เข้าสู่ระบบม่านม่าน ที่แยกตัวเดินไปทางอื่นก็กลับมารวมตัวกับฝาแฝดทั้งสอง เมื่อไม่มีสิ่งใดที่น่าสนใจ ม้าที่สองฝาแฝดเลือก สีดำกับสีแดง จากสายตาของม่านม่าน นับว่าเป็นม้าดีทั้งคู่ นางจึงไม่คิดจะขัดขวางพวกเขา
“คุณชายทั้งสองตาถึงไม่น้อย ม้าสองตัวนี้เป็นยอดอาชาที่ข้าเพิ่งได้มาจากชนเผ่าทางตอนเหนือ หากชายนอกด่านทั้งสองไม่รีบใช้เงินคงไม่อาจตัดใจขายม้าที่ล้ำค่าคู่นี้ออกมาได้”
“เช่นนั้นก็จัดการเทียมรถม้าให้ข้าเลย ข้ายังต้องรีบเดินทางกลับหมู่บ้าน” ม่านม่านเอ่ยเสียงเรียบออกมา
“เจ้าไม่ถามราคาก่อนเลยหรือ” อาหยุนเดินเข้ามากระซิบถามอย่างร้อนรน
“อย่างไรก็ต้องซื้อ จะถามเพื่ออันใด”
“ฮูหยิน ม้าสองตัวนี้ข้าซื้อมาในราคาที่สูงนัก ไม่ปิดบังท่าน ข้าซื้อมาตัวละสามสิบตำลึงทอง ขอขายท่านพร้อมรถเทียมขนาดใหญ่ เจ็ดสิบตำลึงทองขอรับ” นายหน้าค้าสัตว์เหลือบมองสีหน้าของม่านม่าน เขาเรียกสูงกว่าเดิมสิบตำลึงทอง เพื่อให้นางต่อรอง
“ได้” นางส่งตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองให้นายหน้าค้าสัตว์โดยที่ตาไม่กะพริบเลยสักนิด
“นะ นี่ จะ เจ้าไม่ต่อราคาเลยหรือ”
“พูดมาก” ม่านม่านเริ่มจะรำคาญอาหยุนเสียแล้ว เงินก็เป็นของนางเขาจะเดือดร้อนเพื่ออันใด
หากอาหยุนรู้ว่าม่านม่านนางมีเงินมากเพียงใด ไม่รู้ว่าจะตกใจอีกมากแค่ไหน
นายหน้าค้าสัตว์กลัวว่าม่านม่านจะเปลี่ยนใจ ด้วยเห็นอาหยุนเข้าไปกระซิบกระซาบกับนาง จึงได้รีบให้คนนำม้าทั้งสองไปเทียมรถทันที
กงหนิงเจี้ยนกับกงหนิงอวี่ หันมาขอความเห็นจากม่านม่าน ด้วยอยากจะตามไปดูม้าทั้งสองเทียมกับรถ เมื่อได้รับอนุญาตทั้งสองก็รีบวิ่งตามนายหน้าค้าสัตว์ไป อาหยุนเห็นว่าม่านม่านไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด ทำได้เพียงตามไปดูเด็กแฝดเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแทน
นายหน้าค้าสัตว์นำเงินสามสิบตำลึงทองมาให้ม่านม่านแล้ว เมื่อได้รถม้าเรียบร้อย อาหยุนก็กลายมาเป็นผู้บังคับรถม้า พาทั้งสามไปรับตัวกงเพ่ยจิ้นที่โรงหมอ ทั้งหมดถึงได้เดินทางกลับหมู่บ้านเสียที
“เจ้าเอาไปให้ท่านอาหยุนที่ด้านนอกหน่อย” สามแม่ลูกที่กินขนมปังรองท้องภายในรถม้า เพิ่งจะนึกถึงอาหยุนว่าเขาเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย
