เข้าสู่ระบบเมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…
8
“ก๊อกๆๆๆ” ซ่งลี่อินที่กำลังกล่อมลูกชายตัวน้อยอยู่ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูที่รั้วหน้าบ้าน
“มาหาใครคะ” ลี่อินเดินมาเปิดประตูก็เจอเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ที่รั้วหน้าบ้าน
ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่สวยมากทีเดียว การแต่งตัวก็ดูทันสมัยมาก จากความทรงจำของร่างเดิม เธอก็แค่รู้สึกคุ้นหน้าเท่านั้นแต่ก็นึกไม่ออกว่าเจอเธอคนนี้ที่ไหนมาก่อน
“ฉันมาหาพี่เหว่ยค่ะ เขาอยู่ที่นี่หรือเปล่าคะ” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้นมา เมื่อเธอถามจบที่ใบหน้าของเธอก็ปรากฏรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ซึ่งดูไม่ได้เป็นมิตรเท่าไหร่
“อ้อ เขาออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ คุณมีธุรอะไรกับเขาหรือเปล่าคะ” ซ่งลี่อินแสร้งถาม เพราะดูแล้วผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ต้องการที่จะมาหาสามีของเธอแต่ดูเหมือนจะมาหาเรื่องเธอเสียมากกว่า เธอดูจากน้ำเสียงและท่าทางแล้วน่าจะเป็นอย่างที่เธอคิด
“ถ้าอย่างนั้นฉันเองก็มีเรื่องจะพูดกับคุณเหมือนกัน ฉันขอเข้าไปข้างในนะคะ” ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รอลี่อินอนุญาตก็ถือวิสาสะเข้ามาทันทีโดยที่ลี่อินไม่ทันได้ห้ามปราม
เมื่อผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเธอก็ใช้สายตากวาดดูรอบๆบ้าน ซึ่งเธอก็พยักหน้าพอใจ และเดินไปนั่งลงที่โซฟารับแขก
“คุณมีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ” ซ่งลี่อินพูดด้วยน้ำเสียงแข็งๆ เธอสึกไม่ชอบใจผู้หญิงตงหน้าเลยสักนิด คนอะไรไม่มีมายาทเอาเสียเลย การที่จะเข้าบ้านของคนอื่น ไม่ใช่ว่าต้องรอให้เจ้าของบ้านอนุญาตก่อนหรอกหรือถึงจะเข้ามาได้ นี่อะไรนึกอยากจะเข้ามาก็เข้ามาเลย คนอะไรนิสัยไม่ดี
“คุณไม่คิดจะเอาน้ำมาให้แขกได้ดื่มเลยหรือคะ ฉันพึ่งรู้นะคะว่าที่นี่เขารับรองแขกกันแบบนี้” หญิงสาวคนนั้นพูดออกมา ซ่งลี่อินที่ได้ยินก็เลยตัดปัญหาจึงเข้าไปในครัวเพื่อนนำน้ำออกมารับรองแขก
“นี่ค่ะ”
“คุณจะพูดธุระของคุณได้หรือยัง” เมื่อหญิงสาวคนนั้นวางแก้วน้ำลง ซ่งลี่อินก็เอ่ยปากทันที
“ฉันแค่จะมาบอกเธอว่า ฉันท้อง ”
“!!!” ซ่งลี่อิน
“ฉันท้องลูกของพี่เหว่ย”
“ฉันชื่อ ฟางไฉ่หลง เป็นคนรักของ ท่านผู้พันเฉินหวังเหว่ย”
“!!!” ซ่งลี่อิน
"และตอนนี้ฉันก็กำลังท้องลูกของเขา" ฟางไฉ่หลงพูดไปด้วย และก็เอามือของเธอลูบวนที่หน้าท้องเบาๆ พร้อมกับมองท่าทีของศรัตรูหัวใจไปด้วย เธอไม่คิดว่าแผนเมื่อสองปีก่อนจะล่ม วันนั้นเธอตั้งใจที่จะวางยาชายคนรัก เพราะต้องการให้เขานั้นแต่งงานกับเธอ
