เข้าสู่ระบบเมื่อเสร็จจากร้านขนมแล้ว อาริเทียร์ก็ร่ำร้องอยากไปร้านขายอาวุธอย่างที่ตั้งใจและบอกกับอาร์ดิโตเอาไว้ตั้งแต่แรก แม้จะรู้สึกปวดท้องแต่เธอก็พยายามอดทน เวลายังเหลืออีกพอสมควร ทั้งหมดจึงเลือกที่จะเดินไปเรื่อย ๆ แทนการนั่งรถม้า เพราะมันช่วยให้ภาพลักษณ์ของทุกคนดูดีและได้เฉิดฉายต่อสายตาของผู้คน
ร้านขายอาวุธชั้นดีอยู่ในย่านการทหาร ที่อยู่ถัดออกไปสามสี่ตรอกทั้งสามคนเดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ใช้เวลาราวสามสิบนาทีก็มาถึง
อาร์ดิโตเห็นเหงื่อผุดอยู่บนใบหน้าของน้องสาวก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าบรรจงซับให้อย่างอ่อนโยน
“ถ้ารู้ว่าน้องจะเหนื่อยขนาดนี้พี่คงให้นั่งรถม้ากันมาดีกว่า”
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” อาริเทียร์ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไร “ว่าแต่...น้องไม่รู้เลยค่ะ ว่าดาบร้านไหนคุณภาพดีที่สุด” อาริเทียร์ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการทหารอาวุธสักชิ้นเธอก็ไม่เคยเห็น ร้านที่อยู่ในตรอกการทหารก็ดูคล้าย ๆ กันไปหมด
“พี่มีอยู่ร้านหนึ่ง” อลันคุยโว “มาเถอะไปร้านนั้นก็ได้...ว่าแต่เทียร์เธอจะไม่เลือกให้ฉันสักเล่มเหรอ” อลันเองก็อยากได้ของขวัญจากอาริเทียร์ด้วยเช่นกัน
“ไว้รอท่านพี่อลันได้ตำแหน่งก่อนนะคะ วันนั้นน้องจะตั้งใจเลือกเลยค่ะ” อาริเทียร์ยิ้มเขินอายต่อสายตาที่เขาส่งมา
“งั้นก็อีกไม่นานแล้วล่ะ...มาเถอะ มาทางนี้กัน”
ทั้งหมดเดินตามชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงไปอย่างว่าง่าย ไม่นานก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านขายอาวุธร้านหนึ่ง
ภายนอกถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีกระจกใสบานใหญ่ทั้งบานสามารถมองทะลุได้ ทาสีเขียวเข้มดูอึมครึมหรูหราเป็นร้านที่เหมาะกับสุภาพบุรุษชนชั้นสูง ผู้คนที่เข้าออกร้านนี้ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีหน้ามีตาในสังคม อลันที่เดินนำหน้าเปิดประตูให้อาริเทียร์ ด้านในมีสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีเพียงไม่กี่คน ดูเงียบเหมาะกับการเลือกซื้อหาสินค้าคุณภาพดี
“สวัสดีครับมาร์ควิสอลัน” พ่อค้าที่รู้จักและสนิทสนมกันดีกับอลันเดินเข้ามาทักทาย “แล้วทั้งสองท่านคือ”
“อ้อ ฉันจะแนะนำให้รู้จัก สุภาพบุรุษผมสีทองผู้นี้คือลอร์ดแอสเตอร์ ทายาทตระกูลดยุกแอสเตอร์แห่งเวอร์ตั้นวูด ส่วนเลดี้คนงามผู้นี้คือท่านหญิงอาริเทียร์บุตรสาวคนเล็กของดยุกแอสเตอร์”
“ยินดีที่ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่าน มีอะไรต้องการให้ผมรับใช้เหรอครับ” เจ้าของร้านเมื่อรู้ว่าเป็นพวกกระเป๋าหนักก็รีบเอาอกเอาใจ
“ฉันอยากได้ดาบสักเล่ม สำหรับเป็นของขวัญการรับตำแหน่งของท่านพี่น่ะค่ะ” อาริเทียร์แจ้งความประสงค์ของตัวเธอเอง ส่วนอาร์ดิโตไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่อาริเทียร์จะคิดอะไรออก หากเป็นของขวัญแล้วให้ผู้ที่ได้รับมายืนอยู่ด้วยกัน เช่นนี้จะเรียกของขวัญได้เหรอ “ท่าน....”
