Share

ให้ลูก

Penulis: Sun Su
last update Tanggal publikasi: 2025-09-14 23:15:04

คนตัวโตที่นั่งคอตั้งเริ่มเมื่อยแล้ว เขามองตามแผ่นหลังบางที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ เธอเดินไปเก็บมะเขือที่ปลูกไว้เป็นแนวยาวตลอดฝั่งด้านข้างของบ้าน ทำได้เป็นระเบียบและน่าอยู่ใช้ได้นี่ แต่นั่นเธอเดินไปไกลเกินหรือเปล่านะ

ต้องลำบากลงไปตามดูอีกแล้ว เขาแค่จะไปดูเธอเก็บมะเขือหรอกน่า เกิดเก็บลูกเน่าให้ทำไงล่ะ?

เขาจะขาดทุนเอาได้นะ...

“เลิกกับมันนานยัง?” เมื่อกี้คิดเรื่องมะเขือจริง ๆ นะ แต่ที่ถามไปนั้นสมองมันยังไม่กรั่นคำถามก็แค่นั้นเอง เดี๋ยวถามเรื่องนี้เสร็จค่อยถามเรื่องผักต่อแล้วกัน

“อุ้ย! อะ เอ่อ...นานแล้วมั้งจ๊ะ”

เธอตกใจเล็กน้อยที่จู่ ๆ เขาก็เดินเข้ามาด้านหลังเธอ อีกนิดเดียวก็จะโดนตัวเธอแล้ว น้ำค้างรีบถอยออกห่างก่อนที่จะเอ่ยอึกอัก เธอกลัวเศษดินบนตัวเธอจะไปเปื้อนเขาเอา และยิ่งไปกว่านั้นก็คงไม่กล้าบอกว่าแท้จริงแล้ว เธอกับคนที่เขาเอ่ยถึง ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน

“แล้วมันทิ้งอะไรไว้ให้บ้างล่ะ?”

อย่าเพิ่งถามถึงเรื่องมะเขือ! รอแป๊บหนึ่ง

“...”

เธอไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรดี ดวงตาคู่กลมสั่นไหวเล็กน้อย ช้อนตามองใบหน้าหล่อเหลาที่เธอเคยหลงใหล ใบหน้าคมรับกับจมูกโด่ง ดวงตาเฉี่ยวลึกแม้ดูน่ากลัวบ้าง ทว่ากลับน่ามองยิ่ง

“ดูแล้วก็คงไม่ทิ้งอะไรไว้ให้นั่นแหละ แต่อย่างว่า หวังสูงเองนี่”

“อึก!”

คำพูดนั้นสาดเข้าใส่หน้าเธออย่างจัง หัวใจดวงน้อยปวดหนึบขึ้นมาอีกครั้ง คำพูดที่ผ่าลึกกลางใจทำให้คนตัวเล็กกว่าสีหน้าดูไม่ได้ เธอไม่ได้หวังสูง แต่แค่ไม่มีสิทธิ์หวังเท่านั้น เพราะเธออ่อนแอ...

เชี่_แล้ว เขาพูดแรงไปหรือเปล่านะ แต่ไม่เห็นต้องสนใจนี่

“ช่างมันเถอะ ฉันไม่ได้อยากรู้หรอก ถามไปงั้น รีบ ๆ เก็บมาฉันจะได้รีบกลับ” เขายอมลดน้ำเสียงลง เธอนี่ดูท่าคงจะกลัวเสียงดังจริงนั่นแหละ พูดเข้าหน่อยก็น้ำตาคลอแล้ว เขาก็ไม่ใช่ไอ้คนชั่วปากหมาที่จะด่าเรี่ยราดนี่?

“ดะ ได้จ้ะ แล้วนี่พี่จะกลับกรุงเทพวันไหนหรือจ๊ะ?”

