LOGINเมื่อพวกเขาอยากได้น้องสาวที่น่ารัก บุตรสาวที่เพียบพร้อม คู่หมั้นที่สมบูรณ์แบบ อาริเทียร์ก็พร้อมจะเป็นให้พวกเขา คนตัวเล็กยังคงปฏิบัติตัวเช่นเดิมเหมือนทุกครั้งที่ได้ออกมานอกบ้านกับอาร์ดิโตผู้เป็นพี่ชาย
“ได้ยินว่าท่านพี่ได้เลื่อนขั้นด้วย” อาริเทียร์ยิ้มให้กับพี่ชาย และเริ่มสนทนากันเพื่อเป็นการฆ่าเวลาระหว่างเดินทาง “น้องแสดงความยินดีด้วยนะคะ”
“ขอบคุณน้องมากนะครับ”
“แต่น้องไม่มีอะไรมอบให้ท่านพี่เลย” อาริเทียร์ทำหน้าเศร้า “ว่าแต่ทำไมท่านพี่ได้เลื่อนขั้นถึงไม่ยอมมาบอกข่าวน้องหน่อยล่ะคะ ทำไมถึงต้องให้น้องรู้จากเบลฟอร์ด”
อาร์ดิโตเบิกตาเล็กน้อย มองน้องสาวที่ทำหน้าเศร้า
“ตายจริง พี่ไม่เคยบอกน้องเหรอ” เขาคงงานยุ่งจนเกินไปจนละเลยเธอ
“ค่ะ ท่านพี่ยังไม่ได้บอกน้องอย่างเป็นทางการเลยนะคะ วันงานเลี้ยงเลื่อนขั้นของท่านพี่ที่จะถึงเร็ว ๆ นี้ น้องก็ยังไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรเอาไว้เลย อันที่จริงน้องรู้จาก...จากการที่เบลฟอร์ดพูดเรื่องนี้กับสาวใช้ เรื่องที่คฤหาสน์จะจัดงาน” อาริเทียร์น้อยใจ
“อย่าน้อยใจไปเลยน้องพี่ งั้น...ให้โอกาสพี่อีกสักรอบได้ไหม” อาร์ดิโตลูบหัวน้องสาวอย่างอ่อนโยน
“...” เธอพยักหน้าหงึก ๆ
“อาริเทียร์ พี่ได้เลื่อนขั้นแล้วนะ อดทนหน่อยนะเทียร์ อีกไม่นาน”
“ค่ะ ยินดีด้วยนะคะท่านพี่” ประโยคแรกเธอเข้าใจความหมาย แต่ประโยคหลังเธอไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังสื่อถึงอะไร
“วันนี้ก็ซื้อดาบให้พี่สักเล่มสิ เป็นของขวัญก็ได้”
“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวหลังจากรับประทานขนมแล้วเราไปดูที่ร้านขายอาวุธกันนะคะ”
อาร์ดิโตกุมมือน้องสาวอย่างรักใคร่
ภาพลักษณ์ของทั้งสามคนดูดีในสายตาของคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังใด ๆ เกี่ยวข้องกับตระกูลใหญ่ทั้งสอง หากมองด้วยสายตาของคนนอกพวกเขาดูเหมือนเป็นครอบครัวที่รักใคร่ปรองดองกันดี และอีกไม่นานสองตระกูลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานก็จะปรองดองเป็นปึกแผ่น
ข่าวที่บอกว่าท่านหญิงอาริเทียร์เป็นลูกนอกสมรสไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร เห็นท่าว่าคงจะเป็นข่าวที่ลือกันอย่างมั่วซั่วแน่นอน วันนี้อาริเทียร์ แอสเตอร์เลยสวมเสื้อผ้าที่เปิดเผยเรือนร่างแต่ก็ไม่เกินงามพิสูจน์กันให้เห็นชัด ๆ ไปเลยว่าร่างกายของเธอไม่ได้มีบาดแผลอย่างที่หนังสือพิมพ์ตีพิมพ์
ทั้งหมดลงจากรถม้าโดยมีจุดเริ่มต้นเป็นร้านขนมใจกลางนครหลวง เป็นทำเลสำคัญที่ชนชั้นสูงและคหบดีมีชื่อเสียงมักจะมาปรากฏตัว ข่าวซุบซิบนินทาก็เริ่มจากจุดนี้เกือบทั้งนั้น
