Masuk"คุณอีริคคะ มินมีเรื่องอยากขอร้องได้มั้ยคะ คือมินรู้ว่าในฐานะลูกหนี้มินไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร แต่ถ้าเป็นไปได้คือมินอยากขอไปเรียนต่อให้จบขอเวลาอีกแค่เทอมเดียวค่ะ และถ้ามินทำงานให้คุณเรียบร้อยแล้วจะขอไปทำงานข้างนอกเพิ่มได้มั้ยคะ"มีนาตัดสินใจขอร้องเขาหลังจากที่นั่งนิ่งอยู่นาน
"เรื่องเรียนผมอนุญาตส่วนเรื่องงานผมไม่อนุญาต"
"ถ้าเป็นงานที่มินสามารถทำที่บ้านได้หลังมีเวลาว่างได้มั้ยคะ"
"คุณรู้แล้วเหรอว่างานของคุณคืออะไรบ้าง"
"ไม่รู้ค่ะ"
"หึ แล้วยังกล้าขอ งานหลักของคุณคือทำงานบ้านทั้งหมด รวมถึงการทำอาหารเช้าและเย็นให้ผมด้วย นอกจากนั้นก็ทำงานอื่นๆตามที่ผมต้องการ ให้จำไว้ว่าชีวิตของคุณต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับผม แต่ผมก็ไม่ได้ให้คุณทำงานฟรีๆหรอกนะผมให้ค่าจ้างเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท มีอะไรสงสัยมั้ย"
"ไม่มีค่ะ"
"ถ้าไม่มีก็เริ่มงานได้ เริ่มจากทำอาหารเย็นให้ผมเย็นนี้เลย"
"เอ่อ คุณอีริคมีอะไรที่ไม่ทานบ้างมั้ยคะ"
"ไม่มี เงินสำหรับเบิกค่าใช้จ่ายภายในบ้านคุณสามารถมาเบิกกับผมได้"
"ค่ะ มินขอตัวไปเตรียมอาหารก่อนนะคะ"
อีริคไม่ตอบแต่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ทำให้มีนาลุกเดินออกไปจากตรงนั้นเงียบๆ เมื่อเดินเข้ามาในครัวเธอถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกพราะอย่างน้อยบรรยากาศก็ไม่ได้แย่มากอย่างที่คิด
"อาหารเสร็จแล้วค่ะ"มีนาเดินไปตามอีริคหลังจากที่เธอจัดโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
"นั่งลงกินด้วยกันสิ"อีริคบอกมีนาเมื่อเห็นว่าเธอตักข้าวให้ตัวเองเสร็จแล้วและทำท่าจะเดินออกไป
"คะ คุณทานเถอะค่ะมินเป็นแค่ลูกจ้าง น่าจะไม่เหมาะ"
"คุณมีสิทธิ์แค่ทำตามคำสั่งของผมเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น"
"ขอโทษค่ะ"มีนาขอโทษและตักข้าวมานั่งทานที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขา เพราะเกรงใจและไม่กล้าถึงแม้ตอนนี้เธอจะหิวมากแต่ก็ทานข้าวไปเพียงไม่กี่คำ เมื่ออีริคเห็นเธอทานข้าวไปแค่นิดเดียวก็สั่งให้เธอทานให้หมด มีนาจึงต้องนั่งทานต่อจนหมด
คืนนั้นทั้งสองคนนอนไม่หลับพลิกตัวไปมา มีนาที่ยังไม่คุ้นชินกับสถานที่ลุกขึ้นมาอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มความง่วงให้ตัวเอง ส่วนอีริคเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องคิดถึงสาวน้อยผู้มาใหม่ที่นอนอยู่ข้างล่างจนต้องหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเช่นเดียวกันกับมีนา