น้ำค้างก็ยังเป็นน้ำค้าง เธอเก็บทุกอย่างไว้ในใจ ซ้ำยังเผยใบหน้าส่วนที่ยิ้มแย้มให้เขาอีกต่างหาก เป็นคนอื่นล่ะก็คงชักกรรไกรตัดผักมาแทงคอหอยตายไปแล้วป่านนี้

“ไม่มีกำหนด”

“นึกว่าพี่จะกลับเร็ว ๆ นี้ซะอีก” สาวเจ้ายังคงยิ้มได้ ในใจก็แอบชื้นขึ้นมา อย่างน้อย ๆ ก็ยังพอมีเวลาได้เจอะเจอใบหน้านี้ แม้ไม่นานนักก็ตาม แต่ได้เท่านี้ก็เป็นบุญแล้ว

“กลับเร็วกลับช้าก็เรื่องของฉันไหม?” เขาขี้เกียจคุยกับเธอแล้ว? จึงเอ่ยทิ้งท้ายเสียงแข็ง ก่อนจะเดินไปนั่งบนแคร่ใต้ต้นมะขามใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลกัน

น้ำค้างรู้ตัวว่าเขาไม่อยากคุยด้วย จึงรีบเร่งมือเก็บมะเขือให้เขา เธอเข้าใจว่าเขาคงอึดอัดพอสมควรที่ต้องมายืนคุยกับเธอแบบนี้ แต่ทว่าอีกคนกลับเหยียดกายนอนบนแคร่สบายใจเฉิบ กล้าสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรง ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก ช่างผ่อนคลายดีจริง ๆ

“พี่กล้าจ๊ะ มะเขือได้แล้วจ้ะ”

“ฮะ อ๋อ อืม”

ดีนะที่ไม่หลับจริง ไม่งั้นเขาได้เก๊กท่าไม่อยู่แน่ เธอนี่ก็จริง ๆ เลยน้ำค้าง เก็บช้ากว่านี้ก็ไม่มีใครว่าเธอหรอกน่า...

“เท่าไหร่?”

“ห้าสิบก็พอแล้วจ้ะพี่” เธอเอ่ยเสียงใสพลันยิ้มหวานให้อีกฝ่าย จริง ๆ เธอเก็บให้เขาเยอะมาก แต่ไม่คิดเงินเต็มจำนวน เพราะอยากช่วยทำบุญด้วย แต่หากไม่รับเงินเลย ลูกเธอก็ต้องกินนมกินขนมที่ใช้เงินซื้อนี่

“ฮะ?” เขาอึ้งหน่อย ๆ แต่ก็ปรับสีหน้าเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว ชนิดที่ว่าเธอไม่มีทางดูออกแน่นอน

ชายหนุ่มควักเอากระเป๋าเงินสีดำในกางเกงขาสามส่วมตัวสั้นที่เขาสวมอยู่ ก่อนจะหยิบเอาธนบัตรสีเทาออกมาห้าใบ ก่อนจะยื่นมันให้เธอ

“อือ อะนี่”

“นะ หนูไม่มีเงินทอนให้พี่กล้านะจ๊ะ”

“ใครบอกว่าฉันจะเอาเงินทอน เอาไป ฉันให้”

เขาว่าพลันยัดเงินใส่มืออีกฝ่าย นี่ขนาดทำงานหนักทั้งงานบ้านงานสวนมือยังนิ่มน่าจับมาดมขนาดนี้ได้...

“ไม่เอาจ้ะพี่ มันเยอะเกินไปฉันรับไว้ไม่ได้หรอก” เธอส่ายหน้าไปมาราวกับนาฬิกาแกว่งพร้อมกับคืนเงินให้เขา มันเยอะมากสำหรับเธอ เธอไม่กล้ารับจริง ๆ

“ฉันให้ก็เอาไปเถอะน่า”

“พี่กล้า~”

เขาไม่สนใจว่าเธอจะพยายามตามเอาเงินคืน กล้าเดินถือถุงมะเขือกลับขึ้นรถไปทันที รู้ดีว่าหากอยู่ต่อเดี๋ยวเธอก็ยืดเยื้อไม่รับเงินอีก ไว้เดี๋ยวเขามาใหม่แล้วกัน

“เอาไว้ให้ลูกกินขนม”

“พี่~”

ปลายเสียงที่เอ่ยเรียกเขาทั้งเบาทั้งสับสน จนกระทั่งเขาขับรถออกไปทิ้งให้เธอยืนใจสั่น พลันยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว มือเรียวเล็กกุมเงินในมือไว้แนบอก เธอทั้งดีใจและขอบคุณเขา

