Share

Chapter 5

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-21 21:02:03

เมื่อรถจอดนิ่งสนิท พลขับหนุ่มก็รีบลงมาเปิดประตูให้นางแบบสาว ทันทีที่รองเท้าส้นสูงสามนิ้วสีน้ำเงินเข้มสัมผัสลงบนพื้น ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มผิวสีแทนในชุดสูทสีดำก็เดินออกมาต้อนรับ

“สวัสดีครับคุณพรนับพัน ผมวิศรุตครับ”

“สวัสดีค่ะ” เธอกล่าวทักทายพร้อมยกมือไหว้ตามมารยาท ทว่าเมื่อได้มองหน้าผู้ช่วยหนุ่มเต็มสองตา เธอก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาราวกับว่าเคยเจอกันมาก่อน

“เชิญด้านในครับ ท่านรออยู่” คำกล่าวของวิศรุตดึงความสนใจของเธอให้กลับมาโฟกัสที่ประตูทางเข้าคฤหาสน์

“...” และที่สำคัญคำว่าท่านที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มทำเอาเธอเริ่มใจคอไม่ดี

พลันหางตาเหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวบริเวณสนามหญ้ารอบคฤหาสน์ และเมื่อหันไปมองเธอก็ต้องตกใจ

ชายฉกรรจ์หลายคนในชุดสูทสีดำสนิททั้งชุด ทุกคนล้วนมีอาวุธปืนเหน็บอยู่ข้างกาย บรรยากาศที่เห็นทำให้เธอรู้สึกเข้าใกล้กับคำว่ามาเฟียเข้าไปทุกที คงไม่มีคนธรรมดาที่ไหนจะมีบอดีการ์ดเป็นโขยงอยู่รอบบ้าน

“เชิญครับคุณพรนับพัน”

“ค่ะ ค่ะ”

หญิงสาวรีบสาวเท้าก้าวตามวิศรุตเข้าไปด้านใน ซึ่งก็ยังไม่วายมีบอดีการ์ดอาวุธครบมือยืนอยู่ตามจุดต่าง ๆ และทุกคนต่างโค้งคำนับเมื่อเธอเดินผ่าน

จวบจนชายหนุ่มตรงหน้าพาเธอมาหยุดยืนหน้าประตูไม้สีน้ำตาลบานใหญ่ วิศรุตผลักประตูเข้าไปด้านในก่อนเบี่ยงกายหลบและผายมือให้เธอ

“เชิญครับ ท่านรออยู่”

“อ้าว ไม่ได้เข้าไปด้วยกันเหรอคะ”

วิศรุตเพียงแค่ยิ้มอ่อนให้เธอ หญิงสาวจึงพอรู้ชะตากรรมตัวเองว่าจะต้องเข้าไปเผชิญกับเซบาสเตียนเพียงลำพัง

เธอค่อย ๆ ก้าวเข้าไปข้างในช้า ๆ ก่อนที่วิศรุตจะปิดประตูไล่หลังเธอมา ทำเอาร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย

พรนับพันไล่สายตามองภายในห้องที่ถูกออกแบบตกแต่งไว้อย่างหรูหรา ทั้งโต๊ะทำงานที่อยู่ริมหน้าต่าง ตู้หนังสือสูงจรดเพดานตลอดแนวผนังด้านหนึ่ง ไปจนถึงชุดโซฟาหนังสีดำขลับ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นวัสดุราคาแพง

แต่ทว่า...กลับไร้เงาของคนที่กำลังรอเธออยู่

“เมื่อกี้คุณวิศรุตบอกว่าท่านรออยู่...” คิ้วเรียวสวยขมวดย่นด้วยความข้องใจ ก่อนกวาดสายตามองไปจนทั่วห้องอีกครั้ง พลันดวงตาคู่สวยไปสะดุดที่ภาพถ่ายของชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งบนผนัง

ชายในภาพหน้าตาหล่อเหลาตามแบบชายไทย ส่วนอีกฝ่ายเป็นหญิงสาวชาวต่างชาติหน้าตางดงาม ทั้งสองคนช่างเหมาะสมกันมาก จนทำให้พรนับพันเผลอจ้องมองอย่างลืมตัว

“มาแล้วเหรอ เชิญนั่งก่อนครับ” เสียงเข้มดังขึ้นจากอีกฝั่งหนึ่งของห้อง ทำให้พรนับพันหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวและกางกางสแล็กสีเดียวกันเดินออกมาจากประตูบานหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับชั้นวางหนังสือ