“มาเถอะน้อง” อาร์ดิโตลงจากรถม้าก่อนเป็นคนแรก ชายหนุ่มเรือนผมสีทองสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตร อยู่ในเสื้อสักหลาดสีน้ำเงินเข้มแบบที่เป็นที่นิยมในหมู่ชายหนุ่มชนชั้นสูง ดูหล่อเหลาจนหญิงสาวหลายคนต้องแอบมอง เขาเบนสายตาไปรอบ ๆ ตัวเมื่อเห็นว่าสายตาทุกคนจับจ้องมายังจุดที่เขายืนอยู่พอสมควรและเป็นที่สนใจพอ จึงยื่นมือส่งให้กับอาริเทียร์ผู้เป็นน้องสาว
“ขอบคุณค่ะ ท่านพี่” อาริเทียร์รู้สึกว่าตนเองนั้นก็เก่งอยู่ไม่น้อยที่สามารถกักเก็บอารมณ์ขุ่นเคืองเอาไว้ในใจแล้วแสดงทุกอย่างให้เป็นปกติ
“เทียร์ เมื่อกี้เธอก็นั่งมากับอาร์ดิโตแล้ว ครั้งนี้ฉันขอจูงมือเธอเข้าไปในร้านขนมได้หรือไม่” อลันที่รีบลงมาจากรถม้า เข้ามาพยายามช่วงชิงเธอไปจากพี่ชาย
ใครเห็นก็คงคิดว่าเขารักเธอเหลือเกิน ส่วนผู้เป็นพี่ชายก็ห่วงน้องสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือนสุดชีวิต ชายหนุ่มที่หล่อเหลาและเป็นที่หมายปองของผู้หญิงเกินครึ่งเมือง กำลังยื้อแย่งความรักจากท่านหญิงอาริเทียร์เรียกเสียงฮือฮาจากทุกคนได้เป็นอย่างดี
**************
“คนร้ายกาจเช่นอาริเทียร์ไม่สมควรได้รับความรักพวกนั้นเลยสักนิด”
ลูเซียน่า โรส สมิทต์ บุตรสาวตระกูลบารอนสมิทต์ ที่กำลังมองภาพเหตุการณ์ถึงกับต้องหันกลับมาสนใจสิ่งที่เพื่อนสนิทอย่างซาร่า เอฟเวอร์ตั้น บุตรสาวท่านเคานต์เอฟเวอร์ตั้น เอ่ยออกมา
“ซาร่ากำลังหมายถึงอะไรเหรอ” ลูเซียน่าผู้มีเรือนผมสีทองดวงตาสีฟ้า ใช้มือเท้าคางตั้งใจฟังสิ่งที่เพื่อนสนิทกำลังจะพูด
ซาร่า มองไปทางคนพวกนั้นที่เดินไปนั่งโต๊ะที่วิวดีที่สุดแล้วจึงเริ่มพูด
“เมื่อวันที่ไปงานเลี้ยงของเลดี้ลินคอร์น ฉันถูกยายนั่นแกล้งทำน้ำชาหกใส่ เพียงเพราะฉันพูดถึงข่าวลือในหนังสือพิมพ์ แล้วลูเซียน่าเธอน่ะ เพิ่งมาที่นครหลวงอาจจะไม่รู้กิตติศัพท์ของยายมารร้ายนั่น ฉันจะเล่าให้ฟัง”
เมื่อมีโอกาสได้พูดซาร่าก็เริ่มเล่าความร้ายกาจของอาริเทียร์ให้เพื่อนสนิทจากชนบทฟังทั้งหมด ตั้งแต่การกลั่นแกล้งในวิทยาลัยเมื่อครั้งที่ยังเรียนอยู่ด้วยกัน ข่าวลือเรื่องแย่งคนรักของเพื่อนร่วมชั้นเรียน คำพูดซุบซิบในหมู่คนรับใช้เรื่องที่อาริเทียร์นั้นเป็นคนอารมณ์ร้าย คนรับใช้ที่ทำอะไรไม่ถูกใจก็มักจะถูกตบตีและไล่ออก ข่าวลือนั้นเป็นจริงก็ตอนที่บ้านเอฟเวอร์ตั้นรับคนรับใช้ที่ถูกไล่ออกมาจากคฤหาสน์ดยุก หญิงรับใช้คนนั้นเล่าเรื่องความร้ายกาจของอาริเทียร์ให้กับซาร่าฟังทุกสิ่งทุกอย่าง