“ขอรับ” กงหนิงเจี้ยนรับคำเสียงใส ก่อนจะยื่นหน้ากับมือน้อยๆ ออกไปด้านนอก “ท่านอาหยุน กินรองท้องไปก่อนขอรับ ถึงหมู่บ้านท่านแม่จะทำอาหารมื้อใหญ่ให้ท่านกินขอรับ”
ม่านม่านได้แต่เลิกคิ้วขึ้นมองกงหนิงเจี้ยน ตัวนางยังไม่ได้พูดเสียหน่อยว่าจะทำอาหารให้เขากิน “ข้าพูดเช่นนั้นหรือ”
“ท่านอาหยุน ช่วยแบกท่านพ่อกลับมา ทั้งยังพามาหาหมอ ก็ควรจะตอบแทนเขาเล็กน้อยมิใช่หรือขอรับ”
“เหอะ” ม่านม่านหมดคำจะพูด
เด็กแฝดไม่รู้เรื่องที่กงเพ่ยจิ้น ช่วยเหลืออาหยุนจนตัวเองบาดเจ็บหนัก หากรู้คงได้มองอาหยุนอย่างไม่พอใจแน่
รถม้าสะดวกกว่าเกวียนวัวทั้งยังเดินทางได้รวดเร็วกว่า ฝีเท้าม้าทั้งสองตัวยอดเยี่ยมเช่นที่นายหน้าค้าสัตว์อวดอ้างจริงๆ เพียงหนึ่งชั่วยามทั้งหมดก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านแล้ว พอมีรถม้าคันใหญ่เข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างก็หยุดมองกันอย่างสนใจ
พอเห็นอาหยุนเป็นคนบังคับ ต่างก็ตะโกนถามว่ารถม้าของผู้ใด หรือเช่ามา พออาหยุนบอกว่าเป็นของคนตระกูลกง ต่างก็รีบเดินตามมาสอบถามอย่างสนใจ
ม่านม่านนางไม่สนใจจะตอบคำถามของผู้ใด นางให้คนช่วยยกตัวกงเพ่ยจิ้นเข้าไปในเรือน เป็นครั้งแรกที่นางมาเห็นห้องนอนของเขา ห้องนอนที่แสนเรียบง่าย เตียงไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อให้นอนกันสามคนพ่อลูกได้เพียงพอ ข้างหน้าต่างมีเพียงโต๊ะเก่าๆ ที่มีตำราวางอยู่ด้านบนสองสามเล่มอย่างเป็นระเบียบ
หัวมุมห้องมีหีบไม้อยู่สองสามหีบ ซึ่งนางเองก็ไม่รู้ว่าด้านในคือสิ่งใด แต่เตียงนอนที่มีเพียงแค่ผ้าบางๆ ปูรองเอาไว้ เพียงแค่คิดว่าเป็นนางที่ต้องนอนก็ปวดหลังเสียแล้ว
“ไว้ข้าจะสร้างคอกม้าให้เจ้าก็แล้วกัน วันนี้คงไม่ทัน”
“อืม” ม่านม่านพยักหน้ารับ พอเห็นอาหยุนกำลังหมุนตัวจะออกไปด้านนอก นางก็รีบเอ่ยเรียกเขาเอาไว้ “เจ้าจะไปไหน”
อาหยุนหันกลับมาอย่างไม่เข้าใจ “กลับเรือนของข้าอย่างไรเล่า”
“เจ้ากลับได้แล้ว? มิใช่ว่าที่เพ่ยจิ้นเป็นเช่นนี้ก็เพราะเจ้าหรือไร เช่นนั้นเจ้าก็ควรอยู่ดูแลเขา ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารข้าจะทำให้เจ้าทั้งสามมื้อเอง”
“ตะ แต่ว่า...เจ้าเป็นเมียของพี่จิ้น เจ้าก็ดูแลเขาสิ ข้าจะทำงานหาเงินมาใช้ค่ารักษาคืนให้เจ้าเอง”
“เจ้าดูแลเขาจนกว่าจะหายดี ข้าจะไม่คิดเรื่องค่ารักษากับเจ้า”
“แต่...”
