอยู่เป็นระยะ

“ได้ยินว่าคนที่เหมาห้องผู้ป่วย VIP คือประธานเฟิงซื่อกรุ๊ป ลูกชายเขาหล่อใช่เล่น แต่ซนมาก ทุกวันเอาแต่เกาะพ่อ ทั้งให้เล่านิทาน ทั้งเล่นรถแข่ง กินข้าวก็ต้องป้อนทีละคำ พ่อเขาก็ตามใจทุกอย่าง”

“ส่วนแม่ของเด็กก็ทั้งสวยทั้งอ่อนโยน ไม่แปลกใจเลยที่มัดใจคุณเฟิงได้อยู่หมัด พวกคุณไม่เห็นเอง เธออยากกินขนมอะไร อยากได้สร้อยเส้นไหน แค่พูดคำเดียว คุณเฟิงก็หยิบกุญแจรถออกไปซื้อให้ทันที ตามใจสุด ๆ”

ซูอวี่อินฟังอยู่เงียบ ๆ โดยไม่รู้สึกหวั่นไหวแม้แต่น้อย

เธอดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้เฟิงจื่อเยี่ยนที่กำลังหลับสนิท ก่อนเดินย่องออกจากห้องผู้ป่วยไปเอายา

เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่อง เธอจึงวิ่งไปวิ่งกลับตลอดทาง จนแทบหายใจไม่ทัน

แต่เพิ่งเดินมาถึงหน้าห้อง ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกชายดังมาจากข้างใน

หัวใจของซูอวี่อินหล่นวูบ เธอผลักประตูเข้าไปอย่างแรง ก็เห็นเซียวเซียวยกเข็มสายน้ำเกลือขึ้น แทงมือของเฟิงจื่อเยี่ยนจนเลือดไหลอาบ

อารมณ์ของเธอพุ่งขึ้นจนขาดสติในชั่วพริบตา เธอพุ่งเข้าไปตบหน้าเซียวเซียวอย่างแรง ก่อนผลักเขากระเด็นออกไปทันที

จากนั้นเธอก็กอดเฟิงจื่อเยี่ยนไว้ในอ้อมแขน ค่อย ๆ เช็ดเลือดที่ไหลซึมออกจากมือของลูก ทั้งปวดใจทั้งรู้สึกผิด

เสียงร้องไห้ของเด็กดังไปทั่วทางเดิน ไม่นานก็เรียกให้เฟิงเยี่ยนหลี่กับหลีซุ่ยรีบตามมา

ทันทีที่เห็นพวกเขา เซียวเซียวก็เช็ดน้ำตาแล้วรีบวิ่งเข้าไปฟ้องก่อน

“คุณอาเฟิง แม่ครับ ผมกำลังเล่นเกมกับน้องจื่อเยี่ยนอยู่ คุณน้าซูเห็นแล้วไม่พูดอะไรสักคำ ก็ตบผมเลย!”

พอได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเฟิงเยี่ยนหลี่ก็พลันมืดครึ้ม สายตาที่มองซูอวี่อินก็มืดมนจนน่าหวาดหวั่น

เขาเรียกบอดี้การ์ดเข้ามาทันทีโดยไม่คิดแม้แต่น้อย น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็ง

“ครั้งก่อนผมเตือนคุณแล้ว ในเมื่อคุณไม่ยอมฟัง งั้นผมจะทำให้คุณจำขึ้นใจ! กล้าลงมือกับเด็กแรงขนาดนี้ งั้นก็รับคืนเป็นสิบเท่า!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 21

