Share

Chapter 6

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-21 21:04:38

หลังจากพรนับพันกลับมาถึงบ้าน เธอก็ได้มาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับคุณรัตนาได้รับรู้ รวมถึงข้อตกลงในการชดใช้หนี้เป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อผู้เป็นป้าสะใภ้ได้รับฟังจนจบก็แทบจะเป็นลมล้มพับ นั่งร้องห่มร้องไห้ด้วยความสงสารหลานสาวจับใจ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นป้าหลานร่วมสายเลือด ทว่าท่านก็รักพรนับพันราวกับเป็นลูกในไส้ หัวอกคนที่เปรียบเสมือนแม่อีกคนแทบจะขาดรอน ๆ

          “เกรซ ป้าจะขายที่ดินมรดกของป้าเอามาใช้หนี้ให้เอง หนูไม่ต้องไปทำงานกับเขาหรอก”

คุณรัตนากล่าวเสียงสะอื้น

          “ไม่ได้นะคะคุณป้า” พรนับพันตกใจรีบปฏิเสธทันที เพราะที่ดินเหล่านั้นเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษของคุณรัตนา ซึ่งเธอรู้ดีว่าท่านรักและหวงแหนมันมากแค่ไหน แม้ว่าจะมีมูลค่ามหาศาล ทว่าก็มีคุณค่าทางจิตใจเกินกว่าจะตีเป็นราคาค่างวดได้

          “ทำไมล่ะลูก หืม”

          “เกรซไม่อยากให้คุณป้าต้องมาเดือดร้อนเพราะคุณลุงอีกแล้ว แค่นี้คุณป้าก็ต้องทุกข์ใจมากพอแล้ว เกรซอยากจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองค่ะ”

          “เกรซ...รู้ใช่ไหมว่าป้ารักเกรซมาก เกรซคือครอบครัวที่เหลืออยู่ของป้านะ” คำกล่าวของคุณรัตนาทำเอาหญิงสาวน้ำตารื้นด้วยความตื้นตัน เธอเข้าสวมกอดท่านพลางซบลงบนอก

          “เกรซรู้ค่ะ รู้มาเสมอ และเกรซก็รักคุณป้ามากเหมือนกัน เกรซถึงยอมไม่ได้ที่จะให้คนที่เกรซรักต้องเสียสละเพื่อเกรซ”

          “ถ้างั้นก็ตามใจ ป้าคงได้แต่สวดมนต์อ้อนวอนให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองหลานป้า แต่ถ้าไม่ไหวก็ไปอยู่กับป้าที่ออสเตรเลียนะลูก และถ้าต้นสังกัดเขาให้กลับไปทำงานเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที” คุณรัตนาว่าพลางลูบแผ่นหลังบอบบางของหลานสาวแผ่วเบา

          “ค่ะ แล้วเกรซจะโทรหาคุณป้าทุกวันนะคะ” ว่าจบเธอก็ผละออกจากอกคุณรัตนาขึ้นมาหอมแก้มท่านฟอดใหญ่

          “ป้าคงคิดถึงหนูแย่เลย”

          “ถ้าเกรซลางานได้เกรซจะไปเยี่ยมนะคะ”

          “จ้า”

          พรนับพันยิ้มกว้างให้กับป้าสะใภ้ ทว่าจู่ ๆ รอยยิ้มนั้นก็พลันหายไป เมื่อเธอนึกบางอย่างขึ้นมาได้

          “เอ่อ คุณป้าคะ แล้วเรื่องคุณลุง...” พรนับพันตัดสินใจเอ่ยถามออกไป คุณรัตนามองหน้าหลานสาวด้วยแววตาเศร้า

          “เขาไม่รับสายป้า ทั้งที่ป้าอยากจะเคลียร์ให้มันจบก่อนออกเดินทาง แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้ป้าตั้งทนายทำเรื่องฟ้องหย่าแล้ว หนูไม่ต้องเป็นห่วงนะลูก”

          “ค่ะ คุณลุงก็ไม่รับสายเกรซเหมือนกัน”

พรนับพันกล่าวออกมาเสียงสั่น นึกน้อยใจในโชคชะตา การที่คุณพฤกษ์ตัดขาดจากกันแบบนี้ นั่นทำให้เธอกลายเป็นคนไร้ญาติขาดมิตรไปโดยปริยาย