หลังจากนั้นเธอก็รีบเก็บเงินไว้ด้วยความตื่นเต้น วันนี้แม้จะอบอ้าวหน่อย แต่ทว่าเธอกลับมีแรงฮึด ทำงานเสร็จเร็วกว่าปกติ ในช่วงบ่ายจึงปั่นจักรยานไปนาที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย เธอลืมของไว้จึงต้องรีบไปเอา เสร็จแล้วก็จะได้ไปรับลูกต่อ

เธอเดินดูสวนข้าวโพดสักพัก อันไหนเก็บได้ก็เก็บไปก่อนเพราะเดี๋ยวตอนเย็นพี่ก้องก็จะมาช่วยรับไปขายให้ เธอทำงานไม่สนแดดสนฝน สนก็แค่จะหาเงินอย่างไรมาเลี้ยงดูลูก แต่ทว่าช่วงบ่ายกลับมืดครึ้มเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักลมก็พัดอย่างแรงจนเธอต้องรีบเดินเข้ากระท่อม

“อ๊ะ!” ยังไม่ทันเดินเข้าไปหลบก็โดนลมพัดเอาฝุ่นเข้าตาเต็ม ๆ ทั้งเจ็บและแสบเอามาก ๆ เธอมองไม่เห็นสิ่งใดแต่ทว่าหูกลับได้ยินเสียงเครื่องยนต์ขับเข้ามาก่อนเสียงจะดับไป

“มายืนเป็นนางเอกเอ็มวีอะไรตรงนี้ เดี๋ยวสังกะสีก็ปลิวมาตัดคอเอาหรอก!! ”

คนที่พูดจาไม่น่าฟังคนนี้จะเป็นใครไหนเลยนอกจากพี่กล้า เขาเข้ามาตะคอกเธอพร้อมกับออกแรงฉุดแขนคนตัวเล็กให้หลบเข้าไปด้านในกระท่อมก่อน

“พะ พี่” เธอเรียกชื่อเขาพลันมือปัดป่ายไปด้วย ก็เธอเจ็บตาจนลืมตาไม่ขึ้นนี่

“อะไร!?” เขาเหมือนคนนรกเผาหัวอยู่ตลอดเวลา หัวร้อน เสียงดัง แถมยังว่างตามเธอมาได้อีก

“พี่อย่าเดินเร็วสิจ้ะ หนูมองไม่เห็น”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   บทส่งท้าย

    “ก็มันเหม็นจริง ๆ นี่ ตั้งแต่เช้าจนค่ำพี่คิดจะอาบน้ำบ้างไหมเนี่ย?”น้ำค้างเริ่มหงุดหงิดจนสีหน้าแสดงออกชัด ปกติเธอมักจะอ่อนโยนและอ่อนหวานกับเขาเสมอ แต่มาช่วงนี้เพียงเห็นหน้าก็หงุดหงิดอารมณ์เสีย ยิ่งพอเขาเข้าใกล้ก็เหม็นจนอ้วกแทบพุ่ง“พี่อาบสามรอบแล้ว” กล้ารีบยกจั๊กกะแร้ดมอย่างร้อนใจ เขาอาบสามรอบแล้วจริง ๆ จะเหม็นได้อย่างไรกัน พอโดนทักแบบนี้ก็เสียทรงเหมือนกัน ยิ่งพอเมียทำหน้าหยี ๆ ราวกับว่าเขาเป็นขยะเปียกก็ยิ่งน่าตกใจ“แม่เป็นอะไรเหรอครับ?” ต้นไผ่ที่เดินมาหาผู้เป็นแม่พร้อมกับเอ่ยปากถามอย่างห่วงใย“แม่แค่เหม็นคนไม่อาบน้ำน่ะ มาแม่หอมไผ่ทีสิจ๊ะ”น้ำค้างยิ้มกว้างให้กับลูกชายตัวน้อยที่ปีนขึ้นมาบนตัวเธอ เธอดึงตัวลูกเข้ามากอดมาหอมจนชื่นใจ เนื้อนุ่ม ๆ ขาว ๆ ของต้นไผ่ช่างน่าขย้ำเสียจริง ต่างจากคนที่ยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่มาก ยิ่งทำปากคว่ำแบบนั้นยิ่งไม่น่าดูเข้าไปใหญ่ ทำเสียสายตาจริง ๆ“ฟอด~~~ ชื่นใจ”“ชื่นใจได้ยังไง! นะ นั่นต้นไผ่ยังไม่อาบน้ำเลยตั้งแต่เมื่อเช้า มอมแมมเป็นลูกหม