“ตายจริง ทั้งที่หน้าตางดงามขนาดนั้นแท้ ๆ ทำไมถึงเป็นคนใจร้ายได้ขนาดนั้นนะ” ลูเซียน่าเหลือบตาไปมองทั้งสามที่อยู่ที่โต๊ะที่ดีที่สุดของร้าน
“สวยที่ไหนกันล่ะ ฉันว่าก็งั้น ๆ เทียบกับเธอไม่ได้ด้วยซ้ำลูเซียน่า” ในความคิดเห็นของซาร่าไม่คิดว่าอาริเทียร์จะงดงามอย่างที่ใครเขาพูดกัน “คงเพราะเกิดมาก็อยู่ในตระกูลดยุกแล้วนั่นแหละ ความสวยของแม่นั่นเลยถูกอวยกันเพราะสถานะนั่น”
“ฉันไม่ได้สวยขนาดนั้นหรอกซาร่า เธอพูดเกินไปแล้ว” ลูเซียน่าก้มหน้าเล็กน้อยถ่อมตัว อย่างที่เคยเป็น
“อย่าถ่อมตัวไปหน่อยเลย ไว้วันงานเลี้ยงของลอร์ดอาร์ดิโต ฉันจะทำให้เพื่อนรักของฉันกลายเป็นดาวเด่นของงานให้ได้” ซาร่ากล่าว
“แต่ว่า...มีอีกคนหนึ่งที่ฉันสงสัย ทำไมท่านหญิงอาริเทียร์ถึงไม่เหมือนกับลอร์ดอาร์ดิโตที่เป็นพี่ชายเลยล่ะ” ลูเซียน่าถามด้วยความสงสัย “ที่จริงฉันก็เคยเห็นหน้าดยุกแอสเตอร์ เลดี้คนนั้นไม่เห็นจะเหมือนกับท่านพ่อหรือพี่ชายของเธอเลย”
น้ำชาที่ซาร่าดื่มไปเมื่อครู่เกือบพุ่งออกมาเพราะคำพูดใสซื่อของเพื่อนสนิท
“จริงด้วย ลูเซียน่าเธออยู่ในชนบทใช่ไหมล่ะอาจจะไม่รู้เรื่องข่าวลือนั่น ฉันจะเล่าให้ฟัง” ซาร่าเริ่มเล่าทุกอย่างให้ลูเซียน่าฟังอย่างออกรสออกชาติ
สายตาของลูเซียน่ามองไปที่คนสามคนอย่างรู้สึกอะไรบางอย่างพร้อมกับฟังสิ่งที่เพื่อนสนิทเล่า น่าอิจฉาจังเลยนะ ทั้งที่มีข่าวลือว่าเป็นลูกนอกสมรส นิสัยก็ร้ายกาจ แต่คนแบบนั้นยังได้รับความรักจากท่านพ่อ ท่านพี่และคู่หมั้นอย่างลอร์ดอลัน ถ้าเกิดว่า...ความรักพวกนั้นมันตกเป็นของเธอจะดีสักเพียงไหนกัน จู่ ๆ เธอก็รู้สึกอยากได้ความรักพวกนั้นบ้าง เธอเป็นนางเอกนะ คนที่ควรจะได้รับความรักมากมายเช่นนั้นต้องเป็นเธอต่างหาก
“ถ้าฉันได้ความรักจากท่านดยุก จากลอร์ดอาร์ดิโต ลอร์ดอลันบ้างก็คงจะดีไม่น้อย” ลูเซียน่าเปรย
“ใช่แล้วล่ะ ใคร ๆ ก็ได้อยากได้ความรักจากพวกเขาทั้งนั้น ลูเซียน่า เธอรู้ไหมว่าท่านดยุกไคเดนน่ะยังหล่อและสง่างามอยู่เลย แม้จะอายุมากขึ้นแล้วก็ตาม” ซาร่ามองไปที่โต๊ะตรงนั้นและพูดด้วยสายตาชวนฝันเมื่อเอ่ยถึงชายผู้เป็นผู้นำตระกูลแอสเตอร์อย่างดยุกไคเดน
มีอยู่หลายครั้งที่ซาร่าคิดไฝ่ฝันอยากได้เป็นดัชเชส อยากอยู่เคียงข้างไคเดนเพราะความหล่อเหลาและแสนดีของเขา
“นั่นสิ”
ใช่แล้วล่ะใคร ๆ ก็อยากได้ความรักของพวกเขาทั้งนั้น