          “เกรซ ไม่ว่ายังไงหนูก็ยังเป็นหลานป้า หลานที่ป้ารักที่สุด ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของป้าได้ จำเอาไว้นะลูก”

          คำกล่าวของผู้เป็นป้าสะใภ้ ทำเอาหยดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรีบยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตา ก่อนโผเข้ากอดคุณรัตนา

           สองป้าหลานพูดคุยกันต่ออีกสักพักก็แยกย้ายกันไปเริ่มลงมือเก็บข้าวของสำคัญและเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อเตรียมตัวย้ายออกจากบ้าน

          ส่วนทรัพย์สมบัติที่เป็นของคุณพฤกษ์นั้นไม่มีใครนึกอยากแตะต้อง อีกทั้งพรนับพันพยายามติดต่อหาผู้เป็นลุงหลายต่อหลายครั้ง ทว่าก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย คุณรัตนาจึงบอกทุกคนในบ้านว่าไม่ต้องไปสนใจ

          ส่วนคนรับใช้และคนงานในบ้าน ถึงแม้ว่าจะถูกเลิกจ้างกะทันหัน แต่พรนับพันก็ให้เงินชดเชยไปมากพอสมควร

          เวลาสามวันนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็ถึงวันที่พรนับพันต้องบอกลากับคุณรัตนา

          ในช่วงเวลาเช้าตรู่หญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกวูบโหวงภายในใจ เพียงแค่คิดว่าจะต้องย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้เธอก็แทบหมดเรี่ยวแรง ไม่อยากลุกขึ้นจากเตียงนอนหนานุ่มอันคุ้นเคย ทว่าก็ต้องฝืนกายลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว

          เมื่อลงไปถึงชั้นล่างของบ้าน ก็พบว่ารถจากสนามบินกำลังจะมารับคุณรัตนาพอดี สองป้าหลานกล่าวลากันด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนที่เธอจะเดินออกมาส่งคุณรัตนาหน้าบ้าน

          พรนับพันยืนมองป้าสะใภ้ขึ้นไปนั่งในห้องโดยสารด้านหลังของรถซีดานสีขาว ก่อนที่รถจะขับเคลื่อนออกไปจนลับตา เมื่อหันกลับมาเธอก็พบว่ารถตู้สีดำคันงามกำลังจอดรออยู่ พร้อมพลขับหนุ่มที่เธอเคยพบหน้าเมื่อสามวันก่อน

          “มานานหรือยังคะ”

          “ครับ”

          “อ้าว แล้วทำไมให้เรียกคะ”

          “ท่านบอกว่าให้รอครับ” คิ้วเรียวสวยขมวดย่นให้กับคำตอบของพลขับหนุ่ม

          “ค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันไปเอากระเป๋าก่อนนะคะ”

          สิ้นเสียงหวาน พลขับหนุ่มก็ส่งสัญญาณมือ จากนั้นก็มีชายฉกรรจ์ชุดดำสองคนเดินออกมาจากด้านหลังรถตู้ ทำเอาพรนับพันสะดุ้งเล็กน้อย

          “กระเป๋าอยู่ที่ไหนครับ”

          “ยะ...อยู่ตรงประตูบ้านข้างในค่ะ”

          พรนับพันยืนมองชายชุดดำสองคนก้าวเดินฉับ ๆ เข้าไปในบ้าน ดวงตาคู่สวยเหลือบไปเห็นกระบอกปืนสีดำเมื่อมที่เหน็บข้างกายก็รีบหลบไปยืนตัวลีบ

          จากนั้นเพียงไม่นานบอดีการ์ดหนุ่มทั้งสองก็เดินออกมาพร้อมกระเป๋าเดินทางคนละใบ

          “มีแค่เหรอครับ” หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยถาม

          “ใช่ค่ะ”

          พรนับพันตอบพร้อมฝืนยิ้มเจื่อน ก่อนค่อย ๆ เดินไปขึ้นรถตู้สีดำคันงามที่จอดรออยู่

          เมื่อเธอขึ้นไปนั่งบนรถเป็นที่เรียบร้อย พลขับหนุ่มก็รีบขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งก่อนที่จะขับเคลื่อนยานพาหนะคันหรูออกจากหน้าบ้าน

