Share

บทที่ 7

Penulis: RINSP
last update Tanggal publikasi: 2026-07-23 12:42:58

หลังจากกินหมูกระทะกันเสร็จเป็นเวลาสามทุ่มพอดี ซูกัสขับรถมาส่งฉันที่หอพักแล้วขึ้นมาบนห้องด้วยกัน หมูกระทะสร้างเรื่องทำซูกัสท้องไส้ปั่นป่วนต้องเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วน ฉันจึงบอกให้เพื่อนขึ้นมาบนห้อง กลัวขี้แตกกลางทางก่อนกลับถึงคอนโด

ระหว่างซูกัสกำลังเข้าห้องน้ำ ฉันก็ออกไปเก็บผ้านอกระเบียงพอดีกับเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง

ฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่แค่ห้าวัน คนที่รู้ที่อยู่ก็มีแค่เพื่อนสามคน ซูกัสอยู่ในห้องกับฉัน ส่วนอมยิ้มเป็นพวกเด็กอนามัยหลับตั้งแต่สามทุ่มคงไม่โผล่มาที่นี่เวลานี้แน่นอน ฉะนั้นคนที่อยู่ด้านนอกคงไม่พ้นขุนพล

ฉันเดินไปเปิดประตูอย่างไม่รีบร้อน ตั้งใจให้มันรอสักหน่อยแล้วก็เป็นไปตามที่คาดคิด

ขุนพล ยืนอยู่หน้าห้อง มือข้างหนึ่งถือถังป๊อปคอร์นถังใหญ่

“มาทำอะไรดึกขนาดนี้”

“เพิ่งสามทุ่ม” ร่างสูงตอบพร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาด้านใน ขุนพลวางถังป๊อปคอร์นไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งเพราะมันเป็นพื้นที่ว่างที่สามารถวางของได้เพียงแห่งเดียว พอดีกับซูกัสออกจากห้องน้ำมาในสภาพกางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้น ส่วนกางเกงยีนของมันพาดอยู่บนบ่า

ทั้งสองต่างมองหน้ากันไปมา ก่อนซูกัสจะเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายเพื่อน “อ้าว มึงมาทำอะไรวะ”

“กูแวะมาซ่อมกลอนประตูระเบียง” ขุนพลเอื้อมมือล้วงกล่องเครื่องมือขนาดเท่ากับกล่องดินสอจากกระเป๋ากางเกงด้านหลังซึ่งฉันก็เพิ่งสังเกตเห็นเหมือนกัน กลอนประตูหลังมีปัญหาจริง ตัวนอตบางตัวหลุดจากแผงลงกลอนทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ มันพังก่อนย้ายเข้ามาอยู่แล้ว และฉันได้แจ้งคนดูแลหอไปแล้วแต่อีกฝ่ายยังไม่ส่งช่างขึ้นมาซ่อม

“มึงมาทำอะไร” ขุนพลถามกลับ สายตาสำรวจมองซูกัสหัวจรดเท้า

“ขี้ กูท้องเสียเลยขอขึ้นมาใช้ห้องน้ำห้องครีม” ซูกัสตอบตามตรง

“พวกมึงไปไหนกันมา” คราวนี้ขุนพลหันมามองหน้าฉันคล้ายเจาะจงให้ฉันเป็นคนตอบคำถาม

“กินหมูทะ” ซูกัสแย่งคำตอบไปแล้ว

“อ้อ” ขุนพลส่งเสียงครางรับในลำคอเบา ๆ คล้ายคนเพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนจะเดินไปยังประตูด้านหลังเพื่อซ่อมแผงกลอนประตูเงียบ ๆ ส่วนซูกัสสะบัดกางเกงยีนเพื่อใส่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็เดินไปช่วยขุนพลตรงประตูด้านหลัง