หญิงสาวมั่นใจว่าในตอนแรกเธอไม่เห็นประตูบานนั้น และเมื่อบานประตูปิดสนิทลง ก็ยิ่งทำให้เธอมั่นใจในสิ่งที่เห็นในตอนแรก เพราะมันเรียบสนิทกลมกลืนไปกับผนังห้องราวกับไม่เคยมีใครออกมาจากตรงนั้น

คนตัวโตหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แขนสองข้างยกขึ้นกอดอกพร้อมจ้องมองมายังนางแบบสาว

เมื่อเธอดึงสายตาออกมาจากประตูลับ ดวงตาของทั้งคู่สบประสานกัน เพียงแค่เสี้ยววินาทีนั้น พรนับพันรู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น ราวกับว่าเธอเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน

“ยินดีที่ได้พบกันนะครับคุณพรนับพัน”

น้ำเสียงเรียบเฉยที่เขาเอ่ยทักทายออกมา ทำเอาหญิงสาวชะงัก ก่อนจะรวบรวมความกล้ากล่าวทักทายตอบกลับไป

“สวัสดีค่ะคุณเซบาสเตียน”

หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้ทักทายเจ้าหนี้ผู้มีอายุมากกว่า ก่อนจะเดินมานั่งลงบนโซฟา ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับพร้อมเดินมาหย่อนสะโพกลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามเธอ

“พูดธุระของคุณมาได้เลย”

“คือฉัน...ฉันอยากเจรจาเรื่องหนี้สินที่คุณลุงมายืมคุณไป คุณเอาบริษัทไปได้เลยนะคะ เพราะฉันคงไม่มีปัญญาไปทำอะไรกับมัน แต่บ้าน...” เสียงหวานขาดหายไป เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของมาเฟียลูกครึ่งด้วยความประหม่า

“พูดต่อเลย ผมฟังอยู่”

“ฉันยินดีจะชดใช้หนี้ที่เหลือเพื่อรักษาบ้านของฉันเอาไว้ค่ะ”

สิ้นเสียงหวานใบหน้าหล่อเหลาอันเรียบเฉยก็แสยะยิ้มออกมาราวกับจะหัวเราะเย้ยหยัน ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลซองหนาที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ยตรงหน้ายื่นให้กับเธอ

“คุณดูแค่สรุปยอดหนี้หน้าแรกก็พอ”

พรนับพันรับซองเอกสารขึ้นมาเปิด ก่อนหยิบกระดาษแผ่นแรกออกมาตามคำกล่าวของเซบาสเตียน ตัวเลขในช่องสุดท้ายด้านล่างทำเอาหญิงสาวแทบหยุดหายใจ เลขศูนย์ที่ต่อท้ายด้านหลังกว่าแปดตัวเล่นเอาเธอตาพร่า ขอบตาร้อนผ่าวเกิดเป็นหยดน้ำตากลั่นออกมาโดยไม่รู้ตัว

จู่ ๆ โซฟาข้างกายพลันอ่อนยวบ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเซบาสเตียนเข้ามานั่งเคียงข้างเธอแล้ว

ดวงหน้าสวยรีบก้มลง หวังจะหลบนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้น ไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอของเธอ ทว่าฝ่ามือหนาเอื้อมประคองปลายคางของเธอแผ่วเบา ดันใบหน้างดงามให้เงยขึ้นช้า ๆ ก่อนใช้มืออีกข้างเกลี่ยหยาดน้ำตาทั้งสองข้างแก้ม

“ร้องทำไม หืม”

“เปล่าค่ะ”

“ยังจะมาปฏิเสธอีก”

“...”

“ถ้าคุณอยากได้บ้านคืนผมมีข้อเสนอ”

“...” คำกล่าวของชายหนุ่มทำเอาดวงตากลมโตที่เคยหม่นหมองเกิดประกายอย่างมีความหวัง “ข้อเสนออะไรคะ”

“มาทำงานกับผมเป็นเวลาหนึ่งปี แล้วผมจะคืนบ้านหลังนั้นให้คุณ”

“หนึ่งปีกับหนี้เป็นร้อยล้านเนี่ยนะคะ”

พรนับพันมองชายหนุ่มอย่างหวาดระแวง ก่อนถอยร่นตัวเองไปจนสุดโซฟา

“อย่าเพิ่งกลัว ผมไม่จับคุณกินหรอก ผมจะให้คุณมาเป็นผู้ช่วย”

“ผู้ช่วย...”