“เจ้าไปเก็บเสื้อผ้ามาอยู่กับเขาเถิด จะให้ข้าดูแลเขาข้าคงทำไม่ไหว ไหนจะบุตรชายของข้าอีกสองคน” นางชี้ไปที่เด็กแฝดที่นั่งอยู่ข้างบิดาไม่ห่าง
“...” อาหยุนหมดคำจะพูด พอเขาอ้าปากจะพูดออกไป ม่านม่านก็เดินออกไปจากห้องแล้ว
“พวกเจ้าตามข้ามานี่ ข้าจะไปทำอาหาร” นางร้องเรียกเด็กแฝด
สามคนแม่ลูกเดินไปที่ห้องครัว อาหยุนทำได้เพียงรีบวิ่งกลับเรือนไปบอกครอบครัวของเขาและหยิบเสื้อผ้ามาพักอยู่กับกงเพ่ยจิ้นในห้องของเขา
“เฝ้าด้านหน้าเอาไว้ ข้าจะเข้าไปทำอาหาร อย่าให้ผู้ใดเข้ามาได้เล่า” นางสั่งเด็กทั้งสอง
“ขอรับ” ทั้งคู่เข้าใจในความหมายของมารดาดี คือนางจะต้องเข้าไปในที่วิเศษนั้นแน่ ทั้งสองจึงยกเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูอย่างตั้งใจ
ม่านม่านต้องทำอาหารเพิ่มเมื่อมีอาหยุนมาเพิ่มอีกหนึ่งท้อง นางเตรียมโจ๊กให้กงเพ่ยจิ้น พอเสร็จก็ให้สองแฝดช่วยยกอาหารเข้าไปในเรือน
“เจ้านั่งลงกินก่อน ค่อยเอาโจ๊กไปป้อนเพ่ยจิ้น ข้าจะไปดูแผลของเขาก่อน”
“แล้วเจ้าไม่ป้อนเขาเองเล่า” อาหยุนไม่คิดว่าแม้แต่ข้าวน้ำ เขาก็ต้องป้อนให้กงเพ่ยจิ้นกิน
“แล้วข้าจะให้เจ้ามาดูแลเขาเพื่ออันใด” นางมองอาหยุนเหมือนมองคนโง่
ม่านม่านเข้าไปภายในห้องของกงเพ่ยจิ้น เห็นว่าเขายังคงหลับอยู่ นางจึงได้แกะผ้าพันแผลออกแล้วลงมือล้างแผลให้เขา
กงเพ่ยจิ้นหรี่ตาขึ้นมามองดูด้วยรู้สึกเจ็บที่บาดแผลของตนเอง ก็เห็นมู่ลี่ม่านนางกำลังทำแผลให้เขา ข้าวของที่นางใช้ล้วนแต่แปลกตา เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
“ประเดี๋ยวข้าให้อาหยุนมาป้อนโจ๊กให้ท่านกิน จะได้กินยา” นางชี้ไปที่ยาที่วางเตรียมเอาไว้ให้เขาแล้ว
“มิใช่ยาต้มหรือ” เสียงของเขาแหบแห้งจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง
“ยาต้ม? ข้าไม่เสียเวลามานั่งต้มให้เจ้าหรอกนะ แล้วไม่ต้องถามสิ่งใดมาก ข้าคร้านที่จะตอบ” นางพันผ้าที่แผลเสร็จก็เก็บของลุกออกจากห้องไป
อาหยุนที่นั่งกินอาหารกับเด็กแฝดทั้งสองเห็นม่านม่านเดินออกมาแล้วเขาก็รีบอิ่มทันที จะไม่ให้อิ่มได้อย่างไร ทั้งสามคนกินจนอาหารมากมายบนโต๊ะเหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น
พอเห็นสายตาของม่านม่านที่จ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ อาหยุนก็รีบยกชามโจ๊กหายเข้าห้องของกงเพ่ยจิ้นไปอย่างไว “พวกเจ้าไม่คิดจะเหลือให้ข้าเลยหรือ” นางนั่งลงอย่างไม่พอใจ
“ใช่พวกข้ากินหมดเสียที่ไหน ท่านอาหยุนต่างหากท่านแม่” กงหนิงอวี่มุ่ยปากอย่างไม่พอใจ เขาเองก็กินไม่ทันเช่นกัน
“กินเถิด หากไม่อิ่มค่อยเข้าไปกินด้านใน” นางก้มหน้าลงกินในส่วนของนาง