การที่มีผู้ชายตัวใหญ่สองคนอยู่ในห้องเล็ก ๆ ทำให้เจ้าของห้องอย่างฉันไม่รู้จะพาตัวเองไปยืนตรงไหนจึงเลือกทิ้งตัวนั่งบนเตียงปล่อยให้ช่างสองคนซ่อมกลอนประตู ขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพอดี เพราะเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้ในโทรศัพท์ ฉันจึงชะงักเล็กน้อยก่อนกดรับสาย

“ฮัลโหลค่ะ”

(หวัดดีครับน้องครีม พี่โชตะเองนะ)

“อ้อ ค่ะ พี่โชตะ โทรหาครีมมีอะไรหรือเปล่า” วินาทีนั้นช่างซ่อมกลอนประตูต่างหันหน้ามามองฉันเป็นตาเดียว ซูกัสถอนสายตากลับไปแล้วหลังจากมันเห็นว่าฉันคุยโทรศัพท์ แต่อีกคนยังมองมาเหมือนรอฟังทุกคำที่ฉันจะพูดกับอีกฝ่ายคล้ายจับผิด

(พี่จะโทรมาถามครีมเรื่องงานที่เคยชวนเอาไว้น่ะครับ พี่ฝากกัสไปถามแต่มันก็เงียบไปเลย)

“อ้อ กัสบอกแล้วค่ะ ครีมสนใจอยากทำเหมือนกันแต่ช่วงนี้กำลังยุ่งเรื่องย้ายที่อยู่ใหม่ก็เลยไม่มีเวลาได้คิดเรื่องงาน”

(อ้อ แบบนี้นี่เอง ถ้าหากครีมสนใจแวะมาคุยรายละเอียดงานกันก่อนได้นะ เดี๋ยวพี่จะแนะนำเราให้รู้จักกับเพื่อน นัดเจอกันพรุ่งนี้ครีมจะสะดวกไหม)

“ได้ค่ะ พี่โชตะนัดสถานที่มาได้เลย”

หลังจากวางสายจากพี่โชตะ ฉันก็รับรู้ได้ว่ามีใครบางคนกำลังรอยิงคำถามถึงบทสนทนากับคนปลายสายแต่เขาไม่จำเป็นต้องถามเพราะซูกัสชิงถามขึ้นมาเสียก่อน “พี่โชโทรมาเหรอมึง”

“อือ โทรมาเรื่องงาน”

“มันจะถามทำไมซ้ำซ้อนวะ กูบอกมันไปแล้วว่ามึงขอคิดดูก่อน” ซูกัสบ่นเบา ๆ “มาทรงนี้หาเรื่องโทรมาจีบมึงหรือเปล่า”

“มึงก็พูดไปเรื่อย เขามีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ” ขุนพลเคยเตือนฉันเรื่องมือที่สาม เขาบอกว่าพี่โชตะมีเมียแล้วแถมเธอยังเป็นคนขี้หึงมากด้วย

“มึงเอาข่าวมาจากไหน พี่โชมันเลิกกับเมียนานแล้วนะ น่าจะครึ่งปีได้แล้วมั้ง”

ฉันหันไปมองหน้าขุนพลทันที แต่อีกฝ่ายแกล้งทำเป็นไม่สนใจกับบทสนทนาที่คุยกัน “จะว่าไปมึงก็สเป็กพี่โชเหมือนกันนะ เมียเก่าพี่โชก็หน้าคล้าย ๆ มึงนี่แหละ กูว่าพี่โชเอาเรื่องงานมาอ้างเพราะอยากจีบมึงแน่ ๆ”

“เขาเป็นคนยังไงเหรอ” ฉันถามไปโดยไม่ได้คิดอะไร ฉันกับพี่โชตะเจอกันแค่ครั้งเดียวแถมยังคุยกันน้อยมากจึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยใจคอเป็นคนอย่างไร หากวันหนึ่งฉันต้องร่วมงานกับเขาก็อยากจะรู้จักนิสัยพื้นฐานเอาไว้ ฉันจะได้วางตัวถูก เรื่องเขาจะจีบหรือไม่จีบ ฉันไม่สนใจอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันโฟกัสแค่เรื่องเรียน งานและเงินเท่านั้น