เพราะเธอได้ยินมาว่าเขานั้นพาผู้หญิงมาอยู่ด้วย เมื่อถามเขาเขาก็บอกว่าเป็นญาติ แต่เธอนั้นไม่เชื่อ เมื่อสืบจนรู้เธอก็ยิ่งร้อนใจ เพราะกลัวว่าชายคนรักนั้นจะเปลี่ยนใจไปจากเธอ เธอจึงได้คิดแผนนี้ขึ้นมา
แต่เมื่อเธอมาเข้าห้องน้ำแปปเดียวเธอก็ไม่เห็นเขาอยู่ที่นั่นแล้ว เธอก็ได้แต่ภาวนาว่าสิ่งที่เธอกลัวนั้นจะไม่เกิดขึ้น แต่ก็เหมือนกับว่าฟ้าดินจะไม่เป็นใจกับเธอเลยสักนิด เมื่อเวลาผ่านไปเพียงสองเดือน คนรักของเธอนั้นก็ได้ประกาศแต่งงาน
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นที่คุณมาที่นี่ในวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ใช่หรือเปล่าคะ”
ฟางไฉ่หลงพยักหน้ารับ ที่เธอมาที่นี่ในวันนี้จริงๆแล้วเธอตั้งใจจะมาพูดกับลี่อินมากกว่า เพาะเธอนั้นรู้เวลาทำงานของหวังเหว่ยอยู่แล้ว และเธอก็รู้เวลาที่เขาจะกลับนั้นเป็นเวลาไหน เธอจึงได้เลือกมาตอนนี้
“คุณต้องการอะไรก็พูดออกมาตรงๆเถอะนะคะ ฉันไม่ชอบฟังอะไที่มันอ้อมค้อม”
“ฉันก็แค่ต้องการให้เธอนั้นออกไปจากชีวิตของพี่เหว่ยซะ ส่วนลูกชายของเธอฉันจะเป็นคนดูแลให้เอง” นี่เธอใจดีมากแล้วนะที่อาสาจะดูแลเด็กคนนั้นให้
“เฮอะ” ซ่งลี่อินที่ได้ยินแบบนั้นก็ร้องออกมา
“ฉันขอถามอะไรคุณตรงๆเลยนะ…” ซ่งลี่อิน
“เรื่องนี้สามีของฉันรู้เรื่องแล้วหรือยัง”
“ก็ต้องู้สิ ไม่อย่างนั้นฉันจะมาที่นี่ได้ยังไงกันล่ะ” ฟางไฉ่หงที่ได้ยินแบบนั้นก็ร้อนตัวทันทีรีบพูดออกมา
“หึ” ซ่งลี่อินไม่เชื่อยู่แล้ว ผู้ชายคนนี้ถึงจะเป็นสามีที่ไม่ได้เรื่ององเท่าไหร่ แต่เธอคิดว่าเขาไม่มีทางที่จะทำร้ายเธอสองคนแม่ลูกอย่างนั้นแน่นอน
“ถ้าอย่างนั้นฉันว่าเราค่อยพูดตอนที่สามีของฉันกลับมาเถอะนะคะ นี่ก็ไกล้เวลาแล้ว” ซ่งลี่อินหันไปดูนาฬิกาที่ติดผนังอยุ่ ก็เห็นว่านี่เป็นเวลาที่สามีของเธอนั้นไกล้จะกลับมาที่บ้านแล้ว
จากความทรงจะที่ได้รับมา ลี่อินคนก่อนจะต้อรีบเข้าครัวแล้ว เพื่อเตียมอาหาเอาไว้ให้กับคนที่เป็นสามี ทั้งที่บางวันเขาก็กลับ หรือไม่ได้กลับมาเลยก็มี แต่ลี่อินก็ยังทำรอเขาทุกวัน แต่มันไม่ใช่กับธอ มาค่อยทำ ถ้าไม่มาก็ไม่ต้องทำ เธอไม่ยอมเหนื่อยไปโดยเปล่าประโยชน์หรอกนะ
“ไม่ได้นะ!!” ฟางไฉ่หลงโพล่งขึ้นมาข เพราะเรื่องนี้เฉินหวังเหว่ยไม่ไดู้้เรื่องอะได้วย ถ้าเขากลับมาเธอคงต้องถูกเขาโกรธเป็นแน่ กว่าที่เธอจะท้องในครั้งนี้ได้เธอเองก็ต้องพยามอยู่หลายครั้ง
“ทำไมล่ะคะ เรื่องนี้ฉันคิดว่าให้คนกลางตัดสินใจจะดีกว่า ในเมื่อคุณบอกเองว่าเขานั้นู้เรื่องนี้อยู่แล้ว คุณจะลังเลอะไรคะ”