เถียนเฉียวเป็นอีกคนที่ยินดีไม่ต่างจากบิดา เขารู้สึกผูกพันกับพี่ชายคนใหม่ของเขา และเด็กแฝดทั้งสองที่ยังไม่เกิดมา ถึงกับตั้งตารอ และเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ หากหลานแฝดถึงวัยเรียนตำรา ข้าขอสอนเขาเองนะขอรับ”“หึหึ ย่อมได้” กงเพ่ยจิ้นยิ้มอย่างยินดี ทุกสิ่งดูเหมือนจะเริ่มกลับเข้าทีอย่างช้าๆ ทุกคนได้กลับมานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันอีกครั้งระหว่างที่ทุกคนกำลังกินอาหารและพูดคุยอย่างสนุกสนาน ม่านม่านที่กำลังกินข้าวฝีมือจินซื่อก็เกิดเจ็บท้องขึ้นมา“เอ๊ะ!!! ข้าว่า...ข้าจะคลอดแล้วเจ้าค่ะ” นางก้มมองที่หว่างขาของตนเอง ก็เห็นว่าน้ำคร่ำแตกเสียแล้วทั้งจวนวุ่นวายกัน วิ่งกันแตกตื่น คนที่มีหน้าที่ตามหมอ ก็ดูเหมือนจะลืมไปหมด แม้แต่หมอตำแยที่มาร่วมดื่มในงานเลี้ยงด้วย ก็ลืมตัวไปเลยว่าตนเองเป็นหมอตำแย ต่างก็ช่วยกันวิ่งตามหาหมอตำแยให้วุ่น“ก็พวกเจ้าอย่างไรเล่าที่เป็นหมอตำแย!!!” อาสือแทบจะลากคอเสื้อของหมอตำแยทั้งสามโยนเข้าไปในห้องคลอดม่านม่านนางถูกพาเข้าไปอยู่ภายในห้องรอคลอด ด้านในมีจินซื่อที่เข้าไปอยู่ดูแลไม่ห่าง และยังมีป้าเหยาที่รอรับเด็กที่จะเกิดมาหน้าห้องรอคลอดมิได้มีเพียงกงเพ่ยจิ้นเท่านั้นที่กระวนกระวายใจ บุรุษต
ม่านม่านนางพักอยู่ที่จวนตระกูลหวงหลายวันก่อนจะยอมกลับจวนของนาง กงเพ่ยจิ้นกลับไปเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว นางเองก็เอาแต่นอนพักอยู่ภายในเรือน งานในร้านค้าก็ไม่มีอะไรที่ต้องจัดการ ด้วยอาเว่ย อาโหยว่ อาจื่อ ล้วนทำได้ดีตระกูลตู้ที่ประกาศเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวออกไปแล้ว ก็เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมา จางซื่อยังไม่ทันได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็นฮูหยินเอกเลย ก็มีข่าวลือว่านางเคยเป็นนางโลมเก่า และมีบุรุษที่เคยซื้อค่ำคืนของนางออกมาประกาศเรื่องที่เป็นบิดาของตู้ลี่เจียว หากมีเพียงคนเดียวตู้หยางก็คงจะจัดการผิดกลบเกลื่อนไปได้ แต่มีถึงห้าคนที่ออกมาเรียกร้องว่าตนเป็นบิดาของตู้ลี่เจียวตู้หยางไม่อาจรับคำนินทาที่ว่าเขาถูกสวมหมวกเขียวได้ ถึงได้ออกมาประกาศว่า ตนถูกจางซื่อวางยาและบอกว่าเด็กในท้องเป็นบุตรของเขา หลอกลวงเขามาหลายปี การแสดงร้องไห้คร่ำครวญที่น่าสงสาร ทำให้คนหลงเชื่อไม่น้อยจางซื่อที่ทนรับความผิดและชื่อเสียงที่ย่อยยับเอาไว้เพียงลำพังไม่ได้ ก็ประกาศไปทั่ว ว่าตู้หยางเป็นบุรุษหน้าเนื้อใจเสือ โหดเหี้ยมยอมสละบุตรสาวแท้ๆ ของตนเองเพื่อผลประโยชน์ทำให้ตู้หยางต้องส่งคนไปรับตู้ลี่ม่านกลับมายืนยันว่าเรื่องไม่ได้เป็นที่นางจา