เช้าวันอาทิตย์มีนาตื่นแต่เช้ามาทำงานบ้านและเตรียมอาหารเช้ารออีริค วันนี้เป็นวันหยุดอีริคใช้เวลาอยู่ที่บ้านทั้งวัน เพราะเขาอยากรู้ว่าผู้หญิงที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเขาทำงานบ้านเป็นจริงๆหรือแค่ทำงานเอาหน้าแค่นั้น ตั้งแต่เช้าจรดเย็นเขาเห็นเธอเดินเข้าห้องนั้นออกห้องนี้เพื่อทำความสะอาดบ้าน พอทำความสะอาดบ้านเสร็จเธอก็ขออนุญาตเขาเข้าห้องนอนเพื่อเอาเสื้อผ้าไปซักและรีดเสื้อผ้าเตรียมไว้ให้เขา เช้ายันค่ำนอกจากเวลาพักทานข้าวเที่ยงอีริคก็ไม่เห็นมีนาพักเลย จนเขาเองยังรู้สึกเหนื่อยแทนอยากจะบอกเธอให้พักบ้างก็ได้ แต่เพราะกลัวเสียฟอร์มและอยากรู้ว่าครอบครัวนี้จะมาไม้ไหนจึงได้แต่นั่งมองเธอทำงานเงียบๆ
"ขยันดีนี่ กลัวไม่คุ้มค่าจ้างหรอ"อีริคบอกมีนาเมื่อเธอวางอาหารเย็นอย่างสุดท้ายลงบนโต๊ะ
"ไม่ต้องห่วงค่ะ มินจะทำงานให้คุ้มค่าจ้างแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังคุณมินก็จะทำแบบเดียวกันค่ะ"
"นั่งลงกินข้าวด้วยกัน"เมื่อเห็นแววตาเศร้าของเธอเขาจึงเปลี่ยนเรื่องบอกให้เธอนั่งทานข้าวเป็นเพื่อนเขา มีนาทำตามคำสั่งเขาอย่างว่าง่ายนั่งทานข้าวเงียบๆเหมือนเมื่อคืน เธอไม่กล้าถามเหตุผลว่าทำไมถึงให้เธอนั่งทานข้าวด้วยเพราะกลัวเขาหงุดหงิดจึงทำได้เพียงทำตามคำสั่งของเขา
แม้อีริคจะยังไม่ไว้ใจเธอแต่เมื่อเห็นแววตาเศร้าและแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าทำให้เขาใจอ่อนยอมพูดคุยกับเธอดีๆ
"เรียนคณะอะไร"
"Marketing ค่ะ"
"คิดว่าจบไปอยากทำงานอะไร"
"ก็คงหาสมัครงานตามบริษัทค่ะ ที่ไหนรับมินก็ทำได้หมดค่ะ แต่ว่าตอนนี้ก็คงต้อง...."มีนาทำท่าทางลังเลว่าจะพูดดีไหม แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบแทน
"แต่ว่าอะไร"อีริคถามสาวน้อยตรงหน้าด้วยความสงสัย
"ตอนนี้มินต้องมาทำงานขัดดอกให้คุณ ก็ต้องทำตามคำสั่งของคุณ ไม่ว่าคุณจะให้ทำอะไรมินก็ต้องทำ แค่คุณอนุญาตให้มินได้เรียนต่อจนจบแค่นี้ก็ดีใจมากแล้วค่ะ"เธอบอกเขาตามที่คิดเพราะชีวิตของเธอต่อจากนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร คงต้องสุดแล้วแต่เขาคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอตอนนี้
"หึ เมื่อไหร่จะเลิกเล่นบทน่าสงสาร เพราะอย่างนี้สินะครอบครัวของเธอถึงส่งเธอให้มาอยู่กับผม เพราะจะเรียกคะแนนสงสารให้ผมเห็นใจสินะ"อีริคพูดประชดมีนา ทำให้เธอรู้สึกว่ามีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ตรงลำคอ ยิ่งได้ยินคำพูดของเขายิ่งทำให้เธอรู้สึกเศร้านึกถึงครอบครัวที่ตั้งแต่เธอมาถึงที่นี่ก็ไม่มีใครติดต่อมาเลย เธอเผลอคิดไปว่าถ้าเป็นแบบที่เขาพูดก็คงดีอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เป็นคนนอกสำหรับครอบครัวเหมือนกับที่ตัวเองเป็นอยู่ตอนนี้
"เป็นอะไร พูดแทงใจดำหรอ"อีริคถามมีนาเมื่อเห็นเธอนิ่งเงียบไปไม่ยอมตอบเขา
"ถ้าครบหนึ่งปีแล้วพ่อหาเงินมาคืนคุณไม่ได้ คุณจะทำยังไงกับครอบครัวเราคะ"เธอตัดสินใจถามเขาอีกครั้งด้วยเสียงสั่นเครือ
“ก็คงยึดบริษัทไปขายทอดตลาด ยึดทรัพย์สินหรือไม่ก็กำจัดไปให้พ้นหูพ้นตา”อีริคบอกด้วยเสียงเยือกเย็นพร้อมกับมองคนตรงหน้าเพื่อดูปฏิกิริยาของเธอ
เมื่อได้ยินคำตอบจากปากเขามีนาจึงนั่งก้มหน้านิ่งเงียบไม่พูดอะไรต่อ