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   เหม็นผัว

    หนึ่งเดือนต่อมา…“พ่อจะอยู่กับไผ่กับแม่นานไหม?”“ก็ตลอดไป”“ตลอดไปคืออะไรครับพ่อ?”“ก็คือพ่อจะไม่ไปไหนไงครับ”สองพ่อลูกที่เล่นของเล่นกันจนเหนื่อยส่งเสียงพูดคุยดังเป็นระยะ น้ำค้างที่ทำกับข้าวเย็นอยู่ที่ครัวหลังบ้านได้แต่อมยิ้มกับประโยคพูดคุยในแต่ละวัน ช่วงนี้ทั้งสองคนดูเหมือนจะเข้าขาและพูดคุยกันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ต้นไผ่ที่เคยต่อต้านเขาก็หายขาดเป็นที่เรียบร้อย อีกอย่างทั้งสองคนก็มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น เพราะพี่กล้าเป็นคนดูแลลูกในช่วงที่เธอเข้าไปเรียนเสริมสวยในเมือง เขากลับมาทำหน้าที่พ่อของลูกได้ดีเลยทีเดียว“กับข้าวมาเเล้วจ้า” แม่ครัวที่สองหนุ่มเฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่หนาจะเป็นมื้อเย็น ในที่สุดก็ทำกับข้าวเสร็จพร้อมเสิร์ฟกับข้าวที่ยกมาวางบนแคร่วันนี้มีถึงสามอย่าง ทอดปลาตัวใหญ่ ๆ ที่พ่อบอกว่าไปจับมาแต่แท้จริงซื้อจากก้องเพื่อนสนิท เพราะตนนั้นเมาหลับไปก่อน ส่วนอีกอย่างก็เป็นตำแตงกวาและแกงจืดของต้นไผ่เอง มื้อที่สุดแสนจะธรรมดาทว่ากลับอร่อยมาก ตั้งแต่กลับมากินกับข

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   แก๊งข้าวหลาม

    “มาแล้วจ้ะ ๆ” สาวงามที่ถูกกล่าวถึงก่อนหน้าเดินมาพร้อมกับรอยยิ้มแป้น เธอมองเห็นเขากับลูกตั้งแต่ไกล ก่อนหน้าก็เห็นยิ้มแย้มดีแต่พอเข้ามาใกล้ ๆ กลับพบว่าสีหน้าเขาดูอธิบายยากสุด ๆ“พี่กล้าเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” เธอสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อเอ่ยถาม“พ่อหึงแม่”เขายังไม่ทันเอ่ยสิ่งใดต้นไผ่ในอ้อมแขนก็บอกแม่ก่อนซะแล้ว ทำเอาคนเป็นแม่ยิ้มเขิน ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กชายตัวน้อยอย่างเอ็นดู“งั้นเหรอ เดี๋ยวต้นไผ่ไปหาคุณครูก่อนนะลูก ลูกต้องลงแข่งวิ่งนะ”เธอลอบมองหน้าพ่อของลูกก็อดขำไม่ได้ เวลานี้หน้าเขาบึ้งตึงมากเลยทีเดียว แต่ก็อุ้มลูกเดินไปส่งให้คุณครูดูแลต่อ หน้าที่เขาต่อจากนี้ก็คงเป็นการพาคุณเมียไปเปลี่ยนชุด และส่งคืนชุดให้ทางร้านกับช่างแต่งหน้า“ไปเปลี่ยนในห้องน้ำไหม? เดี๋ยวพี่รอ”“พี่หึงหนูเหรอจ๊ะ?” น้ำค้างแกล้งถามพลันเกาแขนแกร่งด้วยท่าทีออดอ้อน เวลานี้เธอทำเช่นนี้ได้โดยไม่อายใครเพราะไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก“ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว&r