“เพียงแค่คุณทำให้ผมพอใจ แต่นั่นก็ต้องเป็นสิ่งที่คุณเต็มใจ ผมจะไม่บังคับให้คุณทำอะไรทั้งนั้น” เซบาสเตียนกล่าวพร้อมค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ “ครบกำหนดผมจะคืนบ้านให้คุณทันที”

พรนับพันมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างชั่งใจ นาทีนี้เธอเหมือนคนหลังชนฝา แม้เงินในบัญชีที่สะสมมาตลอดจะมากมายเพียงใด ทว่ามันก็น้อยลงในพริบตาเมื่อเทียบกับหนี้ที่เธอจะต้องจ่าย ไหนจะงานในวงการที่ถูกสั่งพักอย่างไม่มีกำหนด มันทำให้เธอหมดสิ้นหนทางแล้วจริง ๆ

ดวงตาคู่งามฉายแววฮึดสู้ ก่อนตัดสินใจกล่าวตอบออกมา

“ค่ะ ฉันรับข้อเสนอ”

“เลือกได้ดีมากครับ”

เซบาสเตียนกล่าวจบก็คว้ามือบางขึ้นมาจุมพิตราวกับเป็นการประทับตราสัญญาระหว่างเขาและเธอ

ริมฝีปากอุ่นที่สัมผัสลงมาบนผิวเนื้อบอบบางทำเอานางแบบสาวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอรีบดึงมือออกและลุกขึ้นเดินหนีไปยังประตูทางออก

“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ จะให้เริ่มงานเมื่อไหร่ก็ติดต่อมาได้เลยค่ะ” พรนับพันรีบหันไปทางประตูหวังจะออกไปจากสถานการณ์ที่เธอไม่อาจรับมือได้

“สามวัน”

“คะ?”

“ผมให้เวลาคุณเก็บข้าวของสามวันแล้วจะส่งคนไปรับ”

“อะไรนะคะ ฉันต้องมาอยู่ที่นี่เหรอคะ”

“ใช่ ก็บ้านหลังนั้นยังไม่ได้เป็นของคุณ พวกคุณก็ต้องย้ายออกให้หมด”

“ค่ะ”

ในเมื่อไม่มีอะไรจะไปโต้แย้ง พรนับพันจึงทำได้เพียงตอบรับ ก่อนเดินออกจากห้องทำงานของ

เซบาสเตียน โดยมีดวงตาสีน้ำตาลมองตามจนลับตา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Epilogue

    5 ปีต่อมาภายในห้องทำงานของท่านประธานแห่งอาณาจักร The Palace บรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เนื่องจากห้องทำงานสุดหรูในตอนนี้ไม่ต่างจากเนิร์สเซอรีขนาดย่อม ชุดโซฟาราคาแพงถูกย้ายไปวางกองรวมกันตรงมุมห้อง และถูกแทนที่ด้วยเต็นท์ผ้าขนาดใหญ่สีชมพูพาสเทล รายล้อมไปด้วยของเล่นต่าง ๆ มากมายวางเรียงรายเต็มห้องท่านประธานแห่ง The Palace นั่งประจำที่อยู่หลังโต๊ะทำงาน หมั่นละสายตาจากหน้าจอแล็ปท็อป มองไปยังลูกสาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ภายในกระโจมผ้าสีหวาน เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยยังคงอยู่ในห้วงนิทรา คนเป็นพ่อก็ยิ้มออกมา ก่อนมองเลยไปยังกรอบรูปบนผนังห้องภาพงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ที่เขาจัดให้ภรรยาอันเป็นที่รักเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน ความทรงจำอันแสนล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินค่าได้ภาพถัดไปคือแก้วตาดวงใจที่รักยิ่งกว่าสิ่งใด เด็กหญิงเอวาริณ ธนากิจอนันต์ ในภาพนั้นคือวันที่ทารกน้อยลืมตาดูโลกเมื่อ 4 ปีก่อน นอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของพรนับพันตลอดห้าปีมานี้ชีวิตของเซบาสเตียนมีแต่ความสุข และมันก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน เขากำจัดความเสี่ยงทุกอย่างในชีวิตที่อาจนำภัยอันตรายมาสู่ครอบครัว รวมถึงการ