เมื่อหันไปอีกที ทั้งอาร์ดิโตและอลันก็วิ่งพรวดพราดออกไปนอกร้านเสียแล้ว อาริเทียร์งุนงงไปหมด ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น คนตัวเล็กรวบกระโปรงขึ้นเล็กน้อยเดินตามไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
**************
เพราะมีบางอย่างที่เธอต้องทำลูเซียน่าจึงขอแยกตัวจากซาร่า อีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไรทั้งหมดจึงแยกย้ายไปทำธุระของตนเอง หญิงสาวมาถึงที่นี่ก่อนพวกเขาสักพักแล้ว โชคดีที่พวกเขาเลือกที่จะเดิน ทำให้เธอมีเวลามาเตรียมแผนการเอาไว้ล่วงหน้า ผู้เป็นเจ้านายมอบเงินจำนวนหนึ่งให้สาวใช้ประจำตัว ไปจ้างอันธพาลสักคนสองคนเพื่อมาเล่นละครตบตา
เมื่อเห็นแล้วว่าพวกเขาไปหยุดอยู่ที่ร้านไหน ลูเซียน่าก็ส่งสัญญาณเริ่มต้นแผนการในทันที
“เลดี้ ชนชนชั้นสูงมาทำอะไรที่นี่ ตามลำพังโดยไม่มีทั้งสาวใช้และอัศวินผู้ติดตาม” ชายหนุ่มตัวสูงหน้าตาไม่น่ามอง ดึงข้อมือของสตรีตัวเล็กตามแผนการที่วางเอาไว้
“ขอโทษนะคะ พอดี ดิฉันหลงทางมาค่ะ” เสื้อคลุมที่คลุมศีรษะของหญิงสาวเลื่อนหล่น เผยเส้นผมสีทองใบหน้าน่ารัก ดวงตาสีฟ้าซีดแต่ก็งดงาม ลูเซียน่าทำหน้าตาตื่นดูน่าสงสารราวกับลูกกระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่กำลังถูกล่า
“งดงามเสียด้วย ไม่รู้หรือยังไงว่าที่นี่เป็นเขตการค้าของทหาร และไม่ใช่แค่ทหารในกองทัพเท่านั้นนะคนสวย” ผู้ชายตัวสูงอีกสองสามคนเข้ามาล้อมสตรีตัวเล็กที่น่าสงสารเอาไว้ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่หน้าร้านขายอาวุธที่อลันพาทุกคนมา เพราะหน้าร้านเป็นกระจกใส ทำให้สุภาพบุรุษที่อยู่ในร้านเห็นเหตุการณ์
ทั้งสองคนไม่รอช้าทิ้งอาริเทียร์ไว้ในร้าน รีบออกมาช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อนแทบจะทันที
“ปล่อยเลดี้ซะ”
สุภาพบุรุษสองคนที่พยายามเข้าไปช่วยเหลือเลดี้น่าสงสารอยู่ในสายตาของอาริเทียร์
**************
อาริเทียร์หุบยิ้มหยุดยืนอยู่ในร้านมองตามออกไป นอกจากพวกเขาทั้งสองคนแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งกำลังจะวิ่งตามออกไป แต่น่าจะเพราะเห็นว่าเธอได้รับการช่วยเหลือแล้ว เขาจึงหยุดอยู่เช่นนั้น สายตาทุกคู่จับต้องไปที่เลดี้ผมสีทองที่เธอไม่รู้จักชื่อ
“ท่านหญิงอาริเทียร์ ยังสนใจดาบเล่มนี้อยู่หรือไม่ครับ” พ่อค้าไม่ได้ใส่ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาห่วงแต่กำไรในการขายมากกว่า