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   สาวงามในดวงใจ

    “งีบก่อนไหมถ้าถึงในเมืองเดี๋ยวพี่ปลุก” เจ้าของเสียงทุ้มที่กำลังจัดชุดและเครื่องประดับทั้งหลายของเมียสุดที่รักไว้ด้านหลังรถแล้วจึงเอ่ยถาม“ไม่เป็นไรจ้ะพี่” เจ้าของร่างที่นั่งเบาะข้างส่งยิ้มพร้อมกับมองเขาด้วยแววตาหวานเยิ้ม เธอมองเขาอย่างไม่วางตาจนอีกคนเริ่มสงสัย“ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะ?”“หนูดีใจ”“หืม?”“หนูดีใจที่พี่คอยดูแลหนูกับลูกไงจ๊ะ” แววตาที่สื่อออกมาล้วนไม่ผิดเพี้ยนไปจากคำพูด เธอทั้งขอบคุณและดีใจที่มีเขาอยู่ข้างกาย ตั้งแต่ได้กลับมารักกันหนนี้เขาดูแลเธอกับลูกดีมาก ชาตินี้ไม่นึกเสียดายหรือเสียใจจริง ๆ ที่ไม่เคยโกรธเคืองเขาได้ลงเลย“ก็ลูกเมียพี่ทั้งคนนี่ รักขนาดนี้จะไม่ดูแลดีได้ไง” คนตัวโตเอ่ยเสียงน่าฟังพร้อมกับยกมือขึ้นลูบเรือนผมนุ่มอย่างเบามือ คล้ายกับอยากทะนุถนอมคนข้างกายเป็นที่สุดเวลานี้เป็นแวลาตีสี่แล้ว เขาต้องพาสาวสวยลูกหนึ่งข้างกายไปแต่งหน้าเเป็นนางป้ายของหมู่บ้าน ในงานแข่งกีฬาตำบลครั้งนี้ ก็เมียเขาสวยมากนี่นา หากไม่บอกใครจะเชื่อว่ามีลูกมาแล้ว

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   ฮีโร่ตัวโต

    “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” น้ำค้างดิ้นหนีสุดแรงเกิด เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีถีบชายคลั่งคนนั้นออกห่าง ก่อนจะพยายามควานหาอาวุธใกล้มือที่สุด ความกลัวทำเธอเกือบสติหลุด แต่เพราะตอนนั้นเธอต้องเอาชีวิตรอด นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้!“แม่~~”“ไผ่อย่าออกมาลูก!”ใจคนเป็นแม่หล่นวูบเมื่อเห็นร่างน้อย ๆ ของลูกชายเริ่มพลิกตัวลุกขึ้นเพราะถูกรบกวนการนอน สิ่งที่ทำให้เธอกลัวต่อจากนี้ไม่ใช่การที่ถูกไอ้คลั่งนี้ทำร้าย แต่เธอกลัวมันจะทำลูกเธอด้วย!“แม่! ปล่อยแม่นะ!”ต้นไผ่ไม่ฟังคำทักท้วง เด็กน้อยเปิดมุ้งออกมาเจอเข้ากับภาพชายท่าทางน่ากลัวกำลังลากตัวแม่อยู่ เด็กน้อยทั้งตกใจและเป็นห่วงแม่ ไม่สนสิ่งใดรีบวิ่งเข้าไปดึงแม่มา แต่ทว่าแรงเด็กก็มีน้อยนิด แรงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ หรือจะไปสู้คนกำลังคลั่งยา ใช่! ไอ้บ้านี้เหมือนคนคลั่งยาในข่าวมาก ทั้งหน้าตาก็คุ้นซะเหลือเกิน!“ไอ้เปี๊ยกมึงนี่ตื่นไม่ดูเวลาเลยเว้ย!”ไอ้บ้านี่ไม่สนใจต้นไผ่สักนิดเพียงแต่ตวาดเสียงดัง ส่วนที่มันสนใจก็คือสาวเจ้าคุณแม่ลูกหน