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 32

    “ผอมลงไปเยอะเลยนะที่รัก ไม่ค่อยได้ทานข้าวเหรอ หืม” เขาเอ่ยกระซิบถามข้างหูเล็ก พลางลูบไล้ตามสัดส่วนโค้งเว้าที่อยู่ภายใต้ชุดเดรสเกาะอกตัวยาวสีดำ“ใครจะไปทานลงล่ะคะ” เธอแสร้งกล่าวเสียงกระเง้ากระงอด“ผมขอโทษนะครับที่รัก ไหนดูซิว่าผอมไปมากแค่ไหน” กล่าวจบชายหนุ่มก็ฝังใบหน้าลงไปบนซอกคอระหง สูดกลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาว ก่อนพรมจูบบนผิวเนื้ออ่อนเรื่อยลงมาจนถึงเนินอกอวบอิ่มมือหนาข้างหนึ่งคว้าขอบเกาะอกด้านบนและดึงรั้งลงมาจนเผยให้เห็นสองเต้าขาวโพลน จากนั้นเขาก็ไม่รอช้า อ้าปากครอบครองยอดอกสีหวาน ดูดดุนโลมเลียสร้างความเสียวซ่านจนเธอหลุดเสียงครางเบา ๆ ออกมาพร้อมแอ่นอกรับ ขณะเดียวกันมือเล็กเข้าขยุ้มกลุ่มผมสีน้ำตาลเพื่อระบายความซ่านสยิว“อ๊ะ...บาสเตียน”เสียงครางชื่อแสนหวานทำให้เซบาสเตียนต้องยอมผละออกจากทรวงอกอวบอิ่ม ขยับกายขึ้นจุมพิตแก้มนวลด้วยความทะนุถนอม จากนั้นชายหนุ่มก็เริ่มคืบคลานลงไปด้านล่าง ขณะเดียวกันฝ่ามือหนาสองข้างก็เข้าคว้าชายกระโปรงชุดเดรส ออกแรงดึงตรงรอยแหวกจนขาดเป็นทางยาว“อื้อ ฉีกชุดเกรซทำไมคะ บอกดี ๆ ก็ได้” หญิงสาวกล่าวประท้วงทว่าชายหนุ่มหาได้สนใจ เขาจับขาเสลาสองข้างแยกออกจากกัน จากนั้น

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 31

    เซบาสเตียนอุ้มพรนับพันขึ้นมายังห้องทำงาน ก่อนจะพาเธอเข้าไปยังห้องลับที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน ที่ซึ่งเขาใช้เป็นห้องพักผ่อนส่วนตัว ชายหนุ่มวางร่างบางลงบนโซฟาหนังสีดำตัวยาวก่อนนั่งลงเคียงข้าง มือหนาสองข้างยกขึ้นจับไหล่บอบบางเพื่อให้เธอหันมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าคมคร้ามนิ่งงัน “ที่รัก ผมกลับมาแล้วนะ” “...” ไร้ซึ่งเสียงใดเล็ดลอดออกมา ทว่ากลีบปากบางนั้นสั่นระริกจนเธอต้องเม้มเอาไว้แน่น ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และผ่อนออกมายาว ๆ “ผมคิดถึงคุณมากเลย” เสียงนุ่มทุ้มว่าพลางยกมือข้างหนึ่งจากไหล่มน ย้ายมาประคองแก้มนวล ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปหมายจะจุมพิต ทว่ามือเล็กกลับยกขึ้นดันแผงอกแกร่งให้ถอยออกห่าง และนั่นทำให้ชายหนุ่มได้เห็นหยาดน้ำตาที่ไหลหลั่งออกมาจากดวงตาคู่งาม “คนบ้า ทำไมทำกับเกรซแบบนี้ ทำไมหายไปไม่ติดต่อกลับมาเลย ฮือ ฮือ” พรนับพันร้องไห้โฮระบายความอัดอั้นตันใจพร้อมกำมือแน่นทุบกำปั้นลงบนแผงอกกว้าง “คุณรู้ไหมว่าเกรซเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน เกรซจะไปตามหาคุณที่เวกัสอยู่แล้ว คุณจะทำให้เกรซเป็นบ้าตาย รู้ไหมว่าการรอข่าวของคุณในแต่ละวันมันทรมานมาก

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 30

    เมื่อถึงวันงานเปิดตัวโพรเจกต์ The Palace พรนับพันก็พยายามครองสติเอาไว้ เพื่อให้งานผ่านพ้นไปได้ราบรื่น โดยมีวิภาวีและทีมงานคนสนิทคอยชวนคุย ดึงความสนใจ ไม่ให้นางแบบสาวมีเวลาคิดฟุ้งซ่านโดยงานในวันนี้เป็นที่กล่าวถึงตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว นอกจากความยิ่งใหญ่ตามสไตล์ The Palace แล้ว ทุกคนยังอยากรู้ชื่อโครงการที่ประธานหนุ่มปิดเอาไว้เป็นความลับอีกด้วยงานถูกจัดขึ้นภายในห้องแกรนด์บอลรูมของอาคารสำนักงานใหญ่ The Palace โดยพรนับพันได้นั่งอยู่ด้านหน้าร่วมกับกรรมการบริหารท่านอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้วิศรุตได้ทำการเปิดประชุมบอร์ดบริหารเพื่อแจ้งให้ผู้บริหารได้ทราบว่า เซบาสเตียนติดภารกิจสำคัญทำให้ไม่อาจปลีกตัวกลับมาได้ทัน จึงได้มอบอำนาจให้แก่พรนับพันดำรงตำแหน่งรักษาการแทน ซึ่งก็ไม่มีใครกล้าขัดข้อง เพราะไม่อยากมีปัญหากับประธานหนุ่มในภายหลังพรนับพันนั่งมองพิธีกรหนุ่มบนเวทีด้วยแววตาเลื่อนลอย จนกระทั่งพิธีกรหนุ่มประกาศเชิญเธอขึ้นไปบนเวทีเพื่อเปิดป้ายโครงการ“ขอเชิญคุณพรนับพัน แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเราขึ้นบนเวทีเพื่อเปิดป้ายสุดเซอร์ไพรส์ของโครงการด้วยครับ” สิ้นเสียงพิธีกรหนุ่ม แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็ต่างปรบมือกันเ