ส่วนความรัก…ช่างหัวมัน

“ถามแบบนี้มึงสนใจ” ซูกัสหรี่สายตามองฉันอย่างสงสัย

“กูสนใจไม่ได้” ฉันยังเป็นโสด ไม่มีพันธะกับใคร ทำไมฉันจะสนใจผู้ชายสักคนไม่ได้

“ก็ได้แหละ พี่โชก็นิสัยดี เป็นผู้ใหญ่ ดูแลมึงได้” ซูกัสตอบไปตามที่คิด เขารู้จักกับพี่ชายคนนี้มาตั้งแต่จำความได้ จึงรู้จักนิสัยกันเป็นอย่างดี แต่เรื่องของหัวใจเป็นเรื่องส่วนบุคคล เขาไม่คิดจะเข้าไปวุ่นวายทำตัวเป็นพ่อสื่อให้กับใครทั้งนั้น ดีสำหรับเขากับดีสำหรับคนอื่นอาจจะไม่เหมือนกัน ทุกคนต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง

“ถ้าหากพี่มึงดีจริง ทำไมถึงเลิกกับเมียล่ะ” ขุนพลโพล่งขึ้นมากลางบทสนทนาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“กูจะรู้ไหม เรื่องคนสองคน” ซูกัสสวนกลับพลางลุกจากประตูหลังมานั่งเก้าอี้ตัวเล็กตรงโต๊ะเครื่องแป้ง “แต่ถ้ามึงสนใจพี่โชจริง ๆ เดี๋ยวกูไปสืบให้ได้”

“ไม่เป็นไร” ฉันปฏิเสธทันที ไม่ได้คิดจะสนใจพี่โชตะแต่แรกอยู่แล้ว ทุกวันนี้ฉันยังตัดใจจากขุนพลไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว

“แม่ง”

จู่ ๆ ขุนพลสบถออกมา ฉันกับซูกัสเลยหันไปมองเขาพร้อมกัน

“เป็นไร” ซูกัสถาม

“เปลี่ยนกลอนประตูใหม่เถอะ แม่งเก่าเกิน”

“งั้นพรุ่งนี้กูซื้ออันใหม่มาให้ รอเจ้าของหอคงไม่ได้เรื่อง” ซูกัสอาสา

“อืม ขอบคุณนะ” ฉันหันไปขอบคุณเพื่อน

“ทำไมขอบคุณแค่มัน” คราวนี้ขุนพลหันมาถามฉันด้วยแววตาน้อยใจ

“ขอบคุณมึงด้วย พอใจยัง” โตป่านนี้แล้วยังน้อยใจเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ

“อืม”

ชั่วโมงต่อมา

“กัสมันกลับไปเป็นชั่วโมงแล้ว ทำไมมึงยังไม่กลับ” ฉันอุตส่าห์ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำนานเกือบชั่วโมง คิดว่าอาบน้ำเสร็จแล้วออกมาจะได้อยู่คนเดียวเสียอีก แต่กลายเป็นว่ายังมีเพื่อนผู้ชายตัวโตนอนเอาขาไขว่ห้างเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง

“ขี้เกียจขับรถว่ะ ขอนอนค้างห้องมึงได้ไหม”

“ไม่ได้” ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง

“ทำไมไม่ได้”

“เรื่องแค่นี้มึงยังต้องถามอีก มึงเป็นเพื่อนไม่ใช่ผัวจะมานอนเตียงเดียวกันไม่ได้” อีกอย่างขุนพลก็มีแฟนแล้ว หากโอปอลรู้ว่าแฟนตัวเองมานอนค้างกับเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ฉันก็คงซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง

“เมื่อก่อนกูยังนอนได้” ขุนพลดันตัวลุกขึ้นนั่งท่าขัดสมาธิบนเตียง ดวงตาคมจ้องมองมาที่ฉันคล้ายกับต้องการคำตอบจริงจัง

ฉันผิดเองที่ยอมให้มันเข้ามาในชีวิตมากเกินไป ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อก่อนฉันยอมให้ขุนพลเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวราวกับว่ามันเป็นเจ้าของร่วมกัน ตอนนั้นฉันยอมรับว่าคิดไม่ได้ เลือกทำสิ่งที่ใจตัวเองอยากทำเป็นอันดับแรกเสมอ ขอแค่มีความสุขก็พอแล้ว ทว่าเวลานี้ขุนพลไม่ได้เป็นแค่เพื่อนสนิทของฉัน แต่เขายังเป็นแฟนของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งฉันควรรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด

“ตอนนี้มึงมีแฟนแล้ว โอปอลไม่โอเคหรอกที่มึงจะมานอนค้างห้องผู้หญิงคนอื่น” ฉันบอกเหตุผลตามตรง คิดว่ามันจะเข้าใจ

“มึงเป็นเพื่อน ไม่ใช่ผู้หญิงคนอื่น อีกอย่างโอปอลกับกูแค่คนคุยยังไม่ได้คบ มึงเอามาจากไหนว่าคบเป็นแฟนกันแล้ว”

“ไอ้กัสบอกว่ามึงพาน้องมานอนค้างที่ห้อง”

“แค่มานั่งเล่น”

“ทั้งคืน”

“ไม่มีอะไรจริงๆ” ขุนพลยืนยัน

"มีหรือไม่มีก็ไม่เกี่ยวกับกูหรอกแต่มึงกับน้องก็ดูใจกันไม่ใช่หรือไง มันไม่มีผู้หญิงคนไหนโอเคหรอกนะที่จะให้คนคุยของตัวเองมานอนค้างกับผู้หญิงคนอื่น"

“โอปอลไม่ใช่คนงี่เง่า หึงหวงจนแยกไม่ได้ขนาดนั้น มึงสบายใจได้ ทำตัวเหมือนปกติที่เคยทำเถอะ”

ฉันทำเพียงถอนหายใจ คร้านจะเถียงกับคนที่เอาแต่ความคิดตัวเองเป็นหลัก

“ถ้ามึงจะดื้อนอนที่นี่ งั้นมึงลงไปนอนข้างล่างเตียง”

ปกติขุนพลก็มักจะมาค้างที่ห้องของฉันบ่อย แต่ที่นี่ไม่มีโซฟาให้มันใช้เป็นที่นอนแล้ว ฉันจึงจัดการปูท็อปเปอร์เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับสละหมอนใบหนึ่งให้เพื่อนใช้หนุนนอน ส่วนผ้าห่มคิดว่าเขาคงไม่จำเป็นต้องใช้ ห้องนี้ไม่มีเครื่องปรับอากาศมีแต่พัดลม ขุนพลเป็นคนขี้ร้อน คาดว่าอีกเดี๋ยวมันคงหนีกลับไปนอนคอนโดตัวเอง มันทนนอนที่ร้อน ๆ แบบนี้ไม่ได้นานหรอก ฉันให้เวลามันนอนเล่นที่นี่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

“เค อาบน้ำก่อน เสื้อผ้ากูติดอยู่ที่มึงบ้างไหม” ร่างสูงดีดตัวลุกจากเตียงพร้อมกับยกแขนบิดขี้เกียจพลันหันมองตู้เสื้อผ้าของฉัน