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   ไฟไหม้

    หนึ่งอาทิตย์ต่อมา…“ยังไม่ทันกินเบียร์เลย มึงอย่าลืมเก็บห้าลังนั้นไว้ให้กูนะไอ้กล้า”“โอเค ๆ ”เสียงพูดคุยของคุณพ่อลูกโตแล้วหนึ่งอย่างกล้า กับคุณพ่อป้ายแดงอย่างก้องที่เมียเพิ่งจะคลอดลูกสาวให้เป็นของขวัญ ก้องเพิ่งจะคุยกับกล้าได้ไม่กี่คำก็ต้องเดินไปเอาของต่อ วันนี้เป็นวันผูกข้อมือหนูน้อยสมาชิกใหม่ของบ้าน ชาวบ้านมากมายต่างมารวมตัวกัน กล้าที่นั่งอยู่มุมด้านข้างเขาเห็นหลานแล้วให้ของขวัญหลานเป็นทองเส้นหนึ่ง ตอนนี้ก็นั่งมองเมียตัวเองอุ้มเด็กสาวตัวน้อยอย่างชื่นชม เขาเองก็อดชื่นชมไม่ได้เดี๋ยวพี่เสกเข้าท้องให้อีกคนดีไหมจ๊ะ?“เอามาอีกสักคนไหมล่ะน้ำค้าง ดูท่าต้นไผ่น่าจะชอบนะนั่น”เป็นป้าจันทร์ผู้ใหญ่อีกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเอ่ยหยอกล้อน้ำค้างด้วยความเอ็นดู ป้าจันทร์รู้ว่าตอนนี้กล้าดูแลน้ำค้างกับลูกดีมาก คงไม่ต้องห่วงว่าน้ำค้างจะเหนื่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ชาวบ้านที่เห็นน้ำค้างและกล้ามาตั้งแต่ยังเล็กเห็นแล้วก็โล่งใจ แต่บางคนก็ยังหมั่นไส้กล้าไม่เลิกก็ยังมี“น่าจะไม่ไหวหรอกจ้ะป้า” น้ำค้าง

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   รอ

    “หลบอยู่ตรงนั้นไม่ได้เล่นหรอกนะลูก” เสียงกระซิบดังอยู่ข้างหูเด็กชายที่แอบลอบยิ้มสลับกับใบหน้าบึ้งตึง ราวกับว่ากำลังต่อสู้กับจิตใจตัวเองแบบที่เดี๋ยวดีใจเดี๋ยวห้ามใจผู้เป็นแม่ที่แอบดูอยู่นานแล้วได้แต่ส่ายหน้า เธอยิ้มน้อย ๆ ต้นไผ่แอบยื่นคอลงไปมองลอดใต้บันได มองคนที่กำลังประกอบรถข

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   ไม่เจอแม่ก็เจอลูก

    “ไม่เจอก็ได้วะ!”เมื่อวานหลังจากที่เจอเธอตอกหน้าเข้าจัง ๆ เขาก็เจ็บใจเป็นอย่างมาก เขาน่ะหรืออยากไปเจอเธอ เธอเอาความมั่นใจขนาดนั้นมาจากไหนกัน เขาไม่ได้อยากเจอเธอซะหน่อยแต่กูจะมานอนคิดทำไมวะ?เขาก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลใดเขาถึงนอนคิดเรื่องเธอไม่ตก เธอควรจะถา

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   ใครจะกลับมา

    ใบหน้าด้านชาถึงกับกระตุก เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้นก็ถึงกับจี๊ด! จี๊ดมากพ่อเอ้ย!“เหอะ ฉันก็ไม่ได้อยากเจอเธอนักหรอก มันบังเอิญแค่นั้นแหละ”อวัยวะทุกส่วนบนใบหน้าของเขาฉายชัดว่ากำลังหงุดหงิดขั้นสุด น้ำค้างที่นั่งข้างหันมาอีกทีก็มีสะดุ้ง ปกติหน้าเขาก็บูดเป็นข้าวข้ามคืนแล้ว เวลานี้แทบจะดูไม่ได้“ชิ!”

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   ลำบากก็ไปหาพ่อมาดูแล (ต่อ)

    “...” น้ำค้างถึงกับเงียบกริบ“ปากมึงนี่มีหมาอยู่กี่ตัววะไอ้กล้า พูดจากับน้องมันดี ๆ หน่อยมึงจะตายหรือไงหา?”ชัยเข้าปกป้องน้ำค้างสุดฤทธิ์ เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรกล้าที่เคยเอาอกเอาใจและพูดจาดีเฉพาะกับน้ำค้างคนสวย มาวันนี้กลับต่างกันลิบลับ หน้ามือหลังตีนยังว่าไกล แค่เขาไปเรียนตำรวจไม่กี่ปี กลับมาทุกอย่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status