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 29

    “เป็นยังไงบ้าง” วิศรุตที่กำลังนั่งรับประทานอาหารเย็นอยู่ภายในห้องครัวของคฤหาสน์ธนากิจอนันต์เอ่ยถามน้องสาวที่เพิ่งเดินถือถาดอาหารเข้ามา ทว่าวิภาวีถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม ก่อนส่ายศีรษะเบา ๆ หลายวันมานี้นางแบบสาวเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องนอน ข้าวปลาแทบไม่ยอมแตะ รับประทานคำสองคำตามการคะยั้นคะยอของวิภาวี “วิวเคาะเรียกตั้งนานแต่ไม่มาเปิด น่าจะอยู่ในห้องน้ำ เดี๋ยวอีกสักพักว่าจะขึ้นไปใหม่” “คงต้องใช้เวลาสักพัก” สองพี่น้องมองหน้ากันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คนเป็นน้องจะเอ่ยถามขึ้น“มีความคืบหน้าอะไรบ้างไหมพี่รุต”คำถามเดิมที่ถามซ้ำ ๆ เช่นทุกวัน ด้วยหวังว่าจะได้ข่าวคราวความคืบหน้าอะไรบ้าง ถึงแม้ว่าเซบาสเตียนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทว่าทุกคนก็ยังคงไม่หมดหวัง“พี่ติดต่อทีมบอดีการ์ดทางนั้นได้แล้ว แต่ก็ไม่มีใครปริปากบอกอะไร พวกนั้นอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่ไม่ต้องกังวลไปนะ พี่ส่งทีมของพี่ตามไปแล้ว อีกไม่นานคงรู้เรื่อง”“เฮ้อ ความคืบหน้าแค่นี้เองเหรอ วิวสงสารพี่เกรซจังเลย” วิภาวีเอ่ยเสียงเศร้าพลางมองถาดอาหารซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่พรนับพันโปรด

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 28

    พรนับพันฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตนเองนอนราบอยู่บนโซฟาตัวยาวภายในห้องทำงาน โดยมีวิภาวีนำยาดมสมุนไพรจ่อที่ปลายจมูกเล็ก “พี่เกรซ เป็นไงบ้าง ไปโรงพยาบาลไหม” พรนับพันส่ายศีรษะปฏิเสธก่อนค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่ง เมื่อวิภาวีเห็นแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นช่วยประคอง ก่อนจะนั่งลงเคียงข้าง พรนับพันเหม่อมองไปยังโต๊ะทำงานของเซบาสเตียนด้วยนัยน์ตาสั่นไหว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น พลางคิดถึงสิ่งที่วิศรุตได้นำมารายงานไปก่อนหน้านี้ หัวใจของเธอก็พลันวูบโหวง ความรู้สึกห่วงหาอาทรก่อตัวขึ้น พร้อมความหวาดกลัวด้วยไม่รู้ว่าคนรักจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร “วิว...” เธอเอ่ยเรียกวิภาวีด้วยเสียงเบาหวิว โดยไม่ยอมละสายตาจากโต๊ะทำงานของเซบาสเตียน “คะ พี่เกรซ” “มีความคืบหน้าอะไรอีกไหม” “เอ่อ...คือ...” วิภาวีอึกอัก ด้วยไม่รู้จะกล่าวตอบออกไปอย่างไรดี ยิ่งได้เห็นใบหน้าเศร้าหมองของพรนับพัน คำพูดทั้งหลายก็พร้อมใจกันจุกแน่นอยู่ในลำคอ “บอกพี่มาเถอะ ขอร้อง” เสียงหวานอ้อนวอนเจือสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ “พี่เกรซต้องเข้มแข็ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status