Share

4 ไปทำงานที่คอมมูน 2

last update Tanggal publikasi: 2026-07-08 14:16:54

"ถ้าได้รับการซ่อมแซมสักหน่อย บ้านหลังนี้ก็น่าจะเป็นที่พักที่ดีได้" จางเหม่ยคิดในใจ เธอรู้สึกชอบความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวที่บ้านหลังนี้มอบให้ อีกทั้งพื้นที่รอบๆ ยังเป็นป่าที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จบ

เธอเดินสำรวจรอบๆ บ้าน และพบว่าทางด้านหลังของบ้านเป็นทางเข้าสู่ป่าที่ลึกอีกป่า เงียบสงบมากขึ้น ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ บ้านหลังนี้ และมันอยู่คนละฝั่งกับบ้านของกลุ่มอันธพาลในหมู่บ้าน ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจว่าที่นี่จะเป็นที่หลบซ่อนที่ปลอดภัย หากเธอต้องการเวลาส่วนตัวในการวางแผนหรือซ่อนตัวจากผู้คนในหมู่บ้าน

จางเหม่ยจดจำตำแหน่งของบ้านหลังนี้ในใจ ก่อนจะเดินกลับบ้านอย่างช้าๆ เมื่อเธอถึงบ้าน เธอก็เข้าห้องนอนเล็กรูหนูของเธอทันที เธอรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการสำรวจในวันนี้ แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะกลับเข้าไปในมิติที่เธอสามารถควบคุมได้

เมื่อเข้าไปในมิติ จางเหม่ยเริ่มสำรวจสิ่งของและห้องต่างๆ ที่เธอมีอยู่ เธอสังเกตเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในมิติของเธอ บางห้องมีของที่เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน ตัวอย่างเช่น ห้องครัวที่เธอเคยใช้มีผลผลิตจากสวนครัวเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ผลิตผลเหล่านี้มาจากการทำงานที่เธอได้ทำในแปลงส่วนกลางของคอมมูน มิติของเธอเหมือนกับระบบที่เรียนรู้จากการกระทำของเธอในชีวิตจริง

การทำงานที่คอมมูนในวันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เธอได้รับทรัพยากรในมิติของเธอเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันว่าเธอสามารถใช้มิตินี้เพื่อประโยชน์ในชีวิตจริงได้ จางเหม่ยคิดถึงความเป็นไปได้ในการนำสิ่งของจากมิติมาใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของเธอ

เธอลองเปรียบเทียบผลผลิตในห้องครัวกับสิ่งที่เธอพบในแปลงส่วนกลางของคอมมูน และพบว่ามีความคล้ายคลึงกัน ไม่ใช่แค่ในห้องครัว แต่รวมถึงห้องอื่นๆ ในมิตินี้ด้วย

จางเหม่ยใช้เวลาสำรวจสิ่งของอื่นๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ในมิติ เธอพบว่ามีบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างเช่น ห้องเก็บของขององค์กรที่เริ่มมีอุปกรณ์ทำงานและเครื่องมือเพิ่มขึ้น

ในขณะที่จางเหม่ยกำลังสำรวจและคิดวางแผนการใช้ทรัพยากรในมิติ เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากโลกภายนอก เสียงเคาะนั้นมาพร้อมกับเสียงเรียกของแม่จางและพี่สาวคนที่สาม จางจวน เสียงของแม่จางแทรกผ่านความเงียบสงบในมิติ

"เหม่ย! ไปทำกับข้าวให้เสร็จแล้วซักผ้าเดี๋ยวนี้เลย!"

เสียงแม่จางเรียกด้วยความหงุดหงิด ขณะที่จวนพี่สาวคนที่สามยืนคอยอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายกอดอกมองมาที่เธออย่างไม่พอใจ พวกเธอกลับมาจากเข้าเมืองกลับเห็นว่าเสื้อผ้าของเมื่อวานยังไม่ถูกซัก กับข้าวมื้อเย็นก็ไม่มี อารมณ์ดีที่กำลังพุ่งสูงเลยเปลี่ยนเป็นความโกรธแทนในทันที

จางเหม่ยถอนตัวออกจากมิติและกลับมาสู่โลกความจริง เมื่อเธอเปิดประตูออกมา แม่จางและพี่จวนกำลังยืนอยู่หน้าห้องพร้อมสายตาที่แสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน จางเหม่ยแกล้งทำหน้าตาเหนื่อยล้า และแตะมือที่หน้าผากของตัวเองเหมือนจะตรวจดูอุณหภูมิร่างกาย