          พรนับพันหันมองรอบกายก็นึกแปลกใจที่บอดีการ์ดหนุ่มทั้งสองไม่ได้ขึ้นมาด้วยกัน จนกระทั่งเธอหันไปเห็นชายชุดดำทั้งสองกระโดดขึ้นคร่อมรถบิ๊กไบค์ที่จอดอยู่ท้ายรถ ก่อนที่คันหนึ่งจะขับแซงขึ้นมานำหน้า ส่วนอีกคันขับตามรั้งท้าย

          เพียงเวลาไม่นาน รถตู้คันงามก็พาเธอมาถึงที่หมาย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Epilogue

    5 ปีต่อมาภายในห้องทำงานของท่านประธานแห่งอาณาจักร The Palace บรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เนื่องจากห้องทำงานสุดหรูในตอนนี้ไม่ต่างจากเนิร์สเซอรีขนาดย่อม ชุดโซฟาราคาแพงถูกย้ายไปวางกองรวมกันตรงมุมห้อง และถูกแทนที่ด้วยเต็นท์ผ้าขนาดใหญ่สีชมพูพาสเทล รายล้อมไปด้วยของเล่นต่าง ๆ มากมายวางเรียงรายเต็มห้องท่านประธานแห่ง The Palace นั่งประจำที่อยู่หลังโต๊ะทำงาน หมั่นละสายตาจากหน้าจอแล็ปท็อป มองไปยังลูกสาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ภายในกระโจมผ้าสีหวาน เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยยังคงอยู่ในห้วงนิทรา คนเป็นพ่อก็ยิ้มออกมา ก่อนมองเลยไปยังกรอบรูปบนผนังห้องภาพงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ที่เขาจัดให้ภรรยาอันเป็นที่รักเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน ความทรงจำอันแสนล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินค่าได้ภาพถัดไปคือแก้วตาดวงใจที่รักยิ่งกว่าสิ่งใด เด็กหญิงเอวาริณ ธนากิจอนันต์ ในภาพนั้นคือวันที่ทารกน้อยลืมตาดูโลกเมื่อ 4 ปีก่อน นอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของพรนับพันตลอดห้าปีมานี้ชีวิตของเซบาสเตียนมีแต่ความสุข และมันก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน เขากำจัดความเสี่ยงทุกอย่างในชีวิตที่อาจนำภัยอันตรายมาสู่ครอบครัว รวมถึงการ

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 32

    “ผอมลงไปเยอะเลยนะที่รัก ไม่ค่อยได้ทานข้าวเหรอ หืม” เขาเอ่ยกระซิบถามข้างหูเล็ก พลางลูบไล้ตามสัดส่วนโค้งเว้าที่อยู่ภายใต้ชุดเดรสเกาะอกตัวยาวสีดำ“ใครจะไปทานลงล่ะคะ” เธอแสร้งกล่าวเสียงกระเง้ากระงอด“ผมขอโทษนะครับที่รัก ไหนดูซิว่าผอมไปมากแค่ไหน” กล่าวจบชายหนุ่มก็ฝังใบหน้าลงไปบนซอกคอระหง สูดกลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาว ก่อนพรมจูบบนผิวเนื้ออ่อนเรื่อยลงมาจนถึงเนินอกอวบอิ่มมือหนาข้างหนึ่งคว้าขอบเกาะอกด้านบนและดึงรั้งลงมาจนเผยให้เห็นสองเต้าขาวโพลน จากนั้นเขาก็ไม่รอช้า อ้าปากครอบครองยอดอกสีหวาน ดูดดุนโลมเลียสร้างความเสียวซ่านจนเธอหลุดเสียงครางเบา ๆ ออกมาพร้อมแอ่นอกรับ ขณะเดียวกันมือเล็กเข้าขยุ้มกลุ่มผมสีน้ำตาลเพื่อระบายความซ่านสยิว“อ๊ะ...บาสเตียน”เสียงครางชื่อแสนหวานทำให้เซบาสเตียนต้องยอมผละออกจากทรวงอกอวบอิ่ม ขยับกายขึ้นจุมพิตแก้มนวลด้วยความทะนุถนอม จากนั้นชายหนุ่มก็เริ่มคืบคลานลงไปด้านล่าง ขณะเดียวกันฝ่ามือหนาสองข้างก็เข้าคว้าชายกระโปรงชุดเดรส ออกแรงดึงตรงรอยแหวกจนขาดเป็นทางยาว“อื้อ ฉีกชุดเกรซทำไมคะ บอกดี ๆ ก็ได้” หญิงสาวกล่าวประท้วงทว่าชายหนุ่มหาได้สนใจ เขาจับขาเสลาสองข้างแยกออกจากกัน จากนั้น