“ไม่รู้ หาเอง” ฉันพยายามคิดว่าขุนพลเป็นอากาศ ทำตัวเป็นปกติราวกับเขาไม่มีอยู่จริง หลังจากนั่งหวีผมเสร็จเรียบร้อยก็ปีนขึ้นเตียงตัวเอง ดึงผ้าห่มมาคลุมตัว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นก่อนเข้านอนสักสิบนาที ระหว่างนั้นใบหูยังคอยฟังเสียงคนร่วมห้อง ดวงตาแอบเหล่มองคนโตตัวเป็นพัก ๆ กระทั่งขุนพลยืนหันหน้าเข้าหาตู้เสื้อผ้า ก้มศีรษะถอดเสื้อยืดตัวเองออก

ช่วงเวลานี้ฉันควรจะจดจ่อกับหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองแต่สายตาดันเอาแต่มองแผ่นหลังขาว ๆ กล้ามเนื้อตรงหัวไหล่ รวมไปถึงรอยสักรูปหมาป่าตรงหัวไหล่ซ้าย รู้ตัวอีกทีก็เผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

“ครีม มึงใส่แบบนี้ด้วยเหรอ” เสียงทุ้มเรียกสติให้ฉันกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ครั้นมองตามมือของอีกฝ่ายก็ตกใจรีบเด้งตัวกระโดดลงจากเตียงเพื่อแย่งของที่ไม่ควรให้ใครเห็นมาจากมือของอีกฝ่าย

การยื้อแย่งเกิดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ ขุนพลยกยิ้มเจ้าเล่ห์ นิ้วชี้เกี่ยวกับสายชุดนอนไม่ได้นอน สีดำลายลูกไม้ของฉันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“ครีมอย่าดึง เดี๋ยวชุดก็ขาดพอดี”

“มึงก็ปล่อยสิ” ชุดมันจะขาดเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยนั่นแหละ

“อะ ปล่อย ๆ เดี๋ยวขาดแล้วอดเห็นมึงใส่ชุดนี้” ขุนพลยอมปล่อยสายเสื้อตามที่พูด หากแต่คำพูดที่บอกว่าอยากจะเห็นฉันใส่ชุดนอนไม่ได้นอนให้มันดูพลันทำให้แก้มสองข้างร้อนผะผ่าวขึ้นมา เรื่องของเรื่องฉันไม่ได้ตั้งใจจะสั่งชุดนอนนี่มาใส่นอน แต่ร้านดันส่งมาผิดชุด ช่วงที่ผ่านมาฉันเอาแต่คิดเรื่องปัญหาที่บ้านจนไม่มีเวลาส่งคืน กระทั่งหมดระยะเวลาคืนสินค้า ฉันจำต้องเก็บชุดนี้เอาไว้ และไม่คิดว่าจะหยิบมันมาใส่ด้วย

“เชิญมึงอดไปถึงชาติหน้านู่นแหละ” ฉันรีบขมวดชุดนอนแล้วยัดใส่ตู้เสื้อผ้าตามเดิม

“ขอดูชาตินี้ไม่ได้หรือไง” ขุนพลยังไม่หยุดแซวฉัน

“เป็นผัวกูก่อนแล้วค่อยมาขอดู”

“จะให้เป็นก็เป็นได้ ว่าแต่มึงเถอะ จะยอมเป็นเมียกูไหมล่ะ”

“ไว้รออีกสิบชาติ” กลายเป็นฉันที่แพ้ให้กับเขาทุกครั้งไป สุดท้ายฉันถอนหายใจแล้วเดินกลับไปนอนบนเตียงเพื่อสงบสติอารมณ์ สำหรับขุนพลอาจจะพูดโดยไม่คิดอะไร แต่สำหรับฉันมันต่างกัน ทุกคำที่เขาพูดมันส่งผลต่อความรู้สึกของฉันได้ทุกครั้ง

“อยากทำอะไรก็ทำ กูจะนอนแล้ว”

หากชอบนิยายเรื่องนี้ ฝากกดเข้าชั้น คอมเม้นต์ กด ♥️ เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยน้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 73