“เอ่อ คุณอิ่มหรือยังคะ ถ้าอิ่มแล้วมินขออนุญาตเก็บนะคะ”
“ทำไมรีบหรอ”
“เปล่าค่ะ”
“ไม่รีบก็กินต่อสิ กินไปแค่นิดเดียวเองไม่ใช่หรอ”
“มินไม่ค่อยหิวค่ะ”
“ผมสั่งให้กินต่อ”อีริคพูดเสียงเข้ม ทำให้มีนาจำใจต้องนั่งทานข้าวต่อ ความจริงเธอเองก็ยังไม่อิ่มแต่เพราะไม่อยากอยู่ตรงนี้ต่อแล้วจึงตอบเขาไปแบบนั้น ส่วนอีริคเมื่อเห็นสาวน้อยตรงหน้ายอมทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายก็แอบยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ
เช้าวันถัดมา
"มินทำอาหารเรียบร้อยแล้วขอตัวไปเรียนก่อนนะคะ"มีนาบอกอีริคเมื่อเห็นเขาเดินลงมาข้างล่าง
"ไม่กินข้าวก่อน"
"ไม่ค่ะวันนี้มินมีสอบต้องรีบไปขอตัวก่อนนะคะ"
"เดี๋ยว"
"คะ"
"ห่อใส่กล่องเอาไปกินบนรถ ผมจะไปส่ง"
"คะ"มีนายืนอึ้งถามเขาด้วยความสงสัยเพราะไม่คิดว่าเขาจะไปส่ง
"ยืนนิ่งทำไมรีบไม่ใช่หรอรีบไปจัดการสิ"
"ค่ะ"ถึงจะสงสัยอยู่ไม่น้อยแต่เธอก็ไม่กล้าถามอะไรเขาต่อได้แต่ทำคำสั่งเขาอย่างว่าง่าย
หลังจากมาร์คกลับมาทำงานก็ถึงเวลาของอีริคต้องพาภรรยาไปพักผ่อนเสียที ช่วงนี้จึงต้องเร่งทำงานหนักไม่ให้มีงานค้างคาจะได้พาเมียรักไปพักผ่อนอย่างสบายใจ“ช่วงนี้โหมงานหนักจังเลยนะคะ”มีนาถามสามีขณะที่ถือน้ำผลไม้และอาหารว่างเข้ามาให้เขาในห้องทำงาน“อยากเคลียร์งานให้เสร็จครับจะได้พาเมียไปเที่ยว”“เที่ยวตอนไหนก็ได้ค่ะ ไม่เห็นต้องรีบร้อนขนาดนั้นเลย”“ไม่ได้พี่วางแผนไว้แล้วว่าจะพาเมียไปดูแสงเหนือที่ต่างประเทศ”“ขอบคุณนะคะสามี ทำงานต่อเถอะค่ะมินไม่กวนแล้ว”“เดี๋ยวก่อนสิ”“อะไรคะ”“ช่วยพี่ผ่อนคลายหน่อย”“ยังไงคะ”มีนาทำสีหน้ามึนงง
“คุณเลขาเชิญพบผมที่ห้องด้วย”อีริคกดเรียกเลขาผ่านโทรศัพท์ก่อนก้มลงทำงานต่อ“ล็อกประตูด้วย”ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาในห้องเขาก็สั่งให้คนมาใหม่ล็อกห้องทันที“บอสมีอะไรให้รับใช้คะ”เลขาสาวเดินเข้ามาโอบรอบคอบอสและจุ๊บแก้มเขาไปหนึ่งที“ผมหิว”“แล้วบอสอยากทานอะไรล่ะคะ เลขาคนนี้จะหามาให้ค่ะ”“กินคุณ”อีริคละสายตาจากกองเอกสารตรงหน้าหมุนเก้าอี้กลับไปหาเลขาสาวซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นมีนาภรรยาสุดที่รักของเขาเองช่วงนี้อีริคอนุญาตให้มาร์คพักร้อนยาวไปตามล่าหัวใจจึงต้องให้มีนามาทำหน้าที่แทนชั่วคราวเพราะเขาไม่อยากหาคนอื่นมาแทน ไม่อยากทำความคุ้นเคยกับลูกน้องใหม่มีนาจึงเสน
ในที่สุดอีริคก็ได้จัดงานแต่งงานสมใจ เขาอ้อนวอนมีนาอยู่นานกว่าเธอจะยอมใจอ่อน แต่คนที่ดีใจที่กว่าอีริคเห็นจะเป็นคุณนายนวลปราง เพราะเธออยากอวดลูกสะใภ้ให้คนอื่นเห็นถึงความสวยและความน่ารักของเธอเต็มแก่งานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่โรงแรมสุดหรู ภายในงานมีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความสุข"พ่อกับแม่ขอให้ลูกทั้งสองถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะลูก"นวลปรางอวยพรลูกทั้งสองขณะส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ"หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน และให้เกียรติกันและกันนะลูก"พ่อของอีริคพูดเสริมภรรยาพ่อกับแม่อวยพรลูกๆเสร็จก็ลงไปส่งแขกต่อข้างล่างปล่อยให้บ่าวสาวได้ใช้เวลาร่วมกันมีนากราบลงบนตักของอีริคและกล่าวขอบคุณเขาสำหรับทุกๆเรื่องที่ผ่านมา และฝากชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ให้เขาดูแล"มินสัญญาว่าจะเป็นภรรยาที่ดี
“ไอ้กรกูกลับแล้วนะโว้ย ว่างๆกูแวะมาหาใหม่ห้ามเจ็บอีกแล้วนะ”อีริคและมีนามาลากรวิชเพราะพรุ่งนี้ต้องกลับไปทำงานต่อแล้ว“เออ ขอโทษด้วยนะน้องมินไม่ได้พาไปเที่ยวเลย”“แค่มาพักที่นี่ก็ถือว่าได้เที่ยวแล้วค่ะ ที่นี่บรรยากาศดีมากครั้งหน้าพวกเราขอมารบกวนพี่กรอีกนะคะ”“รบกวนอะไรกันมาได้ทุกเมื่อที่ต้องการเลยนะ”“ขอบคุณนะคะ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ”อีริคกอดลาเพื่อนรักพลางกำชับให้เขาดูแลตัวเองดีๆอย่าให้เจ็บตัวอีก“คุยกับใครหัวเราะคิกคัก”อีริคถามเมียรักขณะกำลังขับรถกลับบ้าน“แอบดูโทรศัพท์มินหรอคะ”“ดูไม่ได้?”อีริคเลิกคิ้วถามมีนา“คุยกับพี่ขวัญค่ะ ไม่เห็
“เราปล่อยพวกเค้าไว้สองคนจะดีหรอคะ”“ไม่เป็นไรหรอก ตอนชวนเธอมาไม่เห็นกลัวแบบนี้ ทีตอนนี้มาทำเป็นลังเลใจ”“พี่อีริคนี่ว่ามินหรอคะ”ทั้งสองคนล้างจานไปหยอกล้อกันไปส่งเสียงหัวเราะคิกคักกันใหญ่จนเสียงดังออกมาถึงข้างนอก“ไม่คิดว่าจะได้เห็นอีริคในมุมน่ารัก อ่อนโยนแบบนี้นะ”ของขวัญยิ้มและเป็นฝ่ายหันมาคุยกับกรวิชก่อน“อืม ความรักมักจะทำให้คนเปลี่ยนไปได้เสมอ”กรวิชตอบเธอเสียงนิ่งเรียบ“แล้วแขนนายเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่มั้ย งานของนายเสี่ยงอันตรายมากต้องระมัดระวังตัวดีๆนะ อย่าให้โดนแผลเก่าไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นหนักกว่านี้”ของขวัญบอกกรวิชด้วยความเป็นห่วง“อืม ขอบใจ”“นายย้ายมาอยู่ที่นี่นานแล้วหรอ&rd
"เมื่อกี้กูไปถามคุณหมอมาแล้วบ่ายนี้หมอจะเข้ามาเช็คอาการมึงอีกรอบ ถ้าไม่มีไข้ก็กลับบ้านได้ หรือมึงอยากอยู่ต่อรอใครบางคนกูบอกหมอให้ก็ได้นะเผื่ออยากนอนอีกสักสองสามคืน""ไม่นอนแล้วกูไม่ชอบนอนโรงพยาบาล อยากกลับบ้าน"กรวิชเน้นเสียงใส่เพื่อนรัก"เออ ไม่นอนก็ไม่นอน คนบ้าอะไรปากไม่ตรงกับใจ"อีริคบ่นเพื่อนรักคืนบ้างบ่ายวันนั้นหลังจากคุณหมอเข้ามาตรวจดูอาการของกรวิชแล้วก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ ใจหนึ่งเขาก็ดีใจที่ไม่ต้องนอนที่โรงพยาบาลต่อแต่อีกใจก็แอบคิดถึงใบหน้าของเธอคนนั้นที่นอนเฝ้าเขาทั้งคืน กรวิชยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนอีริคที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลเรียบร้อยแล้วเดินมาเรียกเขาขึ้นรถกลับบ้าน"ทำไมเปลี่ยนใจอยากนอนต่อแล้วหรอ""เปลี่ยนจงเปลี่ยนใจอะไรกัน ไปได้แล้วกูอยากกลับบ้านจะแย่แล้วเนี่ย"กรวิชรีบบอกเพื่อนและเดินนำอีริคไปที่ลานจอดรถโดยไม่รอเพื่อนเลย"ไอ้นี่รู้ทันเ