    เฟิงเยี่ยนหลี่หัวเราะขึ้นกะทันหัน รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเขาสั่นเทาพลางปลดกระดุมสูท ก่อนจะกระชากเสื้อเชิ้ตออกอย่างแรง—รอยแผลเป็นน่าหวาดหวั่นพาดยาวทั่วท้องด้านซ้าย ราวกับตะขาบตัวมหึมาไหมเย็บแผลยังตัดออกไม่หมด บาดแผลแดงก่ำจนน่ากลัว“อวี่อิน เสี่ยวเยี่ยน พวกคุณดูสิ...” เขายื่นมือไปหาสองแม่ลูกด้วยท่าทางเลื่อนลอย“ผมไปบริจาคไตมาจริง ๆ... ผมรู้แล้วว่าตัวเองผิด แบบนี้พอจะชดเชยให้พวกคุณได้บ้างไหม?”“ให้โอกาสผมสักครั้งได้ไหม... ยกโทษให้ผมได้หรือเปล่า?”หลินเยี่ยนตกใจจนรีบซุกเข้าไปในอ้อมอกของแม่หลินหว่านรีบยกมือปิดตาลูกชาย เมื่อเห็นสีหน้าเลื่อนลอยราวกับคนเสียสติของเฟิงเยี่ยนหลี่ ความหนาวเยือกก็ผุดขึ้นในใจอย่างห้ามไม่อยู่"อาทิตย์หน้าก็ถึงคิวบริจาคดวงตาแล้ว ผมเคยพรากดวงตาทั้งสองข้างของเสี่ยวเยี่ยนไป ตอนนี้ผมจะคืนให้พวกคุณ" เฟิงเยี่ยนหลี่โซเซก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว สีหน้าแทบจะคลุ้มคลั่ง“แค่นี้พอไหม? พอแลกให้พวกคุณกลับมาได้หรือยัง?”“อวี่อิน บอกผมสิ! บอกมาสิ!”เสิ่นเหิงอวี้ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเหวี่ยงหมัดซัดเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรงปัง!เฟิงเยี่ย

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 20

    แม้วันนั้นหลินหว่านจะปฏิเสธเฟิงเยี่ยนหลี่อย่างใจเย็นและหนักแน่น แต่ตลอดครึ่งเดือนถัดมา เธอกลับใช้ชีวิตอย่างอกสั่นขวัญแขวนทุกครั้งที่ไปส่งหลินเยี่ยนที่โรงเรียนอนุบาล เธอจะคอยมองรอบตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้แน่ใจว่าไม่มีคนต้องสงสัย ระหว่างทางกลับจากที่ทำงาน พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบหันกลับไปมองยิ่งกว่านั้น กลางดึกเธอยังสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ฝันว่าเฟิงเยี่ยนหลี่มาชิงตัวลูกไปแต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ เฟิงเยี่ยนหลี่เฝ้าอยู่ไม่ไกลจากเธอทุกวัน—ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าที่เธอออกจากบ้าน ตอนที่เธอไปส่งหลินเยี่ยนเข้าโรงเรียนอนุบาล หรือตอนเลิกงานเดินกลับบ้านยามค่ำเฟิงเยี่ยนหลี่เฝ้าอยู่เคียงข้างเธอเสมอ คอยมองแม่ลูกทั้งสองอย่างเหม่อลอยไม่วางตาจนวันหนึ่งเกิดพายุหิมะ หลินหว่านทำโอทีจนดึกรถประจำทางหยุดวิ่ง เธอจึงต้องฝ่าหิมะเดินกลับบ้านทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านหลัง—"อย่าเข้ามา!" หลินหว่านหันกลับทันที ยกสเปรย์กันคนร้ายขึ้นอย่างระแวดระวังเฟิงเยี่ยนหลี่ยืนนิ่งอยู่กับที่เสื้อโค้ตสีดำของเขาเต็มไปด้วยหิมะ แต่ในมือกลับถือร่มใหม่ที่ยังไม่ได้แกะบรรจุภัณฑ์"ผมแค่...แค่อยากเอาร่มมาให้คุณ