“นอนนานอีกแล้วนะจ๊ะเด็กดี” เอร่าใช้เส้นผมของตนเองแหย่ไปที่จมูกของบุตรสาว“ขอหนูนอนอีกหน่อยนะคะท่านแม่” เด็กหญิงบ่น“นอนไม่ได้แล้วจ้ะ มีอีกหลายคนรอลูกอยู่”“ไม่เอาหนูจะอยู่กับนอนอยู่ในอ้อมกอดของท่านแม่” ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่ลืมตา“เทียร์” เอร่าจุมพิตที่ศีรษะของบุตรสาวที่แสนล้ำค่าของตนเอง “ตื่นเถอะจะ พ่อหนุ่มผมน้ำตาลนั่นร้องไห้เหมือนกับกำลังจะตายเลยล่ะ“ผมน้ำตาลใครหรือคะ” อาริเทียร์ซุกตัวกับอกของมารดาท่าทางราวกับลูกแมวตัวเล็ก ๆ“ตื่นขึ้นไปดูเองสิจ๊ะ”ผู้เป็นมารดาจำใจดีดหน้าผากของบุตรสาวตัวน้อยของเธอแรง ๆ เพื่อปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลแพขนตางอนยาวกระเพื่อมไหว นิ้วมือของอาริเทียร์มีการขยับเขยื้อน คนตัวเล็กกะพริบตาถี่ ๆ ปรับสายตาให้โฟกัสรอบ ๆ ตัว เธอมองหน้าชายที่กำลังร้องไห้และกุมมือเธอเอาไว้ ด้วยสายตาประหลาดใจ
ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะแอบซ่อนไม่เปิดเผยตัวอยู่ในมหาวิหารต่อไป แต่พอได้เห็นอาริเทียร์กำลังมีความสุขอยู่ในอ้อมแขนของไนซีอา อลันก็บังเกิดความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ไหนจะสหายของเขาที่เวลานี้ก็ได้กลายเป็นดยุกอาร์ดิโตไปแล้ว ถ้าวันนั้นหากเธอไม่คิดจะถอนหมั้นกับเขาและไปซบอกของไอ้หมอนั่น ก็คงไม่ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตระกูลวิลเลี่ยมก็คงไม่ล่มสลายสบโอกาสตอนที่อาริเทียร์อยู่ตามลำพัง อลันฉวยโอกาสนั้นทำให้เธอสลบและลักพาตัวเธอออกมาจากมหาวิหารทันทีอาริเทียร์ตื่นมาอีกทีพบกว่าตนเองกำลังนั่งอยู่ในรถม้าเก่าซอมซ่อคันหนึ่ง ทั้งมือและขาถูกจับมัดเอาไว้แน่น ริมฝีปากเองก็ถูกมัดเอาไว้เช่นกัน หญิงสาวหยัดตัวขึ้นไปดูว่าใครเป็นผู้ที่ขับรถม้าขนของคันนี้ มองจากด้านหลังเห็นว่าเป็นเส้นผมสีแดงอาริเทียร์จำได้ในทันทีว่าเขาคือใครเสียงดังกึกกักจากด้านหลังรถม้า อลันหันไปมองจึงเห็นว
ณ จัตุรัสกลางนครหลวงแห่งอาณาจักร สตรีรูปร่างเล็กสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ทั้งสองแขนและสองขาถูกตรวนเหล็กตรึงเอาไว้ เส้นผมสีทองสว่างที่เคยได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลานี้เกาะกันเป็นก้อน ไม่หลงเหลือความงดงามอย่างที่เคยมีเสียงก่นด่าดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ อากาศปลายฤดูใบไม้ร่วงเริ่มหนาวเหน็บแต่ประชาชนต่างก็ออกมาดูให้เห็นกับตาว่าสตรีที่สังหารครอบครัวของตนเองนับร้อยชีวิตหน้าตาเป็นอย่างไรลูเซียน่าถูกนำร่างขึ้นไปยังเครื่องกิโยตีนที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางฝูงชน นานมากแล้วที่ไม่มีการประหารนักโทษอุกฉกรรจ์เช่นนี้มาก่อน จึงเป็นที่สนอกสนใจของเหล่าประชาชนและชนชั้นสูงเป็นอย่างยิ่งแมรี่เคยได้ยินเรื่องเครื่องนี้จากในหนังสือประวัติศาสตร์ ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นด้วยตาตนเอง ชัดเจนระดับ HD ขนาดนี้ เครื่องนั้นทำจากไม้ขัดต่อกันสูงขึ้นไปกว่าสองเมตร แผ่นเหล็กขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ถูกแขวนด้วยเชือกเส้นหนึ่งห้อย