“ดีสิ ในตาของพี่มีแต่เธอเท่านั้น” เสวียนเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาที่เขานั้นส่งให้เธอนั้นมันแสดงออกมาทุกอย่างว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมันจริงทุกคำพูด“มีซินซินด้วย”“ซานซานด้วย” สองแฝดที่เห็นว่าพ่อแม่กำลังรักกันก็ขอมีส่วนร่วมด้วยทันที**********“ลูกหลับแล้วหรือคะ” ฮวาเหมยที่เดินออกมาขากห้องน้ำก็เห็นว่าสามีนั้นนอนอยู่บนที่นอนแล้ว เธอจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาครีมบำรุง“ครับ วันนี้หลับง่ายสงสัยจะเล่นเหนื่อย” ปากก็พูดกับภรรยาแต่สายตานั้นกลับจับจ้องไปที่ชุดนอนบางเบาที่ภรรยาสวมใส่อยู่“อุ้ย!!” ฮวาเหมยร้องขึ้นเมื่อเธอก้มลงไปทาโลชั่นที่ขากลับพบว่าเธอถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง“อืม…หอมจัง” เสวียนเหลียนซุกไซร้ไปที่ซอกคอของภรรยาด้วยความมึนเมา“ก็ฉันพึ่งอาบน้ำมานี่คะ อ๊ะ..อย่าพึ่งค่ะ” “เรามาทำน้องให้เจ้าแฝดกันดีกว่านะ..”“ได้ที่ไหนกันล่ะคะ พี่เหลียนลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้มีนโยบายลูกคนเดียว”“พี่รวย…”“อื้อ…” ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อเธอถูกจับโยนขึ้นเตียงแล้วคนเป็นสามีก็จับเธอถ่างขาออกแล้วมุดหน้าลงไป ตั้งแต่หลังแต่งงานสามีของเธอก็ขอให้เธอใส่แค่ชุดนอนส่วนชั้นในนั้นไม่ต้องใส่ เพราะเขาขี
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7039 บทส่งท้ายการแต่งงานระหว่างเสวียนเหลียนและฮวาเหมยนั้นถูกจัดขึ้นที่ตระกูลเสวียน หรือจะเรียกว่า คฤหาสน์ ก็คงจะถูกต้องมากกว่าเพราะมันช่างกว้างขวางเสียเหลือเกิน ที่เสวียนเหลียนและฮวาเหมยจัดงานแต่งงานที่นี่ ก็เพราะต้องการมีความทรงจำเกี่ยวกับวันแต่งงานที่บ้านหลังนี้ ถึงแม้ตอนแรกคิดว่าจะจัดงานที่โรงแรม แต่เมื่อคนทั้งคู่ไม่ได้ต้องการที่จะจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ การจัดงานที่บ้านนั้นจึงดีที่สุด ถึงแม้ว่าคนตระกูลถัง (ตระกูลของแม่เสวียนเหลียนหรือก็คือครอบครัวท่านนายพลถัง)จะคัดค้านก็ตาม เพราะเขาเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีและรู้จักคนมากมาย ในเมื่อหลานชายแต่งงานทั้งทีเขาเองก็อยากที่่จะประกาศให้คนได้รับรู้ แต่เมื่อบ่าวสาวให้เหตุผลทุกคนก็ยอมรับได้ จึงไม่มีใครคัดค้านเรื่องการจัดงานอีกคนที่มาร่วมงานแต่งนั้นก็มีเพียงแค่คนสนิท นับๆดูแล้วก็มีประมาณ 40-50 คนเท่านั้น งานแต่งงานของคนทั้งคู่นั้นผ่านไปด้วยความเรียบง่าย พอถึงฤกษ์ยามที่ดีคนทั้งคู่ก็ลงชื่อในเอกสารรับรองความเป็นสามีภรรยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันก็จัดการเรื่องนี้ให้ ทำให้ตอนนี้คนทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบู
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7038 “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็แต่งงานกับฉันสิคะ”หลังจากวันนั้นที่จัดการเรื่องคุณหนูตู้ม่ายม่ายแล้ว ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ หนังสืออนุญาตทำการค้าของเสวียนเหลียนเองก็ได้มาแล้ว ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วยให้ใครอีกแล้ว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่เช่าพื้นที่ของเสวียนเหลียนนั้นดีใจมาก เพราะชายหนุ่มนั้นจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นมา โดยที่เขาจะเก็บค่่าเช่าเพียงครึ่งเดียวนานสามเดือน เพื่อตอบแทนทุกคนที่อยู่ร่วมกันมา และร้านค้าของฮวาเหมยและครอบครัวก็ได้รับสิทธิ์นี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าใครจะมีความสุขมากก็ตามแต่ไม่ใช่กับเสวียนเหลียน ซึ่งเขาอาจจะสุขบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่สุขมากอย่างนั้น“พี่เหลียน ทำไมพี่ทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” ฮวาเหมยที่เห็นท่าทางของคนรักมีอาการที่แปลกไปในช่วงหลายวันมานี้ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้“หืม…” เสวียนเหลียนที่มีความรู้สึกว่าคนรักพูดด้วยจึงได้หันกลับมามอง“ก็ฉันถามพี่ว่าทำไมพี่ดูใจลอยแบบนั้นมีเรื่องอะไรที่คิดมากหรือเปล่าคะ” ถ้ามีอะไรที่เธอพอช่วยเขาได้เธอก็ยินดีถ้าว่าเขานั้นยอมแบ่งปันกับเธอ“มันก็มี..” มันก็มีน่ะแหละ เพราะตั้งแต่คืนนั้นเขาก็ม
“จุก..บะ เบาหน่อย” ฮวาเหมยร้องออกมาเมื่อมีความรู้สึกว่าเสวียนเหลียนนั้นตอกตึงเธอแบบเน้นๆ ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านั้น เมื่อก้มดูที่หน้าท้องของเธอก็จะเห็นได้ทันทีว่ามีอะไรนูนออกมาอย่างมีมีจังหวะ“อ๊ะ…พี่เหลียนฉันจะเสร็จ” ฮวาเหมยที่มีความรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะปวดฉี่เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอใกล้จะเสร็จสมแล้ว เพราะอาการนี้เธอพึ่งจะสัมผัสมาไม่นานนี้“พร้อมกัน” พูดจบชายหนุ่มก็กระแทกเข้าออกแบบไม่ยั้ง“อืม..” สองเสียงครางออกมาพร้อมกัน เสวียนเหลียนกระตุกเกร็งอยู่สองสามทีก็นอนล้มทับไปบนตัวของคนรักแบบไม่ได้ลงน้ำหนักเพราะเขาใช้แขนทั้งสองข้างยันที่นอนเอาไว้“พี่เหลียน พี่ลุกออกไปสิคะ” ฮวาเหมยกลั้นใจบอกคนรัก ตอนนี้เธอรู้สึกอายมาก และไหนที่ช่องรักของเธอรู้สึกอุ่นเป็นอย่างมากเพราะมีน้ำที่เขานั้นพึ่งจะพ่นเข้าไป เธอที่เกิดมาสองชาติก็พึ่งจะเคยเจอแบบนี้เธอก็เลยทำตัวไม่ค่อยจะถูกนัก“อ๊ะ..อ๊ะ” แทนที่เสวียนเหลียนจะออกจากตัวคนเธอ ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาเริ่มที่จะตอกตรึงเธออีกครั้ง เสวียนเหลียนจับตัวฮวาเหมยตระแคงข้างทั้งที่เจ้ามังกรยักยังคาอยู่ในช่องคับแคบ และยกขาของเธอขึ้นมาข้างนึงแล้วแล้วขยับเข้าออกด้วยแรง