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 19

    ตีสามของเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในยุโรปเหนือ หิมะกำลังตกหนักเฟิงเยี่ยนหลี่ยืนอยู่หน้าบ้านไม้สีขาวหลังนั้นในรูปถ่าย ไม่รู้ว่ารออยู่เงียบ ๆ มานานแค่ไหนแล้ว หิมะทับถมบนเสื้อโค้ตสีดำของเขาจนหนาเตอะขนตาของเขาเกาะด้วยเกล็ดน้ำแข็ง นิ้วมือม่วงคล้ำเพราะความหนาว แต่ดวงตากลับจ้องหน้าต่างชั้นสองที่ยังมีแสงไฟส่องอยู่โดยไม่กะพริบภายในห้อง หลินหว่านกำลังอ่านนิทานก่อนนอนให้หลินเยี่ยนฟัง"แม่ครับ คุณพ่อเสิ่นจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอ?" หลินเยี่ยนขยี้ตา ถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย"ช่วงนี้คุณพ่อเสิ่นไปทำงาน อีกสองสามวันก็กลับแล้ว" เธอจุมพิตหน้าผากลูกชายเบา ๆ พลางตอบอย่างอ่อนโยนก่อนปิดไฟ หลินหว่านมองออกไปนอกหน้าต่างตามความเคยชินแต่เพียงแค่แวบเดียว ลมหายใจของเธอก็แทบหยุดชะงักร่างที่ยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ ต่อให้กลายเป็นเถ้าถ่านเธอก็ยังจำได้—นั่นคือเฟิงเยี่ยนหลี่เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ทั้งที่พวกเธอเปลี่ยนชื่อแล้ว แถมยังย้ายมาไกลถึงขนาดนี้ เขาหาพวกเธอเจอได้อย่างไร?มือของหลินหว่านกำแน่นความทรงจำอันเจ็บปวดตลอดห้าปีนั้น ราวกับหลั่งไหลย้อนกลับเข้ามาในสมองของเธอในพริบตา จนร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างห้ามไม่อย

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 18

    หลังจากวันนั้น เฟิงเยี่ยนหลี่ก็เอาแต่นั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดเก่า ๆ ของคฤหาสน์ตระกูลเฟิงเขารู้ว่าตัวเองเคยเข้าใจแม่ลูกคู่นั้นผิดมามากมาย แต่เมื่อในที่สุดได้รู้ความจริงและคิดจะแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดต่อพวกเธอเขากลับไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ชดเชยอีกแล้วเขาสั่งให้คนรับใช้ทั้งหมดออกจากคฤหาสน์ แล้วขังตัวเองอยู่ในนั้นเพียงลำพัง ทุกวันเอาแต่มองสถานที่ที่ทั้งสามคนเคยใช้ชีวิตร่วมกัน รวมถึงร่องรอยของซูอวี่อินที่แทบไม่เหลืออยู่แล้วตอนนั้นเองเฟิงเยี่ยนหลี่ถึงได้ตระหนักว่า ที่ผ่านมาเขาใส่ใจแม่ลูกคู่นี้น้อยเกินไปไม่เพียงไม่เคยเชื่อใจพวกเธอ เขายังไม่เคยมอบความห่วงใยให้เลยแม้แต่น้อยเมื่อมองแผ่นหลังผอมบางที่ตรากตรำของซูอวี่อินในภาพ และใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกของตัวเอง หัวใจของเฟิงเยี่ยนหลี่ก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีดเขาจำต้องใช้แอลกอฮอล์ทำให้จิตใจของตัวเองด้านชา ถึงจะพอข่มความสิ้นหวังในใจและประคองชีวิตผ่านไปแต่ละวันได้กระทั่งวันหนึ่ง พ่อบ้านผลักประตูเข้ามาด้วยท่าทีหวาดหวั่นเฟิงเยี่ยนหลี่ดูซอมซ่อไม่เป็นผู้เป็นคน ไม่ได้ดูแลตัวเองมาหลายวัน ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้ารุนแรง“ใครอนุญาตให้นายเข