“...” อาริเทียร์ไม่ได้ตอบอะไรมองตามทุกคนที่อยู่หน้าร้านด้วยสายตาเศร้าหมอง ไม่นานทั้งหมดก็เดินพาเลดี้คนนั้นหายออกไปจากหน้าร้าน
“ท่านหญิงอาริเทียร์” พ่อค้าตะโกนเสียงดังมากขึ้น จนคนในร้านหันไปมองเป็นตาเดียวกัน “จะยังรับดาบเล่มนี้ไหมครับ”
คนตัวเล็กมองไปยังดาบที่ประดับบุษราคัม สีเหลืองอร่ามประดุจเส้นผมของพี่ชาย พ่อค้าดูเหมือนจะเริ่มหงุดหงิดแล้วที่เธอเอาแต่เหม่อลอย จึงปล่อยดาบเล่มนั้นให้เธอถือด้วยตนเอง
“....”
“เลดี้ก็ดูเอาเองก็แล้วกันว่าอยากได้หรือเปล่า” พูดจบก็ส่งด้ามจับให้กับสตรีตัวเล็กผมสีน้ำตาล เพราะเธอเองก็ยังรู้สึกว้าวุ่นกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น จึงรับมาแบบไม่ได้ใส่ใจว่าด้านนั้นจะเป็นคมดาบหรือด้ามจับ
“เลดี้” ไนซีอาส่งเสียงเรียกให้เธอมีสติ พร้อมกับแย่งดาบเล่มนั้นออกจากมือเธอได้ทันเสียก่อนที่คมของมันจะบาดมือเล็ก ๆ นั่น
“ค่ะ..คะ” อาริเทียร์เงยหน้ามองชายหนุ่มที่สวมเสื้อคลุมสีดำทั้งตัว
“ระวังด้วย”
“อ้อ...ขอบคุณมากค่ะ” อาริเทียร์ขอบคุณ “คุณชายอยากได้เล่มนั้นหรือคะ” อาริเทียร์เห็นเขาถือดาบที่เธอหมายปองเอาไว้กับตัว
“เปล่าหรอก ผมอยากได้ดาบธรรมดามากกว่า” ไนซีอาสนทนากับเธอ แต่ดวงตาสีเข้มที่น่าหลงใหลคู่นั้นยังคงจับจ้องไปที่ประตูทางเข้าร้าน อาริเทียร์ไม่ได้มองมาทางเขาด้วยซ้ำ
“เพราะมันอยู่ในมือของคุณชายแล้ว ถ้าคุณชายอยากได้ดิฉันก็ไม่แย่งค่ะ” อาริเทียร์ยิ้มเศร้า
“ไม่ใช่แบบนั้นผมเห็นเลดี้จ้องมองมันอยู่ตั้งนานแล้ว ผมจะมาชุบมือเปิบแย่งขอที่เลดี้อยากได้ไปทำไมกัน” เมื่อได้มาพูดคุยกันจริง ๆ น้ำเสียงของอาริเทียร์ไพเราะกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้เสียอีก
“งั้นสินะคะ” อาริเทียร์ยิ้มและก้มหน้า แล้วจึงหันไปหาพ่อค้า “ช่วยใส่กล่องและส่งไปที่คฤหาสน์แอสเตอร์ด้วยนะคะ” คนตัวเล็กยื่นเงินทั้งถุงให้กับพ่อค้า
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันรบกวนจิตใจเธอจนเกินไป เลยไม่ได้ถามราคาของดาบเล่มนั้นด้วยซ้ำ พ่อค้าเมื่อเห็นเงินจำนวนมากเกินกว่าราคาของดาบ ก็ทำตาลุกวาวรีบเข้ามาเอาอกเอาใจลูกค้ามือเติบทันที