“แม่...จวน...ฉันไม่ไหวจริงๆ” จางเหม่ยพูดเสียงแผ่วเบา “ตัวฉันร้อนมาก อาการป่วยก็เหมือนจะกลับมาอีกแล้ว”

แม่จางหันมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรำคาญ “เหม่ย แกเป็นอะไรนักหนา ทำไมถึงอ่อนแออย่างนี้อยู่ได้? ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าแม้ไม่หายดีแล้วต้องทำงาน ไม่เช่นนั้นแกก็จะไม่มีอะไรจะกินเข้าใจไหม ?”

จวนก็มองเหม่ยด้วยสายตาที่ไม่มีความเห็นใจ “ถ้าเธอไม่ทำงาน ใครจะทำล่ะ? หรือคิดว่าฉันที่ออกไปทำงานแต่เช้าต้องมาทำแทน? ฉันเองก็เหนื่อยเช่นเดียวกัน เธอแค่รีบไปจัดการให้เสร็จแล้วค่อยนอนพักก็ได้แล้ว”

จางเหม่ยรู้ว่าการแสร้งทำเป็นป่วยจะไม่ช่วยอะไร เธอจึงเปลี่ยนแผนโดยแกล้งทำเป็นยอมทำตามคำสั่งทั้งที่รู้สึกไม่ไหวเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

“ก็ได้ ฉันจะไปทำกับข้าวมื้อเย็นให้ทุกคน แต่ถ้ามันออกมาไม่ดีก็อย่ามาว่าฉันนะ ฉันบอกแล้วว่าไม่สบาย...”

แม่จางพยักหน้าอย่างไม่ค่อยสนใจ “รีบไปจัดการเถอะ แล้วอย่าลืมว่าต้องทำให้ดี ถ้ามีอะไรเสียหายคงรู้นะว่าจะถูกตีอย่างไร”

จางเหม่ยเดินไปยังห้องครัวด้วยท่าทางที่ดูอ่อนแรง เธอแกล้งทำเป็นเหนื่อยล้าอย่างเต็มที่แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและคิดคำนวณ เธอตัดสินใจที่จะทำงานแบบลวกๆ โดยไม่ทุ่มเทเหมือนร่างเดิมที่ทำผ่านมา เธอรู้ดีว่าถ้าเธอทำตามคำสั่งอย่างสุดฝีมือก็จะไม่เหลือพลังงานในการทำสิ่งที่จำเป็นจริงๆ

เมื่อเธอเริ่มทำกับข้าว จางเหม่ยจงใจทำผิดพลาด เธอเลือกใช้วัตถุดิบที่สดแล้วทำการปรุงแบบไม่ใส่ใจ ผลที่ออกมาคืออาหารที่ดูไม่น่ากินและมีรสชาติที่แย่มาก เธอทำหน้าเสียใจในขณะที่เห็นผลงานของตัวเอง

“โอ้ย...ฉันทำอะไรลงไปนี่” จางเหม่ยพึมพำกับตัวเอง แต่เสียงของเธอก็พอให้แม่จางและจวนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ยิน

แม่จางเดินเข้ามาดูอาหารที่จางเหม่ยทำแล้วทำหน้าบึ้งทันใด “เหม่ย ทำไมถึงทำอาหารเสียหายแบบนี้? แกคงรู้ว่าของในบ้านเรามีไม่มาก ไม่ใช่ว่าจะหาใหม่ได้ง่ายๆ”

จางเหม่ยทำหน้ารู้สึกผิดทันที “ฉันขอโทษจริงๆ พอฉันไม่สบายลิ้นเลยรับรสไม่ดี ตาก็พร่าเบลอจนมองอะไรไม่ชัดเท่าไหร่ ไม่รู้ว่ามันเสียหายไปขนาดนี้... เช่นนั้นให้โอกาสฉันทำใหม่อีกรอบนะ พวกคุณรอสักครู่หนึ่ง กะ...”