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 17

    ภายในประเทศ เมือง Bหลีซุ่ยกำลังลองกระเป๋าอยู่ในร้านสินค้าแบรนด์เนมหรูกระเป๋าหนังจระเข้คอลเลกชันใหม่ติดป้ายราคาหกหลัก แต่เธอไม่แม้แต่จะกะพริบตา สั่งให้พนักงานแพ็กให้ทันทีเซียวเซียวกระตุกแขนเสื้อของเธออยู่ข้าง ๆ พลางงอแงไม่หยุด"แม่! ผมเอาหุ่นยนต์ตัวนั้น! เมื่อวานแม่รับปากว่าจะซื้อให้ผมนะ!"“ซื้อ ๆ ซื้อให้หมดนั่นแหละ” เธอขมวดคิ้วตอบส่ง ๆ ก่อนรูดบัตรอย่างไม่ใส่ใจสายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่บัตรเสริมซึ่งเฟิงเยี่ยนหลี่ให้ไว้ ในใจกำลังวางแผนว่าคืนนี้จะอ้อนเขาอย่างไรให้ซื้อรถคันใหม่ให้แต่จู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นเมื่อเห็นชื่อ “เฟิงเยี่ยนหลี่” บนหน้าจอ รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ“ฮัลโหล เยี่ยนหลี่?” เธอรับสายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน“ฉันกับเซียวเซียวอยู่...”แต่เสียงจากปลายสายกลับไม่ได้อ่อนโยนและเอ็นดูเหมือนทุกครั้ง“กลับมาเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงของเฟิงเยี่ยนหลี่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง“ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีไหน ภายในครึ่งชั่วโมงต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าผม ผมรออยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเฟิง”หัวใจของหลีซุ่ยดิ่งวูบทำไมเฟิงเยี่ยนหลี่ถึงมีท่าทีแบบนี้กับเธอ?หรือว่าเขารู้อะไรแล้ว?เป็นไปไม่ได้ภา

  • เมื่อดาราดับ ฝันก็สลาย   บทที่ 16

    วันที่หลินเยี่ยนออกจากโรงพยาบาล เสิ่นเหิงอวี้ขับรถมารับสองแม่ลูกกลับบ้านด้วยตัวเองเขายืนอยู่หน้าห้องผู้ป่วย เปลี่ยนจากเสื้อกาวน์สีขาวเป็นเสื้อโค้ตสีเทาเข้ม ในมือถือกระเป๋าเป้เด็กทรงดอกทานตะวันใบเล็ก“คุณอาเสิ่น!” หลินเยี่ยนวิ่งเข้าไปกอดขาเขาอย่างดีใจเสิ่นเหิงอวี้ย่อตัวลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับเด็กน้อย ก่อนถามอย่างอ่อนโยน “ตายังเจ็บอยู่ไหม?”หลินเยี่ยนส่ายหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนเปิดผ้าพันแผลที่ตาขึ้นมุมหนึ่ง เผยให้เห็นดวงตาที่ยังแดงอยู่นิดหน่อยเสิ่นเหิงอวี้แตะแก้มเขาเบา ๆ“ต่อไปทุกวันพุธ คุณอาจะมารับไปตรวจติดตามที่โรงพยาบาล ดีไหม?”หลินหว่านยืนถือกระเป๋าสัมภาระอยู่ข้าง ๆ พอได้ยินก็ลังเลเล็กน้อย"จะรบกวนคุณเกินไปหรือเปล่า?"“รบกวนอะไรล่ะ” เสิ่นเหิงอวี้รับกระเป๋าในมือเธอไปอย่างนุ่มนวล ก่อนพูดเสียงเบา“ฉันผ่านทางเดียวกันพอดี”หลินหว่านรู้ดีว่าไม่ใช่ความจริงโรงพยาบาลอยู่ฝั่งตะวันออกของเมือง แต่บ้านพวกเธออยู่ฝั่งตะวันตก จะผ่านทางเดียวกันได้อย่างไร?แต่เธอไม่ได้ปฏิเสธอีก เพียงมองเขาอุ้มหลินเยี่ยนขึ้นไปนั่งเบาะหลัง แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยให้อย่างใส่ใจรถแล่นผ่านถนนกว้างที่แทบไม่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status