“นอนนานอีกแล้วนะจ๊ะเด็กดี” เอร่าใช้เส้นผมของตนเองแหย่ไปที่จมูกของบุตรสาว“ขอหนูนอนอีกหน่อยนะคะท่านแม่” เด็กหญิงบ่น“นอนไม่ได้แล้วจ้ะ มีอีกหลายคนรอลูกอยู่”“ไม่เอาหนูจะอยู่กับนอนอยู่ในอ้อมกอดของท่านแม่” ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่ลืมตา“เทียร์” เอร่าจุมพิตที่ศีรษะของบุตรสาวที่แสนล้ำค่าของตนเอง “ตื่นเถอะจะ พ่อหนุ่มผมน้ำตาลนั่นร้องไห้เหมือนกับกำลังจะตายเลยล่ะ“ผมน้ำตาลใครหรือคะ” อาริเทียร์ซุกตัวกับอกของมารดาท่าทางราวกับลูกแมวตัวเล็ก ๆ“ตื่นขึ้นไปดูเองสิจ๊ะ”ผู้เป็นมารดาจำใจดีดหน้าผากของบุตรสาวตัวน้อยของเธอแรง ๆ เพื่อปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลแพขนตางอนยาวกระเพื่อมไหว นิ้วมือของอาริเทียร์มีการขยับเขยื้อน คนตัวเล็กกะพริบตาถี่ ๆ ปรับสายตาให้โฟกัสรอบ ๆ ตัว เธอมองหน้าชายที่กำลังร้องไห้และกุมมือเธอเอาไว้ ด้วยสายตาประหลาดใจ
ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะแอบซ่อนไม่เปิดเผยตัวอยู่ในมหาวิหารต่อไป แต่พอได้เห็นอาริเทียร์กำลังมีความสุขอยู่ในอ้อมแขนของไนซีอา อลันก็บังเกิดความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ไหนจะสหายของเขาที่เวลานี้ก็ได้กลายเป็นดยุกอาร์ดิโตไปแล้ว ถ้าวันนั้นหากเธอไม่คิดจะถอนหมั้นกับเขาและไปซบอกของไอ้หมอนั่น ก็คงไม่ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตระกูลวิลเลี่ยมก็คงไม่ล่มสลายสบโอกาสตอนที่อาริเทียร์อยู่ตามลำพัง อลันฉวยโอกาสนั้นทำให้เธอสลบและลักพาตัวเธอออกมาจากมหาวิหารทันทีอาริเทียร์ตื่นมาอีกทีพบกว่าตนเองกำลังนั่งอยู่ในรถม้าเก่าซอมซ่อคันหนึ่ง ทั้งมือและขาถูกจับมัดเอาไว้แน่น ริมฝีปากเองก็ถูกมัดเอาไว้เช่นกัน หญิงสาวหยัดตัวขึ้นไปดูว่าใครเป็นผู้ที่ขับรถม้าขนของคันนี้ มองจากด้านหลังเห็นว่าเป็นเส้นผมสีแดงอาริเทียร์จำได้ในทันทีว่าเขาคือใครเสียงดังกึกกักจากด้านหลังรถม้า อลันหันไปมองจึงเห็นว
ณ จัตุรัสกลางนครหลวงแห่งอาณาจักร สตรีรูปร่างเล็กสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ทั้งสองแขนและสองขาถูกตรวนเหล็กตรึงเอาไว้ เส้นผมสีทองสว่างที่เคยได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลานี้เกาะกันเป็นก้อน ไม่หลงเหลือความงดงามอย่างที่เคยมีเสียงก่นด่าดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ อากาศปลายฤดูใบไม้ร่วงเริ่มหนาวเหน็บแต่ประชาชนต่างก็ออกมาดูให้เห็นกับตาว่าสตรีที่สังหารครอบครัวของตนเองนับร้อยชีวิตหน้าตาเป็นอย่างไรลูเซียน่าถูกนำร่างขึ้นไปยังเครื่องกิโยตีนที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางฝูงชน นานมากแล้วที่ไม่มีการประหารนักโทษอุกฉกรรจ์เช่นนี้มาก่อน จึงเป็นที่สนอกสนใจของเหล่าประชาชนและชนชั้นสูงเป็นอย่างยิ่งแมรี่เคยได้ยินเรื่องเครื่องนี้จากในหนังสือประวัติศาสตร์ ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นด้วยตาตนเอง ชัดเจนระดับ HD ขนาดนี้ เครื่องนั้นทำจากไม้ขัดต่อกันสูงขึ้นไปกว่าสองเมตร แผ่นเหล็กขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ถูกแขวนด้วยเชือกเส้นหนึ่งห้อย
ดยุกบิลเลี่ยนสหายสนิทของดยุกไคเดน ได้รับคำขอร้องจากบุตรชายของเพื่อน เนื่องจากเป็นสหายที่คบหากันมาอย่างยาวนาน เขาจึงละวางทุกอย่างเร่งรีบมาโดยไม่ได้นึกถึงสิ่งใดได้ยินจากปากของอาร์ดิโตว่าไคเดนอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ได้แล้ว บิลเลี่ยนเองก็ทดท้อใจ นอกจากจะมาช่วยเหลือเขาแล้ว เมื่อได้เห็นหน้าของอาร์ดิโตก็คิดจะจับคู่ให้กับบุตรสาวคนรองของตนเอง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว จึงล้มเลิกความคิดนั้นไปเมื่อจากลูกแก้วฉายคำพูดของลูเซียน่าครบถ้วนกระบวนความ คนจากกระทรวงยุติธรรมก็แสดงตัวเข้าจับกุมในทันที“ถ้าท่านพี่สังหารท่านพ่อ ช่วยส่งให้ท่านพ่อพ้นจากความทรมาน เราสองคนก็จะได้ครองรักกันเร็วขึ้นนะคะ”ลูเซียน่าหยิบขวดยาออกมาจากกระเป๋าที่เหน็บไว้ที่ช่องลับที่เอวขวดใบนี้เหมือนกับขวดยาที่อลันใช้กับอาริเทียร
หลังจากที่อาร์ดิโตจัดการกับลิ้นของเบลฟอร์ด แมรี่ก็มีความรู้สึกหวาดกลัวเขาขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ในโลกศตวรรษที่ 21 การฆ่ากันยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย บ้านเมืองมีขื่อมีแป การทำร้ายร่างกายกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีความผิดตามกฎหมายหากเจ้าทุกข์ร้องเรียนหรือแจ้งความ ยังคงมีกฎหมายคุ้มครองพวกอาชญากร แม้ว่าแมรี่จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายเหล่านั้นแต่ในเมื่อมันเป็นครรลองของสังคมเธอก็ทำอะไรไม่ได้แม้จะรู้ว่าเบลฟอร์ดกระทำผิดไป ก็ควรคาดโทษหรือเขาจับขังเอาไว้ในคุกหรือยึดคืนบรรดาศักดิ์และทรัพย์สมบัติเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่คิดว่าอาร์ดิโตจะสามารถลงมือตัดลิ้นเขาได้อย่างง่ายดายเมื่อคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นแมรี่ยังรู้สึกตกใจไม่หาย เธอเคยเป็นอัศวินของแกรนด์ดยุกไนซีอา แต่ผู้ที่เธอต่อสู้เป็นข้าศึกและกบฏที่สมควรแก่การกำจัดทิ้ง และแมรี่ไม่เคยลงมือจัดการพวกเขาด้วยมือของเธอเอง เธอไม่ได้รู้จักคนพวกนั้นเหมือนกับที่รู้จักและคุ้นเคยกับเขาอย่างเ