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 31

    เซบาสเตียนอุ้มพรนับพันขึ้นมายังห้องทำงาน ก่อนจะพาเธอเข้าไปยังห้องลับที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน ที่ซึ่งเขาใช้เป็นห้องพักผ่อนส่วนตัว ชายหนุ่มวางร่างบางลงบนโซฟาหนังสีดำตัวยาวก่อนนั่งลงเคียงข้าง มือหนาสองข้างยกขึ้นจับไหล่บอบบางเพื่อให้เธอหันมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าคมคร้ามนิ่งงัน “ที่รัก ผมกลับมาแล้วนะ” “...” ไร้ซึ่งเสียงใดเล็ดลอดออกมา ทว่ากลีบปากบางนั้นสั่นระริกจนเธอต้องเม้มเอาไว้แน่น ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และผ่อนออกมายาว ๆ “ผมคิดถึงคุณมากเลย” เสียงนุ่มทุ้มว่าพลางยกมือข้างหนึ่งจากไหล่มน ย้ายมาประคองแก้มนวล ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปหมายจะจุมพิต ทว่ามือเล็กกลับยกขึ้นดันแผงอกแกร่งให้ถอยออกห่าง และนั่นทำให้ชายหนุ่มได้เห็นหยาดน้ำตาที่ไหลหลั่งออกมาจากดวงตาคู่งาม “คนบ้า ทำไมทำกับเกรซแบบนี้ ทำไมหายไปไม่ติดต่อกลับมาเลย ฮือ ฮือ” พรนับพันร้องไห้โฮระบายความอัดอั้นตันใจพร้อมกำมือแน่นทุบกำปั้นลงบนแผงอกกว้าง “คุณรู้ไหมว่าเกรซเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน เกรซจะไปตามหาคุณที่เวกัสอยู่แล้ว คุณจะทำให้เกรซเป็นบ้าตาย รู้ไหมว่าการรอข่าวของคุณในแต่ละวันมันทรมานมาก

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 30

    เมื่อถึงวันงานเปิดตัวโพรเจกต์ The Palace พรนับพันก็พยายามครองสติเอาไว้ เพื่อให้งานผ่านพ้นไปได้ราบรื่น โดยมีวิภาวีและทีมงานคนสนิทคอยชวนคุย ดึงความสนใจ ไม่ให้นางแบบสาวมีเวลาคิดฟุ้งซ่านโดยงานในวันนี้เป็นที่กล่าวถึงตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว นอกจากความยิ่งใหญ่ตามสไตล์ The Palace แล้ว ทุกคนยังอยากรู้ชื่อโครงการที่ประธานหนุ่มปิดเอาไว้เป็นความลับอีกด้วยงานถูกจัดขึ้นภายในห้องแกรนด์บอลรูมของอาคารสำนักงานใหญ่ The Palace โดยพรนับพันได้นั่งอยู่ด้านหน้าร่วมกับกรรมการบริหารท่านอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้วิศรุตได้ทำการเปิดประชุมบอร์ดบริหารเพื่อแจ้งให้ผู้บริหารได้ทราบว่า เซบาสเตียนติดภารกิจสำคัญทำให้ไม่อาจปลีกตัวกลับมาได้ทัน จึงได้มอบอำนาจให้แก่พรนับพันดำรงตำแหน่งรักษาการแทน ซึ่งก็ไม่มีใครกล้าขัดข้อง เพราะไม่อยากมีปัญหากับประธานหนุ่มในภายหลังพรนับพันนั่งมองพิธีกรหนุ่มบนเวทีด้วยแววตาเลื่อนลอย จนกระทั่งพิธีกรหนุ่มประกาศเชิญเธอขึ้นไปบนเวทีเพื่อเปิดป้ายโครงการ“ขอเชิญคุณพรนับพัน แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเราขึ้นบนเวทีเพื่อเปิดป้ายสุดเซอร์ไพรส์ของโครงการด้วยครับ” สิ้นเสียงพิธีกรหนุ่ม แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็ต่างปรบมือกันเ