บุรุษตระกูลหวงทั้งสาม เมื่อลากม่านม่านมาถึงเรือนของนางแล้ว ต่างก็มองนางกันอย่างมีคำถาม“ข้าพูดเรื่องจริงท่านพี่ ต่อให้ท่านไม่เห็นด้วย ข้าก็จะแต่งกับพี่จิ้น ข้าซื้อเรือนเอาไว้แล้ว”“เจ้าวางแผนทั้งหมดโดยไม่บอกพวกข้าหรือ” หวงเหลียงโมโหไม่น้อยที่นางปิดบังเขา“ข้าบอกพวกท่านมาตลอด แต่พวกท่านฟังข้าหรือไม่เล่า”“น้องเล็กการแต่งงานของเจ้ามิใช่ว่าพวกพี่มีสิทธิ์ตัดสินใจ เจ้าเองเป็นท่านหญิงที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้ง และยังเป็นน้องสาวบุญธรรมของหนิงอ๋อง เจ้าต้องให้หนิงอ๋องพยักหน้ายินยอมเสียก่อน” หวงเทียนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง“มันจะไปยากอันใด ข้าจัดการเอง ท่านพี่พวกท่านเชื่อข้า พี่จิ้นจะไม่มีวันทำให้ข้าเสียใจ พวกท่านก็รู้หากมีวันนั้นชะตาของเขาคงขาด” ตอนนี้ทั้งสามเริ่มจะนึกเห็นใจกงเพ่ยจิ้นเสียแล้วเมื่อครู่ที่ม่านม่านนางเหมือนจะเป็นลมนางไม่ได้แกล้ง แต่เพียงแค่นางไม่อยากให้พี่ชายและคนอื่นในจวนตกใจเท่านั้น จึงได้เก็บเงียบเอาไว้วันต่อมา กงเพ่ยจิ้นก็ขอเข้าพบหนิงอ๋องทันที ในตอนแรกหนิงอ๋องก็ชั่งใจไม่น้อย ด้วยเพิ่งจะเคยพบกงเพ่ยจิ้นเป็นครั้งแรก แต่พอกงเพ่ยจิ้นยื่นสิ่งหนึ่งให้หนิงอ๋องเขาก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที“ม
กงเพ่ยจิ้นที่รออยู่ในห้องที่ถูกจัดฉากเอาไว้ พอสาวใช้พาตัวตู้ลี่ม่านมา เขาก็ให้คนของเขาจัดการทำให้นางหมดสติแล้วลากไปซ่อนตัวเอาไว้ ที่ห้องโถง เกาตงหยวนที่ยังคงนั่งพูดคุยกับตู้ลี่เจียว ไม่นานก็หมดสติไป เป็นกงเพ่ยจิ้นที่ได้ยาสลบชนิดเบามาจากม่านม่าน นำมาใช้กับคนทั้งสองพอพาทั้งสองเข้าไปอยู่ในห้องที่เตรียมเอาไว้ให้กงเพ่ยจิ้นและตู้ลี่ม่านแล้ว ยาสลบก็ไม่อาจต้านทานยากำหนัดชนิดรุนแรงได้ ร่างของคนทั้งสองเริ่มได้สติ ไฟราคะภายในห้องก็ดังขึ้น เสียงครางหวานและเสียงคำรามอย่างพอใจของทั้งสองดังออกมา จนสาวใช้ที่ผ่านไปผ่านมาต้องรีบนำเรื่องไปรายงานที่เรือนหลัก ตู้หยางกับจางซื่อเมื่อรู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้คิดที่จะรีบร้อนไปดู ด้วยต้องการทำให้ทั้งคู่กลายเป็นข้าวสุกเสียก่อน“ข้ายอมสละอาม่านแล้ว เจ้าต้องให้เจียวเจียวทำให้อาหยวนเร่งจัดการเรื่องการค้าให้ข้า”“ย่อมเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” จางซื่อยิ้มหวานให้ตู้หยาง “ท่านอย่าลืมมอบตำแหน่งฮูหยินเอกให้ข้านะเจ้าคะ”“หึหึ ย่อมได้” ทั้งสองหัวเราะกันอย่างมีความสุข แต่ไม่รู้เลยว่าแผนการจะไม่เป็นไปตามที่หวังเมื่อตู้หยางกับจางซื่อไปถึงที่เรือนเกิดเหตุ กลายเป็นว่าบุรุษและสตรีในห้