ดยุกบิลเลี่ยนสหายสนิทของดยุกไคเดน ได้รับคำขอร้องจากบุตรชายของเพื่อน เนื่องจากเป็นสหายที่คบหากันมาอย่างยาวนาน เขาจึงละวางทุกอย่างเร่งรีบมาโดยไม่ได้นึกถึงสิ่งใดได้ยินจากปากของอาร์ดิโตว่าไคเดนอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ได้แล้ว บิลเลี่ยนเองก็ทดท้อใจ นอกจากจะมาช่วยเหลือเขาแล้ว เมื่อได้เห็นหน้าของอาร์ดิโตก็คิดจะจับคู่ให้กับบุตรสาวคนรองของตนเอง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว จึงล้มเลิกความคิดนั้นไปเมื่อจากลูกแก้วฉายคำพูดของลูเซียน่าครบถ้วนกระบวนความ คนจากกระทรวงยุติธรรมก็แสดงตัวเข้าจับกุมในทันที“ถ้าท่านพี่สังหารท่านพ่อ ช่วยส่งให้ท่านพ่อพ้นจากความทรมาน เราสองคนก็จะได้ครองรักกันเร็วขึ้นนะคะ”ลูเซียน่าหยิบขวดยาออกมาจากกระเป๋าที่เหน็บไว้ที่ช่องลับที่เอวขวดใบนี้เหมือนกับขวดยาที่อลันใช้กับอาริเทียร
หลังจากที่อาร์ดิโตจัดการกับลิ้นของเบลฟอร์ด แมรี่ก็มีความรู้สึกหวาดกลัวเขาขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ในโลกศตวรรษที่ 21 การฆ่ากันยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย บ้านเมืองมีขื่อมีแป การทำร้ายร่างกายกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีความผิดตามกฎหมายหากเจ้าทุกข์ร้องเรียนหรือแจ้งความ ยังคงมีกฎหมายคุ้มครองพวกอาชญากร แม้ว่าแมรี่จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายเหล่านั้นแต่ในเมื่อมันเป็นครรลองของสังคมเธอก็ทำอะไรไม่ได้แม้จะรู้ว่าเบลฟอร์ดกระทำผิดไป ก็ควรคาดโทษหรือเขาจับขังเอาไว้ในคุกหรือยึดคืนบรรดาศักดิ์และทรัพย์สมบัติเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่คิดว่าอาร์ดิโตจะสามารถลงมือตัดลิ้นเขาได้อย่างง่ายดายเมื่อคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นแมรี่ยังรู้สึกตกใจไม่หาย เธอเคยเป็นอัศวินของแกรนด์ดยุกไนซีอา แต่ผู้ที่เธอต่อสู้เป็นข้าศึกและกบฏที่สมควรแก่การกำจัดทิ้ง และแมรี่ไม่เคยลงมือจัดการพวกเขาด้วยมือของเธอเอง เธอไม่ได้รู้จักคนพวกนั้นเหมือนกับที่รู้จักและคุ้นเคยกับเขาอย่างเ