ก่อนที่จางเหม่ยจะเอาวัตถุดิบที่มีอยู่อย่างจำกัดมายำเละอีกรอบก็ถูกห้ามเสียงดังจากทั้งแม่จางและจางจวน พวกเธอไม่คิดว่าควรจะให้คนตรงหน้าทำของเสียหายไปมากกว่านี้แล้ว พอห้ามเสร็จก็ไล่คนไม่สบายให้กลับไปซักผ้าต่อให้เสร็จ พวกเธอไม่พอใจยิ่งยวดแต่ทำอะไรไม่ได้ พวกเธอสองคนแม่ลูกได้แต่มองหน้ากันและจำใจฝืนกินอาหารรสชาติแย่ที่สุดในชีวิตไป

ส่วนจางเหม่ยนั้นมองอยู่ไกลๆ หยักยิ้มมุมปาก ยักไหล่เบาๆ ก่อนจะเดินไปทำงานต่ออย่างไม่ใส่ใจ เธอใช้เวลาซักผ้าให้เร็วที่สุด แต่แน่นอนว่าไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดมากนัก งานที่เธอทำจึงออกมาอย่างไม่เรียบร้อยนัก

เมื่อทำงานเสร็จ เธอกลับมาที่ห้องนอนของตัวเองอีกครั้ง จางเหม่ยนอนลงบนที่นอนแข็งๆ ในห้องเล็กเท่ารูหนูของเธอ ถึงจะดูเหมือนคนป่วยและเหนื่อยล้า แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยแผนการและความมุ่งมั่น เธอแทบจะรอผลของเมล็ดพันธุ์ที่เธอหว่านไว้อย่างอดใจรอแทบไม่ไหวเลยล่ะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายหลังจากนั้นไม่ถึงเดือน เหม่ยและเว่ยเจียตัดสินใจที่จะกลับไปที่บ้านหลี่ในเมืองจ้านเจียงเพื่อให้เหม่ยได้คลอดลูกที่นั่น เว่ยเจียต้องการอยู่เคียงข้างเธอและดูแลอย่างใกล้ชิด เขาต้องกลับไปรับยศพันโทใหม่ในค่ายทหารใกล้ๆ จึงคิดว่าเป็นการดีที่จะกลับไปเยี่ยมครอบครัวไปด้วยเมื่อรถของพวกเขาจอดลงหน้าบ้านหลี่ เหม่ยรู้สึกตึงเครียดเล็กน้อย แม้เธอจะพยายามเตรียมใจมาแล้ว แต่ความทรงจำที่ผ่านมาก็ยังทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจนัก เมื่อพวกเขาลงจากรถ เธอก็เห็นแม่หลี่ พี่สาวฉิงอี้ และน้องสาวยืนรออยู่หน้าบ้าน แต่พวกเธอไม่กล้าสบตาเหม่ยโดยตรง แววตาของพวกเธอแสดงถึงความระมัดระวังและรู้สึกผิดอยู่ลึกๆแม่หลี่เป็นคนแรกที่พูดขึ้น “เอ่อ... เหม่ย ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะจ๊ะ” น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจเหม่ยพยักหน้าเบาๆ และยิ้มอ่อนให้โดยไม่ได้พูดอะไรมาก เธอรู้สึกถึงความไม่เต็มใจของครอบครัวหลี่ที่จะต้อนรับเธอกลับมา แต่พวกเขาจำต้องพูดขอโทษเพราะได้คุยกับเว่ยเจียมาก่อนหน้านี้พี่สาวฉิงอี้สังเกตเห็นเหม่ยสวมเสื้อผ้าสวยงามและเครื่องประดับหลายชิ้น “ดูเหมือนคนรวยจริงๆ” เธอพึมพำเบาๆ ให้แม่และน้องสาวได้ยินแม่

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   25 วันนี้ที่รอคอย... 3

    เหม่ยมองเขาด้วยความประหลาดใจ "แล้วพวกเขายอมเหรอคะ?"เว่ยเจียยิ้ม "ไม่ยอมง่ายๆ หรอกครับ แต่ผมจัดการเรื่องนี้ได้ ไม่ต้องห่วง"พวกเขานั่งคุยกันต่อ เว่ยเจียเล่าถึงเรื่องของจางจวนที่เหม่ยได้เตือนไว้ในจดหมาย "คุณพูดถูกทุกอย่าง จางจวนขโมยของไปหลายอย่าง ผมให้คนตามจับตัวเขาเข้าคุกไปแล้ว แม้ว่าของที่ขโมยไปจะไม่ได้คืนเพราะถูกขายไปหมดแล้ว แต่ผมขอบคุณคุณมากนะ แม้ว่าทางบ้านผมจะทำเรื่องไม่ดีกับคุณ แต่คุณก็ยังคิดจะช่วยพวกเขา"เหม่ยยิ้มอย่างอ่อนโยน "ฉันแค่อยากให้คุณปลอดภัย ฉันรู้ว่าคุณรักครอบครัวของคุณมาก ฉันก็เลยทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเขาไม่ต้องเดือดร้อน"เว่ยเจียยิ้มและพูดขึ้นอย่างจริงใจ "ของที่หายไปก็ให้เป็นบทเรียนกับแม่และพี่ๆ นั่นแหละ ผมเชื่อว่าพวกเขาคงได้เรียนรู้จากเรื่องนี้มากพอสมควร"ความเข้าใจและความรักระหว่างพวกเขากลับคืนมาอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลง แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านม่านหน้าต่างให้ห้องนอนของเหม่ยดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัว เว่ยเจียจ้องมองเหม่ยด้วยแววตาเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น เหม่ยเองก็จ้องมองกลับด้วยสายตาที่ไม่ต่างกัน ทั้งสองต่างรู้สึกถ