ภายในห้องทำงานถูกกงเพ่ยจิ้นและม่านม่าน ทำให้ข้าวของเละเทะไปหมด ร่างเปลือยเปล่าของม่านม่านถูกจับหันหลังพิงอยู่กับผนัง ด้านหลังมีกงเพ่ยจิ้นที่ตั้งใจทำลูกอย่างที่เขาว่าเอาไว้จริงๆนางหันมามองเขาอย่างอ้อนวอน “อาจิ้น...ข้าต้องกลับแล้ว” นางไม่อยากล้มป่วยเช่นในครั้งที่แล้ว“ใกล้แล้ว...ม่านม่าน อื้มมมมม” เขาคำรามออกมาอย่างพอใจกงเพ่ยจิ้นยอมปล่อยม่านม่านอย่างว่าง่าย ด้วยรู้ดีว่าร่างกายของนางตอนนี้ยังไม่สมควรจะมีบุตร แม้ในตอนนั้นตู้ลี่ม่านจะมีกงหนิงเจี้ยนและกงหนิงอวี่ตอนอายุใกล้เคียงกับนางในตอนนี้ก็ตาม แต่ในภายหลังตู้ลี่ม่านก็ร่างกายอ่อนแอไม่น้อยเลยเขาเชื่อว่าอย่างไรบุตรชายทั้งสองจะต้องกลับมาอยู่กับเขาและม่านม่านอีกครั้ง อีกอย่างยังไม่ได้แต่งนาง ไม่ควรจะให้นางตั้งครรภ์เสียก่อนแต่กงเพ่ยจิ้นคงลืมนึกไป ว่าเขาปล่อยน้ำรักในร่างของกายของทุกหยาดหยด ม่านม่านกลับมาถึงเรือนพักนางก็หลับเป็นตาย รุ่งเช้านางจึงตื่นสายกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อพี่ชายทั้งสามของนางมาดูนางที่เรือนพัก เห็นว่านางไม่ได้ล้มป่วย เพียงแต่โหมงานหนักมาหลายวันเท่านั้นจึงปล่อยให้นางพักผ่อน และสั่งงานให้ทุกคนทำแทนหลังจากวันนั้น ม่านม่านนางก
นายหน้าค้าทาสได้ยินนางอ้างถึงท่านอ๋อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าท่านอ๋องคนใด ในเมื่อหนิงอ๋องประกาศออกมาเองว่านางเป็นน้องสาวบุญธรรม ตระกูลตู้จะนับเป็นอันใดได้ เขาเองก็ไม่อยากมีปัญหากับตำหนักหนิงอ๋องม่านม่านนางจึงได้ตัวสองคนกลับมาโดยง่าย พอกำลังจะหมุนตัวกลับ นางก็พบกลุ่มคนที่กำลังถูกต้อนเข้ามาในโรงค้าทาส“ข้าซื้อเจ็ดคนนั้นด้วย” นางไม่รู้ว่าเหตุใดทั้งหมดถึงมารวมตัวกันได้ แต่นับเป็นเรื่องดีที่นางไม่ต้องวุ่นวายย้อนกลับไปซีซวงในอีกห้าปีข้างหน้า เพื่อซื้อคนของตนกลับมาทั้งหมดอาซือ อาอู่ อาลิ่ว อาชี อาปา อาจิ่ว อาซือ คือคนในสำนักคุมกันที่ถูกทางการตัดสินให้กลายมาเป็นทาส ภายหลังพวกเขาอยู่ในโรงค้าทาสในเมืองหลวง หลายปีก็ไม่มีผู้ใดกล้าซื้อ ด้วยไม่อยากมีปัญหากับขุนนางที่ลงดาบกับสำนักคุ้มกัน จึงถูกส่งตัวต่อไปยังโรงค้าทาสที่ซีซวงม่านม่านนางพาทุกคนกลับมาที่จวน แล้วตั้งชื่อให้พวกเขาเช่นเดิม งานที่นางให้ทำก็คงเป็นงานดเม อาโหยว่และอาจื่อ เตรียมตัวไปเป็นหลงจู๊ของร้านค้าที่ยังไม่ได้เปิด คนที่เหลือนางให้เป็นองครักษ์ส่วนตัวของพี่ชายนางทั้งสามคน ส่วนอาสือนางให้อยู่ข้างกายของนางตอนนี้ในเรือนของนางจึงอัดแน่นไปด้วยบุ