หลังจากดื่มชาเสร็จแล้ว องค์ราชินีใช้หินเวทเคลื่อนย้ายพาตัวเลดี้ตระกูลลินคอร์นกลับพระราชวังทันที เลดี้คนนั้นดูจะงงไม่น้อยที่ถูกฝ่าบาทลากไปลากมาตลอดหลายวันเรื่องความรักของไนซีอาที่มีต่อเธออาริเทียร์ไม่ได้กังขาและกังวลใด ๆ อีก มีแค่เพียงเรื่องของท่านพ่อที่ทำให้อาริเทียร์กังวลกลิ่นสบู่และเครื่องหอมอบอวลไปทั่วทั้งห้องอาบน้ำ ไนซีอานั่งอยู่ในสระน้ำร้อนก่อนแล้ว อาริเทียร์ที่ยังสวมชุดแพรตัวบาง ๆ เดินเข้ามาตามหลังแววตาสีน้ำตาลเข้มของไนซีอาจ้องมองล้ำลึก“นี่ก็เป็นหนึ่งในบทเรียนที่แมรี่สอนคุณด้วยหรือเปล่า” เขาถามพร้อมกับวางแขนทั้งสองข้างไว้บนขอบสระ จับจ้องไปที่คนตัวเล็กที่ผิวกายขาวผ่องที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาภายในหญิงสาวยิ้ม ยังไม่ได้ตอบอะไรชุดผ้าแพรตัวบางที่เธอสวมอยู่นั้นเป็นสีขาวสะอาดตาบางเบา อาริเทียร์ค่อย ๆ ก้าวขาลงไปในสระน้ำแล้วจึงเดินไปนั่งอยู่บนตักของไนซีอาเมื่อเปียกชุ่มไปด้วยน้ำอุ่น สัดส่วนเรือนร่างของอาริเทียร์ที่แอบซ่อนอยู่
เขาตามสายข่าวเรื่องการก่อกบฏต่อราชบัลลังก์ของอาณาจักรมาจนถึงงานเทศกาล ในระหว่างที่กำลังสอดส่ายสายตาหาความผิดปกติหรือผู้ต้องสงสัย บังเอิญไปพบกับใครสักคนที่เห็นผ่านหน้าผ่านตาจากหน้าหนังสือพิมพ์ซุบซิบที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นสูงที่มารดาชอบอ่านอยู่บ่อย ๆ“นั่นไม่ใช่ท่านหญิงอาริเทียร์ผู้โด่งดังหรอกหรือครับ
“พาฉันไปที่ไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่ที่บ้านหลังนี้ที” อาริเทียร์ที่ถูกลากออกมาจากสวน ขอร้องแมรี่“หมายความว่ายังไงนะคะ” แมรี่ถามซ้ำอีกหนึ่งรอบ“ช่วยพาฉันไปที่ไหนก็ได้ ไปให้พ้นจากที่นี่” อาริเทียร์ที่เหม่อลอยบอกกับหญิงรับใช้ของตนเอง “ฉันรบกวนเธอสักหน่อยได้ไหม แค่วันนี้วันเดียว” เธอขอร้อง“แต่ว่าการออกไปข้า
เป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่อาริเทียร์ได้ออกมาเดินเล่นสูดอากาศนอกห้องนอนของตนเองบ้าง โดยมีแมรี่เดินตามหลังหอบข้าวของจำเป็นเพื่อว่าเธอจะใช้ตามหลัง ทั้งที่อาริเทียร์ทั้งไล่ทั้งด่าให้อีกฝ่ายไปเดินไกล ๆ แต่แมรี่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะทำตามคำสั่งเธอสักครั้ง ซึ่งอาริเทียร์เองก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงรู
อาริเทียร์ไม่ได้ถูกสั่งห้ามหรือกักบริเวณเหมือนทุกครั้งหลังจากถูกท่านดยุกผู้เป็นบิดาสั่งสอน ทางนั้นเองก็ไม่ได้ใส่ใจหรือเข้ามาวุ่นวายอะไรกับเธอ ได้ยินเบลฟอร์ดบอกว่าท่านพ่อกำลังจัดการตามหาตัวการที่ปล่อยข่าวนี้ให้ได้โดยเร็ววัน เพราะในนครหลวงและในวงสังคมยังคงมีการพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเธออยู่เนือง