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   25 วันนี้ที่รอคอย... 2

    “ไม่สำคัญว่าคุณมาช้าไหมขอแค่คุณมาก็พอแล้วค่ะ ฉันและลูกน้อยรอคุณเสมอ...”ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกจากปากของเหม่ย เว่ยเจียรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เขาตกใจจนพูดไม่ออก เขารู้ทันทีว่าภรรยาของเขากำลังตั้งครรภ์ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้ข่าวนี้ ความรู้สึกหลากหลายไหลท่วมท้นเข้าไปในใจของเขา ทั้งความดีใจ ความรู้สึกผิด และความซาบซึ้งจนมันกลั่นเป็นน้ำตาของลูกผู้ชายชาติทหาร น้ำตาที่ไม่ได้ไหลออกมานานแล้ว แต่ตอนนี้มันกลับกลั่นจากหัวใจของเขาออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เว่ยเจียคิดย้อนไปถึงเวลาที่เขาอยู่ในสนามรบ เขาทำเพื่อชาติ ทุ่มเททุกอย่างเพื่อหน้าที่โดยไม่คิดถึงชีวิตของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน เหม่ย ภรรยาที่เขารักก็ทำเพื่อครอบครัวของเขาเช่นกัน เธอต้องอดทนกับครอบครัวของเขา เผชิญหน้ากับความยากลำบากและความอึดอัดใจ รวมทั้งต้องหนีออกจากบ้านที่เธอเคยอยู่เพื่อปกป้องลูกในครรภ์ และเดินทางข้ามเมืองมาอย่างลำบากความรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งอย่างลึกซึ้งทำให้เว่ยเจียรู้สึกเหมือนถูกทับทมด้วยหินหนัก เขาไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป ขาของเขาอ่อนแรงจนต้องคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยา น้ำตาไหลลงมาจากดวงตาของเขาอย่างไม่อาจห้าม เหม่ยมองสามีที่ค

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   25 วันนี้ที่รอคอย... 1

    25วันนี้ที่รอคอย...หลี่เหม่ยเดินทางมาเมืองเซินเจิ้นหลังจากออกมาจากบ้านหลี่แล้ว เพราะเธอรู้ว่าเมืองที่ติดชายทะเลนี้จะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคต เขตเศรษฐกิจพิเศษนี้จะเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลจีนจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ที่นี่จะมีการกำหนดนโยบายพิเศษต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุน เช่น การลดภาษีและข้อบังคับที่ผ่อนคลายมากขึ้นเหม่ยรู้ว่าเมืองเซินเจิ้นยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในขณะนี้ แต่เธอมีความรู้และวิสัยทัศน์ว่าเมืองนี้จะเจริญรุ่งเรืองในอนาคต เธอจึงรีบเดินทางมาก่อนที่รัฐบาลจะประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะต้องการมาดูลาดราวและศึกษาพื้นที่ทำมาหากิน เธอใช้เวลาช่วงแรก ๆ ในการทำเรื่องขอเช่าบ้านและร้านค้าในพื้นที่ที่ยังไม่เป็นที่ต้องการของคนส่วนใหญ่ ทำให้สามารถเช่าได้ในราคาที่ถูก นอกจากนี้ เธอยังได้เลือกทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดก่อนใคร พร้อมเจรจาธุรกิจกับคนในท้องถิ่นที่ผลิตวัตถุดิบที่เธอต้องการ และเจรจาเชื่อมสัมพันธ์กับโรงงานเล็ก ๆ บางแห่งที่รัฐเริ่มปล่อยให้ชาวเมืองดูแลเองเธอเริ่มสำรวจพื้นที่รอบ ๆ และพบว่ามีร้านค้าเล็ก ๆ และบ้านเก่าหลายหลังที่เจ้าของ