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7037 nc+++“เสี่ยวเหมย ช่วยพี่หน่อย นะ..” ตอนนี้เสวียนเหลียนคิดว่าเขานั้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว จึงได้เอ่ยปากขอคนรัก และเขาเองก็ตั้งใจที่จะรับผิดชอบเธอหากว่าเรื่องคืนนี้นั้นสามารถจัดการได้แล้ว“เอ่อ..” ฮวาเหมยลังเล เมื่อชาติก่อนเธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ด้วย แล้วเธอจะช่วยเขาได้อย่างนั้นหรอ“นะ..กระต่ายน้อยของพี่” เสวียนเหลียนออดอ้อนคนรัก จมูกของเขาก็ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวไม่หยุด “กะ…ก็ได้ค่ะ” ฮวาเหมยตอบตกลงในที่สุด ถึงแม้เธอจะไม่ช่ำชองในเรื่องแบบนี้แต่ก็เคยมีผ่านตาเธอมาบ้าง เธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยาก เสวียนเหลียนเมื่อได้รับการยินยอมจากคนรักเขาก็พาเธอไปที่เตียงนอนทันที พร้อมกับมอบจูบอย่างดูดดื่ม ตอนนี้ลิ้นร้อนของเขานั้นพัวพันกับเรียวลิ้นเล็กด้วยความหวานล้ำ“อืม”ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่บีบนวดที่เต้าอวบของเธอ ขณะที่อกอีกข้างก็ถูกลิ้นร้อนของเขาเล่นงานอย่างหนัก ซึ่งแรงที่เขาดูดดึงนั้นไม่น้อยเลย นี่ถ้ามันขาดได้ก็คงขาดไปแล้ว จนเต้าอวบของเธอทั้งสองข้างนั้นกลายเป็นสีแดง และตอนนี้เสื้อผ้าที่เธอเคยสวมใส่อยู่ก็ไม่รู้ว่ามันหลุดร่วงไปตั้งแต่ตอนไหนเสวี
เมื่อคืนที่ผ่านมา…“อื้อ!!!” “คุณโจวจัดการคุณหนูตู้เถอะ เดี๋ยวผมจะพานายน้อยไปที่ห้องก่อน” หย่งชานเมื่อโปะยาสลบตู้ม่ายม่ายแล้วก็นำเธอไปวางลงบนเตียง วันนั้นหลังจากที่เขาโทรไปนัดท่านนายพลให้กับนายน้อยเขาก็รีบมาจัดการที่ร้านอาหารแห่งนี้ทันทีร้านอาหารซินเทียนเป็นร้านของนายน้อย ซึ่งคนน้อยนักที่จะรู้ว่าเสวียนเหลียนเป็นเจ้าของ เขาได้มานัดแนะกับพนักงานแล้วว่า ถ้าครอบครัวตู้มาที่นี่แล้วต้องการสิ่งใดสิ่งไหนที่จัดการได้ตามที่ทางนั้นบอกแล้วค่อยกลับมารายงานเขา และก็เป็นดั่งที่นายน้อยของเขาคิด พวกเขาได้ขอเปิดห้องพักหนึ่งห้อง เสวียนเหลียนจึงได้ใช้แผนการตลบหลังนี้ขึ้นมา โดยการติดกล้องขนาดเล็กเอาไว้ที่หน้าห้องและในห้อง เขาที่ไม่เคยเห็นกล้องขนาดเล็กแบบนี้มาก่อนก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่ามันจะสามารถบันทึกภาพทุกอย่างเอาไว้ได้ และความดีนี้ก็ต้องยกให้กับน้องสาวโจวที่หากล้องวิเศษนี้มาได้เมื่อนายน้อยถูกวางยาแล้วพามาส่งที่นี่ พวกเขาจึงได้ดักรอโอกาสที่จะมาพานายน้อยออกไป โดยการที่ทำให้ตู้ม่ายม่ายนั้นสลบหลับไป แล้วให้ฮวาเหมยนั้นเข้ามาถอดเสื้อผ้าให้ เพื่อที่เวลาคนเข้ามาเห็นจะได้คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น “พ