    อีกไม่กี่นาทีก็จะเปลี่ยนเป็นวันใหม่แล้ว “สี่แก้วไม่เมาหรอก” “ไม่เมาแต่ตาเยิ้มเลยนะ” ขุนพลไม่เถียงแต่วางแก้วบนโต๊ะเป็นการตอบรับว่าจะหยุดดื่มแล้ว สองแขนเปลี่ยนมากอดคนตัวเล็กไว้แนบกาย “ขุนปล่อย อย่ามากอด คนเยอะ” “ไม่มีใครสนใจหรอกน่า” ขุนพลกระชับอ้อมกอดแน่นมากกว่าเดิม ครีมจำต้องยอมเป็นตุ๊

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 72

    “จูบหน่อยครับเมีย” ใบหน้าหล่อโน้มจูบปิดปากขณะมือหนาเลื่อนลงต่ำ ลูบไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบไปยังขอบกางเกงผ้านิ่ม มือหนาสอดเข้าไปใต้กางเกงในตัวจิ๋ว เพียงแค่ปลายนิ้วลูบเบา ๆ บริเวณส่วนกลางกายสาวพลันเปียกชื้นอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดทั่วสรรพางค์กาย ครีมเผลออ้าปากค้าง ลืมสิ้นซึ่งความตั้งใจท

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 71

    “หนูจะนอนกับใคร พ่อแม่หรือตาตา” ครีมถามลูกสาววัยสองขวบครึ่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เด็กน้อยนั่งรถตรงจากกรุงเทพมาเชียงใหม่เพื่ออยู่ฉลองปีใหม่กับคุณตา ทริปครั้งนี้คุณย่าก็บินตามมาด้วย ทางลูกชายได้จองที่พักโรงแรมในตัวเมืองเพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาพักผ่อนสิ้นปีอย่างสะดวกสบาย “ตาตา” หนูน้อยของขวัญเอ่ยตอบเสีย

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 70

    “อื้อ ขุน” ครีมใช้สติอันน้อยนิดผลักแผงอกปรามสามีเบาๆ รับรู้ได้ว่าเขาเครื่องติดแล้ว และเธอก็ให้เขาไม่ได้ “ไม่เอา” ขุนตอบเสียงแหบพร่า ก้มจูบลงบนซอกคอ เม้มผิวเนื้ออย่างกระหาย ตั้งแต่ครีมท้อง เขาก็ละเว้นเรื่องเซ็กซ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่กล้าแตะต้องเธอด้วยซ้ำ ทว่าเสือจำศีลเมื่อได้ลิ้มรสเหยื่อแสนหวาน ค

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 69

    “อันที่จริงตอนเป็นเรียนมหาลัย เธอเหวี่ยงเรากว่าดีนี้อีก ไม่ยอมให้จับ ไม่ยอมให้ใกล้ เราต้องซื้อข้าวหมูกรอบไปนั่งขอบเตียงง้อเธอ” แม้มันจะผ่านมานานหลายปี แต่ความทรงจำในช่วงมหาวิทยาลัยยังคงชัดเจน ชีวิตของพวกเราช่างว้าวุ่น แต่ก็เป็นความทรงจำที่มีค่ามหาศาล เพราะมันเป็นบทเรียนให้เราก้าวเป็นผู้ใหญ่ แก้ไ

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 68

    อยากจูบปลอบใจเมียว่ะ “ถ้าครีมไม่พูด ขุนก็ลืมไปแล้วว่าวันนี้วันเกิดตัวเอง” น้ำเสียงทุ้มเจือหัวเราะในลำคอเบา ๆ มือหนาวางบนเอวเล็ก “ครีมขอโทษนะ น่าจะจำให้ได้เร็วกว่านี้ จะหมดวันแล้ว” ครีมเอ่ยรู้สึกผิด ช่วงนี้เธอแพ้ท้องหนักจนไม่อยากจะเห็นหน้าอีกฝ่าย ทำเอาเขาลำบากไปด้วย แถมยังเหวี่ยงใส่เขาทุกวัน ตั้ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status