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   24 ความจริงที่เจ็บปวด

    24ความจริงที่เจ็บปวดหลายเดือนผ่านไป ในที่สุดสงครามก็สิ้นสุดลง เสียงปืนใหญ่และเสียงระเบิดเงียบสงบ ปล่อยให้แสงอาทิตย์อันอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิเริ่มแต่งแต้มท้องฟ้าให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เว่ยเจียยืนมองทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองจ้านเจียงจากหน้าต่างรถขบวนทหารที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน ความรู้สึกอบอุ่นและความตื่นเต้นพุ่งพล่านในใจของเขาเมื่อคิดถึงการได้กลับไปพบกับเหม่ย ภรรยาสุดที่รักของเขาใจของเว่ยเจียคะนึงหาเหม่ยมากเหลือเกิน เขาจินตนาการถึงรอยยิ้มหวานๆ ของเธอที่เขาคิดถึงตลอดเวลาที่อยู่ในสนามรบ เธอเป็นเหมือนแสงสว่างในชีวิตของเขา เป็นคนที่ทำให้เขารู้สึกมีความหวังและมีกำลังใจในการต่อสู้เพื่อกลับมาอยู่กับเธออีกครั้ง ในระหว่างที่เขารับหน้าที่เป็นพันตรีในสนามรบ เสื้อกันกระสุนที่เหม่ยมอบให้เขาก็ได้ช่วยชีวิตเขาหลายครั้ง หากไม่มีเสื้อเกราะกันกระสุนของเธอ เขาอาจจะตายไปแล้ว ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณเหม่ยมากขึ้นกว่าเดิม"เหม่ยจะรู้สึกอย่างไรนะ เมื่อเห็นฉันกลับมาโดยไม่แจ้งข่าวล่วงหน้า?" เว่ยเจียคิดในใจด้วยความคาดหวังเขาหลับตาลงสักครู่เพื่อจินตนาการถึงภาพของเหม่ยที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน

  • เมื่อสายลับกลายเป็นภรรยาขี้โรค 70s   23 อย่ามาปฏิเสธเลย 2

    “เหม่ย หยุดก่อน! ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”แม้เหม่ยจะรู้สึกไม่ดีแต่ก็ยอมหันกลับมายืนรอฟังสิ่งที่แม่สามีอยากพูดด้วย“ฉันสงสัยว่าหล่อนขโมยเครื่องประดับของฉันไป...” แม่หลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความสงสัยและความโกรธ “เครื่องประดับของฉันหายไปหลายชิ้นในช่วงนี้ และจางจวนบอกว่าเห็นเธอออกมาจากห้องทำงานของฉันตอนดึกๆ หลายครั้ง”เหม่ยตกใจเล็กเล็กน้อยกับเรื่องที่ได้ยิน ร่างกายรู้สึกอ่อนแรงมากขึ้นแต่พยายามรักษาสีหน้าให้คงที่“ฉันไม่เคยเข้าไปในห้องทำงานของคุณเลยค่ะ แม่หลี่”“อย่ามาปฏิเสธเลย” ฉิงอี้พูดเสริม “จางจวนมีหลักฐาน เธอทำผ้าเช็ดหน้าตกไว้ในห้องทำงานของแม่หลี่เมื่อคืนนั้นเอง”จางจวนยิ้มเยาะ ยื่นผ้าเช็ดหน้าที่มีคนเห็นว่าเหม่ยใช้เป็นประจำปักอยู่ขึ้นมาให้ดู “นี่คือผ้าเช็ดหน้าของคุณ ใช่ไหมคะ?”เหม่ยพยายามจะหาคำอธิบาย แต่รู้สึกว่าร่างกายของเธออ่อนแรงและเหนื่อยมากเกินไปที่จะพูดอะไรออกมาได้“ใช่... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันเข้าไปขโมยอะไร อาจเป็นเธอเองที่ใส่ร้ายฉันก็ได้”“หน้าซีดเชียวนะ ดูเหมือนเธอจะกลัวที่พวกเราจับได้สินะ”แม่หลี่กล่าวอย่างเย็นชา “เธอคิดว่าจะโกหกและทำให้หลงเชื่อคำพูดปากเปล่าของเธอง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status