หลังจากดื่มชาเสร็จแล้ว องค์ราชินีใช้หินเวทเคลื่อนย้ายพาตัวเลดี้ตระกูลลินคอร์นกลับพระราชวังทันที เลดี้คนนั้นดูจะงงไม่น้อยที่ถูกฝ่าบาทลากไปลากมาตลอดหลายวันเรื่องความรักของไนซีอาที่มีต่อเธออาริเทียร์ไม่ได้กังขาและกังวลใด ๆ อีก มีแค่เพียงเรื่องของท่านพ่อที่ทำให้อาริเทียร์กังวลกลิ่นสบู่และเครื่องหอมอบอวลไปทั่วทั้งห้องอาบน้ำ ไนซีอานั่งอยู่ในสระน้ำร้อนก่อนแล้ว อาริเทียร์ที่ยังสวมชุดแพรตัวบาง ๆ เดินเข้ามาตามหลังแววตาสีน้ำตาลเข้มของไนซีอาจ้องมองล้ำลึก“นี่ก็เป็นหนึ่งในบทเรียนที่แมรี่สอนคุณด้วยหรือเปล่า” เขาถามพร้อมกับวางแขนทั้งสองข้างไว้บนขอบสระ จับจ้องไปที่คนตัวเล็กที่ผิวกายขาวผ่องที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาภายในหญิงสาวยิ้ม ยังไม่ได้ตอบอะไรชุดผ้าแพรตัวบางที่เธอสวมอยู่นั้นเป็นสีขาวสะอาดตาบางเบา อาริเทียร์ค่อย ๆ ก้าวขาลงไปในสระน้ำแล้วจึงเดินไปนั่งอยู่บนตักของไนซีอาเมื่อเปียกชุ่มไปด้วยน้ำอุ่น สัดส่วนเรือนร่างของอาริเทียร์ที่แอบซ่อนอยู่
เห็นรถม้าจากตระกูลวิลเลี่ยมเข้ามาจอดอยู่ที่ลานหน้าบ้านได้สักพักแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าอลันจะมาพบเธอ อาริเทียร์อุตส่าห์ให้แมรี่รีบแต่งตัวให้อย่างเร่งรีบ แต่กระนั้นก็ไม่พบว่าอลันจะมาพบเธอเสียที ได้ยินว่าท่านพี่อาร์ดิโตที่เป็นสหายของท่านพี่อลันไปที่ดัชชีเพื่อสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนท
หลายวันแล้ว ตั้งแต่ที่มีลูเซียน่าอยู่ในคฤหาสน์แอสเตอร์ มันทำให้อลันอยากจะแวะเวียนไปที่บ้านหลังนั้นอยู่เรื่อย ๆ วันนี้ก็เช่นกัน ในวันที่ดยุกไคเดนออกไปทำงานและอาร์ดิโตก็ไปสะสางความวุ่นวายที่ดัชชี ชายหนุ่มที่มีเรือนผมสีแดงจึงดอด
อาริเทียร์ลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง ตั้งแต่ก่อนที่จะถึงเวลาสาวใช้เข้ามาในห้อง คนตัวเล็กมองโดยรอบตัว เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเป็นเรื่องจริงหรือความฝัน ถ้าเป็นฝันก็คงจะเป็นความฝันที่อิสระและดีที่สุดสำหรับเ
“เทียร์ หยุดก่อนครับเทียร์หยุดก่อน” ไนซีอาต้องรีบจับมือซุกซนของยายขี้เมาเอาไว้“ทำไมละคะ หรือว่าไนซีอาก็ไม่ได้ต้องการฉัน” เวลานี้อาริเทียร์ผู้เมามายกำลังนั่งคร่อมอยู่บนตัวของชายหนุ