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 29

    “เป็นยังไงบ้าง” วิศรุตที่กำลังนั่งรับประทานอาหารเย็นอยู่ภายในห้องครัวของคฤหาสน์ธนากิจอนันต์เอ่ยถามน้องสาวที่เพิ่งเดินถือถาดอาหารเข้ามา ทว่าวิภาวีถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม ก่อนส่ายศีรษะเบา ๆ หลายวันมานี้นางแบบสาวเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องนอน ข้าวปลาแทบไม่ยอมแตะ รับประทานคำสองคำตามการคะยั้นคะยอของวิภาวี “วิวเคาะเรียกตั้งนานแต่ไม่มาเปิด น่าจะอยู่ในห้องน้ำ เดี๋ยวอีกสักพักว่าจะขึ้นไปใหม่” “คงต้องใช้เวลาสักพัก” สองพี่น้องมองหน้ากันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คนเป็นน้องจะเอ่ยถามขึ้น“มีความคืบหน้าอะไรบ้างไหมพี่รุต”คำถามเดิมที่ถามซ้ำ ๆ เช่นทุกวัน ด้วยหวังว่าจะได้ข่าวคราวความคืบหน้าอะไรบ้าง ถึงแม้ว่าเซบาสเตียนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทว่าทุกคนก็ยังคงไม่หมดหวัง“พี่ติดต่อทีมบอดีการ์ดทางนั้นได้แล้ว แต่ก็ไม่มีใครปริปากบอกอะไร พวกนั้นอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่ไม่ต้องกังวลไปนะ พี่ส่งทีมของพี่ตามไปแล้ว อีกไม่นานคงรู้เรื่อง”“เฮ้อ ความคืบหน้าแค่นี้เองเหรอ วิวสงสารพี่เกรซจังเลย” วิภาวีเอ่ยเสียงเศร้าพลางมองถาดอาหารซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่พรนับพันโปรด

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 28

    พรนับพันฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตนเองนอนราบอยู่บนโซฟาตัวยาวภายในห้องทำงาน โดยมีวิภาวีนำยาดมสมุนไพรจ่อที่ปลายจมูกเล็ก “พี่เกรซ เป็นไงบ้าง ไปโรงพยาบาลไหม” พรนับพันส่ายศีรษะปฏิเสธก่อนค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่ง เมื่อวิภาวีเห็นแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นช่วยประคอง ก่อนจะนั่งลงเคียงข้าง พรนับพันเหม่อมองไปยังโต๊ะทำงานของเซบาสเตียนด้วยนัยน์ตาสั่นไหว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น พลางคิดถึงสิ่งที่วิศรุตได้นำมารายงานไปก่อนหน้านี้ หัวใจของเธอก็พลันวูบโหวง ความรู้สึกห่วงหาอาทรก่อตัวขึ้น พร้อมความหวาดกลัวด้วยไม่รู้ว่าคนรักจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร “วิว...” เธอเอ่ยเรียกวิภาวีด้วยเสียงเบาหวิว โดยไม่ยอมละสายตาจากโต๊ะทำงานของเซบาสเตียน “คะ พี่เกรซ” “มีความคืบหน้าอะไรอีกไหม” “เอ่อ...คือ...” วิภาวีอึกอัก ด้วยไม่รู้จะกล่าวตอบออกไปอย่างไรดี ยิ่งได้เห็นใบหน้าเศร้าหมองของพรนับพัน คำพูดทั้งหลายก็พร้อมใจกันจุกแน่นอยู่ในลำคอ “บอกพี่มาเถอะ ขอร้อง” เสียงหวานอ้อนวอนเจือสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ “พี่เกรซต้องเข้มแข็ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status